Day 6 ชมปราสาท Kanazawa จิบชาในสวน ส่องบ้านซามูไร กินโนโดกุโระส่งท้ายก่อนมูฟไปเกียวโต

10 มิถุนา 66
ไปๆมาๆ ชอบเมืองคานาซาว่า มากที่สุดในทริปนี้ มันเงียบสุด มันสุดจะชิล ไวบ์เหมาะกับวัยคุณป้าตอนต้นอย่างดิชั้นมาก 
เนี่ย ถนนเส้นหลักของเมือง สองข้างทางก็เป็นตึกสูง แต่คนหายไปไหน? 


เป็นเมืองที่ไม่มีรถไฟฟ้าใต้ดินในเมือง แต่จะเห็นทางลงไปใต้ดินแบบนี้อยู่เป็นระยะ


ลงไปก็จะมีแค่นี้ เป็นอุโมงค์ไว้ลอดข้ามถนนเฉยๆ ไม่แน่ใจว่าอาจจะมีแผนสร้างรถไฟใต้ดินในอนาคตเลยทำโครงสร้างไว้ก่อนมั้ย
หรือในภาวะฉุกเฉินอาจจะกลายเป็นหลุมหลบภัยรึปล่าว เดาล้วนๆ


สำรวจตลาดตอนเช้าเช่นเคย Omicho market ตลาดสดในร่มมีแผงขายของมากมายหลากหลายไปหมด


แต่ที่เด่นสำหรับนักท่องเที่ยวแบบเรา ก็ต้อง อาหารทะเล เมืองติดทะเลเนาะว่าไม่ได้


ตั้งใจมากินมื้อเช้าที่ร้านนี้ ชื่อ Tonariya แต่ต้องรออีก 10 คิว ลาค่ะ! ยังไม่กินก็ได้ //สะบัดบ๊อบ


ดีนะที่มีร้านสำรองปักหมุดไว้อีก เดินอีกไม่ไกล เป็นร้านกาแฟสไตล์เรโทร Higashide มีเครื่องคั่วเมล็ดโชว์หน้าร้านด้วย
อะไรนะคะ! เดินเข้าร้าน พนักงานบอกที่นั่งเต็ม อีกแล้ว 
จอนคะ อีกครั้งแล้วสินะ ที่ชั้นต้องโยกย้าย ท้องร้องแล้วนะตอนนี้


แผนสุดท้าย เป็นร้านกาแฟติดประตูทางเข้าปราสาทคานาซาว่า ไปถึง เค้ายังไม่เปิดจ้าาาา
ตอนนั้นคิดถึงซูชิห่อใบตองที่ทิ้งไว้ในตู้เย็นที่โฮสเทลที่สุด ชั้นน่าจะห่อมาด้วย 😤


ถึงจะยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง เราก็ไส้กิ่วเที่ยวต่อได้อยู่
มาถึงแล้ว ปราสาทคานาซาว่า เราเข้ามาทางประตูด้านหลัง เลยเจอสนามหญ้าที่เขี๊ยวเขียวนี้ก่อน


เดินอ้อมมาซักพักก็เจอ ปราสาทคานาซาว่า ด้านหน้าแล้ว ถ้าเทียบกับนาโกย่า โอซาก้า ที่นี่ก็โคซี่มากนะ หลังไม่ใหญ่
ตัวปราสาทที่เห็นเพิ่งถูกสร้างใหม่ เสร็จเมื่อปี 2001 นี่เอง ส่วนอาคารเดิมโดนไฟไหม้จนหมด 


ส่วนที่เก่าแก่สุดที่ไม่ถูกไฟไหม้ คือประตูหลักที่เข้าปราสาท Ishikawa-mon เที่ยวที่นี่ไม่เสียค่าเข้าด้วยนะ


เพียงแค่ข้ามมาถนนอีกฝั่ง ก็จะถึงสวนที่สวยงามติด 1 ใน 3 ของประเทศญี่ปุ่น
แล้วดูถนนที่ต้องข้ามมาซะก่อน น่ารักจนใจเจ็บนะ


ป้ายเข้าสวน เขียนว่า เคนโระคุเอ็น รึปล่าวนะ
จะเรียกว่าสวนสาธารณะก็เรียกได้ไม่เต็มปาก เพราะต้องเสียค่าเข้า 320 เยน


เจออีกแล้ว ซอฟเสิร์ฟแปะทองคำเปลว แต่ชั้นไม่เก็ตการที่เราต้องกินทองคำเปลวจริงๆนะ


บรรยากาศในสวน ร่มรื่น และเนี้ยบสุดอันเป็นเอกลักษณ์ของสวนญี่ปุ่น


เข้ามาได้ไม่นาน เจอร้านน้ำชาที่เปิดบริการแล้วหนึ่ง ด้วยความหิวมาก จุดนี้แม่ไม่หวังน้ำบ่อหน้า
ถลาเข้าไปสั่งขนมกับน้ำชารองท้องด่วน 


เช็ตมัจฉะร้อน กับขนม 1 ชิ้น 1000 เยน ราคาแรงอยู่ 
หลังจากออกมาพบว่าในสวนจะมีร้านน้ำชาเป็นระยะๆ มีร้านนั่งสบายดูดีแบบที่เราเข้า และร้านที่ดูบ้านๆคนเข้าเยอะๆก็มี 


จิบชา ค่อยๆเล็มขนม ชมวิวข้างนอก เป็นจุดพักเติมพลังที่ดีเลยแหละ
น้ำพุที่เห็นจากหน้าต่าง เป็นน้ำพุแรกที่สร้างขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเลยนะ


เดินๆกันต่อ




สวนถูกสร้างบนเนินเขา เราเดินมาถึงลานด้านบนสุดแล้ว


มองเห็นเมืองคานาซาว่าที่พ้นยอดไม้มาหน่อยๆ


เทคนิกการจัดทรงต้นไม้ เสาค้ำเพียบ


จุดแลนด์มาร์กสำคัญของสวนเคนโระคุเอ็น Kotojitoro lantern
เป็นโคมแบบพิเศษเพราะที่มี 2 ขา ถึงขั้นต้องเข้าคิวรอถ่ายรูป 


แดดร้อน ก็มีร่มเงาไม้ให้นั่งพักอยู่เรื่อยๆ เงยหน้ามหัศจรรย์กับขนาดต้นสนไปพลางๆ


Meiji monument 
อนุสาวรีย์ที่สร้างอุทิศแด่ทหารที่เสียชีวิตในสงครามเซนัน ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2420


เบื้องหลังความสวยงามของสวน พนักงานดูแลสวนเก็บรายละเอียดทุกเม็ด 
นี่คือ มากัน 2 คน ช่วยกันนั่งเก็บนั่งถอนอะไรก็ตามที่ไม่ควรอยู่บนพื้นมอส


จัดสวนเป็นโซนๆ ช่วงที่เรามา เดือนมิถุนา ไม่มีเทศกาลดอกไม้บาน หรือใบไม้เปลี่ยนสี
แต่ยังมีสวนบ๊วย ออกผลให้ชื่นชมนะ 😄


ออกจากสวน เดินผ่านต้นโอ๊กคู่ใหญ่น่าเกรงขาม ปลูกด้านหน้า Shiinoki Cultural Complex


มาถึงย่าน Nagamachi district ย่านบ้านซามูไร ชนชั้นนักรบผู้ทรงเกียรติ ถิ่นที่อยู่จะดูหรูหรามีระดับ อารมณ์ย่านบ้านนายพล


นอกจากรั้วรอบขอบชิด สิ่งที่เห็นชัดอีกอย่างคือ กำแพงดินโคลนสีเหลืองอ่อนที่ยาวจนสุดซอย




หลังนี้เปิดให้เข้าชมความเป็นอยู่ในบ้านซามูไรสมัยก่อนได้ด้วย


สำหรับมื้อเที่ยง ว่าจะกลับไปหาอะไรกินที่ตลาดโอมิโจอีกรอบ 
แวะแชะทางเข้าศาลเจ้าโอยามะ ที่ดูแปลกตากว่าซุ้มทางเข้าศาลเจ้าตามปกติในญี่ปุ่น 
เพราะออกแบบโดยช่างชาวดัตช์ เลยมีความผสมผสานทั้งญี่ปุ่น จีน และยุโรป


ลองไปส่องดูร้านที่ตั้งใจจะไปกินเมื่อตอนเช้า คุณพระช่วย!!
โนคิวค่ะ ในที่สุดก็ได้กินข้าวปลาโนโดกุโระสมใจอยากอิช้อย ร้านนี้รับแต่เงินสด ใครอยากกิน เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อมค่ะ
เซ็ตนี้ 3300 เยน อร่อยมาก อร่อยสุดๆ เนื้อปลาสีขาวเบาๆ หวานๆ อารมณ์แบบปลาหิมะ


สามารถรับประทานได้หลายแบบ มีคู่มือมาให้ศึกษาด้วย


เราไม่ชอบกินปลาดิบซักเท่าไหร่ แต่ตลาดโอมิโจเค้าเด่นดังจริงๆเรื่อง ข้าวหน้าปลาดิบ อาหารทะเลใดๆ มีร้านให้เลือกซื้อเยอะ 


ต้องมูฟจากคานาซาว่าไปต่อแล้ว เมืองนี้น่ารัก เดินได้ทั่ว คนไม่เยอะ มีความเรโทรปนนิดๆทั้งเมือง


นั่งรถด่วน Thunderbird สู่เกียวโต เมืองที่ฉันเคยรัก 555


เกียวโตรอบนี้ overtourism มากๆ รู้สึกได้ตั้งแต่อยู่ในสถานีรถไฟเกียวโต ทุกที่คนแน่น ทุกร้านอาหารมีคิวต้องรอ
เราก็เป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลมาที่นี่เหมือนกัน


ดูพยากรณ์อากาศว่าเกียวโตวันพรุ่งนี้โอกาสฝนตกฉ่ำๆ 100%
เลยรีบมาถ่ายรูปกับมุมยอดฮิตในวันนี้ซะเลย เย็นมากแล้ว แต่คนยังเยอะ 
เห็นป้ายติด ห้ามยืนถ่ายรูปกับบ้านเค้า เห็นเจ้าของบ้านออกมาไล่นักท่องเที่ยวไม่ให้ขวางหน้าบ้านเค้า รู้สึกถึงความมาคุมั้ย


ย่านซอกซอยก่อนขึ้นไปวัดคิโยมิซุ 




หิวและเหนื่อย เลือกเข้าร้านบ้านๆข้างทางเป็นร้านขายโอโคโนมิยากิ


โอโคโนมิยากิมาแล้ว แต่ใส่ขิงเยอะมาก ถึงไม่ค่อยชอบแต่ก็กินๆไปเหอะ 😅


จะเดินกลับโฮสเทล แต่อ้อมไปย่าน Shijo-Kawaramachi ซักหน่อย 
ผู้คน รถรา คึกคักสุดๆ


แม่น้ำคาโมะ ยังน่านั่งเล่นอยู่เหมือนเดิม


เดินกลับโรงแรมอีก 1.5 กม. ถึงที่นอนซะที เย้ 🥱

 



Create Date : 07 เมษายน 2567
Last Update : 11 เมษายน 2567 19:26:36 น. 2 comments
Counter : 204 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณhaiku, คุณดอยสะเก็ด, คุณtoor36


 
บ้านเมืองเขาดูสะอาดดีค่ะ



โดย: หอมกร วันที่: 7 เมษายน 2567 เวลา:21:19:04 น.  

 
ญี่ปุ่นดูกี่ที่ก็รู้สึกว่าบ้านเมืองเขาสวยงาม มันดูเรียบง่ายเป็นระเบียบ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 8 เมษายน 2567 เวลา:21:03:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

khimyo
Location :
ลำพูน Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add khimyo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.