Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
รีวิวแป้ง cezanne ตลับชมพู










รีวิว แป้ง CEZANNE Ultra cover UV Foundation 

SPF35PA++


คำเคลม
- แป้งผสมรองพื้น เนื้อแป้งเรียบเนียน สามารถปกปิดจุดบกพร่องต่างๆได้ดี 
มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์เข้มข้น ช่วยถนอมผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์

- จุดเด่นของแป้งมีสาร Sebum-clear powder , Sebum-fixing powder
บลอคผิวหน้าจากความมันส่วนเกิน แป้งติดทนนาน ไม่หลุดง่าย

- SPF35 PA++ กันรังสี UVA - UVB

-ปราศจากน้ำหอม หรือ Mineral Oil เหมาะกับผิวแพ้ง่าย






สวัสดีจ้า บลอคนี้ขอรีวิวแป้งตัวใหม่จาก Cezanne
ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ได้ใหม่อะไรมากนะ
ซึ่งเป็นแป้งตัวเก่าที่เป็นตลับสีชมพูอันเดิม 
แต่เค้าเอามาเปลี่ยนแพคเกจใหม่ เป็นตัวนี้แทน 

คอนเซปก็คือ เป็นสีชมพู มีดอกไม้มุ้งมิ้งบนตลับ ดังภาพเลยจ้า





บนตัวแป้ง ก็มีการพิมพ์ลายโลโก้แบรนด์เอาไว้ด้วย ดังภาพเลย






เจ้าแป้งรุ่นนี้ ทางแบรนดืทำออกมาทั้งหมด 4 เแดสีนะ
ซึ่งเฉดแรกจะออกชมพู ส่วนสามเฉดหลัง จะออกเฉดเหลือง

และมีสีที่ออกไปทางโทนเข้ม  สำหรับคนผิวเข้มใช้ได้ด้วยจ้า








เรามาดูประสิทธิภาพของแป้งตัวนี้กันดีกว่า






ดูจากรูปก่อนหลัง นี้ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า
เราใช้พัฟที่เค้าให้มาในตลับ ทาแป้งไปเลย

- การปกปิด
จะเห็นได้ว่าการปกปิดนี้ ปกปิดได้ดีเยี่ยมยอดจริงๆ
พวกรอยสิว หรือ สิวที่มีอยู่บนหน้านั้น สามารถปกปิดได้เเทบจะ 100% เลยทีเดียว
โดยที่ไม่ได้ทารองพื้นมาก่อน

 การปกปิดให้ไปเลย 8/10  


- การคุมความมัน

แป้งตัวนี้เอาจริงๆการคุมความมันก็ไม่ได้เทพเวอร์ขนาดนั้นเมื่อใช้ 
ถึงแม้ว่าเค้าจะเคลมมาว่าคุมได้ดี หรืออาจเพราะหน้าเรา พื้นฐานคือมันขั้นเทพอยู่แล้ว

อยู่ได้สัก 2 ชั่วโมงคือเต็มที่แล้ว ต้องซับหน้าแล้วล่ะ
แต่ถ้าหน้าไม่มันมาก การคุมมันก็ถือว่า ok เลยทีเดียว


- ความคงทน

ความติดทน อันนี้ยกนิ้วให้นะ ทนม๊ากกกกกก 
แต่ถามว่าหลุดบ้างมั๊ย ก็มีบ้างนะ  จะหลุดเฉพาะบริเวณที่หน้ามันๆ
แต่ตรงบริเวณที่หน้าไม่มันเช่น ใต้ตา คือตรงนี้ติดทนนานม๊ากกกกกกก
แทบไม่หลุดเลย   เริ่ดอ่ะ


-  การเป็นคราบ

เรื่องการเป็นคราบนี้ต้องแบ่งย่อยเป็น 2 ลักษณะคือ
1. เป็นคราบหลังทา   คือถ้าเป็นคราบหลังทาจะเป็ฯตรงบริเวณที่เป็นผิวหนังลอกๆ 
อย่างเช่นใช้ยาทาสิว แล้วผิวหนังลอก หรือหาแห้งจนผิวลอก พอทาแป้งไปแล้วก็จะเห็นความลอกๆ
ดังภาพ



2. เป็นคราบหลังทาผ่านไปแล้วนานๆ   ตรงนี้เมื่อหน้ามันแล้วหน้าไม่เป็นคราบนะ 
อยู่ดีปกติสุขมากๆจ้า  แต่อาจจะมีตกร่องรูขุมขนนิดหน่อย
จะเห็นแป้งเป็นรูๆ บ้าง ในกรณีที่เราทาเยอะ ทาแล้ว 
แล้วผสมกับความมันบนหน้า  แต่ถ้าใครผิวไม่มันมาก ตรงนี้ไม่น่ามีผลจ๊า




สรุป

เป็นแป้งที่เหมาะกับคนที่สภาพผิว  เหมาะกับคนที่อยากได้แป้งเเน่นๆปกปิดดีๆเทพๆ ตัวนี้ตอบโจทย์มากๆ


แป้งราคาพร้อมตลับ อยู่ที่ 499 บาท
ราคารีฟิล อยู่ที่ 350 บาท





Create Date : 05 สิงหาคม 2559
Last Update : 10 สิงหาคม 2559 21:37:11 น.
Counter : 21373 Pageviews.

0 comment
รีวิวแป้ง 3 รุ่น จาก Physicians formula
  สวัสดีจ้าทุกท่าน สำหรับบลอคนี้เราจะรีวิวแป้งจากแบรนด์ Physicians formula 



แต่ก่อนจะมารีวิว เรามาทำความรู้จักกับแบรนด์กันนิดนึงก่อนดีกว่าเนอะ

สำหรับแบรนด์ Physicians formula  ได้มีการก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1937
โดย Dr.Frank Crandall เป็นเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้ จากลอสแองเจลิส

เนื่องจากว่า ภรรยาของเค้าเนี่ย มีผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย
เค้าก็เลยสร้างเครื่องสำอางค์ที่เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายขึ้นมา 
ในส่วนประกอบหลักของเครื่องสำอางค์ในแบรนด์ของเค้า
จะไม่ใช้ส่วนผสมที่จะก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิว กว่า 132 ชนิด
และจะไม่ทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้นด้วย

ฉะนั้น ใครผิวบอบบาง แพ้ง่าย เค้าเคลมไว้ว่า เหมาะกับแบรนด์เค้าอย่างยิ่งเลยล่ะพวกเธอ

เอาเป็นว่า เรามาดูกันที่แป้งแต่ละตัวกันเลยดีกว่าเนอะ


ตัวแรก  

Physicians Formula 
Cover ToxTen50
Wrinkle Formula Face Powder







เจ้าตัวนี้จะเป็นแป้งฝุ่นโปรงแสง ที่ไม่ผสมรองพื้น 
ช่วยในเรื่องของการปกปิดริ้วรอย เติมร่องลึกให้ผิวกลับมาดูเรียบเนียน

ซึ่งตัวนี้เอาง่ายๆว่า จะเหมาะกับผิวที่มีร่องรอยอารยะธรรมเหี่ยวย่นบนใบหน้า
เช่น รอยร่องแก้มก็ดี หรือริ้วรอยใต้ตาก็ดี  เจ้าแป้งตัวนี้จะช่วยในการอำพราง ปกปิดริ้วรอย
ทำให้หน้าเราดูเรียบเนียน ริ้วหายดูเบลอ ดูหายไป

แต่ แต่ แต่ เค้าบอกว่า ถ้าใช้ไปเรื่อยๆ นอกจากจะปกปิดแค่บนผิวเหมือนเวลาเราทาแป้งทั่วไปแล้ว
เค้ายังสามารถบำรุงผิว ให้ริ้วรอยหายไปได้จริงๆอีกด้วยล่ะเธอ











ดูตามคำเคลมบนกล่องแพคเกจดังภาพเนอะ 
ภาพตัวอย่าง before - after





แพคเกจตัวนี้จะเน้นเป็นสีดำเรียบหรู 
และแป้งของเค้าคือ เค้าจะไม่ให้พัฟมา แต่จะเป็นแปรงเล็กๆมาแทน
จะเป็นแบบนี้ทุกรุ่นนะจ๊ะเธอ  
เค้าจะให้ใช้แปรงในการปัดแป้ง ซึ่งเวลาปัดแล้วมันจะได้ฟิลลิ่งนวลๆ เนียนๆ เบาๆผิว
ไม่หนา ไม่โบ๊ะ เหมือนเวลาเราใช้พัฟปัดแป้ง






อ่ะ เรามาดูแสนยานุภาพกันนิดนึงน๊ะจ๊ะ

จากผิว before ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหน้ามัน รูขุมขนกว้าง
พอทาไปแล้ว คือ เค้าจะช่วยอำพรางรูขุมขนกว้างๆของเราได้ประมาณนึง แต่ไม่ทั้งหมด
เพราะว่าตัวแป้งเค้าเป็นแป้งฝุ่นอัดเเข็ง โปรงแสง
และ ไม่ผสมรองพื้น

ซึ่งนั่นจะทำให้หน้าของเราไม่ดูหนาโบ๊ะโบกปูนพอกแป้ง
และเนื่องจากเค้าไม่หนา เค้าจะไม่ช่วยในเรื่องของการปกปิดพวกรอยดำ รอยแดงจากผิวสักเท่าไหร่

เนื้อแป้งพอทาแล้ว  จะเรียบเนียนพอดีผิวเป๊ะๆเลย
หน้าไม่ขาว ไม่ลอย ไม่วอก  
และเนื้อแป้งจะไม่ด้านมากนัก
ทาแล้วจะมีความนวลๆผิว ผิวดูอวบอิ่ม ดูไม่แห้ง ไม่ด้านเกินไป 

และถามว่า คุมมันมั๊ย?
ส่วนตัวไม่รู้สึกว่าคุมมันแต่อย่างใด แต่ไม่ได้ทำให้หน้ามันมากยิ่งขึ้นจ๊ะ


และอีกสิ่งที่น่าสนใจคือ เค้าเคลมว่า แป้งตัวนี้ปราศจากสาร Gluten
เจ้าสาร Gluten นี้คืออะไร??

Gluten ว่ากันง่ายๆคือ จะเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง
ที่จะผสมอยู่ในอาหารจะพวกแป้ง เช่นข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์  หรือธัญญาพืชอื่นๆ
หรือเอาไปใช้กับพวกขนมปัง โดนัท พาสต้า และอื่นๆ เพื่อทำให้ขนมนุ่ม และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ซึ่งบางคนกินเข้าไปแล้วอาจจะแพ้สารนี้ จะก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร
 ทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นโรคระบบทางเดินอาหาร และ 
ยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้อีกด้วย

แต่ทีนี้ เค้าก็มีการเอาเจ้าสาร Gluten มาใส่ในเครื่องสำอางค์ด้วย
ซึ่งบางคนก็อาจจะเกิดอาการแพ้ ก็จะทำให้เป็นสิวเห่อขึ้นเต็มหน้าได้

เค้าก็เลยไม่ใส่เจ้าสารตัวนี้มาเพื่อเป็นการลดแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดสิวกับผิวเราอีกด้วย





แป้งตัวที่ 2

Physicians Formula
Youthful Wear
Cosmeceutical Youth-Boosting Powder




แป้งตัวนี้เค้าเรียกอีกชื่อว่า "แป้งหน้าเด็ก"

อ๊ะ จะหน้าเด็กยังไง เดี๋ยวเรามาดูกัน





แต่ก่อนที่เราจะมาดูว่าหน้าเด็กยังไง เห็นหน้ากล่องมั๊ย
เค้าบอกว่า  ทาแล้วจะหน้าเด็กลง 10 ปีเลยล่ะเธอ
โอ้วววววว เคลมแรงมาก 

เเละนอกจากนี้ก็ยังบอกว่าเป็นแป้งที่ให้ลุค Matte finish อีกด้วย






ส่วนด้านหลังก็จะมี before-after ที่เคลมมาจากแบรนด์ให้ชมกัน
และนอกจากนี้ เค้าก็ยังเคลมมาอีกว่า

100 %  รู้สึกริ้วรอยร่องลึกดูลดเลือนลง
94% จะสังเกตุเห็นถึงความเฟริ์ม ยกกระชับของผิว เมื่อใช้ได้ 3 สัปดาห์
100% ของผู้หญิง เลือกเพื่อใช้เป็นเครื่องสำอางค์สำหรับคืนความอ่อนเยาว์








ตรงตัวแป้งจะมีการสกรีนไลน์ชื่อรุ่นของแป้งมาด้วย
เนื้อแป้งจะเป็นเนื้อด้านๆ ไม่มีชิมเมอร์ ผสมมาแต่อย่างใด




และก็จะมีแปรงเล็กๆมาให้อีกเช่นเคยจ๊ะ


เรามาดูผลการใช้กันดีกว่าเนอะ




ผลการใช้คือ พอทาไปแล้ว จะเห็นได้ว่า หน้าไม่หนาไม่โบ๊ะ ไม่ดูพอกแป้งจริงๆ
สามารถปกปิดริ้วรอยได้นิดหน่อย พวกรอยแดงบนผิวหน้า ตามแก้ม
หรือตามรอยหลุมสิวเป็นต้น  และหน้าก็จะผ่องขึ้นมาประมาณนึงด้วยล่ะเธอ
แต่ไม่ใช่หน้าลอยน๊าาา หน้าลอย กับหน้าผ่อง มันต่างกันจ๊ะ

ให้ matte finish จริงๆ แต่ว่า ไม่ได้แมทแห้งเวอร์
ถ้าเทียบกันกับตัวบน แป้งรุ่นนี้จะมีความนวลเนียนของแป้งมากกว่าตัวบน
ทาแล้วผิวดูผ่องดี แต่จะบางกว่าตัวบนนิดหน่อย

และตัวแป้งจะมีกลิ่นหอมๆอ่อนๆนิดหน่อยผสมมาด้วย

และถ้าถามว่า ทาแล้วหน้าเด็กลงแบบว่า เด็กลง 10 ปี 
ซึ่งตอนนี้เราอายุ 26 ทาแล้วจะลงเหลือ 16 มั๊ย??

ถ้าอันนี้ก็จะดูเวอร์ไปนิดนึง
คือ การที่หน้าเด็กในที่นี้เค้าหมายความว่า
เจ้าตัวแป้งของเค้าเนี่ย มีคุณสมบัติในการช่วยกระจายแสง
ทำให้ผิวดูกระจ่างใส  นวลเนียน ช่วยอำพรางริ้วรอยต่างๆ
เลยทำให้หน้าดูเฟรช ดูเหมือนกับเด็กลงมากยิ่งขึ้นนะเธ๊ออ
ไม่ได้เป็นการลดอายุ โกงอายุลงแต่อย่างใด

อ่ออ แล้วเจ้าแป้งตัวนี้ ไม่ผสมสาร Gluten เหมือนกับแป้งตัวแรกด้วยจ้าา

เอาเป็นว่า สำหรับแป้งตัวนี้จะแนะนำสำหรับคนที่อยากได้แป้งที่ดูเบาๆ
เเป้งที่เป็นผิวๆ ทาแล้วไม่หนาไม่หนัก ไม่ได้อยากช่วยปกปิดรอยอะไรต่างๆสักเท่าไหร่
 อยากเฟรชผิวให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น
ดูตื่น ประมาณนี้เนอะ จะเหมาะมากๆเลยจ้า

ต่อมา แป้งตัวสุดท้ายก็คือ

Physicians Formula 
Mineral Wear







ตัวสุดท้ายนี้ก็จะเป็นแป้ง Mineral 
เป็นแป้งที่ผสมเเร่ธาตุ 
และเค้ายังบอกว่า เค้าผสมวิตามิน A และ E 
ช่วยการบำรุงผิว
ไม่ผสม Gluten เหมือนสองตัวก่อนหน้านี้
และไม่ผสม Talc อีกด้วย
(สังเกตุหน้ากล่องเขียนว่า Talc free)

talc นี้คืออะไร?? ทำไมไม่ผสม แล้วมันดีอย่างไร

ปกติสาร talc นี้จะถูกใส่ในเครื่องสำอาง ส่วนมากจะเป็นประเภทแป้งทาหน้า
สารนี้ถ้าใส่ไปแล้วจะช่วยในเรื่องของการควบคุมความมันให้กับผิวได้ดีขึ้น
แต่ว่า  ถ้าเราได้รับการสูดดมเข้าไปมากๆ อาจจะก่อให้เกิดการเป็นมะเร็ง
หรือเป็นโรคทางระบบทางเดินหายใจได้ เค้าเลยไม่ใส่มา เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้






และนอกจากนี้ แป้งตัวนี้ยังมีสารกันแดดผสมมาด้วย
 เป็นกันแดด Spf 16 ซึ่งจะใช้สาร
Titanium Dioxide  และ Zinc Oxide ในการช่วยกันแดด






สำหรับตัวสีเนื้อแป้ง จะเห็นเป็นคล้ายๆลายทหารพราง
สีเนื้อ กับ สีขาว  แต่พอปาดออกมาแล้ว จะเป็นแบบนี้






จะเป็นสีแป้ง ไม่มีชิมเมอร์ผสมมาแต่อย่างใด
 และในเรื่องของกลิ่นนั้น กลิ่นอ่อนม๊ากกก แทบไม่มีกลิ่นเลยล่ะ



ซึ่งเช่นเคยว่า แป้งตัวนี้เค้าก็ให้มากับแปรงเล็กๆเหมือนกับสองรุ่นก่อนหน้านี้


เรามาดูผลการใช้แป้งตัวนี้กันบ้างดีกว่า



เจ้าแป้งตัวนี้ เมื่อใช้แล้วรู้สึกได้ถึงความแมทของแป้ง
ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้เคลมมาว่า matte finish เหมือนตัวก่อนหน้านี้
แต่ทาแล้ว หลังทาปุ๊ป ผิวจะเเมท ที่สุดในบรรดาแป้งทั้งหมดนี้เลย
ใครผิวมัน ชอบฟิลลิ่งผิวแมทๆนี้น่าจะถูกใจ

แต่ แต่ แต่ ถ้าใครไม่ชอบความแมท แป้งตัวนี้พอทาไปสักพักนึง
ผิวจะมีความผ่องออกมา  จะไม่ดูเเห้งจนเกินไป

ความหนาจากที่ทาคือ จะดูหนาสุดจากแป้งทั้งหมด จะช่วยในการปกปิดอำพรางผิวได้ค่อนข้างดี
แต่ก็ไม่ได้หนามากเหมือนกับแป้งผสมรองพื้นทั่วไป 

และอีกสิ่งหนึ่งคือ รู้สึกได้ว่า ทาแล้วผิวจะผ่อง จะขาวขึ้นกว่าผิวเล็กน้อย 
มากกว่าแป้งสองตัวแรกที่ใช้ไป 
แต่ แต่ แต่ ไม่ได้หมายความว่าผิวลอยน๊ะจ๊ะเธอ
ผิวผ่อง กับ ผิวลอย  ต่างกันจ้า (ย้ำอีกครั้ง)


สรุปทิ้งท้าย

ผลลัพท์ของแป้งทุกตัวที่ได้ใช้ที่เหมือนกันคือ

- แป้งเมื่อทาแล้วจะไม่ตกร่อง ไม่เป็นคราบ เพราะเนื่องด้วยตัวเเป้งเค้าบางเบาทุกตัว
เป็นแป้งที่ไม่ผสมรองพื้น  เมื่อทาแล้วแป้งจะไม่ไปอุดอยู่ที่รูขุมขน
เวลาผิวหน้ามันออกมา จะไม่ก่อให้เกิดการตกร่องเน้นให้เห็นรูขุมขนชัดเป็นรู รู

- สามารถใช้พกเพื่อทำการทัชอัพในระหว่างวัน ได้เป็นอย่างดี 

- แป้งทุกตัว ไม่ได้เน้นในเรื่องของการช่วยคุวบคุมความมันให้กับผิว
แต่ไม่ได้ทำให้หน้าของเรานั้น มันมากยิ่งขึ้น


ข้อเสียนิดนึงคือ
- น่าจะออกแบบเเพคเกจให้ตัวแป้ง และตัวกระจก อยู่ด้านเดียวกัน
เพราะเวลาใช้ต้องพลิกไปพลิกมา ค่อนข้างใช้ลำบากนิดนึง 
(เราเลยเลี่ยงการใช้กระจกกับแพคเกจ ด้วยการใช้กระจกอื่นแทน เเห่ะๆ)


สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่
https://www.facebook.com/PhysiciansFormulaThailand






Create Date : 28 กันยายน 2558
Last Update : 29 กันยายน 2558 16:11:50 น.
Counter : 47485 Pageviews.

0 comment
รีวิวแป้งสุดหรู จากแบรนด์ POLA
 สวัสดีจ้าทุกท่าน สำหรับบลอคนี้
เราจะขอเเอ๊บทำตัวไฮโซกันสั๊กนิดนึง
เนื่องจากอีช้านจำขอนำเสนอแป้งสุดหรู  นำมารีวิวให้ท่านได้ชมกัน
ซึ่งกะถือเป็นเกรียติแก่หนังหน้าอีช้านด้วย
ที่ได้ใช้แป้งสุดหรูหราอลังการตัวนี้

จากแบรนด์ Pola รุ่น BA




นี่ก็คือ หน้าตาของเจ้าแป้งตัวนี้
ตลับสวยหรูหรา เรียบง่ายแต่ดูแพง สมราคา

อ้อ อ้อออ พูดถึงราคา ก่อนอื่นบอกเลยว่า
ราคา ตลับละ 5,400 บาท (แป้ง + ตลับ)

ราคาเบาๆ สบายกระเป๋า
สบายในที่นี่คือ สบายกระเป๋า กระเป๋าเบา จนไม่มีตังค์จะใช้ตลอดเดือนเลยค่า 5555






มาดูงานหลังบ้านกันนิดนึง




งานหลังบ้านทำออกมาดีนะ เก็บงานเรียบร้อย ไม่เหมือนแป้งบางตัว งานหน้าบ้านสวย
งานหลังบ้าน แบ่บ เอิ่บบบ...................... เห็นการออกแบบเเพคเกจแล้ว ขุ่นพระ

ตรงขวาๆปุ่มดำๆ อันนั้นเอาไว้กดเพื่อเอาเทรดแป้งออก
สำหรับเปลี่ยนรีฟิล ถ้าเเป้งหมด 
เทรดเเป้ง ไม่ใช่แบบ ติดกาว เหมือนกับแป้งราคาถูกทั่วไป
ถ้ากาวเสื่อม  ถาดตัวเเป้งจะหลุดออกมา แล้วกาวก็จะเหีนยวๆ เปื้อนตลับ 
อูยยยยยยยยยย อีช้านเป็นมาหลายอันแล้วล่ะเธอ สะพรึง


// แต่ๆ เห็นสวยๆแบบนี้ เราว่าเเพคเกจ พลาสติ๊ก พลาสติกไปนิดนึงนะ
น่าจะทำพลาสติกให้แข็งกว่านี้หน่อย  มันยังง๊อบแง๊บนิดนึง (แกเข้าใจฟีลลิ่งชั้นปะ)





งานหน้าบ้าน งานหลังบ้านแล้ว เรามาดูงานในบ้านกันนิดนึง
ด้านในก็เหมือนแ้ปงทั่วไป มีพัฟ กับ แป้ง 
ซึ่งแป้ง ก็จะมีพิมพ์ลาย BA เป็นรุ่นเเป้งของเค้าด้านใน




ตัวแป้งถ้าจำไม่ผิด เค้ามีทั้งหมด 6 เฉดสี
ซึ่งจะมีทั้งเฉดชมพู และ เฉดเหลือง

ของเรา เราเฉดเหลือง ชื่อสีว่า n3
เป็นเฉดสีกลางๆของแบรนดฺ์นี้







BEFORE - AFTER กันบ้าง

งานแพคเกจผ่านไป เรามาดูงานแป้งกันบ้าง 
ว่าจะเวริ์ค สมราคาสุดโหดนี้หรือไม่

** ผู้รีวิว ผิวมัน รูขุมขนกว้าง คนที่สภาพผิวต่างกัน อาจจมีผลลัพท์ที่ต่างกันออกไปน๊ะจ๊ะ**








เรามาวิเคราะห์กันทีละส่วนหลังจากเราทาแป้งไปแล้วดีกว่า
(ผิวพังนิดนึงนะ นี่สร้างสิวเพื่อทำรีวิวเลยนะเนี่ยยย 5555 )


- การปกปิด

สิ่งที่เห็นสิ่งแรกจากการทานั่นก็คือ การปกปิดของแป้ง
เจ้าตัวแป้งนี้เอาจริงๆ ในความรู้สึกเรา เป็นแป้งที่ไม่ได้ให้การปกปิดแน่นเวอร์
เต็ม 10 ให้สัก 3-6

ถามว่าทำไมให้สัก 3-6  เพราะว่าเเป้งตัวนี้ข้อดีคือ เราสามารถ build ระดับความหนาได้
อย่างเห็นได้ชัด จากการทา การเพิ่มแป้งไปในแต่ละเลเยอร์ของแป้ง
ถ้าอยากได้บางหน่อย ทารอบเดียว อยากหนาหน่อย ทาสอง หรือ สามรอบ
แต่ถ้ามันหนาถึงจุดๆหนึ่ง มันก็จะหนาแค่นั้น ไม่เป็นงิ้วหลงโรงพอกแป้งแน่นอนจ๊ะ

ซึ่งถือว่าเหมาะกับคนที่อยากได้แป้งสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน
ไม่อยากหน้าหนามาก เบาๆใสซอฟสบายๆผิว ได้อยู่เลย


- เนื้อแป้ง

เนื้อแป้งนี้เอาจริงๆคือ มีความ powdery ในตัวแป้งประมาณนึง
แป้งจะเนื้อแห้งๆ เนื้อจะออกแป้งๆ 
ถ้าใช้แปรงปัดนี่ จะฟุ้งๆ เลอะๆออกมาตรงตลับๆหน่อย

เนื้อแป้งไม่หนา  เบาๆ 
พอทาแล้วจะมีความรู้สึกเหมือนกับเเป้งเนื้อแมทซ์ 
ที่ทาแล้วรู้สึกเเห้งๆผิวไปเลย





หลังทาไปแล้ว 1 ชั่วโมง




ฉึ่งงงงงงงง !!!!!!!




โอเอ็มจี มั๊ยล่ะแก
คือ จากที่บอกไปทีแรกว่า เนื้อแป้งเเห้งๆ เเมทซ์ๆ 
ฟีลลิ่งคล้ายๆกับเเป้งคุมมันทั่วไป
แต่ ........... เอาเข้าจริง นางไม่ได้คุมมันแต่อย่างใดนะ

(นี้ไม่ได้ออกไปเดินข้างนอกบ้านนะ ทาเสร็จ ก็นั่งเล่นคอมสวยๆ แต่เปิดพัดลมนะ ไม่ได้เปิดแอร์)

ผลลัพท์ออกมา แอบตกกะใจ เกิดคาด upside down ไปหน่อย
คิดว่าจะคุมมัน แต่ไม่คุมมัน
เนื้อแป้งเหมือนจะคุมมัน แต่ก็ไม่คุมมัน

คุมมันมั๊ย?

เอ้าา เอาเป็นว่า ในส่วนของเนื้อแป้งนั้น ไม่คุมมันแต่อย่างใด

ตามสภาพผิว ตามสภาพเบ้าหน้า
ขึ้นอยู่กับความมันของผิวแต่ละคนจ๊ะ 
ตัวแป้งไม่ได้มีส่วนในการเพิ่มความมันเด้อ


ต่อมา ถามว่าเป็นคราบ หรือ ตกร่องรูขุมขนบานๆของเรามั๊ย
เดี๋ยวเราจะซูมกันให้ชัดๆ
.
.
.
.


(ผิวพังมาก อายเเห่ะ)

เป็นคราบมั๊ย?

เอาจริงๆ ถึงแม้ว่าจะเจอความมันบนใบหน้าเราไป หน้าไม่เป็นคราบนะ
ดูจากบริเวณข้างจมูก บริเวณที่จะก่อให้เกิดการเป็นคราบแป้งได้ง่ายที่สุด
ก็ยังไม่เป็นคราบ ถือว่าโอเคย์เลยทีเดียว

และก็ตามราูขุมขน ตกร่องมั๊ย ......... เอาตามเนื้อผ้า เราว่าแอบตกร่องนิดเดียว สัก 2/10
ไม่น่าเกลียดน่ากลัวแต่อย่างใด 

ถ้ามองไกลๆ แบบ ไม่ได้ซูมขนาดนี้ ก็ไม่เห็นนะว่ามันตกร่อง


ติดทนรึปล่าว?

จากที่ใช้ คือความติดทน แอบมีหลุดๆนะ 
จะเห็นได้จากสิวแดงๆ ที่ก่อนทาและหลังทาว่า 
เวลาผ่านไป ชั่วโมงนึง สิวแดงๆ เริ่มโผล่มาจ๊ะเอ๋ ออกมาให้เห็นได้บ้าง 
เอาเป็นว่า แอบมีหลุดๆบ้าง
ให้คะแนนความคงทนสั๊ก 7/10


ทัชอัพระหว่างวัน

การใช้แป้งทัชอัพระหว่างวันสำหรับแป้งตัวนี้จากที่ได้ทดลองใช้
ถ้าจะทัชอัพ แนะนำอย่างรุนแรงว่า
ให้ใช้ทิชชู่ซับหน้าก่อนแล้วค่อยทาแป้งทัชอัพซ้ำ

ห้ามทาไปเลยหลังจากที่หน้ามันๆ เพราะมันจะทำให้เป็นคราบแน่นอน
(ขณะเขียนรีวิว กำลังนั่งเป็นคราบอยู่ครึ่งหน้า อีกครึ่งหน้าซับมันก่อน หน้าไม่เป็นคราบ)

แต่ถามว่าเป็นคราบแล้วพังพินาศมั๊ย 
อ่อมมมมมมมมมม............ ก็แอบน่าเกลียดสักพักนะ
แต่พอความ powdery ของแป้งหายไป ผสมกับความมันที่ผุดออกมาอีกระรอก
ความเป็นคราบ มันก็หายไปเเห่ะ เออ แปลก แทนที่จะคราบมากขึ้น

เอาเป็นว่าถ้าเป็นคราบ อย่าไปพยายามเช็ด ถู มันออก
ปล่อยสักพักให้หน้ามันหน่อยๆ เดี๋ยวคราบหายเองง 5555 ( งงเลยละสิ)


สีดรอปมั๊ย?

จากที่ใช้ไป สีไม่ดรอปนะ ทายังไงได้อย่างงั้น
หน้าไม่ดำขึ้นแต่อย่างใด ตรงนี้สอบผ่าน ให้ 10/10 เลยจ๊ะ





สรุป

เป็นแป้งที่เหมาะกับคนที่อยากได้แป้งเบาๆ สบายผิว ใช้ได้ในทุกโอกาส
ไม่ค่อยปกปิดเท่าไหร่ ถ้าอยากได้ปกปิดแน่นๆ นี้อาจจะไม่ตอบโจทย์
แต่เป็นแป้งที่ไม่คุมมันนะ ใครอยากได้คุมมัน ไม่แนะนำ
ติดทนค่อนข้างดี และ ทัชอัพระหว่างวัน ถ้าใช้ทิชชู่ซับมันก่อนทัชอัพ 
จะได้ผลที่ดีมาก  



บายจ้าาาาาาาาาาา
หนีไปทาแป้งหรูหราตัวนี้ก่อน อิอิ   // รู้สึกสวย







Create Date : 10 มิถุนายน 2558
Last Update : 10 มิถุนายน 2558 13:23:24 น.
Counter : 5875 Pageviews.

0 comment
Preview แป้ง-บลอนเซอร์ beauty cotage victorian lettre d'amour powder fondation
 สำหรับบลอคนี้ จะขอพรีวิวเบาๆ 
สำหรับแป้ง และ บลอนเซอร์ ของ beauty cottage
ในไลน์  victorian lettre d'amour
ซึ่งอันนี้เเป็นไลน์ใหม่ที่เค้าเพิ่งออกมา
โดยเริ่มกันที่แป้งกันก่อนเนอะ





เจ้าตัวแป้งนี่ โอ้ย แพคเกจสวยมุ้งมิ้ง
เพกเกจออกแบบมาให้สมกับชื่อไลน์มาก
จะออกแนวสไตล์ยุโรปยุคโบราณๆนิดนึง
อะไรประมาณนี้
(อีช้านก็ไม่แม่นเรื่องประวัติศาสตร์เท่าไหร่)







สิ่งที่สวยงามคือเนื้อแป้ง จะมีทองๆข้างบนสลักลายเบาๆ
คือไม่กล้าจะใชั้นะ กลัวลายหาย แต่พอใช้แล้วเป็นแบบนี้







ตัวสีทองด้านซ้ายคือ สีทองๆที่ถูกทำเป็นลายอยู่ด้านบน
ส่วนด้านขวาก็คือเนื้อแป้งปกติ เมื่อสีทองๆถูกใช้ออกไปหมดแล้ว
ซึ่งสีทองๆนั้น นางจะมีชีวิตการใช้งานแค่ครั้งเดียว
แล้วนางจะหายตายไปเลย 


เมื่อใช้เสร็จไปครั้งเดียว เพคเกจเนื้อแป้งก็จะกลางสภาพเป็นแป้งปกติ 
หยั่งงี้






------------------------------------------------------------------------------------

ต่อมาเป็นตัวบลอนเซอร์เนาะ



ตัวบลอนเซอร์เนี่ย เพคเกจจะเหมือนกับตัวเเป้ง
ชัดเป๊ะเปรี๊ยะเซี๊ยะทุกประการ

ซึ่งด้านในเป็นหยั่งเง้




คือสวยเนาะ ไม่กล้าปาดมาใช้เลยแก กลัวลายหาย 555
และเค้าจะมีแปรงให้ด้วยเล็กๆแถมมา มุ้งมิ้งๆ



ส่วนสีก็ประมาณนี้จ้าาาา
สีจะเข้มๆหน่อย ใครชอบบลอนเซอร์สีเข้มๆก็น่าจะถูกใจนักเเล


สนใจไปดูที่ร้านบิวตี้คอชเทจเอาได้เลยจ้าา




Create Date : 06 มีนาคม 2558
Last Update : 6 มีนาคม 2558 11:55:20 น.
Counter : 1169 Pageviews.

1 comment
รีวิวแป้ง ettusais premium
มาค่ะยูว์ 
มาล้อมวงกัน ใครเป็นเจ้า ใครเป็นเจ้า
เอ้า ลงๆๆ 
แพ้รอบวงๆ

(เห๊ย ไม่ใช่ละ haha)

คราวนี้เราจะขอรีวิวแป้งของ ettusais รุ่น premium 
เผอิญได้มีโอกาสไปงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไลน์ premium มา
แล้วแน่นอนว่า เราต้องลองเล่นแป้ง อย่างแน่นอน
แล้วเผอิญใช้แล้ว เอ๊อออ มันโป๊ะเชะกับใจเราดีเเห่ะ จัดรีวิวสักหน่อย

(แบรนด์ไม่ได้ขอให้เขี่ยนรีวิวนะ คือ ว่างๆเบื่อๆอยู่บ้าน เลยเขียนเอง
จากความรู้สึก 100 เปอร์เซนต์ ปลอดเขตอวย วางใจได้) 





กับเจ้าแป้งตัวนี้เลย เอตูเซ่ พรีเมียม
ตลับก็เป็นยาวๆแบบนี้ 




ด้านในก็จะเป็ฯแป้งฝั่งนึง ที่วางพัฟ ฝั่งนึง แบบยาวๆ




ตัวแป้ง พิมพ์ลายแบรนด์เอาไว้ ซึ่งแป้งเนี่ย เอาจริงๆ 
ถ้าเราปาดบนผิว มีวิ๊งชิมเมอร์เล็กๆนะ แต่มองแบบเนี่ย อาจจะไม่เห็น
แต่ความจริงนางมีอยู่
แต่พอทาไปเนี่ย โอเคย์แรกๆอาจจะเห็นวิีง บ้างงงง
แต่พอผ่านไปสักพัก มันก็หายไปแล้ว แต่ถ้าไม่ได้จ้องมองพินิจพิจรณา ก็ไม่เห็นวิ๊งๆนะ 
เอาเป็นว่า มองๆข้ามไปก็ได้ เพราะมันไม่ได้แพรวพราวระยิบระยับอะไรขนาดนั้น

 เรื่องเฉดสีของแป้ง คือแป้งเค้าออกเหลืองนะ
ซึ่งเหมาะมากกับคนเอเชียอย่างเรา
อันนี้เราใช้เบอร์ 3 เป็นคน nc25-30 พอดีกับผิวดีเลยหล่ะ






เรามาดูศักยภาพกันดีกว่า
 จากรูปที่เห็นนั้น ขอแบ่งตามหัวข้อดังนี้


1. การปกปิด

การปกปิดจากที่เห็นดังภาพ คือ ปกปิดไม่มาก พวกรอยๆยังสามารถเห็นอยู่
เอาจริงๆจากความรู้สึกที่ใช้ในเรื่องของการปกปิด
เต็ม 10 ให้คะแนนสัก 6 

แต่ในภาพใช้พัฟทา และทากดๆย้ำๆ จนหนานะ
ซึ่งคนใช้แป้งน่าจะรู้อยู่แล้วว่า ถ้าใช้พัฟทาแป้ง จะหนากว่าใช้แปรง ในการทาแป้งแน่นอน
นี่ขนาดใช้พัฟหลายๆรอบกด กด กด ยังไม่หนาเวอร์เลย 
ถือได้ว่าเป็นแป้งที่ ค่อนข้างบางเบา ได้เลยเเหล่ะ
เพราะทาใช้แปรงในการทา จะบางกว่านี้มาก

อ่ะ ถ้าเกิดใช้แปรงในการทาแป้ง ให้ความหนาสัก 3-4 เต็ม 10 ล่ะยูว์


2. การคุมมัน

บอกเลยว่า แป้งตัวนี้ ไม่ได้เกิดมาเพื่อคุมมัน 
นางเกิดมาเพื่อเป็นแป้งเฉยๆ ก็ its is a แป้ง
ทาหน้า ทั่วๆไป ฉะนั้น จะไม่ได้ช่วยเรื่องการคุมความมันสักเท่าไหร่

ดังภาพ




เห็นมะ ผ่านไปสองชั่วโมง หน้ามันเยิ้มกระทะหอยทอดเลยยูวฺ


3. ความคงทน

ในเรื่องความคงทนของแป้งนั้น เอาจริงๆเลยจากที่ได้ใช้มาทั้งวัน
รู้สึกว่าความทนของแป้ง ยังมีแอบหลุดบาง 
สมมติทาแป้งไปตอนเที่ยง พอมาเช็คกระจกสั๊กสี่โมงเย็น
จากความรู้สึกของหน้าเรานะ แป้งหายไปสั๊กประมาณ 40 เปอร์เซนต์ละ 
แต่ก็ไม่เป็นไร หายก็เติมสิยูว์ หึหึ



4. ระหว่างวัน

เจ้าแป้งตัวนี้ ระหว่างวันพอใช้แล้ว เอาจริงๆเลย ไม่เกิดการเป็นคราบแต่อย่างใด
ไม่ตกร่องรูขุมขน หรืออะไรที่มันแย่ๆต่อสภาพผิวหน้าเลยสักนิด
ถุือว่าสภาพแป้ง โอเคย์มากๆ เพราะไม่ทำให้หน้าเราพินาศจากการเกิดมหันตภัยบนหน้า


สรุป

- เป็นแป้งที่บางเบา ไม่ค่อยปกปิดสักเท่าไหร่
- ระหว่างวัน ใช้แล้วหน้าไม่เป็นคราบอะไรแต่อย่างใด
- สามารถทาทับระหว่างวันได้โดยที่หน้าไม่เป็นคราบ
- ใช้พัฟทา ผลลัพท์ของแป้งก็ออกมาไม่หนาจนเกินไป
- แป้งไม่ค่อยทนเท่าไหร่ เลือนลางจางหายง่ายไปนิด
- เฉดสีของแป้ง เหลืองดี เหมาะกับผิวคนเอเชียอย่างเราดี เลิฟ


จบปึ้งง!!!!!






Create Date : 06 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2557 14:46:47 น.
Counter : 6411 Pageviews.

1 comment
1  2  3  

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 283 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments