้้ ๛IV-Believe In Yourself-IX๛

จะไปซื้อมือถือซักเครื่อง... ต้องทำไงบ้างอะ!?

โทรศัพท์มือถือ นับเป็นสิ่งหนึ่งที่ลูกเล็กเด็กแดง วัยรุ่น วัยทำงาน จวบจนคนเถ้าคนแก่ มีไว้ครองครอง ด้วยเหตุปัจจัยต่าง ๆ มากมาย หลายๆคนอาจจะไม่มีความรู้ด้านนี้ จึงอาจจะเป็นจุดที่ทำให้เกิดปัญหาในภายหลังได้ เพราะปัจจุบัน การที่จะย้อมแมวมือถือซักเครื่องเป็นอะไรที่ง่ายดายมาก หรือเครื่องที่เราได้ อาจจะเป็นหนึ่งในหมื่นเครื่องที่บกพร่องมา เหมือนโดราเอมอนก็ได้ (แป๊ก) ดังนั้น ผมจึงมีแนวทางง่าย ๆ ในการทดสอบมือถือเบื้องต้นที่ร้าน เพื่อให้แน่ใจว่า เราได้ของที่ดีที่สุดมาจริงๆ

1. ร้านที่เราจะซื้อ
-- ถ้าเป็นร้านศูนย์หลักๆ เช่น พวกเทเลวิซ บริซเทล เป็นต้น ร้านพวกนี้เราจะไม่สามารถต่อรองราคาได้ แต่จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าว่าเราจะไม่โดนย้อมแมว
-- ถ้าเป็นร้่านตู้ หรือร้านปลีก ควรจะหาร้านที่เชื่อถือได้จากเพื่อนหรือคนที่เชื่อถือได้ ร้านพวกนี้ราคาจะถูกกว่าที่ศูนย์และสามารถต่อรองได้ ก็แล้วแต่คนอ่ะนะ ก็ดูความคุ้มค่าว่าราคาที่ถูกลง กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น จะคุ้มกันมั้ย
-- ถ้าเป็นร้านขายส่ง ร้านพวกนี้ของจะถูกมากกว่าร้านชนิดอื่น แต่มีมนุษยสัมพันธ์น้อยมาก เพราะเราเป็นแค่ลูกค้ารายย่อย เช่น ร้านดังๆตามมาบุญครอง ซึ่งเราต้องตรวจสอบให้ดี เพราะถ้าเราจ่ายเงินก้าวออกจากร้านของเขาแล้ว นั่นคือจบ มีปัญหาก็เข้าศูนย์อย่างเดียว

2. กล่อง => เมื่อได้มือถือรุ่นที่ต้องการแล้ว (ควรจะมีอยู่ในใจนะ ไม่งั้นอาจจะเบลอได้) กล่องเป็นแค่เปลือกนอก แต่ก็ควรที่จะดูเรียบร้อย ไม่มีรอยงัดแงะ รอยบุบ พลาสติกอยู่เรียบร้อย(เพื่อความสบายใจเบื้องต้น เพราะมันเคลือบได้ชิวชิว)

3. พอเปิดกล่องมา ก็ตรวจสอบของต่างๆว่ามีครบตามที่เราศึกษามามั้ย ทั้งคู่มือ หูฟัง ที่ชาร์จ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เค้าให้มา ว่าต้องครบและถูกต้องตามรุ่น

4. คราวนี้ก็ลองมาดูตัวเครื่อง ว่ามีตำหนิอะไรบ้างมั้ย ถ้ามีอะไรติดอยู่พวกพลาสติกกันจออะไรแบบนี้ ก็อย่าพึ่งไปมือบอนดึงออกก่อนล่ะ เปิดฝาหลังเครื่องดูข้างในว่าด้านในเรียบร้อยดีหรือไม่ ตามรูสกรูมีรอยไขมั้ย แบตเตอรี่ ถูกต้องตามรุ่นหรือไม่ ถ้าเรียบร้อย ก็เปิดเครื่องดูได้เลย

5. อย่างแรกเลย กด *#06# เพื่อเช็กเลข IMEI หรือ serial เพื่อแล้วดูว่าตรงกับข้างกล่องรึป่าว เพราะเลขนี้เป็นเหมือนเลขประจำตัวเครื่องเลยทีเดียว

6. ลองโทรออก รับสาย ดูระบบสั่น ลองฟังเสียงว่าชัดมั้ย แตกมั้ย เปิดลำโพง ปรับความดัง คู่สายไ้ด้ยินเราชัดมั้ย ลองรับส่งข้อความดู เพราะถ้าทำพวกนี้ไม่ได้ จะเรียกว่ามือถือหรอ

7. หน้าจอ => ดูว่ามี dead pixel รึป่าว ดูว่ามีจุดไหนที่ไม่แสดงสีบ้างรึป่าว

8. กล้อง ถ้ามีก็ลองดูว่าโอเคมั้ย ภาพชัดตามมาตรฐานของกล้องรึป่าว ความเร็วในการเก็บภาพมีช้าเกินไปมั้ย

9. เพลง ลองลงเพลง เปิดลำโพง ลองหูฟัง ว่าเรียบร้อยดีมั้ย มีแตกมากไปรึป่าว fm ก็ลองดูว่ารับสัญญาณอะไรเรียบร้อยมั้ย

10. ถ้ามี bluetooth หรืออินฟราเรด ก็ให้ลองรับส่งดูกับเครื่องอื่น หรือกับเจ้าของร้านก็ได้

11. เมมโมรี่ ก็เปิดดูว่าหน่วยความจำตรงกับที่เค้าให้มามั้ย

12. ถ้าเป็นพวก symbian ก็ให้ลองรันโปรแกรมดู อาจจะให้ที่ร้านลองลงแล้วเล่นดูก็ได้ ว่ามีปัญหามั้ย ถ้าเป็น java ก็ให้ลองลงดูเหมือนกัน

13. ลองรันเมนู เข้าๆ ออกๆ เร็วๆดู ว่ามีค้าง มีติดขัดอะไรรึป่าว

14. ปุ่มกด ก็ดูด้วยว่ามีปุ่มไหนผิดปกติไปหรือไม่ เช่น กดไม่ลง กดแล้วติดขัด กดแล้วไม่ทำงาน หรือทำงานช้า

15. ก็ลองเปิดดูส่วนอื่นๆตามความพอใจ ถ้าต้องการมือถือไปต่อเน็ตก็ควรลองต่อเน็ตดูเสียตรงนั้นเลย

สุดท้าย ให้จำไว้ว่า เราเป็นลูกค้า และเรามีสิทธิที่จะขอเปลี่ยนเครื่องที่ดูได้ หากไม่พอใจในเครื่องที่ดูอยู่ เพราะตอนนี้อำนาจยังอยู่ที่เรา เพราะเงินยังอยู่ที่เรา (แต่ไม่ใช่ไปทำของเค้าหล่นนะ) เรามีสิทธิที่จะเลือกที่จะดูสินค้าที่เราจะซื้อไป

ที่สำคัญ ให้คุยเรื่องประกันให้แน่ชัด ว่าสามารถเปลี่ยนเครื่องคืนได้ในกี่วันหากมีปัญหาอย่างไรบ้าง มีประกันเครื่องกี่เดือน ถ้ามีปัญหาให้ไปที่ไหน ถามให้แน่ชัดไปเลย ถ้าเนียนๆหน่อยก็เอาไอเครื่องที่พึ่งไ้ด้มาเนี่ย อัดเสียงไว้ 555

หลังจากที่จ่ายเงินแล้ว ก็ขอใบเสร็จอะไรให้เรียบร้อย ให้คนรับเงินลงชื่อและวันที่ด้วยนะ อ้อ ตอนลองกล้องก็ถ่ายให้ติดร้าน ติดคนขาย แต่อย่าให้ดูตั้งใจจนน่าเกลียดนะ

หลังจากนั้น ก็พยายามดูแล ประคบประหงมมันหน่อยในช่วงที่คืนเครื่องได้ เพราะถ้ามีปัญหาที่ไม่ได้เกิดจากเรา เราจะได้คืนเครื่องได้ และรักษาสภาพเดิมของเครื่องไว้ก่อน

เมื่อหมดระยะประกันคืนเครื่องแล้ว เราก็จะสามารถที่จะแกะพลาสติกตามส่วนต่างๆ อย่างสบายใจ และก็อาจจะหาปลอกซิลิโคน ปลอกพลาสติกมาใส่ ตามความชอบ และถ้าให้ดีหาสติ๊กเกอร์ใสมาติดที่หน้าจอหน่อยก็ดีนะ

สุดท้าย ก็ขอให้ทุกคนมีความรอบคอบในการตัดสินใจที่จะเลือก ซื้อมือถือซักเครื่อง เพราะคนส่วนใหญ่ที่ผมเจอ ยังไม่สามารถใช้งานมือถือที่มีได้เต็มประสิทธิภาพมากนัก ดังนั้น ก่อนที่เราจะเลือกรุ่นที่แพงกว่า ขอให้คิดถึงความเป็นจริง สมมุติว่าเรามีเจ้าเครื่องนั้นในมือแล้ว เราจะสามารถใช้ไอสิ่งที่เราเสียเงินเพิ่มได้คุ้มค่ารึป่าว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านทุกท่าน คงจะได้สาระจากบทความนี้ไป ไม่มากก็น้อยนะครับ ขอบคุณครับ

ปล. ขอขอบคุณ ซุป ที่ทำให้ผมคิดที่จะเขียนบทความนี้ขึ้นมา

หากผู้อ่านมีอะไรที่จะตำหนิ ก็ขอให้ช่วยบอกเพื่อที่ผมจะได้นำไปปรับปรุงในบทความต่อไปครับ




 

Create Date : 16 มีนาคม 2551    
Last Update : 16 มีนาคม 2551 23:48:55 น.
Counter : 381 Pageviews.  

เขียนคำนำหรือ... ง่ายนิดเดียว

หลายๆคนคงจะเคยประสบปัญหาในการเขียนคำนำของรายงาน ซึ่ีงเราอุตสาห์ลำบากลำบน ตั้ง busy ในเอมไว้ แล้วไปหาเนื้อหารายงานในอินเตอร์เน็ต เมื่อพบแล้วก็ Copy แล้ว paste ลง word ปรับฟอนต์ ปรับหัวข้อ ตรวจดูผ่าน ๆ อีกรอบ เสร็จ เฮ้อ เกือบตายแน่ะ ใช่มั้ย พรุ่งนี้ส่งแล้วหนิ

ทีนี้ ทำไงต่อล่ะ เหลือแต่รูปเล่มใช่ป่าว ทำปกหน้าก่อนเลย (ดีๆไม่ดี ต้องทำผักชีให้หน้ากินนานกว่าอาหารอีกนะนี่) คราวนี้มาถึงเรื่องยากล่ะสิ เขียนคำนำยังไงดีหวา ลอกเค้ามาก็ไม่ได้แล้ว… ผมมีแนวทางดีๆ สำหรับการเขียนคำนำที่ผมใช้ แล้วก็เขียนคำนำได้อย่างรวดเร็ว แต่จะโอเคมั้ย นั้นก็อีกเรื่องนึง เพราะเวลาส่งรายงานไป ก็บ๊ายบาย หายไปเลยทีเดียว

ย่อหน้าแรกเลย ต้องบอกว่า ทำไมเราถึงต้องมาทำรายงานเล่มนี้ เราก็ว่าไปเลย รายงานฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิชานี้ๆๆๆ มีจุดมุ่งหมายอะไร ก็ว่าไป ถ้ายังดูน้อยอยู่ ก็ใส่ ซึ่งเราได้ไปศึกษาค้นคว้ามาจากไหนก็ว่าไป

มาย่อหน้าที่สอง เราก็เขียนถึงเนื้อหาภายในรายงานเช่น รายงานฉบับนี้ ประกอบด้วยเรื่องของอะไรก็ว่าไปที่เราได้ลอกเค้ามา ไม่ต้องเอามาหมดทุกเรื่อง เอามาแค่เรื่องเด่นก็พอ แล้วอาจจะยกตัวอย่างเนื้อหา แบบ หัวใจของเรื่อง หรือจุดที่สมมุติว่าเราเป็นคนอ่าน แล้วน่าจะหยิบรายงานเล่มนี้มาอ่านดูน่ะ

จุดสำคัญอีกจุดในการเขียนคำนำคือ ระดับภาษาที่ใช้ในรายงานนั้น ๆ ถ้าเป็นรายงานเรื่องที่เนื้อหาไม่วิชาการมากนัก ภาษาที่ใช้เขียนคำนำก็อาจจะให้ดูเป็นกันเองกับผู้อ่านหน่อย เพราะคำนำ ก็คือ สิ่งที่บอกภาพรวมของรายงาน ว่ารายงานนี้นะ มีอะไรที่ควรค่าให้คนอื่นได้มาอ่านบ้าง ก็ทำนองนี้อ่ะ

จุดที่บอกภาพรวมของเรื่อง จะเป็นใจความหลักของคำนำ ซึ่งก็ควรจะเป็นส่วนที่มีเนื้อของคำนำมากที่สุด ก็คล้าย ๆ เรียงความนั่นแหละ

เขียนไปเขียนมา จะปิดคำนำยังไงล่ะ ทีนี้

ย่อหน้าสุดท้าย เราก็เขียนขอบคุณ ประมาณว่า ข้าพเจ้าขอขอบคุณ ใครก็ว่าไป ที่ทำให้รายงานฉบับนี้สำเร็จด้วยดี ต่อไปก็อวยพร… ข้าพเจ้า(คณะผู้จัดทำ)หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อใครก็ว่าไป เช่น ต่อข้าพเจ้า ต่อผู้ต่อการที่จะศึกษาข้อมูลในรายงานนี้ เป็นต้น

แล้วจุดสำคัญในต่อท้ายก็คือ ไม่ต้องบอกว่า หากรายงานฉบับนี้มีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ตรงนี้ไม่ต้องใส่เลย เพราะอ.จะไม่ค่อยชอบ บอกว่ามันเชย ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ จะ 4 3 2 1 0 ร มส ทุกอย่างอยู่ในกำมืออ.หมด ^^”

ทีนี้ก็มาถึงตอนสุดท้าย การลงชื่อและวันที่ ถ้าหากว่าเป็นคนเดียวก็ใส่ชื่อเราลงไปเลย ไม่ต้องมีีคำนำหน้าชื่อ แล้วก็วันที่ เขียนวันที่ ชื่อเดือน ไม่ต้องมีคำว่าเดือน แล้วปี ไม่ต้องใส่พ.ศ.หรือค.ศ. หรือฮิลเราะห์ จุลศักราชอะไรก็ไม่ต้องใส่ เอาแต่ตัวเลขพอ อักษร ภาษาที่ใช้ก็ให้เหมาะกับรายงาน ไม่ใช่รายงานอังกฤษใส่ 2551 มา

ตัวอย่าง…

สมานฉันท์ กันนะ
23 ธันวาคม 2551

เป็นต้น

แค่นี้คำนำของรายงานเราก็เสร็จเรียบร้อย ใส่สัน ใส่ปกใสให้สวยงาม ส่ง…

ปล. ทั้งหมดนี้คิดมาเอง มีอะไรเพิ่มเติมก็แนะนำด้วยนะครับ
ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบล็อกนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ทำรายงานอยู่ ทุกท่านนะครับ ^^





 

Create Date : 05 มกราคม 2551    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2551 8:58:03 น.
Counter : 1672 Pageviews.  

++++! l-lappY NeW YeaR 2007!++++::: 365 ข้างหน้ากับทางเลือกของชีวิต:::

สวัสดีปีใหม่ 2551 ทุกคนครับ

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการพักผ่อนในช่วงปีใหม่อย่างปลอดภัยนะครับ ในปีนี้ทำอะไรก็ขอให้สำเร็จดังที่คาดหวังโดยชอบ มีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย หน้าที่การงานการเรียน ครอบครัว ประสบความสำเร็จด้วยดี ครับ

ปีนี้ ผมมีเป้าหมายที่จะต้องทำให้ได้ คือ
- ทำมายแมพสรุปเนื้อหาภาพรวมของแต่ละวิชา แล้วไล่อ่านไปเรื่อยๆ
- อ่านหนังสือเรียนให้ได้ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต
- คู่มือที่มีอยู่บนตู้ตอนนี้ ทุกเล่ม ทุกหน้า ทุกข้อ จะทำให้หมดให้ได้
- จะพยายามทบทวนเรื่องที่เรียนใหม่
- คอมจะทำงานน้อยลง
- ร้านวินนิ่งจะขาดลูกค้าหลักไปอีกหนึ่งคน (แต่จะมาเป็นขาจร ^^ )
- ดูบอลตามอัตภาพ(ดูฟรี เท่าที่มีให้ดู) เฉพาะหงส์แข่ง
- ตั้งใจอ่านหนังสือเวลาสอบเก็บคะแนน สอบมิดเทอมและไฟนอลมากขึ้น
- ส่งงานตรงเวลา ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ไม่ชวนเพื่อนต่อทีม

หากว่าทำได้ตามเป้าหมายหรือพยายามอย่างจริงจัง ก็ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ผมประสบความสำเร็จในการเรียนและการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
และหากผมไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย ก็ขอให้ประทานแรงบันดาลใจและความมุมานะ พยายาม ให้แก่ผมด้วยเถิด สาธุ

สุดท้ายนี้ ก็ขอให้เพื่อนๆที่เหลือเวลาเตรียมตัวสำหรับการสอบอีกปีเดียว เช่นเดียวกับผม ให้ตั้งใจอ่านหนังสือกันมากๆ และสำเร็จตามที่หวังกันนะครับ

สวัสดีปีใหม่ทุกคนที่แวะมาครับอีกครั้งครับ ^^




 

Create Date : 30 ธันวาคม 2550    
Last Update : 1 มกราคม 2551 17:45:23 น.
Counter : 217 Pageviews.  

Tหลังอย่าทำ

เมื่อวาน ผมขับรถมอไซค์ซ้อนเพื่อนจากหมู่บ้านวังหงส์ และมีเพื่อนผมอีกคันนึง ไปดูหนังที่ลี พอออกจากซอยข้างวัดคอหงส์ ก็จะออกสู่ถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นถนนใหญ่ ห่างจากปากซอยประมาณ 100 เมตร จะมีจุดวนรถกลับ

เมื่อผมมาถึงที่จุดเลี้ยวรถ มีมอไซค์อยู่่คันนึง รอเลี้ยวอยู่ ผมมองไปทางรถที่สวนมา มีรถมาไกลๆ ผมจึงปล่อยรถไหลตีโค้งวงนอก อ้อมมอไซค์ที่รออยู่เหมือนกัน เพราะคิดว่าเค้าก็จะเลี้ยงรถกลับ ทางโค้งในได้

แต่เค้ากลับจะย้อนศรเข้าซอยที่อยู่ไม่ไกลจากจุดเลี้ยวรถ ทำให้รถเค้ามาชนที่กลางรถผม ซึ่งเค้าก็เบรก แต่ก็มีกระแทกเล็กน้อย แต่ไม่ได้ล้ม ฝ่ายนู้นเป็นผู้หญิงขับ ซ้อนกันมา 2 คน หัวรถมอไซค์ของคู่กรณี บริเวณกระบังล้อหน้ามาชนที่ข้อเท้าผม เล่นเอาเจ็บไปทั้งวันเลย

ในตอนชน ผมก็ตกใจ และก็บอกขอโทษเค้า แต่แวบต่อมาหลังจากมองสภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราไม่ผิดนี่หว่า ผมมองฝ่ายนู้น เค้ากลับทำหน้าไม่พอใจใส่ซะอีก แต่ก็ช่างมัน และผมก็ออกรถไป

แม้ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่การทำผิดกฏจราจร อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ได้ จึงอยากให้ทุกคนขับรถปฏิบัติตามกฏจราจรกันหน่อยนะครับ อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ หรือธรรมดา เพราะใครๆก็ทำกัน อย่าเห็นแก่ความสะดวกส่วนตน อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ

ปล. วันนี้หายเจ็บข้อเท้าละ ^^ เรื่องนี้ไม่ได้บอกพ่อกะแม่เลย เพื่อความสงบของทั้งสองฝ่าย กลายไม่รู้ในบางอย่างก็เป็นเรื่องดี เช่น ฟิสิกส์เต็ม 20 ได้ 10 เป็นต้น ^^




 

Create Date : 30 ธันวาคม 2550    
Last Update : 30 ธันวาคม 2550 13:57:37 น.
Counter : 204 Pageviews.  

26 ธันวาคม 2550 :::: 17 ปี 1 วัน

เหลือเวลาอีก 15 นาที ก็จะเที่ยงคืนละ แต่อยากเขียนให้ลงวันนี้ ต้องเร่งหน่อยละ เอ๊ะ ไม่ต้องก็ได้นี่นา ถ้าเขียนไม่ทัน ก็ลงไปก่อน แล้วค่อยมาเพิ่มเติมก็ได้นี่นะ งั้นค่อยๆเขียนไปละกัน ^^ แต่เปิดแอร์ห้องนอนทิ้งอยู่ เสียดายไฟจัง...

เมื่อวานก็วันคริสมาสต์ ก็คิดว่าทุกคนต่างก็มอบคำอวยพร ความรู้สึกดี ความรัก และรอยยิ้มให้แก่กัน เมื่อวานนอกจากเป็นวันคริสมาสต์แล้ว ก็เป็นวันคล้ายวันเกิดของผม และก็อีกหลายๆคน ในบล๊อกแกงค์นี้ ถ้าไม่ติดว่าวันนี้มีสอบสองวิชาหลัก ที่ทำให้ผมต้องเสียเลข 4 ไป คือ ไทยกะชีวะ ซึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวังสำหรับวันนี้ สองวิชานี้ทำให้เมตริกซ์ของเลขเสริมวิชาแรก เป็นของง่ายไปเลย - - ผมก็คงจะเข้ามาอัพบล๊อกนี้ตั้งแต่เมื่อวานในวโรกาสที่แก่ขึ้นอีกปี แล้วก็เข้าไปอวยพรอีกหลายๆคนที่มีวันคล้ายวันเกิดวันเดียวกับผม แต่ก็ขออวยพรให้ทุกคนที่มีวันคล้ายวันเกิดวันเดียวกับผม และเซอร์ไอแซค นิวตัน ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย และสำเร็จผลตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้โดยชอบทุกคนครับ

และก็ขอขอบคุณทุกคนที่มาอวยพรวันเกิดให้เมื่อวานมากๆเลยนะครับ ปีนี้เป็นวันเกิดที่ดีที่สุดตั้งขึ้นมัธยมเลยทีเดียว...

ตั้งแต่ตีห้าโดยประมาณ ผมสลึมสะลือ (เขียนถูกป่าว) ขึ้นมาเพราะเสียงริงโทนดังเข้ามา แม่เฒ่าผมโทร.อวยพรจากทุ่งสงเป็นคนแรกเลยครับ ^^ แล้วก็ได้รับข้อความจากพี่ของพี่รหัสที่จบไปแล้ว กะของเพื่อนเอ๋อีกคน ตอนค่ำๆก็ได้จากน้องรหัสอีกคนนึง

เมื่อวานทั้งบ่าย ผมก็ใช้ความพยายามอย่างมากที่จะอ่านหนังสือ - - ซึ่งก็จบด้วยการอ่านไทยผ่านๆรอบนึง กะอ่านศัพท์นิดหน่อย ซึ่งก็ออกมาคำนึง อรรณเวศ แปลว่า มหาสมุทร ^^ แล้วก็อ่านเรื่องกฏคราเมอร์ของเมตริกซ์ที่ใช้แก้ระบบสมการเชิงเส้น ซึ่งมันก็ออกมาสองข้อ วิธีทำด้วยข้อนึง (ถ้าไม่ได้อ่านนะ ตายแน่ๆ ) ส่วนชีวะก็เดาใจอ.ไม่ถูก ก็อ่านแบบแหว่งแหเลย

พอตอนเย็น ผมก็อาสาออกไปรับน้องที่โรงเรียนมอ.ว. ซึ่งผมก็ไม่เคยเข้าไปที น้องผมมันไปทัศนศึกษา แล้วจำได้ว่าใส่กางเกงพละ เลยนึกว่ามันใส่ชุดพละ ผมไปถึงก็เดินหา เจอเพื่อนเก่าสองสามสี่ห้าคน ^^" เดินจบทั่วโรงเรียน จนเริ่มกังวลกับสายตาเด็กในโรงเรียนที่มองมา เอ๊ะ ไอนี่จะมาวางระเบิดโรงเรียนป่าววะ

ในที่สุด รถบัสก็เข้ามาจอด และมีเด็กใส่ชุดสีลงกันมา ในมือมีดอกไม้ประดิษฐ์คนละดอก ผมก็คิดว่า น้องผมน่าจะพึ่งมา (หลังจากเดินไปมาอยู่ 20 นาทีไ้ด้ ) แล้วผมกับน้องก็กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ เฮ้อ จะดีใจหรือเสียใจดีนะ ที่ไม่ได้เจอเธอที่โรงเรียน

พอผมกลับถึงบ้้าน แม่ผมก็บอกว่าจะออกไปซื้อของกะกดเงิน ผมก็ไม่ได้คิดอะไร ก็นั่งดูหนังที่เคเบิลเปิดให้ดูตามยถากรรม ซักพักแม่ผมก็กลับมา พร้อมของขวัญใบใหญ่กล่องนึง ซึ่งทำให้ผมเซอร์ไพรซ์ไม่น้อยเลย แม่ผมให้กระเป๋าตังใหม่ อันนี้ชอบมากๆเลย แล้วก็นาฬิกาแขวนกะของตั้งโชว์ ที่ขยับได้เมื่อโดนแสง ซึ่งผมเลือกที่จะวางไว้บนโต๊ะทำงานผม ใช้ฟลูออเรสเซนต์จ่อ ถึงจะยอมขยับ ^^ ไว้วันหลังจะเอารูปของทั้งหมดมาโชว์

แล้วครอบครัวผมก็ไปทานสเต๊กที่ร้าน BKK ไปเลือกของขวัญปีใหม่ของน้อง (ซึ่งก็นานไม่ใช่เล่นเลย) แล้วก็ปิดท้ายด้วยไอติมร้านแดงในคาร์ฟูหน้าปากซอย ก็เป็นวันที่ดีวันนึงเลย ^^

ปีนี้ ก็เป็นปีสุดท้ายแล้วก่อนที่ผมจะกลายเป็นผู้ใหญ่ตามกฏหมาย ซึ่งใจนึงก็อยากให้ถึงเร็วๆ เมื่อนึกถึงประสบการณ์และอิสระใหม่ ๆ แต่อีกใจนึงก็คิดว่า ช่วงชีวิตอีกช่วงนึงของเรา กำลังจะผ่านไปแล้ว...

ปีใหม่คงต้องวางแผนอ่านหนังสือบ้างแล้ว และหวังว่าเมื่อผมอายุ 18 ปี ผมคงจะเอนตรงติดกะเค้าซักที่ และก็มีคะแนนพื้นฐานวิศวะสวยๆ ^^ อีกซักอย่าง เป็นกำลังใจ ในการก้าวสู่ทางแยกที่จะตัดสินชีวิตก้าวต่อไปของผม...

ขอบคุณ คุณพ่อ คุณแม่ ที่เลี้ยงดู และสร้างผมให้มีวันนี้
ขอบคุณ เพื่อนๆ พี่น้อง ที่อวยพรวันเกิดให้
ขอบคุณ เพื่อนๆบล๊อกแกงค์ทุกคน ที่แวะมาเยี่ยมเยียน

ก้าวต่อไป... สู่ลานเกียร์ วิศวะ จุฬา




 

Create Date : 26 ธันวาคม 2550    
Last Update : 27 ธันวาคม 2550 0:32:13 น.
Counter : 359 Pageviews.  

1  2  3  4  

winos
Location :
สงขลา Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บล็อกนี้ ก็ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก หลักๆก็อยากจะหาเรื่องมาลง หรือมาเขียนไว้ให้ทุกคนได้อ่านกัน เหมือนกับพ๊อกเก็ตบุ๊กเล่มนึง นึกเรื่องไรได้ก็เขียนไปเรื่อยๆ

ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาเยี่ยมในบล๊อกนี้ครับ


สถิติเว็บไซต์

Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add winos's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.