W H I T E A M U L E T
Group Blog
 
All blogs
 
[--Eating in Japan--] มื้อเย็นจากห้าง Mitsukoshi @Ginza...แพ้ทางเค้กน่ารักๆอีกแล้ว >.<


บล็อคนี้ขออัพเพราะอยากเก็บภาพเค้กน่ารักๆ(ที่ซื้อมาเพราะหน้าตาล้วนๆ)ไว้เป็นที่ระลึกค่ะ ปล. ไว้ล่วงหน้าเลยค่ะว่าพิมพ์ในภาพผิดไป จริงๆต้องชั้น B2F แต่ตอนทำรูปลืมไปค่ะเลยเขียน B1F ซะงั้น

เนื่องด้วยมีเหตุให้ต้องแวะไป Apple Store สาขา Ginza เพื่อเอาบิลไปแลกเงินคืน 2800 yen ค่า iPhone 4 Bumper ที่ซื้อ(ให้พี่ชาย)ไปก่อนหน้านั้นค่ะ เราอยู่ญี่ปุ่นยังไม่รู้ข่าวพวกนี้เลย(ประสาคนโลเทค) แต่พี่ชายอยู่ไทยดันรู้ซะอีกแน่ะว่าเค้ามีให้คนที่ซื้อไปก่อนหน้านี้เอาบิลไปแลกเงินคืนได้ภายในวันที่ 30 กันยายน (จากการมาวันนี้ทำให้เรารู้อย่างนึงค่ะว่ากล้องของ iPhone 4 ภาพคมและชัดกว่าของ iPhone 3GS ที่เราใช้อยู่อย่างเห็นได้ชัด แถมมีกล้องถ่ายด้านหน้าได้ด้วยเหมาะกับคนสมัยนี้ที่คนชอบถ่ายรูปตัวเองเพื่อลง facebook มากๆเลยค่ะ)

ย่านไฮโซอย่างกินซ่านี้ เราอยู่ญี่ปุ่นมาสี่ปีมาไม่ถึงสิบครั้งด้วยซ้ำค่ะแบบว่ามาแล้วก็ได้แต่เดินดูอย่างเดียว ไหนๆวันนี้แวะมาแล้วก็เลยเดินเล่นห้าง 銀座三越 Ginza Mitsukoshi แถวนั้นซะเลย ที่ชั้น B2F มีบู๊ตเล็กๆน้อยๆขายอาหารและขนมเต็มไปหมด เย็นวันเสาร์แบบนี้มองไปทางไหนก็คนยั้วเยี้ยเลยค่ะ ได้อารมณ์คึกคักไปอีกแบบ

โดยปกติแล้วเราไม่ใช่คนชอบทานของหวานเอาซะเลย แต่อยู่ญี่ปุ่นนี่ก็มีหลายๆครั้งที่ต้องยอมแพ้ให้ความน่ารักของของหวานที่นี่และซื้อมาทานจนได้ ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งค่ะ เดินวนๆมีแต่ขนมน่ารักๆทั้ง Rare cheese cake รูปสิงโต, ทั้งพายมะม่วงน้ำดอกไม้(จากไทยด้วยค่ะ)สีสันน่ากิ๊นน่ากิน, ทั้งทาร์ตผลไม้รวมสีสันสดใสจี๊ดจ๊าดสุดๆ (ได้แต่บรรยายนะคะ เพราะไม่กล้าถ่ายรูปมา)

เดินเลือกไปเลือกมา สำหรับทานแค่คนเดียวเลยได้มาชิ้นเล็กๆหนึ่งชิ้นราคา 399 yen จากร้านชื่อ 菓乃美の杜 Kanomi no Mori ค่ะ จริงๆตั้งแต่ประมาณวันพฤหัสที่ผ่านมาอยู่ๆโตเกียวก็เย็นขึ้นแล้ว(ต่ำกว่ายี่สิบองศา เข้าหน้าใบไม้ร่วงกันกะทันหันเลยค่ะ ทั้งที่เมื่อวันอังคารยังแดดเปรี้ยง ร้อนเหงื่อซึมอยู่แท้ๆ) แต่ทางร้านก็ยังใส่ถุงน้ำแข็งแห้งมาไว้ให้กับเค้กเพื่อรักษาอุณหภูมิด้วยค่ะ


แกะออกจากกล่อง เค้กที่เราซื้อมาหน้าตาหยั่งงี้ค่ะ ที่ตัวเค้กมีพลาสติกซีลรอบไว้อีกชั้นนึง ถือเดินมาถึงบ้านเค้กก็เลยยังปิ๊งได้อยู่เหมือนเดิม (ใครดูอาจบอกว่าไม่เห็นน่ารักเท่าไหร่เลย คือ จริงๆมันมีที่น่ารักและอลังการกว่านี้ แต่เราทานไม่เป็นบ้างล่ะ ทานไม่ไหวบ้างล่ะ เลยเลือกมาแบบน่ารักพอประมาณและกินไหวก้อนนี้ค่ะ)


เค้กนี้ป้ายเขียนชื่อว่า ファントロー Fantoro ซึ่งก็เป็นวิธีอ่านออกเสียงแบบญี่ปุ่นๆนะคะ คนไม่คุ้นเคยกับชนิดขนมอย่างเราก็บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะว่าชื่ออังกฤษมันคืออะไร


พยายามค่อยๆแกะพลาสติกแล้ว แต่ก็ยังแอบทำฐานเค้กเละไปนิดนึงค่ะ สรุปสั้นๆว่ามันเป็นเค้กรสส้มอ่อนๆนั่นเอง(ใจเราอยากให้รสส้มมันเข้มและจี๊ดขึ้นอีกหน่อยค่ะ) ส่วนเนื้อเค้กเราเรียกไม่เป็นน่ะค่ะว่ามันเป็นแบบไหน แต่จะไม่ใช่เนื้อชิฟฟอนร่วนๆนะคะ จะออกเนื้อเหนียวๆเกาะตัวกันนิดนึง สำหรับคนไม่ค่อยชอบของหวานอย่างเรา รสชาติก็ธรรมดาเฉยๆค่ะ


ไหนๆก็เถลไถลกับของกินแล้วก็เลยถือโอกาสซื้อมื้อเย็นไปด้วยซะเลยค่ะ ประหยัดเวลาทำครัวไปได้อีกโข(แต่เปลืองตังค์แทน) สามกล่องนี้จากร้าน Kakiyasu Dining ที่อยู่ชั้นเดียวกัน สิริรวมราคา 1751 yen ค่ะ มื้อเย็นนี้รวมของหวานด้วย ไปๆมาๆชักแพงแล้วค่ะเนี่ย ปกติกินเบนโตะ Lawson มื้อนึงประมาณ 5-600 yen เอง


อย่างแรกสั่งมา 100 g (กับข้าวแนวๆตักขายแบบนี้ที่ญี่ปุ่นมักตั้งราคาขายเป็นต่อ 100 g ค่ะ มีเศษน้ำหนักก็คิดเงินกันไปตามอัตราส่วน) เป็นสลัดมันฝรั่งกับแซลมอนและไข่ปลา ปกติเราชอบกินแซลมอนซาชิมิมากๆอยู่แล้ว มาอันนี้ก็เข้ากันได้โอเคเลยล่ะค่ะ ไข่ปลาเค็มๆช่วยตัดรสของสลัดไม่ให้เลี่ยนจนเกินไป


อย่างที่สองธรรมดาๆ(แต่ทำเองไม่เคยออกมาน่ากินอย่างนี้เลย)เป็นกุ้งทอดราดมายองเนส แต่ร้านนี้กุ้งตัวใหญ่เบิ้มเลยค่ะกัดไปนี่เนื้อๆทั้งนั้น สองตัวนี้ประมาณๆได้ 100 g ค่ะ (แต่แอบไม่ชอบเม็ดสีแดงๆที่โรยบนกุ้งค่ะ กัดแล้วรู้สึกขมๆนิดๆ เดาว่าน่าจะเป็นพวกสมุนไพร)


อย่างสุดท้ายเป็นเมนคอร์สของมื้อเย็นค่ะเลยจัดมา 200 g เลย แนวๆไก่อบหรือนึ่งเกลือซักอย่างค่ะ แบบอาหารจีนเลย ชอบกินมากเป็นการส่วนตัว แต่ซื้อเอาตลอดเพราะไม่รู้วิธีทำค่ะ


อาหารทั้งหมดที่เห็นในบล็อคนี้ถูกฟาดเรียบลงท้องเราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ ซื้ออย่างละนิดละหน่อย ไปๆมาๆก็กลายเป็นมื้อใหญ่ไปเลย อิ่มซะจุกเลยล่ะค่ะ นานๆเปลี่ยนบรรยากาศซื้อเค้ามากินบ้าง ไม่ต้องหัวฟู ครัวเลอะ ทำกินเองก็สบายตัว(แต่ลำบากกระเป๋าตังค์)ดีนะคะ ^^

บล็อคนี้สั้นๆจบแค่นี้ค่ะ หลักๆคือเสียดายรูปเค้กเท่านั้นเอง ไหนๆซื้อมาเพราะมันน่ารัก ก็เลยอยากจะเก็บความน่ารักนี้ไว้เป็นที่ระลึกบ้างค่ะ แทนที่จะกินลงท้องไปอย่างเดียวแล้วเอากลับมาชื่นชมความน่ารักไม่ได้อีกเป็นที่น่าเสียดายนัก ;P

-------------------------------------------------------------------------

ภาพทั้งหมดถ่ายด้วย Canon EOS Kiss X3 + EF 35mm f/1.4L USM ถ่ายมาเป็น RAW แล้วปรับ WB ด้วย DPP สุดท้ายคร็อปและใส่โลโก้ด้วย PS ค่ะ

>> ดูรายการบล็อคอัพใหม่ทั้งหมด



Create Date : 25 กันยายน 2553
Last Update : 26 กันยายน 2553 0:22:23 น. 3 comments
Counter : 1524 Pageviews.

 
Kanomi มันพ้องกับคำว่าขนมพอดีเลยนะครับ


โดย: kirofsky วันที่: 30 กันยายน 2553 เวลา:18:52:19 น.  

 
อึ้ก น่ากิน!!!


โดย: Ping IP: 61.90.119.229 วันที่: 2 ตุลาคม 2553 เวลา:8:24:57 น.  

 
น่าทานจัง


โดย: p'aui IP: 183.89.156.215 วันที่: 9 ตุลาคม 2553 เวลา:19:06:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




บล็อคนี้ถึงไม่ค่อยมีอะไรแต่ถ้าจะก๊อปปี้ข้อความหรือรูปอะไรไปโพสที่อื่น ก็รบกวนช่วยใส่เครดิตลิงค์บล็อคนี้ไว้ด้วยนะคะ

เราไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำภาพและข้อความในบล็อคไปเผยแพร่(ในแบบที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์)แต่สงวนลิขสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพถ่ายและเนื้อหาค่ะ

ค้นหาทุกสิ่งอย่างในบล็อคนี้

New Comments
Friends' blogs
[Add White Amulet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.