หัวใจดวงนี้ ไม่มีอะไรนอกจากความห่วงใยแก่ใครบางคน หัวใจดวงนี้ บางทีสับสน ก็เพราะใครบางคน ไม่เคยสนใจ หัวใจดวงนี้ บางทีหวั่นไหว ก็จะเป็นเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่ใครบางคน
Group Blog
 
All blogs
 

เที่ยวเมือง Scarborourgh England ค่ะ

ทริปนี้ความจริงไปมาตั้งแต่เมื่อเดือนกันยาปีที่แล้ว แต่เพราะว่ามัวแต่ไปลั้นล้าอยู่บล๊อคอื่น จนลืมไปว่า ไม่เคยได้อัพเดทบล๊อคแก็งค์เลย ก็เลยต้องเข้ามาอัพซะหน่อย ก่อนที่บล๊อคมันจะหมดอายุ 555


เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่อังกฤษค่ะ ส่วนตัวไม่ได้อยู่อังกฤษหรอกค่ะ แต่อยู่สก็อตแลนด์ ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงค่ะ แบบขับรถกันมาเรื่อยๆ ชิว ชิว จอดแวะตามทางกินข้าวมั่ง แวะเที่ยวที่อื่นก่อนมั่ง ทริปนี้ประทับใจค่ะ ชอบเมืองนี้มากค่ะ




ชายหาดหน้าโรงแรมคะ รูปนี้ถ่ายจากห้องอาหารของโรงแรม วันแรกที่เราไปถึง



ด้านหน้าของโรงแรมที่เราพักกันค่ะ โรงแรมนี้มีประวิติที่ยาวนานมาก สร้างมา 2 หรือ 300 กว่าปีแล้ว เค้ามีรูปเก่าๆ สมัยโบราณติดตามผนังไว้มากมายเลยค่ะ 



เราชอบถ่ายพวกตึกรามบ้านช่องค่ะ เราว่ามันสวยมีเอกลักษณ์ของตัวเองดี


















แค่นี้ก่อนน่ะค่ะเพื่อนๆ จะพยายามเข้ามาอัพบล๊อคให้บ่อยมากขึ้นค่ะ 




 

Create Date : 18 มกราคม 2556    
Last Update : 18 มกราคม 2556 5:02:44 น.
Counter : 728 Pageviews.  

น้ำตาไหลไม่รู้รู้ตัว เมื่อได้อ่านข้อความนี้

 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเล่าถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า ทรงประชวรอยู่ที่รพ.ศิริราชมาเป็นเวลา 2 ปีเศษ โดยที่อาการแรกรับเมื่อ 2 ปีนั้นเป็นเพราะว่าปอดอักเสบ และพอรักษาปอดอักเสบหาย ก็ปรากฏว่าทรงพระดำเนินหรือทรงเดินไม่ได้ ตอนแรกคิดว่ากล้ามเนื้อลีบ หรือฝ่อ ก็ทำกายภาพบำบัดหลายอย่าง จนกระทั่งคุณหมอมาตรวจอีกที พบว่าน้ำในพระสมองมีมากเกินไปซึ่งจะไปกดระบบประสาททำให้การเคลื่อนไหวไม่สะดวก ก็ถวายผ่าตัดเพื่อเอาน้ำออกจากสมอง โดยการเจาะจากไขสันหลัง ดูดน้ำออกจากสมองออกบางส่วนไปทิ้งในช่องท้อง และท่านก็ทรงพระสำราญมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้
       ข้าพเจ้าตอนนั้นไปเยี่ยมคนที่ประสบอุทกภัยที่ จ.อยุธยา พอกลับมา พยาบาลก็รีบมาตามตัวข้าพเจ้าให้รีบไปดูพระเจ้าอยู่หัวหน่อย ว่าพระเจ้าอยู่หัวถ่ายเป็นเลือดประมาณ 800 ซีซี ความดันตกมาก อยู่ในภาวะทรงช็อคไม่รู้สึกพระองค์ ตอนนั้นเขาก็กำลังถ่ายเลือด และสารอาหารทางเส้น อันนี้ที่เลือดออกจากในกระเพาะและลำไส้ หมอสันนิษฐานว่าเป็นเพราะทรงกังวล ข้าพเจ้าจึงถามพยาบาลว่าทรงทำอะไรบ้างในวันสองวันนี้ ก็ปรากฏว่าท่านทรงดูข่าวน้ำท่วม อันนี้แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าอยู่หัวท่านรักประชาชนเหมือนลูกเหมือนหลาน ทรงเป็นห่วงเป็นใย ท่านเป็นคนไม่ค่อยรับสั่ง ท่านรับสั่งน้อย แต่อาการที่แสดงออกคือทางร่างกายท่าน พอเพียบขึ้นมาก็เกิดอาการเลือดออกในกระเพาะ และลำไส้ แต่ขณะนี้แพทย์ได้ถวายการรักษาจนทรงเป็นปกติแล้ว แต่ที่มาเล่าให้ฟังนี่ ข้าพเจ้าเองยังซาบซึ้งเลยว่าท่านป่วยอยู่ ท่านยังห่วงราษฎรถึงเพียงนี้
       สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถก็เช่นกัน ทรงตื้นตันทรงห่วงราษฎรตลอดเวลา ทรงติดตามข่าวทั้งทางโทรทัศน์ ทั้งทางวิทยุ อยู่เสมอ และทรงถามข้าพเจ้าเรื่องที่ข้าพเจ้าออกมาเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยต่างๆ จะเห็นได้ว่า ทั้งสองพระองค์ประทับอยู่ศิริราชก็จริง แต่พระทัยอยู่กับราษฎรทุกคน ถ้าใครรู้สึกซาบซึ้งในน้ำพระทัย ก็ขอเพียงแต่ให้อธิษฐานในใจเท่านั้นว่า ขอให้พระเจ้าอยู่หัวทรงพระชนมายุยืน และทรงพระสุขภาพพลานามัยดี แค่คิดแค่นี้ ข้าพเจ้าถือว่ากำลังใจของท่านทุกคนจะถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และจะทรงได้กำลังใจจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก
       นอกจากนี้ ยังทรงย้ำให้ราษฎรที่ประสบอุทกภัยมีความอดทน มีระเบียบวินัย โดยทรงยกตัวอย่างที่ดีของคนญี่ปุ่นที่ประสบปัญหาสึนามิและไม่กักตุนของจำเป็นจนคนอื่นลำบาก




ขออธิษฐานให้บุญกุศลที่ลูกได้ทำไว้ในชีวิต ขออุทิศให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


และขอคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก


ช่วยปกป้องและคุ้มครองพระองค์ให้มีพระพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์


ด้วยเทอญ สาธุ 









Free TextEditor




 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2554 22:38:53 น.
Counter : 238 Pageviews.  

ได้งานใหม่แล้วค่ะ

ผลของความสะเพร่าเมื่อวันก่อน เรื่องสมัครงาน


ทำให้รู้สึกเศร้าซืม และเกลียดตัวเองไป 2 วัน


รอจนถึงเช้าวันจันทร์ก็รีบโทรไปหาคนที่เค้านัดสำภาษณ์


เค้าถามถึงเหตุผลของการไม่โทรมาคอนเฟิร์มเรื่องสำภาษณ์


เราก็เลยแหลไปว่า ไปรษณีย์ส่ง จดหมายผิดบ้านเลขที่


เราเพิ่งได้รับจดหมายจากคนข้างบ้านเมื่อวันศุกร์เอง


ถ้ายังไงขอโอกาศให้เราได้สำภาษณ์งานได้ไหม


เค้าก็เลยบอกว่าเราสะดวกเมื่อไหร่ เราก็บอกว่าพรุ่งนี้ ได้ไหม


เค้าบอก เค้าต้องไปสำภาษณ์งานที่เขตอื่น งั้นเค้าจะส่งจดหมายนัดมาใหม่ละกัน


เราก็คิดว่าถ้าเป็นอย่างนั้นเค้าอาจจะไม่ส่งจดหมายให้เราก็ได้


ก็เลยถามไปว่า งั้นเราไปสำภาษณ์วันนี้ได้ไหม


เค้าบอกว่างั้นขอดูตารางก่อน แล้วก็บอกว่า


เค้าสามารถเอาเราแทรกเข้าได้ตอนบ่ายโมง


เราก็เลยโอเค ตกลงไปก่อน ทั้งๆที่ตัวเองก็มีคอร์สเข้าอบรมตอนบ่ายครึ่ง


เราบอกกะซีเนียร์ว่าเราจะลาพักกลางวันตอนเที่ยงครื่งน่ะ


แล้วก็จะกลับมาเข้าอบรมเลย ซีเนียร์ก็ไม่ได้ว่าอะไร


เรารีบขับรถไปที่ที่สำภาษณ์งาน ไปถึงก่อนเวลา 10 นาที


เค้าให้นั่งรอแป็ปนึง เค้าบอกขอเตรียมเอกสารก่อน


เราเข้าไปสำภาษณ์งานทั้งๆที่ยังอยู่ในยูนิฟอร์มของที่ทำงาน


เค้าก็เริ่มสำภาษณ์ต่างๆ เรารู้สึกประหม่านิดหน่อย


ทำให้ปากแห้ง แล้วก็ลืมคำพูดที่สำคัญหลายคำ


เสร็จจากสำภาษณ์ รู้สึกผิดหวังกะตัวเองนิดหน่อย


เพราะคิดว่าเราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ หลังจากนั้นก็รู้สึกไม่ดีไปอีกทั้งคืนเลย



เราสำภาษณ์งานไปเมื่อวันจันทร์ งานหยุดวันอังคาร พุธ


เช้าวันพุธ เรายังนอนอยู่ที่เตียงอยู่เลย


กำลังคุยโทรศัพท์กะซะมีอยู่ก็มีสายแทรกเข้ามา


เห็นเบอร์โทรเป็นเบอร์ที่สำภาษณ์งานใหม่ ก็เลยรับสายก่อน


เค้าบอกว่า ยินดีด้วยน่ะ คุณได้รับการคัดเลื่อกงานนี้


เราก็เลยบอกขอบคุณ แล้วก็ถามรายละเอียดเรื่องการเข้าเวร


หลังจากนั้นก็มานั่งคิดว่า นี่เราจะออกจากงานเก่าเหรอ


โทรหาซะมี บอกเค้าเรื่องที่เราได้งานใหม่


เค้าถามเราว่า ทำไมเสียงเราไม่ตื่นเต้นเลยล่ะ


เพราะเค้าเห็นเรากังวลมาก เรื่องผิดนัดสำภาษณ์ และหลังจากการสำภาษณ์


เค้าบอกว่า เราน่าจะดีใจน่ะ เราก็คิดว่า เราก็น่าจะ น่ะ


แต่ทำไมไม่ดีใจ ไม่ตื่นเต้นก็ไม่รู้ แต่ยังไงก็คิดว่า


คงออกจากงานเก่าแหละ ทำมา 3 ปีเต็มๆ


ได้ประสบการณ์ในการทำงานมากมาย


เพื่อนๆ ที่ทำงานก็น่ารักกันทุกคน


เฮ้อ..........ยากที่สุดก็คงเป็นตรงที่ต้องเขียนหนังสือลาออก


และเหตุผลของการลาออก  






Free TextEditor




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2554 3:17:54 น.
Counter : 290 Pageviews.  

ทำไมถึงสะเพร่าอยางนี้น่ะเรา

สมัครงานไว้ที่นึง ได้รับจดหมายเรียกเชิญไปสำภาษณ์


ดีใจมากกกกกกกกก ไม่ได้อ่านรายละเอียดให้ดี


ดูแค่ว่า สัมภาษณ์เมื่อไหร่ ที่ไหน กี่โมง แค่นั้นแหละ


ไม่ได้โทรไปคอนเฟิร์มเค้าว่าเราตกลงสำภาษณ์หรือไม่


ถึงวัน ถึงเวลา ก็ไปตามนัดหมาย


ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ที่ออฟฟิชเลย


กลับมาอ่านจดหมายอีกที


เค้าบอกว่าให้โทรคอนเฟิร์มก่อนมา 1 วัน


แถมยังขีดเส้นใต้ไว้ด้วยน่ะ


แต่ไม่อ่านดูให้ละเอียด ให้ดี ให้รอบคอบ


สรุปว่าเสียงานไป 1 งาน ต้องจมปลักอยู่กะที่เดิมอีกต่อไป


เจ็บใจตัวเองสุดๆเลย ทำไมถึงโง่ และไม่รอบคอบเลย


แถมยังพาลไปด่าคนไกล้ตัวอีกว่า


เค้าก็อ่านจดหมายเหมือนกัน แล้วทำไมไม่บอกเราล่ะ


ว่าต้องโทรไปคอนเฟิร์มก่อนน่ะ ทำไมไม่เตือนเรา


เค้าก็ว่าเราว่าแล้วเราทำไมไม่ดูให้ดี นี่มันเป็นธุระของเราเองน่ะ


มันก็จริงอย่างเค้าว่าน่ะแหละ อ้าวแล้วนี่กูจะมีคู่ชีวิตไว้ทำไมเนี่ย 


ถ้าเรื่องแค่นี้ยังดูแลกันไม่ได้ แล้วเรื่องใหญ่ๆ จะดูแลกันได้ไหมเล่า


Smiley เที่ยวโทษคนอื่นไปเรื่อย ทั้งที่เป็นความผิดของตัวเอง 



Free TextEditor




 

Create Date : 28 ตุลาคม 2554    
Last Update : 28 ตุลาคม 2554 22:38:51 น.
Counter : 218 Pageviews.  

A day out in Edinburgh

วันนี้เอาของไปให้ลูกสาวที่เรียนอยู่มหาลัย Edinburgh 

ทำข้าวมันไก่ไปให้ลูกด้วย เห็นลูกกินอยางเอร็ดอร่อยแล้วมีความสุขจัง

ก่อนกลับบ้านเราเลยขับรถไปเที่ยวที่ทำเนียบรัฐบาลของสก็อตแลนด์

เพราะคุณชายเค้ายังไม่เคยไป เราเคยไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อนกะพ่อ

ตอนนั้นพ่อมาเที่ยวอยู่ด้วย 2 เดือน 

แต่ว่าไม่ได้เข้าไปข้างใน เพราะพ่อเค้าแก่แล้ว 

ไม่อยากให้เค้าเดินมาก

ไปดูรูปดีกว่า



Photobucket




หาที่จอดรถกันก่อน




Photobucket




เห็นเขาที่เห็นข้างหลังรึเปล่า นี่แหละ เราจะเดินกันไปที่ยอดเขา


Photobucket


ศึกษาเส้นทางก่อนค่ะ


Photobucket


แสงอาทิตย์ส่องเป็นทาง สวยจัง


Photobucket 





คุณชายถามแล้วถามอีก แน่ใจน่ะว่าจะเดินขึ้นไปข้างบนน่ะ


มันไกลน่ะนะ เฮ้ยไหวน่า ตัวเองนั้นแหละ ทำได้รึเปล่า


Photobucket


เริ่มต้นการเดินทาง มองกลับไปที่จอดรถ


Photobucket 





ขึ้นมาได้หน่อยนึง เฮ้ยอะไรว่ะ เหนื่อยซะล่ะเรา


เดี๋ยวก่อนเฮีย ขอถ่ายรูปวิวก่อนน่ะ ที่แท้ก็พักเหนื่อยต่างหาก


Photobucket


ทำเนียบรัฐบาลมองจากบนเขาค่ะ


Photobucket


วังของควีนค่ะ อันนี้เราไม่ได้เข้าไปดู เพราะต้องเสียค่าเข้า


คุณชายจอมงก ไม่ยอมเสีย 6 ปอนด์ต่อคน จะออกเองก็เสียดายตังค์เหมือนกัน


Photobucket


มิลเลเนียมโดมค่ะ มีแต่ของเด็กเล่น ไม่ได้เข้าไปเหมือนกัน


Photobucket


Photobucket 



ไอ้บ้านี่แหกกฏซะล่ะ ความจริงแล้วมันไปนั่งอยู่บนยอดเขาสักพักนึงแล้ว


แต่เราไม่เห็น เห็นก็ตอนที่มันกำลังปีนลงมา


 Photobucket




เดินไปเรื่อยๆ ก็หยุดถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ถ่ายจากมือถือน่ะเนี่ย BB ค่ะ


Photobucket 




ยิ่งสูงยิ่งอุ่นค่ะ 


Photobucket 




สุดท้ายก็ถึงยอดเขาสักที


Photobucket


Photobucket


Photobucket


City of Edinburgh ค่ะ


Photobucket 




ไม่นึกเลยว่าในอดีต ตรงนี้เคยเป็นภูเขาไฟมาก่อน


Photobucket


Photobucket


Photobucket 




ขึ้นมาดูวิวค่ะ 


Photobucket 



รูปนี้คุณชายอยากได้รูปเราทั้งคู่ แบบถ่ายเอง


สุดท้ายได้แต่หัวเค้าแค่คริ่งเดียว 


 Photobucket



เลยต้องขอแรงคนเดินผ่าน ถ่ายให้หน่อย 


เค้าบอกให้พูดว่าวิสกี้้ก่อน ก็เลยได้รูปยิ้มปากบานกันทั้งคู่เลย


Photobucket


Photobucket


Photobucket 



 เดินมาที่ด้านหน้าทำเนียบค่ะ


Photobucket 



มองไปเห็นเขาที่เราเพิ่งเดินขึ้นไปเมื่อสักพัก


Photobucket 


ค้าบอกว่าใข้ไม่ไผ่ประดับหน้าทำเนียบเป็นหมื่นต้น


ทั้งที่สก็อตแลนด์ไม่มีต้นไผ่สักกะต้น


 Photobucket


ที่นี่มีตรวจความปลอดภัยกันแบบที่สนามบินเลยค่ะ


อ้อเข้าฟรีค่ะ ไม่เสียค่าผ่านประตู ดีจัง


Photobucket 


เจอเจ้าของบ้านก่อนค่ะ


Photobucket


Photobucket


Photobucket 


ข้างในทำเนียบค่ะ สวยดีเหมือนกันเนาะ 


Photobucket


Photobucket


อันนี้เป็นของขวัญจากเมืองไทยที่ได้มอบไว้ให้สก๊อตแลนด์ เมือไหร่ไม่รู่ไม่ได้บอก


จบทริปนี่แค่นี้ค่ะ ตอนนี้เริ่มเข้าหน้าใบไม้ร่วงแล้ว แต่อากาศกลับดีขึ้น แต่คิดว่าคงดีขึ้นแค่


สัปดาห์เดียวเองแหละ เดี๋ยวก็ลม เดี๋ยวก็ฝนอีกตามเคย ไม่ชอบเลยอากาศที่นี่


อยากกลับบ้านจัง  









Free TextEditor




 

Create Date : 26 กันยายน 2554    
Last Update : 26 กันยายน 2554 17:34:45 น.
Counter : 395 Pageviews.  

1  2  

Bopeep
Location :
กรุงเทพฯ United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เกิดวันพระ ราศีมีน เลือดกรุปบี
เป็นแม่ของลูก 2 คน เป็นย่าของหลานสาว 1 คน
อยู่สก๊อตแลนด์มาสิบกว่าปีแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะอยู่อีกนานเท่าไหร่
รักเมืองไทย รักในหลวง รักพ่อแม่พี่น้องที่เมืองไทยทุกคน
คิดถึงทุกอย่างที่เกียวกับเมืองไทย ยกเว้นนักการเมืองจอมโคตรโกงและโกงทั้งโคตรทั้งหลาย
รักการท่องเที่ยว รักความยุติธรรม เกลียดคนเห็นแก่ตัว
และเห็นแก่ได้ทั้งหลาย
รักการทำอาหาร รักสวยรักงาม ยังบ้าตามแฟชั่นอยู่เลยทั้งที่ตั้งใจไว้ว่า
ถ้าอายุ 40 เมื่อไหร่ จะแต่งตัวให้เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
นี่ก็ 47 แล้ว ยังอดแต่งตัวตามแฟชั่นไม่ได้ซะที
เขึยนบล๊อคนี้เพื่อเป็นเป็นไดอารี่ให้กับตัวเอง ว่าทำอะไรบ้างในชีวิตที่ผ่านมา
มีอะไรเกิดขึ้นในชีวิต และคิดอย่างไรกับชีวิตในขณะนั้น
เก็บไว้ดูความเปลี่ยนแปลงกับชีวิตตัวเอง
Friends' blogs
[Add Bopeep's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.