--Work&Travel: Internship USA: Adjustment of Status--

Markswoman
Location :
Virginia Beach, VA United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Would you rather be "smart but ugly" or "dumb but pretty?
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Markswoman's blog to your web]
Links
 

 

Internship~USA#8: เตรียมเอกสารขอวีซ่า ตอนที่ 2

Internship~USA#8: เตรียมเอกสารขอวีซ่า ตอนที่ 2


เอกสาร ที่ เอเจนซี่ สั่งให้เตรียมไปเพื่อขอวีซ่า มีดังนี้ (ก๊อปมาจากเวบของ CCUSA เลยค่ะ)


เอกสารของผู้ร่วมโครงการ Internship USA

    •    DS 156 (กรอกออนไลน์ค่ะ) , DS157, DS158 ที่กรอกและตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อย
    •    หนังสือเดินทาง Passport ตัวจริงที่มีอายุพร้อมใช้งานตลอดโครงการ 
    •    รูปถ่าย 2x2 นิ้ว 2 รูป (จริงๆแล้วใช้แค่รูปเดียวค่ะ) ถ้าไม่ลำบากอะไรนัก ถ่ายรูปแบบดูดีนิดนึง ใส่สูทให้เรียบร้อย แต่งหน้า ทำผมเนี๊ยบๆหน่อย เพราะ ว่ารูปถายมันติดพาสปอร์ตไปตลอด สวยไว้ก่อนดูดีไว้ก่อน ไม่เสียหายค่ะ
    •    Transcript ล่าสุด (ถูกส่งคืน)
    •    สำเนา ใบปริญญาบัตร หรือ ใบรับรองจบ (ถูกส่งคืน)
    •    DS2019 (ส่งมาจาก USA เอเจนซี่จะให้เซ็นชื่อ)
    •    ใบนัดสัมภาษณ์กับทางสถานฑูต (จะได้รับจากเอเจนซี่)
    •    ใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า (จะได้รับจากจากเอเจนซี่)
    •    เอกสารที่แสดงความผูกพันทางด้านสังคม หรือเศรษฐกิจที่ตนเองมีอยู่ในประเทศไทย (ฟ้าไม่ได้แนบอะไรของข้อนี้ไปเลย เพราะไม่มีค่ะ)

เอกสารผู้ออกค่าใช้จ่าย

    •    หนังสือรับรองการทำงานของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย (ถ้าสปอนเซอร์เป็นข้าราชการ ขอเอกสารนี้ได้จากหน่วยงานต้นสังกัดค่ะ) หากเป็นเจ้าของกิจการต้องยื่นทะเบียนการค้า หรือหนังสือรับรองบริษัท หรือหจก. (ฟ้า ไม่ได้ยื่นอะไรไปเลย เพราะ สปอนเซอร์มีกิจการขำขำหลายอย่างเหลือเกิน แต่ไม่มีหรอกไอ้ทะเบียนการค้าอะไรนั่น เอเจนซี่ ก็บอกนะว่าให้ถ่ายรูปมาให้เค้าดู กิจการที่บ้านอย่างงั้นอย่างงี้ แต่ฟ้าไม่ถ่าย ขี้เกียจ ไม่มี ไม่ส่ง -*-)
    •    หนังสือรับรองสถานภาพทางการเงินของผู้ที่ออกค่าใช้จ่าย ที่ออกโดยสถาบันทางการเงิน (อุตส่าห์รบกวนคุณยายไปขอให้ที่ธนาคาร แต่ไม่ได้ใช้ซักนิด ถูกส่งคืนให้ตั้งแต่แรกซะงั้น เปลืองตังค่าออกเอกสาร 100 นึงแหน่ะ เสียเวลาแม่กะคุณยายมากๆ)
    •    สมุดบัญชีตัวจริง หรือ สำเนาสมุดบัญชีที่มีตราประทับของธนาคารทุกหน้า หรือ Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน เอเจนซี่บอกว่า ขอยอดเงินมากกว่า 250,000 บาท (เอาไปทำหอยอะไรเยอะแยะก็ไม่รู้ ใน DS2019 ก็ show แค่ว่าควรจะมี personal fund $1,000 เท่านั้นเอง) ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวาย เพราะ ต้องไปให้คุณยายเป็นสปอนเซอร์ และเอาบัญชีคุณยาย ซึ่งมีเงิน 500,000+ อยู่ในบัญชีเดียว..ถ้าใช้ของแม่ จะวุ่นวายเพราะต้องเอาเอกสารจากหลายบัญชี..ปวดหัวดีแท้ (ฟ้าเอง ถ่ายเอกสารสมุดบัญชีเล่มเดียว ย้อนหลังหกเดือนแล้วรับรองสำเนาถูกต้อง แค่นั้นเอง ไม่ได้เอาตัวจริงไปเล๊ยยย และที่สำคัญ...มันถูกส่งคืนตั้งแต่ด่านแรก และไม่ถูกคนสัมภาษณ์ขอดูเลย -*- เคืองหว่ะ)


นอกจากนี้ ก็ยังมีเอกสารเพิ่มเติม เป็นพวกจดหมายที่ต้องเขียนเอง แล้วก็เซ็นชื่อกำกับ

    •    Motivation Letter (ถูกส่งคืน)
    •    US Sponsor Letter (สถานฑูตเก็บไปค่ะ)
    •    Family Chart (ฟ้าแนบไป เพราะว่าคนที่เป็น Sponsor คือคุณยายค่ะ ถ้าเป็น พ่อแม่ ไม่ต้องแนบ..*ถูกส่งคืนเช่นกัน)


สังเกตได้นะคะ
ว่าเอาเข้าจริง
คนที่ทำให้เรื่องวุ่นวาย เอกสารวุ่นวาย มากเรื่อง เรื่องมาก ก็คือ เอเจนซี่ (ก็เข้าใจอ่ะนะ ว่าเค้าต้องการให้เตรียมทุกอย่างให้พร้อมและรัดกุมที่สุด)

แต่ๆๆๆๆๆๆ
ทั้งนี้ทั้งนั้น

ฟ้าไม่ได้หมายความว่าให้เตรียมไปเฉพาะ ไอ้ที่สถานฑูตเค้าจะเอาจริงๆเท่านั้น
เอกสารที่ฟ้าได้คืนมาจากสถานฑูตเนี่ย
ไม่ได้ไม่มีความสำคัญเอาซะเลย

สำหรับบางคน สถานฑูตเค้าอาจจะอยากดูขึ้นมาก็ได้
ซึ่งนั่นก็น่าจะ case by case

เอาเป็นว่า profile ของผู้ขอน่าจะมีส่วนล่ะนะ
profile ฟ้า แบบขำขำ

    •    22 years old female unemployed (น่าภูมิใจตรงไหน-*-)
    •    BBA graduated May 2008 GPA 2.96
    •    ทำงานเลยหลังเรียนจบ ทำอยู่สามเดือน ลาออก
    •    เคยได้วีซ่า US ไป Work&Travel เมื่อปี 2006 ไปแล้วกลับ ไม่หนี ไม่โดด

สรุปว่า ได้วีซ่าเรียบร้อยค่ะ ใช้เอกสารเท่าที่บอกเนี่ยล่ะ


เด่วตอนต่อไปจะมาเล่าให้ฟังเรื่อง สัมภาษณ์เนาะ ..





 

Create Date : 24 ธันวาคม 2551    
Last Update : 24 ธันวาคม 2551 10:52:11 น.
Counter : 1043 Pageviews.  

Internship~USA#7: เตรียมเอกสารขอวีซ่า ตอนที่ 1


Internship~USA#7: เตรียมเอกสารขอวีซ่า ตอนที่ 1

และแล้ว
ฟ้าก็ทำเรื่องมาถึงขั้นตอนการขอวีซ่าแล้วค่ะ
หลังจากที่นายจ้าง
ส่ง Training plan (DS 7002)* และ Pre-Arrival Confirmation Sheet* มาให้เราเซ็นและส่งกลับไปแล้ว
พี่ที่เอเจนซี่ ก็จะให้เราตรวจสอบข้อมูลเพื่อยืนยันการออกเอกสาร DS2019
หน้าตาเอกสารที่ส่งมาให้เช็คข้อมูลหน้าตาแบบนี้ค่ะ
ฟ้าก็ยืนยันไปว่า ชื่อนามสกุล ถูกต้องนะ
วันเวลาที่จะร่วมโครงการ ตรงกับที่เราต้องการนะ
ส่งไปปุ๊บ
ก็จัดการจ่ายตัง Visa Package หมื่นกว่าบาท (including; Visa Appointment PIN+ SEVIS Fee $180 + Visa Application Fee หรือ ค่าธรรมเนียมในการยื่นคำร้องขอวีซ่าเป็นเงิน 4,xxx บาท ณ ที่ทำการไปรษณีย์)
พี่ที่เอเจนซี่เค้าก็จะจัดการเรื่องนัดวันเวลากะสถานฑูตให้
ส่วนฟ้าก็เตรียมเอกสาร (ซึ่งเอเจนให้เตรียมเยอะมากก และ ถูกส่งคืนมาเยอะมากเช่นกัน)
...

เด่วมาอัพต่อค่ะ






 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 24 ธันวาคม 2551 8:56:04 น.
Counter : 470 Pageviews.  

Internship~USA#6: ได้งานแร้ววววว

บล๊อกที่แล้ว
พูดถึงการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
ซึ่งก็สัมภาษณ์ไปอย่างขำขำ
ไม่คิดว่าตัวเองจะได้เลย

แต่ก็ได้อ่ะ
ได้ได้ไงไม่รุ
ฟลุคสุดๆ


สรุปว่า
ฟ้าได้งานที่โรงแรม Holiday Inn & Suites
เป็น Front Desk
ตั้งอยู่ที่ Williamsburg, Virginia

ก็ไม่มีอะไรมากมายไปกว่า ดีใจ
หลังจากสัมภาษณ์เสดตอนสี่ทุ่มกว่าๆ
ก็จิตตกไปคืนนึง
ถึงกับนอนไม่หลับอ่ะ

รอจนเช้าก็โทรคุยกะพี่ที่เอเจนซี่
พี่เค้าก็บอกว่า
ทางโน้นคอนเฟิร์มมาแล้ว ว่าโอเคกะฟ้า

เฮ้อ
โล่งอก

จบๆเรื่องหางานซะที
จะได้ไปๆซะที

สรุปว่า
ตอนนี้รอเอกสารที่ทางโน้นจะส่งมา
ก็คือ แพลนว่าจะเทรนอะไรยังไง
DS อะไรซักอย่าง (7002)

ช่วงนี้พี่ที่เอเจนซี่ก็ให้กรอกพวก DS 156-157-158ตั้งไว้
หาเอกสารอื่นๆ ไว้พลางๆ
(เรียบร้อยเกือบหมดละ)

รวมทั้ง เขียน จม. ด้วย
อารมณ์ประมาณ Letter of Intent, Statement of Purpose ไรงี้อ่ะ
(ยังไม่ได้เริ่มเรย)

หวังว่าจะได้เดินทางตอนต้นเดือนมกราอ่ะนะ




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 20 ตุลาคม 2552 23:49:44 น.
Counter : 536 Pageviews.  

Internship~USA#5: สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

รองานมาได้พักใหญ่ๆ
ก็ถึงคราวที่นายจ้างให้ความสนใจ
อยากจะสัมภาษณ์ขึ้นมาละ

พี่เอเจนซี่ก็จะส่งเมลมานัดวันเวลาสัมภาษณ์
แล้วก็จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับ Host Business
มาอย่างคร่าวๆ

เช่นเวบไซต์ อะไรทำนองนี้
ก็ทำการบ้านกันเอาเองนะคร๊ะ


มาถึงตอนสัมภาษณ์
ของฟ้าเค้าให้ฟ้าโทรไปหา
HR ของโรงแรมที่ฟ้าจะไปทำงานด้วย
ก็จัดแจงโทรไป

กด 009 + 1 + xxxxxxxxx

เสียงชัดเจน ไม่ดีเลย์เลยค่ะ
โทรจากมือถือได้เลยทันทีทุกค่าย ทุกเวลา
นาทีละห้าบาทเท่านั้น

เซย์ไฮอะไรกันเรียบร้อย
ก็แนะนำตัวเองคร่าวๆ
ว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน
เรียนจบไรมา
เคยไปเวิคมานะ
ทำงานงั้นงี้ๆๆ
ชอบอะไรบ้าง
ชอบงั้นงี้ๆๆ

งานอดิเรกก็ นั่นนี่ๆๆ

คำถามที่เค้าถาม
ก็ง่ายๆ

คิดว่าจะได้อะไรจากการเป็นอินเทินที่นี่
ฟ้าก็ตอบไปว่า
ฟ้าน่าจะได้เรื่อง customer satisfaction
ทำยังไง จะได้ใจลูกค้า
เพราะว่า hospitality industry เนี่ย
ลูกค้า คือ first priority ใช่มั้ยล่ะ
ฟ้าว่าฟ้าน่าจะได้เรื่อง การ handle ลูกค้า เนี่ยแหละ
อีกอย่างก็ ฟ้าอยากรู้ว่า จริงๆแล้ว เค้า professionally run hospitality business กันยังไง

แล้วเค้าก็ถามว่า
คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเราบ้าง หาข้อมูลอะไรมาบ้าง
เราก็บอกไป
เออ เนี่ย คุณมีโรงแรมในเครือหลายโรงแรมนะ ในเอเรียนี้
บลาๆๆ
แต่ว่าแต่ละที่เนี่ยก็มี character ที่ต่างกัน
ซึ่งเราเนี่ย ชอบมากกก
อยากรู้ว่า target group ของแต่ละที่เนี่ย ต่างกันยังไง
มันน่าสนุกที่จะเจอลูกค้าไม่ซ้ำกันแต่ละวัน

นอกจากนี้ก็ยังถามว่า
ไปเรียนภาษาอังกิดมาจากไหน
เราก็บอกว่า
ตูเรียนมา ตั้งแต่อนุบาล
แต่ตูมาพูดได้เอาตอนเรียนมหาลัย
เพราะตูอยู่ international business school
แล้วที่ได้ใช้อย่างจิงจังก็ตอนมาเมกาหนก่อนนั่นเลย
ที่ทำเวิคเนี่ย เด็ดดวงละ
ได้ใช้ภาษาที่เรียนมาจิงจังซะที


เค้าก็ถามทั่วๆไป จากใน resume
ว่าเคยทำงานนี้ด้วยเหรอ
เล่าให้ฟังหน่อยซิ๊
ไปโอไฮโอมา ทำไรมั่ง
ชอบอะไรที่นั่น

เราก็ตอบ ว่าเออ กรูชอบที่มันเป็นสวนสนุก
คนมาเพื่อความสนุก
มารีแลกซ์
ดังนั้น คนแม่งแฮปปี้ไง
พอเจอเราในร้าน
ลูกค้าก็เล่าให้ฟังอย่างมีความสุข ว่าไปเล่นอะไรมา
สนุกงั้นงี้ๆ
เราคุยกะลูกค้าเราเรยแฮปปี้ตามไปด้วย

พอเค้าพอใจกะคำตอบมั้ง
แล้วเค้าก็ให้รายละเอียดเรา
เรื่อง เงินเดือน ที่พัก Uniform
แล้วก็บอกว่า
คุณจะถูก rotate ไปโรงแรมในเครือแต่ละที่นะ
คุณจะโอเคมั้ย
มันไม่ไกลกันเลยไง
ทำไมตูจะไม่โอเคล่ะฟระ

แล้วเค้าก็ถามว่ามีอะไรจะถามมั้ย
ฟ้าก็ถามอ่ะ
ว่าเนี่ย สนามบินใกล้สุดอ่ะ
ที่ไหน แล้ว ใช้เวลากี่นาทีก่าจะถึงที่โรงแรม

เค้าก็บอกให้ฟังงั้นงี้ๆๆ

เราก็โอเคอ่ะ
That's all I wanna know..

Thank you very much, appreciate talking to you.
บลาๆๆ

จบเรียบร้อยกะการสัมภาษณ์ค่ะ
ผลเป็นไง ติดตามตอนต่อไปนะคร๊ะ






 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2551 13:00:42 น.
Counter : 448 Pageviews.  

Internship~USA#4: ระหว่างรองาน

ช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดของการเข้าร่วมโครงการ internship
ก็คือ การรอให้นายจ้างตอบรับงานค่ะ
อย่างต่ำๆ ก็ เดือนนึง
แต่ตามปกติแล้วจะอยู่ที่ สอง ถึง สี่เดือนค่ะ

ช่วงเวลา นานหลายๆเดือนนี่
นานเหมือนกันนะคะ

แต่ ไหนๆ ก็ไหนๆ
เรามาหาอะไรทำแก้เบื่อกันดีกว่าเนาะ

จุดประสงค์มีดังนี้
กิจกรรมที่จะทำ ต้องมีประโยชน์อย่างชัดเจน
กิจกรรมที่จะทำ ต้องลงใน resume และ profile ได้
กิจกรรมที่จะทำ ต้องส่งเสริม ภาพลักษณ์ และ พัฒนา skill ของตัวเอง

และในที่สุด
ฟ้าก็หากิจกรรมที่ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง

นั่นก็คือ การไปเป็นอาสาสมัคร กับ กิจกรรม Redbull spirit : Special Olympic 2008

ไปดูแลน้องๆ เด็กพิเศษ (เด็กพิการทางสมอง ปัญญาอ่อน ออทิสติก​ ดาวน์ซินโดรม)
ดูแล อำนวยความสะดวกให้น้องวาดรูป ระบายสี

และ มันก็ผ่านไปด้วยดี
สนุกดีนะ
เหนื่อยดีด้วย
ได้อะไร เยอะมาก
อย่างน้อย ก็ได้รู้ว่า น้องๆเค้าน่ารักมาก จริงใจ และไม่น่ากลัวอย่างที่คิดไว้เลย

..............
จบไปหนึ่งกิจกรรม


ตอนนี้ กะลัง เรียนต่อเล็บ อะคริลิค
เพราะอะไรรู้ป่าว

ฮ่าๆๆๆ
กะจะเอาไปประกอบอาชีพเสริมที่เมกา
แผนการดีมะ
555+

เพิ่งเริ่มเรียนได้วันนึงเองเนี่ย
ยากกกกกมั่ก
แต่ก็จะพยายามน๊ะ
เพื่ออนาค๊ตตตตต

อีโม เพนกวินมีผ้าคาดหัว หน้าตามุ่งมั่น 555+

........

ไหนๆ ก็ไหนๆ
ขออนุญาตไปอัพเดท resume ของตัวเองก่อนนะฮ๊ะ
ฮิฮิ




 

Create Date : 30 สิงหาคม 2551    
Last Update : 30 สิงหาคม 2551 0:11:33 น.
Counter : 480 Pageviews.  

1  2  3  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.