อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
20 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 30 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

30



ฝางเดินออกมาก็รีบกลับเข้าห้อง ใจนึกเป็นห่วงพี่ดำแต่จะไปหาก็ไม่ได้เพราะอิงกาลสั่งห้ามไว้ เดินไปเดินมาอยู่นานจึงเดินไปหาคุณโสน

“คุณโสนคะฝางมีเรื่องจะขอรบกวน”

คุณโสนนั่งดูเครื่องประดับหีบเล็ก ๆ ที่เอามาจากบ้านอยู่ “แหม ! ฉันไม่ยักรู้ว่าคนเก่ง คนมีบุญหนักอย่างแม่ฝางจะมาขอความช่วยเหลือใคร”

“ค่ะ คุณโสนช่วยได้” ฝางไม่อยากต่อปากต่อคำ รู้จักนิสัยอีกคนดี ถ้ายอมให้ชนะคุณโสนก็ไม่มีฤทธิ์เดชอะไรหรอก “ฝางอยากรู้เรื่องที่บ้าน”

“ได้สิ ! ฉันรู้หมดนั่นแหละ นางอ้นไปอยู่ที่นั่นแทนคนของคุณป้า มันเล่าว่าไฟดับลมแรงแต่มองไม่เห็นอะไร เห็นแต่ตาขมนั่นนั่งเฝ้าแหนเหมือนเจอผีตัวใหญ่อำนาจมาก มันว่าที่วัดนายขมก็ไปสั่งให้พวกคนงานทำถนนบวชให้ เพราะไปขับถ่ายรดต้นฝางแล้วยังตัดไม้ไม่บอกนางไม้ แล้วเขาก็ว่าอย่างที่คุณป้าบอกหล่อนนั่นแหละ” หญิงสาวยังถือสร้อยถือแหวน แต่ก็มีอาการหงุดหงิดให้เห็น “โอ๊ย ! เหม็นควัน ใครมันย่างปลาเผาป่าอะไรของมันเนี่ย ! นางอ้น ! ” หล่อนตะโกนอย่างหัวเสีย

ฝางนั่งนิ่ง เธอไม่ได้กลิ่นอย่างที่คุณโสนบ่นสักนิด นางอ้นวิ่งเข้ามาหน้าตื่น

“ค่ะ ๆ คุณ มีอะไรคะ ? ” ฝางยกมือปรามไม่ให้นางอ้นพูดต่อ “คุณโสนคะ ไม่สบายหรือเปล่า ไปพักผ่อนดีไหมคะ คงเป็นหวัด ฝางไม่รบกวน ขอบคุณนะคะ” เธอเดินหนีออกมาปล่อยให้นายสาวและสาวใช้คุยกันต่อ

“จ๊ะเอ๋ ! ” สายรุ้งกระโจนเข้ามาเมื่อฝางกำลังจะเดินขึ้นชั้น 2

“หายไปไหนมารุ้ง ? ”

“ไปดูชาวบ้านเตรียมงานบวชพวกทำถนน น้าขมแกมาคุมเลยบ้านข้าง ๆ บ้านเรานั่นแหละ พี่ดำก็เลยไปช่วย มีอะไรจะใช้รุ้งเหรอ ? ” คนพูดเดินควงแขนฝางเหมือนเด็กเล็ก ๆ “นี่นะคุณอิงก็ไปนะ ป๋ามากจ่ายทุกอย่างให้เลยจ้ะ เห็นว่าอยากทำบุญ”

“ถ้าเขาซื้อโลกนี้ได้เขาก็ทำรุ้ง แล้วพี่ดำกลัวไหมเรื่องน้าขมเล่า ? ”

“กลัวสิจ๊ะ แต่ยินดีจะทำทุกอย่างที่น้าขมบอกเลย แกว่าเคยคุยด้วยตอนฝางยังเด็ก ๆ โดนด่ายับเรื่องไม่ขนทรายเข้าวัด เห็นว่าท่านชอบกินขนมถ้วยฟูด้วย”

“ไม่ได้ชอบหรอก ฝางนี่แหละชอบ แม่ทำให้กิน ก็เลยได้เอาไปถวายศาลพระภูมิ แม่ทำขนมถ้วยฟูไหว้เทวดาตอนท้องฝางจ้ะ” ฝางเล่าพลางยิ้ม พี่อันน์คงอยากคุยกับฝางนักเรื่องน้าขมมาเหยียบบ้าน จากที่ได้ฟังมาดูเหมือนพี่อันน์จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่เกินจริงด้วยซ้ำ “เออฝาง ! รุ้งเห็นเขาคุยกันว่ามีพระธุดงค์มาปักกลดอยู่ฟากนั้น ดูเหมือนจะใกล้ ๆ กับที่ดินของคุณอิง เราไปถวายอาหารกันไหม ? ”

“ไม่ใช่ใกล้ ๆ มั้งรุ้ง ที่ดินแถบนี้เป็นของคุณในเรือนทั้งนั้นแหละ เขาแค่ปล่อยให้มันรกเป็นป่าไว้อย่างนั้นเอง ไปสิจ๊ะไปพรุ่งนี้เลย”



อิงกาลเดินเข้ามาในห้องริมน้ำ รู้สึกได้ถึงความเยือกเย็นผิดปกติในห้องนี้ แม้อยู่ใกล้คลองก็ไม่น่าจะเย็นได้ขนาดนี้ แต่บางวูบก็เหมือนอยู่ในกองไฟ ภาพที่เขาเคยเห็นวันนั้นกลับเข้ามาในหัวให้ได้คิด หญิงงดงามที่ชื่ออังควิภาและองค์ขาลคุยกันเรื่องเรือนกรรณิการ์ แม่จีบแม่จวงที่ถูกกล่าวถึงคงเป็นบรรพบุรุษของเขาแน่นอน แต่มันก็แปลกที่คุณแม่ไม่เคยพูดถึง พี่อันน์นางฟ้าของฝางเคยบอกว่าเขาคือองค์อจลา ทุกภาพในอดีตที่เคยได้เห็นเตือนเขาให้กลับมาสนใจบ้านของตัวเอง ร่างกายของตัวเอง

ที่ผ่านมาทุกคนสนใจความเจ็บป่วยของเขาแล้วเอาฝางมารักษา แต่เขากลับสนใจแต่หัวใจของฝาง ในขณะที่ฝางก็สนใจแต่บ้านของตัวเอง เมื่ออยู่คนเดียวจึงได้รู้สึกว่าอ้างว้างนักอิงกาล ป่วยก็รักษาเองไม่ได้แม้มีเงินทองท่วมหัว คนที่ให้หัวใจไปทั้งหมดตั้งแต่ได้พบกันหล่อนก็เย็นชา แถมมีสิ่งที่มองไม่เห็นตามติดมาหวังทำร้าย

“พี่อิง ! ” เสียงหวานดังเข้ามา คุณโสนมานั่งข้าง ๆ ประชิดตัวพลางซบหน้าลงที่ต้นแขนกำยำของเขา “คิดถึงจังเลยค่ะ แปลกมาก ๆ เลย ทำไมรู้สึกคิดถึงพี่อิงมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่เราอยู่ใกล้กันขนาดนี้”

ชายหนุ่มอมยิ้ม คุณโสนรู้สึกเหมือนเขา เฝ้ามองหาแต่คนที่ไม่เคยสนใจตัวเอง เขาก็คิดถึงฝางตลอดเวลา “กรรมของคุณโสนมั้งนะ อย่ามาคิดถึงพี่เลย พี่ไม่มีที่เก็บความคิดถึงของคุณโสนหรอก” เขายิ้มให้อย่างเมตตา

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ โสนเก็บไว้เองก็ได้ สักวันพี่อิงก็จะผ่านเรื่องร้าย ๆ ไปได้ แล้วจะหันกลับมาเห็นโสนอยู่ที่เดิม ตรงแขนนี่แหละ” หล่อนยังซบหน้าที่เดิม

“คุณโสนบ้านนี้ไม่น่าอยู่เท่าที่บ้านหรอกนะ ระวังตัวให้ดี อย่าพูดไม่ดีทั้งต่อหน้าและลับหลังใคร ทุกที่มีคนมองเราอยู่และอย่าแตะต้องฝางแม้เพียงปลายเล็บ พี่ไม่ได้เตือนเพราะห่วงฝาง แต่พี่ห่วงคุณโสน”

หญิงสาวผละออกจากแขนแล้วจ้องหน้าเขา “ใช่ไหมคะ ? แม่ฝางหล่อนผีเข้าใช่ไหมคะ ? บางทีมันพูดจาน่ากลัว โสนกลัวมากเลย แต่เวลาดี ๆ มันก็เจียมตัวดีหรอกค่ะ มันไม่ได้รักพี่อิง มันแค่อยากได้บ้านคืนค่ะ แต่มันก็อยากช่วยรักษาพี่อิง”

อิงกาลหัวเราะในลำคอ ชัดไหมอิงกาล ? คุณโสนไม่ใช่คนโกหก แม้ร้ายแค่ไหนก็พูดความจริง แม้ดูงี่เง่าแค่ไหนก็ยังพูดความจริง “ออกไปเถอะ พี่จะเก็บของ เขาจะมาทำห้อง ทาสีใหม่”

“ทำไมต้องทำเอง ? คนใช้เต็มบ้านเลย” อิงกาลไม่ตอบ แต่ชี้นิ้วไปที่ประตู คุณโสนรู้จักอารมณ์อิงกาลดี หล่อนกระทืบเท้าแล้วเดินออกไป



ตั้งแต่คนงานทำถนนบวชดำก็ไม่ได้แวะมาหาฝาง สายรุ้งเป็นคนมาคอยส่งข่าวแทนทั้งวัน “ฝางวันนี้จะได้ไปไหม ? ” ฝางหันหน้ามองซ้ายกว่าเห็นว่าไม่มีคนอยู่จึงตอบ

“คุณในเรือนไม่ให้ไปหาพระธุดงค์ ถ้าเขาไม่ไปด้วยก็ห้ามไปเด็ดขาด เราจะไปได้ยังไงล่ะ หูตาคนของเขามีทุกที่ ท่านก็อยู่ในสวนป่าของเขา”

“วันนี้ได้แน่ ! พี่อิงไม่อยู่ใช่ไหม ? นี่นะท่านไปปักกลดข้างวัดโน่น ไม่รู้พี่อิงแกไปไล่ที่หรืออะไร พวกคนงานบอกว่าต้องไปไถป่าตรงนั้น ท่านคงรำคาญเลยหาที่ใหม่ ไปนะรุ้งจะไปขอคุณนายว่าจะไปเยี่ยมแม่ แม่จะขอลาออกจากการเป็นแม่แล้วเนี่ย ไม่ไปหาเลย จะขอให้ฝางไปด้วยนะ” หล่อนหัวเราะและไม่รอช้ารีบวิ่งไปทันที

“ไปหาแม่ตัวทำไมต้องเอาลูกคนอื่นไปด้วย ? คุณอิงไปดูที่ใหม่วันพรุ่งนี้ถึงจะกลับ รอเขาก่อน มะรืนก็วันพระแล้วอย่าเพ่นพ่านกัน” คุณนายไหมทองบอกขณะที่กำลังเอนหลังให้นางฟื้นนวดให้

“ก็เพราะคุณอิงไม่อยู่นี่แหละค่ะถึงต้องเอาฝางไปด้วย ถ้ารุ้งไปคนเดียวกว่าจะกลับก็มืด ปล่อยฝางอยู่คนเดียวได้โดนด่าเปิงนางรุ้ง คุณอิงให้ดูคู่หมั้นเธอไว้นี่คะ นางรุ้งไม่ได้พบแม่มานานแล้วค่ะคุณนาย” หญิงสาวหน้างอ

การได้กินข้าวด้วยกันทุกวันทำให้คุณนายไหมทองเมตตาสายรุ้งมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะหล่อนช่างพูดและเอาใจคนแก่เก่งกว่าใคร ๆ และนึกสงสารที่หล่อนไม่ได้เจอแม่

“นางฟื้นเอาห่อสีทองนั่นให้แม่รุ้งไป เงินทองหล่อนเอาไปให้แม่ใช้สอยบ้าง ฉันรู้ว่าพ่ออิงให้หล่อนมากแล้ว แต่ดูเหมือนหล่อนจะยังกรอบไม่เลิก ดูผ้าผ่อนหมองคล้ำทั้งแม่ทั้งลูก” สายรุ้งยิ้มกระจ่างพลางยกมือไหว้ “ขอบคุณค่ะคุณนาย รุ้งไปนะคะ ฟ้ามืดจะรีบมา ขอกินข้าวเย็นกับแม่สักมื้อนะคะ”

ทางที่เดินกันมาห่างออกมาจากกำแพงวัด รถจากบ้านของอิงกาลมาส่ง แต่ฝางไม่ให้คนขับตามมาด้วย สายรุ้งนัดเจอแม่ในวัดแต่เธอ 2 คนก็หลบออกมาจากประตูข้างวัด ทั้ง 2 ถือตะกร้าใส่อาหารคนละใบ เดินผ่านป่าเข้าไปไม่นานก็เห็นพระสงฆ์ครองจีวรสีกรักรูปหนึ่งนั่งอยู่

ท่านมองมาแล้วก็ก้มหน้าอย่างสำรวม อายุท่านน่าจะเท่า ๆ กับเจ้าอาวาสที่วัด ฝางใส่กางเกงยีนส์พอดีตัวและเสื้อแขนยาวตัวโคร่งเรียบร้อย ส่วนสายรุ้งนุ่งผ้าถุงและเสื้อแขนยาวสีอ่อน มองผาด ๆ เหมือนสาวชาวบ้านทั่วไป รุ้งนั่งลงแล้วยกมือไหว้ท่วมหัว

“กราบเจ้าค่ะหลวงปู่ มาถวายเพลค่ะ” ฝางก็ยกมือไหว้แต่ไม่ได้พูดอะไร ท่านมองมาไม่นานก็ยื่นบาตรวางไว้ตรงหน้า

“แยกใส่ถุงมาให้เจ้าค่ะ ไม่มีปะปน ถ้าหลวงปู่มาธุดงค์นาน ๆ ก็คงจะมีชาวบ้านมาถวายเรื่อย ๆ เจ้าค่ะ”

“หนวกหู” ท่านพูดเบา

ฝางพอจะเข้าใจเธอจึงไม่พูด ตั้งใจใส่อาหารลงในบาตรและวางขวดน้ำเปล่าไว้ให้ 3 ขวด เมื่อถวายเสร็จก็พยักหน้าเรียกเพื่อนให้ลุกขึ้น

“อ้าว ! ยังไม่ได้ถามท่านเลย หลวงปู่มีของดีไหมเจ้าคะ ? ที่นี่กำลังโดนผีเจ้าที่นางไม้อาละวาดค่ะ พรรคพวกคนงานมันไปตัดไม้ฝางแถมเยี่ยวราดใส่ ตอนนี้เลยต้องบวชให้เจ้าค่ะ พ่อหมอของเราก็คงไม่เก่งนักเห็นเขาว่าพนมมือแต้คุยกับเจ้าที่ ท่าทางคงจะชนะหรอกนะเจ้าคะ” สายรุ้งหัวเราะ ฝางตีที่ไหล่เพื่อนแล้วจะลุกขึ้น

มาแล้วก็ฟังข้า” ท่านไม่สบตาใคร แต่มองออกไปไกล “พึงมีความไม่ยินดียินร้าย ดั่งแผ่นดินที่ทนถูกเหยียบถูกหยาม ถูกของไม่สะอาดรดราดลงมาให้แปดเปื้อน ทำได้ดังนั้นก็กลายเป็นแผ่นดินที่หนักแน่น ไม่ยินดียินร้ายใด ๆ ”

ฝางนั่งนิ่ง ลมรอบ ๆ ตัวพัดแรง รู้สึกเหมือนน้ำเย็น ๆ กำลังไหลผ่านร่างกาย เธอพนมมือนั่งพับเพียบน้อมตัวลงกราบจรดดิน พอเงยหน้าขึ้นมาแสงระยิบระยับก็จับตา



พ.ศ. ๒๓๖๐

“ลมแรงนักคืนนี้ แม่จวงหล่อนนัดแนะกับพ่อปรุงอีกแล้วหนาเจ้า” กิ่งทองดอกไม้ไหวที่ประดับอยู่ข้างหูขององค์ขาลวันนี้มีแสงสว่างงดงามเหมือนเดิม หล่อนทรงเครื่องเต็มยศ อังควิภาเองก็ถือศีลอยู่ในวิมานตนมิได้สนใจโลกมนุษย์นัก แต่ก็ตั้งใจมาเยี่ยมองค์ขาลด้วยใจรู้อยู่ตลอดว่าอีกไม่นานต้องจากกัน

“ได้ทองหลายหีบขนาดนี้เป็นบุญของนางนะเจ้าข้า”

องค์ขาลหัวเราะ “นางแม่ก็ทำเพื่อลูก นางลูกก็ทำเพื่อผู้ชาย มิรู้จะห้ามอย่างไรไหว กรรมเขาเป็นอย่างนั้น นี่ก็ถึงขั้นหลอกลูกว่าให้เขาขนไม้มาปรุงเรือนดึก ๆ ดื่น ๆ ศีลแม่จวงก็ลดน้อยถอยลงด้วยจะพรากผัวเมียเขา ยังไปหลอกพ่อปรุงอีกคน”

องค์อังควิภาหยิบพลูจีบอันเป็นของทิพย์ที่เสกได้ดั่งใจตัวยื่นให้ หล่อนทรงเครื่องวิมานตามปกติที่อยู่ในวิมานและบ้านนี้ ผมมวยสูงและเกี้ยวยอดสีทองขับดวงหน้างดงาม องค์ขาลรับมาก่อนจะเคี้ยวราวกับเป็นของกินวิเศษ “หมากพลูพวกนี้ก็เหมือนกัน เราก็แปลงก็เนรมิตกินกัน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าก็แค่อิ่มชั่วครู่พอใจชั่วคราว แม่ลูกคู่นี้ก็ทำตามใจเขาอย่างนั้น ว่าแต่ว่าเจ้าถือศีลอุโบสถทุกวันพระอย่างนี้ จิตใจคงจะดีขึ้นโขอยู่”

“หาได้เท่าที่องค์ขาลปฏิบัติมาไม่เจ้าข้า อันตัวข้าก็ทำเพื่อหวังผลมุ่งหาความสงบแลนิพพาน ถอนพิษจิตอันไม่ผ่องใสเท่าที่ทำได้เจ้าข้า”

“ดีกว่ามิได้ทำอันใด แต่องค์อจลาก็มิได้ถอดใจ หากเจ้าจะเปลี่ยนใจก็ยังทัน”

อังควิภาส่ายหน้าแทนคำตอบใด ๆ องค์ขาลยิ้มที่มุมปาก “ภูเขา กำแพง แลแม่น้ำหาได้เป็นที่กีดขวางผู้มุ่งนิพพานไม่ เจ้ามิได้ทำการใดผิดดอกหนาข้ารู้ข้าเห็น”

เสียงเดินเท้าย่ำโคลนของมนุษย์ทำให้ทั้ง 2 ท่านหยุดเจรจา วาสิกาปรากฏกายขึ้นหมอบอยู่เบื้องหน้าองค์ขาล “นางเอิบกับนายไม้บ่าวคุณปรุงเจ้าข้า แม่จวงให้นางเอิบคุมคนขนหีบคืนนี้ ค่าตัวแม่จีบนี่มีค่ามากนะเจ้าข้า ขนกันมาได้ทุกวัน”

“มิได้มีแต่ทองดอก อะไรหายากเขาก็ประเคนมา ก็แม่จีบยังอยู่ในเรือน อย่างมากก็ไปวัดกับแม่ทุกวันพระ ความด่างพร้อยยังไม่ปรากฏแก่คนเรือนอื่น”

อังวิภาหัวเราะเบา จริตหล่อนเหมือนชาวสวรรค์เมื่อแย้มสรวล มืองามประดับด้วยแหวนระยิบระยับ ผ้าแดงป้องปากมิให้เสียกิริยา “เกินจะลือเจ้าข้า เห็นทีจะหูหนวกตาบอดแต่คุณปรุง เขารักของเขาอย่างนั้น เชื่อในอำนาจเงินทองตนเช่นกัน”

“ข้าคิดว่าเจ้ามิสนใจมนุษย์ด้วยซ้ำ”

อังควิภายิ้มหวานพลางชี้นิ้วไปที่วาสิกา

“ข้าเองเจ้าข้าเห็นทุกสิ่ง นางเอิบแลจะหนีไม่พ้นตามรอยนายมัน ไอ้ไม้บ่าวคุณปรุงเกี้ยวยันย่ำรุ่งทุกครั้งที่มาเจ้าข้า ดีกว่านายสาวตรงที่มันมิได้เปลืองตัวนักเจ้าข้า เขาร่ำ ๆ ว่าจะมาขอกับแม่จวงในไม่ช้า ด้วยนายไม้มันแก่กว่าหลายปีนัก” วาสิกาหัวเราะ

“คงจะยาก นางเอิบมันบ่าวแม่จีบ ขืนรู้เข้าได้โดนแหกอกเอาปะไร ปล่อยมันไปชะตาเป็นของทุกผู้ ทำอะไรได้อย่างนั้น”

อังควิภาก้มหน้าฟัง “ข้า.....มิอาจเอ่ยคำใดได้ ด้วยไม่มีสิ่งใดล้ำค่ากว่ากลิ่นศีลแห่งท่านผู้ปวารณา” เพียงกะพริบตาฝางก็มองเห็นจีวรสีกรักปรากฏอยู่เบื้องหน้า

“ไปดูละครอะไรมาเนี่ย ! ทำไมพูดเพราะขนาดนี้ ? ” เสียงสายรุ้งถามพลางตีเข้าที่ขาของฝางที่นั่งพับเพียบหมอบอยู่ ฝางนั่งนิ่งกับภาพที่เห็น เสียงที่ได้ยินราวกับเกิดอยู่ตรงหน้า ตัวเราคืออังควิภาคนนั้นฝาง เราพูดด้วยประโยคเดียวกัน พร้อมกัน !



*******
ขอบพระคุณนักอ่านที่ติดตามนิยายเรื่องนี้อยู่นะคะ เนืองจากในเว็บอื่น ๆ ได้อัปเดตมาจนถึงตอนที่ 30 แล้ว เป็นส่วนที่ตั้งใจเปิดให้อ่านฟรีค่ะ ตอนที่เหลือได้ติดเงื่อนไขเข้าอ่าน เป็นการขายรายตอนแล้ว

ดังที่เคยเรียนให้ทราบมาก่อนแล้วว่าทาง Bloggang ดิฉันจะเปิดให้อ่านฟรีทั้งหมดเพื่อตอบแทนนักอ่านที่ติดตามกันมาหลายปี การเข้าอ่านใน Bloggang ตอนที่เหลือทั้งหมดจึงขอติดพาสเวิร์ด นักอ่านที่สนใจอ่านฟรีต่อ ขอรับรหัสเข้าอ่านได้ฟรีค่ะ จะทยอยลงให้อ่านจนจบค่ะ และจะปิดถาวรทั้งหมดเมื่อขายแบบอีบุ๊กและตีพิมพ์เล่ม จะแจ้งให้ทราบก่อนปิดอีกทีค่ะ

ติดต่อขอรับพาร์สเวิร์ดเข้าอ่านได้ที่เพจนักเขียนนะคะ https://www.facebook.com/itspurarinphuporadakulbooks ท่านจะได้รับรหัสและเข้าอ่านได้ในหมวดที่จะกำหนดให้อีกที แวะมาดู Link ได้ที่นี่นะคะ หรือสังเกตซ้ายมือก็ได้ค่ะ

แล้วพบกันนะคะ




 

Create Date : 20 สิงหาคม 2563
0 comments
Last Update : 20 สิงหาคม 2563 18:26:21 น.
Counter : 364 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.