Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
รีวิวแป้ง mr.wat แป้งแบรนด์ไทยสุดเริ่ด
  สวัสดีจ้าทุกโค้นนนนนนนน!!!
 สำหรับบลอคนี้ เราจะมารีวิวแป้ง ตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นแป้งแบรนด์ของคนไทยเอง
ที่เราขอบอกได้เลยว่า อยากจะ Present มากๆ

นั่นก็คือ แป้งแบรนด์ MR.WAT (มิสเตอร์วัฒน์)
ชื่ออาจจะดูแมนๆหน่อย เนื่องจากเจ้าของแบรนด์ชื่อคุณวัฒน์ 
แต่แป้งใช้ได้ทั้ง หญิง และ ชาย หรือ ทอม เก้งกวาง ก็ใช้ได้นะตัวเธออ

เรามาพูดถึงแป้งกันเลยดีกว่าเนอะ ลุยยย!!!




ก่อนอื่นมาดูกันที่กล่องกันก่อน กล่องนั้นก็ดังรูปเลย
โลโก้ W เรียงต่อกันด้วยกลีบดอกไม้สีน้ำเงิน 
( แกว่า....ใช่กลีบดอกไม้ป่ะ คือ  imagine เรามันคือแบบนี้อ่ะ )

ซึ่งเค้าบอกบรรยายไว้หน้ากล่องเลยว่า เป็นแป้งที่ เป็นแป้ง whitening cake แป้งเค้ก ทาแล้วผิวขาวกระจ่างใส
ผสมรองพื้น และ กันแดด spf 18 pa ++ 




ต่อมาด้านหลังก็จะเป็นคำบรรยายต่างๆ  เช่น คำเคลม  วิธีใช้ ส่วนผสม คำเตือน
ซึ่งในสีเทาๆ ด้านบน เป็นคำเคลมที่เค้าบอกเอาไว้ว่า

"สวยเป๊ะ ภายใน 1 นาที ด้วย mr.wat 1 minute whitening cake powder foundation spf18 pa++ 
แป้งทาหน้าผสมรองพื้นและสารป้องกันแสงแดด เนื้อเนียนละเอียด อ่อนโยนสำหรับทุกสภาพผิว ช่วยให้ใบหน้าแลดูกระจ่างใส 
นวลเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ สีไม่เปลี่ยนระหว่างวัน ไม่ดรอป ไม่หมอง ด้วยส่วนผสมของ shine control powder 
ที่ช่วยดูดซับน้ำมัน่สวนเกินบนใบหน้า (sebum) จึงช่วยลดความมันเงาบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี"


ซึ่งคำเคลมนี้จะจริงหรือไม่อย่างไร เดี๋ยวเรามาดูกันอีกทีเนอะ




ต่อมา เอาตลับออกมาวางคู่กะกล่องนิดนึงสิ๊ ว่าเป็นอย่างไร





รูปตลับแบบชัดๆ ก็จะเป็นตลับแป้งสีดำ ดูหรูหรา ใครเป็นคนที่ชอบใจอ่อนระทวยแด่ของดำทั้งหลาย คุณอาจเสียเงินก็เป็นได้ HAHA




รูปตลับแบบชัดๆ แบบนี้เลยจ้าตัวเธอ



และเมื่อเราเปิดคตลับด้านในออกมา ก็จะมีรูระบายอากาศ ระบายความชื้น ความอับ ให้พัฟนั้นไม่อับ 



และนี่ก็คือพัฟที่เค้าแถมมาให้ ซึ่งคุณภาพของพัฟนั้น ถือว่าโอเคย์มากๆ ไม่ลื่นผิวหน้า ไม่แข็งไป ไม่นิ่มเกินไป กำลังดีเลย



และนี่ก็คือด้านล่าง ที่เค้าจะเขียนบอกว่า เบอร์อะไร 
อ้อ!!! ปริมาณแป้ง 11.5 g เขียนบอกไว้ด้านล่างนี้เลยตัวเธอ




และนี่ก็คือเนื้อแป้ง สภาพเนื้อแป้งแบบก่อนที่จะโดนอะไรๆไปปาด แบบชัดๆ
เป็นตารางเล็กๆๆๆๆ ซึ่งไม่ต้องกลัวว่า ใช้แล้ว ลายแป้งจะไม่สวย เหมือนบางแบรนด์
ที่มีการพิมพล์ลายแป้งสวยงามมา แล้วไม่กล้าใช้ กลัวลายหาย 55

แต่เนื้อแป้งเนี่ย ขอบอกตรงๆว่า เค้ามีชิมเมอร์เล็กๆผสมอยู่นะ แต่ถ่ายรูปออกมาแล้ว มันมองไม่เห็นชิมเมอร์เเห่ะ
ซึ่งเจ้าชิมเมอร์ที่เค้าให้มานั้น ขอบอกได้เลยว่า ใครที่ไม่ชอบชิมเมอร์ อาจจะไม่เลิฟ เพราะมันสามารถมองเห็นได้
ในเฉพาะบางแสงไฟ แต่ถ้าใครที่ไม่มายด์ ณ ตรงนี้ ก็โอเคย์เลยนะ 
แต่ชิมเมอร์ที่ผสมมา ไม่ได้เม็ดใหญ่เป็นเกล็ดglitter ชัดเจนขนาดนั้น ซึ่งถ้าไม่สังเกตุแบบ สังเกตุจริงๆ 
ก็อาจจะไม่เห็นชิมเมอร์ก็ได้เเหล่ะ



ตัวซ้าย เเป้งเบอร์ C1  ตัวขวา แป้งเบอร์ C2




พอปาดออกมาสีก็จะประมาณนี้ ซึ่งสี C2 นั้น แทบจะกลืนหายไปกับแขนเลย 55 


.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

โอเคย์ เรามาพูดถึงตัวเเป้งกันอย่างเจาะลึกกันเลยดีกว่าเนอะ



เอารูปbefore after สยองขวัญไปดูก่อน

ซึ่งรูปด้านซ้าย เป็นรูปที่ไม่ได้ทาอะไรเลย หน้ามันมากกกกกกก มันมากก มากกกกกกกก  ไม่ได้ผ่านการซับหน้าหรืออะไรเลยสักนิด
ก็ทาแป้งลงไปเลย โดยใช้พัฟที่เค้าแถมมาให้ แล้วทาโป๊ะไปเลย ใช้คำว่า โป๊ะ   
.
.
.
repeat after me.............. " โบ๊ะ "
.
.

เลยออกมาเป็นหน้าด้านขวามือ คือหน้าที่โบ๊ะ เสร็จแล้ว

คือขอบอกก่อนว่า อย่างที่บอกไปเมื่อครู่ว่า โบ๊ะเเป้งลงไป ค่อนข้างใช้เเป้งเยอะพอสมควร และโบ๊ะแป้งทับความมันบนผิวหน้า
ที่คั่งค้างมาหลายชั่วโมง ขอบอกเลยว่า เเป้งนั้น ไม่เป็นคราบแต่อย่างใดเลย และ หน้าไมหนาเลยสักนิด  
แต่ทาแล้วสิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ หน้าจะดูขาว ดูผ่องขึ้น โดยที่ไม่ลอย ไม่วอก เลย 
ดูเนียนผิว มากๆ (อันนี้ไม่ได้อวยนะแก)
ถ้าไม่เชื่อ ดูรุปต่อไปอย่างชัดๆ



รูปซ้าย ยังไม่ได้ทา รูปขวา ทาแล้ว
ซึ่งจะเห็นว่า ไม่หนาไม่โบ๊ะเลย


--การปกปิด---
แน่นอนว่า การปกปิดของแป้งนั้น ค่อนข้างเบาบาง ไม่ค่อยช่วยในเรื่องการปกปิดเท่าไหร่ จะช่วยการปกปิดสัก 50เปอร์เซนต์


--ลุค --
เป็นแป้งเนื้อแมทซ์ ที่ทาแล้ว  ผิวจะผ่องๆ ดูไบรท์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากก่อนทา ซึ่งการผ่อง กับ การวอก ทาแป้งผิดสีนั้น ไม่เหมือนกันนะตัวเธอ

-- การคุมมัน --
ในเรื่องการคุมมัน ดังที่คำเคลมบนกล่องบอกไว้ข้างต้น ส่วนตัวใช้แล้ว เฉยๆนะ ไม่ได้ทำให้หน้ามันขึ้น แต่การคุมมันก็ไม่ได้ถือว่า เลอค่าาาายิ่งขนาดน้าน

-- สีดรอปมั้ย? --
ดังคำเคลมเลยจ้า กับหน้าเราใช้แล้วสีไม่ดรอปเลย แต่เรื่องของแป้งหรือรองพื้น ไม่ว่าจะแบรนด์อะไร ขอบอกเลยว่า เรื่องดรอปไม่ดรอปนั้น
ขึ้นอยู่กับเฉพาะบาง คนคนดรอป บางคนไม่ดรอป ต้องไปลองเองอ่ะ

-- ความติดทน --
ตรงนี้เป็นเรื่องที่เราอาจจะไม่ค่อยโอเคย์ที่สุด  เพราะเราหน้ามัน การที่เราหน้ามันทำให้แป้ง หรือ อื่นๆที่ลงไปกับส่วนของผิว ไม่ค่อยทนเท่ากับคนที่ผิวแห้ง  
เพราะบางทีมันจะมาผสมกับน้ำมัน และ ก็จะหายหลุดออกไปด้วย ดังนั้นเรารู้สึกว่าเเป้งตัวนี้ ยังด้อยเรื่องตรงนี้อยู่นิดนึง

-- ใช้ระหว่างวัน --
ระหว่างวันแป้งไม่เป็นคราบเลย ถึงแม้ว่าจะเติมแป้งทับไปตอนที่เราหน้ามัน เอามา touch up หน้า ก็สามารถทาทับได้เลยโดยที่หน้าไม่เป็นคราบ มันเริดตรงนี้ล่ะ




เอาล่ะ เรามาสรุปแป้งกันเลยดีกว่า

เป็นแป้งที่ เหมาะกับคนที่ต้องการแป้งบางเบา ไม่หนาหนักหน้า ไม่โบ๊ะ ไม่โบกแป้งให้ดูหนามากเกินไป และ
เหมาะกับคนที่ต้องการแป้งที่ใช้ในการ touch up หน้าสักตัวหนึ่ง ระหว่างวัน โดยที่ไม่ต้องใช้แปรงในการทาหน้า
หรือ ไม่ต้องซับหน้าก่อนทาแป้ง ตัวนี้จะโอเคย์มากๆ สามารถทัชอัพได้เลยโดยที่แป้งไม่เป็นคราบเลยสักนิด
แต่จะไม่เหมาะกับคนที่ อยากได้แป้งคุมมันเริดๆ ตัวนี้ยังไม่ตอบโจทย์นะตัวเธอ


ถ้าใครสนใจดูรีวิวแบบ วีดีโอ ดูได้ที่นี่เลยจ้า




ใครสนใจแป้งตัวนี้ ราคาอยู่ที่ 390- บาท ต่อตลับ ราคาเบาๆ เข้าถึงได้ แต่ว่า จะหาซื้อได้ที่ไหนหล่ะ
ถ้าสนใจ เข้าเพจนี้เลยจ้า 
https://www.facebook.com/pages/Mrwat-Brand/353520994666882

หรือโทร 087-678 0301/ 081-372 5119 เพื่อสั่งซื้อแป้ง

ยังไงบลอคนี้ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ บายยยยยยจ้าา



Create Date : 17 เมษายน 2557
Last Update : 17 เมษายน 2557 17:28:10 น.
Counter : 18690 Pageviews.

1 comment
รีวิวแป้ง ลอล่า รุ่นใหม่
  มาจ๊ะ มาจ๊ะ เรามาจับไข่ เอ้ยยย จับเข่าคุยกันดีกว่า กับเรื่องของ แป้งลอล่า เมอซิเออ เมอซิเย่ เมอซิเอ้
(สักอย่าง แล้วแต่ใครจะออกเสียง)

กับเจ้าแป้งตัวใหม่นี้ ที่เค้าออกมาใหม่ ซึ่งคิดว่า LePommz จะพลาดเหรอ.... noo

เจ้าแป้งตัวนี้เป็นยังไง ไปเบิ่งพระเนตรกันเลยตัวเธอ



แท่น แทนนน แท๊นนนนนนน ก่อนอื่นขอแอครูปกับเเป้งลอล่าก่อน ให้พวกเธอที่มาอ่าน หมั่นไส้กันเล็กน้อยว่า ฉันมีแป้งแล้ว haha





และนี่ก็คือแป้ง ที่ มาพร้อมกับกล่องแพคเกจ ก็จะประมาณนี้





ถ่ายเดี่ยวๆ สวยคนเดียวบ้าง

ถ้าใครเคยใช้รุ่นเก่า ที่เป็นตลับเหลี่ยมๆ จะรู้ว่า มันเหมือนกัน ในเรื่องของสี
แต่ขอบอกว่า เห๊ยย เราชอบเเพกเกจตลับใหม่ มากกว่าแบบเก่ามาก
มันดูหรู แพง กว่าตลับเก่า ดูไม่กระป๋อง ก๋องเเก๋ง เหมือนตลับเก่า

เอาเป็นว่า แกถือขึ้นมาทาแป้งโบ๊ะระหว่างวันนอกบ้าน แกจะดูไฮ มากๆ  ณ.จุดนี้ บอกเลย



ต่อมา ด้านหลังตลับแป้งจ้า
ของเราใช้ เบอร์ 06 ซึ่งตัวเก่ารุ่นตลับเหลี่ยม เราใช้เบอร์ 03 จ้า



ส่วนตรงนี้จะเป็นปุ่มที่ใช้ในการเปิดตลับแป้งเด้อจ้าเด้อ




เมื่อเปิดออกมา ก็จะหน้าตาแบบนี้
สวยหรู ดูดี มีชาติตระกูล เหมาะกันดรั๊นส์มากๆ บอกเลย haha



ตัวเนื้อแป้ง จะเหมือนตัวเก่าคือ ไม่มีการพิมพ์ลายบนเเป้ง ให้มีลายสวยงามแล้วเกิดการไม่กล้าใช้แป้ง เพราะกลัวลายหาย
hahaha เป็นกันป่ะ ฉันเป็นนะ บางตัวซื้อมาแล้วเก็บ T.T



แกเห็นร่องๆตรงขวามือป๊ะ
ตรงนี้เป็นที่เปิดเเงะ เพื่อเอาพัฟ ที่ซ่อนอยู่ใต้นี้ ออกมาโบ๊ะหน้าเรา





พอเปิดออกมา แกก็จะเจอพัฟด้านล่าง
ซึ่งขอบอกว่า เป็นพัฟที่ดีมาก ไม่แพ้พัฟตัวเก่าเลย
ฟัฟนุ่มมาก และสามารถเกลี่ยแป้งได้ดีโดยที่แป้งไม่ดูโบ๊ะเกินไป
 และทำให้เเป้งดูไม่ลอยอยู่บนผิว เหมือนพัฟราคาถูกๆบางตัว




 พอเอาพัฟออกมา ก็จะมีรูระบายอากาศรอบตัวเครื่อง เอร้ยย  รอบก้นตลับสิ haha



ส่วนเรื่องขนาด ก็ใหญ่นิดนึง ถ้าเทียบกับมือผู้หญิงไง แต่เมื่อฉันเป็นผู้ฉิง มันก็เลยดูไม่ใหญ่มาก
เพราะมือฉันใหญ่กว่าพวกเธอ haha



ต่อมาเรามาดูประสิทธิภาพของแป้ง
เเป้งนี้เป็นแป้งที่ สามารถปกปิดริ้วรอยได้ ดีมากๆ
เต็ม 10 ฉันให้ 8 ในเรื่องของการปกปิด

แกจะเห็นว่า พวกสิว หรือ รอยสิว หายไปแทบจะหมดเลย โดยที่ไม่ได้ใช้รองพื้นนะเนี่ย
แต่อันนี้ใช้พัฟของเค้าที่ให้มา ในการทาแป้งนะ จะบอก



อ่ะ ซูมเข้าไปไกลๆ  สิวถูกปกปิดได้ดีมากๆเลยแก เห็นป่ะ
มันเริ่ดตรงนี้เเหล่ะ แต่เดี๋ยวคนจะหาว่า เห๊ย อย่างงี้เเป้งมันก็หนาดิ

หนาไม่หนา เอ้า เรามีพิสูจน์




เมื่อซูมเข้าไปอีก ชัดๆ
จะเห็นว่าหน้ายังดูเป็นผิวอยู่ ตามร่องรูขุมขนไม่มีแป้งตกร่อง

แต่ๆๆ จะเห็นตรงขอบจมูกด้านซ้าย
และขวาบน ตรงนั้นเป็นสิว

คือจะบอกว่า ถ้าหน้าแห้ง หรือพิ่งล้างหน้ามา หรือลงมอยซ์เจอร์หน้าไม่ชุ่มชื่นพอ
มันจะเเแอบเป็นคราบนิดนึงและพวกรอยขุยๆ จะเห้นชัดขึ้น ตรงนี้ต้องระวังนิดนึงนะ



แต่ถ้าเราทาตรงบริเวณทีไม่มีปัญหา ขอบอกเลยว่า หน้าดูเป็นผิว ไม่ดูโบกเเป้ง แน่นอน


 // ชั้นขอบอกเลยว่า อายหนังหน้าตัวเองมาก นี่ไม่รักจริงไม่เอาหนังหน้าตัวเองมาประจานนะ haha



ภาพด้านบนนี้ เป็นภาพที่ ทาแป้งแล้ว และ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งขอกบอกว่า
3 ชั่วโมงนี้ แอบไปทดสอบประสิทธิภาพของแป้งมาด้วยการ ออกไปนอกบ้าน และล้างรถ
โดยที่ไม่ได้ซับหน้า หรืออะไรเลย
ผลออกมาว่า
จะเห็นว่า แป้ง แอบหลุด ตรงส่วนที่เราปกปิดสิว หรือ รอยสิว มันโผล่มาให้เห็น
(เเหม่ มันก็ต้องหลุดอยู่แล้วป๊ะแก ฉันไปล้างรถนะเฟร้ย ไม่ได้ไปเดินสวยๆในห้าง haha )

แต่ถามว่า เราทาแป้งแล้วไปพจญภัยแบบนี้มา แป้งหลุดแล้ว หน้าเป็นคราบมั๊ย ขอบอกได้เลยว่า ไม่เป็นคราบแป้งเลยสักนิด
หน้าไม่เป็นสังขยา หรือดูเป็นปูนตกร่องตามรูขุมขน หรือตามร่องจมูกหรืออื่นๆก็ดี อันนี้วางใจได้ ทดสอบมาแล้ว

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------


เรามาลงรายละเอียดเกี่ยวกับแป้งตัวนี้กันต่อดีกว่า

--- เนื้อแป้ง ---
เป็นแป้งที่ไม่หนามาก  กลางๆ
แต่เวลาทาแล้วค่อนข้างกลืนผิวสุดๆ อย่างในรูปที่เห็นด้านบน ดูไม่โบ๊ะ ไม่โบกแป้งมากเกินไป



--- การคุมมัน ---
ตัวนี้ไมไ่ด้ช่วยในเรื่องของการคุมมันเลยแม้แต่น้อย แต่จะให้ความดูอิ่มของผิวซะมากกว่า
ซึ่งถ้าใครต้องการแป้งคุมมัน แนะนำให้ไปซบตัวรุ่นเก่า รุ่นตลับเหลี่ยมจะดีกว่าจ๊ะ

สำหรับคนหน้ามันที่ใช้แป้งตัวนี้ อย่างเช่นเรา เรารู้สึกว่าเราต้องเริ่มซับหน้า
โดยใช้ทิชชู่ซับ เมื่อหลังทาแป้งไปสัก ชม.ครึ่ง  ก็ควรเริ่มซับได้แล้ว ถามว่าไม่ซับเป็นไรมั๊ย ก็ไม่นะ
ก็ได้อยู่ แต่ซับจะดีกว่า เชื่อฉันเถอะ // ส่วนคนหน้าแห้ง ต้องไปลองกันเองจ๊ะ เดี๊ยนก็บอกกไม่ได้เหมอืนกัน


--- ลุคที่ได้ ---
ลุคของแป้งที่ได้จากการทา คือ ทาแปล้วแน่นอนว่าแป้งทุกตัวต้องแมทซ์หมด เพราะทาแป้ง เป็นผง
ไม่ได้ทาครีมเป็นน้ำ โอเคย์ป่ะ haha แต่พอระยะเวลาผ่านไปสัก 10 นาที แป้งเซตตัวแล้ว ความมันของหน้าออกมานิสนุง
แป้งจะดูสวยขึ้น หน้าจะดูอิ่ม ดูมีน้ำมีนวล ดูไม่ด้านๆ แห้งๆ ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพึงพอใจ


--- ความติดทน ---
ยังไม่ดีที่สุด เท่าที่ใช้มา ถ้าไม่ได้อยู่ในห้องแอร์นะ  อาจเช่นอยู่ในห้องพัดลม นั่งเฉยๆ ก็รู้สึกได้ว่า
แป้งที่ทาไปแล้ว สัก ชมครึ่ง สองชม. แป้งก็เริ่มดูหายๆไปบ้าง ต้องเติมแป้งแล้วหล่ะ


--- แป้งดรอปมั๊ย?---
อันนี้แล้วแต่คนเลย ในเรื่องสีดรอป หรือ ไม่ดรอป ส่วนตัวเราไม่ดรอปนะ เเต่เพื่อนเราบางคนใช้แล้วสีดรอป
ซึ่งเวลาไปเลือกเเป้ง เลือกในเฉดเดียวกับหน้า แป้งจะมีเฉดเหลือง และเฉดส้ม ถ้าเลือกเฉดสีผิด
ก็อาจทำให้ผิวดรอปได้ ซึ่งเฉดไป สีไหน ไปเลือก ไปเทียบสีกันที่เคาเตอร์กันเองจ้า
(อย่าถามนะ ฉันตอบไม่ได้ ว่าสีไหนเฉดอะไรยังไง เพราะฉันมีตัวนี้ตัวเดียว ยังไม่ได้ไปเล่นที่เคาเตอร์เลย hahaha)



--- ข้อเสีย ---

สิ่งหนึ่งที่ไม่ชอบคือ ตามสไตล์แป้วงล่อล่าคือ เค้าจะค่อนข้างเป็นผง powdery มากๆ
ถ้าใช้แปรงในการแปัดแป้ง ผงแป้งจะออกมาฟุ้ง และ เลอะเทอะแพกเกจมากๆ
 (สังเกตได้จากรูปเพกเกจบนๆที่มีผงแป้งติดอยู่ นอันนั้นใช้พัฟในการเกลี่ยแป้งนะเนี่ย)
และแป้ง หมดเร็วมาก ตามสไตล์ ไม่ต่างจากตัวเก่า
ถ้าใครใคร่ใช้แป้งตัวนี้ ก็จงทำใจเรื่องนี้ได้เลย

--- สรุป ---

- เป็นแป้งที่เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการคุมมัน
- เป็นแป้งที่ finish look เมื่อความมันออกมาแล้ว ผิวจะดูสวยเปล่งปลั่งมาก
- สามารถทาแป้งโดยใช้พัฟได้ โดยที่หน้าไม่หนา
- สามารถทาแป้งบนหน้า จากที่หน้ามัน ทับได้เลย ไม่ต้องซับหน้าก่อน โดยแป้งไม่เป็นคราบ
(แต่ถ้าแกไปวิ่งมา เหงื่อเต็มหน้าแล้วโบกแป้งไปเลย อันนี้ฉันก็ไม่แนะนำนะยะ
นั่นก็โหดไป ซับก่อนค่ะตัวเธอข๋า ได้โปรด)



ราคา 1,900 บาท ไปหาซื้อได้ที่เคาเตอร์ของลอล่า ได้เลยจ้าา

// ใครใคร่อ่านรีวิวแป้งลอล่ารุ่นเก่า ตลับเหลี่ยม สามารถเข้าไปตามลิงค์นี้ได้เลยจ้า

//www.bloggang.com/viewblog.php?id=lepommz&date=23-02-2013&group=10&gblog=1




Create Date : 31 มีนาคม 2557
Last Update : 31 มีนาคม 2557 12:12:32 น.
Counter : 38214 Pageviews.

2 comment
รีวิวแป้ง Bisous Bisous
  สำหรับบลอคนี้เราจะรีวิวเเป้ง แบ๊วๆ ใสๆ น่ารัก คิขุ โนเนะ
ที่เหมาะกับลุคเรามากกก // ประชด
นั่นคือแป้ง บีซู บีซู แป้งสัญชาติเกาหมีนั่นเองตัวเธอ



เป็นไง ได้ยลโฉมกันแล้ว
 แบ๊วมะ???
เหิ๊กๆ  คืออยากได้แป้งตัวนี้เพราะ ความแบ๊วของตลับ
ตลับมันสวย น่ารักใสๆ น่าซื้อมาก

ตลับก็จะเป็นรูปดอกไม้มีกลีบสองชั้น  เก๋ๆ ประหนึ่งราว
ดอกไม้แรกแย้ม ใสๆ น่าถนุถนอมที่ขึ้นเรียงรายอยู่ริมลำธาร
ข้างๆพระราชวังแวร์ไซส์ ให้คนสวยๆ ดุจเจ้าหญิงอย่างอิฉัน เอามาใช้ อะไรหยั่งงั้น

(เอ๊ะ!!  แวร์ไซส์มีลำธารรึปล่าว? ไม่แน่ใจ แต่นี่แป้งเกาหลี เกี่ยวอะไรกับเเวร์ไซน์ฟร่ะ 55)


ซึ่งแป้งของเค้าจะมีหลายสูตร จะต่างกันออกไป
ก็จะเป็นสีส้ม สีชมพูและสีม่วง  ส่วนตัวที่เราใช้เป็นสีม่วง
ซึ่งเค้าว่า สูตรสีม่วง คุมมันดี ก็เลยต้องจัดสักนิดสักหน่อย





ตรงกลาง ก็จะเป็นเกษรดอกไม้ ( ต้องใส่มโนนะว่าเป็นเกษร เค๊ย?? )
ติดชื่อแบรนด์ไว้ บีซูบีซู





ด้านหลังไม่มีอะไรมาก มีรูระบายอากาศ จะได้ไม่อับชื้น
พัฟจะได้ไม่เหม็นบูด





ส่วนตลับด้านข้าง ก็ดีไซน์เก๋นะแก เป็นแบบ กลีบดอกไม้อะไรหยั่งเง้ด้วยอ่ะ
เอ๊ะ สรุป กลีบดอกไม้นังมี 3 ชั้นนิ๊ ไม่ใช่สองชั้น






ต่อมากระจกด้านใน ก็ดีไซน์สวยเมหือนกัน เป็นแบบ แบ๊วๆอ่ะ
เหมือนกระจกเจ้าหญิงตัวน้อย อะไรหยั่งเง้
( เเหม่ ช่างเหมาะกับฉันเสียนี่กระไร 555 )





แป้งจะทำลายโลโก้เเบรนด์ไว้ ต้องรีบถ่ายรูปก่อนที่จะใช้ไปเยอะ
เดี๋ยวไม่มีรุปถ่ายไว้ให้เห็นทำรีวิว เเห่ๆ
(แป้งตัวนี้ เบอร์ 2 เด้อ)





เปิดมาอีกชั้น ก็จะเจอพัฟ ซึ่งจะบอกว่า พัฟฟองน้ำนั้น บางมากๆ
บางมากก บางจริงๆ แต่ก็พอใช้ถูไถได้นะ ไม่ได้ถึงกับเริศเฟ่อ
แต่ๆๆๆๆๆ แกเห็นอะไรเหลืองๆ ทองๆ ที่ห้อยๆออกมาป่ะ

เเอร้ยยยยยยยยย








จะบอกว่า เจ้าสิ่งนี้ คือสิ่งที่ทำให้ฉันเสียตังค์ 5555+
ทั้งหมดทั้งมวล ดีไซด์เก๋แล้ว น่าซื้ออยู่แล้ว
 แต่ฉันยอมซื้อแป้ง เพราะมันมีไอที่ห้อยๆตรงเนี่ยเเหล่ะ มันแบ๊วมาก
(เพื่อนบอก ถ้าแกจะซื้อเพราะเหตุนี้ แกไปสำเพ็งมั้ย มีขายตรุมรุย อันละ 10 บาท 555+)

แหม่ แต่คุณค่าทางจิตใจ มันไม่เหมือนกันเนี่ยแกร๊ จริงป่ะะะ?????
(ใครบอกไม่จริง มีตบนะคะ 55)

เป็นรูปมงกุฏแบ๊วๆ ติดเพชร สามเม็ด รวมสามสิบกะหรัต
และไข่มุกใต้สมุทร เก็บมาจากขี้หูแอเรียล
รวมมูลค่าตรงนี้ แพงกว่าแป้งอีกนะเธอ 55

เเต่เดี๋ยวก่อน คือฉันสงสัยมากเลยว่า
ทำไมบางอันเป็นที่ห้อยๆรูปดอกไม้เหมือนดอกซากุระห้อยระย้าใสๆ
ทำไมของฉันเป็นมงกุฏนะ สงสัยมาก
หรือของฉันของปลอม??? หรือยังไง


 โอเคย์ เรามาดูอิทธิฤทธิ์ของแป้งตัวนี้กันดีกว่า
ไปดูรูป ก่อน - หลังกันก่อน



( เว็บขายของ กรุณาอย่าขโมยรูปอิฉันไปขายโดยมิได้รับอนุญาตนะจ๊ะ เห็นมีบางเว็บขโมยไป ฉันรู้นะจ๊ะตัวเธอ )

แป้งที่ใช้ ย้ำอีกครั้งว่าเป็นแป้ง เบอร์ 2
ซึ่งมีขายทั้งหมดกี่เบอร์ อิฉันไม่ทราบได้ เพราะสั่งซ์้อในอินเตอร์เน็ต
มิได้ไปซื้อที่เคาเตอร์

ดังภาพ
คือจะเห็นได้ว่าทาไปแล้ว หน้าจะดูขาว ไบรท์ขึ้นมานิดหน่อย
ทำให้หน้าดูเนียนๆ ละมุนๆ อะไรประมาณนี้
ซึ่งเป็นฟิลลิ่งของแป้งเกาหลีส่วนใหญ่ ที่ทาแล้วจะเป็นลักษณะแบบนี้
จะค่อนข้าง powdery นิดๆ


ก่อนอื่นเค้าบอกว่า เป็นแป้งที่ผสม อาร์บูติน , เปปไทด์ และ วิตามินซี
นอกจากทาแป้งเพื่อทาแป้งแล้ว  (ไม่งงชิ๊?)
ยังบำรุงผิวให้ผิวเราดูขาวใสอีกด้วย
ซึ่งส่วนตัวไม่ได้คาดหวังอะไรกับตรงนี้อยู่แล้ว
กับสารบำรุงในแป้ง หรือเครื่องสำอางค์อื่นๆ
ที่ไม่ใช้สกินเเคร์


เป็นแป้ง two way หรือ เเป้งผสมรองพื้น
ที่ถ้าไม่บอกว่า นางผสมรองพื้น อิฉันนึกว่า เป็นแป้งฝุ่นอัดเเข็ง เฉยๆ
เพราะนาง บางมากกกกกกกกกกก ใช้พัฟที่นางให้มา โบ๊ะไปกับหน้า
หน้าก็ไม่หนาเลย ซึ่งบางจริงอะไรจริง ณ.จุดนี้
อ้อ! อีกอย่างคือ เป็นแป้งที่ไม่มีชิมเมอร์ ไม่มีวิ๊งผสมมานะจ๊ะ

การปกปิด


แน่นอนว่า แป้งบางแบบนี้ ปกปิด นิดนุงงนะฮร๊าฟตัวเธอ
อย่าคาดหวังการปกปิดกับแป้งตัวนี้ รุ่นนี้ นะ คือ
จะได้ฟีลลิ่งแบบว่า อุ๊ย ฉันหน้าตาผ่องใสขึ้น หน้าตาสดใสขึ้น เมื่อทาแล้ว
แต่พวกร่องรอยต่างๆบนหน้า ก็ยังคงเห็นอยู่เหมือนเดิมจ๊ะ


การคุมมัน


จากที่ใช้ได้ ทาไปเดี่ยวๆ ไม่มีรองพื้น ไม่มีอะไรอย่างอื่น
ทาอยู่บ้าน ปรากฏว่า อยู่ได้ประมาณ 3 ชั่วโมง หน้าถึงเยิ้มย้อยจนต้องซับหน้า
ถือว่า การคุมมันค่อนข้างดีเลยทีเดียวเธอ


ระหว่างวัน

คือแป้งปกติสิ่งที่หลายคนกลัวคือว่า สีดรอปมั้ย?
ส่วนตัวใช้แล้วไม่ดรอปนะ
ตอนใช้ตอนแรกทาเสร็จปุ๊ป หน้าจะดูขาวๆไปนิดนึง
แต่หลังใช้สักพัก 5 นาที สีของเเป้งจะกลืนผิวไปกับหน้า
เป็นเนื้อเดียวกับสีผิวหน้าเลย
ซึ่ง นั่นไม่ใช้อาการหน้าดรอป ถ้าหน้าดรอปคือ
แป้งจะเข้ม หน้าจะดำๆ เทาๆ หมองๆ อะไรหยั่งงั้น

ไม่ต้องกลัวว่า
ระหว่างวัน อุ๊ย หน้าฉันจะสีดรอปรึปล่าว ซึ่ง
สีไม่ดรอปจ๊าา


และระหว่างวันหน้าไม่เยิ้ม ไม่เละ ไม่ตกร่องรูขุมขนให้ไปเน้นเห็นรูขุมขนชัดชึ้น
เพราะแป้งบางขนาดนี้ ไม่มีอะไรไปตกร่องสักเท่าไหร่
และไม่เป็นคราบลายครามสังคโลก ถือว่าโอเคย์เลย







สรุป

เป็นแป้งที่บางมาก แทบไม่ปกปิดอะไร ถ้าคุณต้องการแป้งที่ปกปิด ตัวนี้ไม่ใช่คำตอบ
ใช้ได้ดีกับคนที่ทารองพื้น แล้วอยากทาแป้งต่อ แต่เป็นแป้งที่ไม่หนา
หรือ ใช้แป้งตัวนี้ในการ touch up หน้า ระหว่างวัน
โดยที่หน้าไม่หนาโบกแป้ง ตัวนี้ตอบโจทย์มากๆ

นอกจากนี้ ระหว่างtouch up หน้า ระหว่างวัน
ถ้านั่งอยู่ข้างนอก หยิบตลับแป้งขึ้นมา แกก็จะดูเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยๆ กับตลับแป้งแบ๊วๆ
ให้คนรอบข้างเห็นแล้วหมั่นไส้เล่นๆ แบบ อินี่ตลับแป้งสวยไปนะยะ // ตบ // วิ่งสู้ฟัด ขโมยแป้ง 55
คุมมันโอเคย์ประมาณหนึ่ง ไม่เป็นคราบหรือสีดรอประหว่างวัน

ส่วนข้อเสียนั้น
น้ำหอมหึ่งมากเลยเลย น้ำหอมแบบ โอ้โหห คุณพระช่วยกล้วยเขย่า
ใครแพ้น้ำหอม พึงระวังค่ะ

ไปก่อนแล้วค่ะ จู๊ฟฟฟนะคะ
ขอตัวไปนั่งทำแบ๊ว กับตลับแป้ง และพวงมงกุฏแบ๊วๆ

// ฟินนนนนนน



ราคาเคาเตอร์ไทยรู้สึกจะร่วมๆ 1,000 บาท
แต่ฉันซื้อในเว็บมาราคา 550 บาท
ที่ www.konvy.com  จ๊ะตัวเธอ







Create Date : 14 ตุลาคม 2556
Last Update : 14 ตุลาคม 2556 14:23:38 น.
Counter : 42430 Pageviews.

2 comment
รีวิว แป้งcezanne รุ่นใหม่
  กลับมาแวร๊ววววว หลังจากที่ไม่ได้ทำการอัพบลอคมาประมาณเดือนนึงได้
เนื่องจากยุ่งมากๆ งานเยอะบานหทัยมาก (ใครถามย๊ะ?)

คราวนี้ก็จะขอรีวิวแป้งตัวหนึ่ง ออกใหม่ ซึ่งตอนแรก
ไม่กะว่าจะไปซื้อมาใช้ แต่เพื่อนในแก๊งส์
ทั้งหญิงแท้หญิงเทียม นางซื้อมาใช้กันหมด
พอเจอกัน นางก็จะเมาท์เรื่องแป้งตัวเนี่ย -*-
(มันมีอะไรกันนักหนาฟร่ะ)

ทำให้เรารู้สึก ต่างดาวมากๆ ไม่รู้เรื่องเลย
เลยจำใจซื้อมาเลยจ๊าาา
เพื่อที่จะมาทดสอบกับตัวเองว่า
ทำไมนางๆ ถึงได้วื่นวือกับแป้งตัวนี้กันนัก
กับ cezanne ตลับฟ้าตัวนี้

( เสียตังค์เลยยยยยยยยยย )




แป้งเซซานรุ่นใหม่ ตลับฟ้า ครุคริ
ตลับคล้ายๆแป้ง lancome เลยเธออ เรียบหรูโก้เก๋ สวยงามเบาๆแบ๊วๆ
ขอบอกราคาก่อน คือทุกคนมาดูรีวิว สิ่งที่ต้องการรู้แรกๆคือราคา
ฉะนั้นเราจะไม่ร่ายยาว

ราคา ตลับ + แป้ง อยู่ที่ 420 บาท
ถ้าแป้งอย่างเดียว 300 กลางๆ
(ขอโทษถ้าราคาผิดพลาดน๊ะเค่อะ)

หาซื้อได้ตามวัตสัน หรือโซนbeauty hall
เคย์น๊ะ ใครมาถามในเเฟนเพจว่า ซื้อได้ที่ไหน
ตบนะ!! เคย์นะ เพราะบอกแล้วนะ 5555
( วันนี้โหดดดด )



เปิดมาด้านในก็จะเป็นสองฝั่ง ดังภาพเลยจ๊ะ
(พัฟใช้แล้วไม่ได้ซัก 555)






ด้านหลังมีรูระบายอากาศ และสติกเกอร์แปะภาษาญี่ปุ่น
อะไรไม่รู้ อ่านไม่ออก  ช่างแมร๊งงมัน ฮี่ฮี่
มันไม่ได้ทำให้เราสวยขึ้น ข้ามไปๆ





เรามาดูที่ตัวเเป้ง คือตัวเเป้งเป็นตัว refill ได้ ใช้หมด เธอก็เเงะนางออก
ซื้อรีฟิลมีใส่ โดยไม่ต้องซื้อตลับใหม่
ตรงตัวเเป้งจะมีลายสี่เหลี่ยมๆ เเบ๊วๆในรูป
ถ้าไม่อยากให้ลายหาย ก็ใช้แป้งเฉพาะตรงกลาง

(ซึ่งฉันใช้เฉพาะตรงกลางมาอาทิตย์นึงเเล้ว กลัวลายหาย
แล้วเอามาถ่ายรูปทำรีวิว เดี๋ยวพวกเธอจะไม่เห็นลายกัน 555)







ตรงปุ่มเปิดตลับ มีเขียนแบรนด์ไว้เบาๆว่า cezanne เเบ๊วๆ


ต่อมาเรามาดูอิทธิฤทธิ์ของนางกันดีกว่า




(หน้าเเย่หน่อยนะ ช่วงนี้นอนน้อย ตากแดดบ่อย งานเยอะ หน้าโทรมมาก)


คือคงไม่ต้องบอกว่า ซ้ายคือก่อน และขวา คือหลัง การใช้แป้ง cezanne
ตัวนี้เค้าใช้เบอร์ 3 หล่ะตัวเอง เป็นคน nc30 จ๊ะ
สีแป้งพอดีผิวมากๆ  หน้าไม่ลอย

เอ้ออ** แป้งตัวนี้จะบอกว่า ใครผิวเข้มๆ เค้ามีสีให้เลือกถึงเบอร์ 6 นะ
ใครผิวเข้มๆ มีสีให้ซื้อไปลองหาๆดูน๊ะ

โอเคย์ เรามาวิเคราะห์กันทีละส่วนดีกว่า



**  การปกปิด  **

การปกปิดให้ปานกลางนะ แต่เราสามารถ build able ได้
( เเหม๋ ยังกะรองพื้นเลยเว้ยยย )

คือทาน้อยๆ รอบเดียว ก็จะได้แป้งบางๆ เบาๆ แบ๊วๆใสๆคิคุ
แต่ถ้าทาสองรอบ ก็จะหนาขึ้น แต่ไม่หนามาก จะช่วยปกปิดรอยได้ประมาณนึง
สังเกตุจากรอยสิวในรูป อันนั้นคือทาสองรอบจ๊ะ


** เนื้อแป้ง **

เนื้อแป้งบางนะ สำหรับเรา ไม่มีชิมเมอร์ กลิกเตอร์ใดๆทั้งสิ้น
เป็นแป้งเนื้อแมทซ์ ทาแล้วจะเเห้งๆ เเป้งๆ แต่ไม่ powdery นะ

พอทาไปที่หน้าแล้วจะได้ลุคแมทซ์ๆ เเห้งๆ แต่จะบอกว่า
ถ้าวันไหนหน้าแห้ง เป็นขุย ใช้แป้งตัวนี้ ไม่ค่อยโอนะ มันเห็นขุยๆชัดเจน
ไม่สวยอ่ะ *.*



** การคุมมัน **

เป็นแป้งราคาถูก ที่คุมมันเลิศศศศศศศศศศ จริงๆ
จากใจจะบอกว่า การคุมมันเเทบจะเทียบเท่าแป้งชาแนล
ตลับละสองพันกว่าๆได้เลย

พอหน้ามันแล้ว ไม่ทำให้หน้าเป็นสังขยาด้วยเเหล่ะตัวเธอ
หน้าไม่เละแป้ง ไม่เป็นคราบ โอ้โหห เเป้งราคาถูก ทำได้ขนาดนี้
เลิศ เลอค่ามากจริงๆ
(เป็นแป้งอีกตัว ที่จะถูกการแนะนำให้ไปซื้อ ถ้าโดนถามมา 55)




** ความติดทน **

ติดทนค่อนข้างดีนะ แต่ไม่ที่สุด คือไม่รู้เราคิดไปเองป่าว เรารู้สึกว่า
แป้งแอบหลุดนะ มีวันนึงไปงานบวชเพื่อน
ทาไปก็สวยๆเก๋ๆดี แต่พอผ่านไปสองชั่วโมง เเป้งมันหายๆ มันบางๆเเห่ะ




** แนะนำ **

แป้งตัวนี้นะ ที่ใช้มาคือคิดว่า ถ้าทาตอนแรกหลังแต่งหน้า รู้สึกว่ามันไม่สวย
เพราะมันเเห้ง แล้วถ้าเราไม่ได้ทารองพื้น ทาเเป้งเดี่ยวๆ
มันทำให้รูขุมขนบานกระจายมาก
แต่ถ้าปล่อยเวลาผ่านไปหน่อย ให้หน้ามันเบาๆ มันสวยนะ มันธรรมชาติมาก
มันไม่แมทซ์เหมือนกับตอนที่เพิ่งทาไปใหม่ๆ

แล้วก็ส่วนตัวชอบใช้พัฟกับแป้งตัวนี้มากกว่า
ถ้าใช้แปรงรู้สึกแป้งมันไม่แน่น มันผงๆหน่อยๆอ่ะ เเห่ะๆ

แต่ใช้พัฟแล้วหน้าไม่หนาโบกแป้งนะ ชอบๆ


คะแนน >>>>  ให้ 8/10


ที่หัก1 คือ รู้สึกว่ามันไม่ทนเท่าไหร่ ทาแล้วมันหายๆนะ
อีก 1 คือ รู้สึกว่า มันมีบาง อย่าง ที่อยากจะหัก 555+


ps. รีวิวอันนี้ถ่ายรูปเปลี่ยนแนวบ้าง ปกติถ่ายกับฉากขาวๆ
รู้สึกเบื่อ เพราะคนอื่นๆเค้าก็ทำ เลยถ่ายกะกระจก
ตัวเธอว่า เป็นไงบ้าง ชอบป่ะๆ ???

โอเคย์ ก็ขอจบการรีวิวเพียบเท่านี้
อันนี้ซื้อมารีวิว จากใจ CR ไม่มีใครส่งมาให้นะเครอะ
ทราบนะ ฮี่ฮี่
ไปล๊ะจ้าา จุ๊ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ




Create Date : 16 กรกฎาคม 2556
Last Update : 16 กรกฎาคม 2556 16:18:44 น.
Counter : 37001 Pageviews.

1 comment
รีวิวแป้งฝุ่นลอล่า
มามะมาๆ เรามาพูดถึงแป้งฝุ่นสุดฮิตที่สุด สุดจะฮิตในโลกบิวตี้กันดีกว่า
เชื่อว่า แทบทุกคนที่รักการแต่งหน้า ต้องอยากได้มาครอบครอง
หรือไม่ก็ อาจเคยใช้ หรือ อยากใช้ หรือต้องการใช้ หรือ ... อุ๊ยย เยอะ.. 55

คือชื่อเสียงเลื่องลือระบือนามมาก เราก็ต้องไปโดนมาเหมือนกัน
คือจะบอกว่า โดนแป้งตัวนี้มาเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน
และขอสารภาพตรงนี้ ต่อหน้าคีย์บอร์ดเน่าๆ
และซากแมลงสาบที่เพิ่งเหยียบตายไป
ว่า ซื้อมาเพราะ "ดูคลิปโมเมพาเพลิน" ฮ๊ะฮ้าา

เราไปซื้อที่เคาเตอร์มา สนน ราคา 1,590 บาท

แต่ถ้าใครซ์้อร้านหิ้วมันก็จะประมาณ 1,100 ประมาณนี้





นี่ก็คือสภาพกระปุกเเป้งของเรา ที่ใช้มาจะสองปีแล้ว แต่สภาพยังดีอยู่
เพราะไม่ได้พกไปไหนเท่าไหร่ วางไว้ในตู้เก็บกรุที่บ้านอย่างเดียว






สีที่ซื้อมา เป็นสี translucent คือ ไม่มีสีเนาะ (หลายคนรู้แล้วเเหล่ะ แล้วจะบอกทำไม???)
คือไม่อยากซื้อที่มีสีมาเพราะ 1. เบื่อไปเลือกสี 2.เอาไว้แต่งหน้าลุกค้าด้วยไงแก
คือใช้เองด้วย และก็ ใช้แต่งหน้าลูกค้าด้วย ลูกค้าหลายคนหลายเฉดสี
ใช้ได้ทุกหน้า ไม่ต้องเลือกสีให้วุ่นวาย วึ่นวือ จริงป๊ะ ??





พอเปิดมาด้านใน ไม่มีพัฟเหมือนกับแป้งแบรนด์อื่นๆ บางแบรนด์นะตัวเธอ
เธอต้องไปซื้อพัฟเอง จะบอกว่า พัฟที่เก็บพอดีไซส์ของเเป้งกระปุกนี้
ไปซื้อได้ที่ร้าน muji ราคาอันละประมาณ 200 บาท
ใส่กระปุกพอดีเวอร์ (ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู เผอิญไม่ได้เอาพัฟมาถ่ายตอนทำรีวิวเเห่ะ)


ตรงรูๆ จะบอกว่า ตรงนี้ ไม่ชอบเลย เพราะว่ามันห่างมาก ไม่ละเอียดเหมอืนแป้งฝุ่นของญี่ปุ่น
อย่า Shu uemura หรือ ettusais  ที่จะมาเป็นตระแกรงละเอียดๆ พอแป้งออกมามันจะ
ไม่เยอะเกินไป และเเป้งจะไม่เป็นก้อนๆ





และก็เปิดออกมาก็จะเป็นแป้งเเหล่ะ ไม่มีอะไรมาก
และนีคือสภาพเเป้งที่ใช้ามาเกือบสองปี ยังเหลืออยู่เยอะมาก
ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก เพราะว่า ใช้ได้โคตรจะนานเลยแก





เนื้อเเป้งเป็นสีเนื้ออ่อนๆ ไม่มีชิมเมอร์ ไม่มีกลิ๊กเตอร์ (เลอค่าาา)
พอเจอเเป้งที่มีชิมเมอร์ พูดตรงๆเลยว่า เซ็ง ไม่ชอบอ่ะ
เนื้อแป้งค่อนข้างละเอียด แต่!! ยังไม่ละเอียดที่สุด เพราะเคยเจอแป้งที่
เนื้อละเอียดกว่านี้มาแล้ว เเห่ะๆ





แป้งตัวนี้ ทาหลังจากทารองพื้นนะ
before คือหน้าที่ทารองพื้นเฉยๆ ส่วน after คือ ทาแป้งแล้ว
ใช้ทาเซตรองพื้นหลังจากทารองพื้น
ก็ทาแป้งตัวนี้ก่อน แล้วค่อยทาแป้งอัดแข็งผสมรองพื้นตาม

เห็นแป้งตัวนี้สีเนื้อๆ ตัวนี้พอทาไปแล้วไม่มีสีนะ แต่พอทาไปแรกๆ
ตอนที่เพิ่งทาใหม่ๆ จะเห็นได้ว่า หน้าจะขาวขึ้น นิดนึง นิดดดดดนึง ไม่เยอะมาก
ดูจากในรูปก็น่าจะเห็นว่าไม่เยอะ ชิปิ๊??  ไม่ต้องต๊กกะใจไปตัวเธอ ว่า อุึ๊ย ทำไมหน้าลอย
ทำไมหน้าขาว ไหน บอกไม่มีสีไง โกหกกกชั้น!!
(และต่อสายโทรไปเหวี่ยงเคาเตอร์ลอล่า 55// เกรียนซะ)

คือพอปล่อยระยะเวลาไปสักพักนึง ความวอกเบาๆ ขาวเบาๆ จะหายไปและจะกลืนไปกับผิวหน้าเลย

พอทาแล้ว จะได้ลุคเเมทซ์ ที่เหมาะกับผิวหน้ามันๆ อย่างเรา เราปลื้มมากๆ
จะไม่มีการเงาๆ วาวๆ โกลวๆ  Nooooo ไม่มีเลย

ติดทนมั้ย???  ตอบยากนะ เพราะมันจะขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นๆที่เราทาด้วย
เช่น รองพื้น กันแดด แป้งอัดแข็ง และอื่นๆอีกหลาย layer บนหน้าเรา
คือเราไม่ได้ทาแป้งฝุ่นตัวเดียว แล้วจบอ่ะ และคิดว่าไม่มีใครทำอย่างงั้นสักเท่าไหร่

คุมมันมั้ย???
ก็ช่วยอยู่นะ แต่ไม่ได้แบบว่า โอ้โหหห เเป้งตัวเดียว
คุมมันถล่มปฐพี เวอร์เกิ๊น 555+ คือคนหน้ามันอ่ะจะชอบเพราะ
1 เนื้อแมทซ์สุดๆ
2 ช่วยคุมมันด้วย แต่ไม่ได้เยอะเวอร์ขนาดนั้น
แต่ถ้าเทียบกับหลายๆยี่ห้อ ถือว่า เป็นแป้งที่เหมาะกับคนหน้ามัน
น่าลงทุนมากๆ

สุดท้ายยยยย ไม่รุ้จะบอกอะไร แค่จะบอกว่า เป็นแป้งที่น่าลงทุนนะ
สำหรับคนหน้ามัน หรือคนไทย ที่ต้องเจอเเดดร้อนๆอย่างนี้
ช่วยได้เยอะ ทำให้เมคอัพที่ทามาก่อนหน้านี้ เซตตัวอยู่ทนขึ้นมาก





Create Date : 29 พฤษภาคม 2556
Last Update : 29 พฤษภาคม 2556 18:37:37 น.
Counter : 23647 Pageviews.

1 comment
1  2  3  

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 287 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments