bloggang.com mainmenu search


ก่อนที่ผมจะเดินทางมาประเทศเวียดนาม สิ่งที่ผมนึกถึงประเทศนี้คือการจราจรที่ขวักไขว่เต็มไปด้วยรถมอเตอไซค์ เสียงบีบแตรบนท้องถนน บ้านเรือนที่หนาแน่นตามเมืองใหญ่ๆ และร่องรอยจากสงครามเมื่อหลายปีก่อน แต่หลังจากที่ผมมีโอกาสได้ไปประเทศเวียดนามเป็นครั้งแรกเมื่อไม่นานมานี้ ความรู้สึกที่มีต่อประเทศนี้ก็เปลี่ยนไป 

ผมมีโอกาสเดินทางไปยังเกาะทางตอนใต้ของเวียดนามที่มีชื่อว่า เกาะฟู้โกว๊ก (Phu Quoc Island) เกาะนี้เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเวียดนาม มีขนาดพอๆกับเกาะภูเก็ตของบ้านเรา ความประทับใจแรกตั้งแต่อยู่บนเครื่อง คือที่นี่เป็นเกาะที่มีธรรมชาติที่สมบูรณ์ เห็นต้นไม้เขียวๆทั้งเกาะ น้ำทะเลก็ใส การเดินทางภายในเกาะก็สะดวก พอมีโอกาสได้ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยว ไปเดินตลาดทั้งตลาดกลางวันและตลาดกลางคืนก็พบกับความประทับใจที่สอง คือผู้คนบนเกาะเป็นมิตรและน่ารัก ไม่มีภาพของการต่อรองราคามหาโหดเวลาซื้อของตามตลาดเหมือนที่เคยได้ยิน บ้านเมืองที่นั่นอาจจะไม่สะอาดและเจริญเหมือนบ้านเราครับ แต่ก็มีเสน่ห์ในตัวมันเอง ได้เห็นวิถีชีวิตผู้คน เด็กๆชาวเวียดนาม ได้ไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆบนเกาะ  และความประทับใจที่สำคัญของการมาเยือนที่นี่คือการได้พบกับรีสอร์ทที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ถ้าผมนิยามรีสอร์ทขนาดใหญ่คือรีสอร์ทที่มีจำนวนห้องพักมากกว่า 100 ห้อง JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay คือรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่สวยที่สุด มีรายละเอียดมากที่สุดที่ผมเคยไปมา จนไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครสร้างรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่เก็บรายละเอียดได้ดีขนาดนี้ ที่นี่ถูกออกแบบโดย Bill Bensley สถาปนิกผู้โด่งดังที่ออกแบบโรงแรม รีสอร์ทสวยๆมาแล้วมากมาย นอกจากนี้ทำเลของรีสอร์ทยังติดชายหาดที่ทรายขาวสะอาด น้ำทะเลใส ยิ่งทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่น่าพักผ่อน และยิ่งตอนนี้จะมีเที่ยวบินตรงจากสุวรรณภูมิโดยสายการบิน Bangkok Airways มาลงเกาะซึ่งจะเริ่มบินปลายตุลา 2560 นี้และใช้เวลาบินเพียงชั่วโมงกว่าๆเหมือนบินในประเทศ ยิ่งทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่สำคัญในการเดินทางมาชมธรรมชาติที่สวยงามบนเกาะและพักผ่อนในรีสอร์ทที่ออกแบบและตกแต่งได้สวยที่สุดแห่งหนึ่ง รับรองว่าที่นี่มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมากๆไม่มีเบื่อเลยครับ

ความประทับใจของทริปนี้ไม่ได้มีเท่านี้ ยังมีความประทับใจอีกหลายอย่าง ลองติดตามรีวิวในนิตยสาร ชานไม้ชายเขาฉบับนี้ซึ่งเป็นฉบับเดือนกันยายนและเป็นฉบับที่ 181 ที่ผมจะพาไปชมเสน่ห์ของเกาะฟู้โกว๊กและความสวยงามของ JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay จากทริปเวียดนามครั้งแรกของผม 




การเดินทางของผมเริ่มต้นที่สุวรรณภูมิ เข้าไปรอขึ้นเครื่องในเล้าจ์ของ Bangkok Airways 



ภายในเล้าจ์สะดวกสบาย มีขนม เครื่องดื่ม คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตให้ใช้



ถ้าเป็น Blue Ribbon Club Lounge มีอาหารคาวให้ด้วยครับ ฝากท้องที่นี่ได้เลย 



มีทั้งข้าว บะหมี่ และที่ห้ามพลาดคือข้าวต้มมัด ขนมเทียน ขนมต้มของที่นี่ อร่อยมากๆ



ต่อไปผมจะพาไปชมบรรยากาศบนเกาะและที่รีสอร์ท 



JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay ตั้งอยู่บนอ่าวที่สวยมากๆ เป็นอ่าวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะ หาดทรายขาวสะอาดที่ทอดยาว น้ำทะเลใส เสียดายช่วงที่ไปแทบจะไม่ได้เจอแดด ถ้าได้แดดดีๆ ฟ้าใสๆ ทะเลที่นี่จะสวยมากๆ



ที่นี่เป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่มีห้องพักและวิลลามากกว่าสองร้อยห้อง 



ห้องพักบนตัวตึกจะเป็นห้องพักที่เห็นวิวทะเลที่สวยงาม 



มาชมความสวยงามและการเก็บรายละเอียดที่ยอดเยี่ยมของที่นี่กันเลยครับ 



การออกแบบที่สวยงามบริเวณ lobby ของรีสอร์ท



ส่วนต้อนรับที่ออกแบบได้อลังการ สวยงาม



ที่นี่เป็นจุดแรกในการเข้ามายังรีสอร์ท เพียงจุดแรกที่เห็นก็ตะลึงกับการออกแบบและรายละเอียดที่สวยงาม



ธีมของที่นี่คือมหาวิทยาลัย มี Mascot เป็นสุนัขหลังอาน



ในส่วนห้องสมุดที่สวยงามมากๆ 



จุดนี้เป็นจุดเช็คอิน เช็คเอาท์ของรีสอร์ท สวยมากๆ



เรื่องราวของที่นี่คือเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ มีรูปปั้นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยในรีสอร์ท



การตกแต่งบริเวณทางเดินใกล้ๆ lobby ที่เหมือนอยู่ในมหาวิทยาลัย



ทุกๆจุดในรีสอร์ทออกแบบและตกแต่งได้สวยมากๆ



อาคารห้องพักที่มีชื่อเรียกเป็นเป็นคณะต่าง (Department) ในมหาวิทยาลัย



ต่อไปผมจะพาไปชมห้องพักแบบแรก 



ห้องนี้เป็นห้อง Emerald Bay View ซึ่งเป็นห้องพักแบบเริ่มต้น  



ประตูทางเข้าสีแดงสด กับโคมไฟแบบจีน 



ภายในห้องน้ำที่โปร่ง กว้างสบาย



ชอบห้องน้ำของห้องนี้มากครับ Rain Shower ที่อยู่สูง น้ำไหลแรง 



ห้องนอนที่หรูหรา เตียงที่นี่นอนสบายมากๆ



มีโต๊ะทำงาน เครื่องทำกาแฟ ขนาดเป็นห้องพักแบบเริ่มต้นยังสวยขนาดนี้



เป็นห้องนอนที่ตกแต่งได้สวยงาม



ติดใจห้องน้ำที่นี่ การตกแต่งที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด



มาชมวิวที่ระเบียงห้องพัก



เป็นห้องที่เห็นวิวทะเลที่สวยมากๆ



ห้องพักบนตึกจะเห็นวิวทะเลและวิวพระอาทิตย์ขึ้น  



ผลไม้และขนมตอนเข้ามาในห้องวันแรก ที่ทานได้ฟรี



วิวจากระเบียงห้องช่วงกลางวัน



มาชมบรรยากาศยามเช้าในรีสอร์ท



อากาศตอนเช้าสดชื่นมากๆ ใครมาที่นี่ลองตื่นเช้าๆดูนะครับ 



เสียดายช่วงที่ผมไปอากาศไม่ค่อยดี แดดตอนเช้าวันนั้นเป็นแดดไม่กี่ชั่วโมงที่เจอตลอดทริป 



คุ้มค่ากับการตื่นเช้า ใครที่ชอบเดินเล่นหรือวิ่งออกกำลังกายบนชายหาด คงถูกใจ หาดขาวสะอาด 



มุมนั่งเล่นยามเช้า 



บริเวณนี้เป็นอ่าว ทำให้ไม่มีคลื่น ทะเลเรียบจนสามารถเล่นโยคะบนเซิร์ฟบอร์ดในทะเลได้เลยครับ



แต่ข้อเสียนิดนึงสำหรับบางคน คือจะไม่ค่อยได้ยินเสียงคลื่น หรือฟองคลื่นขาวๆ แต่ทำให้ทะเลที่นี่เรียบเหมือนสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ น่าลงไปเล่นมากๆ



เดินเล่นตอนเช้ากันแล้ว ไปทานอาหารเช้ากันครับ



ที่นี่เป็นห้องอาหารริมทะเลที่ออกแบบได้สวยงามชื่อว่า Tempus Fugit 



เป็นห้องอาหารขนาดใหญ่ที่บริการอาหารทุกมื้อรวมถึงอาหารเช้า



ห้องอาหารนี้เป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัย 



ทั้งการตกแต่งทั้งเฟอร์นิเจอร์ผ่านการออกแบบมาเป็นอย่างดี สวยทุกมุม



แสงยามเช้าในห้องอาหาร 



ใครที่ชอบงานออกแบบ งานสถาปัตยกรรม ดูเพลินเลยครับ 



การเก็บรายละเอียดการตกแต่งที่มี Hall of Fame ของศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงให้เหมือนกับมหาวิทยาลัยเก่าแก่



มาชมภาพอาหารเช้าของที่นี่บ้างครับ 



เมนูไข่ที่สามารถสั่งเชฟตามความต้องการ



มีขนมปัง เบเกอรี่ให้เลือกเยอะมากๆ 



มุมผลไม้แห้ง  



อาหารที่นี่คุณภาพดีมากๆ สมกับเป็นรีสอร์ทหรู



ขนมที่น่าทาน 



อาหารที่นี่มีทั้งอาหารพื้นถิ่น อาหารนานาชาติ มีให้เลือกเยอะ



น้ำผลไม้สด ชอบมากๆ



ขนมที่อร่อยทุกอย่าง แต่ชิมยังไงก็ไม่ครบทุกอย่าง เพราะมีให้เลือกเยอะมากๆ



รายละเอียดการตกแต่งที่ทำให้เหมือนอยู่ในมหาวิทยาลัย



โมเดลบ้านเพื่อให้เข้ากับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์



ถึงแม้จะไม่มีอาหารไทย แต่มีหลายเมนูที่คล้ายๆ รสชาติจะไม่จัดเท่าแต่ก็อร่อยดีครับ 



การออกแบบที่สวยงามของห้องอาหาร Tempus Fugit ได้ทั้งชมวิวทะเล ชิมอาหารอร่อยๆ และดูงานออกแบบที่ยอดเยี่ยม



มาชมส่วนอื่นๆของรีสอร์ทกันต่อครับ ที่นั่งเล่นบริเวณ Lobby



ผมจะพาไปชมห้องประชุม สัมมนาขนาดใหญ่ของรีสอร์ทที่ชื่อว่า  Lamarck Auditorium



ภายในมีห้องจัดเลี้ยง สัมมนาขนาดใหญ่ที่ตกแต่งได้สวยงามเช่นกัน



ช่วงผมไป กำลังมีการซ้อมการแสดงพอดี แสงสีเสียง เยี่ยมมากๆ 



นอกจากห้องจัดเลี้ยง สัมมนา ยังมีห้องอื่นๆที่ตกแต่งได้สวยงาม



ชอบโทนสีและรายละเอียดการตกแต่ง



ภาพนี้เป็นอีกห้องหนึ่งที่ตกแต่งได้สวยมากๆ



ห้องนี้มีชื่อว่า The Room of Bad Design ชอบสีสันสดใสที่ทำให้สดชื่นตามไปด้วย



นอกจากการออกแบบที่สวยงามแล้ว ฝีมือช่างต้องเยี่ยมมากๆถึงเก็บรายละเอียดได้เนี๊ยบขนาดนี้



ออกจาก Auditorium ก็มายังฝั่งตรงข้าม จะมีห้องฟิตเนส



มีอุปกรณ์ออกกำลังกายที่เยอะมากๆ 



จากนั้นผมจะพาไปยังอาคารสีสันสดใสริมทะเล 


ที่นี่เป็นบาร์ริมทะเลของรีสอร์ทที่ชื่อว่า Department of Chemistry



ความสวยงามภายในบาร์



สวยทุกมุมเลยครับ สำหรับการออกแบบ



มีการตกแต่งเข้ากับธีมของคณะเคมี



มีมุมนั่งเล่นสบายๆหลายมุม จนเลือกไม่ถูก



มุมยอดนิยมที่เห็นวิวทะเล



จะนั่งหรือนอนเล่นสบายๆ สั่งเครื่องดื่ม ชิลมากๆครับ



มีสอนการทำค็อกเทลหรือที่เรียกเพื่อให้เข้ากับธีมว่า  Class of Mixtology



พนักงานที่นี่น่ารัก เป็นกันเอง บริการดี



วิวทะเลสวยๆจากมุมนั่งเล่นสบายๆภายในบาร์



ถ้าฝนไม่ตก จะไปนั่งเล่นข้างนอกก็ได้ครับ 



ต่อไปผมจะพาไปทานอาหารเย็นกันที่ห้องอาหาร Red Rum ซึ่งเป็นห้องอาหารริมทะเลอีกแห่งหนึ่ง



มาถึงเกาะฟู้โกว๊ก ก็ต้องชิมอาหารทะเล



อาหารทะเลที่นี่สดมากๆ เนื้อหวาน อร่อย แต่น้ำจิ้มยังไม่ถูกปากเท่าที่บ้านเรา



อาหารอื่นๆก็อร่อย เมนูนี้เป็นไก่ย่าง



ผัดหน่อไม้ฝรั่งที่น่าทาน 



ใครที่ชอบทานเนื้อ เนื้อที่นี่นุ่ม คุณภาพดีมากๆ



วันรุ่งขึ้นเตรียมตัวไปเที่ยวบนเกาะฟู้โกว๊กกัน



นัดกันเจอที่บริเวณห้องสมุดของรีสอร์ท มาที่นี่กี่ครั้งก็ทึ่งกับการออกแบบที่สวยมากๆ



มาชมจุดหมายแรกของการออกไปเที่ยวบนเกาะ ที่นี่คือคุกในอดีต ที่เรียกว่าคุกมะพร้าว



ปัจจุบันมีการตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชม



การไปเที่ยวบนเกาะครั้งนี้ มีไกด์ชาวเวียดนามซึ่งเป็นคนพื้นเพบนเกาะพาไปเที่ยวด้วยครับ



ไกด์จะอธิบายความเป็นมาของคุกที่นี่



มีรูปปั้นแสดงถึงความเป็นอยู่ของนักโทษสมัยก่อน



มีทางลงเข้าไปชมอุโมงค์ที่นักโทษใช้เป็นเส้นทางหลบหนี



ถ้าได้เข้ามาเที่ยวที่คุกแห่งนี้ ที่นี่เป็นจุดที่ต้องเข้าไปชม



แสดงให้เห็นถึงความพยายามของนักโทษสมัยก่อน



การมาชมในคุกอาจจะหดหุ่ไปซักนิดครับ แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ ได้รู้สึกถึงความโหดร้ายที่นักโทษเคยได้รับ



ข้อดีของการมีไกด์พาเที่ยว คือเราจะได้ทราบความเป็นมา ของแต่ละสถานที่



ต่อไปก็เข้าไปชมโรงงานทำน้ำปลาที่อยู่ใกล้ๆกัน พอลงจากรถปุ๊บจะได้กลิ่นน้ำปลาทันทีเลยครับ 



ไกด์ประจำทริปนี้ กำลังอธิบายขั้นตอนการผลิต เราสามารถลองชิมน้ำปลาได้ด้วยครับ 



ถังหมักน้ำปลา ที่ต้องใช้เวลาเป็นปี 



น้ำปลาของเกาะฟู้โกว๊กเป็นสินค้าขึ้นชื่อของประเทศ



ถัดจากคุกและโรงงานทำน้ำปลา เราไปชมเจดีย์บนเกาะกันต่อ เสียดายที่อากาศไม่ดี ไม่อย่างนั้นจะเห็นทะเลสีสวยๆเป็นฉากหลัง



ด้านบนจะมีศาลเจ้าที่สามารถเข้าไปไหว้ สักการะ ขอพร



มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวเวียดนาม มาที่นี่ไม่ขาดสาย



ใครที่มาที่เกาะ ควรมาที่เจดีย์นี้ ได้ทั้งชมวิวทะเลสวยๆ ได้ทั้งมาขอพร



ภายในศาลเจ้า



บรรยากาศรอบๆ



นอกจากเจดีย์และยังเห็นวิวทะเลจากมุมสูง



เป็นจุดสำคัญอีกจุดที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด



ภาพสุดท้ายที่เจดีย์ครับ ก่อนจะเดินทางไปทานอาหารทะเลที่หมู่บ้านชาวประมง



อาชีพหลักของชาวเวียดนามบนเกาะคืออาชีพชาวประมง ทำให้ที่นี่มีอาหารทะเลเยอะมากๆ สดอร่อย อย่างกั้งทอดกระเทียมจานนี้รสเด็ด



ปูก็สด เนื้อแน่น ใครมาที่นี่ผมแนะนำให้นำน้ำจิ้มซีฟู๊ดมาจากเมืองไทยนะครับ  



อาหารทะเลสดๆเจอน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเด็ด อร่อยสุดๆเลยครับ



ข้าวผัดปูคล้ายๆบ้านเรา



จานนี้เป็นยำมะม่วง จริงๆแล้วอาหารเวียดนามไม่ต่างจากอาหารไทยมากนักครับ แต่รสไม่จัดเท่า 



ผลไม้ในเมืองบนเกาะ คล้ายผลไม้บ้านเรา



เดินชมเมืองบนเกาะเพื่อจะไปยังตลาดสด ผ่านสะพานที่เห็นเรือประมงมากมายคล้ายกับจังหวัดติดทะเลของบ้านเรา



เด็กๆบนเกาะ ยิ้มง่าย น่ารัก 



มาชมวิถีชีวิตของผู้คนในตลาดสดกันครับ 



ชาวเวียดนามใช้มอเตอร์ไซค์เยอะมากๆ เวลาเดินในตลาดต้องระวังนิดนึง



แม่ค้าในตลาด ตลาดที่นี่คล้ายๆตลาดบ้านเรา 



แม่ค้า ผู้คนเป็นมิตร ไม่เหมือนภาพที่ผมเคยคิดไว้ 



พ่อหนุ่มน้อยชาวเวียดนามกลางตลาด



เด็กผู้หญิงชาวเวียดนาม



เอกลักษณ์ของชาวเวียดนามอย่างหนึ่งก็คือหมวกหรืองอบ 



ได้เดินชมชีวิตผู้คนก็เพลินดีครับ



มีร้านขายดอกไม้สวยๆในตลาด



ที่นี่ใช้เงินสกุล ดองของเวียดนาม (Vietnam Dong: VND) จะแลกมาจากเมืองไทย หรือถือเงินดอลล่าห์มาแลกเงินดองที่เวียดนามจะได้เรทดีกว่าครับ



วิถีชีวิตชาวประมง



เด็กชาวเวียดนามที่สวนสาธารณะ



จากนั้นไปต่อที่ร้านกาแฟบรรยากาศดีที่เห็นวิวทะเลและเมืองจากมุมสูง



นั่งเล่นชิลๆรับลมเย็นๆชมวิวสวยๆ ชอบมากๆ



เป็นช่วงเวลาที่ได้ผ่อนคลายหลังจากเดินเล่น ชมตลาด ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ



จากนั้นไปทานมื้อเย็นในเมือง ร้านนี้เป็นร้านทีเด็ดที่อยากแนะนำมากๆ



ร้านตกแต่งได้สวยงามน่านั่ง ทริปนี้ได้เจอน้องเติ้ลและน้องเจนจากเพจดัง แบกกล้องเที่ยว เป็นคู่ที่น่ารักมากๆ



ตอนแรกหลายคนในทริปคนอิดออดเนื่องจากยังอิ่มจากอาหารมื้อเที่ยง ขนมและเครื่องดื่มจากร้านกาแฟ แต่พอได้ลองชิมอาหารทะเลที่นี่แล้ว ทุกคนหยุดไม่อยู่ รสชาติแซบ ถูกปากคนไทยมากๆ



มีทั้งปู กุ้ง crawfish หอย ที่ปรุงในสไตล์หลุยเซียน่า อร่อยมากๆ 



รับรองความอร่อยโดยน้องเจนครับ 



ถ้าไปเกาะฟู้โกว๊ก เป็นร้านแนะนำเลยครับ แต่อย่าลืมต้องจองโต๊ะล่วงหน้า เพราะแขกเยอะมากๆ เข้าไปได้แป๊บเดียว แขกเต็มร้าน



ชื่อร้านว่า Crab House



จากนั้นไปเดินเล่นต่อที่ตลาดกลางคืนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้าน



ที่นี่มีสินค้าพื้นเมืองและร้านอาหารทะเลหลายร้าน ส่วนมากมีปลากุ้ง หอยแบบเป็นๆในตู้ รับประกันความสด



จุดถ่ายภาพที่ระลึกของ Phu Quoc Night Market



ตลาดที่นี่คึกคักดีครับ ได้บรรยากาศอีกแบบต่างจากตลาดตอนกลางวัน



ระหว่างทางมีร้านนั่งดื่มเล็กๆ สำหรับนั่งชมตลาดและผู้คนที่สัญจรไปมา 



เป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าไปสัมผัสในการเดินทางมายังเกาะนี้



กลับมาที่รีสอร์ทกันต่อครับ



มุมสวยๆภายในห้องสมุดใกล้ๆ lobby



ต่อไปผมจะพาไปชมห้องพักแบบห้อง Suite ของที่นี่



ห้องนี้เป็นห้องที่มีพื้นที่กว้างมากๆ  แบ่งเป็นห้องนั่งเล่น ห้องนอน สวนกลางแจ้ง ภาพนี้เป็นบรรยากาศในห้องนั่งเล่นที่สวยมากๆ



วิวจากระเบียงห้องพัก



เห็นวิวทะเลที่สวยมากๆ และยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม



วิวที่เห็นจากระเบียงห้องพัก



มาดูห้องนอนกันต่อครับ เป็นห้องนอนที่หรูหราน่าอยู่มากๆ



ห้องน้ำก็โปร่ง กว้างสบาย มีอ่างแช่น้ำและ Rain shower



วิวทะเลจากในห้องน้ำ



ชอบการเลือกสี การให้แสง การตกแต่ง ทุกอย่างเข้ากันได้ดีมากๆ



เตียงนอนที่หรูหรา น่านอน 



การตกแต่งที่นี่สวยมากๆ 



ภายในห้องนั่งเล่นที่เห็นวิวทะเล



ที่นี่มีการเก็บรายละเอียดที่ดีมากๆ ทำให้ห้องพักหรูหรา น่าอยู่ ได้ชมดีไซน์สวยๆและได้พักผ่อนในเวลาเดียวกัน



สวนที่อยู่ด้านนอก ห้องนี้เป็นห้องประเภท Turquoise Tower เนื่องจากมีหอที่มีรูปนาฬิกาในห้องพัก



วิวทะเลสวยๆจากระเบียงห้องพัก



บรรยากาศที่ระเบียงห้อง หรูหรา น่าอยู่



ภาพมุมสูงที่ทำให้เห็นน้ำทะเลที่ใสหน้ารีสอร์ท และนอกจากห้องพักบนตัวอาคารแล้ว ยังมีวิลลาที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวเป็นหลังๆ



ภาพมุมสูงที่ทำให้เห็นทำเลของรีสอร์ท ด้านหน้าเป็นทะเล ด้านหลังเป็นภูเขา และมีห้องพักบางส่วนกำลังก่อสร้าง (เมื่อ สิงหาคม 2560)



นอกจากห้องเตียงใหญ่แบบ Double แล้ว ยังมีห้องเตียงสองเตียงแบบ Twin



ชอบการออกแบบห้องน้ำของรีสอร์ทนี้มากๆ สวยทุกห้อง



ชอบการเลือกใช้สี การตกแต่งทุกๆอย่าง เป็นรีสอร์ทที่ดูมุมไหนก็สวยไปหมด



ห้องนี้สีหวาน งดงาม



เป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่เก็บรายละเอียดได้ดีมากๆ



ภายในห้องน้ำอีกซักภาพ



ห้องทุกห้องที่อยู่บนตัวอาคารจะเห็นวิวทะเล ห้องนี้เห็นวิวสระว่ายน้ำรูปเปลือกหอยด้วยครับ



ต่อไปผมจะพาไปชมในส่วนของสปา 



สปาที่นี่ใช้ชื่อว่า Chanterelle - Spa by JW เป็นสปาที่ออกแบบได้สวยมากๆ



สมุนไพรที่ใช้ในสปาได้มาจากเห็ดชนิดต่างๆซึ่งมีสรรพคุณที่มีประโยชน์หลายๆอย่าง



ห้องนี้เป็นห้องสปาแบบ Suite สวยมากๆ 



ได้เข้ามาชมการออกแบบก็เพลินแล้วครับ 



มุมนั่งเล่นพักผ่อนในสปา



ผมมีโอกาสได้มานวดน้ำมันที่สปาแห่งนี้ พนักงานนวดได้ดีมากๆครับ 



ทางขึ้นมายังชั้นสองของสปา



ภายในห้องน้ำของห้องสปาแบบ Suite



มีอ่างแช่น้ำขนาดใหญ่อยู่กลางห้อง



ที่นั่งเล่นพักผ่อน แม้แต่เพดานยังมีรายละเอียดการตกแต่ง สวยมากๆ



เป็นรีสอร์ทที่สวยทุกมุม ทั้งการออกแบบ การตกแต่ง การเลือกใช้วัสดุ เลือกสี เลือกเฟอนิเจอร์



ห้องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของสปาครับ



แค่ได้เข้ามาดูการออกแบบ การตกแต่ง ก็ตื่นตาตื่นใจ 



ทางเดินภายในสปาที่สวยงาม



บริเวณต้อนรับในสปาที่ออกแบบให้คล้ายกับเห็ด



ภาพมุมสูงที่ทำให้เห็นบริเวณของรีสอร์ทโดยรอบ 



ที่นี่เป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่ออกแบบได้สวยและตั้งบนทำเลที่ดีมากๆ



ทางเข้าซึ่งมีรูปปั้น Mascot ของมหาวิทยาลัยที่เป็นสุนัขหลังอาน ซึ่งเป็นสัตว์ดั้งเดิมบนเกาะนี้ด้วย



เป็นรีสอร์ทที่ออกแบบได้สุดยอดมากๆ ประทับใจทุกๆอย่างของที่นี่



ปิดท้ายด้วยภาพจากปก ห้องนอนที่หรูหราน่านอนของห้อง Suite ที่ชื่อว่า Turquoise Tower 



เป็นการเดินทางมาเวียดนามครั้งแรกที่ประทับใจมากครับ สำหรับเกาะฟู้โกว๊กถึงแม้ที่นี่จะไม่เจริญ เหมือนบ้านเรา แต่เป็นเกาะที่มีเสน่ห์ ได้เห็นธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์ ได้ชิมอาหารทะเลที่สดอร่อยและราคาไม่สูง สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดของทริปนี้สำหรับผมคงเป็นรีสอร์ทที่เข้าพักที่ JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay ใครที่ชอบพักผ่อนในรีสอร์ทสวยๆ ชอบถ่ายภาพ ชอบเซลฟี่ ไม่ควรพลาดที่นี่ครับ สามารถอยู่ในรีสอร์ททั้งวัน ไม่ต้องออกไปไหน เพราะมีมุมให้ถ่ายภาพเยอะมากๆ ขนาดช่วงที่ผมไปอากาศไม่ดี ยังสนุกกับการถ่ายภาพได้ทั้งวัน ราคาห้องพักที่นี่จะสูงซักหน่อยแต่ก็แลกกับความสะดวกสบาย ดีไซน์และรายละเอียดที่สวยงาม รวมถึงธรรมชาติทะเลและชายหาดหน้ารีสอร์ทที่น่าลงไปเดินเล่นและทำกิจกรรมต่างๆในทะเล ในส่วนอาหารเช้าก็มีให้เลือกเยอะ อาหารบางอย่างคล้ายๆบ้านเรา แต่รสไม่จัดเท่า เป็นอาหารเช้าที่คุณภาพดีมากๆ หรือใครชอบพักผ่อนในสปา สปาที่นี่ก็สวยและพนักงานก็นวดได้ดีมากๆ ภายในรีสอร์ทเหมือนเป็นเมืองเล็กๆ ที่สามารถเดินเล่น ถ่ายรูป บรรยากาศดี การเดินทางไปยังเกาะฟู้โกว๊กก็สะดวก ด้วยเที่ยวบินตรงของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ที่ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ มี 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ 
ลองมาดูสรุปจุดเด่น จุดด้อยของที่นี่กันครับ

จุดเด่น
- เป็นรีสอร์ทในธีมมหาวิทยาลัยที่ออกแบบได้สวยงามและเก็บรายละเอียดได้ดีเยี่ยม 
- เป็นรีสอร์ทติดทะเลที่น้ำทะเลใสน่าเล่นและชายหาดที่มีทรายขาว เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามทั้งจากชายหาดและห้องพัก
- ห้องพักตกแต่งได้สวยงาม เห็นวิวทะเล
- มีสิ่งอำนวยความสะดวกและกิจกรรมหลายๆอย่างเช่น สปา ห้องฟิตเนส ห้องพูล โต๊ะปิงปอง ลู่วิ่ง โยคะบนเซิร์ฟบอร์ดในทะเล
- ในรีสอร์ทเหมือนเป็นเมืองเล็กๆที่ออกแบบได้สวยงาม ที่สามารถเดินเล่น ถ่ายรูป มีมุมให้ถ่ายภาพเยอะมากๆ
- มีสระว่ายน้ำ 3 แห่ง และสระที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่คือสระรูปเปลือกหอยที่สวยงาม
- ห้องอาหารและบาร์ที่บรรยากาศดี อาหารอร่อย
- อาหารเช้ามีให้เลือกเยอะ เป็นอาหารที่คุณภาพดีมากๆ น้ำผลไม้สด 
- พนักงานบริการได้ดีมากๆ มีใจบริการที่ดี
- การเดินทางสะดวกด้วยเที่ยวบินตรงและถ้าพักไม่เกิน 30 วัน ไม่ต้องขอวีซ่า


จุดด้อย
- ช่วงที่ผมไป (สิงหาคม 2560) อีกฟากหนึ่งของบริเวณรีสอร์ทกำลังก่อสร้าง วิวบางมุมจะไม่สวยงาม ถ้าอยู่ภายนอกอาจจะมีเสียงรบกวนช่วงกลางวันบ้างครับ แต่เสียงก็ไม่ได้เข้าไปในห้องพัก อีกไม่นานก็น่าจะเสร็จ 

ประทับใจมากครับกับการเดินทางมายังเกาะและรีสอร์ทแห่งนี้ มีโอกาสคงได้กลับไปอีก รอชมนิตยสารฉบับหน้าที่ผมจะพากลับไปเที่ยวเมืองไทย ไปชมรีสอร์ทบนทะเลสาบที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งที่เหมือนได้กลับไปสู้อ้อมกอดของธรรมชาติ รอชมฉบับหน้านะครับ 

Create Date :28 กันยายน 2560 Last Update :18 ตุลาคม 2560 22:29:16 น. Counter : 9517 Pageviews. Comments :3