Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •    
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
รีวิวแป้งฝุ่นลอล่า
มามะมาๆ เรามาพูดถึงแป้งฝุ่นสุดฮิตที่สุด สุดจะฮิตในโลกบิวตี้กันดีกว่า
เชื่อว่า แทบทุกคนที่รักการแต่งหน้า ต้องอยากได้มาครอบครอง
หรือไม่ก็ อาจเคยใช้ หรือ อยากใช้ หรือต้องการใช้ หรือ ... อุ๊ยย เยอะ.. 55

คือชื่อเสียงเลื่องลือระบือนามมาก เราก็ต้องไปโดนมาเหมือนกัน
คือจะบอกว่า โดนแป้งตัวนี้มาเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน
และขอสารภาพตรงนี้ ต่อหน้าคีย์บอร์ดเน่าๆ
และซากแมลงสาบที่เพิ่งเหยียบตายไป
ว่า ซื้อมาเพราะ "ดูคลิปโมเมพาเพลิน" ฮ๊ะฮ้าา

เราไปซื้อที่เคาเตอร์มา สนน ราคา 1,590 บาท

แต่ถ้าใครซ์้อร้านหิ้วมันก็จะประมาณ 1,100 ประมาณนี้





นี่ก็คือสภาพกระปุกเเป้งของเรา ที่ใช้มาจะสองปีแล้ว แต่สภาพยังดีอยู่
เพราะไม่ได้พกไปไหนเท่าไหร่ วางไว้ในตู้เก็บกรุที่บ้านอย่างเดียว






สีที่ซื้อมา เป็นสี translucent คือ ไม่มีสีเนาะ (หลายคนรู้แล้วเเหล่ะ แล้วจะบอกทำไม???)
คือไม่อยากซื้อที่มีสีมาเพราะ 1. เบื่อไปเลือกสี 2.เอาไว้แต่งหน้าลุกค้าด้วยไงแก
คือใช้เองด้วย และก็ ใช้แต่งหน้าลูกค้าด้วย ลูกค้าหลายคนหลายเฉดสี
ใช้ได้ทุกหน้า ไม่ต้องเลือกสีให้วุ่นวาย วึ่นวือ จริงป๊ะ ??





พอเปิดมาด้านใน ไม่มีพัฟเหมือนกับแป้งแบรนด์อื่นๆ บางแบรนด์นะตัวเธอ
เธอต้องไปซื้อพัฟเอง จะบอกว่า พัฟที่เก็บพอดีไซส์ของเเป้งกระปุกนี้
ไปซื้อได้ที่ร้าน muji ราคาอันละประมาณ 200 บาท
ใส่กระปุกพอดีเวอร์ (ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดู เผอิญไม่ได้เอาพัฟมาถ่ายตอนทำรีวิวเเห่ะ)


ตรงรูๆ จะบอกว่า ตรงนี้ ไม่ชอบเลย เพราะว่ามันห่างมาก ไม่ละเอียดเหมอืนแป้งฝุ่นของญี่ปุ่น
อย่า Shu uemura หรือ ettusais  ที่จะมาเป็นตระแกรงละเอียดๆ พอแป้งออกมามันจะ
ไม่เยอะเกินไป และเเป้งจะไม่เป็นก้อนๆ





และก็เปิดออกมาก็จะเป็นแป้งเเหล่ะ ไม่มีอะไรมาก
และนีคือสภาพเเป้งที่ใช้ามาเกือบสองปี ยังเหลืออยู่เยอะมาก
ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก เพราะว่า ใช้ได้โคตรจะนานเลยแก





เนื้อเเป้งเป็นสีเนื้ออ่อนๆ ไม่มีชิมเมอร์ ไม่มีกลิ๊กเตอร์ (เลอค่าาา)
พอเจอเเป้งที่มีชิมเมอร์ พูดตรงๆเลยว่า เซ็ง ไม่ชอบอ่ะ
เนื้อแป้งค่อนข้างละเอียด แต่!! ยังไม่ละเอียดที่สุด เพราะเคยเจอแป้งที่
เนื้อละเอียดกว่านี้มาแล้ว เเห่ะๆ





แป้งตัวนี้ ทาหลังจากทารองพื้นนะ
before คือหน้าที่ทารองพื้นเฉยๆ ส่วน after คือ ทาแป้งแล้ว
ใช้ทาเซตรองพื้นหลังจากทารองพื้น
ก็ทาแป้งตัวนี้ก่อน แล้วค่อยทาแป้งอัดแข็งผสมรองพื้นตาม

เห็นแป้งตัวนี้สีเนื้อๆ ตัวนี้พอทาไปแล้วไม่มีสีนะ แต่พอทาไปแรกๆ
ตอนที่เพิ่งทาใหม่ๆ จะเห็นได้ว่า หน้าจะขาวขึ้น นิดนึง นิดดดดดนึง ไม่เยอะมาก
ดูจากในรูปก็น่าจะเห็นว่าไม่เยอะ ชิปิ๊??  ไม่ต้องต๊กกะใจไปตัวเธอ ว่า อุึ๊ย ทำไมหน้าลอย
ทำไมหน้าขาว ไหน บอกไม่มีสีไง โกหกกกชั้น!!
(และต่อสายโทรไปเหวี่ยงเคาเตอร์ลอล่า 55// เกรียนซะ)

คือพอปล่อยระยะเวลาไปสักพักนึง ความวอกเบาๆ ขาวเบาๆ จะหายไปและจะกลืนไปกับผิวหน้าเลย

พอทาแล้ว จะได้ลุคเเมทซ์ ที่เหมาะกับผิวหน้ามันๆ อย่างเรา เราปลื้มมากๆ
จะไม่มีการเงาๆ วาวๆ โกลวๆ  Nooooo ไม่มีเลย

ติดทนมั้ย???  ตอบยากนะ เพราะมันจะขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นๆที่เราทาด้วย
เช่น รองพื้น กันแดด แป้งอัดแข็ง และอื่นๆอีกหลาย layer บนหน้าเรา
คือเราไม่ได้ทาแป้งฝุ่นตัวเดียว แล้วจบอ่ะ และคิดว่าไม่มีใครทำอย่างงั้นสักเท่าไหร่

คุมมันมั้ย???
ก็ช่วยอยู่นะ แต่ไม่ได้แบบว่า โอ้โหหห เเป้งตัวเดียว
คุมมันถล่มปฐพี เวอร์เกิ๊น 555+ คือคนหน้ามันอ่ะจะชอบเพราะ
1 เนื้อแมทซ์สุดๆ
2 ช่วยคุมมันด้วย แต่ไม่ได้เยอะเวอร์ขนาดนั้น
แต่ถ้าเทียบกับหลายๆยี่ห้อ ถือว่า เป็นแป้งที่เหมาะกับคนหน้ามัน
น่าลงทุนมากๆ

สุดท้ายยยยย ไม่รุ้จะบอกอะไร แค่จะบอกว่า เป็นแป้งที่น่าลงทุนนะ
สำหรับคนหน้ามัน หรือคนไทย ที่ต้องเจอเเดดร้อนๆอย่างนี้
ช่วยได้เยอะ ทำให้เมคอัพที่ทามาก่อนหน้านี้ เซตตัวอยู่ทนขึ้นมาก





Create Date : 29 พฤษภาคม 2556
Last Update : 29 พฤษภาคม 2556 18:37:37 น.
Counter : 23647 Pageviews.

1 comments
  
ใช้มานานเป็นปีแล้ว ยังไม่หมดเหมือนกัน
โดย: :) IP: 171.6.187.126 วันที่: 29 พฤษภาคม 2556 เวลา:21:49:15 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

lepommz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 287 คน [?]







 photo E2A0E070E270E190_zpsf35f0ca3.jpg Counter Start on 30 NOV. 2012
New Comments