Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
รีวิว สติกเกอร์ติดตาสองชั้น 3 รุ่นจาก AutomaticBeauty






สวัสดีจ้าทุกคน 
สำหรับบลอคนี้เราจะรีวิวเป็น สติกเกอร์ติดตาสองชั้น
จากแบรนด์  Automatic Beauty ซึ่งเป็นแบนรด์จากญี่ปุ่น
แบรนด์นี้เค้ามีสติกเกอร์ติดตาสองชั้น ที่ช่วยแก้ไขปัญหาคนตาตี่ ตาชั้นเดียว หรือรูปชั้นตาไม่ชัด
ให้มีชั้นตาที่โตขึ้น ชัดขึ้น เพื่อที่ได้รูปตาที่สวยขึ้น และ ชัดขึ้น 
เวลาแต่งหน้าจะได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งแบรนด์นี้เค้ามีสติกเกอร์หลายแบบด้วยกัน
แต่เราจะนำมารีวิวให้ชมกัน 3 รุ่น ดังนี้เลย


 1 Automatic Beauty Single Eye Tape  (สีเหลือง)
2 Automatic Beauty Natural Eye Tape  (สีน้ำตาล)
3 Automatic Beauty Double Eye Tape  (สีฟ้า)







ซึ่งแผ่นสติกเกอร์ด้านในก็จะต่างกันออกไปดังนี้

1 Automatic Beauty Single Eye Tape  (สีเหลือง)
เป็นแผ่นพลาสติกใส ด้านเหนียว 1 ด้าน

2 Automatic Beauty Natural Eye Tape  (สีน้ำตาล)
เป็นเทปสีเบจ ด้านเหนียว 1 ด้าน

3 Automatic Beauty Double Eye Tape  (สีฟ้า)
เป็นสติกเกอร์ใสสีฟ้า เมื่อลอกออกแล้วจะเป็นสติกเกอร์ใสบางๆ ด้านเหนียว 2 ด้าน







 1 Automatic Beauty Single Eye Tape  


ตัวแรกจะเป็นเทปกาวทำตาสองชั้น แบบเทปหน้าเดียว ชนิดกึ่งโปร่งใส
เหมาะกับคนที่มีตาชั้นเดียว เปลือกตามีลักษณะหนา และ บวม
มีหนังตาเยอะ  ตัวนี้จะเหมาะมาก
เพราะเค้าจะช่วยในการสร้างความกว้างของชั้นตาได้ดีมากๆ 








ด้านหลังกล่อง จะมีวิธีการติดสติกเกอร์บอก ว่าควรติดในตำแหน่งไหน






และในกล่อง จะมีเเผ่นกระดาษแนบมาให้
บอกวิธีการใช้อย่างละเอียด


















ตัวนี้สติกเกอร์จะเป็นแบบกึ่งโปรงใส
ซึ่งเค้าจะมีความด้านๆ ทึบๆแสงนิดหน่อย  
และความกว้างของสติกเกอร์ของเค้า
จะกว้างกว่าแบบอื่นๆ  ซึ่งจะช่วยในการสร้างชั้นเปลือกตาที่ชั้นแคบ
ให้โตมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างจากรูปตาเรา คือเราเป็นคนที่มีชั้นตา 
แต่ตาหลบใน และ เนื้อตาเยอะมาก 
ซึ่งติดสติกเกอร์แบบนี้แล้ว จะช่วยในการสร้างชั้นตาให้กว้างขึ้นได้มาก










สติกเกอร์ลักษณะนี้ เมื่อทาอายแชโดว์ทับไปแล้ว
ถ้าไม่ได้ใช้อายไพรเมอร์ ลงไปก่อน สีของแชโดว์จะไม่ติดลงบนสติกเกอร์ 100%
เนื่องจากพื้นผิวของเค้ามีความพลาสติก จะทำให้เกิดการสไลด์ หลุดออกได้

แต่ถ้าใช้อายไพรเมอร์ ลงบริเวณเปลือกตา และลงทับสติกเกอร์ก่อนที่เราจะทาอายแชโดว์ลงไป
จะช่วยให้สีของอายแชโดว์ติดลงบนสติกเกอร์มากขึ้น
แต่อาจจะไม่ได้ติดเยอะ 100% น๊ะจ๊ะ



( ภาพทาอายแชโดว์ที่ไม่ได้ทาอายไพรเมอร์ลงไปก่อน )









 Automatic Beauty Single Eye Tape  
ราคา 390 บาท
ปริมาณ 80 ชิ้น



2 Automatic Beauty Natural Eye Tape


เทปกาวทำตา 2 ชั้น สีธรรมชาติ กลมกลืนกับสีผิวเปลือกตา
เทปเป็นสีเบจแบบบางเบาพิเศษ ใช้ติดที่เปลือกตาเพื่อสร้างตาสองชั้น
หลังจากนั้นลงเมคอัพทับได้ตามปกติ

ตัวนี้จะเหมาะกับคนที่มีตาสองชั้น แต่ขนาดตาไม่เท่ากัน
อยากมีชั้นตาที่เท่ากัน โดยไม่ให้ใครดูรูปว่าแอบติดเทปมา













ตัวสติกเกอร์จะมีลักษณะ บาง  และด้านกว้าง จะแคบกว่าแบบแรก
พื้นผิวจะมีลักษณะคล้ายๆกระดาษ







ลักษณะของสติกเกอร์ เป็นเป็นเทปสีเบจ ทีมีเนื้อคล้ายๆกระดาษ
และจะมีความโปร่ง และ เนื้อสัมผัสจะด้าน ไม่ลื่นเหมือนตัวแรก






ตัวนี้เมื่อติดไปแล้ว จะสร้างชั้นตาได้ไม่กว้างเท่ากับรุ่นแรก
เนื่องจากด้านกว้างของเค้า จะแคบกว่ารุ่นแรก
ซึ่งถ้าใครที่ชั้นตาแคบมาก หรือ เนื้อตาเยอะ 
ติดแล้วอาจจะได้ชั้นตาที่เพิ่มขึ้นมานิดหน่อย
แต่สำหรับคนที่มีชั้นตาอยู่แล้ว อยากจะให้กว้างขึ้น หรือ ชั้นตาชัด เท่ากัน 
ตัวนี้จะตอบโจทย์มากๆ 






เมื่อติดไปแล้ว จะแทบกลืนหายไปกับหนังตาเลย 





สำหรับสติกเกอร์ตัวนี้
เมื่อเราติดและตาอายแชโดว์
ตัวแชโดว์จะติดลงบนสติกเกอร์เลย
โดยที่ไม่สไลด์หลุดออกไปแต่อย่างใด









Automatic Beauty Natural Eye Tape
ราคา 390 บาท
ปริมาณ 80 ชิ้น 




3 Automatic Beauty Double Eye Tape

เทปกาวทำตา 2 ชั้นแบบ 2 หน้า
ชนิดโปร่งใสติดแน่นไปกับเปลือกตา  เป็นเทป 2 หน้าที่ติดอยู่ด้านในของตา 2 ชั้น
ทำให้มองไม่เห็นเทป ช่วยเพิ่มชั้นตาให้ดูมีตา 2 ชั้นโตๆ แบบไม่รู้ว่าติดเทป


เหมาะสำหรับคนที่มีตาชั้นเดียว หรือ เปลือกตามีลักษณะบาง และ ไม่มีเส้นรอยพับที่หัวตา







เจ้าสติกเกอร์ตัวนี้จะมีลักษณะหน้าตาแปลกๆไปจากแบบอื่นๆ
ซึ่งจะมาเป็นสติกเกอร์พลาสติกสีฟ้าใสๆแบบนี้
แต่เค้าสามารถลอกออกมาได้ ซึ่งเดี๋ยวจะไปติดให้ดูกันต่อไป










วิธีการติดสติกเกอร์ตัวนี้
1.ติดลงบนเปลือกตา โดยก่อนติด เขาจะมีสติกเกอร์ที่ถูกต้อง ให้ติดฝั่งซ้าย และ ขวา
ซึ่งมีบอกกำกับไว้ที่ตัวเเผ่น
2.ลอกเเผ่นสติกเกอร์ตรงกลางออก และดึงออกไปนอกเปลือกตา
3.เมื่อสุดฝั่งเปลือกตา ให้ลอกย้อนกลับมาที่หัวตา
4.เราก็จะได้สติกเกอร์ที่ติดบนเปลือกตา แต่สติกเกอร์จะเหนียวทั้ง 2 ด้าน
5. ใช้ไม้ที่เค้าให้มากับสติกเกอร์ ทำการดันขึ้นไปที่ชั้นพับตา เพื่อให้ได้ชั้นตาที่ชัดเจน สวยงาม








เมื่อเราติดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เวลาหลับตา
เราจะไม่เห็นสติกเกอร์เหมือนกับรุ่นอื่นๆ  สติกเกอร์จะเนียนหายไปกับชั้นตา
จนทำให้ดูเหมือนจริงเลย






และเมื่อเราแต่งหน้า ทาอายเเชโดว์ลงไป 
ก็จะไม่เห็นสติกเกอร์ที่ติดมา
จะดูเนียนเป็นธรรมชาติ เสมือนตาจริงเลย

แต่เจ้าตัวนี้จะใช้ยากนิดนึง  ต้องมีการฝึกฝีมือกันหน่อยน๊ะจ๊ะ







Automatic Beauty Double Eye Tape 
ราคา 490 บาท 
ปริมาณ 100 ชิ้น




Absolute Beauty
สามารถหาซื้อได้ที่เทสโก้โลตัส , ร้านซูรูฮะ , ร้านบิวเทรี่ยม , ร้านมัตสึโมโตะ คิโยชิ และ ทอปส์ มาร์เก็ต จ้าา


เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์แบรนด์ได้ที่ http://www.ab-doubleeyelid.com/th/
หรือ Facebook : AutomaticBeautyThailand
IG: abthailand





Create Date : 23 กันยายน 2559
Last Update : 1 ตุลาคม 2559 10:32:37 น.
Counter : 4145 Pageviews.

0 comment
รีวิว จี้ขี้แมลงวัน ด้วย CO2 Laser










ผอิญว่า จู่ๆบนหน้าก็มีจุดขี้แมลงวัน ทีเ่กิดขึ้นบนใบหน้า
ซึ่งปกติก็มีอยู่บ้างเเล้ว ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก
แต่ทีนี้มันขึ้นมาเองใหม่ โดยไม่มีสาเหตุ
เเละขึ้นกลางแก้มเลย  ทายามาประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว ก็หลุดออกแค่นิ๊ดเดียว นิดจริงๆ
รู้สึกทนไม่ไหวแล้ว เพราะมันเด่นชัดมาก
ก็เลยตัดสินใจ หาวิธีการเอาออกแบบเร่งรัด

เผอิญมีพี่ที่รู้จักกันเเนะนำวิธีนี้มา ก็เลยตัดสินใจไปทำที่คลินิกแถวบ้าน

โอเคย์ มาเริ่มเลยเนอะ









ตรงนี้ก็คือร่องรอยขี้แมลงวันบนหน้าที่มี ประมาณสิบกว่าจุด



และตรงนี้ก็คือจุดที่เราไปให้หมอทำการจี้ออก 
จะมีบางจุดที่ไม่ให้จี้ เพราะมันน่ารักดี เลยอยากเก็บเอาไว้ 5555


(เริ่มทำวันที่ 6 เมษายน 2559 เวลา 20.00น.)

ขั้นตอนการทำ 
1. เข้าคุยกับหมอก่อน ว่าเราจะทำตรงไหนบ้าง กี่จุด ปรึกษาก่อนหลังการทำ วิธีการดูแลผิวหลังทำ 
2. ทายาชาทิ้งเอาไว้ 30 นาที 






3. จากนั้นก็ไปขึ้นเตียง  ให้หมอจี้
ตอนนี้เรามองอะไรไม่เห็นนะเพราะหมอปิดตา
แต่ตอนจี้เนี่ย จะมีหมอ เป็นคนจี้ และมีผู้ช่วยเป็นคนช่วยเช็ดๆ

ตอนจี้จะมีเครื่องมือจี้ เหมือนโดนเข้มจิ้มรัวๆเร็วๆ ไม่เจ็บนะ ยกเว้นจุดไหนที่อยู่ลึก จะรู้สึกนิดนึง
แต่ก็ไม่เจ็บ  แต่ที่แน่นอนคือ มีกลิ่นไหม้ เป็นผิวเราเนี่ยเเหล่ะไหม้ เหม็นมาก
กลิ่นเหมือนเอาไฟเเช็คไปเผาขนหน้าแข้งอ่ะ ลองดูๆ 

และต่อไปนี้คือ ภาพถ่ายหลังจากจี้เสร็จใน 1 นาที










พอเสร็จแล้วก็ทายาและปิดแผล

(ปิดแผลเสร็จเรียบร้อยเวลาประมาณ  21.00 น.)








- วิธีการดูแล
1 หมอจะให้ยามาทาแผล ทาเช้าเย็น จนกว่าสะเก็ดแผลจะหลุด
2 หลังจากทำเสร็จทันที ห้ามโดนน้ำ 24 ชั่วโมง
 (แต่ส่วนตัว เราจะไม่โดนน้ำจนกว่าแผลทุกแผลจะแห้ง เพราะแผลบางแผล ยังเป็นเปียกๆอยู่
หน้าเน่าสิวขึ้นชั่งมัน  เเผลเป็น และรอยหลุม น่ากลัวกว่าการเป็นสิว )
3 ถ้าสะเก็ดแผลขึ้น ห้ามเเกะเด็ดขาด ดูแลรักษาเท่าชีวิต ให้มันหลุดไปเอง
4 พยายามอย่าโดนแดด  เลี่ยงให้ได้มากที่สุด
5 งดเครื่องสำอางค์  งดครีมทาผิว มาทาลงบนแผล จนกว่าจะหายดี




เราปิดแผลอยู่ 13  ชั่วโมง แล้วจึงเอาออก 
(รูปบนมีการเปิดที่ปิดแผลออกไปรอยนึง  เผอิญถ่ายรูปทำรีวิว ตอนหลังจากทำไปแล้ว 12 ชั่วโมง
แกะออกไปอันนึงก่อน เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า อุ้ย ยังไม่ได้ถ่ายรูป ถ่ายรูปแพร้บ )

ต่อไปนี้ก็คือ รองรอยหลังจากแกะที่ปิดแผลมาดู แบบชัดๆ 
น่ากลัวหน่อยนะ
(แกะที่ปิดแผล วันที่ 7 เมษายน 2559 เวลา 10.00 น)







บางหลุมก็ตื้น บางหลุมก็ลึก แล้วแต่ว่าจุดไหนมันอยู่ลึก
ซึ่งได้ถามหมอว่า ทำไมตื้นลึกไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเป็นนานด้วยรึปล่าว

หมอบอกว่า ไม่เกี่ยวกัน ไม่ขึ้นอยู่กับอะไรทั้งสิ้นเลย 
ซึ่งก็มาสังเกตุ บางรอยที่เป็นมาสิบกว่าปี และรอยใหญ่มาก  พอจี้ออกแล้ว ไม่ลึก
แต่บางรอยเป็นมาแค่ปีสองปี เป็นรอยจุดเล็กๆ แต่พอจี้ออกแล้วลึกกว่ารอยที่เป็นมานานซะอีก


เอาเป็นว่า ตอนนี้ยังไม่หายดี เดี๋ยวจะมาอัพเดทผลต่อไปน๊ะแจ๊ะ



ก่อนจี้ -  หลังจี้ 13 ชั่วโมง 





// ตอนนี้สิ่งที่กังวลที่สุดคือ กลัวเป็นรูบนหน้า
แต่ได้คุยกับเพื่อนที่เคยทำมาแล้ว  และไปจ้องหน้านางแบบจะสิงร่างอย่างแรง
ปรากฏว่า หน้านางไม่มีรูบนหน้าแม้แต่รูเดียวเลย 
เราก็ภาวนาให้หน้าเราไม่เป็นรูเหมือนนางนะเนี่ย 



ผ่านไป 36 ชั่วโมง
เเผลเริ่มเเห้งขึ้น เริ่มมีขาวๆ เหมือนเป็นสะเก็ดอ่อน
จากตอนแรกที่เป็นเนื้อเเดงๆของผิวหนังจริงข้างใน










ผ่านไป 48 ชั่วโมง









กะเก็ดแผลอ่อนๆ เริ่มแข็งขึ้น 

พอสะเก็ดเริ่มมา รูที่ทำจะดูบานขึ้น กว้างขึ้น แต่จะตื้นลง
ไม่ลึกเหมือนตอนแรก

บางรูตื้นขึ้นจนเรียบเท่ากับผิวหนังแล้ว ไม่มีความบุ๋มลงไปในผิวเลย
อย่างเช่นรูปสุดท้าย 

(อันนี้แอบดีใจนะที่สะเก็ดแผลของเราก่อตัวเร็วมาก
ดูรีวิวบางคนสี่วันแล้ว สะเก็ดแผลเค้ายังไม่มาเลย )




ผ่านไป 72 ชั่วโมง (3วันพอดี)













สะเก็ดแข็งขึ้นกว่าเมื่อวาน
 และบางรู จะเริ่มดำขึ้น  ตรงขอบๆแผล จะดำขึ้นกว่าเมื่อวาน

และมีรูนึง (รูปสุดท้าย) สะเก็ดเเผลเป็นขาวๆ ตื้นพอดีกับผิว เนียนหายไปในรัตติกาล
ถ้าไม่สังเกตนี่ มองไม่เห็นเลย

สิวขึ้นมา 2 เม็ด เนื่องจาก ไม่ได้ล้างหน้ามา 3 วันเต็ม
ใช้วิธีการเอา cottonbud จุ่มน้ำเกลือ แล้วเช็ดหน้า
และเว้นบริเวณแผล ไม่ต้องเช็ด  แต้มยาหมออย่างเดียว

สิวเริ่มมาละเธอ 



ผ่านไป 5 วัน 
(120 ชั่วโมง)

ตอนวันที่ 4 ขอไม่อัพเดท เพราะว่า ไม่ค่อยต่างจากวันที่ 3 เท่าไหร่
วันนี้วันที่ 5 แล้ว เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว












ตรงนี้จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นคือ แผลเริ่มเเห้งขึ้น
สะเก็ดเริ่มเเข็งขึ้น
บางรู สะเก็ดเป็นสีดำ  ที่เห็นเด่นชัดคือตรงสันจมูก

แต่จะมีรูนึงซึ่งสะเก็ดได้ยกตัวออกมา เหมือนนางเปิดออกมาครึ่งเเผ่นแล้ว
ไม่ได้ไปทำอะไรเลยนะ นางออกมาเอง งงแรงมาก
(ตามรูปล่าง)





แต่มีรูนึง สะเก็ดได้หลุดลงไปแล้ว 
ตามรูปด้านล่างเลย
สะเก็ดรูล่างน๊ะจ๊ะ








เมื่อสะเก็ดหลุดไปแล้ว
หลุดไปตอนประมาณชั่วโมงที่  110 
ก็ราวๆ 4 วันกว่าๆ 4 วันครึ่ง ราวๆนี้ที่หลุดออกไป 
.
ซึ่งถือว่า สะเก็ดหลุดเร็วมาก 
การเกิดสะเก็ดของเราเกิดขึ้นเร็วมาก
เพราะบางคน เข้าวันที่ 3 - 4 ถึงจะเป็นสะเก็ด
และสะเก็ดจะหลุดเอาวันที่ 7-8
.
.
 จะเป็นผิวที่ดูแดงๆ ชมพูๆ 
อันนี้เป็นรูแรกและรูเดียวที่เพิ่งหลุด
.
ไม่ได้เเกะนะ นางหลุดออกไปเองตอนเราเเต้มยา
นางเคลื่อนตัวออกมาเลย 
ซึ่งมีความเป็นหลุมบนผิวด้วย  
แต่เดี๋ยวต้องรักษาความหลุม ความรูกันอย่างเร่งด่วน
เพราะฉันไม่อยากหน้าพรุน เป็นรู T.T


การดูแลผิว ตอนนี้ยังไม่ได้ล้างหน้ามา 5 วันเต็ม
ใช้วิธีการเช็ดผิวเอาด้วยน้ำเกลือ และ สำลีมาตลอด
เช็ดแบบไม่โดนแผล

  ซึ่งสะเก็ดแผลเริ่มหลุดแล้ว
ก็จะล้างหน้าปกติ โดนน้ำประปาปกติแล้ว
แต่ว่า จะไม่ให้โฟมล้างหน้ามาโดนเเผลเด็ดขาด



ผ่านไป 8 วันพอดี
(วันที่ 6-7 ไม่ได้อัพเดท เพราะว่า ไม่มีอะไรมาก แค่สะเก็ดแผลหลุดเพิ่มสองรูแค่นั้น)

ซึ่งผ่านไป 8 วันเต็ม สะเก็ดคือ หลุดหมดทุกรูแล้ว
ทั้งหมด 9 รู คือจากที่ดูคือจะเริ่มหลุดตั้งแต่วันที่ 5
เรื่อยมาจนถึงวันที่ 8 ก็คือ หลุดจนครบหมด














คือการดูแลผิวเราตอนนี้คือ
- กินคอลาเจนเม็ด เพื่อสร้างคอลาเจนในชั้นผิว เพื่อเร่งให้ผิวเต็มมากขึ้น
- กินวิตามินซี ช่วยเสริมการบวนการ การนำสารคอลาเจนไปใช้
- หลบเเดดสุดชีวิต เพราะแผลยังเป็นแผลแดงๆ อยู่
โดนแดดนี่ จะทำให้เป็นรอยดำได้ง่ายมาก
- ทา Mederma เอาจริงๆเราก็ไม่ชัวร์ว่าจะช่วยเรื่องหลุมได้ดีมากน้อยเท่าไหร่
แต่จากที่อ่านๆดูรีวิวคนอื่น หลายคนก็บอกว่าช่วยเรื่องหลุมได้มาก 
ก็เลยลองบ้าง แต่ต้องดูผลต่อไปว่าจะช่วยได้ดีรึปล่าว


แต่บางหลุมมีการพัฒนาการว่า ตื้นขึ้นชัดเจน
อาทิเช่น หลุมตรงสันจมูก
หลุดเมื่อวันที่ 6  แต่วันที่ 8 ก็เห็นว่าตื้นขึ้น ดังภาพด้านล่าง




อย่างไรก็ตาม เดี๋ยวมีอะไรเปลี่ยนแปลงจะมาอัพเดทเพิ่มจ้ะ
หรือใครมีอะไรเเนะนำในเรื่องของการรักษาหลุมตรงนี้
แนะนำมาได้เลยจ้าาาา


ผ่านไป 1 เดือน














หลังจากที่ทำแล้วผ่านไป 1 เดือน จะเห็นได้ว่าบางหลุมที่ไม่ได้ใหญ่มาก 
ก็ตื้นแทบจะร้อยเปอร์เซนต์แล้ว แต่บางหลุมยังลึกอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ลึกจนน่ากลัวแต่อย่างใด
ตรงนี้คงต้องใช้เวลารอหลุมตื้นขึ้นมาอีก 

แต่ว่ารอยแดงยังคงมีอยู่ ตรงนี้จะจางช้านิดนึง
อันนี้ใช้ Mederma ทาก่อนนอนทุกคืนจ๊ะ 

โดยภาพรวมตอนนี้ไม่กังวลอะไรแล้ว  เมคอัพแต่งหน้าเอาอยู่แล้ว สามารถปกปิด มองไม่เห็นแล้ว
เดี๋ยวผ่านไปก็จะดีขึ้นเองเนอะ


ยังไม่จบ รออัพเดทต่อจ้า





Create Date : 07 เมษายน 2559
Last Update : 8 พฤษภาคม 2559 21:28:36 น.
Counter : 13005 Pageviews.

7 comment
รีวิวอุปกรณ์ เครื่องกันคิ้ว - เครื่องดัดขนตา Lesasha
  สวัสดีค่าท่าน สำหรับบลอคนี้
อีช้านอยากจะนำเสนอมาก กับอุปกรณ์เก๋ๆเริ่ดเวอร์ ที่ช่วยทุ่นแรงเราในการทำสวย
ของแบรนด์ lesasha แบรนด์เจ้าแม่แห่งอุปกรณ์ทำสวยอันดับทอปของประเทศไทย

ดังนี้เลยจ้า



จากซ้าย : lesasha heated eyelash curler  ที่ดัดขนตาไฟฟ้า
lesasha eyebrow trimmer เครื่องกันคิ้ว
lesasha heated eyelash curler brush ที่ดัดขนตาไฟฟ้า


เอาล่ะค่ะ มาดูกันที่ละตัว เอาตัวที่เก๋เริ่ดที่สุดที่อีช้านได้ใช้มาก่อนเลย 




lesasha eyebrow trimmer
 เครื่องกันคิ้ว



ตัวนี้เคยใช้มานานมากกก ซื้อมาใช้เอง ขอบอกว่าชอบมาก
มันเป็นอะไรที่ทำให้ชีวิตเราสะดวกมาก

คือก็ไม่ได้ใช้กับตัวเองหรอกนะ ขอสารภาพ 
แต่เวลาเราไปแต่งหน้าลูกค้าอะไรแบบนี้ มันทำให้เราทำงานง่าย
ไม่ต้องวิ่งไปซื้อมีดโกนกันคิ้วในเซเว่น ใช้แล้วทิ้ง แล้วซื้อใหม่

มันเจ๋งยังไง เดี๋ยวไปดูกันต่อไป



ที่เก๋เริ่ดเวอร์นั่นก็คือเจ้าใบมีดของเค้า
คือเวลาเราเปิดเครื่อง ใบมีดจะสั่นอยู่ข้างใน ซึ่งดูจากในรูป
เราจะมองไม่เห็นใบมีด ที่เห็นเป็นฟันปลา ตรงนั้นไม่ใช้ใบมีดนะ 
ใบมีดจะอยู่ลึกลงไปในนั้น เรา เองก็มองไม่เห็นเหมือนกันค่ะ

ข้อดีคือ มันไม่บาดผิว ไม่ต้องกลัวว่าจะบาดผิวแล้วเลือดออก
เลิกกังวลไปได้เลย  ใช้ง่ายมากกกก ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนใบมีดใหม่ ตรงนี้เริ่ดมาก

ใครเป็นช่างแต่งหน้า ควรหาซื้อมาใช้ จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นมาก
หรือคนที่กันคิ้วเองบ่อยๆ ก็ใช้เองได้เริ่ดอยู่




นอกจากนี้ เค้าสามารถเปลี่ยนหัวใบมีดได้ด้วย เค้าจะมีสองไซส์คือใหญ่ กับเล็ก
ตรงนี้เวลาเราแกะเปลี่ยนหัวใบมีดจะเป็นแบบนี้




นี่ก็คือสองไซส์เนอะ เผื่อใครแบบ อยากจะใช้อันเล็กๆ กันคิ้วเฉพาะจุดที่เข้าถึงยากๆ ก็ใช้อันเล็กเอา



และเจ้าปลอกดำๆนี้ เอาไว้สวมด้านบนของใบมีด

มีหน้าที่ใช้ในการทริมขนคิ้วให้สั้นลง
อย่างเช่นว่า คุณเป็นคนมีขนคิ้วยาวๆ กรุยกรายกรุยกราย มันดูรุงรังเกินไป
ทำให้คิ้วดูหนาเข้มเกินไป ใช้ตัวนี้ครอบ และ ทริมเส้นขนคิ้วให้สั้นขึ้นได้

แต่ใช้ยากนิดนึงนะ แอบลองมาแล้ว ต้องฝึกปรือวิทยายุทธกันนิดนึง



ราคาเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 490 บาท
หาซื้อง่ายๆ  โลตัสก็มีขายค่ะ เคยเห็นอยู่



lesasha heated eyelash curler brush 




ต่อมาเป็นที่ดัดขนตาไฟฟ้า สีชมพูแบบนี้



สีชมพูพริ้งพราวสกาวใจมาก
ปกติเราก็เคยใช้เครื่องดัดขนตาประมาณนี้มาก่อนนะ แต่ไม่ค่อยเเฮปปี้เท่าไหร่
แต่ตัวนี้เจ๋งกว่า ยังไง???? มาว่ากัน









เห็นภาพสามภาพนี้แล้ว คือเจ้าหัวของแปรงดัดคิ้ว

คือจะเห็นว่ามีสองด้าน ด้านสีชมพู กับด้านที่เป็นแปรงฟันๆสีใสๆ

ตรงที่มีสีชมพู เป็นขดลวดนำไฟฟ้า 
ถามว่าร้อนมั๊ย ก็อุ่นๆประมาณนึง แล้วใช้ในการดัดขนตาแบบอุ่นๆงี้เลยเหรอ??
ใช่ค่ะ ใช้แบบนี้ล่ะค่ะ

คือที่เคยใช้มานะ คือหน้าตาก็จะประมาณนี้ล่ะค่ะคุณ
แต่ว่า เค้าจะไม่มีตรงหวีๆซี่ๆมาให้
มีแต่ตรงด้านที่เป็นสีชมพูๆด้านเดียว

คือมันใช้ยาก เพราะเวลาเปิดเครื่องเนี่ย เครื่องมันจะอุ่นๆ
แล้วเราต้องเอาเจ้าเครื่องตรงนั้นแนบไปกะขนตา ให้ไกล้ๆโคนขนตา และมันต้องระวังว่า
มันจะร้อนตามั๊ย ซึ่งของเลอซาช่าตัวนี้มีหวีๆมาให้ ทำให้ใช้ง่ายมาก
และไม่ค่อยน่ากลัวเท่ากับแบรนด์อื่นๆที่ไม่มีหัวหวีมาให้

ซึ่งเจ้าสายไฟสีชมพูๆตรงนั้นเเหล่ะ เป็นตัวนำความร้อนทำให้บริเวณรอบๆอุ่นๆ
และทำการดัดขนตาให้งอนขึ้น

จะว่าไปสำหรับเครื่องแบบนี้จะใช้ง่ายกับคนที่รูปตาชัดเจน
ตาสองชั้น โคนขนตาไม่หลบใน

ถ้าตาหลบในไม่แนะนำนะ คือจะแอบใช้ยากอยู่ ถ้าคนตาหลบใน
แนะนำเครื่องต่อไปที่จะรีวิวดีกว่าค่ะ

ตัวนี้ราคาอยู่ที่ 390 บาทจ๊ะ



lesasha heated eyelash curler 




เจ้าเครื่องดัดขนตาอีกเครื่องหนึ่งของเลอซาช่า

ตัวนี้ทำออกมากดีมาก ใช้งานง่ายมากกว่าตัวบนนะ และราคาถูกกว่าด้วย
ราคาจะอยู่ที่ 290 บาท
(ราคาเบามากกกก)





รูปร่างก็จะเป็นโค้งๆแบบนี้ ตีสะพานโค้งมาเลยค่าาาา



ตรงที่ดัดก็จะเป็นยาง ซึ่งไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้ขนตาหัก
เพราะยางเค้าไม่แข็ง ยากจะค่อนข้างอ่อนอยู่
และเวลาเราเปิดเครื่อง เจ้ายางตรงนี้เนี่ย จะอุ่นๆ ทำหน้าที่ดัดให้ขนตางอน
ซึ่งอีช้านใช้แล้ว โอ้โหหห ขนตาชู โยนทิ้งไปเลยค่ะ
พูดจริง


และตาสองชั้นหลบในอย่างเรา ขอบอกว่า มันเข้าไปถึงโคนขนตาได้อย่าง
มหัศจรรย์พันลึกมากๆ ขนตาเด้งมากเวอร์ 

เวลาใช้ก็หนีบขนตา หนีบเบาๆพอ ไม่ต้องกดน้ำหนักมาก
และเเช่ทิ้งไว้สัก 3-5 วินาที ให้ความร้อนทำให้ขนตางอน
และปล่อยออก 


อย่าหนีบแรง ถ้าหนีบแรง ขนตาจะเป็นเส้นทำมุม 90 องศาค่ะ น่ากลัวมาก อย่านะอย่าๆ




แต่ข้อเสีบอย่างหนึ่งคือ

ถ้าคุณเป็นช่างแต่งหน้า แล้วหวังว่าจะซื้อตัวนี้มาแต่งหน้าลูกค้า
แนะนำว่าหยุดค่ะ!!!!!!!!!!!


เจ้าตัวนี้ออกแบบมาเพื่อให้ใช้กับตัวเอง หน้าใครหน้ามัน หนีบเอาเอง
ไม่มีใครสามารถใช้ตัวนี้แล้วหนีบให้คนอื่นได้ 
อีช้านจะหยิบตัวนี้ขึ้นมา และมาหนีบขนตาให้คนอื่น ทำไม่ได้ค่ะ
เพราะมันติดนิ้วค่ะ ลักษณะเค้าไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง ไม่เหมือนที่ดัดขนตาแบบหนีบๆทั่วไป หุหุ






ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้จ้าาาา

http://www.facebook.com/mylesasha
#Lsbeautygadget








Create Date : 04 เมษายน 2558
Last Update : 4 เมษายน 2558 15:18:32 น.
Counter : 16469 Pageviews.

4 comment
รีวิว สติกเกอร์ติดตาสองชั้น แบบโคตรเนียน ดูไม่ออกว่าติด
  คราวนี้มีของอยากจะทำการพรีเซนต์เทชั่นสุดริด นั่นก็คือ สติกเกอร์ติดตาสองชั้น
เป็น อีกสิ่งหนึ่งที่คนถามเรามาเยอะมากกกก ว่าใช้อะไร ของอะไร ซื้อที่ไหน ยังไง
คือปกติจะใช้แบบสติกเกอร์ทั่วไป ที่เป็นสติกเกอร์พลาสติก เวลาแต่งหน้าคือจะใช้ง่าย ติดง่าย แต่เวลาแต่ง จะไม่ค่อยเนียน เพราะจะเห็นเงาๆ ของพลาสติก

แต่อันนี้เป็นแบบตาข่ายๆ ซึ่งไม่เงาแบบพลาสติก เวลาติด เนียนมาก 
เป็นแบบนี้เลย





ยี่ห้อ meng meng อะไรสักอย่าง คือมันเป็นของไต้หวันอ่ะ








คือหน้าตาของสติกเกอร์ คือจะเป็นตาข่ายๆ ที่วางอยู่บนพลาสติกใส ตัดเป็นรูปจันทร์เสี้ยว



นี่ก็เป็นกาวที่ใช้ในการทา 

คือวิธีใช้นะ
จะใช้กาวในขวดรูปดาวเนี่ยเเหล่ะ ทาลงบนสติกเกอร์ ที่เราฉีกออกมาแล้ว
ทาบนแถบ ด้านที่มีตาข่ายๆ 
จากนั้น เอาสติกเกอร์ไปติดบนทา ทั้งๆที่กาวยังไม่เเห้ง
พอกาวเเห้ง ก็ลอกพลาสติกใสออก ตาก็จะเป็นสองชั้น 



ก่อนติด



หลังติด



คือ อันนี้เพิ่งติดเสร็จ มันจะมีความเงาๆของกาว ที่ยังไม่เเห้งดี
แต่ถ้ารอสักพัก กาวจะแห้ง และมันจะเนียนกว่านี้มาก







พอลงเมคอัพทับ ดูไม่เห็นเลยว่า ติดสติกเกอร์
ซึ่งถ้าเป็นสติกเกอร์ใสๆ แบบทั่วไป มันจะเห็นเป็นเงาๆ ว่าติดสติกเกอร์มา
โดยเฉพาะเวลาหลับตา  เป็นไงล่ะ เนียนม๊าาเธอ

เอาไว้เราจะใช้ในคลิป how to ในยูทูป ให้ดูอีกทีนึงนะ ว่าใช้ยังไง หุหุ  

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

แต่ๆๆ ข้อเสียแอบมีนิดนึงคือ ถ้าติดแล้ว คือต้องเป๊ะ ติดผิด ติดไม่ถูกตำเเหน่ง ลอกออกแล้วติดใหม่ ไม่ได้นะจ๊ะ
คือเสียเลย คืออย่างเราใช้สติกเกอร์มาเยอะ เราจะรู้ว่าติดตำเเหน่งไหนถึงจะโอเคย์

คือถ้าจะใช้ก็ต้องช่ำชองนิดนึง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ใครสนใจสั่งซ์้อได้ที่
face book เซิสว่า : Amonrada Sangsuriya
ไลน์ : 24214212
โทร : 083-0620308


ราคา ปกติ 490บาท แต่เค้าลดเหลือ 390 บาทจ้า
มีทั้งหมด 30 คู่นะ




Create Date : 08 ตุลาคม 2557
Last Update : 8 ตุลาคม 2557 15:23:09 น.
Counter : 11522 Pageviews.

0 comment
รีวิวเครื่อง kuron skin master เครื่องหน้าทำ V shape และ ผลัดเซลล์ผิวหน้า
สวัสดีจ้าทุกท่านนน สำหรับบลอคนี้ป๋อมจะขอรีวิวเจ้าอุปกรณ์ความงามที่มีชื่อว่า
"KURON SKIN MASTER" 
ซึ่งเป็นอุปกรณ์ความงามที่ป๋อมได้มาสัก สองเดือน ก่อนทำรีวิวแล้วล่ะ 
ตอนนี้ก็ได้ใช้มาพักใหญ่จนคุ้นชิน เคยชิน ทะลุทะลวง จนสามารถนำมาทำรีวิวได้

เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า เจ้าเครื่องนี้ใช้แล้ว มีประสิทธิภาพ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์อะไรกันบ้าง

เชิญเบิ่งฮร่ะ





ซึ่งเจ้าเครื่องนี้เค้าบอกว่า เป็นเทคโนโลยีที่ใช้เหมือนกับ เครื่องมือการแพทย์ตามสถาบันเสริมความงามทั่วไป แต่คุณสามารถ
นำมาใช้ทำเองได้ที่บ้าน ต่อจากนี้ก็ไม่ต้องไปคลินิคเสียตังค์กันแล้ว 
สำหรับเจ้าเครื่องนี้ ด้วยเค้าจะมี 2 โหมดด้วยกัน นั่นก็คือ 


-โหมด ผลัดเซลล์ผิว
Ÿ     Clean & Peel การทำความสะอาดและผลัดเซลล์ผิว เทียบเท่ากับการทำ AHA / Microdermabrasion

-โหมดปรับรูปหน้าเป็นV shapeŸ  
Penetrate & Lift Up   การยกกระชับและปรับรูปหน้าเป็นV shape ผลลัพธ์เทียบเท่ากับการทำ RF



ก็จะมาในรูปแบบกล่องคัมภีร์ใหญ่เบ้อเริ่ม ใหญ่มากกก



อุปกรณ์ก็จะมีลักษณะเป็นสีขาวคลีนๆ และมีแท่งโลหะตรงปลาย 
(มองไปมองมา คล้ายๆอุปกรณ์ที่หมอใช้กดลิ้นเวลาเราไปตรวจคอเลย 555)



ขนาดของเจ้าเครื่องนี้ไม่ใหญ่มาก 
ความยาว 19 ซม.  กว้าง 4.5ซม

ขนาดกำลังพอเหมาะ




ส่วนด้านข้างนั้นก็จะมีลักษณะแบบนี้



เรามาดูกันที่ตรงนี้ดีกว่า 
ดั่งที่บอกไปเมื่อข้างต้นว่า เจ้าเครื่องนี้เราสามารถทำได้ 2 อย่างคือ
ผลัดเซลล์ผิว และ ปรับหน้า v - shape

ซึ่งปุ่มที่ใช้ในการทำงานสำหรับเจ้าเครื่องนี้ มีเพียงปุ่มเดียว ที่เห็นนี่เลยจ้า
คือ ถ้ากด 1 ครั้ง จะมีไฟสีแดงติดที่รูปด้านบน คือ จะเป็นโหมด Ultrasonic หรือ การผลัดเซลล์ผิวนั่นเอง
แต่ถ้ากด 2 ครั้ง จะมีไฟสีแดงติดที่รูปด้านล่าง คือ จะเป็นโหมด Iontophoresis คือโหมดทำหน้า V-Shape นั่งเอง
และถ้าต้องการปิดเครื่อง ก็กดอีกครั้งนึง เป็นครั้งที่ 3 ก็จะเป็นการปิดเครื่อง






สำหรับส่วนหลักของเจ้าเครื่องนี้ก็คือ เจ้าแผ่นโลหะที่อยู่ตรงปลายเครื่องนี้ จะมีลักษณะแบน และบาง แต่ตรงหัวจะงุ้ม
งุ้มเพื่ออะไร............... นั่นสิ เดี๋ยวเราจะไปว่ากันอีกทีโน๊ะ





ส่วนพลังงานที่ใช้กับเจ้าเครื่องนี้ เราจะใช้ในการชาร์จแบตเอา 
ส่วนที่ชาร์ตก็จะอยู่ตรงก้นเครื่อง เปิดยางออกมาเเบบนี้ก็จะเจอกับช่องเสียบที่ชาร์จแบต





ข้อดีอีกอย่างก็คือ เค้ามีกล่องสำหรับใส่เจ้าเครื่องนี้มาให้ด้วย เผื่อใช้ในการเดินทาง 
หรือ ใครไม่อยากเก็บเครื่องนี้ไว้ให้ฝุ่นจับ ก็เอาเจ้าเครื่องนี้ใส่กล่องซะ




คราวนี้เรามาพูดถึง วิธีการใช้ จ้าเครื่องนี้กันเลยดีกว่า



โหมดแรก ถ้าดูจากเครื่องนั่นก็คือ โหมด

Ultrasonic 




(เมื่อเปิดแล้วจะมีไฟสีแดงขึ้นที่รูปบนของตัวเครื่อง ดังรูป)



ซึ่งเจ้าโหมดนี้ จะใช้ในการทำความสะอาดผิว และผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วของเราออกไป
ด้วยเทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่ต่ำ 25,000 ครั้ง/วินาที 
ทำให้เกิดกระบวนการ “วาโพไรเซชั่น” 
หรือการสั่นสะเทือนด้วยคลื่นความถี่สูงที่ทำให้โมเลกุลของน้ำแตกตัวเป็นอนุภาคเล็ก 
และตรงเข้าขจัดสิ่งสกปรก เครื่องสำอางตกค้าง ไขมันอุดตันและเซลล์ผิวที่เสื่อมาภาพที่ตกค้างในรูขุมขน 
ทำให้ผิวของเรานั้น สะอาดหมดจด



วิธีการใช้โหมดนี้ คุณต้องใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ด้วย เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด



เจ้าตัวนี้คือ Kuron Vskin Solution 
mild and gentle exfoliating facial cleanser
(ชื่อยาวจัง)

ง่ายๆก็คือ จะเป็นสเปรย์ที่ฉีด เพื่อใช้ทำการผลัดเซลล์ผิว

ก่อนใช้ เราก็ทำความสะอาดผิวหน้าให้เรียบร้อยก่อน
เมื่อหน้าของเราคลีนแล้ว ก็ ฉีดเจ้าเสปรย์นี้ ทั่วผิวหน้า
ให้ชุ่มๆ พอชุ่มแล้ว ใช้เจ้าเครื่อง kuron skin master 
ปรับไปที่โหมดแรก  ดังรูปด้านบน และทำการขูดหน้า / ไถหน้า เอ๊ยยย จะเรียกว่าอะไรดี 
(ขูดหน้า ดูน่ากลัวเนอะ)






ก็ฉีดสเปรย์ลงให้ทั่วผิวหน้า 
(ติ๊ต่างว่าเป็นหน้าแล้วกัน เผอิญไม่สะดวกถ่ายหน้า ฮือ ฮือ ตั้งกล้องถ่ายเอง มันลำบากอ่า)





พอฉีดสเปรย์แล้ว ก็ทำการขูดหน้า 
(ฉันจะใข้ศัพท์ว่าอะไรดี ให้มันดูซอฟๆ แบ๊วๆ น่ารักๆ )




คือเจ้าตรงปลายแผ่นโลหะ ที่มันหัก งอ นั้น
ถ้าเราใช้โหมดนี้ โหมดผลัดเซลล์ผิว
ให้เราเอาเจ้าโลหะ แถบที่หักงุ้มเข้าหาผิวหน้าเรา ทาบไปบนผิว ดังรูปข้างบน
พอเราไถไปบนผิวที่มีสเปรย์ที่เราฉีดไปเมื่อสักครู่นี้
จะมีน้ำกระเด็น เป็นฝอยฟุ้งๆออกมา และจะเห็นพวกคราบสกปรก
ติดขึ้นมาบนปลายโลหะ ดังรูป




ภาพนี้เป็นภาพทิศทางที่ใช้ในการลากเครื่อง kuron เพื่อทำการผลัดเซลล์ผิว
ดังรูปเลย


ก็จะเน้นการลากเครื่อง เป็นทิศทางออกจากผิวหน้า ดังภาพ






ต่อมาเป็นโหมดที่สอง นั่นก็คือ โหมด

Iontophoresis


โหมดนี้จะช่วยในการ ยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้เป็น V Shape
ระบบอัจฉริยะในการดูแลฟื้น และปรับโครงสร้างผิวหน้าให้เป็นดั่ง V Shape 
ด้วยระบบไอออนโตโฟเรซิส ผิว โดยการนำประจุบวก-ลบ 
มาเป็นสื่อในการผลักครีมบำรุงผิวเข้าสู่เซลล์ผิวภายในได้อย่างล้ำลึกและเต็มประสิทธิภาพ
 พร้อมช่วยกระตุ้นให้ผิวเกิดความยืดหยุ่น ตึงกระชับ



โหมดนี้ให้เรากดปุ่มสองครั้ง จะมีไฟขึ้นที่รูปด้านล่าง


เวลาใช้เจ้าเครื่องนี้จะมีเสียง ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ดังไปเรื่อยๆ
จนครบ 5 นาที พอ 5 นาทีแล้ว เครื่องจะหยุดอัตโนมัต
ซึ่งทางแบรนด์บอกว่า ให้ใช้ 10 นาที ต่อหน้า 1 แถบ
ซึ่งสิริระยะเวลารวมแล้วต่อครั้งก็คือ 20 นาที


และเจ้าโหมดนี้ คุณควรใช้คู่กับของสองสิ่งนี้เลย





เจ้าตัวนี้เป็น V peptides จะช่วยในการอุ้มน้ำให้ผิว ให้ผิวของเรานั้นกระชับ อิ่ม ฟู มากยิ่งขึ้น
ใช้ทาลงบนผิว ก่อนใช้เครื่องยกกระชับ




เจ้าตัวนี้เป็นสเปรย์น้ำแร่ ใช้ฉีดหน้าระหว่างทำการยกกระชับผิว 
เนื่องจากเวลาเราทำไปเรื่อยๆ เจ้าเปปไทด์ที่เราทาไปที่ผิวก่อนหน้านี้ จะเเห้ง 
และทำให้เวลาเราลากเครื่องนี้บนผิวหน้า มันจะหนืด และ ลากไม่ไป 
ให้ฉีดสเปรย์ลงบนผิวหน้า จะได้ลากผ่านหน้าได้ง่ายๆ ลื่นๆ



สะหรับเจ้าแผ่นโลหะ เวลาเราปรับมาใช้โหมดนี้ 
ให้เอาปลายแผ่นที่งุ้มนั้น ออกจากผิวหน้าดังรูป

ซึ่งจะต่างจากโหมดแรก คือ โหมดนี้เราจะใช้พื้นที่เเผ่นให้มากที่สุด
ที่จะเป็นตัวนำในการปล่อยคลื่นเข้าสู่ผิว 



ทิศทางการไถหน้า 
จะเน้นการยกกระชับผิว โดยเราจะลากเจ้าเครื่องนี้ต่างจากโหมดแรก
คือจะยกขึ้น ยกขึ้น และ ยกขึ้น ให้หน้าของเรานั้น ยกขึ้น 


ขั้นตอนการใช้ 
- ทำความสะอาดผิวให้เรียบร้อย
-  ทา V Peptides ให้ทั่วผิวหน้า
-เปิดเครื่อง kuron skin master ไปที่โหมด2
- ทำการลากเจ้าเครื่องนี้ ดังรูปทิศทางการลากด้านบน
- ถ้ารู้สึกว่า เปปไทด์ที่ทาไ่ปเริ่มเเห้ง หนืด ให้ใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีดพรมให้ทั่วผิวหน้า
- ทำให้ครบ 10 นาที (เท่ากับการดับของเครื่อง สองครั้ง)
ใครอยากหน้าเรียว แนะนำให้ทำทุกวัน และ ทำตอนหลังตื่นนอนก็ได้ ถ้ามีเวลา บอกเลยว่า เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้จริงๆ
ไม่ได้อวยเวอร์ แต่หลายคนที่ใช้ เค้าเห็นผลแบบนี้จริงๆนะตัวเธอ



พิสูจน์

คือเดี๋ยวจะหาว่าอวยเวอร์ สำหรับการยกกระชับผิวหน้า V Shape 
ก็เลยมีการพิสูจน์กันนิดนึง
คือ ถ้าเอาตัวเองมาพิสูจน์ ก็เดี๋ยวจะหาว่า เข้าข้างตัวเอง 555
ก็เลยเอาแม่มาพิสูจน์ดีกว่า 
ด้วยความที่ผิวหนังของคนวัย 60 กับวัย 20+
อะไรอะไร ของผิวมันแตกต่างกันมาก
เลยเอาแม่มาเป็นหนูทดลอง



ก็จะเห็นว่าข้างที่ทำแล้ว (ขวา มือเรา )
จะมีองศาการยกตัว้ของแก้มที่ โค้งเว้าขึ้น
แต่ข้างที่ไม่ได้ทำ จะทิ้งดิ่งตรงลงมาเลย 

(นี่คือผลการทำแค่ 3 วัน เองนะเนี่ย)


อย่างไรก็ตาม ถ้าใครสนใจ 
สนน.ราคาแอบโหดนิดนึง อยู่ที่ 20000+ 
ป๋อมจำราคาที่แน่นอนไม่ได้

ลองไปหาดูตามแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าตามเซนทรัล เดอะมอลล์ดูจ้า 

บ๊ายบายยย





Create Date : 20 พฤษภาคม 2557
Last Update : 20 พฤษภาคม 2557 15:07:40 น.
Counter : 3869 Pageviews.

0 comment
1  2  3  

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 283 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments