Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
รีวิวแป้งม้าโยก (beauty credit)
สวัสดีจ้า พ่อแม่พี่น้อง ปวงชนชาวไทยทั้งหลาย
ข้าพเจ้าจะขอเสนอ แป้ง ที่เค้าเรียกกันว่า
"แป้งมาโยก"
ชื่อเต็มๆของนางคือ Beauty Credit Lovely Powder Pact Mat

คือ ตอนแรกฉัน งง มากว่า เเป้งหอยอะไรฟร่ะ ม้าโยก
มันคือแป้งจากแบรนด์ไหน
มาจากที่ใด ทำไมดัง อะไรอย่างไร

ก็สืบไปสืบมา อ๊ออออ
เป็นแป้งสัญชาติเกาหลี พระนามว่า
"Beauty Credit"
ซึ่ง ฉันก็เคยเห็นร้านของนาง ตั้งอยู่ตามห้าง
เซนทรัล เทอมินอล อะไรเง้ บ้าง

ก็เลย อ๋ออ โอเคย์ มาจากเกาหลีนี่เอง
ตอนแรกว่าจะไม่ซื้อนะ เพราะว่า ไม่ชอบเครื่องสำอางค์เกาหลี
ชอบเครื่องสำอางค์ฝั่งยุโรป เมกา มากกว่า

แต่ๆๆๆๆๆ. หลายคนร่ำลือ และ เพื่อนสนิท Nutty Tlb
นางบอกว่า มันเริศศ

ช้าอยู่ใย
เผอิญมีน้องที่รู้จักกัน (บ้านไกล้กัน)
นางบินไปเกาหลี ก็ ฝากกกสิจ๊ะ
ซื้อมา 1 ตลับ ราคา 270 บาท
ถูกป๊ะล่ะ ถ้าซื้อร้านหิ้วในไทย จะ 300 กว่าๆ
แต่ถ้าซื้อในชอป ที่ไทย ไม่อยากจะนึกราคา
คงเเพงกว่าเป็นเท่าตัว เหอะๆ



โอเคย์ล่ะพี่น้อง คราวนี้เรามาดูกันที่เเป้ง
แกเห็นม้าโยกมั้ย???

นี่เเหล่ะ เค้าเลยเรียกว่าม้าโยก 55+

คือนางจะมีตลับเงิน  ตลับม่วง ตลับเขียว ตลับชมพู
ซึ่งเค้าว่า ตลับเงินคุมมันดีกว่า
ฉันก็เลยจัดตลับเงินมา

สีที่เราซื้อมาตัวนี้คือสีเบอร์ 21 สี nude beige











ด้านหลังก็ไม่มีอะไรมาก เขียนบรรยายเกาหลีที่ฉัน อ่านไม่ออก -*-





พอเปิดเข้ามาด้านใน ก็จะเป็ฯตลับสวยงาม
พัฟนิ่มๆ ออกแนวปัญญาอ่อนหน่อยๆ สไตล์คุณหนู
(ไม่ชอบเลย เกลี่ยแป้งไม่โอ เพราะเคยใช้พัฟที่เริศๆมาแล้ว)
ชอบไอพลาสติกใสที่เเปะไว้บนเเป้งอ่ะ เวลาเก็บแป้ง พัฟมันจะได้ไม่โดนแป้ง
แต่ก็ทำให้เปิดลำบาก

ตรงแป้ง จะมีรูปม้าโยกอยู่ ซึ่งถ่ายรูปมาแล้วมองไม่เห็น
ช่างมัน เพราะใช้ไปๆ มันก็ต้องเลือนหายไปอยู่ดี หิหิ





นี่คือสภาพ ก่อน - หลัง ทาแป้ง 

การปกปิด ไม่มาก ปกปิดเบาๆ นิดนุงง
พวกริ้วรอย จะไม่ปกปิดอะไรเลยทั้งสิ้น
สังเกตจากสิวนั้น ยังเห็นชัดเจนเเจ่มจรัส

แป้งมีกลิ่น น้ำหอม แรงมาก เวอร์
ใครแพ้น้ำหอม พึงระวังนะเธอ กลิ่นโคตรจะแรงเลย

จะบอกว่าเบอร์ 21 ขาวกว่าหน้าเราหน่อยนึง
เราผิว nc 30 น๊ะ
แต่ว่า ใช้แล้วตอนทาขาวกว่า แต่พอเเป้งเซตตัวแล้ว โอเคย์เลย
หน้าจะได้ฟีลลิ่งแบบว่า เนื้อเเมท แต่ผ่องๆ นวลๆ ชอบนะ


การคุมมันจากที่เราใช้ เรารู้สึกว่า ไม่ได้คุมมันสักเท่าไหร่
อยู่ได้ 2 ชม ก็ต้องซับแล้ว ฉะนั้นที่หลายสำนักบอกว่าคุมมันดี
"LE POMMZ ขอค้านน"

แต่ข้อดีคือ มันไม่ตกร่องรูขุมขน ให้เห็นเป็นร่องๆ
ไม่เป็นคราบ มันเริศตรงเนี่ยเเหล่ะ

สรุปๆๆๆ

 1 เหมาะกับคนที่ผิวดี หรือ คนที่ไม่อยากได้แป้งหนา ทาแล้วโบก พอก แป้ง  เหมาะกับคุณมากๆ ตอบโจทย์เลย
2. เป็นเเป้งที่คุมมัน นิดนึง แต่ไม่มาก
3. เหมาะกับคนงบไม่เยอะมาก แต่อยากได้แป้งที่ทาแล้ว คุมเงิน ทุกบาททุกสตางค์
4.เป็นแป้งที่ เนียนผิว ทาแล้วไม่หนา ทาแล้วดูไม่รู้ว่าทาแป้ง
5. สุดท้าย คิดว่าเป็นแป้งที่ เหมาะกับ ชะนีเเบ๊วๆ หรือ พยายามแบ๊ว หรือฟีลลิ่งแบบ เด็กมัธยมผมติ่ง อยากแบ๊วใช้กัน
เหมาะมากนะเธอ เพราะ ตลับมันเเบ๊วมาก ซึ่ง ไม่เหมาะกะฉันเลยเเมร๊งง 55


ให้คะแนน =  8/10

ที่หักเพราะ 1. ปกปิดบางไป ส่วนตัวอยากให้ปกปิดอีกห่นอยย
2. ก็ฉันอยากจะหักอีกอ่ะ  มีไรแม๊ะ ?? 555 ป่าวหรอกคือแบบ มันยังรู้สึกว่า ยังไม่ฟิน มันยังไม่สุดอ่ะ บอกไม่ถูก ขอหักอีก 1


ไปแล้ววว ฟริ๊วววววววววววววววววววววววววว




Create Date : 19 เมษายน 2556
Last Update : 19 เมษายน 2556 12:52:35 น.
Counter : 86930 Pageviews.

11 comment
รีวิว แป้งmaybelline dream matte
วันนี้เราขอรีวิวแป้งราคาถูกกันบ้าง แต่!!!
ไม่ได้ถูกกะโหลกกะหลาอย่างเดียวน๊ะจ๊ะ เพราะว่า
มันไม่มีขายในประเทศไทย โฮ๊ะๆๆๆ // หัวเราะเอาพัดบังปาก

ตัวนี้ซื้อมาในเมกา ราคาตีเป็นเงินไทยประมาณ ร้อยกว่าบาทเอง

ที่ซื้อเพราะว่า เห็นมันเขียนจ่าหน้าไว้ว่า dream matte  (ความฝันแห่งความแมทซ์ของมนุษย์หน้ามัน)
คือเป็นคนหน้ามัน พอเห็นอะไรแมทๆ ก็อยากจะลอง แล้วราคาถูก เลยลองเลย



แพกเกจจิ้ง ก็งั้นๆ พลาสติกกระป๋องๆธรรมดา ไม่มีอะไรน่าดึงดูด เพราะว่า ราคาถูกขนาดนี้ จะเอาหรูต้องไปซื้อชาแนลเเล้วล่ะจ๊ะ




แต่พอเปิดออกมา ฉันจะบอกว่า แพกเกจจิ้ง ค่อนข้างปวดหัวนิดนึง ตอนครั้งแรกที่ใช้ คือ ตรงที่เป็นเปิดแป้งข้างบนก็ไม่อะไร เพราะเหมือนแบรนด์อื่นๆ
แต่ตรงกระจกกับพัพข้างล่างอ่ะ ตอนแรกเราก็นึกว่ามันเปิดเหมือนกะข้างบน แต่ ไม่ใช่ มันสไลด์ออก ไอเราก็เเงะไปเหอะ
เเงะไม่ออกสักที ดีนะ ไม่หัก พอเปิดมาก็จะเจอพัพที่อยู่บนกระจก  จะบอกว่า ไม่ชอบพัพเลย พัฟปัญญาอ่อนมาก เป็นพัฟที่แบบ บางๆ แล้วก็
ไม่ดีอ่ะ อย่าไปใช้มันเลยพัฟที่แถมมานี้ //เขวี้ยงทิ้ง

อ้อ ไม่มีรูระบายอากาศสำหรับพัฟด้วยนะ หึหึ



ด้านหลังก็จะบอกข้อมูลต่างๆนาๆ ไม่มีอะไรหรอก แต่ มันบอกเราว่า เปิดอย่างไร 5555+
ถ้าเราไม่อ่านตรงนี้ เราก็ คงจะเเงะจนหักแล้ววว

อ้อ สีที่เราใช้คือสี sand- medieum01 ซึ่งขาวกว่าหน้าเเห่ะ น่าจะซื้อเข้มกว่านี้เบอร์นึง -*-




ก่อนและหลังทา พอทาแล้ว หน้าแมทจริงอะไรจริง ที่สำคัญนะ แป้งไม่หนาด้วย ถึงแม้จะใช้แปรง(ห่วยๆที่แถมมา) ในการทาแป้ง ก็ไม่หนา เมื่อเทียบกับแป้งอื่นๆ
เป็นเเป้งผสมรองพื้นที่ ค่อนข้างบางเบา เราชอบบบบ แต่แน่นอนว่าไม่ค่อยปกปิดเท่าไหร่
แต่ถ้าทาเยอะ จะดูเป็นผงแป้งมากเกินไป ไม่สวย ทาพอประมาณพอ เพราะว่าเนื้อมันค่อนข้างที่จะ powdery อยู่
(โดยส่วนมากแล้วแป้งแมทๆ เนื้อจะ powdery อยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติ)
เป็นแป้งที่ ถูกอัดมาแน่นมาก ใช้ได้ ค่อนข้างนานนนน อยู่เลยทีเดียว ใช้แปรงปัด ขูดแป้งออกมาแล้วไม่เป็นผงเลอะเทอะเหมอืนแป้งบางยี่ห้อ ชอบมาก

ตกร่องมั๊ย ???
---- ไม่ตกนะ

ติดทนมั๊ย ???
---- ไม่ค่อยทนเท่าที่ควร คือ ใช้ไปแล้วสักสองชั่วโมง ก็รู้สึกว่า แป้งมันหายๆ ไป ต้องเติมมมมแล้วววว

คุมมันดีมั๊ย ??
----  คุมมันไม่มาก ได้ลุคเเมทซ์ แต่คุมมันไม่เยอะ อยู่ได้ 2 ชั่วโมง ถือว่าโอนะ กับแป้งราคาถูกแบบนี้

ให้คะแนนเลยแล้วกัน 7/10
ที่หักเพราะ 1 รับไม่ได้กับพัฟที่แถมมา
               2 แพกเกจจิ้งใช้ยาก
               3 ปกปิดบางเบาไปหน่อย เบาเกินไป

แต่ถือว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปกัับแป้งตัวนี้ เมเบลลีนแห่งประเทศไทย ทำไมเธอไม่เอาของดีดี แบบนี้เข้ามาขายในประเทศจ๊ะ ?
เห็นของดีดี เยอะเเยอะเลยในต่างประเทศ อย่างแป้งรุ่นอื่นๆ  รองพื้นเค้าก็มีอีกหลายรุ่น แต่ก็ไม่เอาเข้ามาขาย เอามาแต่
รองพื้นหลอดฟ้าๆทาแล้วก็หน้าหนาโบกปูนอะไรไม่รู้ (ขอบ่นเป็นการส่วนตัว)





Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2556 11:10:16 น.
Counter : 11200 Pageviews.

1 comment
รีวิวแป้ง chanel matte lumiere extreme
ก่อนอื่นจะขออ่านชื่อก่อน  
chanel matte lumiere extreme

เราอ่านว่า ชาแนล แมท ลูมิแย เอ็กตรีม -*-
(บางคนอาจจะออกเสียงอย่างอื่น แต่ whatever ช่างมันเหอะ 55 )

ข้ามมาเลย มาพูดถึงแป้ง คือ เจ้าแป้งตัวนี้ซื้อมาที่เคาเตอร์ไทย ในราคาแสนโหด (สำหรับเรา)
สองพันนิดๆ  แป้งพัฟตลับละสองพันกว่าบาท (รวมตลับด้วย นาง ขายแยกกันตลับกะแป้ง)
บ้าไปแล้วเมิงงงงงงง เกิดมาไม่เคยใช้มาก่อน แต่อยากซื้อมาใช้เผื่อหยิบขึ้นมาทาแป้งแล้วหรู อะไรอย่างเงี่ยยยอ่ะแกก......... แต่จะบอกว่า เป็นแป้งที่เราใช้ ไม่บ่อยเอาซะเลย ใช้แค่ออกไปนอกบ้าน
ออกงาน พกหรูๆ จริงๆ ถ้าอยู่บ้าน จะไม่แตะเลย เพราะอะไร รออ่านต่อไป ......

เป็นแป้งรุ่นที่ หลายๆคนบอกว่า มันเริศมาก มันใช่เลย มันโดน ในเรื่องของ
การคุมมัน  ซึ่งก็บ้าจี้ไปซื้อมา เพราะเราหน้ามันไง เราก็อยากได้แป้งเริศๆสักตัวที่มันคุมมัน



เเพกเกจจิ้ง จะมีซองกำมะหยี่ หรูหราสวยงาม ไว้ใส่ป้องกันรอยขีดข่วนของตลับ
ซึ่ง ใช้นานแล้ว ซองกำมะหยี่ของเรา มันกรังงงงง โสมม มากๆเลยเธออ 555


มาดูที่ตัวตลับ เป็ฯตลับเหลี่ยมๆ ผืนผ้า ใหญ่ๆ เน้นว่าใหญ่มาก เมื่อเทียบกับแป้งตัวอื่น
เป็นแป้งที่ตลับใหญ่ที่สุดแล้วที่เคยซื้อมา มีอักษร cc ไขว้กัน บ่งบอกนามสกุลอันไฮโซ
ซึ่งดูเผินๆเมื่อวางเทียบกับแป้งตัวอื่น จะดูเป็นของดำ ที่ดูขรึม ดูแพงง มากๆ ชอบมาก

แต่ข้อเสียอย่างนึงคือ มันเป็นรอยนิ้วมือง่ายมาก เนื่องด้วยเป็นพลาสติกที่มันๆ พอจับก็เป็นรอยนิ้ว ต้องมานั่งเช็ด น่าเบื่ออออออ -*-




ด้านหลังก็บ่งบอกถึงเจ้าแป้งตัวนี้ว่าอะไรอย่างไร
นางบอกว่า มี spf 20 pa+++ อุ๊ย  ถ้าไม่อ่านว่ามีกันแดด ลืมไปเลยว่าผสมกันแดด
ไม่บอกไม่สังเกตุไม่รู้จริงๆนะเนี่ย

และก็แป้งเฉดสีแป้งที่เราซื้อมา อันนี้เบอร์ 10 beige clair ขาวสุดในสยามประเทศที่มีขายเลย
ผลิตในอิตาลี
เปิดใช้ได้ 18 เดือน = ปีครึ่ง
บรรจุ 13 g.


และก็มีรูๆเล็กๆข้างหลัง เอาไว้ระบายอากาศ ไม่ให้พัฟชื้นนนน ^^



ต่อไปด้านในเมื่อเปิดมา ก็เป็นสองฝั่ง แป้ง กะ พัฟ และกระจก
แป้งตอนแรกถ้าซื้อมาใช้จะมี สกรีน cc ไขว้ ด้วยนะ พอใช้ไปเรื่อยๆ มันหายไปละ
ส่วนพัฟ ก็นิ่มดี แต่ไม่ได้ว๊าวววอะไรขนาดนั้น ก็ถือว่าโอเคย์นะ (ในรูปพัฟไม่ได้ซัก 55 ยังกล้าถ่ายมาโชว์)
ส่วนที่ว๊าวจริงๆคือ กระจก พระเจ้า มันจะใหญ่อะไรขนาดนั้นน ส่องได้เต็มหน้ามากๆ ใครหน้าใหญ่ แล้วแบบ
ส่องกระจกแป้งพัพแล้วหงุดหงิด ถ้าใช้ตัวนี้ รับรอง เลิฟไปนานเลย มันใหญ่มากๆ ใหญ่โคตรๆ



ส่วนรูปบนนี้ คือเวลาเราจะซื้อ refill มาใส่ เราก็แกะแบบนี้รุย เปลี่ยนแต่แป้ง ตลับไม่ต้องเปลี่ยน มันแพง -*-
ซื้อ refill รู้สึกจะประมาณ 1700 นะ เเป้งที่เเกะออกมาอ่ะ (แพงงงง เเห่ะ )




เมื่อทาแล้ว (ในภาพใช้แปรงทา) ผลลลัพท์คือ หน้าแมท เนื่องด้วยผงแป้ง ทาแล้วจะได้ฟีล เเห้งๆ เเห้งมากๆ แมทมากๆ ซึ่งเราชอบนะ เพราะเราเป็นคนหน้ามัน ถ้าคนผิวแห้งใช้ อาจจะทาแล้วเป็นผงแป้งมากเกินไป หรือ อาจจะทำให้ทาหน้าไม่ติดได้ ฉะนั้น ใครผิวแห้ง อย่าใช้เเป้งรุ่นนี้เลย

 ในเมื่อผงเเป้งเป็นแบบนี้ ข้อเสียคือ ถ้าคุณไม่ได้ผิวเรียบ เป็นคนรูขุมขนกว้าง มันจะทำให้เห็นรูขุมขนชัดขึ้น
หน้าจะดูหยาบๆ พยายามใช้แปรงวน ให้มันปิดรูขุมขนแล้วนะ แต่ก็ไม่ได้ มันก็จะเห็นรูๆๆๆ -*- เซ็ง

ปกปิดริ้วรอยได้ค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง เป็นแป้งพัพที่ทาหลายๆชั้น แล้วไม่หนามาก ถ้าใช้แปรงทา
แต่ถ้าใช้พัฟทา มันจะหนาเป็นผงเลยทีเดียวเชียว

แต่ต้องระวัง ถ้าสมมติว่า จะทัชอัพหน้าระหว่างวัน ต้องซับเอาความมันออกก่อนให้ดี เพราะว่า เนื้อแป้ง powdery มากๆ ถ้าไม่ซับมันออกก่อน หน้าอาจจะเป็นคราบได้

- - ใช้แปรงทา กับ ใช้พัฟทา ต่างกันอย่างไร?
 ใช้แปรงทา จะได้ความเบาของแป้ง จะดูเป็นธรรมชาติ หน้าจะไม่โบกเเป้ง แต่จะเห็นรูขุมขนชัดเจนขึ้น ปกปิดริ้วรอยได้ไม่มาก
 ใช้พัฟทา    หน้าจะแอบหนาเบาๆ ขึ้นอยู่กับการตบแป้ง ว่าเราตบอย่างไร ถ้าป้ายแป้งมาเยอะ หน้าก็จะหนา และ powdery มากๆ เห็นเป็นแป้งๆเลย
                สามารถปกปิดริ้วรอยได้ค่อนข้างดี ปกปิดรูขุมขนได้บ้าง แต่ไม่เยอะ

(ส่วนตัวชอบใช้แปรงทามากกว่า)

- - ถามว่าเป็นคราบระหว่างวันมั๊ย ?
  ไม่เป็น พอเหงื่อออกแล้วก็ไม่เป็นนะ แต่ถ้าทัชอัพหน้า ถ้าไม่เอาความมันออกก่อน เป็นคราบ แน่ๆ ทัชอัพหน้ากับแป้งตัวนี้ แนะนำให้ใช้แปรง จะดีกว่า พัฟ
   เปอร์เซนต์การเป็นคราบ น้อยกว่ามากๆ





เมื่อดูช่วงเวลาแต่ละช่วง finish look - 3 ชั่วโมง โดยไม่มีการซับหน้าแต่อย่างใด  (อยู่ในบ้าน เปิดพัดลลม ไม่ได้ออกไปนอกบ้านเลย) ซึ่งหน้ามันขึ้นเห็นได้ชัด
ซึ่งจะบอกว่า  การที่หลายคนบอกว่า มันคุมมันดีเลิศศศศศศศ จนเราต้องไปซื้อมาใช้ แต่ซื้อมาสุดท้ายอยากจะบอกว่า ผิดหวัง นึกว่ามันจะคุมมันดีกว่านี้ เมื่อเทียบกับราคา 
( พูดแบบนี้อาจจะโดนตบก็ได้นะ เพราะหลายคนชอบแป้งตัวนี้มากๆ )


เอาเป็นว่า สรุปๆเลยแล้วกันๆ
 ข้อดี 
 - แพกเกจจิ้งเริศ ไฮโซ สวยงาม กระจกใหญ่ยักษ์อลังการ โอเคย์
 - แป้งเนื้อแมทดี เหมาะกับคนหน้ามัน
 - ไม่เป็นคราบระหว่างวัน
 -  การปกปิดค่อนข้างโอ
 - เนื้อแป้งอัดมาแน่น ใช้ได้ค่อนข้างนานในระดับหนึ่ง

ข้อเสีย
 - แพงเกินไปถ้าเทียบกับคุณภาพของแป้ง ถ้าซื้อคือ ซื้อเอาหรูเวลาไปข้างนอก แล้วยกแป้งขึ้นมาตบระหว่างวัน ไม่ได้ซื้อเอาคุณภาพ
 - คนหน้าแห้งอาจใช้ไม่ได้ อาจเป็นผงแป้งมากเกินไป และ บางคนอาจทาไม่ติด
 - ถ้าใช้พัฟ ตบแป้งแบบไม่ถูกวิธี จะทำให้หน้าพอกแป้งได้ และอาจเป็นคราบ
 - การคุมมันยังไม่ดีเท่าที่ควรสำหรับเรา


ให้คะแนน
 6.7/10

ถามว่าทำไมให้น้อยจัง
1 แพงเกินไป ในเรื่องของคุณภาพแป้ง เชื่อว่า เเป้งdrug store หลายๆยี่ห้อ ดีเท่า หรือ ดีกว่าเเป้งของชาแนลรุ่นนี้
2 คุมมันไม่ดีเท่าที่ควร ไม่ดีเท่าที่หลายคนอวยเอาไว้จนต้องไปซื้อ

--- พอละ  รีวิวตรงซะขนาดนี้ อาจจะโดนด่าได้ 55 ------





Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 19 เมษายน 2556 12:16:39 น.
Counter : 66120 Pageviews.

8 comment
รีวิวแป้ง mac mineralize skinfinish natural
เรามาพูดถึงแป้ง แมค สุดฮิตตัวนี้กันดีกว่า เป็นเเป้งฝุ่น ที่ไม่ผสมรองพื้น แต่ถูกอัดเเข็งมาในรูปแบบของตลับ
(อ๊าาาาาาา ส่วนมากเเป้งอัดเเข็งจะเป็นแป้งผสมรองพื้นเนาะ)
จะบอกว่าเป็นแป้งที่ซื้อเพราะว่า เค้าฮิตกัน หลายคนฮิต บอกว่ามันดี
แล้วก็ ของก๊อป ก็เยอะมาก โฮ๊ะๆ (แสดงว่าดีจริง ของก๊อปเลยเยอะ)
เลยไปตำมาในราคา 1100 กว่าๆ (ซื้อที่เคาเตอร์ ตอนเซลล์) ถ้าไม่เซลล์น่าจะสัก 1400 ถ้าจำไม่ผิดนะ

เรามาดูกันที่ แพกเกจจิ้งของนางดีกว่า


เป็นแป้งตลับกลมๆ ใสๆ สามารถมองเห็นเนื้อในของแป้ง




พอเปิดออกมาก็จะเจอแป้ง  ซึ่งไม่มีชั้นต่อไปให้เปิดแล้วน๊ะจ๊ะ
อ้าว! แล้ว กระจก กับพัฟหล่ะ !?!?!?   อย่างไร

ก็คือ ไม่มีจ๊ะที่รัก นางไม่มีกระจก ไม่มีพัฟให้
ไม่มีพัฟไม่เป็นไร ใช้แปรงได้ แต่ไม่มีกระจกเนี่ยสิ
im so pissed มากๆ แล้วตอนส่องกระจกตอนทาแป้ง
ฉันก็ต้องพกอย่างอื่นที่เป็นกระจกเช่น แป้งพัฟตลับอื่น หรือว่ากระจกอันเล็กๆ
หรือบางที ไม่ได้พกกระจก เพราะลืม ก็ต้องปัดเเป้ง กับ โทรศัพท์เอา (ดูอนาถามาก)
นี่เเหล่ะข้อเสีย ทำไมเธอไม่ทำกระจกมาจ๊ะที่รักกกก !!




ด้านหลังไม่มีอะไรมาก แค่สติ๊กเกอร์บอก info แป้ง
ของเราใช้สี medium plus (nc30)
(สติ๊กเกอร์กรังมาก เพราะใช้สมบุกสมบันมาก)


ข้อดีของแพกเกจจิ้งนางนะ ก็คือ
เราเคยทำมันหล่นเเหล่ะ สองรอบเลยหล่ะตัวเธอ
ซึ่ง ไม่มีอะไรแตกเลยจ้า แม้กระทั่งตัวแป้ง ก็ไม่แตก เพราะเเป้งเค้าอัดมาแน่นมาก
(ที่เห็นในภาพนั่นคือ ถูกใช้มา ปีกว่าๆ แล้ว ยังไม่หมด ไม่ยุบเท่าไหร่เลย)

แล้วตอนตกไปนะ ก็สูงอยู่นะ ตกจนตลับแป้ง หลุดออกมาเป็นช้ินๆ ต้องประกอบเข้าไปใหม่อ่ะ
(คิดเอาว่าแรงขนาดไหน)   เริศศศศศศศศศศศศ





แป้งที่ทานั้น ใช้แปรงทา เพราะแน่นอน นางไม่มีพัฟมาให้ ก็เลยต้องไปหาแปรงทากันตามยฐากรรม ตัวใครตัวมัน
พอทาไป เนื้อแป้งเบาาาา แต่ไม่เบาที่สุด ยังมีความแอบหนาเบาๆ เบาๆ
ปกปิดริ้วรอย ค่อนข้างดี แต่รอยใหญ่ๆ ปิดไม่มิดน๊ะจ๊ะ
ส่วนตัวใช้แล้ว ไม่อุดตันรูขุมขน รูขุมขนยังได้หายใจอยู่ ทาแล้ว ไม่โบ๊ะ ไม่หนา ไม่โป๊ะ แต่ถ้าทาเยอะเกินไป
อย่างเช่นว่า ทาสามรอบ อะไรอย่างเงี่ย ก็หนาเหมือนกันอยู่นะแก (แต่ใครจะบ้าทาแป้งสามชั้นฟร่ะ !?!)
ระหว่างวัน ไม่ตกร่อง ถือว่าโอเชย์เลยทีเดียว
และลุคที่ได้ จะไม่แมทซ์มาก ไม่แห้งมาก ให้ความเป็นธรรมชาติกะผิวเรามาก ซึ่งใครไม่ชอบเเป้งที่มัน very very matte when finish look
ตัวนี้ เลอค่ากับคุณมากๆ

เรามาดูกันที่ระหว่างวันกันดีกว่าว่า กาลเวลาผ่านไป หนังหน้าเป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ




จะเห็นได้ว่า เมื่อผ่านไป จากแรก ถึงสามชั่วโมง หน้ามัน เห็นได้ชัด เนื่องจากเเป้งตัวนี้ ไม่ได้คุมมันให้เราเลย สักกะนิด
หนังหน้าใครมันขนาดไหน ก็สุดแล้วแต่เวนแต่กรรมเอาละกันเนาะ 
แต่ว่า ไม่เป็นคราบ และก็ ไม่ตกร่องรูขุมขนน๊ะจ๊ะ
ซึ่ง มีปัญหาอีกอย่างว่า บางคนเมาท์มอยว่า ใช้แล้ว หน้าหมองง แต่สำหรับเรา ไม่หมองนะ ถือว่าเป็นความโชคดี ^^


เอาล่ะ เรามาสรุปกันดีกว่า ถึง ข้อดีและข้อเสีย

ข้อดี - ตลับทนทาน
       - แป้งอัดมาแน่นมากๆ ใช้ได้นานมากๆ เรียกได้ว่า ซื้อมาคุ้มค่าแน่นอน เพราะมันจะไม่หมดง่ายๆ
       - เนื้อแป้ง ค่อนข้าง บางเบา ไม่โบ๊ะ
       - ใช้ทาเป็น everyday ได้ โดยที่ไม่หนักหน้าเลย เริศสุดๆ
       - แป้งไม่ตกร่อง ไม่เป็นคราบระหว่างวัน
       - คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เมื่อเทียบกับคุณภาพของแป้งที่ได้รับ ถือว่า ยอมรับได้ที่ลงทุนซื้อ

ข้อเสีย - ไม่มีกระจก และพัฟ ลำบากต่อการใช้งาน
          - แพกเกจจิ้ง ดูมอมเเมม ง่ายมาก สกปรก
          - ไม่คุมมัน  (อันนี้บางคนอาจจะไม่ถือว่าเป็นข้อเสียนะ เเต่เราหน้ามันไง เราเลยอยากให้มันคุมมันอ่ะ)


ให้คะแนน
      8/10
หักเพราะ 1 เเพจเกจจิ้ง คือ เข้าใจว่าเป็นเเป้งไม่ผสมรองพื้น แต่ในเมื่ออัดเเข็ง คุณน่าจะรู้ว่าคนต้องพกไปข้างนอก ทำไมหล่อนไม่ทำกระจก และ พัฟมาย๊ะ ???!!?!?

2  ไม่รู้สิ รู้สึกมีอะไรบางอย่าง ยังไม่สุด -*- เลยหักอีกนิด

---- ขอจบด้วยประการฉะนี้ -----






Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2556 15:27:05 น.
Counter : 40913 Pageviews.

5 comment
รีวิวแป้ง laura mercier foundation powder
เอาล่ะ นี่คือการรีวิวแป้งป้าลอล่า
ก่อนอื่นจะบอกว่า เป็นแป้งที่ฉํน ชอบมากกกกกกกกกกกกกๆๆๆ โคตรชอบเลยอ๊ะ  
อยากรู้ม๊า ว่าทำไมชอบ ถ้าอยากรู้ จงอ่านไปต่อ คริคริ

ก่อนอื่นมาดูที่รูปลักษณ์ของนางก่อน





ตลับสีน้ำตาล มีมุกๆวิ๊งๆยิ๊บๆเบาๆ (ถ่ายรูปไม่เห็นมุกเเห่ะ)
ส่วนตัวไม่ชอบนะ รู้สึกว่ามัน กระป๋อง ดูพลาสติก ดูก๊องเเก๊งไป
ถ้าไปวางรวมกะแป้งราคา 100,200 นี่ แยกไม่ออกเลย
(พกไปทาระหว่างวันนี่ ถ้าคนไม่รู้ว่าแบรนด์อะไร หมดสิทธิ์ทำหรูเลยนะ 55)








ด้านในเมื่อเปิดออกมาแล้วก็จะเจอ แป้ง และกระจก ส่วนพัฟนั้น อยู่ลงไปอีกชั้นนึง
ซึ่ง ข้อเสียอีกอย่างคือ  คุณเห็นพวกผงแป้ง สกปรกๆมั๊ย ?
นั่นเเหล่ะ คือเนื้อแป้ง มันค่อนข้างที่จะ powdery มากๆ เป็นผงมากๆ ใช้พัฟตบไม่เท่าไหร่
แต่ถ้าใช้แปรงปัดแป้งนะ มันจะเป็นผงๆ ฟุ้งออกมาเลอะเทอะมาก (ซึ่งใช้แป้งมาเยอะ ไม่เป็นขนาดนี้)
และอีกอย่างคือ มันทำให้แป้งของเราที่ซื้อมาในราคาแพง (ราคาเคาเตอร์ 1600 บาท) หมดเร็วววขึ้นมาก







มาดูที่ด้านหลังกันนิสสสสเนิง
อันนี้ข้าพเจ้าใจเบอร์ 3 (เทียบเฉดสี mac คือ nc30)
สีพอดีหน้ามาก  ด้านหลังมีรูระบายอากาศ กันชื้น เป็นรูเหลี่ยมๆ เต็มรุย
เพราะว่า พัฟ จะถูกเก็บไว้ด้านล่างนี้ ฮี่ฮี่





เรามาดูกันที่พัฟบ้าง
จะบอกว่า พัฟนี้ เป็นไม้ตายของแป้งตัวนี้เลยนะ
เป็นพัฟที่ค่อนข้างบาง วัดดูจากไม้บรรทัด วัดความหนาได้ 6มม.
เนื้อพัฟ นุ่มโคตรๆ ซึ่งดีกว่าพัฟของแป้งแบรนด์ที่แพงๆกว่านี้ เช่นของ ชาแนล
เลิฟพัฟนี้มาก เดี๋ยวขอบรรยายความเลิศของพัฟนี้ต่อ
คือเป็นพัฟที่ ช่วยซับความมันของหน้าได้ ดีมาก เมื่อทัชอัพหน้าระหว่างวัน
แต่ ไม่ใช่ว่า หน้ามันเหมอืนเอาน้ำมันมะพร้าวมาทาหน้า แล้วจะไม่ซับหน้าก่อน
แต่เอาพัฟนี้มาทาแป้งเลย ก็ไม่รอดอยู่นะ ซับหน้าก่อนน๊ะจ๊ะที่รัก

และก็ พัฟตัวนี้ ไม่กินแป้ง หมายถึง
เวลาเราเอาพัฟไปแปะกับแป้งเพื่อทาหน้า
พัฟบางตัว มันกินแป้ง ติดมากับพัฟเยอะมาก  หนามาก พอทาหน้าเรา หน้าก็หนา
อะไรอย่างเงี่ยยย แกเก็ตในสิ่งที่ชั้นกะลังจะพูดป๊ะ ????
ซึ่งลองเอาพัฟนี้ไปทากับแป้งยี่ห้ออื่นแล้ว ก็ถือว่า
โอกว่าพัฟอื่นๆมากๆ  (เอาล่ะ ไปซื้อพัฟลอล่ามาตุน)

เอาล่ะ เราไปดูกันเลยว่า มันทาแล้วเป็นอย่างไร



อันนี้ใช้พัฟในการทาแป้งนะจ๊ะที่รัก แต่ถ้าใช้แปรงทา ผลลัพท์ก็ไม่ต่างกัน เพราะเนื้อมันเบา
เมื่อทาแล้ว เเป้งไม่เป็นคราบเลย ถึงแม้ว่าหน้าเราจะแอบมัน และไม่ได้ซับหน้าก่อนทาแป้ง ดั่งภาพด้านซ้าย

- การปกปิด .. จะบอกว่าการปกปิดของแป้งนี้ ถ้าใครเป็นคนที่ชอบการปกปิดแบบ เนียนกริ๊บ ไม่เห็นริ้วรอย
อันนี้ไม่ใช่แป้งในฝันของคุณนะ 55 เพระาแป้งตัวนี้ ค่อนข้างที่จะบางเบา
เหมาะกับคนที่ไม่อยากโบกหน้า โบกเเป้งเหมือนโบกปูนอะไรแบบนี้
(นั่นเเหล่ะที่ฉันชอบมาก)

- ลุคที่ได้ .. เป็นเเป้งเนื้อแมทซ์ มากๆ ไม่มีวิ๊ง ไม่มีความวาวใดๆทั้งสิ้น เหมาะกับคนหน้ามันมากๆ (นั่นเเหล่ะที่ฉันเลิฟอีก)
ซึ่งจะบอกว่า มันคุมมันได้ ดีมากๆ ตั้งแต่ใช้เเป้งมาสิบกว่าตัว พระเจ้า เลิฟสุดฤทธิ์สุดเดชเลยเท๊อ
ในเรื่องของการคุมมัน  เมื่อเทียบกันกับแป้งตัวอื่นแล้ว ตัวนี่้ เราให้ no.1 on the top เลยล่ะ

- สีดรอปมั๊ย ? ส่วนตัว เรานะ บางวันมันดรอป บางวันมันไม่ดรอป แล้วแต่หน้าเเห่ะ บอกไม่ถูกเมหือนกัน แต่ว่าโดยรวมแล้ว โอเคย์ ไม่ได้ทำให้ชีวิตเลวร้ายอะไรนะ



(อันนี้เป็นชาร์จสีที่เค้ามีขายอยู่ แต่ไม่แน่ใจว่าเมืองไทยมีขายถึงเฉดเท่าไหร่อ่ะ)

เรามาดูกันดีกว่าว่า เมื่อทาแป้งแล้ว ผ่านไประหว่างวันนั้น มันเป็นอย่างไรกับผิวหน้าเราบ้าง




 จะสังเกตุเห็นได้ว่า finish look และเมื่อผ่านไปสามชั่วโมง
โดยไม่ได้ซับหน้าเลย
(อันนี้อยู่ในบ้านเฉยๆ ที่ไม่ได้เปิดแอร์นะ แต่มีแอบเดินไปซื้อของที่เซเว่นนิดหน่อย)
หน้าแทบไม่มันเลย  จะวาวขึ้นแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง ถือว่า พึงพอใจ มากๆ ชอบ รัก เลิฟ



ข้อดี
 1 คุมมันได้ดีเลิศ ชนะเลิศ
2 เนื้อบางเบา เราชอบ
3 สีแป้งพอดีกับผิวหน้า อันเดอร์โทนเหลือง+ส้ม ของเรามากๆ (หายากมากสีแบบนี้)
4 พัฟที่ให้มา มันเลิศศศศศ มากกกกกกกก

ข้อเสีย
1 เเพกเกจจิ้ง ห่วยบรม มันดูกระป๋องมาก
2 เนื้อแป้งน่าจะอัดมาให้แน่นๆกว่านี้หน่อย มัน powdery มากๆ ใช้แปร้บเดียว แป้งหมดแล้วอ่ะ
แล้วก็ทำให้สกปรกง่ายมาก เซ็งมากๆ
3 ไม่มีรีฟิลให้ซื้อเติม อย่างงี้ฉันก็ต้องจ่ายราคาเต็มทุกๆ 3 เดือน ใช่ไหมหนอ ? เปลืองตังค์มาก


ให้คะแนน  8/10
----------------หักเพราะว่า 1 บางวันสีดรอป บางวันไม่ดรอป งง -*- แต่ไม่ร้ายแรงมาก
                                    2 แป้งอัดมาไม่ค่อยแข็ง หมดง่ายมาก ใช้แปร้บนุง จะหมดแล้วอ่ะ 



Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2556 15:28:53 น.
Counter : 85893 Pageviews.

8 comment
1  2  3  

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 287 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments