Group Blog
 
All blogs
 

OST.Across The Universe - [ All You Need Is Love - The Beatles]





All You Need Is Love - The Beatles
written by John Lennon



Love, love, love
Love, love, love
Love, love, love

There's nothing you can do that can't be done
Nothing you can sing that can't be sung
Nothing you can say but you can learn how to play the game
It's easy

There's nothing you can make that can't me made
No one you can save that can't be saved
Nothing you can do but you can learn how to be you in time
It's easy

All you need is love
All you need is love
All you need is love, love
Love is all you need

Love, love, love
Love, love, love
Love, love, love

All you need is love
All you need is love
All you need is love, love
Love is all you need

There's nothing you can know that isn't known
Nothing you can see that isn't shown
No where you can be that isn't where you're meant to be
It's easy

All you need is love
All you need is love
All you need is love, love
Love is all you need

All you need is love
All you need is love
All you need is love, love

Love is all you need
Love is all you need That is all you need
That is all you need
That is all you need
That is all you need

She loves you, yeah, yeah, yeah


"It was an inspired song and they really wanted to give the world a message," said Brian Epstein[band's manager].

a song containing a simple message to be understood by all nationalities, Lennon's "All You Need Is Love" extended the message he first tried in "The Word"

When asked in 1971 whether songs like "Give Peace a Chance" and "Power to the People" were propaganda songs, Lennon answered, "Sure. So was 'All You Need Is Love'. I'm a revolutionary artist. My art is dedicated to
change."

เพราะเป็นหนังเพลง ฉากอื่นๆเลยคล้ายละครเวทีหรือมิวสิควีดิโอ(ไปบ้าง)

แต่ฉากสุดท้าย ไม่ใช่เพราะมันเป็นหนังเพลง


ปล.มันง่าย แค่เคยเกลียดกัน..




 

Create Date : 16 มิถุนายน 2552    
Last Update : 15 กรกฎาคม 2552 12:21:25 น.
Counter : 306 Pageviews.  

OST.STRANGER THAN FICTION[Whole Wide World - Wreckless Eric]






Whole Wide World - Wreckless Eric



When I was a young boy
My mama said to me
There's only one girl in the world for you
And she probably lives in Tahiti

I'd go the whole wide world
I'd go the whole wide world
Just to find her

Or maybe she's in the Bahamas
Where the Carribean sea is blue
Weeping in a tropical moonlit night
Because nobody's told her 'bout you

I'd go the whole wide world
I'd go the whole wide world
Just to find her
I'd go the whole wide world
I'd go the whole wide world
Find out where they hide her

Why am I hanging around in the rain out here
Trying to pick up a girl
Why are my eyes filling up with these lonely tears
When there're girls all over the world

Is she lying on a tropical beach somewhere
Underneath the tropical sun
Pining away in a heatwave there
Hoping that I won't be long

I should be lying on that sun-soaked beach with her
Caressing her warm brown skin
And then in a year or maybe not quite
We'll be sharing the same next of kin

I'd go the whole wide world
I'd go the whole wide world
Just to find her
I'd go the whole wide world
I'd go the whole wide world
Find out where they hide her


Whole Wide World - Wreckless Eric

ป.ล. ชายคนนี้เพิ่งรู้จักเธอและเพิ่งหัดเล่นกีต้าร์




 

Create Date : 22 มีนาคม 2552    
Last Update : 22 มีนาคม 2552 15:34:05 น.
Counter : 331 Pageviews.  

FREEDOM WRITERS แด่นักเขียนแห่งเสรีภาพ




ช่วงนี้ HBO กำลังฉายหนังเรื่องนี้อยู่ครับ
ผมมีโอกาสได้ดูเมื่อคืน
แต่ด้วยความที่ไม่ใช่ดีวีดีเลยพลาดดูตอนแรก(สุด) ไปนิดเดียว
เป็นหนังที่ออกฉายเมื่อปีที่แล้วนี่เอง แต่น่าเสียดายเงียบปัสสาวะมาก

หนังเล่าเรื่องราวผ่านครูสาวคนหนึ่ง(Hilary Swank)ที่เพิ่งจบป.ตรีมาหมาดๆ
แต่ต้องมาเป็นครูมือใหม่สอนเด็กมัธยมปลายสุดแสบ
ซึ่งเธอเองก็ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะแสบได้ขนาดนี้
อาทิเช่น ทะเลอะวิวาทกันทั้งในและนอกห้องเรียน พกปืน แบ่งสีผิวกันอยู่ตามแต่เชื้อชาตินั้นๆ แม้แต่ในห้องก็ยังแบ่งโดยการนั่งเป็นกลุ่มๆ
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มละติน กลุ่มผิวดำ กลุ่มผิวขาวหรือแม้แต่ผิวเหลือง อย่างกัมพูชา (เพื่อนบ้านเรานี่เอง)

และที่โหดและท้าทายสุดต่อการทำงานคือการที่นักเรียนเหล่านี้ไม่ได้เคารพเธอเลย ในฐานะที่เป็นครู
เพราะพวกเค้าถือว่าไม่มีความจำเป็นใดๆที่พวกเค้าต้องเคารพเธอเพียงเพราะความเป็นครูของเธอ
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะทำให้เธอในฐานะคนขาว ยอมขาวเด่นกว่าเดิมเช่นกัน

ความเป็นครูของเธอจึงไม่ใช่แค่การสอนแต่เพียงเนื้อหา
แต่ก่อนอื่นเธอต้องหาเนื้อแท้ให้ได้ก่อนว่าจะทำอย่างไรให้เด็กเหล่านี้หรือแม้แต่ตัวเธอเองหลอมลวมและอยู่ร่วมกันได้
แต่ปัญหานั้นไม่ได้อยู่ที่เด็กเพียงอย่างเดียว แต่หลักๆแล้วปัญหาหรือบ่อเกิดกลับอยู่ที่สังคมรอบข้าง ไม่ว่าจะทางครอบครัว
หรือสิ่งแวดล้อม เช่น คนในครอบครัวติดคุก,ปัญหายาเสพติด,ความรุนแรงของแก๊ง,ถูกไล่ที่-ไม่มีที่อยู่ หรือแม้แต่คุณครูหัวสี่เหลี่ยม(งี่เง่า)ที่มักจะมีอคติไม่ดีกับเด็กเหล่านี้

พวกเขาจึงตั้งคำถามกับเธอหรืออาจจะตั้งคำถามกับสังคมด้วยว่า
จะเรียนหนังสือหรือไวยกรณ์บ้าบอนี่ไปทำไม เรียนไปก็ไม่ได้ใช้
ในเมื่อออกไปเจอกับโลกภายนอกก็ต้องไปเอาตัวรอดกับโลกภายนอกที่เรียกว่า'สงคราม'

เมื่อถามถึงสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ว่า มีใครอยากรู้เรื่องนี้บ้างไหม?
มีเด็กยกมือสองคน
แต่เมื่อถามถึงว่ามีใครเคยมีประสบการณ์ถูกปืนไล่ยิงบ้างไหม?
มีเด็กคนเดียวที่ไม่ยกมือ...

วันหนึ่งเธอจึงขอให้เด็กเหล่านี้เขียนบันทึกจากสมุดเปล่าที่เธอแจกให้
เขียนเรื่องราวอะไรก็ได้ที่อยากจะเขียนหรือระบายออกมา
โดยที่เธอจะรักษาความเป็นส่วนตัวของสมุดเล่มนั้นไว้อย่างดีที่สุด
สิ่งเหล่านี้เองจึงทำให้เธอได้เข้าใจสิ่งต่างๆมากขึ้น จากเรื่องราวในสมุดเหล่านั้น

หนังยังมีพูดถึงหนังสือเรื่อง 'บันทึกลับของแอนน์ แฟร้งค์'
ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังสือหลายเล่มที่เธอใช้เงินตัวเองซื้อให้เด็กอ่าน
โดยเงินเหล่านั้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง(ด้วยการไปทำงานเสริมอย่างเป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรมหรือแม้แต่พนักงานขายยกทรงในห้างฯ)



หนังสนุกตรงที่ว่า เราจะได้เห็นถึงความตั้งใจและวิธีการต่างๆของเธอ
ในการหลอมลวมเด็กเหล่านี้ ให้พ้นออกจากอคติและความเกลียดชังต่างๆที่มี
ทั้งที่ฐานะทางบ้านของเธอก็ถือว่าดี มีกินมีใช้
พ่อของเธอจึงปรามไว้ว่าน่าจะไปทำงานอย่างอื่นที่ทุกอย่างดีกว่านี้..

ทางโรงเรียนเองก็ไม่ได้สนับสนุนอย่างจริงจัง
เก็บหนังสือไว้บนชั้นไม่ให้เด็กยืมอ่าน เพียงเพราะกลัวเด็กเหล่านี้ทำหายหรือทำพัง
จึงยอมที่จะเอาเงินทุนทางการศึกษาของโรงเรียนมาเก็บไว้บนหิ้งมากกว่าจะนำมาให้เด็กได้มีส่วนร่วมจริงๆ
นักการศึกษาที่เก็บหนังสือที่งี่เง่าคนนี้แสดงเป็นแม่มดอัมบริดจ์ ในแฮร์รี่ พอตเตอร์
ซึ่งเธอแสดงได้ถึงใจจริงๆ ประมาณว่าถ้ามาเดินตลาดในเมืองไทยจะไม่เจอชมพู่ แต่จะเจอทุเรียนแทน

แต่ที่มากกว่านั้นคือเรื่องชีวิตส่วนตัวของเธอ
เธอมีแฟนหนุ่มที่อยู่ด้วยกัน
แต่สุดท้ายต้องจบลงด้วยการแยกทาง
ด้วยเหตุผลในเรื่องของเวลาและความไม่เข้าใจ

ทุกๆอย่างในเรื่องจึงดูเหมือนจะเป็นอุปสรรคต่อเธอ
ทำให้รู้สึกได้ว่าการที่ Hilary Swank มารับบทนี้
เป็นเพราะเธอเคยอดทนมาก่อนในบททอมบอยกับเรื่องBoy don't cry
และอึดมามากในบทนักมวยกับเรื่องMillion Dollar Baby
ครั้งนี้จึงต้องอึดและอดทนกับแรงเสียดทานต่างๆนานาอีกครั้งกับบทบาทของครู
ซึ่งถึงแม้จะมีร้องไห้บ้าง(ทั้งตัวเธอและคนดู)
แต่เธอก็ไม่ได้อยากจะต่อยใคร
กลับกันแทนที่เธอจะยอมแพ้หรือก็แค่ถอยออกมา
เธอกลับต่อสู้ด้วยวิธีของเธอเอง
และด้วยวิถีเหล่านี้เองจึงทำให้ตัวเธอได้พิสูจน์อะไรบางอย่าง
ได้พิสูจน์อะไรบางอย่างที่หลายๆคนพยายามมองข้าม หรือไม่พยายามรับรู้
แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่เธอได้พิสูจน์
ได้พิสูจน์ร่วมกับนักเรียนหรือนักเขียนแห่งเสรีภาพของเธอทุกคน..



ป.ล.The freedom writers เป็นหนัง Feel good ครับ
ดูแล้วประทับใจจนไม่อยากจะเล่าบางส่วนบางตอนหรือยกอะไรในหนังมากล่าวให้มากกว่านี้
หนังเล่าได้สนุก หนังเล่าได้ประทับใจ จึงหวังว่าถ้าได้ฟังหนังเล่าแล้วจะยิ่งสนุกกว่าผมมากนัก
..หนังเรื่องนี้ทำจากเรื่องจริงครับ
//www.freedomwritersfoundation.org/
//www.freedomwriters.com/



















 

Create Date : 27 กันยายน 2551    
Last Update : 27 กันยายน 2551 22:39:15 น.
Counter : 632 Pageviews.  

เที่ยวสบายๆ สไตล์ทองหล่อ



ทองหล่อสถานที่ที่ไม่ใช่มีแต่ที่เที่ยวกลางคืนอย่างเดียว ถ้าอยากเที่ยวกลางวันถนนสายนี้ก็พรั่งพร้อมไปด้วยงานดีไซน์ร่วมสมัย ถ้าเริ่มด้วยท้ายซอยก็จะเจอ H1-บริเวณแห่งงานดีไซต์ที่แบ่งไว้หลายโซนทั้ง hay ร้านขายหนังสือดีไซด์-สุดเท่,Academia Italianaสถาบันสอนดีไซด์-สุดล้ำ,to die forร้านอาหารกึ่งผับ-สุดชิล และสุดท้ายบริเวณด้านหน้ามีร้านขายเฟอนิเจอร์สไตล์โมเดิร์น-สุดทันสมัย


หรือถ้ายังเที่ยวไม่พอเดินทางต่อไปยังทองหล่อซอย10-The third place ตึกสามชั้นมีร้านน่านั่งและน่าฟังดนตรีอย่าง True coffee ขึ้นไปชั้นบนมีร้านขายหนังสือและนิตยสารหลากหลายแนวรวมทั้งงานดีไซน์ที่น่าแวะนั่งอ่าน ส่วนชั้นบนสุดเป็นคลับที่เหล่าสมาชิกเข้าใช้บริการทั้งนั่งอ่านหนังสือและเล่นอินเตอร์เน็ต แต่ที่น่าสนใจสุดๆคือทุกช่วงเย็นของวันอาทิตย์บริเวณชั้นล่างสุดจะมีแบกะดินขายของแฮนด์เมดและของมือสอง ตามสไตล์ของตึกที่หมายถึงสถานที่ที่สามนอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน



ส่วนเรื่องการกินไม่ต้องห่วง เดินถัดออกมานิดเดียวแถวปากซอยทองหล่อ16 ก็จะเจอร้านบุญตงเกียรติมีข้าวมันไก่ไหหลำที่อิมพอร์ตสูตรจากสิงคโปร์ซึ่งคนกลัวไม่ผอมไม่ต้องกังวลเพราะข้าวมันไก่ที่นี่ไม่มันอย่างชื่อ นอกจากนั้นยังมีอาหารตามสั่งและซุปแบบจีนๆที่อร่อยไม่แพ้กันอย่าง เต้าหูผัดเผ็ด และบักกุเต๋ ซึ่งเมนูของทางร้านรับประกันความอร่อยถึงขนาดที่ว่าถ้าอาหารไม่ถูกปากขอพนักงานเปลี่ยนจานใหม่ได้เลย!



สุดท้าย Paradox สถานที่ผ่อนคลายด้วยดีไซด์สุดหรู มีทั้งร้านอาหารที่ผ่านการตกแต่งมาอย่างดีทั้งอาหารและสถานที่ มีแกลลอรี่ที่คัดสรรงานศิลป์มาแสดงได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมีส่วนของคาเฟ่และร้านค้าแบรนด์เนม พร้อมพื้นที่จัดงานอีเวนท์ ด้วยบริการที่ไม่สู้จะถูกนัก แต่ด้วยความที่ขายคุณภาพจึงทำให้สถานที่นี้สร้างความรู้สึกที่ดีต่อผู้ที่ได้รับบริการมานักต่อนักแล้ว

1.H1
เปิดทุกวัน 8.00-19.00น.
โทร.0-2391-9103
//www.aithai.com

2.The third place
เปิดทุกวัน 10.00-21.00น.
โทร.0-2714-7929
//www.thirdplacebangkok.com

3.บุญตงเกียรติ
เปิดทุกวัน 10.00-22.00น.
โทร.0-2390-2508

4.Paradox
เปิดทุกวัน 11.30-14.00,18.00-22.30น.
โทร.0-2714-4256
//www.paradoxbangkok.com




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2551    
Last Update : 29 สิงหาคม 2551 0:58:22 น.
Counter : 1390 Pageviews.  

ปรากฏการณ์ส่วนตัว





 


ปรากฏการณ์ส่วนตัว


การเริ่มต้นจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า
จะอยู่เพื่อรอไหม?


สิ่งใหม่ๆอาจมองไม่เห็นเพียงแค่ช่วงเวลา
ใคร่คิดตริตรองดูว่า..
สิ่งใหม่และสุขแท้อยู่ไหน
เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ (พวกเราจะเป็นอย่างไร)
ความหวังจะยังหลงเหลืออยู่ไหม
เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ (พวกเราจะเป็นอย่างไร)
ความสุขจะยังพอรู้สึกได้ไหม


จงอย่ากลัว
แม้ความหวังจะทำร้ายเรา
จงอย่าท้อ
แม้ความหดหู่อาจมาอยู่เป็นเพื่อน
และจงอย่าร้องไห้
แม้ว่าความเป็นตัวตนจะเลือนลางจนหายไป


โปรดหวงแหนความหวังเหล่านั้นไว้
แม้จะมีสิ่งใดพลันเปลี่ยนแปลง
โปรดรักในความว่างเปล่าเหล่านั้นไว้
แม้ความเหงาไม่เคยปราณีใคร
และโปรดโหยหาความสุขเหล่านั้นไว้
แม้ว่าความสุขเหล่านั้นอาจไม่มีอยู่จริง



อีกไม่ช้าการเริ่มต้นจะเกิดขึ้น
และอีกไม่ช้าเราจะออกเดินทาง
ถามตัวเองว่าจะรอเพื่ออยู่ไหม?
..จะรอเพื่ออยู่ไหม


ลองถามตัวเอง..


ป.ล.เพลง "It's personal" ของThe Radio Dept. ..ดลใจ












Its Personal - The Radio Dept.




 

Create Date : 19 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2551 2:43:23 น.
Counter : 272 Pageviews.  

1  2  3  

โฉมสมัย
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add โฉมสมัย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.