--Work&Travel: Internship USA: Adjustment of Status--

Markswoman
Location :
Virginia Beach, VA United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Would you rather be "smart but ugly" or "dumb but pretty?
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Markswoman's blog to your web]
Links
 

 

ติดมือถือ?? ขนาดนั้นเลยเหรอ!!

คุณๆเคยติดมือถือขนาดหนักมั้ยคะ
เรื่องมันเริ่มขึ้นเมื่อเจ็ดปีที่แล้วค่ะ

มู๋ตุ๋นใช้มือถือมาตั้งแต่ม.2(ปี2543)
สมัยที่3310ราคา14000.-
นานมาก แล้วมันก็แพงอย่างไม่น่าเชื่อเลย
ตอนนั้นเป็นเด็กม.ต้นเองนะ
แต่ไปเรียนไกลบ้าน หม่ามี๊เลยซื้อโทรศัพท์ให้เพราะเป็นห่วงนั่นเอง

ตอนแรกๆ ยังไม่เท่าไหร่ค่ะ
เพราะใช้เบอร์ เติมเงิน
เติมเดือนละ ราวๆ หกร้อย
หม่ามี๊ เติมให้ สามร้อย
เก็บค่าขนมเติมเองอีกสามร้อย

เรื่องติดมือถือ เริ่มมา ติดจัดๆ ตอนเพื่อนๆ เริ่มมีมือถือกันแทบทุกคน
ส่ง sms น่ารักๆ มั่งล่ะ โทรกันมั่งล่ะ
ไร้สาระโคตรๆ

ตอนนี้ล่ะ ที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง
เบอร์ที่ใช้ตอนแรก เป็นเติมเงิน
แต่หม่ามี๊หวังดีเหอะ
เอาเบอร์รายเดือนมาแลกกะเบอร์เติมเงิน
โปรรายเดือนตอนนั้นถูกกว่าเติมเงินไง
เหมาจ่ายเดือนละ 300 โทรได้ 100 นาทีมั้ง

ใช้ไปได้ สามสี่เดือนเองล่ะ เกินทุกเดือนเลย
แต่ก็เกินไม่น่าเกลียดเท่าไหร่
เกินไปเป็นเดือนละ ห้าร้อย หกร้อย
กลัวป๊าด่า
เลยเอาบิลไปจ่ายเอง


ค่าโทรศัพท์ เคยพุ่งพรวดไปกว่า5000.-
ซึ่งถือว่าเยอะมาก สำหรับเด็กม.ปลาย ที่ไม่มีปัญญาหารายได้เป็นของตัวเอง

เท่านั้นยังไม่พอ ทะเลาะกะพ่อเรื่องโทรศัพท์
เพราะว่า ไม่มีตังจ่ายไง ไอ้ห้าพันที่ว่านั่นแหละ
บิลก็ปลิวไปลงที่บ้าน เพราะมันเป็นเบอร์รายเดือนที่พ่อเปิดให้
ป๊าเคลียร์เงิน แล้วปิดเบอร์ไปเลย
รู้สึกผิดโค่ดดดดดดดดดดดดดด
เบอร์สวยใช้ได้เลย จำง่ายมากๆด้วย
01 95779XX

มันยังไม่แย่ที่สุดหรอกนะ
มีแย่กว่านี้อีก
ตอนเข้ามหาลัย ปี1-2
อาการหนักกว่าเก่า

มือถือ ต้องอยู่ติดตัวตลอดเวลา อยู่ในระยะเอื้อมถึง
เวลาอาบน้ำ ก็เอาไปเปิดเพลงฟัง
เวลานอน ต้องอยู่ใต้หมอน
เปิดเครื่องตลอด24ชม.
ติดต่อได้ตลอด24/7
มีเวลาว่างเมื่อไหร่ต้องโทรศัพท์
จะรอใคร หรือ รออะไรอยู่
ก็ใช้โทรศัพท์ ทุกครั้ง ที่ว่าง

คุยโทรศัพท์ วันละไม่ต่ำกว่า สามชม.
คุยโทรศัพท์ กับคนนู๊นคนนี้ ไม่ต่ำกว่า5คน ในแต่ละวัน

โทรศัพท์ดังบ่อยมากกกกกก

มีเรื่องคนนู๊น คนนี้มาให้ปวดหัวเยอะมากกกกกก
เด่วคนโน๊น จะปรึกษาเรื่องนี้ คนนี้ทะเลาะกะคนนั้น
คนนู้นจะให้ช่วยทำไอ้นี่ ไอ้นั่นให้
ใครมีเรื่องอะไร ที่ไหน ยังไง มีคนโทรมาอัพเดทตลอด

บีซี่มากกกกก

ไหนจะแฟนโทรตาม
เพื่อนโทรชวนไปกินข้าว
เพื่อนโทรชวนไปกินเหล้า
ตอนนั้นก็แฮปปี้ดีนะ แต่ก็วุ่นวายมากกกกกกกกกกกกกก

มันยิ่งแย่มากๆ เข้าไปอีก
เพราะเหนื่อยมากกกกกกกกกกก
เหนื่อยกะคำพูดคนด้วยล่ะมั้ง
บางคน พูดกะเราอย่างนึง
พูดกะคนอื่นอีกอย่างนึง

ไอ้เราก็เถอะ
เรื่องตัวเองยังจะไม่ค่อยรอด
มีหน้าจะไปแด๊ดแด๋เรื่องคนอื่นเค้า

เวลาพักผ่อนก็น้อยลง
จะนอนแล้วก็ยังมีคนโทรมา

เปลืองตังค์เหมือนกัน แต่ว่า ตั้งแต่เรียนมหาลัย
ก็ค่อนข้างจะล่ำซำพอสมควร
จะตายเอาตอนปลายเดือนเท่านั้นเอง

พอมาคิดตอนนี้แล้ว แย่อ่ะ
เสียเวลาชิบเป๋ง
แทนที่จะคุยกัน แบบเห็นๆหน้า
มันดีกว่านะเราว่า
อย่างน้อยก็เฟคกันยากหน่อย
แววตาคนมันโกหกกันยากกก

คุยโทรศัพท์ น้อยลง
ก็ทำให้เรามีเรื่องจะคุยเวลาเจอกัน มากขึ้น

เราไม่ได้แอนตี้การใช้โทรศัพท์ของคนที่อยู่ไกลๆกันนะ
แต่เราค่อนข้างจะแอนตี้การใช้โทรศัพท์
ไปเม้าท์อะไรไร้สาระๆ กับคนที่เจอกันมาทั้งวันแล้ว

คือ คุยกันทั้งวันแล้ว ยังไม่พออีกรึไงฟะ
ยังจะโทรมาเจ๊าะๆแจ๊ะๆตอนอยู่บ้านอีก

มีเวลาเป็นส่วนตัว ทำโน่นทำนี่กันบ้างเถอะคู๊ณณณณ
จะดูหนัง ฟังเพลง
ขัดผงขัดผิว ทำอะไรส่วนตัวบ้างซี๊
จะคุยอะไรกันนักหนาาาา

............
ตอนนี้ เราลดการใช้โทรศัพท์ ลงได้เหลือแค่เดือนละ 300.-
น้อยสุดๆ
เมื่อก่อน วันเหลือเป็นปีๆ
เด่วนี้ต้องเติมเพื่อเพิ่มวัน
ตลกดีเหมือนกัน

เหตุผลที่นิสัยการใช้โทรศัพท์ของเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้
ก็เพราะว่า
แฟนเราเค้าให้เหตุผลว่า
เวลาที่อยู่กะเค้า
เราจะยังคุยโทรศัพท์กะคนอื่นอีกเหรอ
(ก่อนหน้านั้น คุยจริงๆไง คุยเยอะมากกกกก)

งั้น เพื่อความเท่าเทียม เวลาเราคุย เค้าจะคุยบ้าง
เวลาเราทำอะไรที่เค้าไม่ชอบ เค้าก็ทำบ้าง
ก็เจ๊ากันไป

ไอ้เรานี่แหละ ที่ได้คิด
ว่าเออเนอะ มันไม่สนุกเลย เวลาที่ต้องนั่งฟังแฟนตัวเองคุยกะคนอื่น
ทั้งๆที่ไอ้คนอื่นนั่นก็เพื่อนน่ะ ไม่มีอะไรหรอก
แต่เราก็ยังหงุดหงิดอยู่ดี

จากนั้นมา เราก็ ลดๆๆๆๆๆ การคุยโทรศัพท์ลงเรื่อยๆ
ยุ่งเรื่องคนอื่นน้อยลง
มีโลกส่วนตัวมากขึ้น

มีเวลาทำอะไรที่ชอบมากขึ้น
มีเวลาหาตัวเองให้เจอ

จนในที่สุด การใช้โทรศัพท์ แบบบ้าระห่ำก็จบลง

ตอนนี้เราไม่ต้องพยายามที่จะไม่คุยโทรศัพท์
เราเลิกมันได้แบบเป็นธรรมชาติจริงๆนะ
เราไม่รู้สึกฝืนตัวเองซักนิด

เราสบายใจขึ้น เพราะ วุ่นวายน้อยลง
มีเวลาให้ตัวเองมากกว่าเดิม
มีโลกส่วนตัว
คุยกะคนใกล้ตัวมากขึ้น
เข้าใจกันมากขึ้น

เห็นมั้ยค๊ะ
คุยโทรศัพท์น้อยดีจะตาย เนอะ..







 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2550 10:51:25 น.
Counter : 548 Pageviews.  

ตัดผมหน้าม้า---อื้ม ก็ดีนะ

ไม่ว่างจัดเลยจิตตก
ไปตัดหน้าม้า
คือ ไม่ได้ตัดอะไรเลย ตัดด้านหน้าอย่างเดียว
ตัดเสร็จ
กลับมานั่งคิดว่า "แมร่ง กว่ามันจะยาวเท่าเดิม นานเท่าไหร่ฟะ"
ก็ยังใส่ที่คาดผม มัดจุก อย่างเคย เพราะมันร้อนชิบเป๋ง
น้อยคนจะได้เห็นว่าเพิ่งไปตัดหน้าม้ามา

แล้วกูจะตัดเพื่อ?

55+
แอบงี่เง่าอ่ะ เป็นคนขี้ร้อนเว่อร์ๆ
เดินนิดเดินหน่อย ก็เหงื่อแตกพลั่กๆ
แสรดดดดดดดดด
เบื่อตัวเองเหมือนกัน ไม่รู้ทำไมว่าเหงื่อออกง่ายๆ
ร้อนนิดร้อนหน่อย ก็เหงื่อซ่ก

ใจจริงอยากจะตัดผมสั้นให้รู้แล้วรู้แร่ดไป
แต่คิดแล้วว่า มันมัดจุกไม่ได้ เดี๋ยวก็รำคาญอีกเปล่าๆปลี้ๆ
เลยไว้ยาวๆอย่างงี้แหละ
มัดจุกใส่ที่คาดผม สบายหัวกว่าเยอะ
เห้อ

พรุ่งนี้จะสอบ แต่มาอัพบล๊อก เพื่ออะไรวะ?
จิตตกสุดๆ
เพราะถามรุ่นพี่มาว่าเค้าได้คะแนนกันเท่าไหร่บ้าง
กะวิชาของอาจารย์คนนี

พี่คนนึงได้ 2.5 อีกคนได้ 7 มีน อยู่ที่เท่าไหร่ไม่ทราบ
แต่ 2.5 เนี่ย ได้กันเยอะแยะ ไม่ใช่ต่ำสุดด้วย
แล้วคะแนนเต็มคือเท่าไหร่รู้ป่ะ

25

แสรดดแล้วสองคนที่ว่ามา คือ ไม่ได้โง่อ่ะ
คนนึงก็เป็นลูกครึ่ง คือ ภาษาเค้าดี ยังไงก็แถไปได้
อีกคน โคตรขยัน เลคเชอร์ทุกคำพูด อ่านอีก

เวน แล้วกรูล่ะ
ตอบอะไรในห้อง ไม่เคยถูกเลย แสดดดด
กรูจะไปเอาคะแนนมาจากไหน

วิชานี้กรูชอบนะเว้ยเห้ย
แต่แม่ีงเอ๊ยยยยยยยยย

เริ่มสงสัยว่ากรูโง่ไป หรือเค้าเก่งไป
โอ๊ยยยย ประสาทกิน

ตอนเรียนแม่ง กูก็ participate เต็มที่
สนใจสุดๆ แสดดดดดดดดดดดดด

โอ๊ยยยยยยยยย
เครียด
------
มาอัพเดทเรื่องกะรูป
สอบไอ้วิชานั่นไปแล้ว
มันคือวิชา Marketing Management
แอบไปเสิชดูเล่นๆ มันเป็นวิชาของป.โท ที่ม.แม่ฟ้าหลวง
เอ๊า หลักสูตรจ๋า เห็นพวกหนูฉลาดล้ำเพียงนั้นเชียวหรือ

เหอะๆ ทำข้อสอบแล้วอ่ะ
ทำไม่ทัน
ชะล่าใจไปเอง
คิดว่าตัวเองทำชอยส์เร็ว
พอเจอของจริง ชอยส์โคตรกวนส้นตีน
ใช้เวลาครึ่งนึงไปกะชอยส์
โดยที่มันมีคะแนนแค่ 55 คะแนนของคะแนนทั้งหมด 195 คะแนน
อีก140 คะแนนเป็น essay

ไม่เคยเจอปัญหาแบบนี้มานานมากแล้ว เพราะปกติเราทำข้อสอบเร็วมากๆ
พอเจอแบบนี้ หงายหลังตึงเลย
เฮ้อ

เศร้าจิต
ดูรูปๆ ที่บอกว่าไปตัดผมหน้ามาไงคะ
หลอนๆนิดนึง แต่งภาพซะเว่อ
แต่งเองบ่นเอง
55+
โป๊ไปป่าวอ่ะ
ถ้าโป๊ไปก็บอกละกันค่ะ เดี๋ยวจะเอาออก




 

Create Date : 28 มีนาคม 2550    
Last Update : 30 มีนาคม 2550 3:03:58 น.
Counter : 852 Pageviews.  

เปลืองงบ คิดบ้างมั้ยห๊า

สวัสดีค่ะ
วันนี้ ตอนที่มู๋ตุ๋นออกไปหาไรทาน ตอนค่ำๆ
แล้ว ก็ขับรถผ่าน ใจกลางเมืองหาดใหญ่
รถก็เยอะ คนก็เยอะ
ทำให้นึกขึ้นได้ว่าวันนี้ วีคเอนด์

เจอไอ้ไฟสีๆ ดวงเล็กๆ เยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ห้อยๆๆ บนต้นไม้บ้างอะไรบ้าง โอ๊วมายก๊อด (อุทานกระแดะหว่ะ)
เยอะซะจน เฝือ


โอเคนะ มู๋ตุ๋นเข้าใจว่า การประดับไฟ
พันๆไฟดวงเล็กๆ ที่ต้นไม้
ห้อยๆไฟ ไว้ตาม เสาไฟฟ้า สายไฟ
อะไรพวกนี้

มันสวยดี


....

แต่ๆ
มีใครคิดบ้างป่าวอ่ะ
ว่ามันเปลืองงบ


...

ทั้งค่าหลอดไฟ ค่าจ้างคนเอาหลอดไฟสีๆพวกนี้ไปติด
ไหนจะค่าไฟอีก มันหลายตังอยู่นา

ต้นไม้มันจะร้อนมั้ยวะ
...


ออกจะไม่เข้าใจเล็กๆ ว่าทำไม
เค้าไม่เอางบไปติดไฟส่องถนนสีส้มๆ
แทนที่เค้าจะติดไอ้หลอดไฟสีๆ ดวงเล็กๆพวกนี้เนี่ย
...

แอบงงอ่ะ
นึกออกมะคะ ว่าบางซอย แม่งแบบ โคตรมืด โคตรน่ากลัว
แต่ก็ยังปล่อยให้มันมืดอยู่อย่างงั้นอ่ะ


แล้วนี่ ใครคิดอ่ะ ว่ามันสวย
ขอโทษเหอะค่ะ มู๋ตุ๋นปากเสีย
ทำไมยิ่งติด ยิ่งดูมัน"ราคาถูก"และ "ไม่มีคุณค่า" เลย
ติดแล้ว มันเสี่ยวจริงๆนะ

สวยอ่ะ มันสวยบ้าง แต่แบบ เพื่ออะไรอ่ะ
เพื่ออะไร ถามจริงๆ
นอกจากความสวยงามแล้ว เราได้อะไรจากไฟพวกนี้อ่ะ


อาจารย์ที่มหาลัย มู๋ตุ๋นบอกว่า
ทุกวันนี้ ไฟที่เราใช้อยู่ ส่วนหนึ่งเราต้องซื้อมาจากมาเล
เพราะเราไม่สามารถผลิตได้อย่างเพียงพอ

เห้ย เราเป็นเด็กมหาลัย เรายังรู้เลย
ทำไมผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง มันไม่คิดบ้างวะ

เปลืองงบ เข้าใจกันบ้างมั้ยเนี่ย
เอาเงินไปพัฒนาอย่างอื่นดีมั้ยอ่า

อย่างที่บอกอ่ะ ติดไฟส้มๆแทนก็ได้ นะพี่นะ ผมขอหล่ะ
ไม่งั้น เอางบไปปลูกต้นไม้ก็ได้ค่ะ ต้นใหญ่ๆน่ะ
ตัดกันบ่อยเชียว ตัดจนไม่มีต้นไม้จะเหลือให้ตัดอยู่แล้ว


จบแล้ว จบแบบเซ็งๆซะอย่างงี้หล่ะ



เอารูปมาให้ดูด้วยค่ะ
จริงๆมันดูเยอะกว่านี้มากๆเลยนะ
แต่ไม่มีปัญญาถ่ายมาให้ดูได้ ขออภัย


Photobucket - Video and Image Hosting


Photobucket - Video and Image Hosting


Photobucket - Video and Image Hosting


Photobucket - Video and Image Hosting





















 

Create Date : 20 มกราคม 2550    
Last Update : 20 มกราคม 2550 0:20:36 น.
Counter : 268 Pageviews.  

วิธี ทำลายหลักฐานรอยจูบ จุ๊ฟๆๆๆๆๆ

สวัสดีงามๆสิบทีค่ะ
อันเนื่องมาจากกระทู้ของคุณคิส กระทู้นี้
//www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L4963901/L4963901.html

ด้วยฟามรู้เท่าหางอึ่งที่มีติดตัวมาเนื่องจากประสบการณ์โชกโชน (โอเว่อร์โคตรๆ)

ทำให้ มู๋ตุ๋นนึกถึงวิธีที่เคยได้ยินมาจากเืพื่อนๆ และวิธีที่เคยใช้ในการทำลายหลักฐาน รอยจูบ หรือเรียกกันซื่อๆ ว่ารอยดูด จุ๊ฟๆๆๆๆ นั่นเอง

คงไม่ต้องบอกเนอะ ว่ามีกรรมวิธีในการสร้างรอยยังไง รู้ๆกันอยู่

ตำแหน่งไหนของร่างกาย ก็คงไม่ใกล้ไม่ไกล คอ กับ หน่มน๊มน่ะแหละ เนื้ออ่อนๆ น่าดูยิ่งนัก กึ๋ยยยย

เมื่อมีรอย มันก็ ต้องมีคนอยากรู้อยากเห็น ไอ้ที่จะมาใส่ผ้าพันคอ ก็ไม่ควร ที่นี่ปทท. ไม่ใช่เมืองนอก อย่าโอเว่อร์ฮ่ะ

ที่เคยเห็น หลายคนพยายามจะเนียนๆ เอาปลาสเตอร์มาแปะ โอ๊ว แม่เจ้า ใครที่ไหนก็ไม่เชื่อหรอกค๊าาาาาา

ว่าคุณไปโดนอะไรทิ่มคอมา ตอแหรรรร ชัดๆ
อย่าคิดจะแปะป๊าดสะเต๊อร์เร๊ยยยย มันส่อฮ่ะ

คิดได้ดังนั้น เราก็มาดู ทริกที่มู๋ตุ๋นเคยใช้ดีกว่านะ

อันเนื่องมาจาก ไอ้รอยพวกนี้เนี่ย มันคือ อาการช้ำเลือดใต้ผิวหนัง

มู๋ตุ๋นก็เลยอะแด๊พพพ ประคบน้ำแข็งก่อน ถูมันเข้าไปค่ะ เย็นเจี๋ยว สะจายมั่ก

จะแอบเอามาถูหลังก็ไม่ว่ากัน หึหึ จะมีเลิฟซีนต่อป่าววะเนี่ย

ต่อๆค่ะ อย่าหลุดฟีล

พอเริ่มเย็นๆ ชาๆ ได้ที่ มันเริ่มเปลี่ยนจากสีแดงๆช้ำๆ เป็นม่วงๆแล้ว

ก็เปลี่ยนเอา เหรียญบาท ที่แช่ไว้ในน้ำอุ่นจัด มาแปะไว้บนรอย รอยเล็กรอยใหญ่ อะแด๊พขนาดเหรียญเอาเองเจ้าค่ะ

ขั้นตอนต่อไป อาจจะดูโหด แต่จริงๆ แค่พอคันๆ

คือ เอา เหรียญนั่นแหละ ขูดเบาๆ แรงมากแรงน้อยตามความซาดิสม์ ขูดไปให้ทั่วๆรอยค่ะ เบาๆนะคะ เดี๋ยวมันแดงยิ่งกว่าเดิมแล้วจะยุ่ง

เบาๆค่ะ ทำไปเรื่อยๆ แป๊บๆ สลับไปกะการถูน้ำแ็ข็ง

ว๊าาววว มันยอดมาก ริ้วรอยจางลงอย่างน่าอัศจรรย์

หึหึ จางลงจริงงๆนะขอบอก เร็วด้วย

เสียเวลาไม่เกิน ครึ่งชั่วโมง ถ้ามีน้ำแข็งและ น้ำอุ่นจัดพร้อมอยู่แล้ว

หลังจากนี้ พักผิวค่ะ ให้มันหายช้ำซักหน่อย
อาจจะยังมีรอยจางๆบ้าง

คงไม่ต้องถึงขั้นใส่เสื้อคอเต่า ให้คอตุ่นนะคะ
เอาพอดีๆ ธรรมดาๆ แบบที่ไม่ผิดสังเกต

คือ พยายามอย่าให้มันดู แปลกไปจากปกติ
คุณผู้ชาย อาจจะ ใส่เสื้อ เชิ้ตมีปกนิดนึง ก็แค่อย่าไปเน้นให้มันเด่นน่ะ ทำได้มั้ยค๊ะ

ส่วนคุณผู้หญิง ก็ นะ อย่าโชว์ซักวันสองวัน คงไม่ตายหรอกค่ะ แนะนำเสื้อเชิ้ต มีปกอีกเช่นกัน ปิดได้ดีนักแล

แต่ท้ายที่สุดแล้ว

วันหน้าวันหลัง ก็อย่าลืมบอกคู่ คุณด้วยนะคะ ว่าอย่าเจือกดูดที่สูง ดูดต่ำๆเข้าไว้ปลอดภัยฮ่ะ

ถ้ามันยังเจือกอีก ตบหัวคว่ำ แล้วกัดจมูกมัน ให้หมดอารมณ์ไปเลย โห่ฮิ๊ววววว

/me ส่อจังเลยบล๊อกนี้ เผ่นดีกว่า




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2549    
Last Update : 24 ธันวาคม 2549 22:41:48 น.
Counter : 42530 Pageviews.  

ทำไม?

ทำไมเราต้องใช้ Hotmail เฮงซวยนี่อ่ะ ทั้งๆที่มันไม่เสถียรเลยให้ตาย

ตอบ เป็นเพราะ เราต้องใช้มันเพื่อ Msn Messenger

ตอนนี้ มันก็เอาเมลอื่นใช้กับ Msn Messenger ได้แล้วนี่นา

ก็ แค่ ไม่อยากให้ใครแอดมาอีกที น่ารำคาญจะตาย แอดกันไปแอดกันมา เห้อ

ไม่รู้สิ มู๋ตุ๋นเองไม่ได้รู้อะไรมากมายหรอกค่ะ
ในเรื่องเกี่ยวกับอินเตอร์เนต อะไรเทือกนี้

เป็นเพียง USER คนนึงเท่านั้นเอง

แต่เห็นแล้วมันรำคาญใจน่ะ

ที่ อะไรๆ ก็ดูจะูผูุกขาดกับไมโครซอฟไปซะหมด

น่าเบื่อ จริงๆนะให้ตาย




คงจะมีคนสงสัย
แล้วยัยนี่มันจะบ่นทำไมวะ

ใช้ก็ใช้วินโดวส์
ออฟฟิศ ก็ ไมโครซอฟ

บ่นทำ....อะไร

ก็อยากบ่นน่ะ

อยากใช้แมค

ไม่อยากยุ่งกับไมโครซอฟแล้ว เซ็งจิต
อาการพวกนี้มาจากหลายสาเหตุมากๆ

เอาที่เจอมากะตัวเลยนะคะ
-เข้าอีเมลตัวเองไม่ได้ เพราะ รหัสถูกเปลี่ยน

-เจอจอฟ้ามหาภัย จนต้องลงวินโดวส์ใหม

-เจอ เครื่องค้าง เป็นประจำ

เห้ยยย

อาไรกันนักหนา

นี่พอมันเปลี่ยนเป็นวินโดวส์ ลีฟ

เอาและ สเปซ ก็อัพไม่ได้ ต้องอัพกับ ตัว writer ซึ่งต้องโหลดมา

เฮงซวยอะไรว๊า

คอมเมนท์ก็ไม่ได้ เวรกรรมอะไรไม่รู้

ไม่อัพมันอีกแล้วววววว สเปซ

หันมาอัพที่บล๊อกนี่ล่ะ html ง่ายๆ

ฮึ๊ยย ขวางหูขวางตาจริงๆ

เมื่อไหร่คนรอบข้างจะใช้อย่างอื่นที่ไม่ใช่ไมโครซอฟวะ

กรูจะได้ไม่มีข้ออ้าง ที่จะต้องใช้ไมโครซอฟอีก

เอาล่ะ อย่างน้อย ตอนนี้ มู๋ตุ๋น ก็เลิกใช้ IE ได้อย่างนึงแล้วล่ะค่ะ

หันมาใช้ Firefox แทน

สบายบรื๋อ



ปล. บล๊อกนี้ จะทำให้คุณสังเกตเห็นว่า
จขบ.เป็นเพียงผู้ใช้ระดับล่าง ที่พอจะรู้จักการใช้ประโยชน์ จาก Utility ซึ่งมีมากมายใน คอมพิวเตอร์ เพียงน้อยนิด
ข้าพเจ้ายังอ่อนนัก โปรดให้อภัยข้าน้อยด้วย ที่ไม่ได้รู้อะไรลึกๆ จริงๆจังๆ

ดังนั้น อย่าประณามเลย ว่ายัยนี่มันโง่เอง ที่ไม่รู้จักใช้เทคโนโลยี คือ ป๋มบอกแล้วนะพี่ ว่าป๋มเป็นเพียงผู้ใช้เท่านั้นโว๊ยยยยย

ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เกิดหมั่นไส้ขึ้นมาเท่านั้นเอง ว่าทำไม อะไรๆ เอะอะๆ ก็ไมโครซอฟ msn




อย่าถือสาหาความกะคนอารมไม่ดีเลยนะ

เหนื่อยเปล่า !




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2549 23:23:33 น.
Counter : 231 Pageviews.  

1  2  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.