พฤศจิกายน 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
22
23
25
27
28
29
30
 
 
All Blog
กว่าจะได้มาเรียนป.โทที่เยอรมัน ตอน 5 ลากกระเป๋า ขึ้นรถไฟ ไป Dortmund กันค่ะ


เวลาบ่าย 2 เครื่องบินจากสายการบินไทยก็แลนดิ้งลงเมืองแฟรงก์เฟิร์ต เราก็แบกเป้ เดินออกมาจากเครื่อง ผ่านตม. หนุ่มหล่อด้วยความเรียบร้อย เค้าถามนิดหน่อยว่า เธอมาเรียนที่ไหน เรียนอะไร แล้วก็บอกว่า ยินดีต้อนรับจ้าา

ตอนไปเอากระเป๋า ก็รอกระเป๋าบนสายพานปกติ รอไปสักพักเล็ก ๆ ก็ยังไม่เห็นกระเป๋าเรา แต่บังเอิญไปได้ยินคนบอกว่า มีกระเป๋ากองอยู่ตรงนู้นด้วยนะ ลองไปดูสิ เค้าบอกคนอื่นน่ะนะ แต่เราก็ เอ๊ออ ไหน ตามไปดูด้วย 
ดีที่เดินไปดู เพราะเห็นกระเป๋าของเรามาแต่ไกล พอเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ อ๊ะ มีป้ายติดไว้ว่า "very heavy" ฮ่า ๆ 

ใช่! มันหนักมากก คราวหน้าชั้นจะแบกมาน้อยกว่านี้ เพราะชั้นเองก็แบกมันไม่ไหว Smiley

พอได้กระเป๋า เราก็เดินผ่านจุดตรวจกระเป๋า มีเจ้าหน้าชาวเยอรมันยืนจังก้า มือเท้าสะเอวอยู่ตรงกลาง แต่หน้ายิ้ม ๆ 

เราถือว่าเค้าไม่เรียกเรา เราก็เดินฉลุยไป 

ไม่ต้องเปิดกระเป๋า เย่!! 

แต่ที่จริงเราไม่ได้มีของต้องห้ามหรอกนะคะ กะปิ กุนเชียงอะไร ไม่ได้เอามา มีแต่ซองโลโบ้ 20 ซองได้ ปลากระป๋อง 2 กระป๋อง และมาม่า แค่นี้แหละ

เราก็ลากกระเป๋า เดินไปทาง Hauptbahnhof เพื่อขึ้นรถไฟต่อไป Dortmund เราซื้อตั๋วออนไลน์ตั้งแต่อยู่เมืองไทยแล้วนะคะ แค่หาทางลากกระเป๋าลงไปรอรถไฟให้ถูกชานชาลาแค่นั้น 

กระเป๋านี่แหละ ตัวปัญหา เราต้องหาลิฟท์ หาบันไดเลื่อนอยู่ตลอด 

พอถึงชานชาลา ก็รอรถไฟ พร้อมถอนหายใจประมาณสิบตลบ จิตใจเรายังไม่ดีขึ้น เหนื่อยก็เหนื่อย เมื่อยไปทั้งตัว แถมเป้ที่สะพายก็หนัก กระเป๋ายิ่งไม่ต้องพูดถึง ปัญหาใหญ่ที่สุด

พอรถไฟมา เราก็ไปรอที่ตู้ของชั้น 2 เพราะเราจองชั้น 2 มา ใครขึ้นรถไฟเยอรมัน ดูตู้ด้วยนะคะ จะมีเลข 1 เลข 2 อยู่

เราก็จ่อไปที่ประตูคนแรก ซึ่งคิดผิดมาก เพราะยกกระเป๋าขึ้นไม่รอด ยกขึ้นมาจากพื้นได้ไม่ถึง 1 เซ็นเลยมั้ง 

มีผู้หญิงทำหน้าคิ้วขมวด ถามเราว่าให้ชั้นช่วยมั้ย 

แหม่ ไอ้เราก็ปากไว "ไม่เป็นไรค่าา ชั้นไหว" 

ฮึบ

ไม่ขึ้น

ฮึบ ๆ 

ฮ่า ๆ ไม่ต้องบอกก็รู้เลย สุดท้ายต้องหันไปหาผู้หญิงคนนั้น แล้วบอกว่า "ช่วยชั้นหน่อยนะ" 

กระเป๋าก็ขึ้นไปได้สำเร็จ พอขึ้นไปแล้ว เราก็เอากระเป๋ากองไว้ตรงข้างประตูนั่นแหละ แล้วรอให้คนเดินไหลผ่านเราไป เพราะเราไม่ได้จองที่นั่ง ต้องรอไปนั่งที่ว่าง ๆ 

จนคนเดินไปหมด เราก็เดินดูว่าตรงไหนว่างบ้าง ดูที่เก้าอี้ที่ว่าง และก็ดูข้างบนหัวด้วยนะคะ จะมีจอเล็กๆบอกว่า ที่นั่งนี่ถูกจองจากไหนถึงไหน ถ้าไม่มีก็แสดงว่า ว่าง 

รถไฟที่เรานั่ง ปลายทางคือเมือง Hamburg เมืองที่เราขึ้นคือ Frankfurt ผ่านหลายเมืองใหญ่ ๆ ตรงรัฐที่เราจะไป
Frankfurt - Bonn - Köln - Dortmund - Hamburg
เราจำได้แค่นี้นะคะ อย่างเรา จะต้อง ไปลง Dortmund เราก็ดูที่หน้าจอเล็ก ๆ 

เราเจอที่นึง มีคนจอง Bonn - Hamburg แต่ระหว่างที่เราหาที่ไม่เจอ เราก็นั่งตรงนี้ก่อน แล้วพอถึงเมือง Bonn ต้องลุกให้คนที่จองมา

แต่โชคดีที่คนที่นั่งอยู่แล้ว เค้าจะลงที่ Bonn พอดี เพราะฉะนั้นเดี๋ยวเราลุกไปนั่งที่เค้าแทน

มีความพยายามในการถ่ายรูปโบสถ์แห่งเมืองโคโลญน์ สถานที่แห่งความทรงจำ 



จำเอาไว้เตือนสติว่า 

อย่า สะพาน กระเป๋า ให้ โจร มัน มา ล้วง !!!!

โดนไป 120 ยูโร 6,000 บาทจ้า (ณ ปี 2006 ที่ 1 ยูโร = 50 บาท ซึมกันไป)

เรานั่งรถไฟประมาณ 4 ชั่วโมง ก็ถึงเมือง Dortmund แต่ช่างเป็น 4 ชั่วโมงที่ยาวนานมากกก บนเครื่องบินว่าพอจะมีที่ว่างให้ยืดขา เรายังปวดเมื่อยไปทั้งตัว รถไฟนี่ แคบยิ่งกว่า แถมเอนได้นี้ดดเดียว เราก็ร้องไป หลับไป ยังคงจิตตกอยู่ ในใจนึกแต่จะอยากกลับบ้าน หลายทีก็ด่าตัวเอง จะมาลำบากทำไมเนี่ยยย อยู่เมืองไทยดี ๆ มีเตียงนุ่ม ๆ มีผู้ชายคอยช่วย บางทีก็มารับมาส่ง เฮ่ออ

ระหว่างนั่งรถไฟ เราก็เดินไปดูกระเป๋าเราเรื่อย ๆ กลัวหาย 55

จริง ๆ ตอนนั้นก็คิดว่า จะกลัวหายทำไม หนักขนาดนั้น ใครจะยกไปเรอะ แล้วรถไฟที่ขึ้น ก็เป็นรถไฟเร็วราคาแพง จะมีขโมยที่ไหนขึ้นมา รึต่อให้มีจริง ก็ยกกระเป๋าเราไม่ไหวหรอก

พอมาถึง Dortmund เราก็ลงรถไฟ แล้วก็มองหาเพื่อนที่บอกว่าจะมารับ พอเจอเพื่อนเท่านั้นแหละ น้ำตาไหลทันที 

เพื่อนก็มากอด แล้วบอกว่า มีสปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศรออยู่ 

โฮอีกรอบ จริง ๆ ไม่หิว เพราะเหนื่อยและเครียดจากการเดินทาง แต่ซึ้งในความน่ารักของเพื่อนและแฟนมัน

เพื่อนก็ช่วยลากกระเป๋า พาไปลง U-Bahn หรือรถไฟใต้ดิน (เพื่อนมีตั๋วนร.ที่สามารถพาคนขึ้นได้ด้วยอีกคน หลัง 19.00 น.) 

3 สถานี 3 นาที ก็ถึงที่หมาย เพื่อนก็ลากกระเป๋าเดินต่ออีกสัก 200 เมตร ก็ถึง Wg ของเพื่อน 

Wg ย่อมาจาก Wohngemeinschaft แปลตรงตัวว่า การอยู่ร่วมกัน แปลไทยเป็นไทยก็คือ shared-apartment อะแหละ 

ก่อนถึงห้องเพื่อน เพื่อนพาไปซื้อซิมการ์ดที่ซูเปอร์มาเก็ต Aldi แล้วก็จัดการลงทะเบียนซิมให้ ซึ่งวุ่นวายมาก ต้อง Video call โชว์พาสปอร์ต บลา ๆ ดีที่เพื่อนทำให้หมด ไม่งั้นกว่าเราจะงมได้ คงกรีดร้องก่อน 

ที่จริงเราเป็นคนใจเย็น ถ้าต้องทำอะไรที่มันเยอะ ๆ วุ่นวาย เราจะตั้งสติ สูดลมหายใจ 

แต่ตอนนั้นเราทิ้งทุกอย่าง สติเราก็ทิ้งไปด้วย โยนให้เพื่อนหมด เพราะไม่ไหวจริง ๆ

ต้องชอบใจเพื่อนและแฟนเพื่อนที่ทำสปาเก็ตตี้ให้กิน 

เป็นสปาเก็ตตี้ที่อร่อยที่สุดในโลก Smiley




Create Date : 21 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2560 17:17:55 น.
Counter : 545 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

LittleEntchen
Location :
Siegen  Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ แอน นะคะ

ตอนนี้เรียนปริญญาโทภาษาเยอรมันที่เมือง Siegen
New Comments