อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ NEW คุณเท่านั้นที่รู้ว่า 'บัวหลวง’ งดงามอย่างไร และคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่า ‘เส้นทางสู่บัวหลวง’ มอบอะไรให้
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และซีเอ็ดค่ะ
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2565
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
1 พฤษภาคม 2565
 
All Blogs
 

ตอนที่ 64 : ขอให้รักของฉัน อยู่กับเธอตลอดไป เล่ม 1 - 3 โดย ภูระริน



64

ภูสิตามองตัวเองในกระจกแล้วรู้สึกหลายอย่างในเวลาเดียวกัน มือสวยเปิดลิ้นชักเล็ก ๆในห้องน้ำใหญ่แล้วดึงซองเล็ก ๆในนั้นออกมา เราคงหงุดหงิดเพราะประจำเดือนมานี่เอง ! ขอบคุณตัวเองที่ไม่พูดอะไรไปมากกว่านี้ เราเป็นผู้ใหญ่กันแล้วอย่างที่ปรเมษฐ์ว่า เธอต้องควบคุมตัวเองให้มาก ๆเพราะไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว ตอนนี้ปรเมษฐ์มีตัวตนและเขาก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘สามี’

รักเขามากไม่ใช่หรือภูสิตา ? เขาผิดหรือเปล่าที่มีอดีตอย่างที่เธอไม่เคยมี ?

ภูสิตาล้างหน้าล้างตาแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ มองดูนาฬิกาบอกเวลาเกือบตีหนึ่งแล้ว ไฟที่โต๊ะทำงานถูกปิด แต่คนที่เธอรักยังนอนฟุบอยู่ที่เดิม ทำไมไม่ขึ้นไปนอนบนเตียงดี ๆ ? ภูสิตานั่งลงที่พื้นข้างเก้าอี้ ก่อนจะยื่นมือไปจับมือใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ

“ขอโทษบอล ขอโทษค่ะ ฉันผิดเองที่คิดมากไป ฉันกลัว ไม่อยากให้คุณคิดถึงใคร” เสียงเธอติด ๆขัด ๆเพราะกลั้นน้ำตาไว้ เมื่อเสียงเธอขาดหายไปนาน มือใหญ่ก็จับมือเธอแน่นก่อนเจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นมา

เป็นอย่างที่คาดไว้ ! ภูสิตาร้องไห้พลางเอามืออีกข้างปิดปากตัวเองไว้ ตาสวยเต็มไปด้วยน้ำตาแต่เสียงสะอื้นไม่มี เธอมองมาที่เขาเหมือนเด็ก ปรเมษฐ์ลุกขึ้นพยุงร่างภูสิตาให้ยืนขึ้นแล้วกอดเธอไว้แนบอก พลางลูบหลังให้เธออยู่เงียบ ๆ

ภูสิตากำลังเจ็บทั้งกายปวดทั้งใจ ทรมานยิ่งกว่าคนหลงทางหาทางกลับบ้านไม่เจอ กลัวหนทางที่จะต้องเดินไปข้างหน้า หากเธอตัดสินใจผิด ไม่ว่าจะเลือกเดินไปทางใดก็ตาม เท้าที่ไร้ซึ่งจุดหมายอาจเต็มไปด้วยบาดแผลไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเธอไม่ได้เตรียมตัวกับการใช้ชีวิตคู่มาก่อน “นอนนะคะ ผมไม่โกรธคุณเลยตาล ผมรักคุณคนเดียวจำไว้นะครับ” เขาดึงเธอออกจากกาย มือใหญ่เช็ดน้ำตาให้เธอทั้งสองข้าง ก่อนจะจุมพิตที่ปากของภรรยาอย่างรักใคร่ เขาถ่ายเททุกความรักให้ภูสิตาผ่านสัมผัสนุ่มอ่อนโยน

“ปวดท้องไหมจ๊ะ ? ”

“ไม่ ไม่เป็นไรค่ะ” ภูสิตารีบปาดน้ำตาตัวเอง

“ไม่รู้ตัวเหรอว่ามันจะมา ? ” คนถามทำหน้าซื่อ

“รู้ค่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าวันไหนแน่ อารมณ์ขึ้น ๆลง ๆบ่อยพักนี้ แล้วก็เจอหลายเรื่อง เลยไม่รู้ยังไง”

“เอายาคุมกำเนิดมาจากไหน ? ”

ภูสิตาสูดน้ำมูกเบา ๆก่อนจะสบตาเขา “โมยัดใส่มือให้ตอนจะกลับไป”

“คุณกลัวท้องจริง ๆหรือแค่ทำประชด ? ”

“ถามทำไมคะ ? กินไปแล้วนี่ ยังไงก็ไม่ท้องหรอก”

คนฟังพยักหน้าเหมือนเข้าใจ“งั้นพรุ่งนี้ไปทำธุระกันหน่อยนะตาล อย่าพึ่งเข้าบ้านตัวเลย แล้วจะพากลับบ้านวันหลังนะคะ” เขาหันหลังพลางคลานขึ้นเตียงไปนอนลงอีกฝั่ง เสียงคนขอน่าฟังทำให้ภูสิตาพูดอะไรไม่ออก

“มองอะไรอยู่ล่ะ ? มานอนตรงนี้ เร็วๆ ! ” เขาสั่งพลางตบที่ฟูกจริงจัง

“ขอบคุณค่ะปรเมษฐ์” เธอยิ้มให้เขาอย่างสุขใจแล้วล้มตัวลงนอนข้าง ๆ

ปรเมษฐ์กอดภรรยาแนบอกแล้วรัดเธอแน่น “อย่าหนีไปไหนเลยนะภูสิตา อยู่กับผมนะครับ” เสียงทุ้มบอกเธอเบา ๆก่อนที่ทั้งคู่จะหลับไป

มือของปรเมษฐ์คว้าไปไร้จุดหมาย เพราะไร้ร่างของภรรยาข้างกาย เขาลุกขึ้นมองออกไปรอบ ๆ

“หายไปไหน ? ” ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที

เขาอมยิ้มกับภาพที่เห็น ยาสีฟันถูกบีบออกใส่แปรงสีฟันไว้ให้แล้ว “มีคนอยู่ด้วยมันดีกว่าอยู่กับน้องแบบนี้นี่เอง” ชายหนุ่มอาบน้ำแต่งตัวอย่างมีความสุข

พอเดินลงมา ก็เห็นภูสิตานั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารอยู่แล้ว เธอจัดอาหารเช้าแบบฝรั่งง่าย ๆไว้ให้ เขานั่งลงแล้วยิ้มกว้างให้ “รีบทำทำไมครับ ? ไม่นอนนาน ๆร่างกายคุณไม่ปกติน่าจะนอนนาน ๆ ”

“ไม่ได้ป่วยซะหน่อย ทำให้ไม่ดีหรือไงล่ะ ? ”

“ดี ! ” เขาตอบแล้วลงมือรับประทานอาหาร ภูสิตามองเขาพลางยิ้ม

“เมียครับ”

ภูสิตาหันซ้ายขวาก่อนจะชี้ที่ตัวเอง ชายหนุ่มพยักหน้าให้ “ทำไมคะ ? ”

“แหวนแต่งงานที่ใส่ให้สวยไหมครับ ? ”

“สวย” ภูสิตายกมือให้ดู

“แล้ววงเก่าที่ทำให้ตอนเกิดเรื่องไปไหนจ๊ะ ? ”

“นี่ไง ! กลัวหายเลยถอดตั้งแต่วันแต่งงาน” ภูสิตายกสร้อยที่ใส่อยู่ขึ้นโชว์ให้ดู

“ดีครับ แล้วไม่อยากไปฮันนีมูนจริง ๆเหรอตาล ? ”

“ไม่เอาล่ะ อยู่ไหนก็ได้ขอให้มีบอล”

“พูดดี แล้วเมื่อไหร่ไอ้นั่นหยุดนะ ? ”

ภูสิตาหน้าชาขึ้นมาทันที หล่อนส่ายหน้า “อ้าว ! ลืมดู ไม่ทานข้าวละครับ” เขาพึ่งรู้ตัวว่ารับประทานอาหารเช้าอยู่เพียงลำพัง

“ไม่ค่ะ กินไม่ลง เช้าไป”

“อยู่บ้านนอนตื่นสายล่ะสิ”

“ค่ะ ก็กลางคืนฉันได้ฝันเห็นคุณนี่ ก็เลยนอนนาน ๆ ”

“โอเค อิ่มแล้ว เดี๋ยวเราไปเอารถออก ตาลช่วยขึ้นไปหยิบสูทสีเทาให้ทีนะคะ” ร่างโปร่งลุกขึ้นก่อนจะบิดตัวซ้ายทีขวาที “ไปรอข้างนอกครับ ไม่ต้องล็อกบ้านนะ เดี๋ยวแม่บ้านมาครับ อีก 10 นาที”

“บอลรู้ได้ยังไง ? ”

“นั่นไง ! ” ชายหนุ่มชี้ไปที่ประตู มีกระดาษสีขาวเสียบมาจากด้านนอก “สัญลักษณ์จากป้าเขาล่ะ ปูนาเคยบอกไว้ เดี๋ยวเรารีบไปดีกว่าจ้ะ เดี๋ยวสาย”

ภูสิตาพยักหน้าให้แล้วรีบวิ่งขึ้นไปทันที



ตลอดทางที่ขับรถผ่านมา คนขับไม่พูดไม่จา แต่มองมายิ้มให้เรื่อย ๆภูสิตาก็ไม่กล้าชวนคุยเพราะปกติแล้วตัวเธอเองก็ไม่ค่อยคุยกับใคร โลกส่วนตัวของภูสิตามีอยู่ทุกที่เมื่อมีความสงบ “เออตาล ! ” คนขับรถอยู่พูดเสียงดังเหมือนพึ่งนึกอะไรออก

“ว้าย ! ทำไมคะ ? อยู่ดี ๆก็เรียก”

“ชอบกินอะไร ? แย่ว่ะ มีคุณเป็นเมียแต่ดันไม่รู้ว่าชอบกินอะไร”

“อย่ามาแขวะน่า นี่ก็ใช่จะรู้หรอก” เธอหัวเราะขันตัวเอง ทำให้อีกคนยิ้มออกมาได้ “โอเคงั้นเราเท่ากันนะครับเมีย มาเริ่มกันใหม่”

“ตาลชอบกินของหวาน ๆอะไรก็ได้ค่ะ ยกเว้นทุเรียน”

“ผมกินได้ทุกอย่าง แต่ชอบกินอะไรที่มีน้ำซุป”

“แล้วถามทำไมคะ ? คุณพึ่งทานข้าวเช้านะบอล”

“เออ จริงด้วย” เขายิ้มแล้วตั้งใจขับรถต่อ แต่ไม่นานนักเมื่อรถติดไฟแดงเขาก็หันมาหาเธอ “ตาลตัวคิดยังไงกับบอล ? ”

“ตอนนี้ไม่คิดค่ะ ว่าแต่ว่าเราจะไปไหนคะ ? คุณดูแปลก ๆ นะปรเมษฐ์”

“เหรอ งั้นก็แปลกจริง ๆนั่นแหละ ไปร้านอาหารเลยละกัน เบื่อจะรอแล้ว” เขาเร่งเครื่องยนต์แล้วพาเธอมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง

“ขอโทษด้วยค่ะที่ให้กินน้อย เชื่อแล้วที่เบสบอกว่าคุณกินจุ ไปค่ะ กินก็กินค่ะ” เธอยิ้มให้อย่างเข้าใจก่อนที่จะเปิดประตูรถออกไปไม่รอคนที่กำลังนั่งนิ่งอยู่ ปรเมษฐ์ส่ายหน้าเหมือนกระตุ้นตัวเองให้ตื่น

“แล้วกัน เลยนึกว่าเราตะกละซะงั้น ! ”



ปรเมษฐ์ใส่สูทแบบเก๋สีเทาไม่ติดกระดุม เสื้อยืดสีขาวที่ใส่อยู่ข้างในทำให้ดูไม่เป็นทางการนัก ขายาว ๆ ในกางเกงยีนก้าวเร็ว ๆอย่างเคยตัว เขาเอามือรวบหางม้าหนาที่ภูสิตามัดผมไว้เล่น ก่อนจะจูงมือเธอเข้าไปในร้านอาหาร

ไม้ใบและไม้ดอกตามทางเดินเขียวสดใส เรียกร้องให้ภูสิตาจ้องมันไม่วางตา สวนเล็ก ๆ จัดไว้เหมือนบ้านคนมากกว่าที่จะเป็นร้านอาหาร ปรเมษฐ์เดินนำไปอีกทาง แทนที่จะเข้าไปร้านที่จัดไว้เป็นสัดส่วน ภายใต้หลังคาแสนสวยของร้าน มองเข้าไปเห็นแค่เพียงเก้าอี้ไม้เล็ก ๆสองตัววางอยู่ โต๊ะกลางเป็นรูปทรงกลมและมีผ้าขาวคลุมไว้

“เขาจัดร้านน่ารักดีนะคะ เหมือนอยู่บ้านเลย”

“อืม” คนตัวใหญ่ยิ้มให้ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่ง เขาไม่พูดอะไรอีก เอาแต่จ้องหน้าเธออยู่เงียบ ๆภูสิตาหันไปมองรอบ ๆตัว หวังจะเห็นบริกรเดินออกมาเสียที ไม่อยากเห็นคนโมโหหิว ไม่นานนักก็มีบริกรใส่ชุดขาวเรียบร้อยเดินออกมา

เขาวางชีสเค้กสองที่ลงให้ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้สั่ง ปรเมษฐ์มองแล้วก็พยักหน้าให้เธอลองก่อน ภูสิตาไม่ค่อยแปลกใจที่อาหารมาโดยที่ไม่ได้สั่ง เพราะคนอย่างปรเมษฐ์ทำอะไรที่แปลกได้เสมอมา พอบริการจากไปทั้งคู่ก็ลงมือรับประทานขนมเค้กแสนอร่อย ชีสรสนุ่มละลายในปาก ทำให้นึกถึงสัมผัสนุ่มที่ปรเมษฐ์มอบให้เสมอเมื่อจุมพิต คนที่ถูกนึกถึง นั่งมองเธออยู่เงียบ ๆดวงตางามมองสบตาเธอนิ่งจนยากที่อ่านใจออกว่าคิดอะไรอยู่

บริกรเดินกลับมาอีกครั้ง เขายื่นกระดาษวางลงตรงหน้าแทนที่จานขนมเค้กที่ถูกยกออกไปหน้าตาเฉย มีอีกคนมารับออกไปให้ ภูสิตามองกระดาษแผ่นนั้นอยู่ไม่นาน เพราะยังรู้สึกติดใจกับขนมเค้ก มือเธอยังถือช้อนอยู่ “อ้าว ! เก็บเลย” เธอยิ้มเจื่อนมองไปที่สามี ปรเมษฐ์จับกระดาษพลิกขึ้นมาแล้วหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท มือเขาจรดปากกาลงเร็ว ๆแล้วยื่นให้เธอ “เปลี่ยนนามสกุลกันนะครับคนดี”

เอกสารการจดทะเบียนสมรส ! ภูสิตาอ่านไม่ผิด

“คุณภูสิตาครับ ถ้ายินยอมก็รบกวนลงชื่อได้เลยครับ” คนที่บอกเธออยู่หน้าตาไม่เหมือนบริกรสักนิดเพราะดูสูงวัยนัก ภูสิตาเงยหน้าขึ้นมองปรเมษฐ์ก่อนจะหันไปรอบ กายทุกมุมมีกล้องวีดีโอ ! ตั้งแต่เมื่อไหร่ ? ! มืองามกำช้อนตักขนมเค้กเล็ก ๆอย่างประหม่า เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมาในตอนนี้

“ผมไม่บังคับคุณนะครับ แล้วก็ไม่มีใครบังคับผม อยากให้คุณเป็นแม่ของลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย คนแรกและคนเดียวครับภูสิตา”

ภูสิตารู้สึกดีใจแต่ใจเธอยังค้าน หญิงสสวยังนั่งนิ่งแม้ปากกาจะถูกคนตรงหน้าเลื่อนมาวางไว้ใกล้มือแล้ว ปรเมษฐ์กอดอกพลางอมยิ้มเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เขากำมือที่กอดอกไว้แน่น เชิญพ่อแม่มาด้วยก็คงไม่ต้องทรมานลุ้นขนาดนี้ ! เขาคิด

ภูสิตาหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆคิดว่าจำเป็นด้วยหรือที่ต้องมีพยาน แต่ก็พยายามเข้าใจ มันคงเป็นหน้าที่ของเขา “ขอ...ถามอะไรอย่างนะคะบอล”

ชายหนุ่มหลับตาปี๋เพราะรู้ตัวว่ามันไม่ง่ายเลย ! “ครับเชิญครับ”

“วันใดวันหนึ่งถ้าฉันไม่อยู่ แต่เรามีลูกเล็ก ๆที่เอาแต่ร้องไห้มาเป็นชั่วโมงโดยไม่รู้สาเหตุ คุณจะทำยังไงกับลูกคะ ? ”

ปรเมษฐ์เงยหน้ามองพยานข้าง ๆทั้งสองคนรู้สึกเหมือนกัน ทำยังไงดี ? !

“ตาลครับได้โปรด” ปรเมษฐ์นั่งซบลงกับโต๊ะรวดเร็ว มองภรรยาอย่างอ้อนวอน

“ทำไมคะ ? บอลก็ตอบมาสิ”

“เอาจริงเหรอ ? ” เขาอิดออด นิ้วเรียวยาวลูบหน้าลูบตาก่อนจะยิ้มตาหยี

ภูสิตาพยักหน้ารับหนักแน่น “ว่าไปค่ะ”

“ก็...อะไรนะลูกร้องเหรอ ? ”

“ใช่ ร้องมานานเป็นชั่วโมงแล้ว ไม่รู้เป็นอะไร”

“โธ่ตาล ! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับจดทะเบียนสมรสคะ ? ถ้าตัวไม่เซ็นชื่อเราก็ไม่มีลูกนะ” เสียงคนพูดอ่อยลง

“ทำไมคะ ? ” คนสวยถามหน้าเครียด

“ก็ลูกต้องมีพ่อไม่ใช่เหรอ ? ” เขาหันไปมองหน้าคนเป็นพยาน บริกรสูงวัยในชุดขาวพยักหน้ารับ แต่ไม่ออกความเห็นใด ๆ

“โอ๊ย ! ” ปรเมษฐ์โอดครวญเอามือประสานกันปิดหน้าไว้

“ตอบ”

ชายหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่ แล้วเอื้อมมือไปจับมือภรรยามารวบไว้ “โอเค ! ก็จะหาอะไรให้กินก่อน แต่ถ้ายังไม่หยุดก็จะไปตามหาคุณทันที”

“แล้วเอาลูกไว้ที่ไหน ? ตอนไปตามหาฉัน ? ”

“เอาไปด้วยสิ”

“ทำไมไม่เอาไปให้คุณแม่คุณพ่อคุณดูให้ ? ”

“เออ จริงสิ ! ” เขาปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ ชายหนุ่มหยุดคิด นิ้วยาวลูบไล้ไรเขียว ๆรอบคางเล่น “ไม่ได้หรอก ! จะพึ่งพ่อแม่ตลอดไปได้ยังไง ผมแต่งงานแล้วนะ”

“แล้วทำยังไงต่อคะ ? ”

“หาคุณให้เจอ คุณรู้ดีที่สุดว่าต้องทำไงต่อ”

“ถ้าสองชั่วโมงแล้วยังไม่พบล่ะ”

“โอ๊ย ! นานขนาดนั้นลูกคงหลับไปแล้ว ผมพากลับบ้านนอนเลย”

“แล้วฉันล่ะ ? ”

ปรเมษฐ์สบตาภูสิตาแน่วแน่ “คุณเป็นแม่...ผมรู้ดีว่าคุณไม่มีวันทิ้งเราพ่อลูก”

เสียงปรบมือข้าง ๆดังขึ้น “คุณปรเมษฐ์ ฉลาดมากครับ”

ชายหนุ่มมองพ่อพยานตาขวาง จะทำเสียเรื่องหรือเปล่านี่ ! ?

ภูสิตามองทั้งสองคนสลับกันไปมา “จริงๆ แล้วมันไม่ใช่การหาเรื่องให้คุณปวดหัวหรอกนะคะ แต่ฉันเป็นผู้หญิงจะแต่งงานก็ต้องคิด จะทำอะไรก็ต้องคิด ถึงได้รอคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขที่สุด แต่ถ้าจะให้เปลี่ยนนามสกุล คงต้องคิดถึงวันข้างหน้าด้วย”

“ถ้าถามผม ผมก็คิดแค่ว่าอยากให้คุณได้ทุกอย่างที่ผมมีถ้าผมเป็นอะไรไป แล้วทำไมต้องถามเกี่ยวกับลูกครับ ? ”

“ฉันรักคุณมากแค่ไหน ก็แปลว่าลูกของคุณจะเป็นยิ่งกว่าของล้ำค่าใด ๆในโลกในชีวิตของฉัน ถ้าคุณทิ้งลูก คุณก็ไม่ควรเป็นพ่อของใคร ฉันคิดแค่นี้”

คนฟังพูดไม่ออก มองแววตาภรรยาแล้วรู้สึกผิดยิ่งนัก เขาคิดแค่ว่าภูสิตาเป็นคนช่างคิดหรือแม้แต่คิดเล็กคิดน้อยเพราะเป็นผู้หญิงและเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะเกินฝัน ความคิดของหล่อนอยู่เหนือความคาดหมายจริง ๆปรเมษฐ์หันไปหาพยานแล้วพยักหน้าให้ เพราะเขาเห็นด้วยกับภูสิตาจริง ๆพยานคนนั้นก็พยักหน้ารับอย่างชื่นชมหญิงสาว ภูสิตาอมยิ้มมองคนทั้งสองแล้วมองที่กระดาษที่วางอยู่

“วันที่แม่ฉันเสีย พ่อบอกว่าโชคดีเหลือเกินที่แม่ยังมีฉันไว้ให้ท่าน ฉันเป็นลมหายใจของพ่อ แล้วคุณก็เป็นลมหายใจของคุณพ่อของคุณ ท่านรักษาทุกลมหายเข้าออกในยามที่นั่งสมาธิให้สงบที่สุด ทั้งๆ ที่ทุกข์จนแทบล้มทั้งยืน ท่านรู้ว่าผลบุญที่ทำจะช่วยให้คุณฟื้น คุณกับฉันมีค่าต่อคนที่รักเรา เราได้พบกันก็เพราะมีคุณพ่อของเรา ฉันก็อยากเลยให้พ่อของลูกฉัน รู้หน้าที่ของตัวเองว่าเขาเป็นพ่อคน เขาต้องคิดถึงลูกเสมอ”

“ผม ...พลาดหรือเปล่า ? ไม่มีคุณสมบัติอย่างที่คุณว่ามาเลยใช่ไหมครับ ? ผมไม่เคยอยากพึ่งพ่อแม่ ผมผิดหรือเปล่าที่คิดเหมือนคนเนรคุณ ? ”

“ไม่หรอกค่ะ คุณคิดถูกที่ไม่เอาปัญหาไปทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจ แต่ผิดที่หวังพึ่งฉัน”

“อ้าว ! ไม่หาแม่แล้วให้หาใครล่ะ ? ”

“ถ้าฉันตาย เหมือนที่แม่ฉันต้องจากฉันไปล่ะ คุณจะปล่อยให้ลูกร้องไห้ตัวดำตัวเขียวหรือไง ? ”

“เมื่อกี้ไม่ได้บอกว่าเสียนี่ ! ”

“พอ ๆครับ อย่าทะเลาะกันเพราะเรื่องที่มันยังไม่เกิดเลยนะครับ” พยานเริ่มทนไม่ไหว เพราะยืนนานเหลือเกินแล้ว “จะกรุณาเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายให้ผมได้หรือยังครับคุณ ๆ ? ” ภูสิตามองปรเมษฐ์อยู่ไม่นาน หล่อนก็เอื้อมมือไปรวบมือใหญ่ไว้ อีกคนยังหน้าตึงเพราะถูกต้อนจนมุม ทำให้หัวใจสั่นราวกับกลองที่ถูกตีซ้ำ ๆ

“บอลคะ คิดดี ๆ นะคะฉันไม่หย่าเด็ดขาดนะ อย่าทำอะไรเพราะวู่วาม คุณกำลังคิดอะไรอยู่ ? ถ้าแค่จะปลอบหรือเบนความสนใจตาลไปที่อื่นล่ะก็คุณคิดผิดที่สุด โมรีหรือปูนาเคยบอกไหมเอ่ย ? ”

“บอกอะไรล่ะ ? ” คนถามอยากรู้แต่น้ำเสียงไม่ค่อยดีนักเพราะหงุดหงิด

“บอกว่าภูสิตา ขี้หึงที่สุด” เธอหัวเราะ

“ใครไม่รู้ก็บ้าแล้ว ! ”

“เหรอ แล้วยังจะจดทะเบียนอีกเหรอจ๊ะคนดี ? ”

“เออสิ ! ไม่จดไม่ได้หรอก”

“ทำไมเอ่ย ? ”

พยานคนสำคัญหันซ้ายขวาให้กล้องวีดีโอ ก่อนจะยิ้มแฉ่งใส่เพราะไม่มีอะไรจะทำ เขามองทั้งสองคนไปมา ปรเมษฐ์หน้างอหากแต่ยังดูสง่างาม อีกคนยิ้มสวยราวกับนางฟ้าใครหนอช่างบรรจงสร้าง เขาเกิดมาคู่กันแท้ ๆพยานผู้กำลังจะเชื่อมชีวิตรักคิดอยู่แต่เพียงลำพัง แต่ต้องสะดุ้งเพราะปรเมษฐ์ทุบที่โต๊ะอย่างแรง !

“ก็คนอุตส่าห์ยอมยกทุกอย่างให้น้องชายไปแล้วด้วยซ้ำเพราะผู้หญิงคนเดียวลงทุนขนาดนี้ยังมาถาม ! ” เขาขึ้นเสียง

“เขาไม่เรียกลงทุน เขาเรียกแพ้น้องชายตัวเอง ! ทำหัวเสียใส่โต๊ะ คุณกำลังเครียดอย่างเห็นได้ชัดเลย เกี่ยวอะไรกับน้องอีก ร้ายจริง ๆ ”

“เหมือนกันแหละ แล้วเอาไง ? จะจดไม่จด ? จะไปทำมาหากินแล้วนะ” น้ำเสียงของปรเมษฐ์อ่อนลง

“บอกมาก่อนสิ ถ้าฉันตาย ทำยังไงกับลูก ? ”

“โอ๊ย ! ทำไมชอบคิดอะไรไม่เป็นมงคล ! ”

“อะไรก็ไม่แน่นอนนี่ พูดมาสิคะ”

“หาแม่ใหม่ให้มันก็สิ้นเรื่อง ! ”

ภูสิตามองคนตรงหน้านิ่ง หล่อนวางช้อนแล้วหยิบปากกาบรรจงเขียนชื่อตัวเองลงในกระดาษทันที คนมองอยู่จ้องตาไม่กะพริบ ดีใจล่ะใช่แต่ สีหน้าภรรยาไม่ปกติ เธอยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้เขา “ขอบคุณที่กรุณาฉัน” น้ำเสียงเยือกเย็นทำเอาคนฟังขนลุกซู่ เขารับเอกสารการจดทะเบียนสมรสมาแล้วกอดไว้กับอกกว้างนิ่ง

ชีวิตไม่เคยมีคำว่าเงียบสงบและราบรื่น ทะเบียนสมรสที่ปรเมษฐ์กอดอยู่ประมาณค่ามิได้ สิทธิ์ในกายและใจหล่อนเป็นของนายแล้วปรเมษฐ์ !

“ทำไมต้องใช้คำว่ากรุณา ? ”





 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2565
0 comments
Last Update : 1 พฤษภาคม 2565 9:02:38 น.
Counter : 80 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.