Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
รีวิวแป้ง 3 รุ่น จาก Physicians formula
  สวัสดีจ้าทุกท่าน สำหรับบลอคนี้เราจะรีวิวแป้งจากแบรนด์ Physicians formula 



แต่ก่อนจะมารีวิว เรามาทำความรู้จักกับแบรนด์กันนิดนึงก่อนดีกว่าเนอะ

สำหรับแบรนด์ Physicians formula  ได้มีการก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1937
โดย Dr.Frank Crandall เป็นเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้ จากลอสแองเจลิส

เนื่องจากว่า ภรรยาของเค้าเนี่ย มีผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย
เค้าก็เลยสร้างเครื่องสำอางค์ที่เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายขึ้นมา 
ในส่วนประกอบหลักของเครื่องสำอางค์ในแบรนด์ของเค้า
จะไม่ใช้ส่วนผสมที่จะก่อให้เกิดการระคายเคืองกับผิว กว่า 132 ชนิด
และจะไม่ทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้นด้วย

ฉะนั้น ใครผิวบอบบาง แพ้ง่าย เค้าเคลมไว้ว่า เหมาะกับแบรนด์เค้าอย่างยิ่งเลยล่ะพวกเธอ

เอาเป็นว่า เรามาดูกันที่แป้งแต่ละตัวกันเลยดีกว่าเนอะ


ตัวแรก  

Physicians Formula 
Cover ToxTen50
Wrinkle Formula Face Powder







เจ้าตัวนี้จะเป็นแป้งฝุ่นโปรงแสง ที่ไม่ผสมรองพื้น 
ช่วยในเรื่องของการปกปิดริ้วรอย เติมร่องลึกให้ผิวกลับมาดูเรียบเนียน

ซึ่งตัวนี้เอาง่ายๆว่า จะเหมาะกับผิวที่มีร่องรอยอารยะธรรมเหี่ยวย่นบนใบหน้า
เช่น รอยร่องแก้มก็ดี หรือริ้วรอยใต้ตาก็ดี  เจ้าแป้งตัวนี้จะช่วยในการอำพราง ปกปิดริ้วรอย
ทำให้หน้าเราดูเรียบเนียน ริ้วหายดูเบลอ ดูหายไป

แต่ แต่ แต่ เค้าบอกว่า ถ้าใช้ไปเรื่อยๆ นอกจากจะปกปิดแค่บนผิวเหมือนเวลาเราทาแป้งทั่วไปแล้ว
เค้ายังสามารถบำรุงผิว ให้ริ้วรอยหายไปได้จริงๆอีกด้วยล่ะเธอ











ดูตามคำเคลมบนกล่องแพคเกจดังภาพเนอะ 
ภาพตัวอย่าง before - after





แพคเกจตัวนี้จะเน้นเป็นสีดำเรียบหรู 
และแป้งของเค้าคือ เค้าจะไม่ให้พัฟมา แต่จะเป็นแปรงเล็กๆมาแทน
จะเป็นแบบนี้ทุกรุ่นนะจ๊ะเธอ  
เค้าจะให้ใช้แปรงในการปัดแป้ง ซึ่งเวลาปัดแล้วมันจะได้ฟิลลิ่งนวลๆ เนียนๆ เบาๆผิว
ไม่หนา ไม่โบ๊ะ เหมือนเวลาเราใช้พัฟปัดแป้ง






อ่ะ เรามาดูแสนยานุภาพกันนิดนึงน๊ะจ๊ะ

จากผิว before ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหน้ามัน รูขุมขนกว้าง
พอทาไปแล้ว คือ เค้าจะช่วยอำพรางรูขุมขนกว้างๆของเราได้ประมาณนึง แต่ไม่ทั้งหมด
เพราะว่าตัวแป้งเค้าเป็นแป้งฝุ่นอัดเเข็ง โปรงแสง
และ ไม่ผสมรองพื้น

ซึ่งนั่นจะทำให้หน้าของเราไม่ดูหนาโบ๊ะโบกปูนพอกแป้ง
และเนื่องจากเค้าไม่หนา เค้าจะไม่ช่วยในเรื่องของการปกปิดพวกรอยดำ รอยแดงจากผิวสักเท่าไหร่

เนื้อแป้งพอทาแล้ว  จะเรียบเนียนพอดีผิวเป๊ะๆเลย
หน้าไม่ขาว ไม่ลอย ไม่วอก  
และเนื้อแป้งจะไม่ด้านมากนัก
ทาแล้วจะมีความนวลๆผิว ผิวดูอวบอิ่ม ดูไม่แห้ง ไม่ด้านเกินไป 

และถามว่า คุมมันมั๊ย?
ส่วนตัวไม่รู้สึกว่าคุมมันแต่อย่างใด แต่ไม่ได้ทำให้หน้ามันมากยิ่งขึ้นจ๊ะ


และอีกสิ่งที่น่าสนใจคือ เค้าเคลมว่า แป้งตัวนี้ปราศจากสาร Gluten
เจ้าสาร Gluten นี้คืออะไร??

Gluten ว่ากันง่ายๆคือ จะเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง
ที่จะผสมอยู่ในอาหารจะพวกแป้ง เช่นข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์  หรือธัญญาพืชอื่นๆ
หรือเอาไปใช้กับพวกขนมปัง โดนัท พาสต้า และอื่นๆ เพื่อทำให้ขนมนุ่ม และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
ซึ่งบางคนกินเข้าไปแล้วอาจจะแพ้สารนี้ จะก่อให้เกิดผลเสียต่อระบบย่อยอาหาร
 ทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นโรคระบบทางเดินอาหาร และ 
ยังเป็นสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้อีกด้วย

แต่ทีนี้ เค้าก็มีการเอาเจ้าสาร Gluten มาใส่ในเครื่องสำอางค์ด้วย
ซึ่งบางคนก็อาจจะเกิดอาการแพ้ ก็จะทำให้เป็นสิวเห่อขึ้นเต็มหน้าได้

เค้าก็เลยไม่ใส่เจ้าสารตัวนี้มาเพื่อเป็นการลดแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดสิวกับผิวเราอีกด้วย





แป้งตัวที่ 2

Physicians Formula
Youthful Wear
Cosmeceutical Youth-Boosting Powder




แป้งตัวนี้เค้าเรียกอีกชื่อว่า "แป้งหน้าเด็ก"

อ๊ะ จะหน้าเด็กยังไง เดี๋ยวเรามาดูกัน





แต่ก่อนที่เราจะมาดูว่าหน้าเด็กยังไง เห็นหน้ากล่องมั๊ย
เค้าบอกว่า  ทาแล้วจะหน้าเด็กลง 10 ปีเลยล่ะเธอ
โอ้วววววว เคลมแรงมาก 

เเละนอกจากนี้ก็ยังบอกว่าเป็นแป้งที่ให้ลุค Matte finish อีกด้วย






ส่วนด้านหลังก็จะมี before-after ที่เคลมมาจากแบรนด์ให้ชมกัน
และนอกจากนี้ เค้าก็ยังเคลมมาอีกว่า

100 %  รู้สึกริ้วรอยร่องลึกดูลดเลือนลง
94% จะสังเกตุเห็นถึงความเฟริ์ม ยกกระชับของผิว เมื่อใช้ได้ 3 สัปดาห์
100% ของผู้หญิง เลือกเพื่อใช้เป็นเครื่องสำอางค์สำหรับคืนความอ่อนเยาว์








ตรงตัวแป้งจะมีการสกรีนไลน์ชื่อรุ่นของแป้งมาด้วย
เนื้อแป้งจะเป็นเนื้อด้านๆ ไม่มีชิมเมอร์ ผสมมาแต่อย่างใด




และก็จะมีแปรงเล็กๆมาให้อีกเช่นเคยจ๊ะ


เรามาดูผลการใช้กันดีกว่าเนอะ




ผลการใช้คือ พอทาไปแล้ว จะเห็นได้ว่า หน้าไม่หนาไม่โบ๊ะ ไม่ดูพอกแป้งจริงๆ
สามารถปกปิดริ้วรอยได้นิดหน่อย พวกรอยแดงบนผิวหน้า ตามแก้ม
หรือตามรอยหลุมสิวเป็นต้น  และหน้าก็จะผ่องขึ้นมาประมาณนึงด้วยล่ะเธอ
แต่ไม่ใช่หน้าลอยน๊าาา หน้าลอย กับหน้าผ่อง มันต่างกันจ๊ะ

ให้ matte finish จริงๆ แต่ว่า ไม่ได้แมทแห้งเวอร์
ถ้าเทียบกันกับตัวบน แป้งรุ่นนี้จะมีความนวลเนียนของแป้งมากกว่าตัวบน
ทาแล้วผิวดูผ่องดี แต่จะบางกว่าตัวบนนิดหน่อย

และตัวแป้งจะมีกลิ่นหอมๆอ่อนๆนิดหน่อยผสมมาด้วย

และถ้าถามว่า ทาแล้วหน้าเด็กลงแบบว่า เด็กลง 10 ปี 
ซึ่งตอนนี้เราอายุ 26 ทาแล้วจะลงเหลือ 16 มั๊ย??

ถ้าอันนี้ก็จะดูเวอร์ไปนิดนึง
คือ การที่หน้าเด็กในที่นี้เค้าหมายความว่า
เจ้าตัวแป้งของเค้าเนี่ย มีคุณสมบัติในการช่วยกระจายแสง
ทำให้ผิวดูกระจ่างใส  นวลเนียน ช่วยอำพรางริ้วรอยต่างๆ
เลยทำให้หน้าดูเฟรช ดูเหมือนกับเด็กลงมากยิ่งขึ้นนะเธ๊ออ
ไม่ได้เป็นการลดอายุ โกงอายุลงแต่อย่างใด

อ่ออ แล้วเจ้าแป้งตัวนี้ ไม่ผสมสาร Gluten เหมือนกับแป้งตัวแรกด้วยจ้าา

เอาเป็นว่า สำหรับแป้งตัวนี้จะแนะนำสำหรับคนที่อยากได้แป้งที่ดูเบาๆ
เเป้งที่เป็นผิวๆ ทาแล้วไม่หนาไม่หนัก ไม่ได้อยากช่วยปกปิดรอยอะไรต่างๆสักเท่าไหร่
 อยากเฟรชผิวให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น
ดูตื่น ประมาณนี้เนอะ จะเหมาะมากๆเลยจ้า

ต่อมา แป้งตัวสุดท้ายก็คือ

Physicians Formula 
Mineral Wear







ตัวสุดท้ายนี้ก็จะเป็นแป้ง Mineral 
เป็นแป้งที่ผสมเเร่ธาตุ 
และเค้ายังบอกว่า เค้าผสมวิตามิน A และ E 
ช่วยการบำรุงผิว
ไม่ผสม Gluten เหมือนสองตัวก่อนหน้านี้
และไม่ผสม Talc อีกด้วย
(สังเกตุหน้ากล่องเขียนว่า Talc free)

talc นี้คืออะไร?? ทำไมไม่ผสม แล้วมันดีอย่างไร

ปกติสาร talc นี้จะถูกใส่ในเครื่องสำอาง ส่วนมากจะเป็นประเภทแป้งทาหน้า
สารนี้ถ้าใส่ไปแล้วจะช่วยในเรื่องของการควบคุมความมันให้กับผิวได้ดีขึ้น
แต่ว่า  ถ้าเราได้รับการสูดดมเข้าไปมากๆ อาจจะก่อให้เกิดการเป็นมะเร็ง
หรือเป็นโรคทางระบบทางเดินหายใจได้ เค้าเลยไม่ใส่มา เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้






และนอกจากนี้ แป้งตัวนี้ยังมีสารกันแดดผสมมาด้วย
 เป็นกันแดด Spf 16 ซึ่งจะใช้สาร
Titanium Dioxide  และ Zinc Oxide ในการช่วยกันแดด






สำหรับตัวสีเนื้อแป้ง จะเห็นเป็นคล้ายๆลายทหารพราง
สีเนื้อ กับ สีขาว  แต่พอปาดออกมาแล้ว จะเป็นแบบนี้






จะเป็นสีแป้ง ไม่มีชิมเมอร์ผสมมาแต่อย่างใด
 และในเรื่องของกลิ่นนั้น กลิ่นอ่อนม๊ากกก แทบไม่มีกลิ่นเลยล่ะ



ซึ่งเช่นเคยว่า แป้งตัวนี้เค้าก็ให้มากับแปรงเล็กๆเหมือนกับสองรุ่นก่อนหน้านี้


เรามาดูผลการใช้แป้งตัวนี้กันบ้างดีกว่า



เจ้าแป้งตัวนี้ เมื่อใช้แล้วรู้สึกได้ถึงความแมทของแป้ง
ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้เคลมมาว่า matte finish เหมือนตัวก่อนหน้านี้
แต่ทาแล้ว หลังทาปุ๊ป ผิวจะเเมท ที่สุดในบรรดาแป้งทั้งหมดนี้เลย
ใครผิวมัน ชอบฟิลลิ่งผิวแมทๆนี้น่าจะถูกใจ

แต่ แต่ แต่ ถ้าใครไม่ชอบความแมท แป้งตัวนี้พอทาไปสักพักนึง
ผิวจะมีความผ่องออกมา  จะไม่ดูเเห้งจนเกินไป

ความหนาจากที่ทาคือ จะดูหนาสุดจากแป้งทั้งหมด จะช่วยในการปกปิดอำพรางผิวได้ค่อนข้างดี
แต่ก็ไม่ได้หนามากเหมือนกับแป้งผสมรองพื้นทั่วไป 

และอีกสิ่งหนึ่งคือ รู้สึกได้ว่า ทาแล้วผิวจะผ่อง จะขาวขึ้นกว่าผิวเล็กน้อย 
มากกว่าแป้งสองตัวแรกที่ใช้ไป 
แต่ แต่ แต่ ไม่ได้หมายความว่าผิวลอยน๊ะจ๊ะเธอ
ผิวผ่อง กับ ผิวลอย  ต่างกันจ้า (ย้ำอีกครั้ง)


สรุปทิ้งท้าย

ผลลัพท์ของแป้งทุกตัวที่ได้ใช้ที่เหมือนกันคือ

- แป้งเมื่อทาแล้วจะไม่ตกร่อง ไม่เป็นคราบ เพราะเนื่องด้วยตัวเเป้งเค้าบางเบาทุกตัว
เป็นแป้งที่ไม่ผสมรองพื้น  เมื่อทาแล้วแป้งจะไม่ไปอุดอยู่ที่รูขุมขน
เวลาผิวหน้ามันออกมา จะไม่ก่อให้เกิดการตกร่องเน้นให้เห็นรูขุมขนชัดเป็นรู รู

- สามารถใช้พกเพื่อทำการทัชอัพในระหว่างวัน ได้เป็นอย่างดี 

- แป้งทุกตัว ไม่ได้เน้นในเรื่องของการช่วยคุวบคุมความมันให้กับผิว
แต่ไม่ได้ทำให้หน้าของเรานั้น มันมากยิ่งขึ้น


ข้อเสียนิดนึงคือ
- น่าจะออกแบบเเพคเกจให้ตัวแป้ง และตัวกระจก อยู่ด้านเดียวกัน
เพราะเวลาใช้ต้องพลิกไปพลิกมา ค่อนข้างใช้ลำบากนิดนึง 
(เราเลยเลี่ยงการใช้กระจกกับแพคเกจ ด้วยการใช้กระจกอื่นแทน เเห่ะๆ)


สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่
https://www.facebook.com/PhysiciansFormulaThailand






Create Date : 28 กันยายน 2558
Last Update : 29 กันยายน 2558 16:11:50 น.
Counter : 59608 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 287 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments