อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2563
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
20 พฤศจิกายน 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 17 : ขอให้รักของฉัน อยู่กับเธอตลอดไป เล่ม 1 - 3 โดย ภูระริน



17



“พระท่านว่าอะไร ถึงกับถอนใจยาวเชียวคุณ ? ” ปรเมษฐ์ถามเมื่อเดินกันออกมาไกลแล้ว “เห็นด้วยตานี่แหละ ไม่ต้องใช้อิทธิฤทธิ์อะไร ไม่ต้องห่วง แรงจะเดินยังไม่มี จะทำอะไรได้” เขายิ้มเยาะเมื่อเห็นสายตาภูสิตาที่สงสัยจนแสดงออกมา

“คุณอยากไปไหน ? พระให้พาไป”

“อ๋อ ใช่ ! เคยบอกท่านไว้ก่อนบวช แต่คุณเต็มใจหรือเปล่า ? ถ้าไม่เต็มใจผมก็ไม่อยากรบกวนนะ”

“คุณลองขึ้นไปรถฉันก่อนก็ได้ ถ้าไม่ร้อนก็แสดงว่าฉันพร้อมจะไป เพราะในรถไม่เหลือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรแล้ว”

“ขอบคุณครับ ไม่เป็นไรนะ ถ้าไม่อยากเอาอะไรออกก็ไม่ต้องเอาออก อย่างผมแค่มองตาผมก็ยอมคุณแล้ว ต่อให้คุณไม่เอาเครื่องรางของขลังออก ผมก็จะยอมไปด้วย ถ้าคุณว่างสัก 2-3 วัน ก็หอบผ้ามาได้เลย” คนพูดหัวเราะอย่างเปิดเผย

“พูดอะไร น่าเกลียด”

“ไม่น่าเชื่อว่าตัวจะยังเหมือนเดิมนะ ไร้อารมณ์ขันจริง ๆ ”

“เราโตแล้วคุณจะพูดอะไรต้องระวัง” น้ำเสียงของภูสิตาราบเรียบแต่ก็มีความห่วงใยแฝงอยู่ “บอลทานข้าวค่ะ” สุนันทาเดินหน้าตึงเข้ามา

“ขอบใจ กินที่ไหนหญิง ? ”

สุนันทาหันหน้าเข้าไปในบ้าน ไม่พูดอะไร แววตาของเธอไม่ค่อยเป็นมิตรเอาเสียเลย “ไปครับภูสิตา ไปทานด้วยกัน ค่าเสียเวลาไง” ชายหนุ่มออกเดินนำไป

ภูสิตาสบตาเขานิ่ง ก่อนจะเดินตามมา หากแต่สุนันทาเดินเข้ามาขวางไว้ก่อน

“ไม่พอมั้งกับข้าวนะ หญิงหาไว้ให้บอลกับญาติ ๆ ไม่กี่คน โต๊ะนั้นว่างค่ะภูสิตา” เธอชี้นิ้วไปหากลุ่มเพื่อน ๆ ของภูสิตา สีหน้าที่เรียบเฉยของหญิงสาวฉายแววแห่งความเยือกเย็นอย่างเห็นได้ชัด

“ค่ะ ขอบคุณ”

“ไปค่ะบอล” สุนันทาเกาะแขนปรเมษฐ์ทันที ชายหนุ่มจะเรียกภูสิตาหากแต่ไม่ทัน เพราะเธอรีบเดินไปทันที ปรเมษฐ์จึงทำได้เพียงหันหน้ามามองคนข้าง ๆ

ทำตัวเป็นเด็ก ๆ อีกแล้วหญิง เขาส่ายหน้าไม่พูดมันออกมา



ภูสิตาขับรถกลับบ้านเพียงลำพังเมื่อไปส่งโมรีที่บ้านแล้ว งานที่บ้านปรเมษฐ์เสร็จตั้งแต่หลังเที่ยง เธอช่วยงานจนเกือบเสร็จ แต่โมรีไม่ไหวเพราะบ่นว่าไม่ค่อยสบาย เลยต้องขอตัวกลับก่อน ดูแล้วท่าทางจะป่วยการเมืองเสียมากกว่า เพราะเห็นไม่พูดกับกรกฎสักคำตอนรับประทานอาหารกัน ภูสิตาถอนใจยาว เธอเห็นภาพของปรเมษฐ์เดินไปมาอยู่ในความคิดของตัวเอง เหตุใดคนบางคนจึงมีผลกับชีวิตได้มากมายขนาดนี้

คนตาสวย หน้านิ่งเนื้อหอมไม่เลิก นี่กี่ปีเข้าไปแล้ว สุนันทาก็ยังตามเขาเป็นเงาอยู่เลย หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง เจ็บคอ เหมือนก้างปลาติดคอตลอดเลย กินแค่ไม่กี่คำเองนี่นา “กินเข้าไป ! นี่ฉันเลาะก้างให้แกอย่างดีเลยนะ” เสียงโมรียังติดหู สงสัยคืนที่กินข้าวคนเดียวในร้านอาหารนั้นไม่ได้ระวัง แต่ทำไมพึ่งมามีอาการตอนนี้ คงต้องไปหาหมอแล้ว



เสื้อผ้าใหม่ที่สุนันทาหาซื้อมาวันนี้ ถูกกองไว้ข้างตัว ทำให้คนเห็นออกปาก

“ตายแล้ว ! น้องหญิงอะไรกันลูก เหมาเสื้อผ้ามาขนาดนี้จะบินอีกเหรอลูก ? ” มารดาของปรเมษฐ์ทัก วันนี้เป็นวันหยุดจึงมีเวลาพักผ่อน

“ไม่ใช่ค่ะป้า หญิงว่างเลยไปชอปปิ้งมา มีเสื้อมาฝากคุณป้าด้วย สวยไหมคะ ? ”

“สวยลูก ขอบใจมาก” คุณมาลิดาไม่มีลูกสาว ตั้งแต่ลูกชายทั้งสองไม่อยู่ก็มีเพียงสุนันทาที่คอยไปมาหาสู่เหมือนลูกสาวอีกคน แม้นิสัยเจ้าตัวจะไม่ค่อยมีเหตุผลในทุกเรื่อง แต่ก็ต้องให้อภัย มารดาของสุนันทาที่เป็นเพื่อนกันก็มาด่วนจากไป ทำให้บิดาต้องส่งเธอไปเรียนต่อที่อเมริกาตั้งแต่จบมัธยมปลาย การจะอบรมกันจึงทำได้ยาก ดีแค่ไหนที่ยอมพูดภาษาไทยกัน ไม่อย่างนั้นคงต้องปวดหัวไปมากกว่านี้

“บอลไปไหนคะป้า ? ” คำถามแบบนี้ก็เหมือนกัน เป็นลูกผู้หญิงไม่สมควรที่จะถามหาผู้ชายที่ไม่ใช่พี่น้อง ฟังแล้วก็ได้แต่ถอนใจ

“ไปต่างจังหวัดจ้ะ มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าลูก ? ”

“ไปต่างจังหวัดเหรอคะ ไปกับใคร ? ไม่เห็นรู้มาก่อน”

คุณมาลิดายิ้มอย่างจนใจ เพราะแม้แต่ตัวเองก็ไม่กล้าถามลูกชาย ทำได้แค่ดูอยู่ห่าง ๆ “ไปกับเพื่อนเขาจ้ะ คงไปกันหลายวัน แต่แม่ไม่ทราบว่าเป็นใคร”

คงต้องมุสากันไปก่อน ไม่อยากหาเรื่องปวดหัว ทำไมจะไม่รู้ ? ท่านเห็นกับตาว่าคนที่มารับคือภูสิตา แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมพระลูกชายจึงได้ฝากฝังให้ภูสิตาเป็นคนขับรถให้ ทั้ง ๆ ที่สุนันทาก็ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ท่านเองก็ไม่กล้าถามลูกชายทั้งพระทั้งฆราวาสเพราะเกรงใจ กิริยาท่าทางของภูสิตาก็น่าชมอยู่หรอก เสียแต่เจ้าตัวไม่ค่อยช่างเจรจาและออกจะไว้ตัวด้วยซ้ำ เคยเห็นตอนยังเป็นเด็ก แต่พอโตมาก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย พึ่งเห็นตอนที่มางานบวชนี่แหละ

“อย่าให้เป็นแม่ภูสิตาเป็นใช้ได้ค่ะ”

เจ้าตัวได้ยินคงสะอึก คุณมาลิดาอมยิ้ม “ทำไมล่ะลูก มีอะไรกันหรือเปล่า ? ”

“ยังไม่มีค่ะ แต่ต่อไปอาจจะมี ก็คนนี้แหละ ที่เบสเล่า โอ ! ที่พระเล่าให้ฟังว่าบอลต้องเขียนจดหมายมาหาเขาทุกเดือน” คนพูดแสยะปาก

“ก็เคยได้ยิน ไม่เห็นแปลกนี่จ๊ะ หรือน้องหญิงว่าไง ? ”

“ไม่รู้ล่ะค่ะ หญิงไม่ชอบหน้าเขา เวลาที่บอลอยู่กับเขา มันทำให้หญิงอึดอัด หญิงไม่ชอบ” หัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันทำไมจะไม่เข้าใจ ลูกชายอาจจะรู้สึกพิเศษกับเพื่อนคนนี้มาก ทำให้คนที่เคยได้เป็นที่หนึ่งเสมอมาตั้งแต่ยังเล็กอย่างสุนันทาไม่ชอบใจ

“ไม่มีอะไรหรอกลูก วันหลังแม่จะถามให้นะ” ไม่ใช่แค่เพื่อสุนันทาหรอก ตัวท่านเองก็อยากรู้เรื่องส่วนตัวของลูกชายเหมือนกัน ปรเมษฐ์ไม่ใช่คนที่ใครจะเข้าใจได้ง่าย ๆ เหมือนปรมัตถ์ ถ้าเขาจะเก็บงำอะไรสักอย่างก็ไม่มีวันมีคนรู้



รถยนต์ของภูสิตาขับออกมานอกเมืองแล้ว แต่คนข้าง ๆ ยังไม่ยอมบอกจุดหมาย เอาแต่นั่งดูทัศนียภาพสองข้างทาง ราวกับจะไม่ได้ดูมันอีกแล้ว “บอลคุณอย่าทำเหมือนจะไม่ได้กลับมาอีกได้ไหม มันทำให้ฉันหดหู่”

“อ้าวเหรอ ! ? กำลังเพลินโทษที” ปรเมษฐ์หัวเราะ แต่คนขับหน้านิ่ง “นี่ ๆ ตาล จับมือผมดูสิ เร็วเข้า จ้องอยู่นั่นแหละ กลัวอะไร ? นั่งมาด้วยกันตั้งนาน ทำกลัวไปได้” เขายื่นมือมาให้ นิ้วเรียวยาวกระดิกเหมือนกำลังเล่นเปียโน น้ำเสียงประชดประชัน ปากดี ๆ แบบนี้แหละปรเมษฐ์ตัวจริง คนที่นั่งเงียบอยู่เมื่อครู่กับคนที่นั่งจ้องเธออยู่เหมือนคนละคน ภูสิตาเอื้อมมือมาจับมือของเขาอย่างเบามือ ปรเมษฐ์กระตุกมือทันที ภูสิตาจะชักมือกลับ แต่เขาดึงไว้ทัน แล้วใช้มือทั้งสองข้างของเขารวบไว้ “อุ่นไหม ? ” เขายิ้มให้เหมือนเด็ก ๆ ภาพในวัยเด็กของทั้งสองย้อนกลับมาในความทรงจำ

“จำได้ไหม คุณเห็นภาพนั้นไหม ? คุณคิดถึงผมไหม ? ” ชายหนุ่มมองไปที่ภูสิตาด้วยแววตาอ่อนโยน “วันที่ผมจับมือคุณในน้ำ คุณไม่ได้ยินที่ผมพูดหรอก ตอนนั้นผมบอกคุณว่าเราคิดถึงตาลที่สุด”

ภูสิตาจ้องตาของชายหนุ่มทันที ปรเมษฐ์สงบนิ่ง ใบหน้านวลของเขามีเลือดฝาดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด “ตาลรู้ไหม ? กว่าจะได้ไปเที่ยวที่บ้านปูนา ผมหมดเงินค่าขนมเพราะซื้อตุ๊กตากระดาษให้มันไปเยอะมาก ไม่งั้นมันไม่ยอมร่วมมือด้วย” เขาหัวเราะแต่ก็ไม่ได้ปล่อยมือภูสิตาให้เป็นอิสระ พอภูสิตาจะเปลี่ยนเกียร์ ชายหนุ่มก็ขยิบตาเพียงเล็กน้อย รถกระตุกนิดหน่อย แต่ก็เคลื่อนต่อไปได้อย่างอัศจรรย์

ภูสิตายิ้มเจื่อนในความมหัศจรรย์ที่ได้เห็น “ปูนารักคุณมาก ไม่เคยมีครั้งไหน ที่จะไม่เข้าข้างคุณ คงไม่ใช่แค่เพราะของที่คุณซื้อให้หรอกค่ะ คุณเป็นเพื่อนที่เขารักมากต่างหาก เขาถึงได้ช่วย”

ปรเมษฐ์ยิ้มกว้าง “ก็คงใช่ แล้วคุณรักเพื่อนคนนี้บ้างหรือเปล่า ? ” เขาชายตามามองที่เธอ ไม่ปรารถนาจะให้เธอหลับตา เพื่อล่วงรู้ความในใจได้ด้วยอำนาจ แต่อยากได้ยินกับหูตัวเองมากกว่า

“บอกที่หมายของคุณมาเถอะ อีกไกลไหม ? ” ภูสิตาเปลี่ยนเรื่อง

“ไกลมาก ! ไปด้วยกันนะ ผมเหนื่อย ไปอยู่เสียด้วยกัน จะได้ไม่ต้องทรมานใครอีก ! ” แล้วรถยนต์ของภูสิตาก็กระชากเหมือนถูกปัดด้วยแรงมหาศาล

ภูสิตากรีดร้องเมื่อรถหมุน “ไม่ ! ! ”

ปรเมษฐ์หลับตาลง แต่ใช้มือรองรับศีรษะของภูสิตาไม่ให้กระแทกกับพวงมาลัยได้ทันควัน เสียงล้อรถเสียดสีไปกับถนนดังแสบแก้วหู ชายหนุ่มหายใจหอบ

เสียงเครื่องยนต์ดับไปแล้ว แต่อารมณ์ของเขายังคงร้อนกรุ่น ภูสิตาสลบไปเพราะตกใจ ที่ศีรษะมีเลือดซึมเพราะแรงกระแทกเล็กน้อย สีหน้าของปรเมษฐ์ทุกข์ทรมานจนแทบจะขาดใจ โกรธและเจ็บปวดจนคิดจะทำร้ายคนที่ตัวเองรัก

สีหน้าของคนหลับไปตรงหน้าไร้มารยา ทำให้เขาทั้งห่วงหาและเจ็บปวด ปรเมษฐ์โอบกอดร่างภูสิตาเข้ามาแนบอก “คุณต้องให้ผมฆ่าคุณด้วยหรือไงถึงจะยอมพูดว่ารัก ถ้าผมไม่มาคุณและผมก็จะไม่มีวันได้รู้ แล้วทำไมไม่ยอมพูด คุณรออะไรภูสิตา ? ”

น้ำตาของเขาหยดลงที่แก้มนวลของภูสิตา ทำให้หญิงสาวรู้สึกตัว ปรเมษฐ์ใช้มือลูบที่รอยแผลบนหน้าผากของหญิงสาวเพียงเบา ๆ รอยแผลนั้นก็จางหายไปในทันที ไม่เหลือร่องรอยและความเจ็บปวด “ลมแรงจัง ฉันจอดรถทำไมคะ ? ”

“คุณหลับใน ดีขึ้นไหม ? ผมขับให้นะ” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ปรเมษฐ์เปิดประตูรถออกมาเพื่อจะเปลี่ยนไปขับรถเอง ภูสิตาเดินงัวเงียออกมาจากรถเช่นกัน

“เมื่อกี้คุณถามอะไรฉันหรือเปล่า ฉันตอบคุณหรือยัง ? ”

ปรเมษฐ์ส่ายหน้ายิ้มจางให้เธอ “ไม่นี่ หรืออาจจะถาม ผมก็จำไม่ได้”

เขาขับรถไปยังจุดหมายของตัวเอง แต่คนข้าง ๆ ดูเหมือนจะยังไม่ปกติ “เราจะไปไหนกันคะ ? ” คนถามตอนเบลอ ๆ นี่น่าดูไม่น้อย ปรเมษฐ์ยิ้มกว้างให้เธอทันที

“ไม่นานหรอก อยู่ข้างหน้านั่นไง ถึงแล้วครับ”



รถยนต์มาจอดที่บ้านหลังเล็กที่เขาเคยพาภูสิตามาเมื่อครั้งแรกที่เจอกันนั่นเอง  “อ๋อ ที่นี่เองเปลี่ยนไปเยอะนะคะ ต้นไม้โตไวดีจัง” หญิงสาวออกเดินไปรอบ ๆ ครั้งนี้เธอรู้สึกดีมากกว่าครั้งแรกที่มา

“เราจะค้างที่นี่ ผมเหนื่อย อยากพักแล้ว อยู่เป็นเพื่อนกันนะ”

ภูสิตามองตามมือยาวสวยที่ปัดผมของตัวเองให้เข้าที่ “แล้วคุณนอนเหมือนคนปกติไหมคะ ? ” ความหวาดกลัวของภูสิตามองเห็นได้ผ่านแววตา แต่ดูเหมือนเจ้าตัวกำลังพยายามเก็บความรู้สึกซ่อนไว้ในหน้า

“เหมือนที่คุณนอนนั่นแหละ” ปรเมษฐ์อมยิ้มกับอาการนิ่งแต่ไม่เนียนของภูสิตา

“กินได้ไหม ? วันนั้นฉันเห็นคุณดื่มกาแฟได้”

“เหมือนกันทุกอย่างเลย”

“บอลเป็นอะไรหรือเปล่า ถามคำตอบคำ รำคาญตาลไหม ? ”

ปรเมษฐ์เห็นดวงตาคู่นั้นแล้วก็อดเห็นใจไม่ได้ เหตุผลของภูสิตาก็คงมีที่ถามเรื่องพวกนี้ แต่เขาก็ไม่อยากรู้ พอได้ยินคำพูดแทนตัวที่คุ้นเคย เขาก็ใจอ่อน ไฟที่ยังกรุ่นอยู่ในใจก็คลายลง “ไม่รำคาญครับ อยากฟัง คุณอยากรู้อะไรถามมา แต่ถ้าภาพผมจางลงเรื่อย ๆ ก็อย่าว่ากันเพราะผมเหนื่อย”

“งั้นไม่ถามแล้วค่ะ แต่ฉันเป็นห่วงทางบ้าน ท่านไม่รู้อะไรเลย เรามาแบบนี้มันก็ไม่ดี” เธอพูดเบา สายตาเป็นกังวลจริง ๆ เมื่อนึกถึงทางบ้าน

“ไม่ต้องห่วง ผมจัดการได้ทุกอย่าง ทำใจให้สบายเถอะ จะไม่มีใครจำอะไรได้เลย เรื่องที่เรามาที่นี่” คนเท้าสะเอวพูดสีหน้าจริงจังและมั่นใจในอำนาจของตนเองเป็นอย่างยิ่ง ฟังเหตุผลของเขาแล้วก็ยังกังวลอยู่ แต่ภูสิตาก็เชื่อใจเขา อย่างน้อย ๆ เขาก็ไม่ใช่คนเดินดินเหมือนอย่างตัวเธอเอง เขาพิเศษอย่างบอกไม่ถูก

“ค่ะ แล้วฉันก็ไม่มีเสื้อผ้าด้วย” เธอพึมพำเบา

“อยู่ในตู้แล้ว ของคุณทั้งนั้น”

ภูสิตาเดินไปเปิดประตูดูแล้วก็อดตกใจไม่ได้ ทุกอย่างในตู้นั่นเหมือนข้าวของในห้องเธอทุกอย่าง เธอยิ้มกับภาพที่เห็น

“บอลคะ ! ” หญิงสาวมองมาที่เขาอย่างห่วงหาที่สุด ปรเมษฐ์ไม่เคยเห็นแววตาอย่างนี้จากเธอมาก่อนเลย “ถ้ามันจะเป็นแค่ฝัน ฉันก็ไม่อยากตื่นเลย”

ปรเมษฐ์อมยิ้ม “ก็ไม่ได้ฝัน อยู่ตรงหน้าคุณก็คือปรเมษฐ์ที่คุณรู้จัก ผมอยู่นี่แล้ว” ภูสิตามองคนตรงหน้าอย่างมีความสุข น้ำตาแห่งความสุขเอ่อล้น ริมฝีปากบางค่อย ๆ ขยับ “ขอบ....คุณมาก ถ้าเลือกได้ ฉัน....จะขอไปแทนคุณ” ปรเมษฐ์ยืนมองภูสิตานิ่งอยู่นาน จนภูสิตาได้ยินเสียงสะอื้นของตัวเองดังขึ้นเรื่อย ๆ ชายหนุ่มสูดลมเข้าเต็มปอด ราวกับจะจารึกทุกอย่างเข้าไปในดวงจิตของเขา

เขาได้ยินคำพูดนี้เป็นครั้งที่สอง จากคนที่เขารักทั้งคู่คือ ปรมัตถ์และภูสิตา ดวงตาของภูสิตาทั้งทุกข์และสุข แต่เจ้าตัวก็ยังฝืนยิ้ม “คุณเป็นคนที่วิเศษที่สุดในชีวิตของฉัน คุณรู้ตัวหรือเปล่า ? ” หญิงสาวพูดเบาแต่สีหน้าหล่อนดูมีความสุขที่สุด

ปรเมษฐ์ยิ้มกว้างส่งมาให้เธอ รอยยิ้มแบบนี้แหละที่ภูสิตาชอบที่สุดและปรารถนาจะเห็นมันมาตลอด “รู้แล้ว ไปอาบน้ำนะ ผมไม่อยากเห็นคุณร้องไห้ ผมจะรออยู่ตรงนี้”

หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างคนว่าง่าย พอภูสิตาหันหลังให้ ร่างของชายหนุ่มสูงโปร่งก็เลือนราง จางลงเรื่อย ๆ “เจ้าคิดไม่ดีต่อชีวิตคนอื่นปรเมษฐ์ อย่าทำลายชีวิตคนอื่น อย่าแม้แต่จะคิด ! ” ปรเมษฐ์ทรุดตัวลงที่โซฟาอย่างหมดแรง เขาพยายามจับที่โซฟานั้นแต่ไม่สำเร็จ แรงดึงดูดบางอย่างดึงเขากลับมาที่ข้างเตียงคนไข้ในต่างแดนทันที !




 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2563
0 comments
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2563 9:35:52 น.
Counter : 91 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#16


 
Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.