ฉันก็แค่ผู้หญิงบ้าบอคนนึงเท่านั้น
นาทีนี้...อยากมีแฟนเป็น เหล่าซือ, เซนเซ หรือ ซอนแซง
อีก 2 อาทิตย์จะสอบแล้ว....ชีวิตบัดซบจะเอาอะไรไปสอบ...ทำยังไงดี เฮ้อ...ลางสังหรณ์ว่าน่าจะไม่ผ่านเราด้านอักษรศาสตร์ เลือกเรียนวิชาเอกภาษาจีน วิชาโทภาษาญี่ปุ่น และเลือกเสรีไว้เกาหลี..อืม...จีนก็ได้ไม่กี่ตัว ญี่ปุ่นก็ยังไม่คล่อง เกาหลีลืมไปเลยช่างมันเพราะดันสอบวันเดียวกับญี่ปุ่น เวลาเดียวกันอีก..จริงๆ...ถ้ามุ่งเน้นเอาด้านภาษาไม่เน้นปริญญา ก็ค่อยๆ เรียนไปก็ได้แต่ถ้าจะเน้นปริญญามันก็ควรจะต้องผ่าน... ไม่ก็ควรที่จะผ่าน..ในเทอมถัดไปแต่ก็จะจับช้าไปอีกหน่อยนึง......เฮ้อ....ถามว่าเรามีความสุขไหมกับการเีรียนพร้อมๆ กันหลายๆ ภาษาคำตอบคือ สนุกสิ เราชอบนี่เพียงแต่ รู้สึกว่า เราเตรียมตัวน้อยไปหน่อยสำหรับเทอมนี้...แล้วเราก็ยังมีการสอบอื่นๆ ที่ไม่ใช่สอบของมหาวิทยาลัยรออยู่อีก..ที่แน่ๆ คือ 6 ธ.ค.นี้ เราต้องไปสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น...นี่ยังไม่ได้เอาข้อสอบมาลองทำเลย เพราะต้องรอให้สอบของมหาวิทยาลัยไปก่อน...เราไม่ได้เรียนอย่างเดียว เราทำงานด้วย ต้องแบ่งเวลา หาเงินด้วยเหนื่อยเหมือนกันนะ....แต่ก็ยังมีเวลามาอัพบล็อก มาบ่นจริงๆ เรียนรามฯ เค้าว่า ตกเป็นเรืองธรรมชาติ ใครๆ ก็ตกแต่เราอยากได้ G นี่น่า....เฮ้อ...รู้สึกเบื่อๆ ไงไม่รู้นิสัยเราเป็นคนไม่ชอบรอ....เราเกลียดการรอคอยเราอยากจะสอบๆ ในมหาวิทยาลัยให้เสร็จๆ ไปเพื่อที่จะเตรียมตัวสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น....จากนั้นก็สอบวัดระดับภาษาจีน และ เกาหลี โทอิคด้วยมันจะมีการสอบเป็นช่วงๆ น่ะ...ถามว่าทำไมต้องสอบ....เพราะเราต้องการใบประกาศยืนยันระดับภาษาของเราเวลาไปสมัครงานตามบริษัทหรือโรงแรมไงการันตีว่า ชั้นไม่ได้แค่พูดได้นะเฟ้ย ยังอ่านออก เขียนได้ ตามหลักภาษาเลยนะเอ้อ...แต่ทำไงได้....มันก็ต้องรอ...เฮ้อ...โปรดส่งใครมารักฉันที อยู่อย่างนี้มันเหงาเกินไป...ไม่มีแฟน ไม่มีคนปรึกษานี้ มันโดดเดี่ยวจังเลยนะ....ไม่มีแม้กระทั่งคนที่ช่วยติวให้เรา....เค้าว่า อยากเก่งภาษาไหน ให้หาแฟนชาตินั้น...แม่เจ้า...ชั้นก็อุตส่าห์เรียนตั้ง 3 ภาษา แต่ทำไมชั้นก็ยังหาไม่ได้สักคน...อยากได้แฟนแบบ...ที่เค้าพูดภาษาจีน ญ่ปุ่น เกาหลีได้ แต่ไม่ยอมพูดไทยกับเราเพระอยากให้เราเก่งๆ อยากให้เราสอบผ่าน....อารมณ์อยากมีแฟนเป็นครู ขอดุๆ โหดๆ ด้วยนะ 5555555+เฮ้อ.....อ่านหนังสือต่อดีกว่า....
วงแขนกล้ามเป็นมัดๆ อุ้ยน่าจะกัดแขนเล่นเบาๆ
วันวานยังหวานอยู่...แล้วอนาคตจะหวานไหม?
คนเราเมื่อถึงวันที่อายุมากขึ้นแล้วเนี้ยะ ก็มักจะนึกถึงเรื่องสมัยเก่าๆ สาวๆ น่ารัก น่าไสหัวไป....เมษาฯ เองก็เช่นเดียวกันค่ะ....นึกหวนย้อนไปสมัยตัวเองวัยสะรุ่น เรื่อยไปจนถึงสมัยประถม...ในตอนนั้นเมษาฯ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำโดยไม่ต้องกลัวว่า จะมีผลกระทบอะไรกับตัวเองเลย..อ๊ะ อ๊ะ...คิดไปถึงไหนกันนี่????เราจะบอกว่า เราอ่ะ เป็นคนชอบกีฬา พอๆ กับชอบกินช่าย...ชอบกินขาหมู ข้าวมันไก่ เนื้อย่างหมูกะทะ นมมันๆ (นมวัวนะ...นมคนยังไม่มีโอกาส) พิซซ่า ชีส แฮม เบอร์เกอร์ ซูชิ ซาซิมิ ต้มยำกุ้งน้ำข้น (น้ำใสไม่ใช่สเปคเพราะมันไม่มัน) แกงกะทิทั้งหลายแหล ไม่ว่าจะเป็นต้มข่าไก่ แกงเขียวหวาน แพนง มัสมั่น...แต่ไม่ชอบกินผัก ทว่า...ใช่ว่าจะไม่กินซะทีเดียวนะคะ เมษาฯ ชอบต้มจับฉ่ายมากๆ แบบว่า มันเค็มๆ ร้อนๆ ผักเละๆ กินได้เรื่อยๆ กินได้เป็นหม้อๆ เลยนะคุณอ่ะ....เรากลับมาที่ความสุขในวัยเยาว์กันต่อ...ด้วยความที่เมษาฯ เป็นคนชอบเล่นกีฬา และเป็นนักกีฬาด้วย เล่นมาหมดแล้วตั้งแต่..วิ่งผลัด, จักรยานวิบาก, ปัญจักลีลัต (ศิลปการต่อสู้ของอินโดนีเซีย), วอลเลย์บอล, เทนนิส, ปิงปอง, แบดมินตัน, สนุกเกอร์, ยิงปืนกีฬาบางประเภทแค่ดูเมษาฯ ก็เล่นตามได้แล้วนะ ทำให้กล้าพูดได้ว่า...เราเป็นคนมีพรสวรรค์ด้านการใช้กำลังกายาแต่หาได้มีพรสวรรค์ด้านสติปัญญาไม่ด้วยเหตุนี้ทำให้มีนิสัยติดกินหนักค่ะ เพราะเราออกกำลังกายหนัก เราก็ต้องกินหนักเพื่อชดเชยพลังงานที่สูญเสียไปเมษาฯ กินอะไรก็ไม่อ้วนมาหลายปีดีดัก ผอมเพรียว ปราดเปรียวว่องไว ร่างกายยืดหยุ่น จนเมื่อ 2 ปีก่อนที่เมษาฯ มาทำงานในโรงแรม 5 ดาวแห่งนึงค่ะ...โรงแรมเค้ามีโรงอาหารให้พนักงาน อาหารฟรีซะ 5 มื้อ เท่าที่จะมีปัญญายัดใส่ท้อง.....มีตู้กดน้ำอัดลม, มีเครื่องทำกาแฟ....แม่ก็ซัด Milk Latte มันซะเลยยังๆๆ ยังไม่หมด....เค้ามีตู้ไอศครีมให้ด้วยนะตัวเอง ของหวาน ขนมหวานไทยๆ ก็มีนะตัว....คุณก็รู้แล้วนี่ค่ะว่า ดิฉันเป็นคนชอบกินกินนั่นนิด กินนี่หน่อย ไม่ออกกำลังกาย...2 ปีขึ้นมาสิบโล....แม่เจ้า....แล้วกูจะเอาลงยังไง?????ยังดีที่โชคเข้าข้างเมษาฯ บ้าง....เจ้านายเก่าขายต่อเมมเบอร์ฟิสเนตให้เมษาฯ ให้ราคาที่ถูกแบบได้ปล่าวแถม...เจ้านายไปใช้แค่ครั้งเดียว....ก็ไม่ไปอีก บอกขี้เกียจ...ชั้นอยากมีเงินเยอะแยะจนรูดการ์ดเป็นหมื่นๆ แล้วโชว์ป๋ารูดการ์ดแบบนี้บ้างจังตอนนี้เมษาฯ เล่นฟิตเนสที่ทรู สาขาอโศก ใครไปแถวนั้น มาทักทายกันได้นะคะเมษาฯ ขลุกอยู่ที่นั่นวันละ 2-3 ชม. และได้กินอย่างที่ใจอยากสักที หุหุแต่ก็ไม่มีความสุขแบบสมบุรณ์พร้อมเท่าไหร่นะ แบบว่า ต้องคอยมานั่งนับแครอลี่อ่ะ ว่า มันเท่าไหร่ แล้วเราเผาพลังงานไปเท่าไหร่น่าเบื่อนะ จะกินอะไรก็ต้องมานับแครอลี่ ....เมษาฯ ตั้งเป้าไว้ว่าจะลด 10 ใน 3-6 เดือน...อย่างน้อยๆ ขอสัก 3-4 โล ก่อนธันวาคม เพราะปลายพฤศจิกายนเพื่อนสาวสมัยมัธยมของเมษาฯ กำลังจะออกเรือน(เพื่อนคนละคนกับบล็อกก่อนหน้านั้นนะ...เรียนหญิงล้วนอ่ะ เพื่อนสาวเยอะ แฟนไม่มีเลย)ตอนนี้ก็มุ่งมั่นพยายามนึกถึงสมัยเด็กๆ วัยเยาวอันแสนหวาน ได้เล่นกีฬา ได้พบปะพูดคุยกับผู้คนหลากหลายวัย อาชีพและได้กลับบ้านมากินอาหารอร่อยๆ จากฝีมือแม่....โตแล้ว...ต้องฝีมือแฟนถึงจะถูก หุหุนึกภาพนะ....อดีตนักกีฬา (แน่นอน นักกีฬาย่อมคู่กับเชียร์ลีดเดอร์)เดินเข้าบ้านมา ได้กลิ่นหอมของอาหาร...อดีตนักกีฬา - หิว หิว หิว หิวจังเลย มีไรกิน มีไรกินอดีตเชียร์ลีดเดอร์ - วันนี้ไม่ได้ทำไรกิน แต่ไปหาเพื่อนเลยซื้อข้าวผัดน้ำพริกปลาย่างกุ้งฟู ร้านภรณี แถวเอ็มโพเรี่ยมมาอ่ะ (โฆษณาแฝง 55) อุ่นให้ละ ร้อนอดีตนักกีฬา - กินละน้า....ง่ำๆอดีตเชียร์ลีดเดอร์ - หนูซุปอร่อยไหมอดีตนักกีฬา - อาหย่อย รักจังเลย อาหย่อย รักเธอคนเดียวถูกต้องค่ะ เมษาฯ เป็นคนชอบผู้หญิงชอบทำกับข้าว.. แม่บ้านแม่เรือน เรียบร้อย ขี้อาย รักเด็ก...เพราะจริงๆ เราเป็นคนขี้ใจน้อย แล้วก็ขี้อ้อนน้าจะบอกให้....เฮ้อ.... แกงไก่มัสมั่นเนื้อ นพคุณ พี่เอย หอมยี่หร่ารสฉุน เฉียบร้อนชายใดบริโภคภุญช์ พิศวาส หวังนา แรงอยากยอหัตถ์ข้อน อกให้หวนแสวง ๚ ๏ มัสมั่นแกงแก้วตา หอมยี่หร่ารสร้อนแรง ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา ๏ ยำใหญ่ใส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลือตรา รสดีด้วยน้ำปลา ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ๏ ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม เจือน้ำส้มโรยพริกไทยโอชาจะหาไหน ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง ๏ หมูแนมแหลมเลิศรส พร้อมพริกสดใบทองหลาง พิศห่อเห็นรางชาง ห่างห่อหวนป่วนใจโหย๏ ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย รสทิพย์หยิบมาโปรย ฤๅจะเปรียบเทียบทันขวัญ๏ เทโพพื้นเนื้อท้อง เป็นมันย่องล่องลอยมัน น่าซดรสครามครัน ของสวรรค์เสวยรมย์๏ ความรักยักเปลี่ยนท่า ทำน้ำยาอย่างแกงขม กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม ชมไม่วายคล้ายคล้ายเห็น ๏ ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ รสพิเศษใส่ลูกเอ็น ใครหุงปรุงไม่เป็น เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ๏ เหลือรู้หมูป่าต้ม แกงคั่วส้มใส่ระกำ รอยแจ้งแห่งความขำ ช้ำทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม ๏ ช้าช้าพล่าเนื้อสด ฟุ้งปรากฏรสหื่นหอมคิดความยามถนอม สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์ ๏ ล่าเตียงคิดเตียงน้อง นอนเตียงทองทำเมืองบน ลดหลั่นชั้นชอบกล ยลอยากนิทรคิดแนบนอน ๏ เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน เจ็บไกลในอาวรณ์ ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง ๏ รังนกนึ่งน่าซด โอชารสกว่าทั้งปวง นกพรากจากรังรวง เหมือนเรียมร้างห่างห้องหวน๏ ไตปลาเสแสร้งว่า ดุจวาจากระบิดกระบวนใบโศกบอกโศกครวญ ให้พี่เคร่าเจ้าดวงใจ ๏ ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง เป็นโฉมน้องฤๅโฉมไหนผักหวานซ่านทรวงใน ใคร่ครวญรักผักหวานนาง ๚วันวานยังหวานอยู่ ทำให้มีกำลังใจจะออกกำลังกายเพื่อร่างกายที่สมส่วนและกินอย่างใจอยาก..แต่อนาคตจะได้หวานอย่างที่คิดไว้ไหม???????อืม...ใครจะไปรู้ก็มันเป็นอนาคต
ไอ้ตัวแพร่เชื้อ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เป็นหวัดกันรึเปล่าคะ??เป็น....ต๊าย อินเทรนด์นะยะคะไม่เป็น...ว้าย ตกเทรนด์นะยะหล่อนเมษาฯ เพิ่งหายป่วยค่ะสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่รู้เป็นสัปดาห์แห่งยถากรรมหรืออย่างไรวันที่ 5 อกหักจากเพื่อนสาว...วันที่ 9 เป็นไข้หวัดและอ้วกแตก จนต้องลากสังขารไปหาหมอ บอกอาการหมอเสร็จ หมอบอก"อือม มีอาการไข้หวัด 2009 นะครับ"แต่หมอก็ไม่ได้ตรวจอะไรมาก เพราะอาการเราตอนนั้นหนักไปทางปวดท้อง และลำไส้อักเสบอันเกิดจากการติดเชื้อซะมากกว่า"แต่ถ้า 2 วันไม่หายและมีไข้ขึ้นสูง รีบมาหาหมออีกนะครับ"อ้าว...ไรนิกินยาไม่ทันจะหายดีวันที่ 11 เริ่มมีอาการเจ็บคอ...วันที่ 12 เริ่มมีไข้อีกรอบ แต่เราก็รีบกินยาไว้ก่อนนะวันที่ 13 ไปมหา'ลัย แบบว่า มีสอบภาษาญี่ปุ่น อยู่ได้แค่ครึ่งวัน ต้องรีบแจ้นไปหาหมอเพราะไม่ไหวแล้ว ตาแดง น้ำตาไหล มองกระดานไม่เห็น ปวดหัวรุนแรง"เป็นอะไรมาลูก?" คุณหมอแก่ๆ รพ.เดิมถาม.."หวัดมั้งคะ..." ถ้าหนูรู้ หนูจะมาหาหมอเหรอเล่าๆ อาการในช่วงสัปดาห์นี้ไป...(คิดดูสิ ป่วยขนาดนี้ โสด ไม่รุ้จะอ้อนใคร)คุณหมอก็จัดยาฆ่าเชื้ออีกรอบ แต่หนนี้เชื้อไรหมอไม่บอก....ได้ยามา 1 ถุงใหญ่ๆ และนอนตายที่บ้าน 2 วันถึงลากสังขารไปเรียนได้.....วันไปเรียน...ใส่หน้ากากไป..แม่เจ้า เพื่อนๆ ในห้องมองเราดั่งตัวประหลาดประมาณว่า ว้าย...อีนี่ ต้องแพร่เชื้อให้กูแน่เลย อย่าใกล้กูนะพี่ที่นั่งข้างๆ เรา...เจ้แกสัพยอกว่า..."ไม่ใช่หวัด 2009 นะ""ไม่หรอกพี่ ซุปเป็นโรคภูมิแพ้น่ะ"หน้าตาเจ้ดูไม่เชื่อ แล้วก็พยายามนั่งห่างๆ เรา(โต๊ะเรียนติดกันจะขยับไปทำไม)นั่งๆ ไปสักพัก เริ่มได้ยินเสียงคนนั้นไอ คนนี้ไอ คนนุ้นไอ หันไปมองไม่มีใครใส่ผ้าปิดปากสักคนร้ายสุด...เจ้ที่นั่งข้างๆ เมษาฯ จามค่ะ"อ้าว...พี่เป็นหวัดเหรอ?""อื้อ""เอาผ้าปิดปากไหม ซุปมี" รีบเปิดกระเป๋ากะให้เจ้"ไม่เอาอ่ะ"แล้วหล่อนก็นั่งจามเป็นระยะๆ เหอๆคนใส่ไม่แปลก คน (เป็นหวัด) ไม่ใส่สิแปลก...ตัวแพร่เชื้อ!!!!
คุณเคยตกหลุมรักและอกหักในอีก 2 วันต่อมาไหมคะ????
Location : กรุงเทพ Thailand
[Profile ทั้งหมด]