All Blog
อยากจูงมือกันไปให้ไกล แต่เหมือนก้าวเท่าไหร่ก็ไปไม่ถึง


หากความคาดหวังไม่ได้ถูกแพ็กคู่มาพร้อมกับความสุข เราจะใช้ชีวิตอยู่บนเส้นทางที่เต็มไปด้วย "ความทุกข์" อีกนานแค่ไหน แม้ว่าคนสองคนจะอยากจูงมือกันไปให้ไกล แต่เหมือนก้าวเท่าไหร่ก็ไปไม่ถึง จนทำให้สงสัยว่า การปล่อยมือจากกันจะเป็นวิธีสุดท้ายหรือเปล่า

เคยถามตัวเองไหมว่า เหตุผลให้ที่ทำให้เราท้อแท้กับความรัก ทำไมเวลาเรา "คาดหวัง" เรายิ่งรู้สึก "ขาด" มากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเราอยากรักกันไปให้นานที่สุด และมีอนาคตที่ยาวไกลที่สุด แต่ความหวังเหล่านี้ไม่เคย "เกิดขึ้น" หรือแม้แต่ "วี่แวว" ก็ไม่มี ความรู้สึกผิดหวังนี้ชวนให้เราเหน็ดเหนื่อยกับทุก ๆ ก้าวที่กำลังเดินอยู่

ที่ต้องเหนื่อยใจและท้อแท้เช่นนี้ อาจเป็นเพราะเราไม่เคยคิดในมุมกลับว่า การที่เราคาดหวังมากเกินไปนี่เอง ทำให้คนสองคนพลาดที่จะ "เรียนรู้" วิธีอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ความคาดหวัง...ไม่ใช่เรื่องผิด เราสามารถใช้ความคาดหวัง เป็นแรงผลักดันให้เราอยากไปจุดหมายเร็วขึ้นได้ แต่ต้องอาศัย "กำลังใจ" ที่จะก้าวไปด้วยกัน

ความรัก...ไม่ใช่ความเห็นแก่ได้ ที่อยากจะเอาโน้นเอานี่ตามใจตัวเองทุกอย่าง
ความรัก...สอนให้เรารู้จัก "ให้" และสอนให้เรารู้จัก "อดทน"

บางครั้งเราอาจอยากไปถึงเป้าหมายเร็ว ๆ แต่เราอาจเผลอลืมไปว่า...อีกคนเขาอาจไม่ได้คิดไปไกลเหมือนเรา เขาอาจกำลังมีความสุขกับปัจจุบัน มากกว่าที่จะรีบไปกอบโกยความสุขในอนาคต พอเราไปกระชากดึงเขาให้เดินเร็วขึ้น แล้วเขายังไม่พร้อมที่จะเร่งจังหวะไปกับเรา เดินไปด้วยกันก็มีแต่จะล้ม เพราะจังหวะไม่ตรงกัน

บางทีเราต้องรู้จัก "รอคอย" เหมือนเวลาที่เราวิ่งไปข้างหน้า หากอีกคนวิ่งไม่ไหว ก้าวไปอีกหนึ่งก้าวก็อาจล้มได้ง่าย ๆ เราต้องรู้จักให้เวลาเขาพักเหนื่อย และให้ตัวเราได้พักบ้างเช่นเดียวกัน หากมองให้เป็นโอกาส มันก็เป็นโอกาสที่เราจะได้ใส่ใจความรู้สึกของคนรักให้มากขึ้น

รักจะดีจะร้าย อยู่ที่เราให้ "ค่า" กับความรักนั้น จำไว้ว่าทุก ๆ การเดินทางย่อมมีจุดหมายรออยู่เสมอ ยังมองไม่เห็นจุดหมาย ไม่ได้แปลว่าจุดหมายนั้นไม่มี หากรู้สึกว่า "ก้าวเท่าไหร่ก็ไปไม่ถึง" ก็ใช่ว่าเราจะไม่มีวันไปถึง ขอเพียงจูงมือก้าวไปด้วยกัน ช่วยเหลือ และรอคอยกัน ไม่นานเราต้องได้เห็นจุดหมายที่ฝันไว้แน่นอน

บนเส้นทางความรัก คนที่เดินอยู่ข้าง ๆ เรา เขาอาจไม่ใช่นักเดินทางที่ก้าวไปถึงจุดหมายได้เร็วเท่ากับคนอื่น แค่เรา "เต็มใจ" จะก้าวไปพร้อม ๆ กัน ก็น่าจะพอเพียงแล้ว จงปล่อยให้ความรักเป็นเรื่องอารมณ์ดี อย่ากำหนดกฎเกณฑ์อะไรมากมายเลย ยิ่งมีเงื่อนไขหรือกติกาเยอะ คนที่เดินร่วมทางกับเราก็ยิ่งลำบาก ปล่อยให้รักเป็นเรื่องสบาย ๆ เพียงคนสองคนให้โอกาสกันและกัน ได้เดินในจังหวะที่ตัวเองอยากเดิน ไม่มีการบังคับ ไม่มีการฝืนใจ เพียงแค่นี้ความรักก็จะเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้ง่ายขึ้น

จุดหมายข้างหน้าไม่สำคัญเท่ากับระหว่างทางที่ก้าวเดินไปด้วยกัน ไม่ว่าทางข้างหน้าจะยาวไกลแค่ไหน บางทีการไม่คิดว่า "เมื่อไหร่จะไปถึง" อาจทำให้เราไปถึง "เร็วขึ้น" ก็ได้ ใครจะไปรู้



หนังสือ : เธอ กับ ฉัน เรารักกันจริง ๆ หรือเปล่า
เขียนโดย : ออนอุมาร์



Create Date : 03 ตุลาคม 2554
Last Update : 3 ตุลาคม 2554 21:01:37 น.
Counter : 133 Pageviews.

4 comment
คงเคยเจอกันมาบ้าง
เบื่อจะทนกับคนพวกนี้จริงๆๆ เลยค่ะ คิดว่าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ทำงานบริษัทฯ คงเคยเจอ ทุกวันนี้ก้อทนๆๆ เอา ไม่อยากไปต่อความยาวสาวความยืด"ต่อหน้าดี ลับหลัง......อย่าให้พูด"อันนี้มันก้อเป็นสัจจะธรรมเนอะ เชื่อว่าทุกทีต้องมี แต่มันน่าเกลียดอ่ะ ทำกันเข้าไปได้"เห็นใครล้มไม่ได้ ต้องเหยียบให้จมดิน"อันนี้ยังไม่เคยเจอ แต่เค้าทำกับเพื่อนเรา "ทาสี ใส่ไข่"เชื่อไหม เรื่องนิดเดียวเอ๊ง ปั้นเรื่อง เสริมแต่ คิดแต่แง่อกุศล เรื่องในมุ้งน๊ะ เอามาพูดกันโจ่งครึ่ม เฮ้ยยย ที่บ้านเค้าไม่เคยสอนหรือไงก้อไม่รู้น๊ะ ว่าเค้าอยู่แบบนี้แล้วเค้ามีความสุขไหม? แต่ที่รับไม่ได้ที่สุดก็คือ "ชอบเปิด mail ชาวบ้าน ชาวช่อง เค้าอ่าน โดยไม่ได้รับอนุญาติ ทั้งๆ ที่มันเป็น mail ส่วนบุคคล"โห้ นี่มันสิทธิ์ส่วนบุคคลของคนอื่นน๊ะ ถึงจะอยู่ในแผนกตนเองก็เถอะ ยิ่งรู้ว่าเป็น mail จาก "แฟน" ยิ่งต้องเปิดอ่าน ท่าจะเป็นเอามาก พยายามหาเรื่องไปเมาส์กับคนอื่นให้เมามันอนิจจา คือมันก้อบ่อยจนเกินเยียวยาแล้วอ่ะ นึกว่าเค้าจะสำนึกได้ กลับไม่เลย ไม่สักนิดเดียวไม่ใช่เค้าแค่เปิดอ่านคนเดียวน๊ะ เรียกคนนู้นคนนี้มาดูสงสัยจะเป็นกันทั้งแผนก ขนาดผจก. นั่งๆๆ อยู่ ยังไม่ว่าอะไรเลย ทั้งๆๆ ที่อายุมากกว่า น่าจะห้ามปรามกันซักนิดเข้าใจว่ามีคนถือหางอ่ะน๊ะ แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ไม่อยากจะพูด มีอีกเยอะแยะมากมาย ยิ่งต้องประสานงานกับคนนู้น คนนี้ หลายแผนก เราก็ไม่อยากจะพูดมากแต่เค้าไม่เคยให้เกียรติเรา เราต้องให้เกียรติเค้าด้วยเหรอ?




Create Date : 20 สิงหาคม 2554
Last Update : 20 สิงหาคม 2554 17:01:48 น.
Counter : 126 Pageviews.

1 comment
โลกกว้างเกินไป หรือ ใจเราแคบเกิน
อ่านแล้วชอบเลยเอามาฝากกันค่ะ/ ขนนกกับดอกไม้

โลกกว้างเกินไป หรือ ใจเราแคบเกิน

วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต
ผู้คนมากมายที่ผ่านเข้ามา
บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป
..................
แต่บางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น...

จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย แล้วล่วงเลย ไปกลายเป็นคนรักกัน

เวลาเปลี่ยน สถานการณ์ก็เปลี่ยน
สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
..................
บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า
ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย หรือ
คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่...
..................
บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า
กลายเป็นคนคุ้นเคย...
...................
จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรัก ..
ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้ ...
และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ..
....................

แต่ในทางกลับกัน..
ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา
จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก ..
กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป ..
......................
แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่ ..
แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ..
ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา
พอ ๆ กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก..
....................
ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้
และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน..

เราระบุชัดไม่ได้ว่า จำนวน1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน
1 ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ ..

และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน
เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ..
....................
กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง

กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป..

แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่
ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด..
.....................

เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ..
ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี
กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม...
กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก
................แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน......................

ขณะที่บางคนวิ่งตาม
ล้มลุกคลุกคลานและเจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า
และขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี
โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน
อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน..

เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม
พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น

บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา ..
ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน ..
ไม่เคยรับรู้ว่า

ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน
แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ..
ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ ....
.............................

การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน...

บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต..
ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม..

ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม
ปล่อยทุกอย่าง! ให้เป็นหน้าที่ของเวลา

ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง
ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย...
ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหารย์..
.................................

เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา
ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป

เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า
ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง

เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ ไปเพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน
เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน
เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี..เสียอีก..
........................................

แล้วคุณ ๆ เล่า เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง
ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม..

เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความรู้สึก
กลับเป็นตัวแปรผกผันกัน

เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ ๆ
หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม.???

เคยคิดกันบ้างไหมว่า ระหว่างคนพยายามเดินหนี คนที่พยายามเดินตาม
และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับ! เท่าเดิม คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน ...

อาจเป็นเพราะ .... โลกกว้างเกินไป
หรือไม่ .... หัวใจเราแคบเกิน



Create Date : 01 สิงหาคม 2554
Last Update : 20 สิงหาคม 2554 17:04:10 น.
Counter : 117 Pageviews.

4 comment
ปล่อยให้ตัวเองได้อ่อนแอบ้าง
ชีวิตคือการปล่อยให้ตัวเองได้อ่อนแอบ้างไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา บางครั้งเวลาเรารั้งความเข้มแข็งเอาไว้ ความอ่อนแอมันจะมีกำลังแข็งแกร่งและทำร้ายเราได้ง่ายขึ้น ในวันที่เราอ่อนแอ ยอมรับเถิดว่าเราอ่อนแอไม่ต้องดันทุรังบอกว่าตัวเองยังไหวอยู่ในวันที่เรารู้สึกแพ้ ยอมรับเถิดว่าเราไม่ชนะไม่ต้องหลอกตัวเองเพื่อที่จะได้เป็นคนเข้มแข็งความอ่อนแอไม่ได้น่ารังเกียจแต่อย่างใด ถ้าเราทำดีที่สุดแล้วก็หมายความว่า เราได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าแล้ว ถ้าเราทำดีที่สุดแล้วก็ไม่เห็นต้องเสียดายเวลาเลย ถ้าเราทำดีที่สุดแล้วจะแพ้หรือชนะก็ไม่ใช่ความหมายใหญ่โตอะไร ประเด็นคือเราเคยอมรับบ้างไหมว่าเราก็เคยอ่อนแอ



Create Date : 16 กรกฎาคม 2554
Last Update : 20 สิงหาคม 2554 16:55:33 น.
Counter : 133 Pageviews.

0 comment
คุณแน่ใจ.. กับใครบางคน แล้วหรือ
บางคนที่ยืนเคียงข้าง กันมาเป็นปีๆแต่สุดท้าย.. คนที่ยืนเคียงข้างอีกครั้งในวันแต่งงานกับ เป็นอีกคน
บางคนที่คอยเฝ้าพยาบาลอยู่ข้างเตียงเวลาที่คุณเจ็บป่วยแต่สุดท้าย.. คนที่เสียใจแทบบ้าในวันที่คุณตายกับ เป็นอีกคน
บางคนที่คุณโทรหากันอยู่ทุกๆวันแต่สุดท้าย.. คนที่คุณบอกเรื่องน่ายินดีที่สุดกับ เป็นอีกคน
บางคนที่คุณคิดว่าเป็นคนที่คุณรักที่สุดแต่สุดท้าย.. คนที่คุณให้ความสำคัญที่สุดในชีวิตกับ เป็นอีกคน
บางคนที่คุณคิดว่าคิดถึงอยู่ตลอดเวลาแต่สุดท้าย.. คนที่คุณรู้สึกกระวนกระวายหากขาดการติดต่อกับ เป็นอีกคน
บางคนที่คุณคิดว่าคุณจะขาดเขาไม่ได้ในชีวิตแต่สุดท้าย.. คนที่คุณที่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่ร่วมด้วยกับ เป็นอีกคน


คุณยังแน่ใจ.. กับใครบางคนที่ยืนเคียงข้างคุณ
คุณยังแน่ใจ.. กับใครบางคนที่คอยเฝ้าพยาบาลเวลาคุณเจ็บป่วย
คุณยังแน่ใจ.. กับใครบางคนที่คุณโทรหากันอยู่ทุกวัน
คุณยังแน่ใจ.. กับใครบางคนที่คุณคิดว่ารักที่สุด
คุณยังแน่ใจ.. กับใครบางคนที่คุณคิดถึงอยู่ตลอดเวลา
คุณยังแน่ใจ.. กับใครบางคนที่คุณคิดว่าจะขาดเขาไม่ได้ทั้งชีวิต
เพราะสุดท้าย.. เขาที่คุณแน่ใจอาจไม่ใช่
อย่าปิดกั้นตัวเอง.. เพียงเพราะความรู้สึกส่วนตัวของคุณ.. คิดว่ามันใช่
เพราะเมื่อเวลาผ่านไป.. หรือเพราะใครคนหนึ่งผ่านมา..

บางสิ่งที่คุณคิดหวัง หรือ ตั้งใจ.. คุณอาจไม่ได้คิดถึงมันเลยด้วยซ้ำ



Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2554 4:10:07 น.
Counter : 120 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

ขนนกกับดอกไม้
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]