ชีวิตจับกังในโรงงานญี่ปุ่น ตอนที่ ๑ จุดเริ่มต้นของการเป็นจับกัง (ต่อ)
ตอนแรกว่าจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการสมัคร Recruite ทีหลัง แต่วันนี้อยู่ๆ ก็เกิดอาการคันปากอยากเล่าขึ้นมา งั้นก็ขอเล่าเลยละกัน สิ่งที่อิชั้นเจอนี่คือระบบการทำงานและกลั่นกรองคนของบริษัท Recruite ที่อิชั้นเจอกับตัวเองเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วนะคะ เป็นไปได้ว่า เวลาผ่านมาเนิ่นนานนับสิบปี ระบบการทำงานอาจจะเปลี่ยนไปจากนี้ มีการกลั่นกรองที่ดีขึ้นจากเมื่อก่อนแล้วก็ได้ เพราะสมัยนี้คู่แข่งธุรกิจประเภทนี้มันเยอะอ่ะ ขืนทำเช้าชามเย็นชามแบบเมื่อก่อน ก็คงจะอยู่ไม่ได้เหมือนกัน


ตอนที่ไปสมัคร พอได้ข่าวว่าจะมีการสัมภาษณ์เบื้องต้น เรากะเพื่อนๆ ก็เตรียมตัวติวภาษาญี่ปุ่นกันไว้ดิบดี Keigo, Kenjougo (คำประเภทยกท่านขึ้นสูง กดและจิกหัวตัวเองลงต่ำ) ศัพท์หรูหราไฮโซว ใบเพ็ด เอ๊ย....ใบแสดงหลักฐานเกี่ยวกับการสอบวัดระดับ เมนี่ติงจิงกะเบล พวกเราเตรียมไปหมด ด้วยความที่ยังอ่อนต่อโลก ใจก็เต้นตึ๊กตั๊ก ไม่รู้ว่าจะโดนถามหรือทดสอบความรู้ภาษาญี่ปุ่นอะไรบ้าง จะโดนทำสอบข้อเขียนไหม จะโดนถามศัพท์ยากๆ หรือเปล่า


พอถึงวันนัด พวกเราก็แต่งชุดนักศึกษานี่แหละค่ะไปสัมภาษณ์ (ก็ตอนนั้นยังมีสถานภาพเป็นนักศึกษากันอยู่เลย) ถ้าจำไม่ผิด เราไปกันเกือบยกห้องเลยได้มั้ง (ประมาณยี่สิบกว่าคน) จินตนาการของเด็กน้อยอ่อนต่อโลก ณ ตอนนั้น เราจะต้องไปเจอกับออฟฟิศใหญ่ๆ มีคนญี่ปุ่นเดินกันให้ว่อน หน้าตาเคร่งเครียดจริงจัง เราจะต้องเตรียมพร้อมกันไว้ให้ดี จะได้คุยกันรู้เรื่อง....


แต่พอไปถึง ออฟฟิศใหญ่โตที่พวกเราวาดฝันกันไว้ เป็นเพียงห้องให้เช่าเล็กๆ แคบๆ ในตึกสูงที่มีอีกหลายออฟฟิศอยู่รวมๆ กันในนั้น บางบริษัทที่เราเดินผ่านไปดูใหญ่โตกว้างขวางมีหลายคูหา แต่ออฟฟิศ Recruite ของพวกเรา มีแค่คูหาเดียวเจ้าค่ะ และเป็นคูหาเดียวที่มีอะไรต่อมิอะไรแออัดยัดทะนานอยู่ในห้องเดียวแคบๆ นั้น


คนญี่ปุ่นที่เราคาดหวังว่าจะเห็นเดินกันขวักไขว่ เอาเข้าจริงก็มีอยู่แค่คนเดียว และยังเป็นคนญี่ปุ่นที่พูดไทยเก่งซะด้วย ส่วนพนักงานที่เหลือเป็นคนไทยทั้งหมด หมดกัน...ภาษาญี่ปุ่นที่พวกช้านตั้งใจมาพูด.... ฮ่วย....


เรากับเพื่อนๆ ก็แยกย้ายกันไปกรอกเอกสารต่างๆ ที่พนักงานเอามาให้กรอก รายละเอียดที่กรอกก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากเอกสารสมัครงานทั่วไป มีที่แปลกไปหน่อยก็คือ จะมีช่องให้ระบุพื้นที่ที่สะดวกปฏิบัติงาน อิชั้นระบุว่าชลบุรี (เท่านั้น..เพราะต้องการกลับมาอยู่ที่บ้าน) ในส่วนของตำแหน่งที่ต้องการ อิชั้นระบุ ล่าม เลขา จำตำแหน่งงานที่อิชั้นระบุนี้ไว้ให้ดีๆ นะเคอะ แล้วมาเปรียบเทียบกันทีหลังว่า งานที่อิชั้นทำที่บริษัทแรกเนี่ย ตรงกับเศษเสี้ยวของที่อิชั้นระบุไว้บ้างไหม


พอกรอกเสร็จแล้วก็ไปเข้าคิวให้พี่คนญี่ปุ่นคนนั้นแหละสัมภาษณ์ เย้ๆๆ จะได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นซะที ตื่นเต้นๆ ท่องกันอีกครั้ง อย่าลืมใช้ Keigo กับเค้านะแก อาจารย์สอนมา ไหนๆ มาทวนศัพท์กันอีกทีซิ เอาละ..โอเค..พร้อม... เข้าห้องสัมภาษณ์ทีละคน


พอถึงคิว อิชั้นก็เข้าไป คำถามที่ถูกสัมภาษณ์ (เป็นภาษาญี่ปุ่น) ก็มีแค่ ชื่ออะไร เรียนที่ไหน ที่บ้านทำอาชีพอะไร มีพี่น้องกี่คน สอบได้ระดับอะไรมา ต้องการไปทำงานที่ไหน เริ่มงานได้เมื่อไหร่ ทำที่อื่นได้ไหม อยากได้งานตำแหน่งอะไร ต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ แค่เนี้ยะ........แล้วก็จบการสัมภาษณ์ ไม่มีศัพท์ยาก ไม่ต้องแสดงความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นมากมายอย่างที่คิด ไม่ต้องสอบข้อเขียน เสร็จแล้วก็ปล่อยตัวออกมา บอกว่าแล้วจะติดต่อไปถ้ามีงานที่เข้ากันกับที่อิชั้นต้องการ


ตอนนั้นก็คิดว่า เออ...ง่ายดีเนอะ ดีจัง สัมภาษณ์งานง่ายๆ แบบนี้ ตังค์ค่านายหน้าก็ไม่เสีย (เพราะบริษัท Recruite จะไปเรียกเก็บกับบริษัทที่ใช้บริการ โดยคิดตามเปอร์เซ็นต์) กรูต้องได้งานโดยไม่ชักช้าเป็นแน่แท้ หารู้ไม่ ว่าคุณภาพของงานที่บริษัทนี้จะป้อนให้อิชั้นเนี่ย มันก็สะท้อนให้เห็นจากคุณภาพการสัมภาษณ์เนี่ยแหละ เสร็จแล้ว อิชั้นก็กลับไปเรียนต่อจนใกล้จบ (ตอนนั้นก็อยู่ราวๆ ช่วงเดือนมกรา กุมภา)


และแล้วประมาณเดือนกุมภา ระหว่างที่ยังสอบปลายภาคไม่เสร็จดี บริษัท Recruite เจ้านี้ก็ติดต่อมา บอกว่ามีบริษัทหนึ่งที่ชลบุรีสนใจอิชั้น ให้เข้าไปสัมภาษณ์ด่วนจี๋ อิชั้นก็ดีใจสิ เพราะได้รับการติดต่อกลับเร็วกว่าที่คิด (เพื่อนบางคนที่ไปด้วยกันยังไม่ได้รับการติดต่อเลยด้วยซ้ำ) รีบกลับบ้านที่ชลบุรี และให้พ่อพาไปสัมภาษณ์ที่บริษัทนั้นทันที


ประการหนึ่งที่อิชั้นได้รับการติดต่อเร็วกว่าที่คิดก็อาจจะเป็นเพราะ ในเวลานั้นเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมเพิ่งจะบูมใหม่ๆ นิคมอุตสาหกรรมหลายนิคมในภาคตะวันออกเพิ่งจะเริ่มสร้าง มีบริษัทเพิ่งตั้งใหม่ๆ มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่เพิ่งย้ายฐานการผลิตมาทางบ้านเรา อย่างที่ชลบุรีเองก็มีหลายนิคมฯ และบริษัทตั้งใหม่เหล่านี้ก็กำลังต้องการคนทำงานอย่างมาก ซึ่งคนที่สามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นได้ ณ ตอนนั้นยังมีไม่เพียงพอกับความต้องการ เรียกได้ว่าเป็นสาขาขาดแคลน (ต่างจากสมัยนี้) ประกอบกับการที่อิชั้นระบุพื้นที่ปฏิบัติงานไว้ว่าเป็นชลบุรี ในขณะที่เพื่อนๆ ส่วนใหญ่เลือกกรุงเทพกัน ก็เลยอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อิชั้นได้งานเร็วก็เป็นได้


อันที่จริง อิชั้นเคยตั้งใจไว้ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบว่า หลังจากเรียนจบ จะยังไม่ทำงานทันที แต่จะขอเที่ยวยาวๆ ขอพักผ่อนให้เต็มที่ เพราะหลังจากที่ทำงานแล้ว ก็คงไม่มีเวลาได้เที่ยวมากนัก แต่โอกาสของคนเรา บทจะมาก็มา และไม่ได้หาได้ง่ายๆ ดังนั้น เมื่อโอกาสของอิชั้นมาเร็วกว่าที่คิด ในขณะที่อีกหลายๆ คนกำลังหามันอยู่ แต่ไม่เจอ อิชั้นก็ควรคว้ามันไว้ก่อน เรื่องอื่นค่อยคิดทีหลัง (พ่ออิชั้นเองก็อยากให้อิชั้นคว้างานไว้ก่อนด้วยแหละ ตามประสาผู้ใหญ่ที่กลัวว่าถ้าลูกเลือกงานมากแล้วจะตกงาน)


ตอนไปสัมภาษณ์ที่บริษัท อิชั้นตื่นเต้นมาก เตรียมตัวไปเต็มที่เหมือนเคย บริษัทแรกของอิชั้น ณ วันนั้นยังเป็นโรงงานเล็กๆ เป็นโรงงานทำชิ้นส่วนประเภทหน้ากากแอร์ส่งให้กับบริษัทผลิตแอร์ยี่ห้อหนึ่ง (ตอนนี้ได้ข่าวว่าผลิตให้หลายยี่ห้อแล้ว) มีพนักงาน (รวมส่วนของออฟฟิศและคนญี่ปุ่น) ไม่ถึง 50 คน มีคนญี่ปุ่น 2 คน ซึ่งอิชั้นก็ได้รับการต้อนรับจากอดีตเจ้านายเป็นอย่างดี การสัมภาษณ์ก็เป็นไปแบบง่ายๆ ถามแค่เรื่องสัพเพเหระทั่วๆ ไป ถามอะไรอิชั้นก็ตอบได้หมด (ไม่ใช่เพราะว่าอิชั้นเก่งนะคะ แต่เป็นเพราะเป็นเรื่องทั่วไปมากๆ คำศัพท์ที่พูดกันก็เป็นศัพท์พื้นๆ ต่างหาก) พูดเสร็จ ก็ถามว่าอิชั้นจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่ อิชั้นเองอย่างที่บอกว่าห่วงเที่ยว ห่วงเล่นก็บอกไปว่าอยากจะเริ่มงานหลังเมษา แต่ทางบริษัทก็บอกว่ามันนานเกินไป ยังไงให้มาตั้งแต่เดือนมีนาเลยได้ไหม เพราะรอบปีทำงานญี่ปุ่นจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษาเป็นต้นไป เลยอยากให้อิชั้นเริ่มงานให้พอดีกัน ที่จริงแล้วบริษัทต้องการคน และอยากให้อิชั้นเริ่มงานทันทีเลยด้วยซ้ำ แต่เห็นว่าอิชั้นยังเรียนไม่จบดี ก็เลยจะรอถึงเดือนมีนาให้อิชั้นเรียนให้จบซะก่อนก็ได้


ที่จริงเดือนมีนาเป็นเดือนที่อิชั้นเพิ่งจะสอบเสร็จและเพิ่งจะกลับมาอยู่บ้าน ความตั้งใจเดิมก็คือว่าอยากจะเที่ยวเล่นซักพักหนึ่งก่อนค่อยเริ่มงาน แต่ก็อีกนั่นแหละค่ะ ด้วยความที่กลัวว่า ถ้าอิชั้นละทิ้งโอกาสนี้ไปก็อาจจะไม่มีเข้ามาอีก (ที่จริงอิชั้นน่าจะใจเย็นให้มากกว่านี้หน่อย แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย ใจมันกลัวแต่ว่าถ้าเลือกมากแล้วจะไม่ได้งานเท่านั้นเอง)


อิชั้นคิดอยู่ไม่นานก็ตอบตกลงว่าจะเริ่มงานเดือนมีนา (อารมณ์ประมาณว่า เอาก็เอาฟะ เป็นไงเป็นกัน ดีกว่าไม่ได้งาน) เสร็จแล้วก็กลับไปมหาลัย คุยโม้กับเพื่อนว่า ชั้นได้งานแล้วเฟร้ยยย จบไปไม่ต้องไปเดินเตะฝุ่นแย้ว ฮิฮิ้ววววว.....


ที่จริงในตอนนั้น อิชั้นเองก็มีอีกที่หนึ่งที่เรียกให้ไปสัมภาษณ์นะคะ เป็นบริษัทที่อยู่ในนิคมฯ เดียวกับที่อิชั้นอยู่ ณ ปัจจุบันนี่แหละ ตอนนั้น บริษัทนี้ก็เพิ่งมาตั้งเหมือนกัน อิชั้นเห็นประกาศรับคนในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ห้องสมุดก็ส่งใบสมัครไปทันที แต่เนื่องจากในตอนนั้น นิคมฯ ที่อิชั้นอยู่นี้ยังเป็นนิคมฯ บ้านนอก ไร้ซึ่งความเจริญ ห่างไกลและดูกันดารสุดกู่ ทำให้พ่อของอิชั้นซึ่งหวงและห่วงลูกสาวม้ากกมากถึงขนาดขับรถมาดูสถานที่ด้วยตัวเอง ถึงกับสั่งห้ามไม่ให้อิชั้นมาโดยทันที แม้แต่จะมาสัมภาษณ์ก็ไม่ให้ โดยหารู้ไม่ว่า ไอ้นิคมฯ กันดารๆ เนี่ยแหละ ที่สวัสดิการมันโคตรจะดี มีรถรับส่งรอบรัศมีของนิคมฯ เกือบร้อยกิโลเมตรชนิดเกยถึงประตูบ้าน มีอาหารกลางวันให้กินฟรีอย่างน้อยวันละหนึ่งมื้อ (ถ้าอยู่โอทีก็มีให้กินอีกหนึ่งมื้อ) มีเบี้ยกันดาร มีฐานเงินเดือนดีกว่าบริษัทที่อยู่ในนิคมฯ ซึ่งเจริญแล้วไม่รู้กี่เท่า


ในขณะที่อิชั้นซึ่งทำงานอยู่ใกล้ๆ บ้านแท้ๆ แต่กลับต้องโหนรถเมล์ ต่อรถบัส เดินอีกสามเฮือกใหญ่ เลิกงานเย็นมาก กลับถึงบ้านค่ำ ผอมบักโกรก (เพราะได้ออกกำลังโหนรถเมล์และเดินมาราธอนทุกวัน) คุณสามีซึ่งมาทำงานที่บริษัทปัจจุบันของอิชั้นตั้งแต่แรกกลับอ้วนเอ๊า อ้วนเอาเพราะสบายจัด แถมเก็บตังค์ได้เยอะกว่าอิชั้นซะอีก เพราะวันๆ แทบไม่ได้ใช้อะไรเลย ค่ารถไม่ต้องเสีย ค่าข้าวไม่ต้องจ่าย พกตังค์วันละยี่สิบก็อยู่ได้ แหม.... มันช่างน่าอิจฉาจริงๆ โว้ยย....


อินโทรมานาน วันต่อไปจะเข้าสู่เรื่องของชีวิตจับกังแบบเต็มๆ แล้วค่ะ



Create Date : 30 กรกฎาคม 2551
Last Update : 30 กรกฎาคม 2551 14:44:23 น.
Counter : 372 Pageviews.

1 comments
  
น่าสนใจค่ะ ลงตอนต่อไปกระซิบด้วยนะคะ
จะได้รีบเข้ามาอ่าน
โดย: nathanon วันที่: 30 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:36:34 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แรมโบ้มัม
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



บ้านเราชอบเดินทางท่องเที่ยวที่สุดในโลก...

บ้านเราใช้บริการจองที่พัก จองตั๋วเครื่องบินราคาประหยัด จองตั๋วรถทัวร์ รถเช่าทั่วไทยออนไลน์ที่ FAMILYLOVETRIP.COM จองโรงแรมที่พัก ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถทัวร์ เช่ารถ ค่ะ







Color Codes และวิธีแต่ง Blog คุณ ป้ามด

Color Codes และวิธีแต่ง Blog คุณ lozocat

BG สวยๆ และวิธีแต่ง Blog คุณ paradijs

โค้ดง่ายๆ สำหรับ Blog คุณ ป้ามด