E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
9 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 15 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

15



“พี่อิงเป็นยังไงบ้างลูกวันนี้ ? ” คุณนายไหมทองทักลูกชายที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะนั่งเล่นหน้าตึก “สบายดีครับคุณแม่ พรุ่งนี้เจ้าของที่เจ้าใหม่จะเอาที่มาขายให้ ลูกดูแล้วจะทำกำไรได้ดี คิดว่าจะซื้อไว้ครับ” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง เขาไม่อยากให้มารดารู้ความรู้สึกใด ๆ ของตัวเองเลยในตอนนี้ ราวกับกำลังกลัวชะตาที่ตัวเองได้ไปรู้เห็นมาเมื่อคืน

“แล้วแต่ลูกเถอะ แล้วแม่ฝางเป็นไงบ้าง ? ”

“กลับไปตั้งแต่ฟ้ายังมืด ไม่พูดอะไรสักคำ”

“เขาก็ทำแบบนี้ตลอดไม่ใช่หรือ ? อีกอย่างหล่อนก็จะยอมแพ้เรื่องบ้านแล้ว ปล่อย ไปเถอะ ขอแค่ลูกแม่สบายดีก็พอ”

“คุณแม่ครับ มันยังไม่ถึงวันพระที่ไม่มีฝาง ลูกก็บอกไม่ได้ว่าตัวเองจะเป็นยังไง”

“ลูกจะว่าอะไรไหม ? ถ้าคนข้างกายจะเปลี่ยนเป็นแม่โสน” คนถามอมยิ้ม

อิงกาลยังสงบและเยือกเย็น ไม่แสดงออกความในใจให้เห็น “แล้วแต่คุณแม่ครับ”

“ว่าง่ายจริงลูกแม่ ดีแล้วล่ะที่ไม่ได้ปักใจอะไรกับแม่ฝาง” คนพูดแค่ลองเชิงอีกฝ่ายเท่านั้น คุณนายไหมทองรู้ดีว่าลูกชายรักใคร่แม่ฝางมากกว่าใคร แต่การไม่พูดอะไรออกไปดูจะดีกว่าการไปสนับสนุน ลูกต้องแยกให้ออกระหว่างของเล่นกับชีวิตจริง ฝางเป็นแค่ลูกหนี้ ความเท่าเทียมหามีไม่ ! อิงกาลก้มหน้าอ่านหนังสือต่อไป จนเมื่อมารดาเดินจากไปเขาจึงได้เงยหน้าขึ้น สายตาของชายหนุ่มซ่อนอะไรไว้มากมาย

ความเย็นชาของคุณแม่ ความคิดซับซ้อนของคุณแม่ เราแม่ลูกก็ไม่ต่างกัน คุณแม่ไม่รู้หรือ ? ชายหนุ่มซ่อนยิ้มไว้ในหน้า คนที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่คุณแม่ หากแต่เป็นฝางและนางผู้ซ่อนอยู่ในกายหล่อน บินไปก่อนเถอะฝาง ไปให้ไกลจากเราให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะต้องรักกันจนหมดหัวใจ โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว



“ฝางบ้านน่าอยู่ดีนะ” สายรุ้งพูดพลางกินขนมทองหยอดในมืออย่างสบายใจ “เจ้าของบ้านดูรวยดีเนอะ ดูสิเราแค่ไปเช่าบ้าน ยังให้กินของดี ๆ ด้วย”

ฝางเดินนำหน้าไปไม่ไกลนัก หันกลับมามองเพื่อนรักที่หยิบขนมในบ้านของเถ้าแก่แดงมาด้วย “อย่างน้อยก็คิดค่าเช่าไม่แพง เขาเป็นพ่อของเพื่อนฝางที่มหาวิทยาลัย”

“แล้วเพื่อนฝางหายไปไหนล่ะ ? ไม่เห็นเลย”

“ฝางคุยกับเขาไว้นานแล้ว น้ำมนต์ให้ไปคุยกับเตี่ยเขาเองเรื่องค่าเช่า ทำให้จบ ๆ ไป แค่นี้ก็สบายใจแล้ว จะย้ายอาทิตย์หน้าเลยเป็นไง ? ” คนพูดหัวเราะอย่างเป็นสุข

“ดีเลย ! รุ้งจะมาช่วยนะ”

“แต่….ย้ายวันพระเลยจะดีกว่า อย่าบอกใครนะรุ้ง” ฝางนึกถึงวันพระหน้าที่จะมาถึง เธอจะจากไปเงียบ ๆ ถือว่าสิ้นสุดกันตรงนั้น บ้านของเขาก็ให้เขาเอาไป ไม่คิดจะเจรจาอะไรกับแม่ลูกคู่นั้นอีกแล้ว

“กลัวพี่อิงเหรอ ? ไม่ให้บอกเขาไม่ลาเขาแล้วเขาจะไม่โกรธเอาเหรอจ๊ะ ? ”

“ฝางมีแต่ตัวเองและพี่ดำเท่านั้น ไม่มีอะไรต้องไปคุยกับพวกเขานี่จ๊ะ” สองเท้าของหญิงสาวไม่ได้หยุดเดิน ไม่หันกลับมามองเพื่อนรักในที่ขณะที่พูดเลย

“ว้า ! มันก็ใช่ แต่พี่อิงต้องรู้สึกแย่ โรคผีนั่นก็ไม่รู้จะเป็นยังไง แล้วแกรู้ไหมว่าฝางจะไปอยู่ที่ไหน ? ” ฝางหันหลังกลับมาทันที “ถ้ารุ้งไม่บอก จะไม่มีใครรู้”

“แล้วกัน ! มาขู่กัน ! ใครจะบอกล่ะ ไม่ใช่เรื่องของรุ้งเสียหน่อย” สายรุ้งหน้างอ

ฝางอมยิ้ม “ดีแล้ว ! ว่าง่าย ๆ จะให้กินขนมทุกวันเลย ไปกันเถอะ”

สายรุ้งเคี้ยวขนมในปากอย่างกล้ำกลืน เพื่อนรักไม่รู้ว่าเธอมาหาตั้งแต่เช้าตรู่ขนาดนี้เพราะคำสั่งใคร ! “คุณอิงให้เอานี่มาให้แม่รุ้ง” คนจากเรือนกรรณิการ์ยื่นซองจดหมายให้เมื่อสายรุ้งเปิดประตูบ้านออกมาแต่เช้ามืด หล่อนรับมาอ่านอย่างตั้งใจ

‘ได้ข่าวว่าค่าแผงที่ตลาดขึ้นราคา พี่บอกให้เขางดเก็บเงินจากคุณแม่ของเรา 1 ปี แต่ลูกสาวที่ชื่อสายรุ้งจะต้องรายงานทุกเรื่องเกี่ยวกับฝางให้พี่อิงรู้คนเดียว ถ้าตกลงก็จะให้ทุกอย่างเมื่อมีโอกาส อย่าให้พลาดแม้แต่เรื่องเดียว สายรุ้งจะได้รับเงินค่าเสียเวลาทุกเดือนนับจากนี้ จนกว่าจะแจ้งยกเลิก’ สายรุ้งอยากจะดีใจเมื่ออ่านจบ เธอแอบถอนใจเพราะรู้สึกผิดต่อเพื่อน แต่มันคงไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร เมื่อคนมีใจให้กันจะรู้ข่าวคราวของฝาง พี่อิงคงไม่ได้เลวร้ายอะไร น่าจะไม่….ไม่หรอกมั้ง เธอคิดก่อนจะบอกคนมาส่งข่าว “ไปเรียนท่านว่าแล้วจะส่งข่าวให้ทราบ”



อิงกาลอ่านกระดาษที่คนรับใช้นำมาส่งให้แล้วถอนใจ ป่านนี้จะรู้สึกยังไงก็ไม่รู้ บ้านนั้นสำคัญกับฝางมากจะยอมจากไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ ? ความคิดหลายอย่างประดังเข้ามาในความรู้สึกเหมือนพายุ หากเวลานี้เป็นตอนกลางคืนก็คงจะดี เขาจะได้ถามนายไม้ได้ว่าควรทำอย่างไรท “คุณอิงครับ คุณโสนมาขอพบ” เสียงคนรับใช้ดังมาจากนอกห้อง

“คุณโสนมีเรื่องอะไร คุณแม่ไม่อยู่บอกไปหรือยัง ? ”

“บอกแล้วครับ เธอบอกว่ามาหาคุณอิง”

ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบเดินออกจากห้องนอนทันที ก่อนที่คุณโสนจะก้าวเข้ามาพอดีหล่อนยิ้มหวาน “น้องกำลังจะมาหา พี่อิงจะไปไหนหรือคะ ? ”

“ตามมาคุณโสน ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เราจะมาเข้ามา”

“พี่อิงก็พูดเกินไป โสนวิ่งเข้าวิ่งออกที่นี่จนชิน ทีกับคนบางคนยังให้เข้ามานอนเคียงหมอนทุกวันพระ ญาติพี่น้องก็ไม่ใช่”

“ถ้าจะอยู่ในนั้นก็อยู่คนเดียวไป พี่ไม่มีอะไรจะพูดด้วย”

คุณโสนไม่รอช้า วิ่งตามชายหนุ่มไปทันที “พี่อิงคะ ! แต่งงานกันเถอะนะคะ”

อิงกาลหันหน้ามาทันที “คิดก่อนพูดแล้วใช่หรือไม่ ? ”

หญิงสาวเดินเข้าไปควงแขนอิงกาลพลางยิ้ม ความในใจเหตุใดต้องปิดบัง ในเมื่อสายตาของเธอมีเพียงเขาเท่านั้น “คิดแล้วค่ะ คิดทุกวัน อดทนทุกวัน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าตัวเองต้องหมั้นกับพี่อิงมานานแล้ว” อิงกาลแกะมือหล่อนออกจากแขนของเขารวดเร็ว

“ใครขอให้หมั้นครับ ? ”

“ก็คุณป้าบอกไว้ตั้งแต่เด็ก เราเป็นคู่กัน ! ”

อิงกาลจ้องหล่อนเขม็ง แววตาเยือกเย็นไร้ความหมายใด ๆ “รักกันแค่คุณแม่บอกว่าเป็นคู่กันเท่านั้น ดูเหมือนคุณโสนจะยังไม่โต เคยคบคนอื่นบ้างไหม ? เคยรักใครหรือยัง ? ” เขาหันหน้าหนีหล่อน ชายหนุ่มเดินตรงไปยังห้องสมุด หยิบหนังสือหลายเล่มออกมากอง ก่อนจะนั่งลงเปิดอ่านมัน คุณโสนเดินตามมาติด ๆ หล่อนนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้า สายตาอ้อนวอน “พี่อิงจ๋า….แล้วพี่อิงแยกออกหรือยังคะ ? ระหว่างของเล่นอย่างฝางกับผู้หญิงในชีวิตจริงของพี่ ? ”

“ของเล่นไม่มีชีวิตครับ ฝางมีชีวิต มีหัวใจและเขาก็อยู่ในหัวใจพี่”

“ทำไมต้องพูดตรงขนาดนั้นด้วย ! ” คุณโสนตะโกนลั่นห้อง

อิงกาลหัวเราะออกมาทันที “แล้วจะให้อ้อมไปไหนล่ะครับ พี่พูดเรื่องจริงทั้งนั้น”

“ปักใจอะไรนักหนา ของกินก็มีไว้ให้กิน กินแล้วก็กำจัดออกไป แม่ฝางเขามีแต่ตัวนะคะ” คนพูดมีสติครบและพูดอย่างที่ใจคิด แต่หัวใจกำลังแตกสลาย

ชายหนุ่มส่ายหน้า ไม่อยากเอ่ยวาจาใด ๆ ออกมาอีก

“ก็พูดเรื่องจริงนี่คะ วันพระหน้าพี่อิงไม่มีหล่อนอยู่ข้าง ๆ แล้ว โสนรู้ ! โสนจะมาค้างเป็นเพื่อนนะคะ” ริมฝีปากบางยิ้มงดงาม หากแต่มันไม่ได้ยาใจอีกคนเลย

“นอนอยู่บ้านเถอะ ! อย่ามาลำบาก ในห้องผีดุมาก ถ้าไม่ใช่ฝางทนไม่ได้หรอก”

“อย่ามาขู่น้อง ! น้องไม่กลัวหรอก”

อิงกาลยิ้ม เพราะแววตาของคุณโสนไม่ได้เป็นอย่างปากกล่าว หล่อนดูหวาดกลัว หญิงสาวลูบแขนตัวเองไปมาราวกับอยู่ท่ามกลางพายุฝน “หนาวหรือ ? ”

“ไม่ใช่ค่ะ ! คนที่กลัวความหนาวเย็นมีแต่แม่ฝางต่างหาก ! ”

“ใครบอกคุณโสน ? ”

“รู้ก็แล้วกันล่ะ ! น่าเอาน้ำแข็งแช่ให้ตาย ! ”

ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองพลาดอย่างรุนแรง ที่ไปจุดประกายให้คุณโสนนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้ มีเรื่องให้ต้องระวังเพิ่มอีกแล้ว “กลับไปเถอะ พี่จะอ่านหนังสือ ถ้าน้องไม่บอกว่ารู้มาจากใคร เราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันต่ออีก”

“โสนได้ยินแม่มันสั่งเสียก่อนตาย มันสั่งนางดำว่าอย่าให้น้องโดนน้ำนาน น้องกลัวความเย็น” คนเล่าดูไม่สนใจอะไร จำใจพูดออกไปเพราะกลัวจะโดนผลักไสเท่านั้นข้อดีของคุณโสนก็มีอยู่เหมือนกัน หล่อนพูดตรงและจริงเมื่อจนตรอก แต่คำพูดดี ๆ ก็ยากจะหลุดออกมาจากปากเช่นกัน

“แล้วทำไมถึงอยากให้เขาตายครับ ? ”

“ก็มันเป็นมารหัวใจ ! ” คนพูดหน้างอ

อิงกาลนั่งนิ่งเมื่อได้ยินความในใจของหญิงสาว ฝางเกิดมาชาตินี้มีกรรมนัก กำพร้ามาตั้งแต่ยังเล็ก ถูกตราหน้าว่าเป็นแค่เมียเก็บของเขา ถูกคนเกลียดชังอยู่ตลอดเวลาแม้กระทั่งอยากจะปลิดชีวิตกัน ต้นเหตุคือเขาอีกแล้วสินะ “ทำยังไงจะไม่เกลียดกัน ? ”

“ทำไม่ได้หรอก เกลียดมันตั้งแต่เห็นหน้าแล้วค่ะ ! ”

“ตอบให้ได้ว่าทำไม ! ” ชายหนุ่มขู่ปนตะคอก

“ก็มัน….สวย ! มันมีอะไรประหลาด ๆ ที่โสนไม่มี”

“ประหลาดยังไง ? ”

“ตัวมันหอม บางทีก็ยิ้มสวย บางทีก็น่ากลัว เหมือนมีอะไรสักอย่างในตัวมัน”

“คำก็มัน สองคำก็มัน ! ก้าวเท้าออกไปจากตรงนี้เถอะ พี่ไม่อยากฟังคุณโสนพูดไม่ดีอีกแล้ว ! ” ชายหนุ่มยังเสียงดังใส่หล่อน เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำบาปทำกรรมที่หนักหนานัก คุณโสนหน้างอ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ไร้วาจาใด ๆ เจ็บจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมา ! ร่างบางกระทืบเท้าแล้วเดินเร็ว ๆ จากไป

อิงกาลไม่รอช้า วิ่งออกไปหลังเรือนทันที ร่างโปร่งกำยำพายเรือด้วยความเร็วเท่าที่หัวใจจะเร่งให้มันไปได้ เมื่อถึงเรือนฝาง ไร้เสียงผู้คนเหมือนเช่นทุกครั้ง สองร่างคงอยู่ในห้องนอนของตัวเอง ประตูห้องเปิดอยู่เขาจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปอย่างเงียบ ๆ

หญิงอันเป็นที่รักกำลังนั่งพับเพียบพับผ้ากองโตอยู่บนเตียงนอน ผมยาวดำสลวยของฝางคลุมเอวบาง “มีธุระอันใด ? ” เสียงไพเราะอ่อนหวานดังมา หากแต่หาใช่ฝางไม่ ! อิงกาลนั่งลงคุกเข่าคลานเข้าไปหาทันที “อิงมาหาฝาง พี่อันน์ทำไมมาเวลานี้ ? ”

“หนักหนานักเจ้าข้าเพลานี้ ส่วนตัวเราหากจะมาก็มาได้ด้วยใจปรารถนา”

“แล้วทำไมต้องเข้าไปอยู่ในตัวฝาง ? ”

“หากไม่ทำแล้วไซร้ ฝางจะทำการใดไม่อาจรู้ได้ ไม่ดีหรือไร ? ดีกว่าให้ใครบางคนมาแทนที่” ร่างฝางยิ้มส่งให้ชายหนุ่ม ทำให้อีกคนถึงกับหน้าชา ลมหายใจของอิงกาลร้อนฉ่าเพราะความงามของฝาง แม้จะรู้ว่าคนยิ้มให้ไม่ใช่ฝาง

“บางทีก็ยากจะแยกฝางออกจากคนรอบ ๆ ตัวนะครับ” ชายหนุ่มหัวเราะ

“หล่อนซื่อนักเจ้าข้า ความในใจตัวก็ยังไม่รู้ อดีตก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง กรรมนั้นให้ผลยาวนานนัก ฝางจึงต้องรับมันไว้”

“ผมมีกรรมก็พอจะเข้าใจ แต่ฝางไม่ได้ทำอะไรใครนี่ครับ”

“ความเกลียดชังอย่างไรเล่า องค์อังควิภาเกลียดชังองค์อจลานัก ยิ่งภักดีมากเท่าไรความเกลียดชังยิ่งทวีคูณ หนักหนายิ่งกว่าสิ่งใดเมื่อองค์เองเป็นถึงเทวา หากแต่มิอาจกำจัดกิเลสในใจตนได้” คนเล่าหัวเราะเบา

“พี่อันน์อยู่ก็ดีแล้ว อิงไม่รู้จะปรึกษาใคร แต่ว่าทำไมคนที่มีฤทธิ์อย่างพี่อันน์จึงไม่สามารถรับรู้ในสิ่งที่ฝางจะทำได้ทุกอย่างครับ ? ”

“ฝางมีความซับซ้อนด้วยจิตของตัวเอง และก็ยังมีอีกกายใช้อำนาจเข้าควบคุมอยู่ ทุกสิ่งในโลกาแม้มองเห็นได้ด้วยตาทิพย์ใด ๆ ก็ยังมีความลับซ่อนอยู่เสมอ ส่วนพ่อนั้นจงทำอย่างที่อยากทำเถิด แต่จงระวังตัว ด้วยไม่มีวันที่องค์อังควิภาจะรามือ”

“ท่านตามไปได้ทุกที่จริงหรือ ? ผู้หญิงที่ชื่ออังควิภา”

“คิดว่าโลกนี้มีเพียงเรือนกรรณิการ์กับเรือนฝางเท่านั้นหรือ ? นางผู้ซ่อนอยู่หาได้อยู่อย่างเลื่อนลอยไม่ นางมีบารมีมากและอำนาจพิเศษของนางก็แกร่งกล้าเกินผู้ใด”

“แล้วพี่อันน์ ? ”

“เราเป็นเพียงผู้ปกป้องฝางผู้อ่อนไหวและบริสุทธิ์นี้เท่านั้น ยิ่งกว่านั้นบุญบารมีก็น้อยกว่าองค์อังควิภานัก” ร่างบางรามือจากงานตรงหน้า หล่อนลุกเดินไปหยิบจานใส่ขนมสีชมพูอ่อนมาวางตรงตัก ก่อนจะรับประทานเข้าไปอย่างช้า ๆ

“ขนมถ้วยฟู ? ”

“ไม่เคยเห็นเหรอ ? มาเมื่อไหร่คุณในเรือน ? ”

อิงกาลหัวเราะเบาพลางสะบัดหน้าไปมา เพื่อให้ตัวเองปรับตัวได้ทันกับเรื่องตรงหน้า “อ่อ ! พี่มาดูเรือน”

“เรือนไม่หายไปไหนหรอก ไม่ได้เอาอะไรไปนอกจากเสื้อผ้า”

“จะไปไหนครับ ? บ้านใหม่อยู่ที่ไหน ได้แล้วเหรอ ? ”

ฝางสบตาชายหนุ่มนิ่ง อยากบอกเขาเหลือเกิน เราจะไม่ได้พบกันอีกแล้วคุณในเรือน จะทำอย่างไรดี ?

เดินเข้ามาในอ้อมกอดพี่ด้วยตัวเองสักครั้งได้ไหม ? เสียงหัวใจของใครดังอยู่ในหัวของฝาง ! อิงกาลยังนั่งนิ่ง ไร้เสียงใด ๆ จากปากของชายหนุ่ม มีเพียงแววตาเท่านั้นที่ส่งมา ทรมานเหลือเกินอย่าไปเลยได้ไหม ?

ฝางสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของอิงกาลแจ่มชัดในความรู้สึก เธอก้มหน้าลงทันที สายตาสะดุดกับจานขนมถ้วยฟูตรงหน้า มืองามสั่นไหว นี่เป็นครั้งแรกที่เข้าใจได้ว่าขนมถ้วยฟูที่กินเข้าไปมีผลกับร่างกายของตัวเอง เธอนิ่งอยู่นานก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มจางให้ชายหนุ่ม “ไปอยู่ในที่ปลอดภัยค่ะ ไม่เป็นไร” จะไม่มีวันยอมให้อิงกาลรู้ว่าตัวเองได้ยินความในใจของเขา ต้องมีใครสักคนกำลังใช้อำนาจ !

“สงสัยไปใยเจ้าข้า ? อันน์ แปลว่าข้าว เราเอง” เสียงหวานดังกังวานรอบกาย หากแต่ฝางยังนั่งนิ่งไม่ไหวติง ใช่ ! ขนมถ้วยฟูทำมาจากข้าว ไม่แปลกเลยที่จะใช้อำนาจดลบันดาลกับสิ่งใด ความหนาวเย็นวิ่งเข้าสู่กาย ความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ ได้ยินคำว่ารักจากเขามาหลายครั้ง เหตุใดครั้งนี้เจ้าตัวจึงไม่ยอมเอ่ยความในใจเมื่อครู่ออกมาเอง

ชายหนุ่มก้มหน้ามองกองผ้าแล้วใจหาย เขาลุกขึ้นเดินเข้าไปก้มลงโอบกอดร่างฝางไว้แน่น หญิงสาวตกใจจึงไม่ทันได้ขยับตัว มือของฝางเย็นยะเยือกจับแขนกำยำไว้แน่น พยายามดันร่างของเขาออกให้ห่างตัวแต่ไม่สำเร็จ เธอหลับตาลงทันทีเมื่อไออุ่นจากริมฝีปากของชายหนุ่มล่วงล้ำประทับลงที่ริมฝีปากของตัวเอง “คุณใน ! ”

หากปล่อยไปวันนี้เห็นทีพี่จะขาดใจตาย เสียงของอิงกาลดังก้องในหัวของฝาง วงแขนกำยำรวบร่างหล่อนก่อนจะกดลงบนเตียงทันที ! มือทั้งสองของฝางฟาดลงที่แผงอกของชายหนุ่มไม่ยั้ง ความรู้สึกตัวมีอยู่ตลอดเวลาเมื่อถูกรุก อิงกาลใช้แรงรวบมือกดลงบนเตียงพัลวัน เสียงกรีดร้องดังของฝางเรียกสติของอิงกาลกลับมา !

“ไอ้คนเลว ! ” เสียงหล่อนดังเข้าไปถึงโสตประสาทของอิงกาลเมื่อฝางลุกขึ้นนั่งได้ แล้วกระโดดลงมาจากเตียงเหมือนรังเกียจเขานักหนา “ออกไปเลยนะ ไปให้พ้น ! ”

ชายหนุ่มยังนั่งคุกเข่าอยู่บนเตียงนอน หันไปมองอีกคนที่ยืนน้ำตาไหลพรากอยู่ ฝางไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีกนอกจากปล่อยให้เสียงสะอื้นดังอยู่เพียงเบา ๆ หล่อนใช้มือปิดปากแน่นด้วยไม่ต้องการให้พี่ดำได้ยิน “ฝาง ฝางเป็นอะไร ? ! ” เสียงดำดังอยู่นอกห้อง หล่อนเห็นร่างโปร่งเดินขึ้นมาบนเรือนสักพักแล้ว และดำก็พอจะเดาออกว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นแล้ว สมองสั่งให้เท้าหยุดอยู่แค่หน้าห้อง เสียงฝีเท้าของดำที่เดินวนไปวนมาอยู่นานทำให้อิงกาลได้สติ “พี่ดำกลับไปทำงานเถอะครับ ไม่มีอะไรหรอก”

“แน่ใจนะพ่ออิง ไม่เป็นไรแน่นะ ? ! ”

“สัญญาครับ” ชายหนุ่มลูบหน้าตัวเองอย่างอ่อนล้า เขาก้าวลงจากเตียงตรงเข้าไปกอดฝางไว้แน่น หญิงสาวดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการ หากแต่ไม่อาจสู้แรงของชายหนุ่มได้ อิงกาลลูบแผ่นหลังหล่อนไปมาอย่างอ่อนโยน หวังให้ความเงียบปลอบโยนเจ้าตัว “บอกให้ออกไป” ฝางพูดเบาด้วยความเกลียดชังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ หล่อนถูกกอดไว้แน่น มือเล็กจิกลงบนแผ่นหลังของเขาไม่ยั้ง

ความเจ็บปวดทำให้อีกคนสะดุ้ง แต่เขาไม่ยอมปล่อยหล่อนให้เป็นอิสระ “ถ้าทำแล้วหายเจ็บปวดก็ทำเลยฝาง” เสียงคนพูดราบเรียบ คำสั่งเต็มไปด้วยอำนาจและความเยือกเย็น “พี่จะบอกอะไรให้นะ ถ้าชาตินี้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ชาติหน้าฝางก็จะต้องกลับมาให้พี่กอดอยู่ดี” ชายหนุ่มอมยิ้มแม้แรงจิกด้วยเล็บของฝางกำลังกดลงอีกเท่าตัว “เอาให้เลือดออกไปเลยนะ เอาให้หายแค้น”

“เลิกดูถูกกันเสียทีเถอะนะ อย่ามาเหยียบแม้แต่เงาของเรา”

อิงกาลดึงตัวหล่อนออกไปจากอกทันที “ใคร ? ! นี่ใคร ? ”




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2563
0 comments
Last Update : 9 สิงหาคม 2563 10:19:38 น.
Counter : 10 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.