Day 3 เช้า Nagoya เย็น Takayama

นาโกย่ามีวัฒนธรรมอาหารเช้าที่เป็นเอกลักษณ์ เรียกว่า Morning service
เป็นบริการเมื่อเข้าคอฟฟี่ช้อปสั่งกาแฟในตอนเช้า ที่ร้านจะแถมอาหารแบบง่ายๆ เช่น ขนมปัง ไข่ต้มให้ ไม่ก็คิดราคาอาหารถูกกว่าราคาปกติ
เริ่มจากการเกิดขึ้นของโรงงานอุตสาหกรรม คนต้องไปทำงานแต่เช้าก็แวะเข้าร้านกาแฟ
ร้านก็เหมือนเข้าใจหัวอกแรงงาน แถมอาหารเติมพลังสำหรับการทำงานต่อไปทั้งวัน

เรามากินมื้อเช้าที่ Coffee House Kako นี่ว่ามาเร็วแล้ว ยังได้รอคิว
หน้าตาร้านดูเรโทร นึกถึงเพลงสุกี้ยากี้ขึ้นมาในหัวเลย 


สำรวจเมนู ราคาค่อนข้างแรงกว่าร้านอื่น ร้านนี้เค้าเด่นที่แยมผลไม้ทำเอง 


ได้นั่งหน้าเคาเตอร์ โซนนี้เหมือนเป็นสภากาแฟฉบับญี่ปุ่น ทุกคนมาพูดคุยเม้ามอย และมีอายุกันหมด (รวมเราด้วยมั้ย 52)
สั่งลาเต้ร้อน กับขนมปังปิ้งเนื้อนุ่มปาดถั่วแดงกวน ครีมสด ท้อปบนสุดด้วยแยมผลไม้ 4 รสชาติ
พนักงานแนะนำด้วยว่าจานนี้ใช้แยมอะไรบ้าง ชอบแยมกล้วยลิ้นจี่ที่สุด เพิ่งเคยกินรสชาตินี้ เป็นการจับคู่ที่อร่อยเข้ากันมาก


ถึงจะเป็นช่วงเช้าวันทำงาน แต่ก็ไม่คิดว่าในสถานีนาโกย่าคนจะแน่นขนาดนี้ แน่นขนาดที่ว่ายืนเบียดไปไหนไม่ได้กันตรงทางจะลงไปรถใต้ดิน 
เรานักท่องเที่ยว ขอยอมแพ้ ออกมาช้อปของฝากรอด้านนอกก่อน รอหลัง 9 โมงคนเริ่มบาง ถึงนั่งรถกลับโรงแรมได้
เข้าโรงแรมเก็บของ เซ็คเอ้าท์ แล้วก็ไปเที่ยวกันต่อ

ปราสาทนาโกย่า ช่วงที่เราไปปราสาทปิดซ่อมแซม ถ่ายรูปได้แค่ลานด้านนอก


ยังเข้าไปที่พระราชวัง Hommaru ที่อยู่ติดกันได้ ซึ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้เป็นเวอร์ชั่นทำใหม่เพิ่งเสร็จเมื่อปี 2018 นี่เอง
โดยทำให้เหมือนของเดิมมากที่สุด สร้างด้วยไม้สนฮิโนกิ ส่วนอาคารดั้งเดิมโดนทำลาย ตั้งแต่ช่วงสงคราม เมื่อ 1945 


ใช้เป็นออฟฟิศของวัง และเป็นห้องพักรับรองของวีไอพี 
ผนังและประตูของโถงต้อนรับตกแต่งด้วยภาพวาดเสือ ที่เห็นเป็นสีทองก็คือใช้แผ่นทองคำเปลวมาประดับ 


ห้องนอนของโชกุน


Kinshachi ลูกผสมตัวเป็นปลาคาร์ฟ-หัวเป็นเสือ บนยอดปราสาทนาโกย่า กลายมาเป็นมาสค็อตสำคัญของเมือง


มาช้อปของราคาถูก ของมือสองที่ย่านการค้า Osu ส่วนตัวว่าเหมือนสำเพ็ง ที่เดินโล่งสบายกว่า


ร้านนี้เป็นที่รักของเหล่าแม่บ้านจักรยานมาก ไม่ได้เข้าไป แต่เดาว่าต้องมีของลดราคาเยอะแน่ๆ


วัดฺ Banshoji มีเก่าแก่อายุหลายร้อยปี ตั้งอยู่กลางย่านช้อปปิ้ง ที่ดูผ่านๆนึกว่าร้านปาจิงโกะ


มื้อเที่ยงกับอีกหนึ่งจานเด็ดของนาโกย่า หมูทอดราดซอสมิโสะแดง 
มิโสะแดงเป็นวัตถุดิบทำอาหารที่ขึ้นชื่อของบริเวณนี้ ซอสในถ้วยก็สีแดงและซุปมิโสะจะเป็นสีน้ำตาลแดงไม่ได้สีขาวขุ่นแบบที่เห็นกันบ่อยๆ


วัด Osu วัดใหญ่ของย่านนี้ 


มีความตั้งใจอยากกกินเค้กน้องลูกเจี๊ยบที่ร้านคาเฟ่เจนเชียน ฮิตมาก ดูความน่ารักนั่นสิ เค้าเปิดขายตามรอยเวลา
นี่เราก็มาตามรอบ แต่เห็นแถวยาวจากหน้าร้าน หักแถวเข้าไปในซอยอีก เลยตัดใจไม่ซื้อก็ได้ เดี๋ยวขึ้นรถไฟไม่ทัน


เดินเรื่อยเปื่อยในสถานี ก็มาเจอร้านขนมปัง มีขนมเยอะมากน่ากินมาก เลยซื้อร้านนี้แทน บอกเลยว่าราคาถูกกว่าในไทย
ซื้อครัวซอง กับกวินยามัน รวมกันแค่ 500 เยนเอง


5 วันจากนี้ เราจะเริ่มใช้ Takayama-Hokuriku JR pass ซื้อจาก Klook ที่ไทย แล้วเอาใบจองมาแลกพาสจริงที่สถานีนาโกย่า
คุ้มมากๆ นั่งรถไฟ รถบัสเกินราคาพาสไปเยอะ
นั่ง Hida Express ไปนอนทาคายาม่ากัน เบาะสีส้มแดงเป็นสัญลักษณ์แทนเนื้อฮิดะสินะ 555


ห้องน้ำกว้างมาก


นอนที่นี่ 2 คืน Guesthouse Ouka ไกลจากสถานีหน่อย แต่ได้ห้องส่วนตัว(ห้องน้ำรวม) ในราคาประหยัด ถือว่านอนสบายดีเลยล่ะ


มาถึงก็เย็นแล้ว ขอออกสำรวจพื้นที่ซักหน่อย กะหาข้าวเย็นกินด้วย
เดินมาแบบไม่มีแผน แต่มาเจอของดีโดยบังเอิญ มาเจอต้นแปะก๊วยยักษ์ อายุ 1200 ปี ที่วัด Hida Kokubunji
จินตนาการว่าถ้ามาช่วงใบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง คงสวยมากๆ


ทาคายาม่ายามเย็น 


เงียบสงบมาก แทบไม่เจอผู้เจอคน


แล้วยังไง ร้านต่างๆก็ปิดกันหมด แล้วมื้อเย็นเราล่ะ


ได้อาหารซูเปอร์มาร์เก็ตช่วยชีวิตไว้ แถมได้ลดราคาด้วย ข่าวห่อสาหร่ายกับปลาราดซอส รวมกันแค่ 200 เยน หรือ 50 บาท มันเริ่ด


ที่พักมีตู้เย็นรวมให้ใช้แช่อาหารได้ เลยซื้อสตรอเบอรี่มาด้วย แต่เปรี้ยวมาก รออีก 2 วันก็ยังเปรี้ยวอยู่
ทำไมไม่เจออันหวานฉ่ำแบบคนอื่นรีวิวบ้างนะ




Create Date : 12 ตุลาคม 2566
Last Update : 12 ตุลาคม 2566 14:56:40 น. 1 comments
Counter : 615 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณ**mp5**


 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 18 ตุลาคม 2566 เวลา:10:30:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

khimyo
Location :
ลำพูน Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add khimyo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.