ต้องเจอคนแบบนี้อีกเยอะไหม

5 กค.52
ต้องเจอคนแบบนี้อีกเยอะไหม
ถามไปงั้นแหละ รู้ๆ อยู่แล้วว่า ตราบใดยังอยู่ในสังคมก็หนีไม่พ้นหรอก 555 แต่แค่เซ็งๆ เลยอยากระบายมั้ง

หมู่นี้ไม่รู้เป็นไง เหมือนมีอะไรอยากระบายมากมายเต็มไปหมด สงสัยเพราะปกติเป็นคนไม่ค่อยพูดมั้ง พอใจ ไม่พอใจก็เฉย
โดนใครทำตัว sandanแย่ เฮงซวยใส่ยังไงก็นิ่ง แต่ไม่ลืมหรอกนะว่าใครทำอะไรไว้บ้าง
ที่นิ่ง ที่เฉยไม่ใช่ไม่รู้สึก แต่เพราะรู้ตัวว่าอารมณ์ตัวเองเวลาถึงที่สุดมันน่ากลัวแค่ไหน
พ่อแม่ก็ยังกลัวเพราะเคยตีกับน้องจนมันสลบไปเลยก็เคยมาแล้ว กับน้องยังกล้าลงมือกันปางตาย นับประสาอะไรกับคนอื่น

พอมาช่วงทำงานถึงได้ลดๆ ลงบ้าง เพราะเริ่มต้องเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เย็นขึ้น ยับยั้งอารมณ์ตัวเองได้มากขึ้น หรือจะพูดว่า
ต้องพยายามกดความรู้สึกที่รุนแรงจนน่ากลัวของตัวเองไว้ดี แต่มันก็คงเหมือนระเบิดเวลาไปในตัวรึปล่าวหว่า เพราะถ้าเมื่อไหร่ถึงที่สุดของความอดทน
ทุกอย่างก็พร้อมจะย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี ปกติแล้วเป็นพวกรักสงบนะ ไม่ชอบมีเรื่องมีราวหรือระรานใครก่อน แล้วคติที่ยึดถือเสมอคือ อะไรที่ตัวเองไม่ชอบ ก็จะไม่ทำกับคนอื่น

ก็อย่างที่บอก เป็นคนไม่ทำใครก่อนนะ แต่ถ้าถึงที่สุดก็จะไม่ยอมให้ใครทำอยู่ฝ่ายเดียวเหมือนกัน ยิ่งมาพักหลังๆ นี่ รู้สึกว่าเจอคนหลายประเภทที่รู้สึกว่า ไม่ยอมให้ทำอยู่ฝ่ายเดียวอีกแล้วนะ
ถ้าอยากมีเรื่องนัก มาแหลกกันไปข้างหนึ่งเลยก็ได้ เราก็ว่า เราอยู่ของเราดีๆ นะ ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีกับใคร มีงานก็ทำงานไปเรื่อยๆ ตามประสา แต่ก็ยังไม่วายเจอไอ้พวก sandan ไม่ดีมาทำให้หงุดหงิดอีกจนได้
คนพวกนี้มันไม่มีปัญญาในการสร้างสรรค์อะไรดีๆ แล้วมันอยู่กันเฉยๆ ไม่ได้รึไง พยายามทำให้คนอื่นเขาแย่ลงแล้วตัวเองจะดีขึ้นรึไงไม่เข้าใจ

นอกจากเป็นพวกรักสงบแล้ว ยังเป็นพวกไม่ชอบเสือ.....ก เรื่องคนอื่นด้วย แต่เหมือนจะมีคนบางประเภท มันอยากให้เข้าไปเสือ....ก
เพราะตัวมันเองเสือ.....กแล้วไม่สำเร็จ เลยพยายามจะโยนมาให้เราแทน คงคิดว่า KU โง่ ไม่รู้เจตนามันมั้ง แถมฟังภาษามนุษย์ไม่ออกอีกต่างหาก บอกว่า ไม่ยุ่งด้วยออกไปชัดเจนขนาดนั้น
ก็เหมือนมันฟังไม่เข้าใจ สงสัยไม่เข้าใจภาษาคน คิดว่าตัวเองเก่ง
ฉลาดเหนือคนอื่นซะเต็มประดาแล้วมั่ง วางท่า วางอำนาจใส่ทั้งท่าทางทั้งคำพูด จำไม่ได้จริงๆ ว่าไปเป็นลูกน้องมันตอนไหน มันถึงกล้ามาใช้คำว่า "จะจัดการ ku เนี่ย" ใครให้อำนาจเหรอ แล้วอยากจะรู้จริงๆ ว่า "คนอย่าง.......... จะทำไม KU อยู่ดีไม่ว่าดี รนหาที่ อยากมีเรื่องนัก แล้วเป็นไง ท้ายที่สุดเหลือใครอยู่ด้วยบ้าง" บทเรียนสำหรับคนอวดดี มีปากไว้หาความฉิบหาย

เก่งแต่สาระแนเรื่องคนอื่น เรื่องงานเรื่องการ ไม่เห็นมันมีปัญญาทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันเลย ไม่มีผลงานอะไรให้เห็นถึงศักยภาพ
หรือความคิดสร้างสรรค์สักอย่าง ดีแต่พยายามอยากจะทำตัวเป็นหัวหน้า จะจัดการกับคนนั้น คนนี้ ไม่เคยส่องกระจกดูตัวเองเลยมั้งว่า ตัวเองละ ดีแค่ไหน ตัวเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าคนอื่นสักหน่อย แย่กว่าด้วยซ้ำมีแต่ความคิดด้านลบ ไม่เคยมีด้านบวก ไม่เคยรู้ตัวหรอกว่าคนที่เขาได้ฟังแล้วเขาเบือนหน้่าหนีด้วยความเซ็งกันแค่ไหน

เรื่องงานเรื่องการ ไม่เคยเริ่มเสนออะไรที่มันสร้างสรรค์สักอย่าง มีแต่พวก KU เหนื่อยคิดเหนื่อยทำกันแทบตาย ช่วยกันคิด ช่วยกันทำแต่ งาน งาน งาน ส่วนไอ้คนที่อยู่เฉยๆ นะ หึหึหึ
"มือไม่พายแล้วเอาตรีนนนนนนนนนนนนนนนนนน ราน้ำ" ไอ้คนๆ นั้น ช่วยตักน้ำใส่กระโหลกแล้วชะโงกลงไป สิ่งที่เห็นนั้นไม่ใช่ใคร ก็......ละแหละ

เต็มใจช่วยแต่เรื่องงาน ไม่ชอบช่วยเสือ......กเรื่องคน
ใครทะเลาะกับใคร มันรู้ตัว มันก็ควรไปเคลียกันเอง ตัวเองไม่เคยไปพูดให้ใครตีกัน รึดีกันเพราะถือว่า ตัวเองเป็นคนนอก แล้วไอ้คนมีเรื่องกันมันก็ไม่ได้มาขอให้ไปช่วยเคลียสักหน่อย ถ้ามันอยากดีกันเมีื่อไหร่ มันก็ควรไปจัดการกันเอง เพื่อนกันทั้งนั้น ไม่ใช่พนักงานบริษัท ที่มีปัญหากันแล้ว ต้องเล่นงานกันให้แหลกไปข้างหนึ่ง mun...g ต้องออกจากบริษัท ไม่งั้น Ku ไม่ทำงานด้วยซะเมื่อไหร่ เพื่อนกันเขาไม่คิดกันยังงั้นหรอก นอกจากไอ้พวกที่ว่าตอนนี้ไม่ใช่เพื่อนกันแล้วเท่านั้นแหละ ถึงต้องเอามาเป็นหัวข้อเข้าที่ประชุมหนะ (ไม่รู้ใช้หัวแม่เท้าข้างไหนคิด ปัญญาอ่อนสิ้นดี)ท้ายที่สุดก็ไม่เห็นจะมีปัญญาทำให้อะไรมันดีขึ้นเลย มีแต่เลวร้ายลง


ท้ายที่สุดรู้ไหมคำว่า "แพ้ภัยตัวเอง" แปลว่าอะไร คนที่มันคิดดี เจตนาดีจริง ใครๆ เขาก็เห็นได้โดยไม่ต้องพูดยังไง คนที่คิดตรงข้าม คนเขาก็เห็น ก็รู้ได้โดยไม่ตรงพูดเช่นกัน








 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 6 กรกฎาคม 2552 3:36:55 น.
Counter : 302 Pageviews.  

คิดถึง รัก8009

26 มิถุนายน 2552 15:41:05 น.

คิดถึงน้องจอนกับพี่ทีด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

เรื่องเล่าต่อไปนี้ อาจมีความกระโดดของเนื้อหาบ้าง บ้างช่วงบ้างตอนตกหล่นบ้าง เพราะนานมากแหละ จำไม่ได้ทั้งหมด

555 ช่วงนี้ออกแนวบ้า หลังจากเหนื่อยสาหัสกับกิจกรรมมากมายทั้งของเวปพันทิปและเวปออกัส อยู่ๆ ก็กลับมานึกถึงจุดเริ่มต้นการเข้าเวปแฟนคลับที่ลงมือทำเป็นเรื่องเป็นราวครั้งแรก นั่นคือ “เวปบอร์ด jon-tee รัก8009” ก็เริ่มต้นจากเป็นสมาชิกธรรมดาๆ น้องใหม่ใสซื่อ ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว ยังไม่ค่อยได้มีบทบาทไรมากนัก แต่นึกแล้วก็ยังขำ ว่ามีตติ้งบอร์ดครั้งแรก ที่มีการทำบุญก็มีดาราของเรื่องมากันเกือบครบ เห็นพี่ๆ ที่เป็นแม่งานเล่าว่า ทาง PR ของเอ็คแซคก็น่ารักมากๆ ระหว่างการติดต่อประสานงาน ก็คอยช่วยซับพอตให้แทบทุกอย่าง พวกเขาบอกว่า ต้องขอบคุณแฟนคลับมากๆ ไม่คิดว่าซิทคอมเรื่องนี้มีคนให้ความสนใจมากขนาดนี้ โดยเฉพาะคู่ จอน-ที ถึงขนาดทำบอร์ดให้ ขนาดคุณบอยยังพูดออกสื่อขอบคุณ ให้เครดิตชื่อบอร์ดแบบเต็มๆ ทางเราทุกคนก็รู้สึกดีที่ว่า เอ่อ พวกเขาก็ให้เกียรติพวกเรานะเนี่ย ดีจัง

โดยเฉพาะภูริและแฮคก็ยังมา เดินเข้ามาทักทายแฟนๆ ถามชื่อ พูดคุยสนุกสนาน น่ารักทั้งคู่เลย เห็นแล้วก็รู้สึกว่า เอ่อ ดีจัง เขาให้ความสำคัญกับแฟนคลับด้วยละ ทางเอ็กแซคยังส่งข่าวเชิญสื่อมาทำข่าวด้วยได้ออกทีวีกันตั้งแต่เริ่มเข้าบอร์ดเลยวุ้ย 555

จนมาเริ่มได้ทำนั่นทำนี่มากขึ้น เริ่มแคปรูป โพสคลิป หาข่าวตามหนังสือพิมพ์ นิตยสารมาสแกน ตามไปเก็บภาพตามอีเว้นท์ต่างๆ โดยมีพี่พล ( Finalfantasy X) เป็นอีก 1 หัวเรี่ยวหัวแรงที่ช่วยๆ กันทำ เป็นไรที่เหนื่อยแต่ก็สนุกดี จนจะมีมีตติ้งครั้งต่อๆ มา ก็ติดต่อไปว่า อยากจะให้แฮคกับริ ช่วยเซ็นต์ของเพื่องานมิตติ้งให้หน่อย ทาง PR ก็ยังแสนดี เช็คคิว เช็คเวลาให้ ถึงขนาดให้ไปหาได้ที่คอนโดที่ใช่ถ่ายทำ (แถวๆ อนุสาวรีย์) แต่ละคนถึงขนาดร้อง ว๊ากกกกกกกกกก จริงๆ เหรอ 555

จนแฟนคลับ 10 กว่าชีวิตไปถึงคอนโดตอนเลิกงงานประมาณ 6 โมงเย็น แต่ริกับแฮคมีคิวถ่ายประมาณ 2 ทุ่ม พอเราไปถึง PR ก็ออกมาต้อนรับอย่างดี พาไปรอที่ร้านอาหาร พูดคุยกันหนุกหนาน แถมโทรตามให้ เพราะแฮคกับริยังมาไม่ถึง จนประมาณ 1 ทุ่ม แฮคมาถึงก่อน ก็มานั่งคุยกัน ก็ถามว่า วันนี้มาถ่ายซีนไรกันบ้าง วิธีการทำงานเป็นยังไง แฮคก็นั่งเล่าให้ฟังอย่างหนุกหนาน เซ็นต์ของให้อีกกระบุงโกย จนทุ่มครึ่งริก็ยังมาไม่ถึง แฮคก็เริ่มหิว แต่ยังเกรงใจเรา จนเราบอก สั่งข้าวมากินเถอะแฮค แฮคก็ยังน่ารัก เรียกบริกร จะมาสั่งของเลี้ยงเราด้วย จนทางเราต้องร้องห้ามว่า ไม่ต้องกินกันมาแล้ว สั่งมากินเองเถอะ

จนประมาณ 2 ทุ่มกว่า ริก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาเชียว มาถึงก็ขอโทษขอโพยใหญ่ ขำแฮคด้วยแซวริใหญ่เลย ก็อยู่คุยกับอีกแป๊บหนึ่ง ฉากข้างบนก็เซตเสร็จพอดี (ประมาณ 2 ทุ่มครึ่งๆ 555) เราก็ขอลากลับ ปล่อยหนุ่มๆ ไปเข้าฉาก จบงานวันนี้ ทุกคนแฮปปี้ ^ ^

งานมิตติ้งครั้งต่อๆ มา มีไรบ้างนะ จำได้ว่า มีไรบ้าง แต่จำไม่ได้แล้ว ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่
-งานมีตติ้งทำบุญที่โรงพยาบาลสงฆ์ อิ่มบุญกันถ้วนหน้า
-งานมีตติ้งที่บ้านพักคนชราบางแค ช่วงวันสงกรานต์ อันนี้ประทับใจที่สุด เพราะเราเตรียมพวงมาลัยไปไหว้คุณตาคุณยายด้วย ไปเห็นความเป็นอยู่ ได้พูดคุยกับแต่ละคนก็สงสาร
-งานมีตติ้งที่สถานสงเคราหะเด็กบ้านราชวิถี งานนี้ รวมเงินกันทำอาหารเลี้ยงน้องๆ ที่นั่น งานนี้แฮคกับกัปตันก็ยังมา ช่วยเดินแจกขนม อาหาร ให้น้องๆ ด้วย พี่จุ้น (เขียนงี้ปล่าวฟะ ) เอาข้าวไข่เจียว (ที่ตัวเองขายอยู่) มาสมทบด้วยล่ะ น่ารักมาก ^ ^
-งานมีตติ้งแข่งกีฬา อันนี้ขอติดต่อสถานที่ จัดที่โรงเรียนที่มีโรงยิม มีแข่ง แชร์บอล ชักขะเย้อ แข่งกิน โกงกันสะบั้นหั่นแหลก แต่ก็หนุกหนานกันสุดๆ
-มีตติ้งที่ร้านอาหารริมน้ำ River ไรสักอย่าง จำไม่ได้แหละ งานนี้แฮคก็ยังมา มีการล่องเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยากันด้วย งานนี้บอร์ดเราเหมาลำ 555 ลงเรือประมาณ 2 ทุ่ม ขึ้นจากเรือประมาณ 4 ทุ่ม อาหารอร่อย บรรยากาศโอเค

จนมาถึงจบซีซั่น 1 กำลังจะเปิดซีซั่น 2 ก็มีงานแถลงข่าวที่โรงเรียนมีฟ้า แถวสุขุมวิท ทางบอร์ดก็ถาม PR ไปว่า ไปร่วมงานได้ไหมค่ะ PR ตอบกลับทันที ได้สิค่ะ งานนี้จะขาดเวปแฟนคลับได้ไง เวปแฟนคลับยิ่งมีน้อยๆ อยู่ ( แล้วก็เห็นแล้วว่า เวลาพวกเราออกงานก็จะมีผู้ใหญ่ที่ทำงานแล้วซะเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็ทำอะไรมีแก่นสารได้จริง รู้จักมารยาท ไม่ใช่ประเภทวิ่งตามกีสดารา) ช่วยมาเก็บภาพลงบอร์ด ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ด้วยนะคะ จะมากี่คนบอกมาเลย เดี๋ยวจะเตรียมที่ไว้ให้ เพราะมีแฟนคลับทั่วๆ ไปมาลงทะเบียนร่วมงานด้วย PR ยังน่ารักเหมือนเดิม แถมบอกอยู่เสมอว่า เวปแฟนคลับหนะเป็นสื่ออินเตอร์เนตที่มีพลังที่สุดที่จะคอยสนับสนุนศิลปิน เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ตรงจุดที่สุดแล้วพร้อมจะประชาสัมพันธ์ให้แบบสุดตัวมากกว่าเวปข่าวทั่วไปซะอีก เพราะฉะนั้น ก็ช่วยติดตามกันแบบนี้ตลอดไปนะคะ (PR น่ารัก ใส่ใจให้ความสำคัญกันขนาดนี้ ถึงไหนถึงกันค่ะ ^____^)

วันนั้นเป็นอีกวันที่ได้เจอดาราครบทุกคน เจอน้องบี น้ำทิพย์ครั้งแรก (ตัวจริงสูงจัง = =”) แถลงข่าวเสร็จก็มีสัมภาษณ์ดาราแต่ละคู่ ว่าปี 2 มีพัฒนาไร ยังไงกันบ้าง แล้วก็ตามธรรมเนียมคือ ถ่ายรูปร่วมกับแฟนคลับ พวกเราก็ปล่อยให้แฟนคลับทั่วไปถ่ายกันก่อน เพราะเราเจอ ริกับแฮคบ่อยแล้ว

แต่งานนี้ริต้องรีบกลับก่อนเพราะมีงานต่อ จะกลับยังมีแก่ใจเดินมาล่ำลา เดินยิ้มแฉ่งมาเชียว บอกยังไม่ได้ถ่ายรูปด้วยกันเลย มาเลย มาถ่ายรูปหมู่กันก่อน แล้วก็อยู่ถ่ายรูปกับพวกเราอีกสักพักก่อนจะขอตัวกลับ (งานไหนๆ ริก็ใยแฟนคลับเสมอ น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกก) ส่วนแฮคยังอยู่อยู่ลัลล้ากับแฟนคลับ จนจะกลับแล้วเราก็เดินไปส่งแฮคถึงรถซะหน่อย 555 ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

ที่อยู่ๆ ก็นึกถึง รัก 8009 อีกครั้งเพราะอะไรหว่า อ้อ รู้แหละ ช่อง 3 เอาจำเลยรักมาฉายตอนเย็นๆ แล้วเห็นหน้าแฮคนี่เอง มันเลยทำให้ระลึกถึงความทรงจำดีๆ แต่หนหลัง เลยแวะกลับไปเยี่ยมบ้านหลังแรกๆ สักหน่อย แถมด้วยการเอาซีดีกลับมานั่งดูทั้ง ปี1 และ ปี 2 กลับมาวนดู 4-5 รอบแหละ ส่ง sms ไปหาพี่พล ว่า”คิดถึง รัก 8009”
พี่แกส่งข้อความกลับมาว่า “อารมณ์ไหนเนี่ย” 555

//thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vboard.php?user=jonandtee








 

Create Date : 26 มิถุนายน 2552    
Last Update : 26 มิถุนายน 2552 23:19:56 น.
Counter : 749 Pageviews.  

กว่าจะถึงเชียงใหม่

8 เม.ย. 2551, 19:05 น.

เริ่มจากอะไรดีล่ะ เริ่มจากก่อนเดินทางเลยแล้วกัน

กำหนดการเดินทางคือเวลา 06.45 น.ต้องไปเช็คอินก่อนประมาณ ตี 5 ครึ่ง แต่ข้าพเจ้า ณ เวลา ตี1- ตี 2 ยังนั่งเขียนการ์ด เผาแผ่นคอนที่ That It อยู่เลย บอกว่าจะเอาไปให้น้องๆ ออกัสและผองเพื่อน ก็อยากจะทำให้สำเร็จให้ได้ ทำไมป่านนี้ถึงยังเผาแผ่นไม่เสร็จหนะเหรอ ก็มันมาจากการตัดต่อไฟล์ที่ไม่พอดีอะดิ ตอนแรกบอกทุกคนไว้ว่า 2 แผ่น แต่คิดอีกที 2 แผ่นต่อ 1 คน ตรูตายแน่ เลยพยายามตัดออกให้เหลือ 1 แผ่น ตัดอยู่ 3 วันยันวินาทีสุดท้ายของการเดินทางเลย (คิดๆ แล้วก็ ตรูบ้าปล่าวะ)

ระหว่างเผาแผ่นไปก็เขียนการ์ดให้น้องๆ ออกัสไปด้วย เขียนด้วยอาการเริ่มมึนๆ นึกไรไม่ออกแล้ว ไม่รู้ว่าจะเขียนไรดีแล้ว หัวเริ่มตื้อคิดไม่ออก แผ่นคอนที่เผาไปให้น้องก็ไม่รู้ว่าน้องอยากได้หรือปล่าวแต่ก็ยังอยากจะให้ แต่จะให้ครบทุกคน ตรูก็ตายแน่เช่นกันเลยเผาได้ไม่กี่แผ่น ให้น้องๆ ไปเผาต่อกันเองแล้วกัน กว่าทุกอย่างจะเสร็จเกือบตี 2 แล้ว

ที่สำคัญกว่านั้น กระเป๋าเดินทางยังไม่ได้จัดเลย 555 กรูบ้าจริงๆ ด้วย นั่งจัดของลงกระเป๋าเกือบถึงตี 3 เอาล่ะ นอนเหอะ ตื่นอีกที ตี 4 ครึ่งอาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านตี 5 (ดีที่บ้านใกล้หนามบินสุวรรณภูมิ)

ไปถึงประมาณ ตี 5 ครึ่ง พวกพี่จุ๋ม พี่เป้นัดเราตี 5 ครึ่ง แต่พี่แกมากันเกือบ 6 โมง = =" แต่เรื่องต่อจากนี้น่าโมโหมากกว่า

พี่จุ๋มมาถึงก่อนประมาณ 05.45 น. ก็ไปเข้าแถวรอจะโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่องกัน ก็ยืนต่อแถวอยู่ตั้งนานจนพี่เป้มาถึงเวลาประมาณ 6 โมงพอดี แต่พอถึงคิวเราโหลดกระเป๋า พนักงาน แหม่งงงงงงงง บอกว่าที่ไปเชียงใหม่ ปิดเคาเตอร์แล้ว กระเป๋าต้องโหลดตามไปไฟต์ต่อไป แหม่งงงงงงงงงงง จะบ้าเหรอไงฟะ แล้วที่พวกกรูยืนเข้าแถวอยู่ตั้งนาน ทำไมพวกเมิงงงงง ไม่บอก งี่เง่า งี่เง่า งี่เง่าอารมณ์เสียตั้งแต่เริ่มเดินทาง


มาถึงหนามบินเชียงใหม่ประมาณ 8 โมง พี่ชมพู่บินตามามาติดๆเลยทีเด้วววววววววว เลยกลายเป็น 4 คน ณ แอร์พอร์ต พี่จุ๋มรอพี่นุ้ย เพื่อนที่เชียงใหม่มารับ เลยตกลงไปหาของรองท้องกันก่อนไปเที่ยวตำหนักภูพิงค์กับพระธาตุดอยสุเทพ





 

Create Date : 26 มิถุนายน 2552    
Last Update : 26 มิถุนายน 2552 23:16:15 น.
Counter : 300 Pageviews.  

รักคนที่เขารักเราดีกว่า

14 ส.ค. 2551, 6:55 น.

เคยถามตัวเองบ่อยครั้ง เมื่อได้ยินคนเขาถามกันว่า ระหว่าง คนที่เรารักที่ไม่เคยรักเรากับคนที่เขารักเราซึ่งเราอาจไม่ได้รัก จะเลือกอย่างไหน ไม่เคยตอบคำถามนั้นได้จริงๆ ซะที เพราะยังไม่เคยเจอกับตัวจังๆ



แต่แล้วเมื่อได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งทุ่มเททุกสิ่งให้กับคนที่เขารักอย่างไม่ลืมหูลืมตา โดนทำให้เจ็บแค่ไหนก็ยังจะทำให้คนๆ นั้นอยู่นั้นแหละ ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยเห็นค่า ไม่เคยใยดี ทำให้เขาแล้วก็ต้องมานั่งเสียใจ นั่งร้องไห้ แล้วท้ายที่สุดก็ถึงกับทำร้ายต้วเอง (เนี่ยเหรอสิ่งที่เขาคิดว่ามันคือคุณค่าของความรัก)


เคยถามผู้หญิงคนนั้นว่า จะทำดีกับคนที่เขาไม่แคร์ไปทำไม คนมันไม่ได้รักไม่ได้แคร์ทุ่มแทความรักให้มันแค่ไหน มันก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก หันกลับมารักมาแคร์ตัวเองซะทีเถอะ อย่าทำร้ายตัวเองมากไปกว่านี้ กับคนบางคนนะ เมื่อมันไม่เห็นเรามีค่าก็จงอย่าไปเห็นว่ามันมีค่าอีกเลย ในเมื่อทำอะไรดีๆ ให้ไปแล้วมันไม่ต้องการ ก็อย่าไปทำอะไรให้มันอีกเลย คนแบบนี้ไม่มีค่าให้เราทุ่มเทอะไรให้อีกแล้ว

"คนตาบอดยังสามารถเห็นถึงความรักได้ด้วยหัวใจ แต่คนที่ใจบอดหนะ ทำยังไงก็ไม่มีวันเห็นถึงความรักได้หรอก"


จากที่เห็นผู้หญิงคนนั้นแล้วหันกลับมามองตัวเองบ้าง กับการที่ได้เจอคนที่เราอาจไม่ได้รัก แต่เขากลับรักและเห็นค่าของเรา แค่เรา ทำอะไรให้เล็กน้อย เขากลับแสดงให้เราได้รู้ว่า เขารู้สึกดีแค่ไหนกับสิ่งที่เราทำ เขาให้ความสำคัญกับเราแค่ไหนยามได้พบกัน

เราถึงได้รู้ว่า ความรู้สึกที่ได้มีใครสักคนเห็นคุณค่าของเรามันเป็นความรู้สึกที่ดีแค่ไหน จากที่คิดว่าไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยมากมาย กลายเป็นค่อยๆ รักมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็รู้สึกว่า มีพลังที่อยากจะทำอะไรให้เขาได้อีกมากมายพร้อมกับความรู้สึกเป็นสุขจริงๆ ไม่ใช่สุขปนทุกข์

ถึงตอนนี้คงจะให้คำตอบกับตัวเองได้แล้วว่า "รักคนที่เขารักเราดีกว่า"




 

Create Date : 26 มิถุนายน 2552    
Last Update : 26 มิถุนายน 2552 23:18:26 น.
Counter : 2789 Pageviews.  

จากใจหนึ่งในสตาฟ One night only with August

13 ก.ค. 2551, 20:20 น.

หวังว่าทุกคนคงจะมีความสุขกับคอนเสิร์ตเมื่อคืนนะ คะ
เพราะสตาฟทุกคนก็ตั้งใจทำกันสุดความสามารถแล้ว แต่เพราะเรา"ไม่ใช่มืออาชีพ" แต่เป็นแค่แฟนคลับที่รักน้อง ดังนั้นถ้ามีความผิดพลาดเกี่ยวกับตัวงานก็ต้องขอโทษทุกคนด้วย

เมื่อคืนอาจมีกิจกรรมเยอะไปหน่อยซึ่งอาจจะทำให้ใครหลายๆ คนที่ตั้้งใจจะไปฟังน้องๆ ร้องเพลงอาจจะเบื่อไปบ้างก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่เพราะความตั้งใจจริงในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ อย่างที่บอกคืออยากจัดให้ในฐานะ"แฟนคลับ" ที่อยากให้อะไรพิเศษๆ มอบกับน้องๆ บ้าง ไม่ใช่แค่ให้น้องๆ ขึ้นมาร้องเพลงแล้วกลับเลย แล้วยิ่งเพราะในเดือนนี้ ได้มีวันพิเศษๆ ของน้องๆ อยู่หลายคน นั้นก็คือ มีทั้งวันเกิด น้องแวน น้องเติ้ล และน้องพิช แถมยังมีน้องกู๋รับปริญญาอีก แล้วเพราะตัวเองเป็นคนตามถ่ายวีดีโอของน้องๆ ไว้มากมาย ก็เลยเสนอที่ประชุมว่า มีไฟล์อะไรอยู่กับตัวบ้าง แล้วคิดออกมาว่า จะทำอะไรให้น้องๆ ได้บ้าง พอเสนอออกมาแล้วสตาฟทุกคนฅโอเค ก็เลยมาลุยนั่งตัดคลิปทั้งหลายแหล่ที่ทุกคนได้เห็นในงานนั่นแหละ

แต่กว่าจะได้คลิปที่เปิดออกมาอย่างที่เห็นกลับใช้เวลาเป็นเดือนเลยทีเด้ว (ขนาดนั่งทำถึง ตี 2-3 ทุกวันนะเนี่ย)ทั้งคลิปอวยพรน้องๆ ทั้ง 3 คน
ตอนแรกก็ทำส่วนของน้องพิชเสร็จแลัว ตอนแรกไม่คิดว่าจะสามารถได้คำอวยพรจากทั้ง 4 ท่านนั้นมาด้วย แต่อาจเป็นเพราะความโชคดีที่ได้จัดงานเฉลิมไทยพอดี เลยสามารถทำได้สำเร็จอย่างที่ตั้งใจจะให้น้อง ก็นะ ผ่านไปได้

พอมาถึงน้องแวนก็รู้ว่าน้องแวนชอบน้องโต๋มาก ทุกคนพยายามหาน้องโต๋กันสุดชีวิต จนมาได้ก่อนวันคอนไม่กี่วัน (เล่นเอาใจหายว่าจะไม่ได้มาก เพราะคลาดกับน้องโต๋หลายหน จนพวกเราจิตตกไปตามๆ กันว่า นี่จะไม่สามารถทำของขวัญชิ้นนี้ให้น้องแวนได้จริงๆ เหรอ) แต่ก็อีกนะ ได้มาในที่สุด ขอบคุณพระเจ้า

ปล.วิ่งหาความเคลื่อนไหวของโต๋ จนจะกลายเป็นแฟนคลับโต๋ไปแล้น ^ ^


แต่พอมาถึง น้องเติ้ล น้องบอกมาว่าชอบ "เอริค แคปตัน" เอาละสิ แล้วตรูจะไปหาที่ไหนให้น้องวะ ช่วยกันคิดสุดชีวิต ว่าทำไงดี แต่่ไม่มีใครสามารถคิดอะไรออกได้เลย จนเ date line คือวันเสาร์ว่าไม่สามารถแล้วจริงๆ งั้นสฟาตช่วยกันอวยพรใส่คลิปให้แล้วกัน (คลิปน้องเติ้ลตัดสดๆ ตอนตี 4 ฮ่า ฮ่า ฮ่า) แล้วต้องตื่นแต่ 8 โมง เพื่อไปเตรียมสถานที่ ที่ร้านอีก เมื่อวานอัดยาแก้ไข้แก้ปวดเป็นแผงๆ เลยคับพี่น้อง

ส่วนคนสุดท้ายน้องกู๋ ตอนแรกที่คิดไว้คือรู้ว่าน้องซ้อมรับปริญญาตอนเช้าวันนั้นแล้วค่อยมางานคอน ตั้งใจไว้ด้วยซ้ำว่า จะไปถ่ายคลิปตอนน้องซ้อมมาให้เป็นของขวัญ แต่ก็สุดความสามารถเช่นกันเพราะคงตัดคลิปไม่ทันแน่นอน (อันนี้เสียใจนิดหน่อยที่ทำให้น้องไม่ได้)

แล้วก็มาถึงในส่วนของการเล่นเกมส์ เนื่องมาจากว่า ได้มีโอกาสสัมภาษณ์น้องๆ ไว้แล้วหลายคน ก็คิดอยู่ในใจแล้วว่า จะเอามาเปิดให้ดูในวันคอนนี่แหละ แต่พอ"มะเดี่ยว"บอกว่า อยากให้เป็นคอนเสิร์ตที่แฟนคลับได้ใกล้ชิดกับน้องๆ ก็คิดต่อว่า งั้นเอามาเล่นเกมส์ดีไหม พอบอกแล้วสตาฟทุกคนก็โอเคอีก แต่เพราะได้สัมภาษณ์น้องไว้ไม่กี่คน เลยกลายเป็นว่าอยากจะได้จากน้องๆ ออกัสให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ วิ่งติดต่อ นัดน้องสัมภาษณ์กันแทบตาย คนที่พอจะไปได้ก็ช่วยๆ กันไป ตอนเย็น ตอนเที่ยงก็แอบแ๊ว็บกันออกมาเพื่องานตรงนี้ (จะโดนนายไสหัวออกจากงานกันถ้วนหน้าแล้ว 555)

นี่แหละ ที่มาคร่าวๆ ของกิจกกรม all clip ที่ทุกคนได้เห็น แต่ถ้ามันมันมากไปจนทำให้คอนไม่สนุกอย่างที่ทุกคนหวังก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ

และสุดท้าย ต้องขอขอบคุณน้องๆ ออกัสทุกคนจริงๆ คะ ที่ทำให้งานคอนครั้งนี้เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดทำสำหรับพวกพี่ๆ ในฐานะคนจัดงาน น้องๆ ทุกคนน่ารักมาก พยายามช่วยตลอดทั้งในส่วนการประมูลและการเล่นเกมส์ ทำให้ทุกอย่างสนุก เต็มที่กับแฟนคลับในทุกนาที ขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณจริงๆ คะ
++++++++++++++++
ต่อด้วยโปรเจคโฟโต้บุค ที่เขียนไว้ที่ไหนจำไม่ได้แหละ =*=

เริ่มต้อนจากเพิ่งเสียทรัพย์กับโฟโต้บุคเด็กเกา (ดงบังชินกิ) ไปเกือบ 4000 เอิ๊กกกกกกกกกกกกกกกกก แล้วกำลังจะจัดมินิคอนเสิร์ตให้น้องๆ ออกัสพอดี ก็เลยเสนอไปว่า ทำโฟโต้บุคให้น้องๆ เป็นที่ระลึกกันไหม เพราะตามถ่ายรูปน้องๆ ตามงานมาก็เยอะ รูปสวยๆ หลายๆ รูปก็ยังเอามาโพสกันไม่หมด มาทำอะไรที่ยังไม่มีใครทำกันดีกว่า
เพราะนิสัยส่วนตัวคือ ไม่ชอบทำอะไรซ้ำกับคนอื่น ถ้าเห็นใครทำไรแล้ว จะไม่ทำตาม แต่จะพยายามหาอะไรที่ต่างออกไป ^ ^

ทุกคนก็ Say Yessssssssss แต่สิ่งที่ตามมาคือ จะต้องทำอย่างต่ำ กี่เล่ม ราคาต่อเล่มจะอยู่ที่เท่าไหร่ ช่วยกันหาข้อมูลเป็น 10 ร้าน เพื่อมาเทียบราคา ตระเวนดูกระดาษของแต่ละที่ว่าเป็นไงบ้าง ที่สำคัญคือ จำนวนเล่มที่ต้องผลิตขั้นต่ำ เมื่อรวมเงินแล้ว เอิ๊กกกกกกกกกก หลักหมื่นอัพ แล้วจะเอาตังค์ที่ไหนวะเนี่ย = =” (ขยันหาเรื่องเดือดร้อนให้เพื่อนๆ จริงๆ เลยกรู) จนกระดิ๊บๆ ในการดำเนินการไปได้ด้วยเงินเดือนล่วงหน้าของแต่ละคน 555 แต่กว่าจะหาเงินมาใช้ส่วนนี้ได้ก็เหลืออีกประมาณ 1 อาทิตย์ก่อนงานคอน (ปาดเหงื่อ)

ที่เหลือลุ้นจากนั้นคือ จะเสร็จทันไหมเนี่ยยยยยยยยยยยยยยย โทรเช็ควันศุกร์ สำนักพิมพ์แจ้งมาว่า สียังไม่แห้ง เอาแล้วกรู คอนมีพรุ่งนี้เน้อ แต่ทางสำนักพิมพ์ก็ดีนะ พยายามทำให้สีแห้งจนได้ ก็เลยไปรับหนังสือกันวันศุกร์ตอนประมาณ ทุ่ม ได้หนังสือแล้วก็กลับบ้านรีบกลับมานั่งตัดคลิปต่อ (ชีวิต = =”)






 

Create Date : 26 มิถุนายน 2552    
Last Update : 26 มิถุนายน 2552 23:17:32 น.
Counter : 364 Pageviews.  

1  2  3  
 
 

bee boa
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add bee boa's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com