Group Blog
 
All blogs
 

ก่อนจะมาเป็นดาว.. เอ๊ย เลขา ฯ



เส้นทางอันยาวไกล ก่อนที่จะมาเป็นเลขานุการ(หนึ่งเดียวคนนี้)

เฟื่องเริ่มต้นชีวิตการทำงานอย่างลูกคุณหนูที่พ่อแม่เฝ้าทะนุถนอมมาแต่เยาว์วัย ด้วยการที่คุณพ่อที่เคารพยื่นสตางค์ให้จำนวนหนึ่งเมื่อเรียนจบแล้วบอกว่า
"เอ้า เอาไปซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เพื่อสมัครงาน หลังจากนั้นก็หาเลี้ยงตัวเอง พ่อแม่ให้วิชาความรู้ติดตัวไว้แล้ว"

แปลได้เป็นนัยว่า อย่าหวังว่าจะได้นอนตีพุงให้พ่อแม่เลี้ยงสบายๆ อีกต่อไป ฟังราวกับจะตัดหางปล่อยวัดลูกสาวอย่างเด็ดขาดอย่างไรอย่างนั้นเชียวนะคะ คุณพ่อ

เอาไงก็เอากัน เฟื่องก็นักสู้(บ้างไม่สู้บ้าง) เหมือนกันนิ

ส่วนคุณแม่บอกว่า
"เป็นผู้หญิงน่ะลูก ไปสอบเป็นข้าราชการไว้ดีกว่า ยังไง ก็มั่นคงกว่าไปทำงานเอกชน"

ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยย

เฟื่องได้แต่กรี๊ดยาวเหยียดอยู่ในใจ แล้วก็แล่นไปสมัครงานหน่วยงานเอกชนทันทีอย่างไม่รอช้า ตามประสาลูกทรพาหัวดื้อ (อย่างที่แม่เรียก) จริงๆ แล้วสมัยเฟื่อง เขาเรียก เป็นตัวของตัวเองต่างหากเจ้าคะ คุณแม่เจ้าขา

งานแรกของเฟื่อง ก็ชวนตื่นเต้นสมใจตัวเองนัก

เฟื่องเป็นนักข่าวการเมืองของศูนย์ข่าววิทยุแห่งหนึ่ง ซึ่งศูนย์ข่าวแห่งนี้ ใครๆก็ว่าหินหนักหนา เงินเดือนน้อยต้อยตีวิด แต่เขาว่ากันว่า ถ้าหากคุณได้ผ่านงานนี้ไปได้ละก็ คุณสามารถเข้าไปเป็นนักข่าวที่ศูนย์ไหน สถานีไหนก็ได้ทั้งนั้น เหมือนโรงเรียนชั้นดีว่างั้นเหอะ

วันแรกที่เฟื่องเข้าทำงาน เฟื่องอยู่ที่ศูนย์ข่าวทั้งวัน เพื่อหัดเขียนข่าว เรียบเรียงข่าว ผ่านไปได้ด้วยดี

วันที่สอง ผ่านไปได้เพียงครึ่งวัน นักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลคนหนึ่ง (รุ่นพี่เฟื่องเอง คุณสังกมา สารวัตร หรือ พี่จู) ก็แจ้งเข้าศูนย์ ฯ ว่า ขอลาไปธุระโดยด่วน บรรณาธิการข่าวตอนนั้น หันรีหันขวางอยู่ชั่วครู่ หันมาเห็นยายเฟื่องผลุบๆ โผล่ๆ อยู่แถวๆนั้นพอดี เลยไล่เฟื่องให้นั่งรถแท๊กซี่ไปทำเนียบ เข้าไปแทนพี่จู ด่วน

เฟื่องก็งงอยู่เป็นครู่ แต่ก็ออกไปแต่โดยดี โดยที่บอกอบอกว่า เอาน่ะ เดี๋ยวพี่เขาก็สอนให้เองว่าต้องทำยังไง

ไปถึงตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล รุ่นพี่ของเฟื่องก็อธิบายวิธีการใช้เครื่องบันทึกเสียง บอกว่า อีหนู เดี๋ยวนายก ฯ ออกมาเอ็งก็ตามๆ พี่ๆนักข่าวเขาไปสัมภาษณ์นะ พอได้เสียงมาแล้ว เอ็งก็เขียนข่าวเข้า เลือกเสียงนายก ฯ ประกอบข่าว สิริรวมแล้ว อย่าให้เกิน 40 วินาทีล่ะ เสร็จแล้ว.. พี่จูชี้เข้าไปในรังนกกระจอก (เพรส เซ็นเตอร์ของทำเนียบรัฐบาล) เอ็งโทรเข้าศูนย์ข่าว ขอส่งข่าว เข้าใจนะ ? เออ ดี พี่ไปละ ขอบใจนะอีหนู

เฟื่องทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด นายก ฯ (คุณชวน) ให้สัมภาษณ์เรื่องอะไรต่อมิอะไรหลายเรื่อง เฟื่องก็เลือกเอามาเรื่องหนึ่งที่คิดว่า มันน่าจะสำคัญ (อิอิ มือใหม่นี่นา) เลือกเสียงได้แล้ว ก็กรอเทปรอไว้เลย แล้วก็จัดการโทรเข้าศูนย์ข่าวอย่างไม่รอช้า

บอกอของเฟื่อง แหม เสียดายที่จำชื่อไม่ได้จริงๆ รับสาย พอเฟื่องบอก ส่งข่าวค่ะ แกก็ โอเค เอ้า ว่ามา

เฟื่องก็อ่านข่าวไปตามที่เคยได้ยินมา และคิดว่าน่าจะเป็นที่พอใจของบอกอ ด้วยความเชื่อมั่นในน้ำเสียงเสนาะรูหูของตนเองด้วยครึ่งหนึ่ง

ปรากฎว่า รายงานข่าวไปได้ไม่ทันถึงครึ่ง บอกอ ตวาดกลับมาเสียงดัง

"เฮ่ย รายงานข่าว ไม่ใช่อ่านสปอตโฆษณา อ่านให้มันชวนตื่นเต้นเหมือนเป็นข่าวหน่อย เอาใหม่"

สรุปว่า การรายงานข่าวครั้งแรกของเฟื่อง เฟื่องต้องอ่านใหม่อยู่เกือบยี่สิบรอบ กว่าจะเป็นที่พอใจของบอกอจอมโหด เกือบจะร้องไห้อยู่รอมร่อแล้ว แต่ก็ต้องกล้ำกลืนน้ำตา อ่านข่าวอย่างฉาดฉาน ด้วยน้ำเสียงของการ "รายงานข่าว" อย่างแท้จริง ตามแบบฉบับของศูนย์ข่าวแห่งนี้
เฟื่องมารู้ทีหลังว่า จริงๆ บอกอคนนี้ เป็นคนเก่ง และใจดีมาก แรกๆ แกก็ทำดุไปอย่างนั้นเอง เำพื่อฝึกให้นักข่าวเก่ง และแกร่งตามมาตรฐานของศูนย์ข่าว

นอกจากนั้น ยังต้องลุยไหนลุยได้ หน้าที่ของนักข่าวคือ รายงานสถานการณ์ให้เป็นข่าว คุณจะต้องหาประเด็นที่เป็นข่าวให้ได้ ไม่ว่าคุณถูกส่งไปทำเรื่องสุดแสนจะธรรมดาเพียงใดก็ตาม

ปกติแล้ว นักข่าวส่วนใหญ่จะมี "สาย" ที่ตัวเองทำข่าวประจำ เช่นนักข่าวสายทำเนียบ ประจำทำเนียบรัฐบาล เฝ้าฝ่ายรัฐบาล คอยรายงานการประชุม ครม.
ส่วนนักข่าวประจำรัฐสภา ก็เฝ้าฝ่ายค้าน เฝ้าวุฒิสมาชิก ว่างั้นก็ได้
นอกนั้นก็มี นักข่าวสายเศรษฐกิจ สายทหาร สายตำรวจ ฯลฯ
แต่เฟื่องนั้น บอกอไม่ได้จัดให้ประจำสายใดทั้งสิ้น เขาเรียก "จเร" พูดง่ายๆ คือ ทำข่าวจับฉ่ายนั่นเอง แม้ว่าจะหนักไปทางสายการเมืองนิดหน่อย

วันจันทร์-อังคาร เฟื่องเฝ้าทำเนียบ เพื่อคอยรายงานผลการประชุม ครม.
วันพุธ-พฤหัส ไปเฝ้ารัฐสภา (จนได้แฟนมาคนหนึ่ง ฮ่าๆ)
ส่วนวันศุกร์ โน่น ไม่กระทรวงการต่างประเทศ ก็ไปเฝ้ากระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงกลาโหม หรืออื่นๆ แล้วแต่บอกอจะโปรด

นอกจากนั้นก็มีเฝ้าม็อบ เฝ้าคนอดข้าวประท้วง เฝ้านั่นเฝ้านี่ไปเรื่อย (เคยกระทั่งไปเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช...และเรือนจำบางขวาง)

นี่คือวิธีการฝึกนักข่าวของศูนย์ข่าวแห่งนี้ ไม่ว่าสั่งให้ทำอะไร ต้อง "จัดให้" ได้
แถมยังสั่งแบบสายฟ้าแลบด้วยนะ
อย่างหนหนึ่ง บอกอคนเก่งของเฟื่อง พี่ติ๊ด ส่งเฟื่องไปเฝ้าตลาดหุ้น
บอกว่า เออ เฟื่องไปดูหน่อยสถานการณ์เป็นไง เพราะวันนี้ เสี่ยสอง ออกจากคุก
ตานี่ เข้าไปพักร้อน กินข้าวแดงในคุกเนื่องจากอยู่ไม่สุข ไปปั่นหุ้นเล่นเสียอย่างนั้น
เฟื่องรับคำพี่ติ๊ด แล้วก็ดิ่งไปอาคารสินธร ด้วยความรู้เรื่องหุ้นในระดับ ลบ 40
เนื่องจาก นอกจากไม่รู้อะไรเลย แล้วยังไม่มีความรู้สึก อยากจะเรียนรู้อีกด้วย

ราวๆเกือบเที่ยง พี่ติ๊ดก็โทรเข้ามือถือส่งเสียงหวานแบบโหดๆ มาตามสาย
ยายเฟื่องงงงง หล่อนหายต๋อมไปครึ่งวันแล้วนะ ฉันส่งให้ไปทำข่าวนะ ไม่ใช้ให้หล่อนไปเล่นหุ้น
เฟื่องต้องรีบบอก พี่ติ๊ดคะ อีกครึ่งชั่วโมงค่ะ แล้วเฟื่องจะส่งข่าวให้พี่ติ๊ดทุกชั่วโมง ช่วงบ่าย
เฟื่องพูดแล้วก็ทำจริงเสียด้วย บ่ายวันนั้น ศูนย์ข่าวรายงานความเป็นไปของหุ้นตลอด ทุกต้นชั่วโมง
มีนักวิเคราะห์หุ้นจากบริษัทต่างๆ ให้ความเห็น และวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเมามันไม่ขาดสาย

อย่าถามนะว่า เฟื่องหาข่าวยังไง.. เทคนิคส่วนตัว ห้ามเลียนแบบน่ะ

จริงแล้ว เฟื่องไม่ควรจะได้อยู่ทำงานนานขนาดนั้นหรอก เพราะเพียงชั่วหนึ่งเดือนแรกที่เฟื่องทำงานหัวหกก้นขวิดอยู่นั้น
คืนหนึ่ง พ่อก็โทรเข้าโทรศัพท์มือถือที่เฟื่อง (จำต้อง) มีติดตัวไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรายงานข่าว และสแตนด์บายให้ศูนย์ข่าวจิกตัวเรียกใช้ได้ตลอดเวลา ว่างั้นเหอะ

พอเฟื่องรับสาย ก็ได้ยินน้ำเสียงร้อนรนของพ่อถามว่า จะเที่ยงคืนอยู่แล้ว ไปทำอะไรอยู่ที่ไหน เฟื่องก็บอกว่า นั่งเฝ้าคุณฉลาด วรฉัตรอดอาหารประท้วงรัฐบาลอยู่ที่หน้ารัฐสภา พ่อยื่นคำขาดให้เฟื่องลาออกจากงานทันทีสิ้นเดือนนี้

"หรือแกจะแกล้งให้พ่อหัวใจวายก็ตามใจ"

เฟื่องเห็นใจพ่อ แต่ต้องขอพ่อไว้ว่า ขอเวลาให้เพื่องทำงานนี้สักสามเดือน ไม่ใช่อะไร มีคนเขาดูถูกลูกพ่อเอาไว้นะว่า ทำงานนี้ได้ไม่เกินเดือนหรอก

พ่อที่แสนดีของเฟื่อง ต่อให้ห่วงเท่าห่วงลูกสาวสุดที่รัก พ่อก็ยังยอมที่จะเข้าใจเหตุผล (อันไม่ค่อยจะเข้าท่า) ของเฟื่อง ลงเอยด้วยการที่เฟื่องทำงานอยู่ที่ศูนย์ข่าวแห่งนั้นเป็นเวลา 8 เดือน!!

คราวหน้าจะเล่าให้ฟังว่า งานแรกของเฟื่อง จบลงอย่างสะบักสะบอมแค่ไหน




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2548    
Last Update : 24 กันยายน 2548 3:17:04 น.
Counter : 118 Pageviews.  


*ProuD*
Location :
Paris France

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ซุ้มเฟื่องแก้ว
Friends' blogs
[Add *ProuD*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.