อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
มกราคม 2564
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
6 มกราคม 2564
 
All Blogs
 

ตอนที่ 25 : ขอให้รักของฉัน อยู่กับเธอตลอดไป เล่ม 1 - 3 โดย ภูระริน





25



ปรเมษฐ์เห็นแววตาของคนรักในเวลานี้แล้วก็อดภูมิใจไม่ได้ ภูสิตาดำรงชีวิตอยู่ทุกวันด้วยความกลัวและความศรัทธาในตัวเขามาตลอด กี่พันล้านความเสียใจและความกลัวก็บอกออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ แต่แววตาที่ทุกข์ทนของเธอ ทำให้เขารู้ว่าเธอเจ็บปวดกับการสูญเสียเพียงใด “ถ้าเราเลือกได้เราก็จะทำให้ดีที่สุด ตาลอยากพูดอะไรไหม ? ”

“ฉันอยากไปหาคุณที่โน่น” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาน้ำตาคลอ แล้วเธอก็สวมกอดเขาแน่น “อยากไปหาตัวที่สุด พาเราไปหาบอลนะ พาเราไปหาบอลที”

เสียงนั้นอ้อนวอนเหมือนเด็ก ๆ น้ำตาของเธอเอ่อออกมาเมื่อความในใจเปิดเผย แรงปรารถนาในใจภูสิตาชัดเจน วันนี้เธอพร้อมจะเผชิญกับทุกเรื่องที่กำลังจะผ่านเข้ามาแล้ว เพราะผู้ชายที่เธอรักกำลังต้องการกำลังใจจากเธออย่างที่สุด เสียงลมพัดเคลียเคล้าไปกับเสียงจากหัวใจของภูสิตา “กลับบ้านเรานะปรเมษฐ์ ไม่ว่าหนทางมันไกลแค่ไหน บอลก็ต้องกลับบ้านเรา ไม่มีวันไหนที่เราจะไม่คิด ไม่มีวันไหนที่เราจะไม่รู้สึก เราคิดถึงตัวที่สุด อยากให้ตัวกลับบ้าน อยากให้กลับเหลือเกิน” ลมหายใจของหญิงสาวขาดตอน ทุกห้วงความรู้สึกราวกับกำลังขาดอากาศหายใจ เธอร้องไห้ออกมาอย่างหมดอาย

“เรา..เป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีอำนาจใด ๆ นอกจากความรัก มันทรมานเหลือเกินกับการรอคอยที่ยาวนาน ไม่เคยอยากได้อะไรเลย อะไรก็ไม่เอา ได้ยินไหมบอล ? ” เธอพูดพลางสะอื้น จนคนฟังสะอื้นตาม ปรเมษฐ์กอดคนรักแน่น

“เราเหนื่อยเหลือเกินกับการรอคอย ไม่อยากรออีกแล้ว ไม่เอาอะไรอีกแล้ว ขออย่างเดียวขอให้เราได้พบกัน ขอให้ตัวกลับมาหาเราด้วยตัวของตัวเอง พูดกับเราหน่อย บอลรับปากสิว่าตัวจะกลับบ้านพร้อมกับเรา สัญญาสิ สัญญากับเราที บอลจ๋า”

ทั้งสองกอดกันแน่น “อืม....สัญญา จะทำให้ดีที่สุด เราต้องได้อยู่ด้วยกัน”

ปรเมษฐ์รู้สึกอบอุ่นอย่างที่สุด หวานยิ่งกว่าคำบอกรักใด ๆ สุขยิ่งกว่าสัมผัสใด ๆ วันนี้เขาทำให้ผู้หญิงที่เขารักที่สุด ยอมรับในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นได้ด้วยความรักและความเข้าใจ ภูสิตาพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยตัวของเธอเองแล้ว



รถยนต์ที่วิ่งผ่านไปชะลอดูคนข้างทางเล็กน้อย ก่อนจะออกตัวไปอย่างเงียบเชียบ หมอวิทวัสกลืนน้ำลายลงคอ ภูสิตาได้พบกับชายหนุ่มที่เธอรอมาตลอดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือแค่ความฝันแต่ภาพที่เห็นก็บอกชัด ดวงตาคู่นั้นของชายหนุ่มหันมามองเขา “พี่หมอคะ นี่ไงปรเมษฐ์” เขายังจำน้ำสียงของภูสิตาที่อ่อนล้าอย่างที่สุดในวันที่เธอยอมเล่าเรื่องของตัวเองให้เขาฟัง รูปถ่ายเก่า ๆ ใบหนึ่งถูกยื่นมาให้ดู ภาพเด็กชายสองคนในชุดนอนยืนมองมาที่กล้องอย่างมั่นคง

“ตาลได้มาจากปูนา เขาบอกว่าบอลฝากไว้ให้ก่อนจะไป”

ตอนนั้นภูสิตายังเด็ก รูปที่ถูกยัดใส่มือมา ทำให้เด็กหญิงเจ็บอย่างบอกไม่ถูก เจ้าตัวกำมันอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเก็บไว้ แล้วก็ซ่อนไว้ในที่ ๆ ดีที่สุดเสมอมา แม้ภาพที่เห็นวัยและรูปร่างจะต่างกัน แต่เค้าโครงเดิมชัดเจนโดยเฉพาะสายตาที่มองมาที่เขาอย่างสงบ ผู้ชายที่อยู่กับภูสิตาตอนนี้คือปรเมษฐ์แน่นอน ! ‘ผมคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อรักษาชีวิตคุณไว้ คุณกำลังหลงทางจริง ๆ ’ หมอวิทวัสรำพึงอยู่ในใจเพียงลำพังด้วยเกรงว่าความลับของคนไข้จะหลุดรอดออกจากปากตน เขารู้ข้อมูลของผู้ชายคนนั้นมาแล้วคนไข้ไม่เคยฟื้นและอาจจะไม่ฟื้น ภูสิตากำลังอยู่ในอันตราย นั่นไม่ใช่มนุษย์ !



พอแยกกับปรเมษฐ์แล้ว ภูสิตาก็ขับรถกลับบ้าน วันนี้เธอรู้สึกปลอดโปร่งในหัวอีกวันหนึ่งเช่นกัน จะว่าไปก็อาจจะเป็นวันที่สำคัญที่สุด เมื่อความขัดแย้งและความทุกข์ใจได้รับการเยียวยา ท้ายที่สุดแล้วทุกชีวิตก็ต้องยอมรับความจริง แม้มันจะทำให้เจ็บเจียนตาย หญิงสาวก้าวเข้าไปในห้องนอน รู้สึกมึน ๆ คงเพราะร้องไห้มานั่นเอง นอนเสียหน่อยน่าจะดี แล้วค่อยลุกขึ้นมาทำงานอีกที

ภูสิตาหลับไปไม่นานก็รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างวิ่งกระโจนเข้าหา มันวิ่งขึ้นมาบนเตียง อะไรเย็น ๆ สัมผัสที่ขา ภูสิตาลืมตาเห็นชัด สุนัข ! มองมาที่เธอ

แววตาของมันดุดัน โกรธแค้น อากาศในห้องแม้จะเย็น แต่ผมของภูสิตาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หญิงสาวหายใจหอบ

“หนอย ! มันก็ต้องฝันร้ายสิ แกจะโดนฉันด่าอยู่นี่ไง ทำคออ่อน หนีกลับบ้านเฉยเลย” โมรีบ่นเป็นหมีกินผึ้งเมื่อเพื่อนรักมาหาถึงที่บ้าน

“ขอโทษ ก็กลับไปเอากระเป๋าแล้วเดินชนประตู ปวดหัวก็เลยกลับ” ภูสิตาอธิบาย อย่างที่ได้ยินมาจากปรเมษฐ์

“เออรู้แล้ว ! นายบอลมาบอกเมื่อวาน”

“เขามาหาตัวเหรอ ? ”

“ใช่ มาแต่เช้าเลย มาขอโทษที่เบี้ยวไง”

“เขาบอกไหมว่าทำไมไม่ไป ? ”

“เขาบอกว่า เพราะเห็นภูสิตาไม่ไป ก็เลยไม่ไป”

“รู้ได้ยังไงว่าฉันไม่ไป ? ”

“เขาบอกว่าแวะกลับมาตอนที่ไปส่งยายหญิงแล้ว แต่ไม่เห็นหล่อนขึ้นรถ”

“เลยเดาว่าไม่ไป”

“เอ๊ะ ! อะไรกันพวกแกเนี่ย มาซักอะไรฉัน ? ” โมรีแผดเสียงเพราะรำคาญ

ภูสิตายิ้มให้แล้วหยุดซักทันที

“นี่นะ หมอนี่มีความรับผิดชอบใช้ได้ทีเดียว มากับยายหญิงก็ไปส่งถึงที่ และกลับมาหาอีกคนได้ในเวลาอันรวดเร็ว ฉันก็งง ๆ อยู่ คอนโดแม่นั่นก็ไกลไม่ใช่เล่นนี่นา เหมือนเหาะไปยังไงไม่รู้เนอะ” โมรีตั้งข้อสังเกต

“คงขับรถเก่งน่ะ นักซิ่งอะไรอย่างนั้น นักเรียนนอกนี่” ภูสิตาพูดพลางหัวเราะ

“ไม่ ๆ เก่งแค่ไหนก็ไม่น่าเร็วขนาดนั้น ถ้าเขาบอกว่ากลับมาทันตอนที่เราขึ้นรถกัน แค่ช่วงที่เราเดินไปขึ้นรถนี่นะ ฉันว่ามันแปลก ๆ ”

“เขาอาจจะไม่ได้ส่งหญิงถึงคอนโดก็ได้ อาจจะแวะส่งที่ไหนสักแห่ง”

“เออ ๆ จริง พวกเขาอาจจะเปิดห้องลับไว้อยู่ด้วยกันก็ได้ แกรู้ไหม ? ” โมรีอยากจะพูดให้เพื่อนรู้สึกหึงขึ้นมาบ้าง แต่ดูแววตาแล้ว เห็นทีจะไม่ได้ผลเพราะเจ้าตัวแค่อมยิ้ม

“นี่ตกลงแกไม่รักนายบอลแล้วใช่ไหมเนี่ย ? นิ่งเป็นเสาเชียว”

ภูสิตาหัวเราะออกมาทันที “โมไปใส่ไฟเขา สนุกตรงไหนจ๊ะ ? ”

โมรีหน้างอ “เออสิ ! ไม่เห็นสนุกเลย ปล่อยให้ฉันพูดให้ยายหญิงได้เปรียบอยู่ได้ แม่นี่มันคงไม่ปล่อยนายบอลของแกง่าย ๆ หรอก ไม่เชื่อคอยดู”



เสียงเพลงภาษาต่างชาติถูกเปิดดังลั่นห้อง แม้จังหวะจะสนุกสนานเพียงใด แต่หัวใจคนฟังหดหู่ยิ่งกว่าอะไร “หญิงเป็นอะไรของแก นั่งเงียบอยู่ได้ ? ” เพื่อนสนิทของสุนันทาถามขณะกำลังทาเล็บมือให้หญิงสาวอยู่ สุนันทาสบตาเพื่อนแล้วก็ถอนใจยาว “เซ็ง ! เหนื่อยใจจัง บอลไม่เล่นด้วยน่ะ มองผ่านตลอด เสียใจ”

“ปรเมษฐ์นะเหรอ ?หล่อดีนี่ อย่างเท่ ยิ่งกว่านายแบบทั้งสไตล์และสมองอันชาญฉลาด สถาปนิกจบนอกอีก ทำไมเหรอยากเย็นนักหรือไง ? ”

“ก็ทำนองนั้น นี่วิ่งตามทุกวันแล้วนะ เขาก็ยังรอดทุกที”

“คุณสมบัติดีขนาดที่หญิงต้องวิ่งตามเลยเหรอ ? เห็นเขาพูด ๆ กันแต่ก็ไม่อยากจะเชื่อทั้งหมด นี่ดูแค่ภายนอก ทำไมเหรอดีมากเหรอ ? ”

“ที่สุด” น้ำเสียงคนบอกฟังดูเศร้า หากแต่คำยืนยันก็หนักแน่น “หญิงอยากเป็นที่รักของเขา บอลเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ”

“จริงเหรอ ! โห ! โม้หรือเปล่าแก ? ”

สุนันทาใช้หางตามองเพื่อนแล้วจึงสลัดมือตัวเองออกจากมือเพื่อนทันที “ไม่รู้อะไรอย่าพูดได้ไหมแก ขอไปจัดการหนามยอกอกหน่อยนะ พอแล้ว ! ไม่ต้องทา หงุดหงิดจริง ๆ คืนนั้นมันดันสวยกว่าฉัน” อีกคนส่ายหน้า ด้วยรู้นิสัยเจ้าตัวเป็นอย่างดี

คนแพ้ไม่ได้เป็นอย่างนี้ สุนันทาตัวจริง



สุนันทาขับรถตรงไปที่บ้านของภูสิตาในตอนบ่าย เพราะรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้จะต้องออกจากบ้านในตอนบ่าย ภูสิตานอนดึกตื่นบ่ายเป็นกิจวัตรเวลาที่ต้องทำงาน เธอรู้มาจากเพื่อน ๆ ทำไมจะไม่รู้ว่าชื่อเสียงของภูสิตาดีแค่ไหน เรื่องผลงานของหล่อน แม้จะไม่อยากได้ยินเลยก็เถอะ ฟังทีไรเจ็บในหัวใจขึ้นมาทีเดียว

ที่คาดไว้ก็ไม่ผิด ! รถคันใหญ่ของภูสิตาขับออกมาพอดี สุนันทาขับรถตามไปทันที รถยนต์ของภูสิตาแวะจอดที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง หญิงสาวหอบกระเป๋าใบโตออกมา สั่งกาแฟแล้วก็นั่งที่โต๊ะเหมือนรอใครอยู่ “หวังว่า คงไม่ได้รอบอลอยู่นะ ? ”

สุนันทาเดินลงจากรถไปหาภูสิตาทันที พอไปถึงภูสิตามองสุนันทาเพียงวูบเดียว คนแต่งตัวเก่งโดดเด่นเหมือนเคย เธอมองแล้วก้มอ่านหนังสือ ไม่อยากทักให้เสียบรรยากาศ ใครจะรู้ว่าหล่อนจะมาไม้ไหน ?

สุนันทายิ้มจาง “หญิงนั่งนะ ”

ภูสิตาเงยหน้าขึ้นมองพลางพยักหน้า แววตาของหญิงสาวไม่สื่อความหมายใด ๆ ตรงกันข้ามกับผู้มา สุนันทาเหมือนกำลังเล่นละคร ภูสิตาพยักหน้าให้ช้า ๆ

“ตัวมารอใคร ? ” สุนันทาถามเมื่อนั่งลงแล้ว

“เพื่อนค่ะ”

“หวังว่าคงไม่ใช่บอล”

“ถ้ามาก็เห็น” คนพูดหน้านิ่ง

“ตาลรู้ใช่ไหมว่าหญิงชอบบอล ? ”

ภูสิตาหลับตาลงอย่างอ่อนใจ “ไม่ใช่ธุระของเรา”

“ก็ถูก แต่ตัวก็มีส่วนเกี่ยวข้อง”

“ยังไงคะ ? ”

“บอลเขาไม่ได้คิดอะไรกับตัวมากไปกว่าที่ทำกับเราหรอกนะตาล ตัวอย่าเข้าข้างตัวเองนัก แค่จดหมายที่เขาส่งมาให้ตัว มันก็แค่ความผูกพันแบบเด็ก ๆ ”

“แล้วไงต่อ ? ” คนถามสีหน้าเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกใด ๆ

“เราเป็นมากกว่าคนรักนะตาล ก็อย่างที่ตัวเข้าใจนะ เมื่อวันที่มีงานบอลเขาก็ค้างกับเรา” ภูสิตายิ้มจางพลางพยักหน้า “ดีใจด้วย”

“ขอบใจ ที่มาคุยด้วยวันนี้ก็แค่อยากจะบอกให้ตัวระวังตัวด้วย ยังไงเราก็เรียนมาด้วยกัน จะมาแย่งของคนอื่น มันก็ไม่ค่อยดีว่าไหม ? ” สุนันทาปราม หล่อนทิ้งหางเสียงได้ดีไม่แพ้โมรี รายนั้นน่าจะมาอยู่ตรงนี้ด้วย คงสนุก ภูสิตาถอนใจยาวพลางอมยิ้ม

หญิงสาวลุกขึ้นยืน “จ้ะ เข้าใจ ไม่แย่งของใครค่ะถ้าแต่งงานกันแล้ว โอเคนะหญิงมีธุระนะ วันหลังค่อยคุยกัน จะจำคำเตือนของตัวไว้ สบายใจหรือยัง ? ” ภูสิตายิ้มให้อย่างจริงใจ ไม่อยากทำให้อีกคนรู้สึกแย่ เพราะรู้นิสัยหล่อนดี ถ้าไม่เดือดร้อนหรือทุกข์ใจ คงไม่ตามมาขนาดนี้ ”นี่เลี้ยงตัวด้วย เผื่อจะนั่งต่อ” ภูสิตาพูดพลางหยิบเงินออกมาจากกระเป๋า เธอวางธนบัตรใบละห้าร้อยลงที่โต๊ะ “ทำใจให้สบายนะสุนันทา ไม่มีใครทำร้ายตัวได้หรอก นอกจากใจของตัวเอง ไปแล้วจ้ะ”

สุนันทาสบตาศัตรูหัวใจแล้วก็มองไปทางอื่น ภูสิตารีบวิ่งไปขึ้นรถทันที

เมื่อสุนันทาหันกลับมา ก็เห็นรถยนต์คุ้นตามาจอดรับภูสิตา ชายหนุ่มรูปร่างงามสง่าเดินออกมาเปิดประตูให้ภูสิตาพลางจับที่ข้อศอกของหล่อนทะนุถนอม

ปรเมษฐ์ ! ลมอะไรบางอย่างวิ่งขึ้นมาจุกที่อกของสุนันทา เธอรีบหันไปดูรถยนต์ที่ภูสิตาขับมาทันที รถยนต์ที่ภูสิตาขับมาเมื่อสักครู่หายไป ที่จอดรถว่างเปล่า !

นี่เราตาฝาดหรือใครกำลังเล่นตลก ไร้วาจาใด ๆ จากริมฝีปากแดงฉานจากลิปสติกสีสด หากแต่ในใจของหล่อนกำลังคำรามราวกับสายฟ้าท่ามกลางสายฝน

ฝากไว้ก่อนเถอะ !



วันนี้เมื่อภูสิตากลับเข้าบ้านก็เห็นคุณนิดานั่งพนมมือพูดอะไรเบา ๆ อยู่คนเดียว เธอแค่อมยิ้มแล้วก็คิดจะเดินผ่านไป ไม่อยากไปรบกวน

“กลับมาแล้วเหรอลูก ดูเหนื่อย ๆ ดื่มน้ำส้มเย็น ๆ หน่อยนะคะ”

คำว่า ‘ลูก’ หลุดออกมาจากปากคุณนิดาหลายปีแล้ว แม้จะไม่ได้ขุ่นเคืองใจอะไรที่ถูกเรียกเช่นนี้ แต่ภูสิตาก็ยังสะดุ้งอยู่เสมอ แต่เธอก็ยอมรับในความดีของแม่เลี้ยงอย่างจริงใจ ภูสิตายิ้มให้พลางพยักหน้า “ค่ะ ๆ ขอบคุณค่ะ” แล้วเธอก็เดินเข้ามายกแก้วน้ำส้มที่อีกคนเตรียมไว้ที่โต๊ะดื่มทันที “แปลกนะคะ ลงคอแล้วชื่นใจดีจัง นี่ขนาดตาลเจ็บคอ เหมือนจะเป็นหวัดนะเนี่ย เป็นมานานแล้ว ไม่หายสักทีค่ะ”

“ทำไมไม่บอกคะ ? จะได้ทำอะไรอุ่น ๆ ให้ดื่มแทน แย่แล้วนี่น้ำเย็น น้าไม่ทราบ”

คุณนิดารู้สึกเสียใจจริง ๆ แต่ในใจก็บอกตัวเองว่าเอาน่า ! ยังไงก็เป็นน้ำมนต์ ช่วยเรื่องสำคัญได้แน่นอน เธอสังเกตสีหน้าลูกเลี้ยงอย่างห่วงใย แต่เจ้าตัวก็ไม่มีอาการใด ๆ

ภูสิตารู้ตัวว่าถูกจ้องมอง แต่ก็ไม่อยากซักไซ้อะไรท่าน รู้อยู่แล้วว่าท่านต้องสงสัยเรื่องคืนนั้นแน่นอน แม้ท่านจะไม่ถามอะไรอีก แต่ระยะหลังเห็นท่านทำบุญบ่อยจนผิดสังเกตก็พอจะเดาได้ เรื่องประหลาดของคนใกล้ตัวกับไสยศาสตร์บางทีก็กลายเป็นเรื่องเดียวกัน อะไรที่คนไม่เข้าใจที่มองไม่เห็นความเป็นไปได้ในทางวิทยาศาสตร์ ก็กลายเป็นเรื่องลึกลับทันที ความจริงก็อยากจะบอกท่านว่าไม่ควรกลัว เพราะคนที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ตัวเธอเองต่างหาก หญิงสาวยิ้มน้อย ๆ “วันหลังไม่ต้องลำบากนะคะน้า เผื่อตาลไม่เข้าบ้าน หรือหายไปนาน ๆ ของกินจะเสียเปล่า ต้องยุ่งยากทำ ตาลไม่อยากให้น้าต้องเหนื่อยกับตาลอีกคนนะคะคุณแม่”

คุณนิดายิ้มกว้างทันที แต่ก็ไม่ทันได้พูดอะไรเพราะมัวแต่ดีใจ ที่ลูกเลี้ยงพูดอะไรที่ไม่เคยพูดมาก่อน จนภูสิตาออกเดินไปแล้ว ท่านจึงนึกได้

“ว่างไหมคะ ไปเป็นเพื่อนน้าที่วัดหน่อยได้ไหม ? ”

ภูสิตาหันหน้ากลับมาดูท่าน เธอหยุดคิดไม่นานนักเพราะนาน ๆ ท่านจะไหว้วานอะไรภูสิตาสักที “ได้ค่ะ วันไหนก็บอกแล้วกันนะคะ แต่อาทิตย์นี้ตาลไม่ว่าง”

คุณนิดายิ้มอย่างพอใจ



คืนนี้ภูสิตาทำงานอยู่จนเกือบเที่ยงคืน รู้สึกล้าและปวดต้นคอ จึงได้ลุกขึ้นไปมองที่หน้าต่าง พระจันทร์เต็มดวงสวยงามจนอยากจะถ่ายรูปเก็บไว้ หญิงสาวกอดอกมองดูอยู่อย่างสุขใจ หรือนี่คืออาการของคนมีความรัก เหมือนกำลังฝันอยู่ตลอดเวลา มองอะไรก็สวยไปหมด แม้ยามฝันก็สุขใจ ความง่วงครอบงำหญิงสาวต่อมาในอีกไม่นาน

เมื่อหลับไป ในฝันภูสิตาได้ยินเสียงใครบางคนพูดแว่วมา “มาทางนี้” เสียงนั้นทุ้มและหนักแน่น ภูสิตายื่นมือออกไป มือใหญ่รับมือหญิงสาวไว้อย่างทะนุถนอม

ใครคะ ? ภูสิตาถามออกไปเหมือนถามด้วยความคิด

“แสงแผนผา...ฉาย” เสียงตอบแว่วมา ภูสิตารีบหันไปดู แต่นั่นมันปรเมษฐ์ !

หญิงสาวตื่นขึ้นมาทันที ไม่ได้ดูละครหรือลิเกที่ไหนเสียหน่อย ทำไมปรเมษฐ์กลายเป็นพระเอกลิเกที่ไหนก็ไม่รู้ แสงแผนผา ฉายอะไร ? นามสกุลอะไรจำไม่ได้ ?

บ้าไปแล้วภูสิตา ! หลับก็ฝันเห็นแต่หน้าคนนี้ เธอถอนใจก่อนจะล้มตัวลงนอน




 

Create Date : 06 มกราคม 2564
0 comments
Last Update : 6 มกราคม 2564 20:15:22 น.
Counter : 114 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537







New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.