พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน (Pergamon Museum) พิพิธภัณฑ์ชั้นเยี่ยมของโลก

             พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน (Pergamon Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของเยอรมัน ที่เก็บรักษาและแสดงให้เห็นศิลปะโบราณที่งดงาม พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในกลุ่มเกาะพิพิธภัณฑ์ “มูเซอุมอินเซล” (Museuminsel) หนึ่งในห้าพิพิธภัณฑ์ที่กล่าวไว้ในบล็อกที่แล้ว บนเกาะกลางแม่น้ำสเปร์  พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน (Pergamon Museum) นับว่ามีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากที่สุด เป็น 1 ใน 10 พิพิธภัณฑ์ชั้นเยี่ยมของโลก ที่มีการเก้บรวบรวมงานศิลปวัตถุโบราณล้ำค่าของโลก และมีสิ่งที่จัดแสดงที่หาดูยากที่สุดด้วย Hightlight คือพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมศิลปยุคโบราณมาให้ชม โดยเฉพาะศิลปบาบิโลเนียน ซึ่งเก่าแก่กว่า 500 ปีก่อนคริสตร์กาล


    
         สถาปัตยกรรมด้านนอกอาคาร เป็นอาคารเก่าแก่สีปูนดิบ ลวดลายศิลปะทั้งต้นเสาทรงกลมที่โดดเด่น ประตูซุ้มโค้ง ตัวอาคารเป็นลักษณะอิฐซ้อนๆ กัน เป็นสถาปัตย์แนวกรีก-โรมัน  ส่วนด้านในแสดงศิลปะและของสะสมหลายอย่าง รวมศิลปะจากหลายประเทศทางตะวันออกกลาง อิหร่าน จอร์แดน เปอร์เซีย รวมไปถึงของโบราณจากซีเรีย เมโสโปเตเมีย อัสซีเรีย โดยใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 20 ปี Hightlight คือพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมศิลปยุคโบราณมาให้ชม โดยเฉพาะศิลปบาบิโลเนียน ซึ่งเก่าแก่กว่า 500 ปีก่อนคริสตร์กาล



          พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอนแบ่งเป็นสามอาคารสำหรับเก็บรักษาโบราณวัตถุและโบราณสถาน (Antiquity Collection) พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลาม (Islamic art Museum) และพิพิธภัณฑ์ตะวันออกกลาง (Middle East Museum)  ระหว่างทางไกด์ชี้ให้ดูร่องรอยกระสุนปืนที่ต้นเสาทรงกลมโบราณที่เรียงรายตามทางเดินเข้าพิพิธภัณฑ์ ว่าร่องรอยกระสุนปืนเหล่านี้เกิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ได้เก็บไว้เป็นอนุสรณ์โดยมิได้ซ่อมแซม



             พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน (Pergamon Museum) ใช้สถาปัตยกรรมแนวกรีก-โรมัน สังเกตที่ชื่อของพิพิธภัณฑ์ ตั้งตามชื่อของแท่นบูชาเพอร์กามอน (Pergamon Altar) ของกรีกโบราณ ในยุค 200 ปีก่อนคริสตกาล แท่นบูชาเพอร์กามอน (Pergamon Altar) นี้สร้างเพื่อใช้บูชาเทพเจ้าซุส ที่ถูกค้นพบที่เมืองเพอร์กามอน ประเทศตุรกี โดยนักโบราณคดีชาวเยอรมัน และย้ายมาเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน (Pergamon Museum) แห่งนี้  ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 20 ปี จนในที่สุดได้เพอร์กามอน อัลตาร์ ขนาดเท่าของจริงมาจัดแสดงอยู่ที่นี่ พร้อมด้วยผนังห้องรายล้อมด้วยประติมากรรมนูนสูง ที่ต่อขึ้นจากเศษซากปรักหักพังที่ขุดพบ เล่าเรื่องสงครามระหว่างเทพและยักษ์ ถือว่าเป็นศิลปะชิ้นโบว์แดงของกรีก โดยจัดแสดงไว้ในโซนแรก    



                ในโซนที่ 2 เป็นการจัดแสดงคือ ประตูเมืองอิชตาร์ (Ishtar Gate) เป็นกําแพงทางเดินเข้าเมืองบาบิลอน (Processional Way of Babylon) สร้างด้วยอิฐเคลือบสีน้ำเงินสลับเหลือง เขียว และขาว เป็นลวดลายสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น สิงโต ม้า กระทิง อายุเก่าแก่กว่า 600 ปีก่อนคริสตกาล สร้างความตื่นตาตื่นใจมาก 



              ในสมัยของพระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์ได้มีการสร้างกำแพงล้อมรอบกรุงบาบิโลนเอาไว้ โดยมีประตูหลวงมีชื่อว่า “ประตูอิชตาร์” (The Ishtar Gate) จุดประสงค์ในการสร้างประตูนั้นเพื่อถวายแก่มหาเทวีอิชตาร์ (Ishtar) อันเป็นเทวีประจำเมืองและเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งชาวบาบิโลเนียเคารพนับถือเช่นเดียวกับเทพเจ้ามาร์ดุค (สัตว์ผสมระหว่างงู ปลา นกอินทรี และสิงโต)



            “ประตูอิชตาร์” (The Ishtar Gate) มีขนาดสูง 47 ฟุต สร้างประมาณ 604-562 ปีก่อนคริสตร์กาล สร้างจากวัสดุประเภทอิฐและเคลือบสีสวยงามมาก มีการแกะสลักเป็นภาพสัตว์ต่าง ๆ เช่น ม้า วัว สิงโต และมังกร ฯลฯ ประดับอยู่ทั่วไปเป็นระยะ ๆ



               กว่าจะมาเป็น "ประตูอิชตาร์” (The Ishtar Gate) อย่างในปัจจุบัน มีการขนย้ายกำแพงจากอิฐก้อนเล็กๆ มาประกอบเป็นจิ๊กซอร์จนได้กำแพงขนาดใหญ่อย่างที่เราได้เห็นกัน มันยากลำบากขนาดไหนในการประกอบอิฐแตกจนออกมาเป็นกำแพงใหญ๋โตสวยงามอย่างที่จัดแสดงในปัจจุบัน





                 โมเดลจำลองเมือง โดยรวมแล้ว ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในศิลปะโบราณประเภทต่างๆ คงเดินชมแบบลืมเวลา ที่นี่ต้องใช้เวลาค่อนข้างมากเพื่อที่จะซึมซับรายละเอียดได้ทั้งหมด


                            
           ความอลังการต่อมาคือ ประตูตลาดมิเลตุส (Market Gate of Miletus) ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 2 เป็นศิลปโรมัน ต่อมาได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและพังทลายลง ในศตวรรษที่11( ราวปี ค.ศ.1100 )


         
               ประตูตลาดมิเลส (Market Gate of Miletus) ใหญ่โตมโหฬารมาก มีความสูงถึง 17 และกว้าง 29 เมตร เป็นสิ่งก่อสร้างจากสมัย โรมันราว ค.ศ.120 ซึ่งต่อมาได้พังทลายลงราวปี ค.ศ.1100  ในช่วงศตวรรษที่19 ได้ถูกค้นพบโดยนักโบราณคดีชาวเยอรมันและเก็บกู้ซากมาบูรณะขึ้นใหม่และย้ายมาไว้ที่พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอน 


          หนังสือและตำราเก่า โชว์ไว้ในตู้กระจก รวมถึงอุปกรณ์เครื่องใช้โบราณที่เป็นลายแกะสลักต่างๆ มากมาย








        
           โบราณวัตถุ อุปกรณ์ เครื่องใช้โบราณ ที่เป็นลายแกะสลักต่างๆ มากมาย ที่นำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ และด้วยเวลาอันจำกัด ทำให้เราต้องรีบเร่งในการชม ขอแนะนำว่าต้องเผื่อเวลาไว้มากๆ เพื่อจะได้ชมพิพิธภัณฑ์ได้อย่างทั่วถึง


เวลาเปิด : ทุกวัน 10.00-18.00 น. วันพฤหัส เปิดถึง 20.00 น.
ค่าเข้าชม : 19 ยูโร




Create Date : 10 กันยายน 2563
Last Update : 10 กันยายน 2563 16:20:39 น. 3 comments
Counter : 223 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณKavanich96, คุณหอมกร

 
 
 
 
 
 

โดย: สมาชิกหมายเลข 2876811 วันที่: 10 กันยายน 2563 เวลา:19:05:02 น.  

 
 
 
ขอบคุณที่แบ่งปัน
 
 

โดย: Kavanich96 วันที่: 12 กันยายน 2563 เวลา:11:47:27 น.  

 
 
 
camel_27 Travel Blog ดู Blog
ดีจังไปเที่ยวเมืองนอกไม่เสียงสตางค์จ้า


 
 

โดย: หอมกร วันที่: 17 กันยายน 2563 เวลา:10:28:32 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

BlogGang Popular Award#16


 
camel_27
 
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




[Add camel_27's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com