อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ NEW คุณเท่านั้นที่รู้ว่า 'บัวหลวง’ งดงามอย่างไร และคุณเท่านั้นที่จะรู้ว่า ‘เส้นทางสู่บัวหลวง’ มอบอะไรให้
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และซีเอ็ดค่ะ
Group Blog
 
 
กันยายน 2563
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
23 กันยายน 2563
 
All Blogs
 

ตอนที่ 17 บัวหลวง โดย ภูปรดา (ฉบับตีพิมพ์)

๑๗



ประตูสีแดงถูกเปิดออกจากข้างใน หญิงสาวก้าวข้ามธรณีประตู

“คารวะท่านหญิงซู ! ” สาวใช้ที่ยืนอยู่ในห้องสองคน ก้าวขาซ้ายไปข้างหลัง มือขวาจับมือซ้ายประสานกันไว้ที่ระดับเอวด้านขวา แล้วย่อลงทำความเคารพ

ร่างระหงหยุดอยู่ตรงหน้าเตียง “ทักทายไม่เป็นหรือไง ? ” พระชายารองลู่ชิงตำหนิ ท่านหญิงซูหน้าบึ้งตึง “คารวะพระชายารองเพคะ”

“เป็นอะไรไปอีกล่ะ ? วัน ๆ หาแต่เรื่อง เรียกข้าว่าพระชายารอง ก็ทำให้เรากลายเป็นอื่นไม่ได้หรอกนะ ข้าเป็นแม่เจ้า มานั่งนี่ ! ” ท่านตบที่ฟูกเรียกให้อีกคนนั่ง หญิงสาวนั่งลงข้าง ๆ มารดาบนเตียงนอน “ท่านป่วยอีกแล้วหรือเพคะ ? ”

“ก็ไม่มาก ข้ากินเจรักษาศีล อย่าห่วงเลย ข้าไม่ตายง่าย ๆ หรอก อีกอย่างพ่อ เจ้าก็มีพระชายารองอีกตั้ง ๓ คน ต่อให้ตายก็ไม่มีใครสนใจข้านัก”

“ท่านแม่….ใต้เท้ามาหาท่านหรือไม่ ? ”

“นั่นพ่อเจ้านะ ! เราไม่ได้พบกันเกือบปีแล้ว เจ้าก็รู้ว่าท่านมีงานต้องทำ โตจนป่านนี้แล้วยังงอนพ่อแม่ไม่เลิก เจ้าเป็นลูกคนเดียวแต่เจ้าโตแล้วนะท่านหญิงซู”

พระชายารองลู่ยิ้มให้ลูกพลางใช้มือจับหัวนางแล้วเขย่า หญิงสาวถอนใจเมื่อเห็นมารดายิ้มอย่างเข้มแข็ง “ท่านแม่กินเจ เลยอาจจะเหนื่อยง่าย วันนี้กินข้าวกับข้าสักวันนะเพคะ ข้าขออภัยที่ไม่ได้มาคารวะทุกวัน ข้ากำลัง....”

“ขี่ม้า ยิงธนู” พระชายารองลู่หัวเราะ “ค่ะท่านแม่” ท่านหญิงซูก้มหน้ารับสารภาพ พระชายารองลู่จับที่คางของลูกแล้วผลักออกไปเบา ๆ อย่างรักใคร่

“เจ้าก็อยู่จวนสกุลซูต่อไปเถอะ ไว้คิดถึงข้าก็ค่อยมาจวนสกุลลู่ ไม่ได้ไกลกันสักนิด รั้วชนกันเพียงเท่านี้ ยังไงเจ้าก็เป็นธิดาจวิ้นอ๋อง แม้ไม่อยู่ในวังเจ้าก็ยังมีบารมีทั้งของตาและพ่อเจ้า แม่ต้องขอบใจเจ้าด้วยซ้ำที่เกิดมาเป็นหญิง ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่ค่อยได้พบเจ้านัก แม้จวนจะอยู่ห่างกันเพียงรั้วกั้น”

ท่านหญิงซูจับมือมารดามาลูบไปมา ท่านแม่มีความโกรธเคืองในชีวิตตัวเองอยู่มาก แต่ก็เพราะรักท่านพ่อ “ข้า….ไม่อยากเป็นเพียงพระชายาของใคร จึงได้เรียนอ่านเขียนและฝึกขี่ม้า” พระชายารองลู่ส่ายหน้า “เด็กโง่ ! เป็นพระชายารองข้าหาได้ถูกบังคับไม่ เจ้าอย่าคิดว่าการเป็นพระชายารองของใครสักคนเป็นทุกข์ ต่อให้ข้าเป็นพระชายาเอก ข้าก็เป็นของข้าอย่างนี้ ที่เจ้าอยากเรียนเขียนอ่านหรือขี่ม้าก็เพราะมันเป็นนิสัยของเจ้า ซึ่งก็อาจจะเหมือนข้าอยู่มาก นี่ข้าส่งซินกุ้ยไปหาเจ้า นางดูแลเจ้าดีหรือไม่ ? ”

“ดีค่ะท่านแม่ นางก็ดูแลข้าเหมือนตอนอยู่ในวัง”

“มาก็ดี ข้ามีอะไรจะให้เจ้า” ท่านหันไปหยิบห่อผ้าเล็ก ๆ ออกมาจากใต้หมอน ท่านยื่นให้พลางยิ้ม หญิงสาวแกะออกมาดู “หยกหรือเพคะ ? ”

“ใช่ มีเม็ดเดียวด้วย”

“ให้หม่อมฉันทำไม ? ”

“มันหลุดจากประคำสวดมนต์ของข้า” ท่านอมยิ้ม

“ทำไมไม่ทรงใช้เส้นใหม่ ให้หม่อมฉันทำไม ? ”

“ข้ามีใหม่แล้ว หยกเม็ดนี้ข้าเห็นแล้วนึกถึงเจ้า ชื่อเจ้ามีคำว่าอวี้คือหยก เจ้าอาจจะมองไม่เห็นค่าของตัวเอง จนเมื่อประคำของข้าขาดหายไปเพียงหนึ่งเม็ด ข้าถึงได้รู้ว่าลูกข้ามีค่ายิ่งนัก จงจำใส่ใจเจ้าไว้” หญิงสาวพยักหน้ารับ แววตาของท่านแม่ที่มองมาทั้งรักและหวงแหนเธอยิ่งนัก ต่อหน้าผู้คนเราไม่ค่อยได้แสดงความรักต่อกัน แต่ท่านหญิงซูรู้ดีว่าท่านแม่รักเธอยิ่งกว่าใคร เสียงหัวเราะของพ่อเตยและเจ้าคุณแผนปลุกหญิงสาวให้ตื่นจากภวังค์ “ค่ำนี้คุณหญิงมีอะไรให้กินบ้าง ? ”

“มีปลาช่อนย่างกับน้ำพริกมะขามเจ้าค่ะ นอกนั้นก็กับข้าวจีนให้ลูก” พ่อเตยหันไปมองแม่บัว หล่อนนั่งนิ่งเหมือนตุ๊กตา “แม่บัววันนี้เจ้าเจ็บไข้ตรงไหนหรือไม่ ? ”

“ไม่เจ้าค่ะ ฉันไม่ได้เจ็บปวดตรงไหนเลย”

เขาพยักหน้า แม้หล่อนจะไม่พูดจานอบน้อมนัก แต่เขาก็รู้สึกสนิทชิดเชื้อกับหล่อนมากขึ้นเมื่อได้ยินหล่อนพูดจาตรงไปตรงมา จริตสตรีบางคราวจะมากล้นเกินงาม หากแต่ไม่ใช่หญิงงามผู้นี้ “อย่าห่วงเรื่องแม่ทิพย์นะ ฉันมีหล่อนมาก่อนก็จริง แต่หากให้พูดความในใจ ฉันก็ไม่ได้รักใคร่ ฉันไม่พูดปดและคงไม่ได้รักษาน้ำใจใครนัก”

คุณหญิงหงส์อมยิ้ม เด็กคนนี้มันเถรตรงจริง ๆ ดู ๆ ไปก็ละม้ายคล้ายเจ้าคุณแผน “อย่าวิตกไปเลยพ่อเตย ลูกฉันจะเข้าใจทุกอย่าง”

“ฉันอยากกินเจ” เสียงท่านหญิงซูดูเศร้าสร้อย ดวงตาหล่อนเหมือนคนกำลังคิดถึงบ้าน “สักเดือนละครั้งก็ยังดี” ที่บ้านเมืองของเธอ แม้แต่ฮ่องเต้ก็ทรงเสวยเจในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา หรือเมื่อต้องไปบวงสรวงบูชาในอารามศักดิ์สิทธิ์ ก็จะทรงเสวยพระกระยาหารเจ เพื่อแสดงความเคารพในเขตอารามที่ปลอดการฆ่าสัตว์

“ได้สิลูก แม่จะให้เขาทำให้ แต่คู่หมายของเจ้าคงกินกับข้าวเผ็ด ๆ เป็นหลักกระมัง พ่อเตยชอบอย่างไรก็ให้บอกกันไว้นะ”

“กระผมรับประทานทุกอย่างขอรับ จะเริ่มทำงานที่กระทรวงกลาโหมแล้ว คงไม่ได้มาบ่อยนัก แต่กระผมจะพยายามมา”

เจ้าคุณแผนพยักหน้า “เห็นคนหนุ่ม ๆ แล้วให้นึกถึงตัวเอง ฉันกับพระครูท้วมเคยรับราชการทหารมาก่อน ได้ข่าวอะไรบ้างไหมตอนนี้ ? ”

“ตั้งแต่กรณีพิพาทกับฝรั่งเศส กระผมก็สนใจเรื่องบ้านเมืองมากขึ้น เราต้องปรับตัวหลายอย่างขอรับ ที่ผ่านมาต่อให้ไม่มีการรบพุ่งกัน กระผมก็เห็นว่าเรื่องทางการทหารนั้นสำคัญ ไม่ได้ด้อยไปกว่าเรื่องทางการทูตขอรับ”

“ไม่มีใครทำอะไรเราได้ง่าย ๆ แต่เราก็อยู่อย่างง่าย ๆ ไม่ได้อีกแล้ว” ท่านรู้ดีว่าเรื่องบ้านเมืองเป็นเรื่องที่เราต้องถือเป็นหลักใหญ่ด้วยมีผลกับทุกชีวิต คุณหญิงหงส์พยักหน้าให้นางรองตั้งสำรับ เมื่อท่านคายหมาก



ดึกแล้วแต่ท่านหญิงซูยังนั่งปักผ้าอยู่ เข็มแทงมือตัวเองบ่อยครั้งจนซินกุ้ยสังเกตเห็น “ทรงวิตกอะไรหรือเพคะ ? ” หญิงสาววางสะดึงลง “เจ้าจำหยกเม็ดนั้นได้ไหม ? ข้าจำไม่ได้ว่าเอาไว้ที่ไหน วันนี้ใจลอยคิดถึงท่านแม่ อยู่ดี ๆ เรื่องนี้ก็เข้ามาในหัว หยกที่หลุดจากลูกประคำสวดมนต์ของท่านแม่” สีหน้าคนพูดดูเศร้า จนซินกุ้ยรู้สึกใจคอไม่ดี

“ท่านหญิงแกะออกมาดูครั้งเดียวเพคะ แล้วก็เก็บไว้ แต่หม่อมฉันก็ไม่รู้ว่าทรงเก็บไว้ที่ไหน หรืออาจจะทิ้งไปแล้วด้วยซ้ำเพคะ”

“พูดเรื่องสวดมนต์แล้ว ก็อยากได้ประคำสวดมนต์ อยากกินเจ อารามที่นี่คล้ายของเรา แต่เขาก็ยังกินเนื้อสัตว์กันในวัด ไม่ใช่เขตห้ามฆ่าสัตว์ทั้งปวง”

“ศาสนาเหมือนกันก็คงห้ามเหมือนกันเพคะ แต่ว่าคงไม่ได้เคร่งจนห้ามพระกินเนื้อสัตว์ในวัด อย่างไรเสียเราก็ยังโชคดีอยู่มากที่ได้มาอยู่ดินแดนแห่งนี้ เป็นบุญของข้านัก อมิตาภพุทธ” หล่อนยกมือไหว้พลางหลับตา

ท่านหญิงซูหัวเราะ “ถึงกับเรียกหาพระโพธิสัตว์ ข้าอยากพาเจ้าไปดูที่อารามนัก แต่ก็คงต้องรออีกสักระยะ คุณแม่บอกว่าคุณเตยต้องรับราชการ คงไม่ได้มาหาข้าบ่อย นัก แต่คงได้พบเพียงในวัดในวันพระหรือไม่ก็ที่เรือนนี้เวลาตะวันตกดิน”

“ทรงอยากไปหาคู่หมายหรือเพคะ ? ”

“ไม่ใช่ ดูเหมือนคุณแม่กำลังจะพาข้าไปวัดในอีกไม่นาน เพื่อดูฤกษ์ยามอะไรสักอย่างนี่แหละ เราจะได้ไปเที่ยวกันแล้วนะซินกุ้ย” หญิงสาวยิ้มอย่างดีใจ



“มีอะไรพ่อเตย ? ” คุณหญิงแก้วถามลูกชาย เมื่อเขาคลานเข้ามาหาในห้องนอน “ร้อยวันพันปีไม่เคยเข้ามาหา จะเอาอะไร ? ”

“เอามาให้ขอรับ” เขาควักถุงเล็ก ๆ ออกจากชายพก “เป็นอัฐที่เตยได้จากการทำงานมีผู้ใหญ่ท่านให้ รับไว้นะขอรับ เตยรู้ว่าคุณแม่มีมากแต่ว่าเตยเก็บไว้ให้คุณแม่ ไม่ค่อยได้กลับมาก็เลยไม่ได้ให้” คุณหญิงแก้วค้อนขวับ “ใช่หรือ ? เพราะโกรธพ่อแม่ต่างหากเลยไม่เอามาให้เอง นี่แหละหนาพอห่างอกพ่อแม่ก็เห็นคนอื่นดีกว่า”

“คุณแม่กำลังตำหนิเจ้าคุณตานะขอรับ เตยไม่รู้เรื่องด้วย ให้ไปก็ไป ไม่ใช่ความผิดของลูก” ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย ลูกคนนี้มันร้ายจริง ๆ

“ช่างเถอะ ! แล้วคุณหญิงหงส์ว่าอย่างไรบ้างเรื่องของในหีบที่แม่ฝากไป”

“ท่านพูดทีเล่นทีจริงว่า คุณแม่คงกลัวเตยอดอยาก”

“ก็ใช่ ! ไอ้ของที่ส่งไปก็เป็นของที่เจ้าชอบกินทั้งสิ้น หากแม่หงส์ได้เห็นก็จะได้จัดหาให้เจ้าในภายหลัง แม่หงส์หล่อนมีเงินทองมากมาย หล่อนกินอะไรก็ได้ แต่หล่อนอาจจะไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ กินอะไรกัน คนมีมาก ๆ จะเป็นแบบนี้”

พ่อเตยอมยิ้ม นี่หรอกหรือความรักของแม่ ท่านทำเหมือนเจ้าแม่ไม่มีผิด

“นางทิพย์มาร้องห่มร้องไห้เมื่อค่ำ ญาติข้างไหนมันตาย ? ”

“คุณแม่ละก็” เขาส่ายหน้า

“ก็มันร้องไห้ขนาดนั้น ต้องญาติคนสำคัญตายสิ แต่ก็ไม่ใช่ ที่แท้โดนคุณหญิงหงส์ปราบเมียน้อยให้ลูกสาวคนเดียว ทำเอาไม่เป็นผู้เป็นคน ตัวเจ้าก็ต้องระวังตัวหนา แม่หงส์นี่หล่อนไม่พูดมากหรอกนะ หล่อนทำเลย ไปทำให้ลูกสาวเขาช้ำใจไม่ได้เชียวหนา จะเลี้ยงดูใครต้องเรียนท่านก่อน จะว่าไปแล้วก็เวทนานางพวกนั้นเหมือนกันนะ ไม่เป็นเมียบ่าวเมียรองท่าน ก็เป็นเมียบ่าวไพร่คนสวน ชีวิตมันไม่มีอะไรจริง ๆ ”

“ขอรับ”

คุณหญิงแก้วมองหน้าลูกชายเขม็ง “แปลกที่ยอมทุกอย่าง แม่บัวหล่อนมีอะไรดี แม่อยากรู้ใจเจ้า เจ้าหาเมียได้ถูกใจพ่อแม่ดีนัก แต่เจ้าพึงใจหล่อนตรงไหน ? ”

“ไม่มีที่ให้ติขอรับ”

“เกินไปกระมัง ใครจะดีงามไปหมด เว้นแต่มันจะยอมรับกันได้หมด”

“ก็คงอย่างที่คุณแม่ว่า กระผมพึงใจไปเสียหมด”

“ก็ดีแล้ว แต่เรื่องเจ็บไข้ของแม่บัวนี่สิ จะมีลูกได้ไหมก็ไม่รู้”

“ไม่มีก็ไม่เป็นไรนี่ขอรับ”

“ก็แน่ล่ะ ! ก็เมียอื่น ๆ มีอีกมาก แต่แม่ก็อยากให้เมียเอกมีลูกก่อนจะได้ไม่มีปัญหา เห็นแม่เทียนเมียรองบ้านนั้นแล้ว ฉันก็ปวดหัวแทน แม่หงส์อดทนเก่งนัก ขนาดไม่ได้ปะหน้ากันบ่อย ๆ ยังหาเรื่องมาให้ได้”

“เรื่องอะไรหรือขอรับ ? ”

“หล่อนไปตกปากรับคำเจ้าคุณตึกบ้านจีนโน่น ว่าจะให้มาดูตัวแม่บัว จะมารอท่าน้ำดิบดี คุณหญิงหงส์ปิดประตูน้ำไม่ให้ผ่าน”

“มันเป็นคลอง มีประตูน้ำด้วยหรือขอรับ ? ”

“ปิดได้สิ ก็แถบนั้นเป็นที่ของแม่หงส์ทั้งนั้น คลองนั่นก็ให้คนขุดเองด้วยซ้ำ เรื่องใหญ่โตนี่ไม่มีใครชนะแม่หงส์ได้มาแต่ไหนแต่ไร” ท่านยิ้ม

“ท่านเอาอะไรปิดหรือขอรับ ? เตยเคยไปทุกท่าแล้วนะ ไม่เห็นมีอะไร”

“สักวันก็ได้เห็น แม่ขอบใจเจ้าที่นึกถึง” ท่านหยิบห่อเงินไปพลางยิ้ม “เรื่องของหมั้นหมาย อยากได้อะไรก็บอกมา อยากให้อะไรแม่บัวเพิ่มไหม ? ”

“แล้วแต่คุณแม่จะให้ขอรับ”

“แม่จะพูดกับแม่หงส์อีกทีในวัด เราจะไปหาฤกษ์แต่งให้เจ้า”

พ่อเตยก้มลงกราบมารดา



พ่อเตยเดินขึ้นไปบนเรือนแม่ทิพย์เมื่อดึกมากแล้ว เขาตั้งใจจะนอนที่นี่คืนนี้เพราะรู้สึกสงสารหญิงสาวอยู่ไม่น้อย พอเห็นชายหนุ่มแม่ทิพย์ก็ยิ้มกว้าง ปรนนิบัติพัดวีอย่างที่เคยทำทันที “ขอบคุณที่มาหาน้องนะเจ้าคะ”

“หล่อนคงตกใจอยู่มากเรื่องวันนี้” เขาสบตาหญิงสาว ก่อนจะถอนใจแล้วเอนหลังพิงหมอน แม่ทิพย์นวดขาให้อย่างที่เคยทำ “เสียใจเจ้า” หญิงสาวน้ำตาคลอ

“ขอโทษเจ้าด้วยนะที่ทำให้ร้องไห้ แต่ยกเจ้าขึ้นไม่ได้จริง ๆ ”

“บอกได้ไหมเจ้าคะว่าเพราะอะไร ? ”

“ข้าไม่ได้รักเจ้า” ชายหนุ่มมองอีกคนแน่วแน่ และเริ่มกัดพลูยาวไปด้วย “ข้าไม่คิดจะมีลูกเต้ากับพวกเจ้าหรือใคร ๆ ”

“ทิพย์ไม่เข้าใจ ทำไมเจ้าคะ ? ต่อให้ไม่รักก็มีลูกได้ ทิพย์ไม่ได้หวังจะเป็นคุณหญิง แต่ทิพย์ก็เป็นเมียแล้ว เป็นเมียแรกด้วย ! ”

“มันไม่ใช่ความรักหรอกทิพย์ สักวันเจ้าจะได้เจอคนที่เจ้ารัก วันนี้ยังตัดใจจากข้าไม่ได้เพราะเชื่อว่าตัวเป็นเมีย แต่เมื่อไหร่ที่เจ้าเห็นข้าที่เรือนคุณใหญ่ เจ้าจะเจ็บช้ำจนทนไม่ไหว เพราะคำว่าเมียอย่างที่เข้าใจมาตลอดจะหายไป เจ้าจะไม่มีวันเข้าใจจนกว่าจะได้เจอด้วยตัวเองและข้าไม่อยากให้เจ้าเจอ มันจะเจ็บปวดกว่าที่เจ้าคิดหลายเท่านัก”

“แล้วอ้ายเตยฮักไผ ? ”

ชายหนุ่มสบตาหล่อนนิ่ง “บ่ไจ้น้องละกัน”

เขาหันหน้าหนีแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอน

“แม่ทิพย์ฉันเอาแกงจืดลูกรอกมาให้” เมียบ่าวคนหนึ่งของพ่อเตยถือถ้วยมาแล้ววางลง “ได้ข่าวว่าคุณเตยมาหาหล่อนเมื่อคืน ฉันดีใจด้วยนะ แถมจะได้ไปอยู่บ้านคุณหญิงหงส์ด้วย” แม่ทิพย์ยักไหล่ “เขาก็มาให้ข้าปรนนิบัติตามประสาผู้ชายนั่นแหละ”

“ไม่กระมัง ฉันว่าท่านมาทำให้หล่อนรู้ฐานะตัวเองต่างหาก”

แม่ทิพย์จ้องหน้าอีกคนอย่างโกรธ “หล่อนจะมาพูดแบบนี้ทำไม ? ”

“คนที่นี่ไม่มีใครขึ้นเสียงหรือร้องไห้เหมือนที่หล่อนไปทำที่เรือนใหญ่หรอกนะ ใคร ๆ ก็เจียมตัวที่ท่านมาหลับนอนด้วย แต่ที่หล่อนทำยิ่งกว่าเมียแต่ง ไม่มีใครเขากล้าทำกัน” คนพูดมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ดูริษยาแต่อย่างใด หากแต่คำพูดหล่อนทำให้แม่ทิพย์ใจเสีย “ทำไม ? ทำไมถึงทำไม่ได้”

“จำพวกที่นิสัยเหมือนหล่อน หลายคนไม่มีวันได้พบหน้าท่านอีกเพราะมันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คุณหญิงทั้งหลายท่านยังไม่เคยมาร้องห่มร้องไห้ที่เอาผัวท่านไปนอนด้วย แล้วเราเป็นใคร ? หล่อนอาจจะลืมตัว เพราะถูกตามใจมาจากทางนั้น แล้วที่นั่นท่านมีเมียมากไหม หล่อนยอมหรือ ? ”

“ในคุ้มนั้นฉันงามที่สุด แล้วพี่เตยก็อยู่กับฉันเกือบทุกวัน” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น ข้อนี้แหละที่เธอเชื่อว่าตัวเองมีค่ากับคุณเตยนัก แม้จะรู้ว่าตัวเองพูดเกินจริงก็ตาม

“นั่นก็นับว่าหล่อนโชคดีมาก อยู่กันเสียหลายปี เหตุใดไม่มีลูก ? ”

“ใครจะไปรู้ ! ” แม่ทิพย์พื้นเสียอย่างเห็นได้ชัด

“ฉันจะบอกอะไรหล่อนเอาบุญนะแม่ทิพย์ ถ้าท่านไม่ยกใครขึ้นแปลว่าไม่ได้รัก ถ้าท่านไม่ยอมมีลูกด้วยแปลว่าเอ็งไม่ใช่เมียเอก ผู้ชายที่มีเชื้อมีแถวขนาดนั้นเขาไม่โง่ ! ถ้าเมียเอกไม่ท้องก่อนเขาก็ไม่อยากยกใครขึ้น ลูกคนแรกต้องเป็นลูกเมียเอก อย่างเรา อย่าได้หวังจะได้เทียมเมียเอก อีกทั้งคุณเตยเป็นลูกคนเล็ก พ่อแม่ยังไม่เคยสั่งได้ ไปอยู่ทางเหนือก็มีแต่คนเอาใจ ทำไมเรื่องแค่นี้หล่อนไม่รู้ ? ”

“ลูก….จริงสินะ ฉันต้องมีลูก”

อีกคนส่ายหน้าอย่างระอา “นางทิพย์เอ๊ย ! ไอ้ที่บอกไม่ฟัง ดันไปฟังเรื่องที่ไม่มีปัญญา หล่อนนี่งามแต่ดันโง่เขลาจริง ๆ แทนที่จะได้เจอท่านบ้าง นี่หาเรื่องไปร้องห่มร้องไห้ คุณหญิงแก้วเกลียดเอ็งแย่แล้ว ลูกท่านอย่างไรก็สำคัญกว่าเอ็ง ! ”



แม่ทิพย์คลานเข้าไปในห้องแม่ตอง “เรียกหาข้าเจ้าหรือเจ้าคะ ? ”

“ใช่ เอ็งได้พูดจากับนางอ่อนหรือยัง ? ”

“คนไหนเจ้าคะ ? ”

“คนที่มันเอาแกงจืดลูกรอกไปให้”

“พูดแล้วเจ้าค่ะ”

“น้องฉันจะออกเรือนไม่ใช่เพราะเขาถูกบังคับนะแม่ทิพย์ หล่อนต้องรู้ไว้อย่างว่า พ่อเตยปักใจกับคู่หมายของเขาอยู่มาก ฉันเรียกหล่อนมานี่เพราะนางอ่อนบอกว่าหล่อนไม่ฟังความผู้ใด ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง” แม่ตองจ้องหน้าหญิงสาวเขม็ง

แม่ทิพย์รีบก้มลงกราบ “ทิพย์ผิดไปแล้วเจ้าค่ะ เรื่องมาร้องไห้ที่นี่” แม่ทิพย์ร้องไห้ออกมาทันที แม่ตองส่ายหน้า “ที่ทำไปแล้วก็ยากจะแก้ไข นิ่งเสีย นางอ่อนมันพูดไปหมดแล้ว ข้าจะบอกเอ็งได้อีกเพียงว่าจงอยู่ให้เป็น หากไปทำอะไรขวางหูขวางตาใคร เอ็งจะโดนดี ที่นี่ยังดีที่ทุกคนรู้ว่าเอ็งเป็นเมียแรกจึงให้เกียรติตามสมควร แต่เอ็งต้องรู้ตัวได้แล้วว่าพ่อเตยกำลังจะมีเมียเอก ที่เขาพยายามทุกอย่างเพื่อให้ได้มา ที่พูดนี่ไม่ได้อยากให้เสียใจหรือดูถูกเอ็ง หากยังอยากเป็นเมียที่ได้พบหน้าผัวอยู่บ้างก็จงทำตัวดี ๆ พ่อเตยไม่ใช่คนใจร้ายแต่ก็ไม่ใช่คนใจดี ถ้าเขาพูดเขาสั่งอะไรต้องฟังเขา เข้าใจหรือไม่ ? ”

“เจ้าค่ะ”

“ข้าจะไปวัดกับคุณแม่หาฤกษ์ตบแต่งให้พ่อเตย เอ็งทำใจเสีย หากเปลี่ยนใจไม่ตามไปอยู่กับเขาก็มาบอกข้า เราจะเลี้ยงดูเอ็งที่นี่จนตาย เมียบ่าวคนอื่น ๆ มันไม่ได้ขอตามไปเหมือนเอ็ง เพราะพวกมันรู้ว่าตัวเองเป็นใคร ตรองเสียให้ดีแล้วมาบอกข้า”

พ่อเตยที่ยืนอยู่หน้าห้องได้ยินทุกคำที่พี่สาวกำลังอบรมสั่งสอนเมียของเขา ชายหนุ่มรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ได้แต่หวังว่าแม่ทิพย์จะทำใจได้บ้าง หากทำไม่ได้หล่อนก็ต้องเจอเรื่องที่ต้อง ‘ทำใจ’ มากขึ้นไปอีก หัวใจคนไม่มีปลายทางหรอกหนาทิพย์ เจ้าไม่รู้ใจข้าแต่เจ้าต้องรู้จักตัวเอง ไม่น่าเชื่อว่าเป็นผัวเมียกันมาหลายปี เขาไม่เคยรู้เลยว่าแม่ทิพย์รักเขาจนถึงกับเสียน้ำตา ทั้ง ๆ ที่หล่อนไม่เคยทำมาก่อน

*** ขอบคุณที่อ่านมาตั้งแต่ตอนให้อ่านฟรีออนไลน์จนถึงฉบับตีพิมพ์นะคะ ต้องหยุดอัปเดตไว้เพียงเท่านี้เนื่องจากขายอีบุ๊กแล้ว แต่ก็ยังมีให้ฟังในช่องยูทูปนะคะ เราต้องการแบ่งปันให้ผู้บกพร่องทางการได้ยินและคนไข้ พ่อ ๆ แม่ๆ ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเข้าถึงสื่อหนังสือได้ อัปเดตช้าแต่ก็จะลงให้จบค่ะ ส่วนแบบอ่านก็มีให้อ่านจบหลายช่องทาง เอามาลงให้อ่านเซ้ำเผื่อว่าใครยังไม่เห็นหรืออาจจะอยากสนับสนุนนักเขียนถ้าชอบผลงาน มาโปรโมตให้ทราบนั่นแหละค่ะ ให้อ่านฟรีเท่าที่ให้อ่านฟรีในตัวอย่างตอนขายอีบุ๊กด้วยค่ะ ขอบคุณนะคะที่แวะมาดู ***




 

Create Date : 23 กันยายน 2563
0 comments
Last Update : 13 ตุลาคม 2563 12:03:31 น.
Counter : 502 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


BlogGang Popular Award#17


 
Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537


New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.