Group Blog
 
All blogs
 
ดนตรีนำทาง (จุ๋ย จุ๋ยส์)





จุ๋ย-สุทธิพงศ์ สุทินรัมย์-จุ๋ย จุ๋ยส์ หนุ่มโคราชที่ขึ้นเหนือมาเล่าเรียนถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะวิจิตรศิลป์ แต่ด้วยความตั้งใจและความสามารถทางดนตรีทำให้ชีวิตของชายผู้นี้ต้องขึ้นเหนืออีกครั้งและไม่ใช่ทิศเหนือเหมือนก่อน แต่เป็น ‘เหนือชั้น’

Chang draught journey to Glastonbury Festival เป็นโครงการที่จัดขึ้นเมื่อปีที่แล้วคือ โครงการหาสองนักดนตรีรุ่นใหม่ร่วมไป Glastonbury Festival เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก ณ ประเทศอังกฤษ เป็นเวลาสามวันสามคืนร่วมกับ T-Bone “ตอนนั้นผมเล่นดนตรีสดคนเดียวมานานหลายปี แล้วพอดีรู้จากนิตยสารHIP มีลงว่าเป็นงานเกี่ยวกับการแสดงความสามารถคนเดียว เขาบอกอยากได้แบบone man performance ก็สนใจเลยลองประกวดดู โดยที่รู้สึกว่ามันตรงกับทางตัวเอง ถ้าเกิดไม่ตรงก็คงไม่ประกวดเพราะไม่ชอบประกวดอะไรออยู่แล้วก็เลยลองดูครับ”สุทธิพงศ์เล่าถึงจุดเริ่มต้น

แล้วสุทธิพงศ์ก็ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสองคนนั้น...

แม้การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้ไปในฐานะศิลปินที่ร่วมแสดงดนตรีบนเวทีอย่าง T-Bone หรือเสก-Loso ที่เคยได้รับเชิญให้ร่วมแสดงในเทศกาลนี้มาแล้ว แต่การเดินทางครั้งนี้ในฐานะของผู้ชมก็ให้อะไรกับสุทธิพงศ์ไม่น้อย “รู้สึกดีครับเพราะว่ามันเป็นงานดนตรีที่ยิ่งใหญ่ คือใจก็คิดไว้แล้วว่ามาครั้งนี้ต้องคุ้มแน่ๆ ได้ดูดนตรีที่อยากดูมากๆ เพราะมีหลายๆวงที่เป็นวงต่างประเทศระดับโลกทั้งนั้น พอได้ไปดูก็รู้สึกคุ้ม... คุ้มมากๆ”

แต่ก็ใช่ว่าสุทธิพงศ์จะไปดูชมเพียงอย่างเดียวเขายังได้มีโอกาสได้แสดงดนตรีที่ร้านไทยในลอนดอนอีกด้วย แม้เขาเองจะออกตัวก่อนว่าผู้ชมกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็นนักเรียนไทยที่เรียนอยู่ที่นั้นแต่ก็เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่สุทธิพงศ์ได้โกอินเตอร์ก็ไม่ผิดนัก

“คนไทยที่นั่นคงจะคิดถึงเพลงไทยอยู่แล้วแหละเพราะอยู่ที่อยู่ตรงนั้นคงไม่ค่อยได้ฟัง อาจจะได้ฟังบ้างแต่ไม่ได้ฟังจากดนตรีสด พอเราเล่นดนตรีสดแล้วเป็นเพลงไทยให้เขาฟัง เขาก็รู้สึกชอบ ดีใจ อิ่มเอม สนุกสนานกันมาก วันนั้นรู้สึกเล่นไปประมาณสองเกือบสามชั่วโมงได้”เขาเล่าด้วยยิ้มที่ปิติ

ซึ่งการแสดงครั้งนั้นเป็นเหมือนการต่อยอดหรือเติมเชื้อไฟทางดนตรีให้แก่เขาและเป็นเสมือนแรงบันดาลใจที่ทำให้ทั้งเขาและคนดูประทับใจร่วมกันเสมอมา “มีอีกสองโชว์ที่น่าจดจำครับตั้งแต่เล่นดนตรีมา ครั้งแรกก็คือโชว์ครั้งแรกเลยในชีวิตที่เล่นดนตรีมาก็คือตั้งแต่สมัยปวช. แล้วก็มีอีกโชว์ที่ประทับใจก็คืองานFat Fes’โชว์เหนือที่ผ่านมารู้สึกประทับใจเพราะเป็นโชว์ที่คนดูเยอะที่สุดแล้วรู้สึกอบอุ่นแม้จะเล่นไม่กี่เพลงแต่รู้สึกว่าช่วงเวลานั้นมันคุ้มมากๆ คนดูรู้สึกสนุกไปกับเราๆก็มีความสุข”

ย้อนถึงความสนใจทางด้านดนตรี สุทธิพงศ์หัดเล่นกีต้าร์อย่างจริงจังเมื่ออายุสิบห้าปีหรือช่วงที่เรียนปวช. เป็นช่วงที่เขาฟังดนตรีมากขึ้น โดยได้แรงบันดาลใจจากวงดนตรีแนวกรั๊จน์ร็อคแหกคอกระดับโลกอย่าง...

“Nirvana คือวงจุดประกายหลักๆเลยครับ Kurt Cobain นี้เวลาเขาเล่นกีต้าร์ ในวีดีโอแสดงสด และอย่างในเพลง ก็คิดว่าสนุกดีก็เลยคิดจะหัดกีต้าร์อย่างจริงจัง ก็เลยเริ่มเล่นกีต้าร์มาตั้งแต่ตอนนั้นเลย”

ซึ่งอีกหลายปีต่อมาสุทธิพงศ์ ก็ได้ทำเพลงร่วมกับเพื่อน(แอร์-ณิชาภา จิตตลีลา)ที่เป็นเจ้าของค่าย ‘ฮก ล๊ก ซิ่ว’ที่เชียงใหม่ด้วย ชื่อชุด ‘The Devine Comedy’เพื่อไปขายในงานFat Fes’ครั้งที่ 6

จนถึงตอนนี้สุทธิพงศ์มีอัลบั้มE.P.ออกมา โดยมีชื่ออัลบั้มว่า ‘จุ๋ย จุ๋ยส์’ โดยมีโปรดิวเซอร์อย่าง ‘รังสรรค์ ราศี-ดิบ’ และมี HIP,Chiang Mai เป็นExecutive Producer ให้

ส่วนเนื้อร้อง,ทำนอง,เรียบเรียง,คอรัส,เบส,กลอง,กีต้าร์ และแน่นอนที่สุดนักร้อง-สุทธิพงศ์รับหน้าที่ทั้งหมดด้วยเหตุผลที่ว่าอยากให้เป็นตัวเองที่สุด “ไป Glastonbury กลับมาเลยอยากจะต่อยอดจากที่ไปดูดนตรีมาแล้วเราก็น่าจะนำมาทำอะไรกับเราบ้าง ไม่ใช่ดูมาแล้วก็หายไปเลยก็เลยคิดที่จะทำอัลบั้ม และเป็นการทดสอบศักยภาพว่าเราทำได้แค่ไหน”

จึงเกิดเป็นอัมบั้มที่มีเพลงแปลกแหวกแนวอย่างเพลง-อย่าขี้โม้ “เดี๋ยวนี้กระแสเพลงอย่าง J-pop หรือK-pop มาแรงมากในปีที่ผ่านมา คือวัยรุ่นส่วนมากจะชอบอะไรพวกนั้น ผมก็เลยอยากจะขำๆแบบเล่นๆ แต่ไม่ได้แต่งเป็นภาษาอะไรนะ จะไปตรงกับอะไรก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจ” โดยความหมายของเพลงจะแฝงคำไทยไว้อย่างประโยคที่ร้องว่า‘อย่าขี้โม้’เหมือนกับชื่อเพลงซึ่งมีนัยยะแสดงถึงความไม่จริงใจที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันและด้วยจินตนาการบวกกับความสามารถของเขาจึงทำให้เพลงนี้ลงตัวมากทั้งคำร้องและท่วงทำนองทั้งๆที่ภาษาที่ร้องจงใจให้เหมือนภาษาญี่ปุ่นแต่ไม่ได้มีความหมายแต่อย่างใด มีเพียงประโยคๆเดียวเท่านั้นที่มีความหมายนั่นคืออย่าขี้โม้นั่นเอง

และเพลงอย่าง Circle Life แสดงถึงชีวิตที่เข้าใจโลกของสุทธิพงศ์ “เป็นการแต่งแบบให้คนโดยรวมได้เข้าใจ ไม่ใช่มาจากผมคนเดียว มาจากเพื่อนด้วย มาจากคนที่รู้จักและไม่รู้จัก คือเพลงนี้ไม่ได้เป็นเพลงที่ให้กำลังใจหรือลุกขึ้นสู้แต่เหมือนเป็นเพลงที่ให้เราปลงมากกว่า ก็คือเป็นนานาจิตตัง ของทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่คงทน”

ปัจจุบันสุทธิพงศ์ยังคงเล่นดนตรีประจำอยู่ที่ร้านลานกรวด จังหวัดเชียงใหม่ ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่บนถนนสายดนตรีมานานเกือบสิบปีแต่ถนนสายนี้ก็ไม่เคยทำให้เขารู้สึกเบื่อเลย มีแต่จะให้เขาพัฒนาตัวเองและแสดงความเป็นตัวตนของเขามากขึ้น “ดนตรีให้อะไรเยอะนะครับ อย่างหนึ่งที่ได้เลยคืออาชีพ อาชีพที่เล่นกลางคืนนี่เป็นอาชีพของนักดนตรีและเป็นอาชีพของศิลปินที่ทำให้ได้เงินแต่คนกลับมองว่าคนที่เล่นกลางคืนไม่ใช่ศิลปินนอกจากออกเทป”

“อีกอย่างเหมือนเป็นการต่อความคิด เหมือนกับว่าพอเราได้แต่งเพลงเราได้มานั่งศึกษาเพลงของเราเอง พอได้มาศึกษาเองเราก็มีการพัฒนาเรื่องของความคิดต้องต่อยอดว่าจะบอกอย่างนี้ดีไหมหรือว่าจะบอกอย่างตรงๆหรือแยบยล”

และเมื่อถามถึงว่านอกจากได้รับแล้ว เราควรให้อะไรกับดนตรีบ้าง แม้เขาเองจะบอกว่าเป็นคำถามที่ตอบยาก แต่สุทธิพงศ์ก็พูดได้อย่างน่าสนใจไม่ว่าจะในฐานะของคนเล่นดนตรีกลางคืน,ศิลปินหรือแค่คนๆหนึ่ง

“พยายามสร้างมาตรฐาน ไม่อยากให้ดนตรีบ้านเรามันเป็นอะไรที่แบบพื้นๆ อยากให้เป็นอะไรที่สูงส่ง คือเวลาเราทำดนตรีอะไรมาเนี่ย คนเรามักคิดแค่ว่าแต่งเนื้อมานิดหนึ่ง ใส่ทำนองมานิดหนึ่ง มีตังค์หน่อยเข้าห้องอัด โปรโมทดีๆ เออมันก็เป็นดนตรี เราก็สร้างคนนี้เป็นศิลปินได้แล้ว สุดท้ายก็ได้ตังค์คืนมา แต่ผมไม่อยากให้คิดอย่างนั้นครับ อยากสร้างสรรค์งานเพลงที่เพิ่มคุณค่าให้เพลงไทยให้มันพัฒนาสูงขึ้น ให้มันมีมาตรฐานที่สูงขึ้น ไม่ใช่ให้มันอยู่กับที่หรือให้มันต่ำลง ซึ่งผมก็จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้”

‘Negative Thinking But Positive Doing’-เป็นคำโปรยด้านหลังของอัลบั้มจุ๋ย จุ๋ยส์ที่อ่านแล้วเข้าใจได้ไม่ยากแต่คนอย่างเราๆจะทำได้รึเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งอย่างน้อยสุทธิพงศ์ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ถ้าทำด้วยความมุ่งมันและตั้งใจแล้วสิ่งที่ทำจะนำทางให้เราพบเจอกับเรื่องดีๆ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใดก็ตาม...





Create Date : 16 มิถุนายน 2551
Last Update : 20 มกราคม 2553 2:01:59 น. 8 comments
Counter : 901 Pageviews.

 
รักจุ๋ย จุ๋ย
ตัวจริงหล่อ เเน่นอน ;D


โดย: ;D IP: 192.168.7.104, 124.121.92.176 วันที่: 23 ตุลาคม 2552 เวลา:14:57:39 น.  

 
มาเม้นกันเยอะๆๆๆๆๆๆ


โดย: สักคน IP: 192.168.7.104, 124.121.92.176 วันที่: 23 ตุลาคม 2552 เวลา:14:58:39 น.  

 
มีความสามารถ สุดๆๆ


โดย: มะเหมี่ยว IP: 192.168.7.104, 124.121.92.176 วันที่: 23 ตุลาคม 2552 เวลา:15:00:01 น.  

 
ผมชอบมากคับ

อยากเล่นกีต้าได้เก่งเหมือนพี่มั่ง
555


โดย: เป้คุง IP: 125.27.79.243 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2552 เวลา:19:36:25 น.  

 
พี่จุ๋ยหล่อมาก





โดย: Milky IP: 127.0.0.1, 203.172.139.138 วันที่: 11 มิถุนายน 2553 เวลา:13:29:38 น.  

 
พี่จุ๋ย จุ๋ยส์น่ารักจังเลยอ่ะ


โดย: เตเวส IP: 113.53.36.31 วันที่: 25 สิงหาคม 2553 เวลา:20:15:33 น.  

 
เป็นกำลังใจให้เสมอนะค่ะ


โดย: แฟนคลับ IP: 113.53.36.31 วันที่: 25 สิงหาคม 2553 เวลา:20:17:27 น.  

 
รักจุ่ย จุ๋ยส์


โดย: รักมากและนาน IP: 113.53.36.31 วันที่: 25 สิงหาคม 2553 เวลา:20:19:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

โฉมสมัย
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add โฉมสมัย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.