หัวใจดวงนี้ ไม่มีอะไรนอกจากความห่วงใยแก่ใครบางคน หัวใจดวงนี้ บางทีสับสน ก็เพราะใครบางคน ไม่เคยสนใจ หัวใจดวงนี้ บางทีหวั่นไหว ก็จะเป็นเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่ใครบางคน
Group Blog
 
All blogs
 

ตกงานอีกแล้ววววววววววววววววววววว

เพิ่งโดนปลดออกจากงาน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ของบริษัท โดนออกเป็นคนแรกเลยยยยยยย

ตอนนี้ต้องเป็นชาวเกาะ เกาะสามีกินอีกแล้วครับพี่น้อง 5555555555




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2555    
Last Update : 21 ตุลาคม 2555 1:36:47 น.
Counter : 473 Pageviews.  

My new job is sooooo easyyyyyy and better pay yeahhhhhhhhhhhh

ไปเริ่มงานใหม่มาได้ 2 วันแล้ว


ดีที่เราต้องทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานก่อน


เพื่อดูว่าเราต้องพาคนที่เราดูแล ไปไหน และต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน


วันแรกเริ่มงาน 8 โมงเช้า พอไปถีง


เราก็แนะนำตัวกะเพื่อนร่วมงานก่อน


แล้วก็ดูเรื่อง care plan, activities, daily plan.


สรุปว่าวันแรกไม่ได้ทำอะไรเลย พาคนไข้ไปมีตติ้ง


แล้วก็ไปฝึกงานที่โรงแรม จากนั้นก็กลับมาที่ออฟฟิช


แล้วก็มีมีตติ้งนิดหน่อยกะซุปเปอร์ไวเซอร์


จากนั้นก็เลิกงาน


วันที่ 2 ก็นัดกะเพื่อนร่วมงานอีกคน เพราะเค้าต้องเป็นคนไข้ไปรับเงิน


สวัสดิการ เราก็ไปกะเค้าด้วย จะได้รู้ว่าต้องเบิกเงิน


และลงบัญชีเงินเก็บไว้เป็น recorded ด้วย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ


เสร็จแล้วก็พาเค้าว่ายน้ำและชอปปิ้งซึ้ออาหาร และของใช้จำเป็นส่วนตัว


หมดเวลางานไปอีกวัน วันแรก 6 ชั่วโมง วันที่2 5 ชี่วโมง


โชคดีที่เราได้หยุดคริสต์มาสอีฟ กะคริสต์มาส


และก็วันที่ 31 และวันที่ 1 


แต่ว่าหลังจากปีใหม่ไปแล้ว เราก็ต้องอยู่เวรค้างคืนด้วย


สรุปว่า งานใหม่ง่ายแสนง่ายกว่างานเก่า 100 เท่า


แถมค่าแรงก็ได้มากกว่าด้วย ฮอล์ลิเดย์ก็มากกว่า


เจ้านายก็ไม่เรื่องมากด้วย ยังไงก็ได้


ตัวงานก็ไม่จำเจต้องทำอย่างเดิมทุกวันเหมือนงานเก่า


ได้ออกข้างนอกแทบทุกวัน ดีจัง สรุปว่าชอบงานใหม่มากกกกกกก 


ARK tenant working in his garden. ARK tenant being assisted with planning a holiday. ARK tenant preparing tea and coffee in his kitchen.







Free TextEditor




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2554    
Last Update : 21 ธันวาคม 2554 5:43:19 น.
Counter : 153 Pageviews.  

ยื่นใบลาออกล่ะ

หลังจากได้งานที่แคร์โฮมนี้เมื่อ 3 ปีก่อน 


เราก็คอยมองหางานอื่นอยู่ตลอดเวลา


แต่ดูๆแล้วไม่มีที่ไหนที่จะดีไปกว่าที่ทำอยู่


บางที่เงืนเดือนดีกว่า แต่บวกค่าเดินทาง


และเวลาแล้ว ทำให้จบลงด้วยการแย่กว่าเดิม


ก็เลยทนๆทำมาเรื่อยๆ ก็สนุกกับงาน และเพื่อนร่วมงานดี


จนเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว เห็นที่นึงที่เค้ารับสมัครงาน


เงินเดือนดีกว่าค่อนข้างมาก วันหยุดพักร้อนก็ได้มากกว่าตั้ง 13 วัน


ที่ทำอยู่ได้ปีละ 20 วัน ก็ถือว่าพอสมควร


แต่ที่ใหม่ได้ 33 วัน ทีทำงานก็ไกล้กว่า เดินทางสะดวกกว่าด้วย


ก็เลยลองสมัครดู ปรากฏว่าส่งใบสมัครไปแค่วันเดียวก็ได้รับการตอบรับ


และนัดให้ไปสำภาษณ์ สำภาษณ์ได้ 2 วันก็โทรมาบอกว่า


เราได้รับการคัดเลือก เราได้งานนั่นเอง


หลังจากนั้นเค้าก็ส่งรายละเอียดของการเป็นลูกจ้าง


และใบสัญญาการจ้างงาน  เราก็ปรึกษากะคุณผู้ชายที่บ้านว่า


จะคุ้มและจะดีกว่าทีทำอยู่รึเปล่า เพราะเวลาการทำงานน้อยลง 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์


แต่รายได้จะเท่าเดิมจากการทำงาน 38 ชั่วโมง


คุณชายเห็นว่าดีกว่าแน่นอน ทำงานน้อยลง แต่รายได้เท่าเดิม


ก็ถึอว่าโอเคอยู่น่ะ แถมฮอล์ลิเดย์ก็ได้มากกว่าตั้ง 13 วัน


ก็เลยโอเค เซ็นสัญญาแล้วก็ส่งกลับไป


ตอนนี้ก็รอการเรียกตัวเพื่อเรื่มงาน


เพราะว่าทางบริษัทจะต้องรอเช็คประวัติเราจากบริษัทที่เราทำอยู่ก่อน


และก็ต้องจากนายจ้างเก่าด้วย และที่สำคัญคือต้องเช็คประวัติอาชญากรด้วย


อันนั้ต้องเช็คกะกรมตำรวจ และอาจจะรอนานประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์แน่ะ


แต่ว่าเราผ่านการเช็คมาก่อนแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน


เราก็เลยให้หมายเลขอันเดิมไป คิดว่าคงจะเร็วขึ้น


การทำงานกะแคร์โฮม หรือการดูแลเด็ก และคนพิการที่นี่


คนดูแลจะต้องผ่านการเช็คประวัติก่อนทุกคนค่ะ 



งานที่ต้องทำ ก็ไม่ได้หนักเหมือนที่ทำอยู่ เพราะที่ทำอยู่ตอนนี้


เป็นผู้ช่วยพยาบาลอยู่วอร์ดที่ต้องเช็ดขี้ เช็ดเยี่ยวอยู่ตลอดเวลา


บางครั้งก็ต้องเป็นที่รองรับอารมย์ของคนไข้ที่งี่เง่า


แต่ทีใหม่นี่ ดูแลคนไข้ที่เป็นดาว์นซินโดม หรือว่ามีปัญหาทางจิตใจนิดหน่อย


คนไข้พวกนี้ต้องการอยู่อย่างอิสระ แต่ขาดความมั่นใจในการดูแลตัวเอง


และการออกสังคมในชีวิตประจำวัน


เราจะต้องอยู่ข้างเค้าให้ความช่วยเหลือในเรื่องชีวิตประจำวัน


เค้าสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เราก็คอยดูแลอีกทีว่าเค้าจะไม่ทำอะไร


ที่จะเกิดอันตรายแก่ตัวเค้าเอง และคนรอบข้าง


พาเค้าออกไปข้างนอก ชอปปิ้ง หรือว่าไปเรียนการฝึกหัดฝีมือต่างๆที่เค้าชอบ


หรือว่าพาเค้าไปดูหนัง ไปออกกำลังกาย


หากิจกรรมให้เค้าทำในชีวิตประจำวันโดยที่เค้าจะได้ไม่เบื่อ


คอยควบคุมและดูแลเรื่องยาที่เค้าจะต้องได้รับอย่างตรงเวลาด้วย


สิ่งที่ยากก็คงจะเป็นเรื่องจิตวิทยา


เพราะพวกนี้ถ้าเกิดบ้าขึ้นมา หรือว่าทำร้ายเราขิ้นมา เราก็อาจจะเป็นอันตรายได้เหมือนกัน


แต่ว่าเค้าจะมีคอร์สอบรมให้เราเรียนรู้ในการป้องกันตัว


แต่ไม่ใช่ว่าไปต่อสู้กะเค้าน่ะ แค่ว่าป้องกันตัวเองและหลีกเลี่ยงจากการถูกทำร้ายจากเค้า


ถ้าเค้าชอบเราก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าคนไข้เค้าไม่ได้ชอบเรา


หรือไม่อยากให้เราดูแลเค้า เราก็ปรึกษากะซีเนียร์เราได้



ตอนนี้ก็เลยทำหนังสือยื่นใบลาออกจากที่เก่าเรียบร้อยแล้ว


เพื่อนร่วมงานก็แสดงความยินดีด้วยที่ได้งานใหม่


แต่บอกว่ายังไงก็ไม่อยากให้ออกเลย


พยาบาลก็บอกกะเราว่า ไม่ได้เราออกไม่ได้ ไม่ให้ออก


ถ้าออกจะแกล้งทุกวันเลย อีกคนก็พูดแต่เรื่องร้ายๆ


เกี่ยวกับการทำงานกะคนไข้ประเภทนี้


เราก็ฟังไป นึกในใจไป ขำไปด้วยว่า นี่จะพยายามให้ฉันเปลี่ยนใจเหรอ


ไม่มีวันซะล่ะ ยังไงก็ขอออกไปลองดูด้วยตัวเองก่อนละกัน


ถ้ามันแย่อย่างนั้นจนทำไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยว่ากันใหม่


แต่เค้าก็บอกว่า ยังไงเธอก็กลับมาที่เก่าได้อยู่แล้วล่ะ


เลยบอกเค้าไปว่า ยังไงก็คงไม่กลับมาที่เก่าหรอกค่ะ


เพราะถ้าเรามีความสุข หรือรักงานนี้จริงๆ เราก็คงไม่หางานใหม่หรอก


และถ้าทำไม่ได้จริงๆ ทีนี้ล่ะ จะทำความฝันให้เป็นจริงซะที


คืออยากมีร้านนวดไทยเป็นของตัวเองน่ะค่ะ


แต่ว่ายังไม่ได้ไปเรียนนวดที่ไหนเลย ยังไม่ได้กลับบ้าน


คิดว่าถ้าถึงวันนึงที่คิดว่าพอแล้วกับการทำงาน


ก็คงไปเรียนนวดไทย แล้วกลับมาเปิดร้านนวดไทยที่นี่ดีกว่า


ตอนนี้ที่ยังไม่ทำ เพราะว่า ยังไม่แน่ใจในสถานะภาพการเงินของตัวเอง


เพราะว่าเรายังต้องส่งลูกเรียนมหาลัยที่นี่อยู่


ถ้าทำนวด เราจะมีรายได้ไม่แน่นอน ไม่รู้ว่าจะดีกว่า หรือว่าจะแย่กว่า


ตอนนี้ก็เลยทำงานที่มีรายได้ประจำไปก่อนดีกว่า


แต่ถ้าเราไม่ชอบงานใหม่ เราก็คงกลับบ้านไปเรียนนวด


แล้วกลับมาทำเป็นรายได้พิเศษที่นี่ จนกว่าลุกจะเรียนจบ


แล้วค่อยทำเป็นจริงเป็นจังอีกที









Free TextEditor




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2554 21:37:43 น.
Counter : 242 Pageviews.  

เฮ้ย นี่เราทำงานแคร์มาได้ตั้งเกือบ 3 ปีแล้วหรือเนี่ย

คิดว่าจะแค่เข้ามาลองทำดู จนกว่าจะได้งานใหม่ที่ถูกใจกว่า


เผลอแป็บเดียว เกือบจะ 3 ปีแล้วเนี่ย งานใหม่ก็ยังหาอยู่เรื่อยๆ


บางงานก็ได้ แต่ไม่เอาเพราะท่าทางไม่ได้ดีไปกว่างานทีทำอยู่


แถมต้องทำเสาร์ อาทิตย์ตลอดด้วย


งานที่ทำอยู่จะทำเสาร์อาทิตย์ สลับกันไป ทำเสาร์นี้ หยุดเสาร์หน้าอะไรประมาณนั้น


บางงานสมัครไว้ จนลืม ก็ไม่เคยได้เรียกตัวเลย



ตลอดเวลาที่ทำงานมา ก็ได้ผ่านการอบรมเข้าคอร์สต่างๆมากมาย


ใบประกาศจะล้นแฟ้มอยู่แล้ว แต่เงินเดือนไม่ได้ดีขึ้นน่คะ


ยังเหมือนเดืมคะ จนบางครั้งก็โมโหเหมือนกันว่านายจ้างช่างเอาเปรียบคนงานอะไรอย่างนี้


ยิ่งโดยเฉพาะวันไหนคนงานไม่พอ เราก็ต้องทำงานด้วยใจ


ต้องทำมากขึ้น เร็วขึ้น เพราะสงสารคนไข้ที่ยังนอนจมขี้จมเยี่ยวอยู่


ทำงานเพิ่มขั้นเท่าตัว แต่ไม่ได้ได้เงินพิเศษอะไรเลยน่ะ


บางครั้งยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น หางานใหม่ดีกว่าเรา


แคร์โฮมอื่นเค้าให้เงินเดือนมากกว่านี้อีก แต่สุดท้ายก็ได้แต่บ่น


พอกลับถึงบ้านก็ลืม ได้นอนพักหายเหนือย ก็กลับไปทำงานต่อ


อาจจะเป็นเพราะเราอยู่มานานก็เป็นได้ ตอนนี้ถ้ามีพนักงานใหม่มาที่ยูนิตเรา


พยาบาลก็จะให้เราเป็นคนเทรนงานให้คนใหม่ด้วย


ซึ่งจริงๆแล้วเราไม่ค่อยชอบทำเท่าไหร่ เพราะจริงๆแล้วมันไม่ใช่หน้าที่เรา


ที่จะต้องไปเทรนงานให้เค้า มันเป็นหน้าที่ของพยาบาลและซีเนียร์มากกว่า


แต่ว่าพยาบาลและซีเนี่ยร์เรา โคตรรรรรรรรจะขี้เกียจเลย


ไม่เคยเข้ามาช่วยพวกเราเลย บางครั้งเราโมโหก็มีแอบรายงานผู้จัดการเหมิอนกัน


ก็จะดีขึ้นมาสักอาทิตย์ 2 อาทิตย์ แล้วก็เหมือนเดิม น่าเบื่อ



บ่นมาเยอะล่ะ วันนี้มาดูรูปที่พาคนไข้ไปขี้นเครื่องบินเล็กกันดีกว่า


ถ่ายจากมือถือน่ะเนี่ย ถือว่าไม่เลวเลย บีบี ลูกรักของแม่


ความจริงแล้วมันไม่ง่ายเลยน่ะ ที่จะย้ายคนไข้ที่เดินไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเอง


หรือขยับแขนขาตัวเองก็ไม่ได้ แล้วต้องยกเขาเข้าไปในเครื่องบินเล็ก


อีกอย่างคนไข้คนนี้ค่อนข้างสูงด้วย ห้องนั่งก็เลยดูแคบไปสำหรับเค้า


แต่ก็น่ะ เค้ามีความสุขที่ได้ทำอะไรสักอย่างในชีวิตทั้งๆที่พิการ


ก็ถือว่าโชคดีสุดๆแล้วที่เกิดมาในประเทศนี้ ถ้าเป็นบ้านเราเหรอ


คงนอนเป็นผักกันอย่างเดียวเลยแหละน่ะ


มาดูรูปกันดีกว่า


Photobucket

คนนี้เป็นคู่หมั้นของเค้าคะ ชื่อ อลิซาเบท โคตรจะสกปรกเลย (มีแอบนินทาด้วยวุ้ยเรา)


Photobucket

 ทางสถานที่ต้องวิ่งไปหาเครื่องยกมาให้ รอกันเป็นชั่วโมงเลย


Photobucket

กว่าจะเข้าไปนั่งได้ ลำบากมากเลยรู้มั้ย สงสารคนไข้มากกว่า เพราะว่าเค้าไม่ได้นั่งสบายเลย แถมนี่งอยู่ในนี้นจนกว่าเครื่องจะออกก็เล่นเอาครึ่งชี่วโมง นั่งในนี้นตอนขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครื่งชี่วโมง แถมยังมีปัญหาตอนเอาเค้าออกจากเครื่องอีก เหนื่อยกันไปตามๆกันเลยแหละ อ้อแต่ว่าอีนังคู่หมั้นไม่ได้ทำอะไรเลยน่ะ ยืนหัวเราะอย่างเดียว


Photobucket

 คนนี้เป็นออแกไนซ์เซอร์ชื่อสก็อต 


Photobucket

เอาล่ะ ท่าทางจะแฮปปี้ดีน่ะ


Photobucket

Photobucket

สำรวจความเรียบร้อยอีกที


Photobucket

เตรียมบินแล้วค่ะ


Photobucket

ไปโลดเล้ย ความจริงถ่ายวิดีโอไว้ด้วย แต่ขี้เกียจอัพ ดูแค่นี้แล้วจินตนาการกันเอาเองละกันน่ะ ไปล่ะ บาย 



Free TextEditor




 

Create Date : 18 กรกฎาคม 2554    
Last Update : 18 กรกฎาคม 2554 3:39:21 น.
Counter : 229 Pageviews.  

ลาพักหนาวค่ะ ช่วงนี้เลยว่างมานั่งบ่น

ไม่น่าเชื่อเลยว่า เราทำงานแคร์มาตั้ง 2 ปีกว่าแล้วหรือเนี่ย


จะว่าสนุกกะงานไหม มันก็สนุกน่ะ บางวันก็เบื่อมากๆ


ส่วนมากจะเบื่อเรื่องเพื่อนร่วมงานมากว่า เพราะบางคนก็ดีแต่พูดมาก


แต่งานไม่ค่อยจะได้ ชอบแต่คอยรายงานเอาหน้ากะพยาบาล


บางคนก็ดีแสนดี ทำจนลืมกินข้าวกินปลา ดูแลคนไข้อย่างกะลูกเต้าตัวเอง


ทั่งหอม ทั้งกอด ทั้งร้องเพลงให้ฟัง แต่ว่าป้าจ๋าาาาาาาาาา


คนไข้ไม่ได้มีคนเดียวนะจ๊ะ แล้วหนูก็หิวข้าวเหลือเกินเนี่ย


นี่มัน 11 โมงกว่าแล้วน่ะ ข้าวเช้าหนูยังไม่ได้ทานเลยค่ะ


จนหนักๆเข้า เราต้องคอยบอกแกว่า ไปพักอาหารเช้าก่อนดีกว่า


เพราะถ้าเราคอยตามแก ข้าวเช้าก็กลายเป็นข้าวกลางวัน


ส่วนช้าวกลางวันก็กลายเป็นข้าวเกือบเย็น


แล้วก็ใช้เวลานานมากกกกกกกกกกก ก็คนไข้ 1 คน อาบน้ำแต่งตัวคนไข้ตนนึง


ป้าเล่นเป็นชั่วโมงกว่าเลย คนไข้คนอื่นก็นอนจมขี้จมเยี่ยวรออยู่นั่นแหละ


ถ้าครอบครัวเค้าไม่เข้ามาเยี่ยมก็ไม่เป็นไรหรอก


แต่บางทึ ครอบครัวคนไข้มาเยี่ยม แล้วเห็นสภาพคนไข้อย่างนั้น


เค้าก็คอมเพลนเอาซิจ๊ะ เราเห็นว่าป้าแกใช้เวลานานเกินไปต่อคนไข้ 1 คน


เราก็เลย ต้องเป็นคนนำการทำงานซะเอง ป้าแกก็ชอบมากระแนะกระแหนเราว่า


ช่างบอสสี้เหลือเกิน แต่พอเราไม่บอกว่าทำอะไรเมื่อไหร่


แกก็จะคอยมาถามอยู่เรื่อย ว่าจะทำอะไรต่อไป ยังไง ใครก่อนใครหลัง


แต่สรุปว่า เราก็รักกันเหมือนคนในครอบครัว เพราะว่าต้องทำงาน 12 ชั่วโมงต่อวัน


บางทีมีอะไรขัดใจกัน หรือว่าความคิดเห็นต่างกัน เราก็จะมาพูดคุยกัน


ความเห้นของใครดีกว่า และถูกต้องกว่า เราก็จะเอาตามนั้น


เพื่อนร่วมงานอีกคนเป็นฟิลิปปินส์ คนนี้ก็มีความสุขจริงๆ


ร้องเพลงได้ตลอดทั้งวัน ชอบอยู่แต่ในโลกของตัวเอง


ไม่คอ่ยฟังหรอกว่า เพื่อนร่วมงาน เค้าคุยเรื่องอะไรกัน


แล้วก็มาคอยถามอยู่ตลอด ส่วนเพื่อนร่วมงานอีกคน เป็นฝรั่ง แต่แต่งงานกะคนปากี


ยายคนนี้เป็นคนที่หยุดพูดไม่ได้ เดี๋ยวท้องคงอืด


หล่อนจะพูดตั่งแต่เริ่มเข้ามาถึงที่ำงาน เล่าเรื่องส่วนตัวให้เพื่อนร่วมงานฟัง


เริ่มต้นก็เรื่องสามี แล้วก็เลยไปเรื่องลูกส่าว แล้วก็หลานสาว แล้วก็พ่อ แม่


ญาติพี่น้อง บางวัน เราต้องหนีไปนั่งห่างๆ เพราะว่า เสียงที่มันเข้าหูเรา


มันทำให้เราเริ่มปวดหัว อีกอย่างตอนเช้าๆ เพิ่งเข้าเวรยังไม่อยากได้ยินอะไรทั้งสิ้น


เพราะเราต้องรอรับรีพอร์ทจากซีเนียร์ ก่อนว่า เกิดอะไรชึ้นบ้างกะคนไข้แต่ละคน



ดือนมีนาเป็นเดือนสุดท้ายของการลาพักร้อนต่อปี แล้วก็จะเรื่มนับ 1 ใหม่เดือนเมษา


เดือนนี้เรายังเหลือพักร้อนอีก 5 วัน ความจริงแล้วเรียกพักร้อนมันไม่ถูกหรอกน่ะ เราว่า


ควรจะเรียกว่าพักหนาวมากกว่า เพราะว่าเดือนมีนาแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าหนาวมากอยู่เลย


พักหนาวเที่ยวนี้ 3 วัน รวมวันหยุดของการเข้าเวรด้วยก็เป็นอาทิตย์นึง


ยังเหลืออีก 2 วัน บุ๊คไว้แล้วตอนสิ้นเดือน รวมเวรหยุดด้วย ก็เป้นอีกอาทิตย์นึง


สรุปว่าเดือนนี้จะทำงานแค่ 2 อาทิตย์เอง แต่เราไม่เห็นรู้สึกอย่างนั้นเลย


อยากจะหยุดมันทั้งเดือนมากกว่า ทั้งที่หยุดอยู่บ้านก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักหน่อย


อย่างดีก็ออกไปทำอะไรกินกันกะน้องๆ เพื่อนๆคนไทยที่นี่


ยิ่งหยุด ก็ยิ่งขี้เกียจ อยากออกไปไหนมี่ง อากาศก็สุดแสนจะน่าสมเพศ


คิดว่าอากาศน่าจะเริ่มดีขึ้นมาหน่อย แต่พยากรณ์อากาศบอกว่า


จะมีหิมะตกอีกแล้วในวันพรุ่งนี้ และอากาศจะลดลงเหลือ -6 องศาอีก


แม่เจ้าโว้ยยยยยยยยยยย จะหนาวกันไปถึงไหน


ทำไมพระอาทิตย์ที่นี่มันถึงขี้เกียจทำงานนักหนา



วันนี้เพื่อนที่ทำงานซี่งเป็นคนฟิลิปปินส์ส่งข้อความมาบอกตอนเช้าว่า


แม่ของเธอซื่งป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล อาการแย่มากเลย


ไม่สนองตอบอะไรทั้งสิ้น เราก็ส่งข้อความตอบกลับไปปลอบใจ


พอตอนบ่ายเธอก็ส่งข้อความมาอีกว่า แม่ของเธอเสียชีวิตแล้ว



เพื่อนฟิลิปปินส์คนนี้ เป็นคนร่าเริงมาก ชอบร้องเพลง ชอบเต้น


อายุก็อ่อนกว่าเราปีนึง เค้าบอกว่าเค้าเห็นเราครั้งแรก เค้าชอบเรามาก


และพอได้คุยกัน เค้ายิ่งรักเรามากขึ้น เค้าคิดกะเราเหมือนเราเป็นพี่สาวเค้าแท้ๆ


เค้าจะคอยซื้อขนม ซื้อของมาฝากอยู่เรื่อย


เค้าแต่งงานแล้วกะฝรั่งที่นี่ แต่ตอนนี้มีปัญหาโดนสามีทำร้ายร่างกาย


ก็เลยกำลังทำเรื่องหย่า พวกเราก็คอยช่วยเป็นกำลังใจให้เธออยู่เสมอ


ไม่รู้ว่าเธอต้องกลับบ้านไปทำงานศพแม่เธอรึเปล่า


เพราะว่าวีซ่าของเธออนุญาติให้เธอออกประเทศได้ 90 วัน


แล้วเธอก็ใช้มันไปหมดแล้ว เธอกังวลว่าเธอจะไม่ได้กลับบ้านไปงานศพแม่


นี่ยังไม่รู้เลยว่าเธอจะทำยังไง


 ไม่น่าเชื่อเลยว่าเราจะบ่นได้เรื่อยเปื่อยอย่างนี้ จริงๆแล้วบ่นฆ่าเวลาน่ะ


รอคุณชายกลับบ้าน แล้วจะได้เรื่มทำกับข้าว


วันนี้มีกับข้าวเก่า ผัดกระเพราไก่ เดี๋ยวก็ไข่เจียวแนบไปด้วยก็พอ



เฮ้อ ไม่รู้ว่าเราจะคุยเรื่องงาน หรือ เรื่องเพื่อนกันแน่เนี่ย


รุ้แต่ว่าตัวเองไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว ทุกอย่างมันน่าเบื่อไปหมด


อากาศก็ไม่ดี งานก็น่าเบื่อ แต่ก็ไปไหนไม่ได้ ต้องรอให้ลูกสาวเรียนจบมหาลัยก่อน


นี่ก็เพื่งปี 1 เอง เหลืออีกตั้ง 3 ปีกว่า กว่าจะจบ


แล้วเราจะทนได้ถึงป่านนั้นรึเปล่าก็ไม่รู้Smiley






Free TextEditor




 

Create Date : 09 มีนาคม 2554    
Last Update : 9 มีนาคม 2554 2:32:53 น.
Counter : 154 Pageviews.  

1  2  

Bopeep
Location :
กรุงเทพฯ United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เกิดวันพระ ราศีมีน เลือดกรุปบี
เป็นแม่ของลูก 2 คน เป็นย่าของหลานสาว 1 คน
อยู่สก๊อตแลนด์มาสิบกว่าปีแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะอยู่อีกนานเท่าไหร่
รักเมืองไทย รักในหลวง รักพ่อแม่พี่น้องที่เมืองไทยทุกคน
คิดถึงทุกอย่างที่เกียวกับเมืองไทย ยกเว้นนักการเมืองจอมโคตรโกงและโกงทั้งโคตรทั้งหลาย
รักการท่องเที่ยว รักความยุติธรรม เกลียดคนเห็นแก่ตัว
และเห็นแก่ได้ทั้งหลาย
รักการทำอาหาร รักสวยรักงาม ยังบ้าตามแฟชั่นอยู่เลยทั้งที่ตั้งใจไว้ว่า
ถ้าอายุ 40 เมื่อไหร่ จะแต่งตัวให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
นี่ก็ 47 แล้ว ยังอดแต่งตัวตามแฟชั่นไม่ได้ซะที
เขึยนบล๊อคนี้เพื่อเป็นเป็นไดอารี่ให้กับตัวเอง ว่าทำอะไรบ้างในชีวิตที่ผ่านมา
มีอะไรเกิดขึ้นในชีวิต และคิดอย่างไรกับชีวิตในขณะนั้น
เก็บไว้ดูความเปลี่ยนแปลงกับชีวิตตัวเอง
Friends' blogs
[Add Bopeep's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.