พฤศจิกายน 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
22
23
25
27
28
29
30
 
 
All Blog
กว่าจะได้มาเรียนป.โทที่เยอรมัน ตอน 2 การเลือกและสมัครมหาลัย


หลังจากสอบ TestDaf ผ่านแล้ว ก็ถึงเวลาเลือกมหาลัยจริง ๆ จัง ๆ ซะที

เนื่องจากเราต้องการเรียนเอกภาษาเยอรมัน ก็ดู ๆ มหาลัยที่เปิดสอน ก็มีไปปรึกษาหลายคน ทั้งอ.ที่คณะ โฮสต์แฟมมิลี่ที่เราเคยไปอยู่ด้วย เพื่อน ๆ ทุกคนตอบมาคล้าย ๆ กันว่า เรียนที่ไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ มหาลัยไหนก็เหมือนกัน

โอเค้ งั้นก็จิ้ม ๆ สมัครไปเลย

เราก็ดูหลายมหาลัย LMU, Uni Hamburg, Uni Bielefeld, Uni Bonn, ... แต่ตอนที่เราได้ผลสอบ TestDaf นั้น ก็ปลายเดือนพค.ละ มหาลัยส่วนใหญ่เปิดรับสมัคร 1 Jun - 15 Jul 

การสมัครก็มีหลายแบบ หลาย ๆ ที่ต้องสมัครผ่าน Uni-assist เท่านั้น Uni-assist เป็นคล้ายตัวกลาง ที่จะตรวจเช็คเอกสารของเรา และยื่นเอกสารไปมหาลัยที่เราเลือก ซึ่งเราสมัคร Uni-assist ไม่ทัน เพราะต้องส่งเอกสารตั้งแต่เดือนพค. (ตรงนี้ดูดี ๆ นะ มหาลัยบอกว่าสมัครได้ตั้งแต่ 1 Jun แต่สมัคร Uni-assist ต้องส่งเอกสารไปก่อนนะ) 

ทำไมต้องส่งเอกสารไป Uni-assist ล่วงหน้าตั้งนาน ก็เพราะเค้าจะต้องเอาเอกสารของเราไปเช็ค และที่สำคัญคือเช็คดูว่ามหาลัยที่เราจบมาเนี่ย มัน anerkannt ที่เยอรมันมั้ย แปลว่า ผ่านเกณฑ์ของเยอรมันมั้ย ใครไม่ได้เรียนจุฬา มธ.ไม่ต้องห่วงน้า ส่วนใหญ่ anerkannt แหละ (แต่มีเพื่อนเราคนนึง ไปเรียนโทที่รัสเซียมา เยอรมันไม่ยอมรับวุฒิอะ ต้องเรียนใหม่)

หลายมหาลัยก็ไม่จำเป็นต้องสมัครผ่าน Uni-assist แต่ต้องเช็คในเว็บมหาลัยเอง ว่า how to apply 

อยากบอกว่า ปวดหัวกับเว็บมหาลัยมากกกกกกกก คลิกไปคลิกมา วนมาที่เดิม Smiley

เว็บบางมหาลัยก็ดีแหละนะ แต่ส่วนใหญ่งง บอกเลย!

พอหาเจอแล้ว ว่า Voraussetzung ในการสมัคร มีอะไรบ้าง (โอ้โห บางที่กว่าจะเจอว่า Voraussetzung อยู่ตรงไหน) ก็ต้องคลิกไปหา Bewerben แบบ Master อี๊กก

เอาล่ะ Voraussetzung หรือ requirement เนี่ย ส่วนใหญ่คล้าย ๆ กัน คือ
1. ใบจบ และทรานสคริปต์อันนี้ปวดหัวมาก เราจบป.ตรีแล้ว แต่หลายมหาลัยต้องการใบจบป.ตรี และใบจบม. 6 ด้วย โหย หายไปแล้วไง หาไม่เจอ ให้แม่หาที่บ้านก็ไม่เจอ (เราอยู่กรุงเทพ พ่อกับแม่อยุ่ภูเก็ต) ทำไงดีวะ ผ่านช่วงสมัครไปจนเกือบจะหมดเวลา ถึงได้บินไปหาเอง โอ้โห เสียค่าเครื่องบินไป 4,000 เพื่อเอกสารใบเดียว จี๊ดดด 
แต่ถ้าใครหาไม่เจอ ไปขอที่รร.ได้นะ ตอนแรกเครียดมาก แต่พอโทรไปถามรร. เจ้าหน้าที่พูดชิลมากก "อ๋อ เอารูปถ่ายปัจจุบัน แล้วมากรอกใบคำร้องได้เลยค่า" แต่สุดท้ายหาเจอที่บ้านนั่นแหละ

ดูดี ๆ นะ ตอนจบ เราจะได้มา2 ใบเนอะ ใบจบกับทรานสคริปต์ ซึ่งเรามีของป.ตรี แต่เราหาใบจบม. 6 ไม่เจอ เจอแต่ทรานสคริปต์ม.6 เราก็ส่งแต่ทรานสคริปต์ไป มีมหาลัยนึงขอใบจบเรามาอีกรอบด้วย

2. ใบผ่านระดับภาษา มีแล้วเหวยย คะแนนสวยงามด้วย แลกมากับค่าสอบประมาณ 15,000 บาท (3 ครั้ง ครั้งละ 5,000 บาท)

3. ใบสมัคร ซึ่งบางที่ต้องกรอกออนไลน์ แล้วปริ้นท์ออกมา ไอ้อันนี้แหละนะ ที่ทำเราเสียเวลา คือต้องกรอกออนไลน์กับคอมที่จะปริ้นท์อะ เพราะมันไม่ให้เซฟ กรอกแล้วปริ้นท์เลยจ้า กรอกไป 3-4 รอบได้ -.-
แต่ของบางมหาลัยก็ปริ้นท์ออกมากรอก
ใบสมัครส่วนใหญ่จะอยู่ตรงที่ให้ Bewerben นั่นแหละนะ คลิก ๆ ดู

(แก้ไข : ตอนแรกเราเขียนว่า ต้องมีหลักฐานการเงินด้วย แต่จริง ๆ เอาไว้ใช้ตอนยื่นวีซ่านะคะ)

เอกสารข้างบนนี้ ทุกมหาลัยเป็นข้อบังคับนะ แต่หลายที่เอา Motivationsschreiben, Lebenslauf
แต่สุดท้าย หลังจากที่คลิกเว็บมหาลัยจนมือหงิก (เพราะหาไม่เจอ -.-)  เราก็เลือกสมัครไปแค่ 3 ที่
ก็คือ Jena Bielefeld และ Siegen เพราะส่วนใหญ่สมัครผ่าน Uni-assist ทั้งน้านเลย

เอาล่ะ ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร
   ถ้าเอกสารไหนเป็นภาษาเยอรมันหรืออังกฤษอยู่แล้ว ก็ตั้งไว้เฉย ๆ แต่ถ้าเป็นภาษาไทย ต้องไปแปลก่อนนะคะ เลือกแปลเป็นเยอรมันเลยนะ ต้องให้คนแปลที่มีตรารับรองด้วยนะ (เช็ครายชื่อในเว็บสถานทูตได้)  เพราะจะได้เอาไปรับรองที่สถานทูตเยอรมันได้เลย ซึ่งเรามีใบเดียวที่ต้องแปล ก็คือใบจบม. 6 

    ตอนเราโทรไปถามบริษัทแปลที่นึง พอดีเราเอาด่วนน่ะ เค้าก็บอกว่า ใบจบมีกี่เทอม เราก็บอกว่า 6 เทอม เค้าก็บอกว่า คิดค่าแปล หน้าละ 1000 บาท มี 2 หน้าใช่มั้ย และเทอมละ 500 บาทนะ เค้าคิดค่าแปลใบจบกันแบบนี้แหละ 

โอ้โห แปลใบเดียว 5,000 บาท โอเค้ มันด่วน เข้าใจได้ แต่ขอโทรไปถามอีกที่นึงก่อน

โอ้โห 1,500 บาท ทำไมราคามันต่างกันงี้ล่ะ คงไม่ต้องถามนะคะ ว่าเราเลือกแปลที่ไหน 

อะ พอได้เอกสารที่เป็นภาษาอังกฤษ หรือเยอรมัน หรือไทยที่มีฉบับแปลแนบมาด้วยแล้ว เราก็จะต้องเอาเอกสารไปรับรองที่สถานทูตนะคะ อย่าไปสายเกินไปนะคะ รอ 2 ชั่วโมงเสร็จ 
*รับรองเอกสารการเรียนกับรับรองเอกสารแต่งงานไม่เหมือนกันนะคะ รับรองเอกสารแต่งงานใช้เวลาเป็นเดือนนะ แถมเสียตังด้วย ส่วนรับรองเอกสารการเรียน ถ้าเราแนบใบสมัครหรือหน้าเว็บมหาลัยไปให้เค้าดู ไม่เสียตังค่าา ถ้าไม่แนบ ชุดละ 500 บาทเด้อ

มาถึงการสมัครบ้าง ทั้ง 3 มหาลัยที่เราเลือก สมัครไม่เหมือนกันเลย
Bielefeld : สมัครออนไลน์ อัพโหลดเอกสารต่าง ๆ แล้วปริ้นใบสมัคร และแนบเอกสารที่รับรองมาแล้ว ส่ง DHL ไปมหาลัยเลยจ้า 
Jena : สมัครออนไลน์ อัพโหลดเอกสาร แล้วปริ้นท์เฉพาะใบสมัคร ส่ง DHL ไปมหาลัย (ไม่ต้องแนบเอกสารอื่นไปด้วย)
Siegen : ไม่มีสมัครออนไลน์ ส่งเอกสารทั้งหมดไปเยอรมันเล้ยยย 

พอเอกสารถึงมหาลัย ส่วนใหญ่เค้าจะอีเมลมาบอกว่าได้รับเอกสารแล้ว ของเราก็เป็นแบบนั้น ยกเว้น ที่ Siegen นี่แหละ รออย่างเดียว ตอนนั้นกระวนกระวายมาก เพราะเป็นมหาลัยเดียวที่ตรงสายที่เราอยากเรียน 
Jena ตอบรับมาอันแรกเลย ว่ารับจ้า ตอนนั้นดีใจมาก อย่างน้อยก็มีที่เรียนแล้ววว

สัปดาห์กว่า ๆ ผ่านไป Bielefeld ก็ตอบมาทางอีเมลว่า รับแล้วจ้าา โอ๊ยยยย เย่ 

บางมหาลัย เราต้องตอบอีเมลกลับไปด้วยนะ ว่าเราตกลงที่จะเข้าเรียนมั้ย บางที่ไม่ต้อง ทางที่ดี อ่านเมลดี ๆ หรือไม่ก็เมลถามกลับไปนะจ๊ะ

ผ่านไปอีกเกือบสัปดาห์ Siegen ก็ตอบกลับมาบ้างง โอ๊ย อยากได้สุด แต่ตอบช้าสุด ก่อนหน้านั้นกระวนกระวายสุด ๆ นึกว่าเราเขียนอีเมลผิดรึเปล่า เอกสารถึงยังนะ (แต่เช็ค DHL ก็ถึงแล้วนะ)

เมื่อมหาลัยตอบกลับมาแล้ว ก็ต้องรอใบ Zulassung ตัวจริง ที่มหาลัยจะส่งมาทางไปรษณีย์นะคะ 
เพื่อเอาไปขอวีซ่านร. (วีซ่าระยะยาว เกิน 90 วัน ที่สถานทูตเรียกงี้)

อะ รอไปอีกเป็นสัปดาห์ 

ใครที่กำลังเตรียมตัวไปเรียนเยอรมัน และอ่านมหาถึงตรงนี้ ขอบอกว่า พอมหาลัยตอบกลับมา เช็คคิวขอวีซ่าของสถานทูตด้วยนะคะ ของเราไม่ได้เช็ค มีพี่มาเตือน เรารีบเปิดดู โหยย ระยะเวลาที่อาจจะได้วีซ่า ฉิวเฉียดกับวันเปิดเทอมมากกก 

แต่ถ้าใครได้คำนวณแล้ว ว่าได้วีซ่าไม่ทัน ไม่ต้องตกใจนะ ขอวีซ่าไปตามขั้นตอนน่ะแหละ (เผื่อเวลาล่าช้าด้วยนะ เรียนเมืองใหญ่ ยิ่งต้องเผื่อเวลาไปหลายวันเลย) สมมติเปิดเทอม 1 ตุลา แต่เริ่มเรียนจริง ๆ อาจจะเป็น 8 ตุลานะ ใครมีปัญหาอะไร อีเมลไปถามมหาลัยได้เลย ส่วนใหญ่ยืดหยุ่นได้ค่ะ

โอ้โห นี่แค่การเตรียมเอกสารและสมัครมหาลัย ยังไม่ได้เตรียมเอกสารขอวีซ่าเลย เยอะและใช้เวลานานมาก 

เราสรุปคร่าว ๆ ให้อีกทีว่า ควรเตรียมเอกสารให้ครบ แปลให้เสร็จ เอาไปรับรองให้เรียบร้อย ก่อนเปิดรับสมัครนะคะ หรือทำให้เสร็จภายในช่วงต้นของการสมัคร เพราะกว่าจะส่งเอกสารไปถึงมหาลัย กว่ามหาลัยจะตอบรับ (ของเราประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังมหาลัยได่รับเอกสาร) และกว่ามหาลัยจะส่งใบรับตัวจริงมาให้ทางไปรษณีย์อีก เผื่อเวลามาก ๆ นะ 

ของเราส่งเอกสารก่อนหมดเวลารับสมัครแค่ 1 สัปดาห์ ฉุกละหุกไปหมด จำได้ว่าเปิดเทอม 2 ตุลา ไปรับวีซ่าวันที่ 27 กันยา แล้วซื้อตั๋วเครื่องบินวันนั้นเลย 

และอย่าลืมว่า ไม่ใช่แค่บินไป แล้วก็จะหลั่ลล้าไปเรียนนะคะ ใครที่งบน้อย(แบบเรา) ภาษายังไม่แข็ง(เราพูดได้) ไม่ชินกับอากาศ อย่าลืมว่าต้องหาที่พัก ควรหาตั้งแต่ตอนที่รู้ว่ามหาลัยตอบรับแล้ว มาถึง เราป่วยหลายวันเลย เพราะทุกอย่างมันรีบไปหมด

เตรียมตัว เผื่อเวลาดี ๆ เด้อ



Create Date : 19 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2560 0:17:19 น.
Counter : 1880 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

LittleEntchen
Location :
Siegen  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ แอน นะคะ

ตอนนี้เรียนปริญญาโทภาษาเยอรมันที่เมือง Siegen
New Comments