พฤศจิกายน 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
22
23
25
27
28
29
30
 
 
All Blog
กว่าจะได้มาเรียนป.โทที่เยอรมัน ตอน 8 ได้ที่พักแบบงง ๆ


  ก่อนจะเล่าถึงเรื่องที่พักและสาวเอเชียที่เราบังเอิญไปถามทางเมื่อตอนที่แล้ว จะขอเล่าย้อนไปเมื่อตอนที่อยู่ไทยก่อนนะคะ

เราต้องบินมาเรียนต่อประมาณปลายเดือนกันยายน เราก็หาที่พักตั้งแต่เดือนสิงหาเลยค่ะ เราเปิดเว็บไซต์ที่รวมที่พักให้เช่าของเยอรมัน จริง ๆ ก็มีหลายเว็บไซต์นะคะ แต่เพื่อนแนะนำเว็บ Wg-gesucht มาให้ ซึ่งน่าจะมีตัวเลือกมากที่สุด 

เราก็เลือก ๆ ที่พักในเขตเมืองเรา และเขียนจดหมายแนะนำตัวแบบร่ายยาว 

ที่ต้องร่ายยาว ก็เพราะว่า ที่พักราคาไม่แพง สำหรับนักศึกษา ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ shared-apartment ก็คืออพาร์ตเมนท์ที่มีห้องนอนหลายห้อง ส่วนใหญ่ประมาณ 3-6 ห้อง และใช้ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนั่งเล่นร่วมกัน 

เมื่อต้องอยู่ร่วมกันแล้วเนี่ย คนที่ตัดสินใจจะให้ใครมาเช่า จึงไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าของ แต่เป็นคนที่เช่าอยู่ก่อนแล้ว 

ทุกคนก็คงอยากได้คนที่สะอาด ไม่วุ่นวาย ไม่เห็นแก่ตัวใช่มั้ยคะ 

เพราะฉะนั้นการเลือกคนไปอยู่ต่อ ก็จะต้องมีการพูดคุยกัน อย่างเราที่ยังอยู่เมืองไทย ก็ทำได้แค่ skype คุย เราสมัครไป 20 ที่ได้มั้งคะ ไม่ได้นับ แต่เกิน 10 แน่ ๆ เราสมัครไปทั้งช่องทางของเว็บ อีเมล หรือ Whatsapp (คนเยอรมันคุยกันทาง Whatsapp อะค่ะ ไม่ใช้ Line แบบคนไทย)

บางคนก็ตอบกลับมา บางคนก็ก็อ่านแล้วก็ไม่ตอบกลับ

สำหรับคนที่ตอบกลับ เค้าก็จะนัดสัมภาษณ์ทาง skype นะคะ แล้วเวลาเยอรมัน จะช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง (เมื่อเดือนสิงหานะคะ ตอนนี้ห่างกัน 6 ชั่วโมงแล้ว) 

ส่วนใหญ่ เวลาที่เราคุยสไกป์ ก็จะเป็นเวลา 5 ทุ่ม เที่ยงคืนของเรา ก็แหกขี้ตาคุยกันไป 

ผลก็คือ ไม่มีใครเลือกเราเลยค่ะ Smiley

เหตุผลก็ต่างกันไป แต่เราเข้าใจได้ว่า ส่วนใหญ่คงอยากได้คนที่เจอหน้า นั่งคุยกันได้มากกว่า 

จนบินมาเยอรมัน เราก็ต้องระเห็จไปพักกับเพื่อนที่เมือง Dortmund อย่างที่เล่าไปตอนแรก ๆ นะคะ

ทีนี้ มาถึงเรื่องของสาวเอเชียแล้วค่ะ อย่างที่เล่าไปแล้วว่าเราบังเอิญไปถามหาออฟฟิศประกัน และพอได้คำตอบ เราก็จบการสนทนาและงุ่นง่านกับการหาออฟฟิศต่อในกูเกิ้ล 

แต่สาวเอเชียก็เริ่มคุยกับเราต่อ ว่า "นี่เธอเพิ่งมาเหรอ" 

อ๊ะ ชวนคุยขนาดนี้ เราก็เลยร่ายยาวไป เราก็เล่าว่า "ใช่แล้ว ชั้นเพิ่งมาถึงเมื่อวานนี่เอง ยังไม่ได้ที่พักเลย นี่ก็พักอยู่กับเพื่อนที่เมืองอื่น ต้องนั่งรถมาแต่เช้า ...."

พอได้ยินเราเล่าไปแบบนี้ สาวเอเชียนางนี้ ที่กำลังสูบบุหรี่ ก็ก้มหน้า เอาบุหรี่ไปจี้กับถังขยะ เพื่อดับไฟ และทิ้งบุหรี่ลงถังขยะไป (ตรงนี้ ภาพมันสโลโมชั่นมาก หยั่งกับในหนัง ที่เวลาจะถึงฉากสำคัญ แล้วมีกลองรัวขึ้น ตรึ่ง ๆๆๆ 555)

แล้วแม่สาวก็หันมาพูดกับเราว่า "นี่ ๆ เธอรู้มั้ย (แบบ Hey, you know?!?!) ที่อพาร์ตเมนท์ของชั้น มีห้องว่างห้องนึงนะ เธอต้องการห้องใหญ่รึเปล่า บลา ๆ " ต่อจากนั้น เราฟังไม่รุ้เรื่องแล้วค่ะ หูมันวิ้ง ๆ ในสมองได้ยินแค่ "มีห้องว่าง มีห้องว่าง มีห้องว่าง ..."

พอเริ่มตั้งสติได้ ก็ถามว่า "เธอพูดจริง ๆ เหรอ มีห้องว่างเหรอ แพงมั้ย มีอะไรบ้าง" 

หลังจากนั้นเราก็คุยกันไม่รู้เรื่องอยู่พักนึง สาวเอเชียพยายามบอกว่า "มี 3 ห้อง ห้องใหญ่ ห้องกลาง และห้องเล็ก ห้องใหญ่ชั้นอยู่ ห้องกลางว่าง และห้องเล็กมีคนอยู่ แต่จะออกเดือนธันวา เธอย้ายไปเข้าห้องกลางได้ และถ้าอยากได้ห้องเล็ก ก็ย้ายไปทีหลังได้ "

แต่เราเข้าใจว่า "ห้องเล็กว่าง ให้ย้ายไปอยู่ห้องเล็กก่อน แล้วพอห้องกลางว่างในเดือนธค. ค่อยย้ายไป" โอ่ยย กว่าจะเข้าใจกันได้ 

แต่จะห้องไหนก็ช่าง เราได้ทั้งนั้นนน นาทีนี้ ขอให้มีที่อยู่เถอะ

เราก็นัดแนะกันว่า เดี๋ยวเราไปลงทะเบียนเสร็จ เราจะไปดูห้องกัน ระหว่างนี้สาวเอเชียคนนี้ก็จะรอเราอยู่ที่มหาลัย

อ้อ ลืมแนะนำตัว สาวเอเชียนางนี้มาจากเกาหลี ชื่อว่า เฮยอง อายุ 40 ปี กำลังเรียนปริญญาตรีสาขาวรรณคดี สื่อ และวัฒนธรรม

ฮ่า ๆ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ เธออายุ 40 ปีแล้ว และกำลังเรียนปริญญาตรี น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ

พอเราลงทะเบียนเสร็จ เราก็ไปหาเฮยอง และนั่งรถเมล์ไปดูที่พัก ระหว่างนั่งรถเมล์ เฮยองก็เล่าเกี่ยวกับที่พักให้ฟังคร่าว ๆ ว่า รถเมล์ที่ผ่าน มีไม่เยอะเท่าไหร่ ถ้าช่วงปิดเทอม วิ่งแค่ชั่วโมงละคัน แต่โชคดีที่มี 2 สาย แต่ช่วงเปิดเทอมจะมีรถชัทเทิลบัสจากที่พัก ตรงไปมหาลัยเลย 

พอเข้าไปถึงที่พัก ภาพแรกที่เราเห็นคือ 



พอดีว่าเราถ่ายตอนที่เราเข้ามาพักแล้ว ก็เลยเห็นเตียงเรานะคะ แต่จริง ๆ แล้วห้องนี่เป็นห้องโล่ง ๆ เลย 
แต่ที่จะให้ดูคือหน้าห้องเรา ซึ่งมันคือห้องนั่งเล่นค่ะ ฮ่า ๆ 

ไหนโซฟา ไหนโต๊ะ ไหนทีวีเนี่ย!?!?!?

คือมันไม่มีอะไรเลย ตอนเราเข้ามาครั้งแรก เราก็แอบงง ที่นี่มีคนพักอยู่ 2 คนใช่มั้ยเนี่ย 

เฮยองให้เรารอที่ "ห้องนั่งเล่น" แป๊บนึง เพื่อไปทำความสะอาดห้องนอน 

แต่พอเราได้เข้าห้องนอนของเฮยองเท่านั้นแหละ เอ๊ออออ คนละโลก มีเฟอร์นิเจอร์เต็มไปหมด แอบของเยอะด้วย ก็เลยเข้าใจขึ้นนิดนึงว่า ที่นี่คงต่างคนต่างอยู่แน่ ๆ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เฮยองเล่าให้ฟังตอนที่เข้าไปคุยในห้องว่า โนมิน สาวมองโกเลียที่เป็นรูมเมท ไม่ค่อยสุงสิงกะใคร ชวนไปไหนก็ไม่ค่อยไป และไม่พูดภาษาเยอรมันด้วย กลับเข้าที่พักมา ก็อยู่แต่ในห้อง

อ๊ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวเข้ามาอยู่ ค่อยว่ากัน

เราบอกเฮยองว่า เดี๋ยวเราจะต้องรอถึง 1 ทุ่ม เพราะมีนัดดูห้องที่เมืองนี้เหมือนกัน เฮยองก็เลยชวนเรากินข้าว 

ไม่ใช่ข้าวสิ ชวนกินสปาเก็ตตี้เห็ดตะหาก เสิร์ฟพร้อมสลัดเห็ดดิบ เฮยองบอกว่า สปาเก็ตตี้เป็นอาหารประจำของนักเรียน (แบบมาม่าบ้านเรา) เราก็เข้าใจได้ เพราะสปาเก็ตตี้ ราดซอสมะเขือเทศ มันทำง่าย และราคาถูก 

สปาเก็ตตี้จานนี้อร่อยมาก ใครทำอะไรให้เรากิน เราว่าอร่อยทั้งนั้น (ยกเว้นอาหารที่โรงอาหารในมหาลัยเอาไว้ที่นึง) ลืมบอกไปว่าเฮยองกินเจ หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Vegan 

สปาเก็ตตี้เจของเฮยอง



น่ากินชิมิ

ถ้าไปเล่าให้คนไทยฟัง คงทำคิ้วขมวดใส่เรา "สปาเก็ตตี้เนี่ยนะ!" มาม่าง่ายกว่ามั้ย ฉีกซอง ใส่น้ำร้อน รอ 3 นาที ได้กินละ

อะ ต่างวัฒนธรรมเนอะ เค้าว่างี้ เราก็ว่าตาม (จริง ๆ บ้านเค้ามีมาม่านะคะ แต่อาจจะชินกับสปาเก็ตตี้มากกว่า)

ระหว่างกิน เฮยองก็บอกว่า "เนี่ย ถ้าเธอมาอยู่ ชั้นคิดว่าจะขายเตียงกะโต๊ะให้เธอนะ"

พอถึงตรงนี้ เราก็งงมาก ก็เลยถามไปว่า "เธอจะขายให้ชั้นเมื่อไหร่ ชั้นจะย้ายมาอยู่เลยนะ" 

เฮยองตอบว่า "ขายเลยสิ เนี่ย เดี๋ยววันแรกที่เธอมาอยุ่ เราก็มาช่วยกันยกเตียงไปไว้ห้องเธอ"

เรายิ่งงงหนักเข้าไปอีก "เธอจะย้ายออกเหรอ"

เฮยองตอบ "ป่าวววว ชั้นไม่ได้จะย้ายออก"

โอ๊ยย "อ้าว แล้วเธอจะนอนยังไง"

เฮยองเลยอธิบายว่าตอนนี้กำลังมีแนวคิดแบบ minimal ก็เลยคิดว่า ไม่เห็นจำเป็นจะต้องนอนเตียงเลย หรืออย่างโต๊ะเนี่ย ก็มี 2 ตัว ก็ขายไปสักตัวนึง 

โอ๊วว เรานี่ช่างมาได้ถูกจังหวะ มาถึง ก็ไม่ต้องนอนพื้น มีเตียงให้นอนเลย ดีจัง ไม่ต้องไปซื้อไปแบกเองด้วย 

ห้องเช่าที่นี่ ส่วนมากไม่มีเฟอร์มาด้วยนะคะ ส่วนใหญ่ถ้าจะได้เฟอร์คือ ตกลงซื้อต่อจากคนเช่าคนเดิม

เราถือว่าเราโชคดีมาก ที่เฮยองมีแนวคิดแบบมินิมอลพอดี๊พอดี อิอิอิ

เอ้อ ลืมเล่าว่า ตอนเดินเข้ามาในอพาร์ทเมนต์ ก็เจอคนดูแลอพาร์ทเมนต์สาวสวยสไตล์เยอรมัน ซึ่งคนดูแลบอกว่า ถ้าเธอจะเช่า ให้รีบมาบอกชั้นก่อน 5 โมง เพราะตอน 5 โมงจะมีคนมาดูห้อง นี่ห้องสุดท้ายแล้ว

โอ๊วว อะไรจะโชคดีขนาดนั้น จังหวะก็เป๊ะ เพราะปกติคนดูแล จะไม่ค่อยเดินเข้ามาในอพาร์ทเมนต์ จะอยู่แค่ที่ห้องทำงานอีกตึกนึง 

พอเราได้กินสปาเก็ตตี้ของเฮยอง ได้คุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้ ก็ได้พบอะไรน่าสนใจหลายอย่างจากเฮยอง และรู้สึกว่าเข้ากันได้ดีในระดับนึง เราก็เลยตัดสินใจที่จะไม่ไปดูอพาร์ทเมนต์อีกอันที่นัดเอาไว้ตอน 1 ทุ่มละ เอาที่นี่เนี่ยแหละ เตียงก็มีแล้ว ห้องก็ดูใหม่ ครัวก็โอเค ห้องน้ำก็สะอาด แถมอยู่กันแค่ 3 คนเอง น่าจะไม่วุ่นวาย

มีภาพครัวให้ดู เราชอบที่มันไม่เป็นทรงแคบ ๆ แบบห้องครัวที่อพาร์ตเมนต์ของเพื่อนเรา ชอบเตาอบ และตู้เย็นอันหย่ายย 



หาตู้เย็นเจอมั้ยคะ ตรงประตูบานใหญ่ 2 บานทางซ้ายสุดของเคาน์เตอร์แหละค่า 

อีกมุมนึง



แต่เสียใจนิดหน่อยที่ไม่มีโต๊ะกินข้าว ที่นี่ต่างคนต่างกินในห้องนอน 

พอกินข้าวเสร็จ เฮยองก็พาเราไปหาคนดูแล และทำสัญญา

ใจง่ายจริง ๆ เลยเรา Smiley

เราเลื่อนเวลากลับเป็น 5 โมงเย็น จากตอนแรกจองรถรอบ 4 ทุ่ม จะได้ถึงดอร์ทมุนท์ไม่ดึกเกินไป เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว 

บทจะได้ที่พัก มันก็ได้มาง่าย ๆ เลยนะเนี่ย บังเอิญ โลกกลม รึพรหมลิขิต (นี่มันชื่อหนังใช่มั้ยเนี่ย ขอยืมหน่อยนะคะ แฮ่ ๆ)

มาถึงเยอรมันวันแรก ก็ได้ลงทะเบียนเรียน และได้ที่พักเลย 

มีเวลาอีก 1 สัปดาห์ก่อนเปิดเรียน ตอนนี้ก็เหลือแค่ไปขนกระเป๋ารุ่น heavy weight จาก Dortmund มาที่เมืองนี้ และซื้อของเข้าห้อง 

ชีวิตดี้ดียยยย Smiley



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2560 1:47:01 น.
Counter : 1157 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

LittleEntchen
Location :
Siegen  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ แอน นะคะ

ตอนนี้เรียนปริญญาโทภาษาเยอรมันที่เมือง Siegen
New Comments