อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ NEW คุณเท่านั้นที่รู้ว่า 'บัวหลวง’ งดงามอย่างไร และคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่า ‘เส้นทางสู่บัวหลวง’ มอบอะไรให้
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และซีเอ็ดค่ะ
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2565
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
17 พฤษภาคม 2565
 
All Blogs
 

ตอนที่ 12 Stand Clear X ยืนห่าง ๆ ไม่งั้นจะรักฉัน โดย ภูระริน (รีไรท์เพิ่มตอน)



12

มารุตสอบปลายภาคเสร็จแล้วปิดเทอมคราวนี้เขามีงานรออยู่มากมายเมื่อเฮียสุมิตรให้คนมาบอกว่าหาที่ทางได้เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกทั้งดีใจและกังวลในเวลาเดียวกันเมื่อมีคนมอบความไว้วางใจให้ขนาดนี้ เขาจึงทุ่มเทอย่างเต็มที่ทั้งกำลังกายและกำลังสมอง โชคดีที่เฮียสุมิตรมีเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่งไว้ให้ “หลานเฮียชื่อวิชาญอายุมากกว่าลื้อไม่กี่ปีหรอก มันเคยเปิดอู่ซ่อมรถมาก่อนตอนนี้เจ๊งเลยชวนมาช่วยกัน ก็ขอให้ค่อย ๆพูดค่อย ๆจากันนะ ไอ้นี่เรียนจบปวช. เลือดร้อนเหมือนกัน” ท่านเตือนเมื่อกำลังนั่งวางแผนงานกัน

“ครับ แล้วร้านเรา…เอ่อร้านเฮียอยู่ไหนครับ ? ”

“ก็ข้างร้านก๋วยเตี๋ยวเก่าหน้าวัดไง”

“หา ? ! ” มารุตร้องเสียงดัง

“ทำไม ? ! หาไม่เจอเหรอ ? ลูกผู้พันไม่รู้จักหน้าวัดด้วยเหรอเรา ? ! ”

มารุตส่ายหน้าพลางยิ้มเจื่อน นิ้วเรียวยาวบีบจมูกตัวเองเบา ๆแล้วหัวเราะ

“เปล่าครับ ผมแค่ตกใจ ตอนเด็ก ๆไปแถวนั้นบ่อยมาก ไม่นึกว่าจะได้ไปที่นั่นทุกวันอีก”

“เออดีแล้ว คิดว่าไม่รู้ ! ว่าแต่ว่าไอ้สองตัวนั่นใครหว่า ? ” เฮียสุมิตรหันไปมองบอดี้การ์ดสองคนของมารุตแล้วทำหน้ามุ่ย “ดึกๆ ดื่นๆ มาด้อม ๆ มองๆ มากับเราเหรอ ? ”

“ครับ คนของป๋า ถ้าผมออกข้างนอกดึก ๆป๋าให้ตาม” ชายหนุ่มหัวเราะเมื่อหันไปมองคนของตัวเองที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูเหมือนยามรักษาการณ์ในสถานที่ราชการ

“ขนาดนั้นเลยเหรอวะ ? ”

“ไม่ให้ตามก็ไม่ได้ครับ สงสารเขาเขา ทำเพื่อค่าจ้างน่ะเฮีย ก็ให้ตามได้แต่ไม่ให้มาใกล้เกินสองเมตร”

“เหรอ ? ! เฮียว่านี่ใกล้มากนะ เขาได้ยินความลับเราหมดนะเนี่ย ! เมียอั๊วยังไม่ให้ได้ยินเลยนามารุต”

“ไม่เป็นไร ครับผมสั่งไว้แล้วห้ามบอกใครไม่ว่าจะได้ยินอะไร จับได้จะหาเรื่องให้ป๋าไล่ออก” ชายหนุ่มหัวเราะ หลายเดือนแล้วที่สองคนนี้เป็นเหมือนเงาของเขาในยามค่ำคืน จากที่เคยรู้สึกอึดอัดก็กลายเป็นความเคยชิน นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มารุตเข้าใจคำว่า ‘น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า’ หากอยู่กันด้วยความเห็นอกเห็นใจและพูดกันตรง ๆแม้คนที่ได้รับการศึกษามาน้อยอย่างนายยงยุทธและนายก้อนก็รับรู้ได้ พวกเขาทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง ทั้งต่อบิดาของเขาและตามความต้องการของมารุตเอง

“แล้วไป ! ถ้าคุยกันรู้เรื่องวันหลังก็จ้างมาทำงานด้วยเลยดีไหม ? เฮียตามใจมารุต” มารุตยกมือไหว้เฮียสุมิตรด้วยความเคารพในความมีน้ำใจของเขา แม้ในใจจะนึกหวั่นกับเพื่อนร่วมงานอีกคนอยู่เหมือนกัน คนอายุมากกว่ามักมีอะไร ๆที่เขาคาดไม่ถึงเสมอ แล้วนี่วิชาญยังเป็นหลานของเฮียสุมิตรอีกด้วย ก็หวังว่าเขาจะมีน้ำใจและเป็นคนดีอย่างเฮียสุมิตรด้วย “ปิดเทอมแล้วพรุ่งนี้ไปดูเขาทาสีตกแต่งใหม่ให้หน่อยนะ แล้วนี่อั๊วต้องไปขออนุญาตท่านผู้พันหรือเปล่าวะมารุต ? เอาลื้อมาทำงานด้วยแบบนี้จะมาตำหนิกันได้นา ! นัดท่านให้หน่อยสิ ไม่อยากมีปัญหาทีหลัง”

“ผมบอกแม่แล้วครับ ป่านนี้ป๋าคงรู้แล้ว ยังไม่เห็นห้ามอะไรมา แล้วจะให้เก็บเป็นความลับคงไม่ได้แล้ว เฮียคงต้องบอกภรรยาเฮียแล้วล่ะครับ”

“เออรู้แล้วว่าต้องบอก แต่ขอเวลาอีกหน่อย ไว้ร้านเสร็จค่อยบอกไม่งั้นอีล่มงานอั๊วล่ะยุ่งเลย ! ” มารุตอมยิ้ม คนไม่กลัวเมียเป็นแบบนี้นี่เอง ! แต่ที่จริงกลัวที่สุด !



เกือบเที่ยงคืนแล้วมารุตยังเดินอ้อยอิ่งในความมืดโดยมีบอดี้การ์ดทั้งสองเดินตามอยู่ห่าง ๆคนตัวสูงล้วงกระเป๋ากางเกงสองข้างเดินท่าทางมั่นใจและเหม่อลอยในเวลาเดียวกันทำให้บอดี้การ์ดทั้งสองนึกเป็นห่วง “พี่ยุทธ…พี่เม้งนี่เขาเหมือนผู้พันยุทธนาตรงไหนพี่ว่า ? ” นายก้อนถาม

“เท่าที่รู้จักกันมา ข้าว่าไม่เหมือนเลย ! ”

“ยังไงอะพี่ ? กระผมว่าอย่างน้อยก็เท่เหมือนพ่อท่านนะครับ นี่ถ้าใส่ชุดทหารอากาศคงเท่กว่านี้อีก”

“ท่านผู้พันเท่ด้วยเครื่องแบบโว้ย ! แต่พี่เม้งของเราเท่จากภายใน”

“เป็นไงอะพี่ ? ”

“นั่นแหละเป็นอย่างที่ตาเราเห็น ไม่รู้จะบอกยังไงเหมือนกันว่ะ”

“นินทาอะไร ? ! ” มารุตถาม ดูเหมือนเขาจะเดินช้ามากจนทั้งสองคนเดินตามมาทันโดยไม่รู้ตัว บอดี้การ์ดทั้งสองหยุดเดินทันทีก่อนจะตบเท้าเสียงดัง

“ไม่กล้าครับกระผม ! ” นายยงยุทธรายงาน

“พอเหอะพี่ จะถึงบ้านแล้ว นี่มันก็ดึกมากแล้วเสียงดังเดี๋ยวทหารจริง ๆก็ออกมาทักเรา ทีนี้ผู้พันก็ผู้พันใหญ่แค่ไหนก็ถูกตำหนิได้ ! ” มารุตมองไปรอบกายก่อนจะยิ้มให้ทั้งคู่ “ตะกี้ว่าอะไรกันนะ ? ”

“คือพี่ยงยุทธแกว่าพี่เท่จากภายในขอรับ ! ”

ชายหนุ่มอมยิ้ม “ก็แค่รูปร่างน่ะพี่ เมื่อก่อนพี่เตี้ยมากเลยนะแต่เวลาเดินผ่านหน้าบ้านคนคนหนึ่งพี่จะดูต้นมะขามที่หน้าบ้านเขา แล้วก็คิดว่าจะต้องตัวโตให้ทันมันให้ได้” มารุตมองมาที่บอดี้การ์ดทั้งสองเหมือนเพื่อนที่รู้จักมักคุ้นพูดจากัน แม้ชายหนุ่มสองคนจะพยายามก้มหน้าฟังเหมือนฟังคำสั่งจากเจ้านายแต่รองเท้าผ้าใบสีขาวตรงหน้าที่เห็นและน้ำเสียงของคนเล่าทำให้รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก “แล้วพี่ก็ดื่มนมเยอะมาก ๆมีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อนมหมด ไม่ได้กินขนมมานานมาก”

“ครับผม” เสียงนายยงยุทธเบาลง ทุกคนเงียบจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้อง

“ไปนอนเหอะ ! อีกนิดเดียวถึงบ้านแล้วครับ แล้วพรุ่งนี้ก็บอกป๋าว่าพี่ไปช่วยเพื่อนซ่อมรถที่โรงเรียน แล้วก็จะไปช่วยเขาทำสีต่ออีกจนกว่าจะเสร็จ เรื่องอื่นแม่คงบอกเองเข้าใจใช่ไหมครับ ? ”

“ครับผม” บอดี้การ์ดทั้งสองตอบพร้อมกันเบา ๆมารุตพยักหน้าให้ก่อนจะตบที่บ่าของทั้งสอง เขาตัวสูงกว่ามากจึงทำได้ง่ายดาย “ขอบคุณครับที่อยู่เป็นเพื่อนจนดึกดื่น ไว้พี่รวยแล้วจะหางานดี ๆให้ทำนะ จะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวตอนกลางคืน” ชายทั้งสองยิ้มให้เขาอย่างตื้นตันก่อนที่มารุตจะเดินหันหลังให้

“พี่เม้ง ! ” มุกดาเรียกน้องชายเมื่อเขาเดินถือรองเท้าผ้าใบออกมาที่หน้าบ้าน หากแต่น้องชายทำเหมือนไม่ได้ยินอะไรเลย มารุตยังก้มหน้าก้มตาผูกเชือกรองเท้า

“พี่เรียกน่ะได้ยินไหมคุณชาย ! ? มารุตจ๋า ! พูดกับพี่มุกหน่อยสิคะ !  ” คนอ้อนแทบจะก้มหน้าจรดรองเท้าในมือของน้องชาย

“ไม่ได้หูหนวก เรียกอยู่ได้คนยิ่งรีบ ๆ ”

“เซ็นรูปให้พี่มุกหรือยังเอ่ย ? ! ”

“เอาอะไรอีก ? ! ไร้สาระน่าพี่มุก พี่ทำหลายรอบแล้วนะ วันๆ คิดแต่เรื่องรูปเนี่ยเหรอ ? พี่ไม่ใช่ดารานะ ไว้วันหลังเถอะ วันนี้พี่รีบครับ ! ” มารุตลุกขึ้นยืนหน้านิ่ง

“ก็ยังดีที่ยังไม่ปฏิเสธทันที น้องพี่น่ารักที่สุดเดี๋ยวพี่มุกไปส่งน้า ! ” มุกดายิ้มร่าพลางวิ่งไปที่รถยนต์ทันที เจ้าตัวดีเดินตามมาหน้ามุ่ย “ไม่เอา นั่งรถป๋าไม่เอาหรอก ! ”

มุกดาถอนใจเฮือกใหญ่หล่อนลืมไปว่ามารุตไม่ยอมนั่งรถยนต์ของบิดามาหลายปีแล้ว “งั้นพี่มุกไปเอารถพี่มดก็ได้จ้ะ แต่พี่เม้งรอแป๊บหนึ่งนะ”

“อย่าเลยพี่มุก เดินทุกวันอยู่แล้ว เดี๋ยวไปสองแถวไงอย่าลำบากเลย”

“ไม่ได้หรอก ! พี่เม้งเป็นหนุ่มแล้วจะเดินต๊อกต๋อยตลอดไปไม่ได้แล้ว เราก็เป็นลูก…ผู้พัน” หล่อนพูดเว้นช่วงเมื่อต้องเอ่ยถึงตำแหน่งของบิดา มุกดาไม่อยากให้น้องลำบากและตัวเองก็ภูมิใจในสิ่งที่ครอบครัวมีมาตลอดนั่นคือ ‘ศักดิ์ศรี’ แม้น้องชายจะปฏิเสธความจริงในเรื่องนี้แต่มุกดาก็เชื่อว่ามารุตเองก็รู้ดีว่าตัวเองเป็นลูกใคร !

“คนเดินดินไม่ได้ต๊อกต๋อยนะพี่มุก พวกอยู่บนฟ้าก่อนจะขึ้นบินได้ก็ต้องคลุกฝุ่นมาก่อนเหมือนกันแหละ ไม่งั้นจะมีปัญญาได้ขึ้นเครื่องไหม ? ! ”

“ปากร้าย…ตัวดี” มุกดาหน้างอ

“แล้วมันจริงไหม ? ! วิดพื้นตั้งเท่าไหร่กว่าจะได้เป็นนักเรียนเตรียมฯ พี่เห็นบางคนแทบอ้วกหน้าแนบพื้นเลยด้วยซ้ำ พี่มุกอย่าไปพูดแบบนี้กับใครนะมันไม่น่าฟัง ! ”

“รู้แล้วน่า ก็ไม่อยากให้น้องลำบากนี่ ! ”

“งั้นน่าฟังหน่อย เร็วๆ เข้าพี่ไปรอที่หน้าบ้านครับ ! ” ชายหนุ่มยิ้มให้พี่สาวจึงทำให้มุกดายิ้มออก น้องคนนี้มันพูดจาน้ำผึ้งเคลือบยาพิษชัด ๆแต่มุกดารู้ดีน้องปรารถนาดีและเขาก็เตือนสติหล่อนได้ถูกเสียด้วย



เมื่อรถยนต์ของมุกดาขับออกไปได้ไม่นานมารุตก็เหลือบไปเห็นรถยนต์อีกคันขับสวนทางเข้ามา คนขับเปิดกระจกรถลงมาเผยให้เห็นใบหน้างามของมิครายที่โดดเด่น หล่อนมองเข้าไปในบ้านของมารุต ชายหนุ่มจะเอื้อมมือไปจับพวงมาลัยของพี่สาวหวังจะหยุดรถแต่ ‘สติ’ ก็เตือนตัวเองได้ทัน ปล่อยไปก่อน ! หล่อนอาจแค่มองมาเมื่อขับผ่านเพราะจุดหมายคงเป็นที่ทำงานของใครบางคน

ผู้หมวดอิทธิพล…ไม่ใช่นายมารุตคนเดินต๊อกต๋อยอย่างที่พี่มุกพูด !

“มองอะไรเหรอพี่ ? ! ” มุกดาถาม

“เปล่าครับ ! ช่วยไปส่งที่หน้าวัดหน่อย” เขารีบเอนหลังนั่งให้เป็นปกติที่สุด

“ไปทำไมพี่เม้งหน้าวัด ? ”

“แม่ไม่ได้บอกเหรอ ? ”

“บอกอะไรจ๊ะ ? ”

“ช่างเถอะ ! พี่มุกรู้จักคนชื่อฝนไหม ? ” มารุตเปลี่ยนเรื่องคิดว่ามารดาคงช่วยจัดการทุกอย่างให้เองเมื่อเวลาที่เหมาะสม ท่านต้องมีเหตุผลที่ดีจึงไม่ได้บอกพี่สาวเรื่องการเปิดอู่ของเขา

“ใครฝน ? ! สาวที่ไหนอีกล่ะ ? ”

“เด็กม.5 ครับเขาพึ่งมาอยู่ในนี้”

“แล้วเราไปยุ่งอะไรกับเขา ? พี่เม้งต้องระวังตัวนะเด็กสาวสมัยนี้น่ากลัวกล้าเกินงามพี่มุกว่า”

“เปล่า ! เห็นรู้จักคนไปหมดก็เลยถามดู”

มุกดามองหน้าน้องชายก่อนจะค้อนขวับใส่ มารุตไม่เคยสนใจใครทำไมถามถึงเด็กผู้หญิง ? ! ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆแน่ ใครกันเด็กชื่อฝน ?

ต้องรู้ให้ได้ !



“พี่ครับกระผม ! เอ่อ…ฝนจะตกแล้วนะครับ” นายก้อนเดินมาบอกแข็งขัน มารุตนั่งทอดอาลัยอยู่ภายในอู่ที่พึ่งเปิดมาได้ไม่นาน ชายหนุ่มหันไปมองนายก้อนก่อนจะพยักหน้าไร้ถ้อยคำใด ๆจากปาก นายก้อนกระอักกระอ่วนเพราะเห็นนายนั่งอยู่อย่างนี้มาเป็นชั่วโมงแล้ว “พี่เที่ยงคืนแล้วอะ ถ้าพี่ไม่กลับบ้านผู้พันต้องซักเราละเอียดยิบแน่ ๆ ” นายก้อนหันไปปรับทุกข์กับนายยงยุทธ

“เออข้าเห็น ทำยังไงได้หรือเอ็งจะปล่อยให้พี่เขานั่งอยู่คนเดียว เปิดร้านมาสองอาทิตย์ไม่มีลูกค้าสักคน เป็นข้า...ข้าก็กลุ้มว่ะ”

มารุตได้แต่เงียบฟังเสียงสายฝนที่กำลังโปรยปรายลงมา แม้เฮียสุมิตรจะไม่ตำหนิอะไรเขาเพราะรู้ดีว่าพื้นที่ในการตั้งร้านไม่ค่อยดีนัก แต่เขาก็รู้สึกแย่ แถวนี้มีเพียงชาวบ้านเท่านั้นที่สัญจรไปมา หากจะมีลูกค้ามาซ่อมรถหรือทำสีใหม่ก็คงนาน ๆที ฐานะของคนแถวนี้ไม่ได้ดีไปหมดทุกครอบครัว การจะมีรถยนต์สักคันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

“ป๋าไม่ว่าหรอกครับ ท่านรู้แล้วพี่ไม่นอนที่นี่หรอก พี่แค่รอเฮียวิชาญกลับมาก่อน”

“เฮียแกไปนานมากแล้วนะพี่ ไปไหนก็ไม่บอกกันเสียด้วย” นายก้อนบ่น

“ผมเห็นไปกับผู้หญิง ปล่อยเขาไปเถอะ รออีก 30 นาทีแล้วผมจะปิดร้านนะ” มารุตบอกก่อนจะเดินไปลากประตูเหล็กหน้าร้านเข้ามาครึ่งหนึ่งเพราะฝนตกแล้วละอองฝนสาดเข้ามาได้บางส่วน ทำให้ชายหนุ่มต้องลูบเนื้อลูบตัวที่เปียกปอนอยู่บ้างไปมา

ร่มสีอ่อนสะท้อนให้เห็นผ่านแสงไฟข้างถนน มารุตเดินออกไปดูที่หน้าร้านทำให้สองบอดี้การ์ดต้องวิ่งตามออกไปด้วยอย่างรีบร้อน “อย่าออกไปเดี๋ยวเปียกฝนครับ ! ” นายยงยุทธตะโกนห้าม “ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องตามมา” มารุตยกมือห้าม

เจ้าของร่มวิ่งเข้าบ้านข้าง ๆอย่างร้อนรนเพราะหนีฝนที่สาดลงมาไม่ขาดสายมารุตอมยิ้มทันทีเมื่อเห็นร่างบางชัดเจน มิครายหันมาเห็นเขาพอดี หล่อนหยุดวิ่งก่อนจะหันไปโบกมือให้เจ้าของรถยนต์ที่ขับมาส่ง มารุตมองตามเพียงผ่านก่อนจะหันมายืนกอดอกแล้วหันหลังให้เสีย

“ใครเหรอ ? ” นายก้อนถาม

“อยู่ด้วยกันใครจะรู้ ! ” นายยงยุทธตอบพลางตบศีรษะนายก้อนเบา ๆอีกคนเกาคางยิก ๆ

“แฟนเก่าพี่เอง” คนกอดอกหันมายิ้มให้ก่อนจะยักไหล่

“เหรอครับ ! สวยเชียวครับ ! ” นายยงยุทธยิ้มประจบ

“ตอนอยู่ม.4สวยกว่านี้ แต่ตอนนี้เขาเป็นแฟนหมวดอิทธิพล รู้จักไหมครับ ? ”

“กระผมเคยได้ยินชื่อคุ้น ๆที่เขาว่ากันว่าหล่อและรวยมาก ๆ ”

มารุตอมยิ้ม “เหรอ…เจ้าชู้ด้วยใช่ไหมล่ะ ? ”

“ก็คนมันหล่อรวยอะครับ” นายก้อนยิ้มประจบบ้าง “แต่กระผมว่าสู้พี่ไม่ได้หมวดแก่ไปหน่อย”

“จริง” คนมั่นใจตอบสั้น ดวงตายาวมองข้างบ้านด้วยหางตา มารุตรอวันนี้มานานพอสมควร เขารอวันที่จะได้พบมิครายในบ้านของหล่อนเอง ตั้งแต่วันที่ได้เห็นหล่อนในกองบินก็รู้สึกเหมือนตัวเองต้องสู้ ! แต่คนอย่างมารุตไม่มีวันจะก้าวเข้าไปในชีวิตของใครหากเจ้าตัวไม่เต็มใจ ศัตรูหัวใจอย่างหมวดเผ่าหาจุดอ่อนได้ตั้งแต่วันที่ได้พบเด็กผู้หญิงที่ชื่อ ‘ฝน’ นั่นแล้ว ชายหนุ่มยิ้มคนเดียวก่อนจะหันมาหาสองคู่หู

“ตั้งแต่พรุ่งนี้พี่จะมานอนที่นี่ จะบอกป๋าเอง ถ้าพี่สองคนอยากหยุดพี่จะบอกป๋าให้เพราะไม่ต้องห่วงอะไรปิดเทอมแล้ว พี่ไม่ทำงานพิเศษอะไรหรอก ส่วนที่นี่สักพักก็คงมีลูกค้าครับ”

“ถึงกับต้องนอนค้างเลยเหรอครับ ? ”

“ครับ ท่าทางเฮียวิชาญจะติดใจสาวอยู่ที่ไหนสักที่ ปล่อยให้อยู่คนเดียวคงไม่ค่อยดีผมไม่อยากให้ผู้หญิงมาค้างที่นี่”

ทั้งสองบอดี้การ์ดพยักหน้ารับ “ถ้าผู้พันให้หยุดก็หยุดครับ แต่ถ้าไม่ให้หยุดกระผมจะมาค้างเป็นเพื่อนดีไหมครับ ? ” นายก้อนถาม

“แล้วแต่พี่ มาคนเดียวก็ได้ครับ พี่ยงยุทธอยู่กับครอบครัวเถอะนะแฟนกำลังท้องอยู่กับที่บ้านให้มากที่สุดก็แล้วกันนะครับ พี่จะขอป๋าให้ครับ จะจ่ายค่าแรงเหมือนเดิม ป๋าคงไม่ขัด พี่จะให้แม่คุยกับป๋าเองนะครับ”

นายยงยุทธไม่พูดจาแต่เขาก้มตัวลงขอบคุณแทนคำพูดใด ๆ




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2565
0 comments
Last Update : 17 พฤษภาคม 2565 8:41:24 น.
Counter : 71 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.