มรกตนาคสวาท : แมวๆ พิคเจอร์

ขอได้รับความขอบคุณจากแมวๆ พิคเจอร์เช่นเคยค่ะ
<<
ตุลาคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
19 ตุลาคม 2548
 
 
..อีกฟากฝั่งของความเชื่อ -- บั้งไฟพญานาค..



อีกฟากฝั่งของความเชื่อ

มรกตนาคสวาท




เธอรู้สึกขนลุกซู่เมื่อเห็นข่าวนั้น ข่าวว่า “บั้งไฟพญานาค” แห่งลำน้ำโขงที่โทรทัศน์ช่องหนึ่งนำเสนอในช่วงข่าวภาคค่ำ เป็นฝีมือของพี่น้องเพื่อนบ้านอีกฟากหนึ่งของริมแม่น้ำเป็นผู้ยิงกระสุนเรืองแสงขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลออกพรรษา
“ไม่จริง” คำแรกพุ่งจี๊ดขึ้นสมองของเธอ เธอแน่ใจว่าตัวเองโกรธ รู้สึกร้อนวูบวาบในลูกตา แต่ก็ไม่สามารถหาคำอธิบายให้กับตัวเองได้ว่า เธอโกรธอะไร โกรธใคร และทำไมต้องโกรธอย่างรุนแรงขนาดนี้
เธอเข้าใจว่าตาของเธอเบิกกว้างตลอดเวลาที่มีการนำเสนอข่าวนั้น ในวันแรก …
และแน่ใจว่าความโกรธกรุ่นอยู่ในใจเธอตั้งแต่ตอนค่ำ ไปจนดึก จนกระทั่งเช้าของวันรุ่งขึ้นที่เธอเดินทางไปทำงาน
วันนั้นทั้งวัน ตลอดเวลางานอันรีบเร่ง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเครื่องจักรที่มีคนตั้งโปรแกรมเอาไว้ โชคดีที่ด้วยตำแหน่งและหน้าที่การงานทำให้ไม่ต้องเกี่ยวข้องพบปะกับผู้คนมากนัก
ความโกรธของเธอก็ยังคงกรุ่นอยู่ในอก วันนั้นทั้งวันเธอแน่ใจว่าเธอเอ่ยปากพูดกับผู้อื่นเพียงไม่กี่ประโยค


ตอนเที่ยงแม่บ้านนำอาหารมาส่งให้เธอในห้องทำงานด้วยท่าทีหวาดกลัวเธออย่างชัดแจ้ง ยิ่งเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองเพราะเจ้าหล่อนเผลอวางช้อนกระทบจานอย่างแรง เจ้าหล่อนก็ถึงกับทำจานกระเบื้องตกลงบนโต๊ะเสียงดัง “เพล้ง” โชคดีนักที่ตกไม่สูงมาก จานจึงไม่แตกหักเสียหาย แต่เสียงเพล้งนั้น ก็ดังสะท้อนก้องไปมาในหูของเธอนับสิบนับร้อยครั้ง
อย่างไรก็ตาม เธอเข้าใจว่าไม่ได้ดุหรือต่อว่าอะไรสักคำ รู้สึกแต่เพียงว่า เธอได้แต่เงยหน้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย
แม่บ้านรีบลนลานไปเปลี่ยนจานใบใหม่มาให้ แล้วรีบเร่งออกไปจากห้องโดยไม่กล้าแม้แต่จะหันหน้ากลับมามองเธออีก


แน่นอนที่สุด เธอย่อมไม่ได้ยินเสียงที่แม่บ้านพูดกับเพื่อนแม่บ้านด้วยกัน
“ฉันกลัว วันนี้นายเป็นอะไรไม่รู้ ฉันเข้าใกล้แล้วรู้สึกร้อนๆ ประหลาดๆ ฉันว่าวันนี้ฉันเห็นนายตาแดง แดงเหมือนลูกไฟ แถมตอนที่ฉันเงยหน้าขึ้นมองแวบแรกฉันรู้สึกว่านายตัวใหญ่ นั่งตัวโตคับห้อง”
“แกจะบ้าเหรอ” เพื่อนแม่บ้านด้วยกันหัวเราะ แล้วว่า “แกมันซุ่มซ่ามให้เขาดุได้ทุกวันน่ะสิ ใครๆ ก็รู้ว่านายดุมาก นี่แกคงโดนดุออกมาล่ะสิ ถึงได้ตัวสั่นเป็นลูกนกอย่างนี้”
“วันนี้นายไม่ได้ดุ ไม่ได้พูดอะไรกับฉันสักคำ ถ้านายดุออกมาเหมือนทุกวัน ฉันคงไม่กลัวอย่างนี้หรอก บอกไม่ถูกนะ แกไม่รู้สึกหรือว่าวันนี้อากาศมันก็แปลกๆ ครึ้มฟ้าครึ้มฝนมาตั้งกะเช้า” หล่อนบอกกับเพื่อน แปลกใจตัวเองที่ยังตัวสั่นและขนลุกไม่หาย
“ก็ฝนมันตกติดๆ กันมาตั้งกะอาทิตย์ที่แล้ว ตั้งกะก่อนออกพรรษา สงสัยจะฝนสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวก็คงหนาว ไปไป ทำงานกันต่อ เดี๋ยวนายรู้ว่ามัวแต่มาสุมหัวคุยกัน มีหวังโดนด่าตายชัก” เพื่อนว่า แล้วลากหล่อนไปทำงานต่อ


แต่ให้ตายสิ ตั้งแต่ตอนนั้นจนเลิกงาน แม่บ้านอดไม่ได้ที่จะหันไปมองประตูห้องนายทุกครั้งที่เดินผ่าน หรือมีธุระที่ต้องทำใกล้ๆ ห้องนั้น
บอกไม่ถูกว่า ความกลัวแบบที่ขนบนสันหลังลุกไล่ไปจนถึงท้ายทอย มันเรียกว่าอะไร แล้วทำไมวันนี้ความรู้สึกนี้ถึงรุนแรงนัก
ที่สุด แม้การเข้าไปเก็บจานข้าวของนาย ก็ต้องให้เพื่อนเป็นคนทำแทน แม่เพื่อนของหล่อนเป็นคนใจแข็ง จึงไม่รู้สึกอะไรมากนัก เพียงแค่ออกมาบอกว่า วันนี้หน้าตานายดุจริงๆ และที่สำคัญนายแทบไม่ได้แตะข้าวที่เอาไปให้เลยแม้แต่น้อย สงสัยนายจะเครียดกับงานจนลืมกินข้าวกระมัง


เลิกงานแล้วสินะวันนี้ เธอเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาด้วยความเคยชินและรู้สึกว่านั่งอยู่กับที่มานาน ไม่ใช่ความรู้สึกเหนื่อย หรือหิว เพียงแต่รู้ว่า ตอนนี้เลิกงานแล้ว
เธอเก็บข้าวของใส่กระเป๋าถือ เดินเข้าห้องน้ำ มองเข้าไปในกระจกแล้วรู้สึกว่าตัวเองหน้าซีด มือเย็น เธอเปิดน้ำ น้ำเย็นๆ สัมผัสมือ เธอรู้สึกดีขึ้น
แต่ความรู้สึกหนักๆ ในอก ความโกรธกรุ่นๆ ยังไม่จางไปจากใจ


ความรู้สึกโกรธแบบนี้เกิดขึ้นกับเธอเมื่อไรบ้างนะ เธอนิ่ง นึกทบทวน
ใช่แล้ว ความรู้สึกนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเธอรู้สึกว่าใครสักคนดูถูก เหมือนเวลาที่เธอมาสมัครงานเมื่อสิบปีก่อน แล้วผู้จัดการฝ่ายบุคคล ถามเธอด้วยน้ำเสียงหมิ่นๆ ว่า “ที่นี่งานหนักมากนะ ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างคุณจะทำได้เชียวหรือ”
คราวนั้นจำได้ว่า ความโกรธมันพุ่งจี๊ดขึ้นไปที่สมอง ไม่ต่างจากความรู้สึกตอนดูข่าวเมื่อคืนนี้
แต่เธอก็คือเธอ ยังคงเงียบ ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ให้ผู้สัมภาษณ์เห็น จำได้ว่าเธอตอบ “หากทางบริษัทให้โอกาสเธอพิสูจน์ฝีมืออย่างเต็มที่ เธอมั่นใจว่าเธอทำงานที่นี่ได้อย่างแน่นอน”
เพราะในความทรงจำของเธอ ไม่มีงานอะไรที่เธอทำไม่ได้ ทุกอย่างมักสำเร็จดังประสงค์ของเธอเสมอมา จนลูกน้องบางคนบอกว่าเธอมีอำนาจพิเศษ ที่สามารถเนรมิตอาวุธวิเศษเข้าต่อสู้กับอุปสรรคได้อย่างไม่น่าเชื่อ
และในการทำงานที่นี่ก็ไม่ต่างกับการทำงานในที่อื่นๆ แต่อย่างใด


เธอกลับมาถึงบ้านตอนค่ำ ยังคงไม่รู้สึกหิวข้าวหรืออยากกินอะไร ทั้งๆ ที่จำได้ว่าวันนี้แทบไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า
เปิดโทรทัศน์ นั่งลงเหมือนรอคอยให้ข่าวนั้นนำเสนออีกครั้ง รู้ว่าความรู้สึกเดิมกำลังจะเกิดขึ้น เมื่อโทรทัศน์ช่องนั้น ยังคงระดมยิงโฆษณาสกู๊ปเรื่องเดิมอยู่ “อีกฟากฝั่งของความเชื่อ”
ข่าวนั้นมาแล้ว นักข่าวยังคงเสนอในประเด็นเดิมอย่างมุ่งมั่น “บั้งไฟพญานาคเกิดจากฝีมือของชาวบ้านฝั่งตรงข้ามกับหนองคายยิงปืนขึ้นฟ้า เฉลิมฉลองเทศกาลออกพรรษา” มีเสียงชาวบ้านและผู้สื่อข่าวหัวเราะเหมือนจะหัวเราะเยาะเสียงฮือฮาของชาวบ้านฝั่งไทย ที่มองเห็นบั้งไฟพญานาคพุ่งจากผิวน้ำในแม่น้ำโขงขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วค่อยๆ จางหายไป
ลักษณะการล่องเรือ ในยามกลางคืน เพื่อยิงปืนที่มีกระสุนเรืองแสงขึ้นไปบนท้องฟ้า ท่ามกลางเสียงเฮฮาอย่างชื่นชมและศรัทธาของคนอีกฝั่ง ที่เชื่อว่า นั้นคือ บั้งไฟพญานาค ไม่ใช่สิ่งที่คนทำขึ้น แต่เป็นพญานาค พญานาคจุดบั้งไฟเพื่อบูชาพระพุทธเจ้าเมื่อเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ต่างหาก
เสียงผู้บรรยายยังคงดังก้องในหูเธอต่อไป ในลักษณะการแฉให้ได้ยินว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น คือ ความเข้าใจผิดของผู้คน แน่นอนว่าเสียงบรรยายนั้นดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของหนุ่มผู้ยิงปืนและนักข่าวผู้ทำข่าวที่ดูเหมือนไม่สิ้นสุดสักทีในความรับรู้ของเธอ


“บั้งไฟพญานาค ไม่ใช่ของจริง” เสียงย้ำของนักข่าวแว่วเข้ามาในหัวของเธอ
เธอโกรธ


โกรธ ……….
ความรู้สึกโกรธพุ่งจี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง
ทำไมต้องโกรธ เธอไม่แน่ใจ แต่เธอกำลังรู้สึกว่าพวกนี้ดูถูก
ดูถูกใคร เธอตอบคำถามนี้ไม่ได้


ดูถูกเธอ หรือพวกพ้องของเธอ หรือดูถูกใครที่เกี่ยวข้องกับเธอหรือเปล่านะ


ในยามนั้นเธอรู้สึกเพียงร่างกายที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะนั่งอยู่ในห้องปรับอากาศเย็นเฉียบ ในห้องพักหรูบนตึกริมแม่น้ำกว้าง
หูแว่วยินเพียงเสียงฟ้าคำรามเปรี้ยงปร้างเบื้องนอก และเสียงฝนที่ตกอย่างรุนแรง
รู้สึกร้อนที่ดวงตา ที่ผิวกาย แสบร้อนและเริ่มเจ็บปวดเหมือนร่างกายจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ


ร้อน ร้อนมาก เธอคงต้องลงไปหาน้ำ ร่างกายเธอต้องถูกน้ำจึงจะเย็นขึ้นและไม่ทุกข์ทรมาน


เธอเปิดประตูระเบียงออกไป สายฝนกำลังสาดลงมาต้องตัวเธอจนเปียกโชก น้ำฝนไหลเข้าตา จนผมเธอลีบติดหนังศีรษะ เสื้อผ้าเปียกแนบลำตัว แต่เธอกลับไม่รู้สึกหนาวเหน็บหรือเยือกเย็นแต่อย่างใด
มีเพียงความรู้สึกเดียวที่สัมผัสได้ในขณะนี้ก็คือ... เพื่อน พี่น้อง คนรู้จักที่ไม่ได้พบกันนาน ยื่นมือออกมารับเธอ และเธอเองก็ยื่นมือออกไปสัมผัสพวกเขาเหล่านั้น
ความรู้สึกในความเป็นมนุษย์ครั้งสุดท้ายของเธอคือ ร่างกายเธอยาวออกไปเรื่อยๆ เธอกำลังล่องลอยไปในอากาศ พร้อมกับพี่น้อง และพรรคพวกของเธอ
เธอรู้สึกว่าเธอกำลังเล่นน้ำฝน เอ๊ะ หรือแท้จริงแล้วเธอต่างหากที่กำลังพ่นน้ำฝนออกจากปาก
ในความโกรธเกรี้ยวของเธอและหมู่พี่น้อง ฝนและน้ำจำนวนมากเท่านั้น ที่จะชะล้างความชั่วร้ายออกจากจิตใจมนุษย์เหล่านี้ คือมนุษย์ที่ดูถูกเผ่าพันธุ์ของเธอ
เหยียบย่ำความเชื่อ ความศรัทธาที่มนุษย์กลุ่มหนึ่งมีต่อเผ่าพันธุ์และพรรคพวกของเธอ
ตลอดคืนนั้น เธอยังคงเล่นน้ำฝน พ่นน้ำฝน จนรุ่งสาง
เมื่อมองลงไปยังพื้นเบื้องล่าง น้ำมากมายกำลังไหลบ่าท่วมท้น มนุษย์พวกนั้นจิตใจหยาบ บาปหนา ไม่มีศรัทธา
มนุษย์เหล่านั้นกำลังตกใจกลัว บางคนกำลังยกมือไหว้ ร้องขออำนาจความศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยเหลือ ให้รอดพ้นจากการชำระล้างด้วยน้ำ
มันสายไปแล้ว สายเกินไป
เธอยิ้มในท่ามกลางสายฝน ยิ้มอย่างที่มนุษย์ใจหยาบเบื้องล่างจะไม่มีวันมองเห็นรอยยิ้มนั้นได้เลย


==1 พ.ย. 2545 20.34 น. ==










Create Date : 19 ตุลาคม 2548
Last Update : 19 ตุลาคม 2548 13:00:57 น. 28 comments
Counter : 1289 Pageviews.

 
ขอบคุณที่เอามาแบ่งปันกันอ่านจ้ะ..


โดย: zaesun วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:2:09:11 น.  

 
แวะเข้ามาอ่านครับ


โดย: ชายคา วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:2:34:46 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ ที่เอามาให้อ่านกันค่ะ คุณแอน



โดย: yadegari วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:3:22:21 น.  

 
แฮะ ๆ ๆ แบบยาวอะ เลยอ่านข้าม ๆ


โดย: กุยแก IP: 61.91.165.39 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:3:52:46 น.  

 
แวะมาทักทายครับ


โดย: Bluejade วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:6:25:14 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณแอน ^^




...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:7:09:35 น.  

 
อ่า นาคาสาว


โดย: นกซิลล่า IP: 202.44.32.11 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:7:57:31 น.  

 
หง่ะ....


น่ากัวอ่าคับป้าแอนนนน


โดย: ตะเกียงลาน วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:8:50:02 น.  

 
เขียนดีค่ะ

แต่เดาได้ตั้งแต่ตอนแม่บ้านคุยกับแม่บ้านอ้ะ น้องแอน


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:9:11:25 น.  

 
แวะมาอ่านค่ะคุณแอน

หวัดดีตอนเช้านะคะ


โดย: Batgirl 2001 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:9:27:20 น.  

 
เขียนได้น่าติดตามมากๆเลยครับ เจ๋ง


โดย: หมาร่าหมาหรอด วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:9:37:41 น.  

 
เขียนดีจังค่ะ

แต่นึกว่าจะได้ดูรูปบั้งไฟด้วยนะคะ


โดย: rebel วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:9:55:49 น.  

 
อิอิอิ...ว่าแล้วเชียว


โดย: NonMai IP: 61.91.93.247 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:10:38:16 น.  

 
หนุกดีค่ะ ..... ขอบคุณนะคะ


โดย: หนูชล วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:11:20:18 น.  

 
อยากดู 15 ค่ำเดือน 11 อีกรอบ


โดย: MTF IP: 202.183.128.199 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:11:52:25 น.  

 
มาอ่านเรื่องสั้น ปีนี้บั้งไฟขึ้นเยอะมั้ยนะ ไม่ได้ดูข่าวอ่ะ


โดย: Mehndi Laga Ke Rakhna วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:13:11:54 น.  

 
อ่านไปก็ชวนขนลุกเลยค่ะ อ่านแล้วมีลุ้น


โดย: JewNid วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:13:19:10 น.  

 
เขียนได้น่าติดตามดีค่ะ
ถึงจะพอเดาได้ตั้งแต่แรก เพราะชื่อเรื่องก็เถอะ
แต่การใช้สำนวนดีจังค่ะ จนต้องอ่านจนจบ
เพิ่งทราบว่าคุณแอนเป็นนักเขียนด้วย


โดย: Black Tulip วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:18:16:30 น.  

 


คิดในสิ่งที่เชื่อ เชื่อในสิ่งที่ทำ


โดย: tenz วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:19:29:54 น.  

 
อ่านแย้ว หนุกๆๆๆๆๆๆ


โดย: FoxyBae IP: 203.130.137.13 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:19:55:35 น.  

 
น่ากลัวอ่า


โดย: สะใจโรคจิต IP: 61.91.182.145 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:19:56:51 น.  

 


โดย: อิอิ IP: 58.10.152.160 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:19:57:29 น.  

 


โดย: zaesun วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:20:43:55 น.  

 
เชื่อในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่เชื่อ


โดย: Angel Tanya วันที่: 20 ตุลาคม 2548 เวลา:1:16:09 น.  

 
ยาวเหมือนกันนะเนี่ย ^__^"

อ่านจบแล้วนะครับ
แต่งได้ดีพอๆกันกับถ่ายรูปเลย


โดย: Ten IP: 61.91.30.54 วันที่: 27 ตุลาคม 2548 เวลา:10:13:52 น.  

 
เข้ามาดูแล้วนะครับ รูปสวยๆเพียบเลยถ้้ากล้องผมหายเมื่อไรจะถ่ายมาให้ดูกันบ้าง ตอนนี้มีี้ีแต่ blog เหงาๆ น่ะครับ //blog.deedeejang.com/Paronya/


โดย: Paronya IP: 161.200.129.103 วันที่: 30 ตุลาคม 2548 เวลา:17:09:54 น.  

 
อ่านเพลินเลยค่ะ


โดย: lin_jong (lin_jong ) วันที่: 2 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:56:55 น.  

 
อ่านจบแล้ว .. น่ากลัวๆ


โดย: แม่มดพันปี วันที่: 23 เมษายน 2550 เวลา:2:47:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 

มรกตนาคสวาท
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




มายาแห่งมาหยา

ยินดีต้อนรับ...

สู่

บล็อกคนชอบถ่ายรูปฝีมือธรรมดาๆ
หน้าตาไม่ดี นิสัยไม่ดี
งานเยอะ ไม่มีเวลาพูดเล่นกับใคร
ไม่ประสงค์จะสนิทสนมกับคนแปลกหน้า




ผีเสื้อ
ชรัส เฟื่องอารมณ์



.....ผีเสื้อตัวน้อยน้อย
บินล่องลอยกลางพนาไพร
โผผินร่อนบินระเริงใจ
คลุกเคล้าดอกไม้ใจชื่นบาน



แสงแดดยามสายสาย
งามพร่างพรายต้องสายธาร
ฉาบทองเมื่อมองแสนตระการ
ผีเสื้อสุขสราญนะเจ้าเอย



***...ท้องฟ้าสีอำพัน
ผีเสื้อสุขสันต์มากเหลือ
เจ้าไม่คิดไม่ต้องหวัง
ดอกไม้ยังกูลเกื้อ
แสงแดดจุนเจือชีวี...



...อยากจะเป็นผีเสื้อตัวน้อย
บินล่องลอยเสรี
สีสันดุจอัญมณี
สุขใดหรือจะมีเช่นผีเสื้อ



***...ท้องฟ้าสีอำพัน
ผีเสื้อสุขสันต์มากเหลือ
เจ้าไม่คิดไม่ต้องหวัง
ดอกไม้ยังกูลเกื้อ
แสงแดดจุนเจือชีวี...



...อยากจะเป็นผีเสื้อตัวน้อย
บินล่องลอยเสรี
สีสันดุจอัญมณี
สุขใดหรือจะมีเช่นผีเสื้อ

... สุขใดหรือจะมีเช่นผีเสื้อ...




เพลงผีเสื้อ




งานที่มีการเขียนลงบน WEB SITE แล้วส่งผ่านอินเตอร์เนตนั้นถือว่าเป็น สิ่งเขียนซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของงานวรรณกรรม ดังนั้นย่อมได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (มาตรา 15) หากผู้ใดต้องการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (มาตรา 27) การดัดแปลงงานจากอินเตอร์เนตเป็นภาษาไทย จึงต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม การคุ้มครองลิขสิทธิ์เป็นการคุ้มครองอัตโนมัติ เจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้สร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิตามกฎหมายลิขสิทธิ์

ที่มาของข้อความ:เว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา







New Comments
[Add มรกตนาคสวาท's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com