W H I T E A M U L E T
Group Blog
 
All blogs
 
กระเพาะปลาผัดแห้ง (แบบแห้งจริงๆ)


คนไกลบ้านเกิดอยากทานกระเพาะปลาผัดแห้งขึ้นมาค่ะ แต่ร้านไหนๆในญี่ปุ่นก็ไม่เคยเห็นเมนูนี้เสียที งานนี้อยากกินต้องลงมือทำเองแล้วค่ะ

ครั้งแรกทำตามสูตรคุณ หัวใจอบอุ่น (คลิกเพื่อดูสูตร) มีดัดแปลงและทำนอกสูตรบ้างเล็กๆน้อยๆ ดังนี้ค่ะ

  1. ตั้งน้ำให้เดือด ฝานขิง และ เติมเหล้าจีนลงไปเพื่อใช้ดับกลิ่นหืนของกระเพาะปลา
  2. น้ำเดือดแล้วนำกระเพาะปลาแห้งใส่ลงในหม้อ พอกระเพาะปลานิ่มแล้วเอาขึ้น (กระเพาะปลาที่เราใช้เป็นหลอดเล็กๆ นิ่มเร็วมากค่ะ)
  3. เอาน้ำเย็นราดกระเพาะปลาให้หายร้อน(อันนี้นอกสูตรค่ะ ขี้เกียจรอมันเย็น) บีบน้ำออกจากกระเพาะปลาพอประมาณ
  4. ใช้แป้งข้าวโพด(เผอิญไม่มีแป้งมันค่ะ)คลุกกับกระเพาะปลาเพื่อขจัดน้ำมันตกค้างออก (เทคนิคนี้ได้ผลดีจริงๆค่ะ จากตอนแรกน้ำมันยังเยิ้มอยู่ คลุกแป้งทีเดียวแห้งสนิทเลย)
  5. ล้างน้ำอีกทีให้กระเพาะปลาสะอาดหมดแป้ง จากนั้นบีบน้ำออกจากกระเพาะปลาให้หมด
  6. ตั้งกระทะ เอาเห็ดหอมที่แช่น้ำจนนิ่มแล้วไปผัดจนหอม (เผอิญชอบให้เห็ดเกรียมๆนิดนึงค่ะ)
  7. เอาเนื้อกุ้งลง ผัดไฟแรงแป๊บเดียว เดี๋ยวค่อยไปผัดให้สุกต่อในขั้นต่อไปค่ะ
  8. ตอกไข่ใส่กระทะยีๆนิดหน่อยพอให้ไข่เป็นก้อนๆ(เราชอบให้ไข่เป็นชิ้นๆหน่อยน่ะค่ะ) แล้วใส่กระเพาะปลาตามลงไป
  9. ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว เหล้าจีนเล็กน้อย เติมน้ำซุปที่ต้มจากเปลือกกุ้งลงไปนิดหน่อย
  10. ใส่ต้นหอมที่หั่นท่อนสั้นเตรียมไว้ ผัดอีกสองสามทีแล้วปิดไฟเลยค่ะ

สูตรแรกออกมาได้หน้าตาอย่างนี้ค่ะ


รสชาติถือว่าโอเคสำหรับทำครั้งแรกค่ะ แต่เรายังติดใจว่าอยากให้กระเพาะปลาออกมาแห้งแบบแห้งจริงๆเหมือนที่กินที่เกี๊ยกหูฉลาม(แถวสุรวงศ์)ที่ไทย (ในรูปตัวกระเพาะปลาจะดูฉ่ำๆน้ำไปหน่อยนึงค่ะ มันหยึยๆสำหรับเราไม่ค่อยชอบแบบนี้เท่าไหร่)


จากการตั้งกระทู้ถามและปรับสูตรเล็กน้อย ได้เทคนิคเพิ่มเติมมาดังนี้ค่ะ
1. ตอนต้มระวังอย่าต้มนานมาก (เพราะกระเพาะปลาเราชิ้นเล็ก เดี๋ยวเปื่อยหมด)
2. ตอนบีบน้ำครั้งสุดท้าย ให้บีบๆๆๆ บีบให้น้ำออกมาให้หมดเลยค่ะจะได้แห้งสมใจ
3. ตัดไม่ใส่น้ำซุปใดๆลงไปในการผัด เพราะจะทำให้กระเพาะปลานิ่มๆหยึยๆ(สำหรับเรานะคะ)
4. (อันนี้คิดเอาเอง) ตอนใส่เครื่องปรุงน้ำๆ จะระวังๆไม่ไปราดลงบนกระเพาะปลาโดยตรง และผัดไฟแรงสุดตั้งแต่ต้นยันจบเลยค่ะ

หนนี้ลองเอากระเพาะปลาคลุกกับไข่ก่อนลงผัด ตามที่คุณ ป้าอ้วนมาเอง (เหนียวเนื้อ) แนะนำได้ออกมาเป็นจานนี้ค่ะ จำได้ว่าที่ไทยเค้าผัดมาจะมีเปลือกๆกุ้งปนมาด้วยเลยลองเอาหัวกุ้งสองสามตัวใส่ลงไปผัดด้วย (ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะว่ามันช่วยอะไรไหม) ออกมาในรูปสีไม่น่ากินเท่าจานแรกเพราะกุ้งสีส้มๆไปหลบอยู่ด้านในซะมากค่ะ (แถมกุ้งโดนไข่เคลือบๆไปด้วย)


หนนี้กระเพาะปลาออกมาแห้งสมใจแล้วค่ะ แต่รสสัมผัสยังไม่เหมือนที่ทานที่ไทยเท่าไหร่ อันนี้คาดว่าเป็นเพราะกระเพาะปลาต่างชนิดกัน ซึ่งจนปัญญาจะแก้ค่ะ เพราะที่ญี่ปุ่นเราหาได้แต่แบบนี้เอง


ขอบคุณกูรูห้องก้นครัวทุกท่านที่แนะนำสูตรอร่อยๆ และช่วยบอกเคล็ดในการทำอาหารจนสำเร็จเป็นจานนี้ออกมาจนได้นะคะ

ปล กระเพาะปลาเราสั่งซื้อทางเน็ตจากร้าน イサラストアー ค่ะ 乾燥魚の胃袋 (かんそうさかなのいぶくろ) 100g ราคา 680 yen นะคะแต่ต้องมีค่าส่งของกับค่าธรรมเนียมอีก ถ้าสั่งแค่อย่างเดียวน่ากลัวไม่คุ้มค่าส่งค่ะ ก่อนนั้นเราเดินหาดูจนทั่วตลาดอาเมโยโกะแล้ว ถามกี่ร้านๆก็ไม่มีเลยค่ะ


เพิ่มเติมทริกเก็บตกที่มีสมาชิกใจดีช่วยแนะนำเพิ่มเติมค่ะ ไว้เดี๋ยวจะค่อยๆลองทีละแบบนะคะว่าแบบไหนจะถูกปากเราที่สุด ตอนนี้อุปกรณ์หลัก(กระเพาะปลา)เหลือแค่ถุงเดียวเองค่ะ ไว้กลับไทยรอบหน้าไปขนจากไทยดีกว่า
- เรื่องรสสัมผัสยังไม่ได้ดังใจ คุณป้า "เหนียวเนื้อ" แนะนำว่าอย่าเอากระเพาะปลาไปต้ม แค่แช่น้ำให้นิ่มก็พอ (แต่จะใช้เวลาแช่น้ำนานหน่อย เช่น จะกินเที่ยงก็แช่แต่เช้า)
- อีกข้อจากคุณป้า "เหนียวเนื้อ" แนะนำว่าใส่ปูอร่อยกว่ากุ้ง และไม่ใส่เห็ดหอมน่าจะดีกว่า เพื่อกลิ่นเห็ดจะได้ไม่รบกวนกลิ่นกระเพาะปลาค่า
- เพื่อความแห้งที่แห้งถึงใจ มีคำแนะนำว่าให้เอากระเพาะปลาที่บีบเค้นน้ำออกแล้ว ไปคั่วไฟกลางในกระทะอีกทีเลยค่ะ ค่อยเอาไปผัดอีกรอบ (อย่างนี้แห้งถึงใจแน่ๆเลยค่ะ ทั้งบีบ ทั้งเค้น ทั้งคั่ว)


สุดท้ายและท้ืายสุดค่ะ ลองทำอีกรอบ(ห่อสุดท้าย)และได้รสชาติที่ถูกใจออกมาจนได้ค่ะ สรุปขั้นตอนที่ใช้เป็นดังนี้

  1. ตั้งน้ำจนเดือด แล้วเอาน้ำร้อนมาเทใส่อ่างที่มีกระเพาะปลาแห้งอยู่ เติมเหล้าจีนและขิงหั่นแว่น คนๆจนกระเพาะปลานิ่มก็เทน้ำและขิงออกค่ะ (กระเพาะปลาเราชิ้นเล็กค่ะเลยนิ่มเร็ว ลองแช่น้ำธรรมดาดูแล้วสิบชั่วโมงยังไม่นิ่มเลยคงเพราะที่นี่อากาศหนาวค่ะ น้ำเลยเย็นเจี๊ยบ)
  2. เอาน้ำเย็นราดกระเพาะปลาพอให้หายร้อน บีบๆน้ำออกจากกระเพาะปลาพอเป็นพิธีในขั้นแรก
  3. ใช้แป้งข้าวโพด(เผอิญไม่มีแป้งมันค่ะ)คลุกกับกระเพาะปลาเพื่อขจัดน้ำมันตกค้างออก คลุกทั่วแล้วก็ล้างออก ถ้ายังมันๆอยู่ก็คลุกอีกแล้วล้างอีกค่ะ ทำซ้ำไปจนหมดมันเลย
  4. พอไม่มันแล้ว คราวนี้ก็บีบเค้นน้ำออกจากกระเพาะปลาให้หมดค่ะ หั่นเป็นชิ้นขนาดตามชอบ แล้วก่อนเริ่มผัดก็บีบอีกรอบค่ะเอาให้ชัวร์ว่าแห้งสุดๆไปเลย (เราลืมลองเอากระเพาะปลาไปคั่วกับกระทะก่อนผัดนะคะ แต่ถ้าคั่วคิดว่าคงแห้งสมใจแน่ๆ)
  5. สูงสุดคืนสู่สามัญทำหนแรกใส่โน่นนี่เยอะแยะ หนนี้ลองใส่แต่ของหลักๆเหมือนที่กินที่ร้านอาหารจีนดูค่ะ เครื่องปรุงมีแค่ กุ้ง กระเพาะปลา ต้นหอม น้ำมันงา น้ำมันหอย เหล้าจีน และ ซีอิ๊วขาวค่ะ ไข่ไม่ใส่ เห็ดหอมไม่ใส่ กระเทียมและอื่นๆก็ไม่ใส่ค่ะ ส่วนปูนั้นที่ญี่ปุ่นแพงอ่ะค่ะขอเป็นกุ้งละกันนะคะถูกกว่า (จริงๆก็ยังแพง)
  6. กุ้งนี้เราหั่นเนื้อเป็นสี่ท่อน แล้วเอาส่วนหัวที่ตัดหนวดตัดขา ดึงเปลือกหุ้มด้านบนออก เอามาผัดด้วยค่ะ ไม่ได้กินส่วนนี้แต่คิดว่ามันช่วยเรื่องกลิ่นและรสได้
  7. ตั้งกระทะไฟแรงสุด(งานนี้ไฟแรงสุดตลอด ตั้งแต่ต้นยันจบเลยค่ะ) เทน้ำมันงา(แบบที่เอาไว้ผัดกับข้าวนะคะ)ลงไปนิดนึง รอกระทะเริ่มร้อนก็เทกุ้ง กับ ต้นหอมส่วนสีขาว(หั่นท่อนสั้น)ลงไปเลยค่ะ
  8. ผัดไฟแรงต่อไปแป๊บนึง กุ้งเปลี่ยนสีและกลิ่นหอมมากๆเลยค่ะ คิดว่าคงเพราะกลิ่นน้ำมันงาผสมกลิ่นกุ้ง เพิ่งรู้ว่ามันเข้ากันดีก็วันนี้นี่เอง พอกุ้งเปลี่ยนสีไปสักครึ่งนึง คราวนี้เอากระเพาะปลาใส่เลยค่ะ ไม่ใส่น้ำมันเพิ่มเลยนะคะ พอกระเพาะปลากับกุ้งลงไปผัดรวมกันแล้วเปลี่ยนสีสวย เหมือนสีที่กินที่ร้านเลยค่ะ ^o^/
  9. ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว และเหล้าจีน สามอย่างเท่านั้น พยายามอย่าเอาไปราดตรงกระเพาะปลาโดยตรงเพราะเราชอบแห้งๆค่ะ
  10. ผัดไฟแรงต่อไปจนเห็นกระเพาะปลาและกุ้งทั้งหมดสุกดีแล้ว ก็ใส่ต้นหอมส่วนสีเขียวที่หั่นท่อนสั้นเตรียมไว้ ผัดอีกสองสามทีแล้วปิดไฟค่ะ

หนล่าสุดนี้พลาดตรงเทเหล้าเยอะไปเลยแฉะไปหน่อย แต่รสชาติและความหอมที่ออกมานี่ถูกใจจริงๆเลยค่ะ ใส่น้อยกว่ากลับอร่อยกว่าใส่เครื่องปรุงโน่นนี่เยอะแยะ อย่างนี้เรียกว่าสูงสุดคืนสู่สามัญสินะคะ ถ้าไม่ลืมคั่วกระเพาะปลาให้แห้งก่อนผัดล่ะก็น่าจะยิ่งหอมกว่านี้อีกค่ะ เย้ทำเป็นแล้วค่า



Create Date : 29 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 7 ธันวาคม 2552 1:29:21 น. 5 comments
Counter : 3160 Pageviews.

 
กําลังหิวอยู่พอดีเลยค่ะ


โดย: CrackyDong วันที่: 29 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:27:18 น.  

 
น่าทานจังครับ


โดย: pheebar วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:3:30:21 น.  

 
ถ้าที่บ้านผมทำคราวหน้าต้องลองใส่ขิงกับเหล้าจีนลงไปด้วยแล้วครับ

ตอนต้มกลิ่นเหม็นมาก ย้ำนะครับ เหม็นเลย ไม่ใช่หืน


โดย: kirofsky วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:18:11:57 น.  

 
น่าทานจังครับ


โดย: บูรพากรณ์ วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:0:36:08 น.  

 
เมนูนี้ถูกใจ ชอบกินกระเพาะปลาผัดแห้งมาก ไว้ไปซื้อกระเพาะปลามาแล้วจะลองทำตามสูตรดูนะคะ


โดย: Mojo&Phadthai วันที่: 10 ธันวาคม 2552 เวลา:5:09:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




บล็อคนี้ถึงไม่ค่อยมีอะไรแต่ถ้าจะก๊อปปี้ข้อความหรือรูปอะไรไปโพสที่อื่น ก็รบกวนช่วยใส่เครดิตลิงค์บล็อคนี้ไว้ด้วยนะคะ

เราไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำภาพและข้อความในบล็อคไปเผยแพร่(ในแบบที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์)แต่สงวนลิขสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพถ่ายและเนื้อหาค่ะ

ค้นหาทุกสิ่งอย่างในบล็อคนี้

New Comments
Friends' blogs
[Add White Amulet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.