เวลาไม่เคยคอยใคร.... สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ.... ค่าของคน.....อยู่ที่ผลแห่งกรรมดี
Group Blog
 
All Blogs
 

แวะนมัสการพระพุทธบาทจำลอง ที่สระบุรี

.... ช่วงขากลับ ก็แวะจังหวัดสระบุรีเพื่อนมัสการ รอยพระพุทธบาท เข้าวัดทำบุญในวันปีใหม่เสียหน่อย....



สิ้นสุดการเดินทาง จบ trip สำหรับการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แล้วก็เตรียมตัวเริ่มทำงาน เป็นมนุษย์เงินเดือนต่อไป อิๆ...

เกิดเป็นคน ก็อดทนสู้ต่อไป.....




 

Create Date : 04 มกราคม 2551    
Last Update : 4 มกราคม 2551 23:19:02 น.
Counter : 174 Pageviews.  

สัมผัสอากาศหนาวที่ภูทับเบิก (Trip countdown 2007 ส่งท้ายปีเก่า)

..... ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เขียนเรื่องการท่องเที่ยวของตัวเองเสียที หลังจากแอบก๊อปปี้การท่องเที่ยวของคนอื่นมาบ้างแล้ว ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปกางเต๊นท์นอนที่เขาใหญ่ แต่ในที่สุดก็เปลี่ยนใจ นาทีสุดท้าย เหตุผล เขาใหญ่ คนต้องหลั่งไหลไปเที่ยวเป็นจำนวนมาก คิดไปคิดมา คงจะไม่สนุกเสียแล้วงานนี้ เอาหล่ะ ไปเพชรบูรณ์ ดีกว่า กะว่าจะไปหาที่พักเอาดาบหน้า จุดมุ่งหมายคือเขาค้อ เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครๆ ก็รู้จัก แต่พอได้เดินทาง มีคนแนะนำหลายคน ว่าภูทับเบิก เป็นจุดที่น่าไปกางเต้นท์นอนที่สุด ได้บรรยากาศอากาศที่แสนจะอบอุ่น การเดินทางของผม ไม่ค่อยจะราบรื่นนัก เพราะขาดการเตรียมตัว โดยให้เพื่อน ออกนำหน้า ไปก่อน 1 วัน แล้วส่วนผมค่อยเดินทางตามไปทีหลัง เพราะต้องกว่าจะเลิกงาน ก็เช้า ต้องนอนพักผ่อนอีก 1 วัน สรุป ผมก็ออกเดินทางวันที่ 30 ธ.ค. 50 เวลา ( 14.30 น. ไปซะค่ำเลย) ก็ออกเดินทางโดยอาศัย เส้นทาง หมายเลข 1 พหลโยธิน แล้ว ก็ ใช้เส้นทาง 21 เป็นเส้นทางหลักมุ่งหน้าเข้าสู่เพชรบูรณ์



..... ในที่สุดก็เข้าเขตเพชรบูรณ์ ช่วงขึ้นภู เป็นเวลากลางคืน สนุกหล่ะ งานนี้ ทางก็ไม่ชำนาญเส้นทาง แต่ทว่า มีเพื่อนร่วมทาง ตามกันขึ้นเขาไป เทศกาลปีใหม่ ไม่ต้องกลัวเลย มีเพื่อนร่วมทางตลอด ช่วงขึ้นภู รู้สึกว่า มีความลาดชันมากพอสมควร ต้องอาศัยทักษะการขับรถพอสมควร ทัศนวิสัย เวลากลางคืน ต้องระมัดระวังมากกว่ากลางวัน ในที่สุดก็ขึ้นมาถึงที่หมาย เป็นโรงเรียนภูทับเบิก เพราะว่า บนยอดภูทับเบิก มีผู้คนหลั่งไหลกันเข้าไปนอนเต็มไม่เหลือที่ว่างแล้ว สรุป คืนนี้ ต้องอาศัย โรงเรียนภูทับเบิก เป็นจุดกางเต๊นท์ อากาศ คืนแรก สบายๆ ประมาณ 8 องศา (ไม่ขออาบน้ำหล่ะ งานนี้) ช่วงเช้า ก็รับประทานอาหาร โดยเตรียมกันมารับประทาน ที่ขาดไม่ได้ ก็คือ ดอกกล่ำปลีผัดหมู ผักที่นี่สะอาดปลอดสาร เป็นแหล่งปลูกกล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุด หลังจากรับประทานอาหารเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ก็ตระเวนชมทัศนียภาพ บนยอดดอย ดูดซับ ความสดชื่น สวยงามของ ภูทับเบิก เข้ากล่าวกันว่า "นอนบนภูทับเบิก สัมผัสอากาศหนาวดูดาวบนดิน เหมือนต่ออายุให้ยืนขึ้น"

........หลังจากที่ชื่นชมทัศนียภาพ จนอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็ตั้งใจว่า จะค้างต่ออีก 1 คืน เพื่อจะ count down ส่งท้ายปีเก่า ณ ที่แห่งนี้ จึงต้องไปรีบจองหาทำเล ตั้งแต่ เที่ยง ก็ได้ที่บนยอดภูทับเบิก ในต่ำแหน่งที่ ดีมาก ลมพัดผ่านตลอด มีต้นไม้ให้หลบน้ำค้างบ้าง อากาศบนยอดดอย ในเวลาเที่ยววัน ขณะนั้น วัดได้ ประมาณ 7 องศา เซลเซียส ช่วงเวลาหัวค่ำ ก็จะมีการแสดงของเด็กๆ ชาวม้ง ให้นักท่องเที่ยว ได้ชมกัน ผู้คนที่ขึ้นมา count down บนนี้เยอะพอสมควร ที่ทุกตารางนิ้ว เป็นแหล่งกางเต๊นท์ แต่ก็ยังไม่แออัดมากนัก หลังจากชมการแสดงจบ ก็ต้องรีบเข้าเต๊นท์นอน เหตุเพราะว่า อากาศค่อนข้างหนาว ดูจากปรอท วัดได้ 4 องศาเซลเซียส ดูแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรจากเข้าไปอยู่ในตู้เย็นเท่าใดนัก ผ้าห่มมีเท่าไร ก็ไม่พอ แต่ก็ให้ความอบอุ่นให้นอนหลับได้ อย่างสบายๆ ลมบนยอดดอยแรงพอสมควร พัดเต๊นท์กระพืออยู่ตลอดเวลา เป็นบรรยากาศที่สุดแสนจะเย็นสบาย (ค่อนๆ ไปทรมาน คิดไปคิดมา อยากลงดอยซะแล้ว เพราะหนาวจับใจ)

..........ช่วงใกล้เที่ยงคืน นักท่องเที่ยวก็มีการนับถอยหลัง เพื่อจะเริ่มวันใหม่ ปีใหม่ 2551 พอได้เวลา ก็มีการจุดพลุเฉลิมฉลองกัน ส่วนผม ก็นั่งนับถอยหลังในเต๊นท์ เพราะไม่อยากออกไปสู้กับอากาศที่หนาวเย็น......


....... ช่วงเวลาตอนเช้า เป็นช่วงเวลาบรรยากาศที่ดีมาก ผมต้องสลัดความขี้เกียจ แล้วต้องทนอากาศหนาว ออกไปรับลม ชมทัศนียภาพในเวลาเช้า เหมือนกว่าอยู่ในก้อนเมฆ เพราะว่า มีลมหมอกพัดผ่านตลอด ในเวลานั้น เต็มไปด้วยหมอกขาวโพลน สวยไปอีกแบบหนึ่ง มองจากยอดดอย ก็เห็นแต่ทะแลหมอก ที่สวยงามอยู่เต็มไปหมด......




 

Create Date : 04 มกราคม 2551    
Last Update : 7 มกราคม 2551 13:33:49 น.
Counter : 418 Pageviews.  

ตัวอย่างโปรแกรมท่องเที่ยว เชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน-แม่สะเรียง-เชียงใหม่ (5 วัน 4 คืน)

ตัวอย่างโปรแกรมท่องเที่ยว เชียงใหม่-ปาย-แม่ฮ่องสอน-แม่สะเรียง-เชียงใหม่ (5 วัน 4 คืน)

วันที่ 1
ภาคเช้า
- เดินทางจาก จ.เชียงใหม่ มุ่งสู่บ้านแม่มาลัย อ.แม่แตง ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 107

(จ.เชียงใหม่ - บ้านแม่มาลัย ระยะทางประมาณ 43 กม. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที)
- เดินทางจากแยกบ้านแม่มาลัย มุ่งสู่ อ.ปาย ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1095
(แยกบ้านแม่มาลัย - อ.ปาย ระยะทางประมาณ 100 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)
- แวะชม น้ำพุร้อนโป่งเดือดป่าแป๋ จ.เชียงใหม่ น้ำพุร้อนแบบ Geyser ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
- แวะสัมผัสบรรยากาศเมืองหนาวที่ อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
- รับประทานอาหารกลางวัน (ที่ อช.ห้วยน้ำดัง หรือในตัว อ.ปาย)
(อช.ห้วยน้ำดัง - อ.ปาย ระยะทางประมาณ 30 กม. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที)

ภาคบ่าย
- เที่ยวชม โป่งน้ำร้อนท่าปาย มีน้ำร้อนไหลทั่วเป็นบริเวณกว้าง รอบๆเป็นป่าไม้สักที่สมบูรณ์
- ชมตัวเมืองปายในวิวแบบพานอรามาที่ วัดพระธาตุแม่เย็น
- แวะนมัสการหลวงพ่ออุ่นเมืองพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ วัดน้ำฮู
- เที่ยวชมหมู่บ้านชาวจีน ทานอาหารจีนยูนนานและชิมชาที่ หมู่บ้านสันติชล
- เดินเที่ยวชมบรรยากาศเมืองปายยามค่ำคืน
- พักค้างคืนที่ อ.ปาย

วันที่ 2
ภาคเช้า
- จาก อ.ปาย มุ่งสู่ อ.ปางมะผ้า (ระยะทางประมาณ 45 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)
- แวะเที่ยวสถานศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าถ้ำลอด เพื่อเที่ยวชม ถ้ำน้ำลอด แหล่งท่องเที่ยวอันซีน (UNSEEN) ที่มีหินงอกหินย้อยอันสวยงาม
- เดินทางเข้าสู่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน
(อ.ปาย – อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ระยะทางประมาณ 100 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง)

ภาคบ่าย
- แวะชมธรรมชาติ ดูฝูงปลาพลวงศักดิ์สิทธิ์ที่อาศัยอยู่ในถ้ำใต้ภูเขาที่ ถ้ำปลา (อยู่ห่างจากตัวเมือง 17 กม.)
- นมัสการ วัดจองคำ วัดจองกลาง วัดเก่าแก่ศิลปแบบไทยใหญ่ เป็นพระอารมหลวง นมัสการหลวงพ่อโตที่วัดจองคำ และชมภาพจิตรกรรมจากแผ่นกระจกเรื่องพระเวสสันดรชาดก ภาพพุทธประวัติและตุ๊กตาแกะสลักไม้รูปคนและสัตว์ ที่วัดจองกลาง
- เยี่ยมชมวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาว กะเหรี่ยงคอยาว ที่บ้านห้วยเสือเฒ่า
- แวะซื้อผลิตภัณฑ์ และสินค้าพื้นเมืองที่ ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ติดกับวิทยาลัยการอาชีพฯ) หรือ ศูนย์จำหน่ายสินค้าโอทอปแม่ฮ่องสอน (ในอาคารที่ว่าการอำเภอหลังเก่า)
- รับประกาศนียบัตรผู้พิชิต 1,864 โค้ง ที่ทำการหอการค้า จ.แม่ฮ่องสอน (ในอาคารที่ว่าการอำเภอหลังเก่า)
- พักค้างคืนที่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน
วันที่ 3 (อ.เมืองแม่ฮ่องสอน- บ้านรักไทย ระยะทางประมาณ 44 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)

ภาคเช้า
- ชม ตลาดเช้า ซื้อสินค้าพื้นเมืองพร้อมกับอิ่มอร่อยกับอาหารเช้าที่ขึ้นชื่อ เช่น โจ๊ก และเกาเหลาเลือดหมู
- นมัสการ พระธาตุดอยกองมู พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอน สร้างโดย “จองต่องสู่” และ“พญาสิงหนาทราชา”
- แวะพอกหน้าพอกตัวด้วยโคลนจากน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ ภูโคลนคันทรีคลับ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีน (UNSEEN)
- ชมความงามของ น้ำตกผาเสื่อ น้ำตกกระทบแผ่นหินลักษณะคล้ายผืนเสื่อปูลาด

- ชมความสวยงามของดอกไม้ และการสาธิตการเลี้ยงแกะในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงปางตอง
โครงการพระราชดำริที่ พระตำหนักปางตอง
- เดินทางเข้าสู่ บ้านรวมไทย (ปางอุ๋ง) ชิมกาแฟสดและชมธรรมชาติของทะเลสาบริมป่าสน
นักท่องเที่ยวกล่าวกันว่าเสมือนหนึ่งว่ามีทิวทัศน์คล้ายกับสวิสเซอร์แลนด์
- ชมวิถีชีวิตและวัฒนธรรมจีนที่ หมู่บ้านรักไทย ชิมชาเลิศรสและรับประทานอาหารจีนยูนาน
- เดินทางกลับสู่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน
- เที่ยวชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สินค้าพื้นเมืองที่ ถนนคนเดิน (เฉพาะช่วงเดือนต.ค. – ม.ค.)
- พักค้างคืนที่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน

วันที่ 4
ภาคเช้า
- มุ่งสู่ อ.ขุนยวม ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 108 (อ.เมืองแม่ฮ่องสอน – อ.ขุนยวม ระยะทางประมาณ 67 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง)
- ชมความงามของทุ่งดอกบัวตอง ที่บานสะพรั่งทั้งภูเขานับพันไร่ บนดอยแม่อูคอ (เฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน) (อ.ขุนยวม - ทุ่งดอกบัวตอง ระยะทางประมาณ 30 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)
- เดินทางกลับมายัง อ.ขุนยวม
- เที่ยวชม พิพิธภัณฑ์สงครามโลก ครั้งที่ 2 ชมเรื่องราวประวัติศาสตร์ และอาวุธยุทโธปกรณ์ ของทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ภาคบ่าย (อ.ขุนยวม – อ.แม่ลาน้อย ระยะทางประมาณ 67 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง)
- มุ่งสู่ อ.แม่ลาน้อย เดินทางชมความงามของ ถ้ำแก้วโกมล หนึ่งในอันซีน (UNSEEN) เป็นถ้ำที่เต็มไปด้วยผลึกแก้ว แคลไซด์ (calcite) รอบด้าน (อ.แม่ลาน้อย – อ.แม่สะเรียง ระยะทางประมาณ 30 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)
- พักค้างคืนที่ อ.แม่สะเรียง
วันที่ 5

ภาคเช้า
- นมัสการพระธาตุ 4 จอม (พระธาตุศักสิทธิ์ ของ อ.แม่สะเรียง ) ประกอบไปด้วย
พระธาตุจอมแจ้ง ศิลปกรรมแบบล้านนา เป็นพระธาติคู่บ้านคู่เมืองของ อ.แม่สะเรียง
พระธาตุจอมทอง สถาปัตยกรรมเป็นศิลปะล้านนาโดยแท้ มีองค์พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุด
พระธาตุจอมกิตติ เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่เก่าแก่องค์หนึ่ง
พระธาตุจอมมอญ เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่ง มีเจดีย์แบบล้านนาเก่าแก่
- เดินทางไปท่าเรือ บ้านแม่สามแลบ ชมความงามทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำสาละวิน เส้นทางที่ลำน้ำยวม
บรรจบน้ำสาละวิน (อ.แม่สะเรียง - บ้านแม่สามแลบ ระยะทางประมาณ 50 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง)
- รับประทานอาหารกลางวันที่ อ.แม่สะเรียง

ภาคบ่าย
- ออกเดินทางสู่ จ.เชียงใหม่ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 108
- แวะชมธรรมชาติของทิวป่าสนที่ สวนสนบ่อแก้ว
- เที่ยว อุทยานแห่งชาติออบหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ชมความงามของโตรกเขาสูงชัน เบื้องล่างเป็นแม่น้ำที่ไหล คดเคี้ยวผ่านช่องเขา
- ออกเดินทางกลับสู่ จ.เชียงใหม่ (อ.แม่สะเรียง – จ.เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 200 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง)


คัดลอกมาจาก //travel.sanook.com




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2550    
Last Update : 23 ธันวาคม 2550 10:29:39 น.
Counter : 463 Pageviews.  

กางเต้นท์พักแรมที่เขาใหญ่

กางเต้นท์พักแรมที่เขาใหญ่

ใกล้ถึงวันหยุดในช่วงเทศกาลปีใหม่เข้าไปทุกวันแล้วนะครับ หลายคนคงกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวกัน วันนี้ผมจึงอยากจะนำสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ที่ผมพึ่งได้ไปมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังเผื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยไป ที่แห่งนั้นคือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อว่า "เขาใหญ่" ครับ สนุกสุดๆ เลย ขอบอก…… 555 หนาวๆๆ มากเลยครับ ทีแรกนึกว่า จะไม่ค่อยหนาว ที่ไหนได้ ทั้งหนาวทั้งชื้น โอ้ว..เกือบไม่สบายแน่ะ

ผมเริ่มจากออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 08.00 น. ขับรถอย่างใจเย็น พอถึงช่วงสระบุรี ก็แวะปั๊มน้ำมันเติมให้เต็มถังเลย เพราะถ้าขึ้นเขาใหญ่ไปแล้วไม่มีปั๊มบนนั้นครับ แถมยังจอดแวะตลาดปากช่อง ซื้อหาเสบียงไว้ไปประกอบอาหารบนเขาใหญ่ ที่ตลาดปากช่องมีหมูยอ กุนเชียง แหนม ผัก ปลา ให้เลือกมากมาย ตรงนี้เพื่อนๆ สาวๆ ในกลุ่มชอบมาก ส่วนผม และเพื่อชายก็ง่วนๆ อยู่กับร้านขายเครื่องดื่ม น้ำแข็งเทือกนั้น

เมื่อถึงด่านเขาใหญ่ ดูเวลาแล้วก็ประมาณ 10.45 น. พอจ่ายค่าธรรมเนียมเสร็จก็ขับต่อขึ้นไป ผมค่อยๆ ขับอีกตามเคย แบบว่าอากาศดีมากเลย เปิดหน้าต่างขับซะเลย จุดแรกที่ผมแวะดูก็คือ จุดชมวิวแถวสถานีดับไฟป่าครับ เป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวมาจอดรถดูทิวเขา เชื่อมั้ยครับว่าจอดกันเยอะมาก ผมหาที่จอดอยู่ตั้งนานแล้วลงไปถ่ายรูป เสร็จแล้วก็เดินทางต่อ จุดต่อไปที่แวะเก็บภาพก็คือ มอสิงโต จะมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่พอสมควร น้ำดูออกเป็นสีมรกตครับ สวยแปลกตาดี จุดนี้จอดรถได้สะดวกขึ้นเก็บภาพได้อย่างสบายใจ
หลังจากนั้นผมก็รีบไปจองสถานที่กางเต็นท์ ที่ผากล้วยไม้ เพราะได้ข่าวมาว่า ช่วงก่อนปีใหม่ ยาวจนถึงปีใหม่ จะมีนักท่องเที่ยวมาที่ผากล้วยไม้ นับหมื่นคน กลัวไม่มีที่กางเต็นท์ น่ะครับ

ผากล้วยไม้ เป็นสถานที่สำหรับกางเต็นท์พักแรม ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้จัดเตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ แต่ต้องเสียค่าบำรุง ด้วยนะครับ ผู้ใหญ่ท่านละ 30 บาท นักศึกษาท่านละ 10 บาท ประมาณนี้ล่ะครับ ที่นี่มีร้านค้าเพื่อจำหน่ายอาหาร และมีห้องน้ำไว้คอยบริการ และที่ขาดไม่ได้คือจุดทิ้งขยะครับ ใครที่ไปเที่ยวแล้ว ช่วยกันเก็บขยะที่ถูกเมิน ใส่ถุงแล้วไปทิ้งตามจุดที่เค้าเตรียมไว้ให้ด้วยนะครับ ป่าเป็นทรัพย์สมบัติของทุกคน ช่วยกันรักษาด้วยเด้อ…
ปัจจุบันนอกจากจุดกางเต้นท์พักแรมที่ผากล้วยไม้แล้ว ยังมีจุดกางเต้นท์อีกจุดหนึ่งที่อยู่ก่อนถึงผากล้วยไม้ประมาณ 1 กม. คือ จุดกางเต้นท์ลำตะคอง ที่นี่ก็สะดวกดีครับ เป็นลานกว้างมากพอสมควร มีห้องน้ำให้ใช้ได้สะดวก มีแอ่งน้ำให้ได้นั่งทอดอารมณ์และทอดสายตา แต่ผมก็เลือกกางเต้นท์ที่ผากล้วยไม้ เพราะว่าคุ้นเคยมากกว่า
เมื่อกางเต็นท์เสร็จแล้ว ผมและเพื่อนๆ ก็ออกเดินเล่น ดูเต็นท์ของคนอื่นว่าเค้าใช้ของอะไร วางโซนในกลุ่มของเค้ายังไง ถ้าจะให้ดีผมว่า น่าจะมีผ้าใบกางเป็นส่วนไว้นั่งเล่น นั่งทานอาหารกันครับ ตอนกลางคืนจะเอาไว้นั่งเล่นนั่งคุยกัน จะได้ไม่โดนน้ำค้าง ระหว่างที่ผมและเพื่อนๆ เดินไป ก็เจอเต็นท์อยู่หลังหนึ่ง เห็นตอนแรกนึกว่ายังกางไม่เสร็จ คือเต็นท์เค้าจะดูเหี่ยวๆ ล่ะครับ พอเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นว่าเสาเต็นท์เค้าเป็นไม้ไผ่ที่เอามาต่อๆกัน ส่งสัยว่าไปกางที่ไหนแล้วโดนขโมยเสาไปแน่เลย 55555
หลังจากที่เดินเล่นจนพอใจผมก็กลับมาที่เต็นท์เพื่อรอกลุ่มเพื่อนที่มาสมทบในช่วงเย็นครับ และแล้วเพื่อนก็มาตอนประมาณ เกือบ 5 โมงเย็น รีบกางเต็นท์ทันที ส่วนผมนั้นก็ไปก่อเตาเพื่อเตรียมทำอาหารเย็นนี้ ใครที่ไปเขาใหญ่แล้วไม่อยากนำเตาไปเอง ที่นั่นเค้ามีเตาถ่านให้เช่าด้วยนะครับ
โอ๊ย……หอมๆๆๆ เสียงแว่วมาจากปากเพื่อนผมคนหนึ่ง ผมกำลังย่างแหนมที่ซื้อมาจากปากช่อง ผมว่านะ ตอนนี้ทุกคนคงจะหิวแล้วล่ะ ไม่รอช้าต่างคนต่างล้อมวงเอาข้าวมานั่งทานกัน ส่วนผมก็ย่างไปทานไปล่ะครับ สนุกดี เมื่อทานอาหารอิ่มแล้ว แต่ใจเราทุกคนยังไม่อิ่มครับ นั่งคุยกันต่อล้อมวงเอาเทียนมาจุด ดูไกลๆ นึกว่าเป็นโต๊ะหมอดู 55555
เวลาประมาณ 20.00 น. อากาศเย็นเริ่มก้าวเข้ามา เสื้อกันหนาวที่เตรียมมาเริ่มมีความสำคัญซะแล้วสิเนี่ย เตาถ่านที่ก่อไว้ตั้งแต่แรก เริ่มมอดหมด ผมก็เลยเอาถ่านเติมเข้าไป แล้วเอามาย่างคนแทน 5555 แบบว่า อากาศหนาวน่ะครับ ผมเอ่ะใจว่าน้ำค้างจะแรงหรือเปล่า เลยเดินไปดูที่หลังคาเต็นท์ เริ่มมีหยดน้ำเล็กๆ เกาะอยู่ นั่นเป็นสัญญานบอกเราแล้วว่า คืนนี้น้ำค้างน่าจะแรงมาก
ในที่สุดเมื่อเวลาประมาณ 24.00 น. ผมก็เข้านอนส่วนเพื่อนๆ ก็ยังนั่งคุยกันอยู่ เชื่อมั้ยครับว่าน้ำค้างที่เกาะเต็นท์ ดูเหมือนกับเป็นเม็ดฝนเลย เยอะสุดๆ มีซึมเข้ามาในเต็นท์ด้วย ผมนอนหลับด้วยความเย็นบวกกับความชื้นของน้ำค้าง แต่ก็มีบ้างที่ตื่นขึ้นมาเพราะความเหน็บหนาว และเสียงกรนของเต็นท์อื่นๆ ก๊ากๆๆๆ กรนดังไม่ใช่เล่นเลยนะ


เช้าตื่นขึ้นมาตี 5 กว่าๆ เจอกลุ่มหมอก และสายน้ำค้างตามหลังคาเต็นท์ กลิ่นควันเตาเริ่มออกมาอีกครั้ง ด้วยความเหน็บหนาว เตาถ่านดูจะเป็นพระเอกของงานนี้เลยล่ะครับ ผมสงสัยนักว่าอุณหภูมิขณะนี้ประมาณกี่องศา เลยเดินไปถามเจ้าหน้าที่ เค้าบอกว่าเป็นเลขตัวเดียวล่ะครับ 8 องศาเห็นจะได้ สังเกตได้จากควันที่ออกมาจากลมหายใจ เยอะมากเลย ผมไม่สนใจเรื่องความหนาวแล้วล่ะ เพราะบรรยากาศ ของผู้คนที่มาท่องเที่ยวดูจะน่าตื่นเต้นกว่า ผมรีบคว้ากล้องคู่ใจออกเดินไปถ่ายรูปตามมุมต่างๆ จนสายๆ หน่อย อากาศเริ่มอุ่นแล้ว ค่อยรู้สึกดีหน่อย ไม่อย่างนั้นอาจจะไม่สบายได้
เวลา 08.00 น. หลังจากที่ทานอาหารเช้าเรียบร้อย ผมเก็บสัมภาระ เพื่อเตรียมตัวไปเที่ยวที่น้ำตกเหวนรก แต่พอไปถึงมีแต่รถนักท่องเที่ยว แต่ที่น้ำตกไม่มีน้ำครับ ช่วงนี้อย่างว่าล่ะครับ ไม่ใช่หน้าฝนน่ะก็เลยน้ำน้อยเป็นธรรมดา แล้วผมก็เลยลงจากเขาใหญ่มาทางจังหวัดปราจีนบุรี ก่อนจะถึงด่านของเจ้าหน้าที่ จะมีธารน้ำเล็กๆ ชื่อว่า "ธารรัตนา" ไปนอนเล่นที่โขดหิน เย็นดีครับ คนไม่เยอะด้วย สงบจนผมเผลอหลับ ไปพักใหญ่ แล้วก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ

นี่ก็เป็นเเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมไปเที่ยวมาในช่วงก่อนปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง และเก็บเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง ใครไปเที่ยวที่ไหน แล้วมีเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ แต่สำหรับความประทับใจที่เขาใหญ่นี้ น่าจดจำมาก ใครที่ยังไม่เคยไปน่าจะลองไปดูนะครับ สนุกสุดๆ ได้บรรยากาศ การทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ




คัดลอกมาจาก //travel.sanook.com (เรื่องเที่ยวจากทางบ้าน)




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2550    
Last Update : 23 ธันวาคม 2550 10:08:47 น.
Counter : 305 Pageviews.  


บูรพาราศีเมษ
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้อนรับเพื่อนๆ ทุกท่านครับ ก็มีเพลงเพราะๆ มาให้ฟังกันด้วยครับ
Friends' blogs
[Add บูรพาราศีเมษ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.