bloggang.com mainmenu search


คลิ๊กที่ภาพเพื่อรับชมวีดีโอ



เป็นอีกครั้งที่ผมมีโอกาสได้กลับไปเยือนทะเลสาบเชี่ยวหลาน ที่เขื่อนรัชชประภา ดีใจที่มีโอกาสได้กลับมายังสถานที่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งที่ยังคงความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ ได้ใกล้ชิดผืนน้ำ ได้นั่งมองภูเขาที่อยู่รอบๆ และได้ทักทายสายหมอกตอนเช้าๆ  

ทริปนี้ของผมเริ่มจากสนามบินดอนเมืองเพื่อเดินทางไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเที่ยวบินเที่ยวแรกของแอร์เอเชีย เพื่อให้ถึงรีสอร์ทเร็วที่สุด พอเครื่องถึงสนามบินสุราษฎร์ก็มีรถตู้ของแพ 500 ไร่มารับ เพื่อไปยังสำนักงานในอำเภอบ้านตาขุน ทำการลงทะเบียน รับเอกสารจากนั้นก็เดินทางต่อไปยังเขื่อนรัชชประภา ถ่ายภาพบนสันเขื่อน และเดินทางไปยังท่าเรือที่อยู่ไม่ไกลเพื่อไปยังรีสอร์ท ใครที่ไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ผมแนะนำให้ซื้อแพ๊กเก็ตที่รวมห้องพัก อาหารทุกมื้อ และการเดินทางจากสนามบินเลยครับ สะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง นอกจากธรรมชาติที่สวยงามแล้วความประทับอีกอย่างสำหรับการเดินทางมาที่นี่ของผมคือรีสอร์ทเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางขุนเขาและกลางผืนน้ำแห่งทะเลสาบเชี่ยวหลานที่ชื่อว่า แพ 500 ไร่ ที่นี่เป็นเหมือนโฮมสเตย์ที่มีพนักงานดูแล เอาใจใส่เป็นอย่างดี มีสิ่งอำนวยสะดวกหลายๆอย่าง ถึงแม้ที่นี่จะไม่มีทีวีในห้องพัก ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณอินเทอร์เน็ต แต่ก็ทำให้ได้อยู่กับธรรมชาติ  ได้ใช้เวลากับตัวเองและคนที่รักได้เต็มที่ เหมือนกับการได้หลบความวุ่นวายจากชีวิตในเมืองสู้อ้อมกอดของธรรมชาติ 

ลองมาชมความสวยงามของสถานที่แห่งนี้กับทริปไปยังทะเลสาบเชี่ยวหลานครั้งที่ 3 ของผม ไปชมบรรยากาศที่น่าพักผ่อน สายหมอกสวยๆตอนเช้าๆ การล่องเรือชมชีวิตสัตว์ป่าที่หาดูได้ยาก ในนิตยสาร online ชานไม้ชายเขาฉบับที่ 182 ที่แพ 500 ไร่ กลางทะเลสาบเชี่ยวหลาน เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี





เริ่มจากภาพนี้เลยครับ ที่นี่เป็นรีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติที่สวยสุดๆ 



เป็นรีสอร์ทเดียวในเขื่อนเชี่ยวหลานที่มีสระว่ายน้ำกลางทะเลสาบ 



วิวจากรีสอร์ทสวยมากๆครับ การเดินทางก็สะดวก



การเดินทางของผมเริ่มจากเที่ยวบินไฟล์ทเช้าที่สุดโดยสายการบินแอร์เอเชียจากดอนเมือง จะได้ถึงรีสอร์ทไวๆ


เดี๋ยวนี้มีตู้สำหรับ check in สามารถพิมพ์ป้ายติดสัมภาระ  และcheck in ได้ทั้งขาไปและขากลับ ผมแนะนำให้พิมพ์เอกสารการจองที่มีบาร์โค๊ตด้วยนะครับ จะได้ไม่ต้องพิมพ์รหัสการจอง



พอพิมพ์แล้วก็ไปต่อแถวโหลดกระเป๋าได้เลย



มาถึงแล้วครับ สนามบินสุราษฎร์ธานี ไฟล์ทตรงเวลาเป๊ะ ใช้เวลาบินประมาณชั่วโมงเดียว



สนามบินที่นี่สามารถเดินเข้าอาคารผู้โดยสารได้เลยครับ สะดวก


ผมได้จองแพ็กเก็ตที่รวมการเดินทางจากสนามบิน มีรถตู้มารอรับ สะดวกมากๆ




จากนั้นรถตู้จากพาไปยังสำนักงานของแพ 500 ไร่ ที่อำเภอบ้านตาขุน ทางผ่านไปยังเขื่อนรัชชประภา เพื่อรับเอกสารการเข้าพัก



เดินทางต่อไปยังสันเขื่อนเพื่อชมวิวถ่ายภาพ ก่อนขึ้นเรือ



บรรยากาศที่สันเขื่อนดีมากๆ ลมเย็นๆ วิวสวยๆ



จากนั้นก็เดินทางมายังท่าเรือที่อยู่ไม่ไกล เตรียมลงเรือเพื่อไปยังรีสอร์ท แค่ที่ท่าเรือก็สวยแล้วครับ  จุดนี้จะเป็นจุดที่ยังมีสัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณอินเทอเน็ต นั่งเรือไปอีกหน่อยก็จะไม่มีสัญญาณ 



วิวสวยๆจากท่าเรือ แค่มาถึงท่าเรือก็ตื่นเต้น อีกไม่นานก็จะได้กลับไปชมความงามของทะเลสาบเชี่ยวหลานหรือที่เรียกว่า กุ้ยหลินเมืองไทยอีกครั้ง



เรือที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ครับ เป็นเรือหางยาว ได้บรรยากาศของการมาเที่ยวธรรมชาติ ที่นั่งก็สบายครับ มีพนักพิง ชมวิวเพลินๆ 



โดยเรือแต่ละลำจะมีไกด์ประจำเรือซึ่งจะคอยอธิบาย แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ภาพนี้ตอนแวะเข้าไปชมเขาสามเกลอ



จากนั้นก็มุ่งตรงไปที่รีสอร์ท บรรยากาศของรีสอร์ทที่อยู่กลางทะเลสาบ พอไปถึงได้เวลารับประทานอาหารเที่ยงพอดี 


พอมาถึงรีสอร์ทเจอบรรยากาศดีๆอย่างนี้ หายเหนื่อยจาการเดินทางเลยครับ  



เป็นรีสอร์ทที่มองไปทางไหนก็เห็นภูเขาและผืนน้ำ แถมยังมีสระว่ายน้ำเผื่อใครไม่ชอบเล่นน้ำไนเขื่อน



ห้องพักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ 



น้ำในทะเลสาบใสและนิ่งมากๆ 



เรือโดยสารของรีสอร์ทที่ต่อพิเศษให้มีพนักพิง เพื่อจะได้นั่งสบาย มีหลังคากันแดด อย่าลืมสวมเสื้อชูชีพทุกครั้งเวลาอยู่บนเรือนะครับ



จากนั้นก็เป็นบรรยากาศของการพักผ่อน มีแพยางให้เล่นด้วย



วิวสวยๆจากแพที่พัก ขนาดตอนเย็นๆยังสวยอย่างนี้ รอชมตอนเช้าๆช่วงที่มีหมอก



เป็นรีสอร์ทที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยจริงๆ วิวอย่างนี้ที่ทำให้ใครๆก็ต่างอยากมาพักผ่อนที่ แพ 500 ไร่



วิลลาห้องพักตั้งอยู่เป็นแนวโค้งที่สวยงาม  มีทางเดินด้านหลัง



มีกิจกรรมหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะพายเรือ เล่นน้ำในเขื่อน เล่นน้ำในสระ นอนเล่นชมวิว อ่านหนังสือ



กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการพายเรือคายัก น้ำในทะเลสาบนิ่งมากๆ พายเรือง่าย ไม่ต้องกลัวคลื่น



อยู่ในรีสอร์ทแล้วสงบ สบายมากๆ มีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับมานั่งเล่น ชมวิว



ต่อไปผมจะพาไปชมห้องพักในรีสอร์ทกันครับ 



มาชมห้องนี้กันก่อนเลยครับ ห้อง Honeymoon Suite ที่เป็นส่วนตัวที่สุด สะดวกสบายที่สุด เป็นวิลลาหลังเดี่ยวที่แยกจากหลังอื่นๆ



มีเปลไว้นอนเล่นชิลๆ ชอบมากๆ



มุมนั่งเล่นที่เป็นส่วนตัวในห้องพัก 



ชมวิวสวยๆได้ทั้งวัน บรรยากาศดีมากๆ



มุมมองจากในห้องนอน ห้องนี้เป็นห้องเดียวในรีสอร์ทที่เปิดแอร์ได้ตลอดทั้งวัน ห้องพักแบบอื่นๆจะเปิดแอร์ได้เฉพาะตอนกลางคืน



ช่วงเช้าๆนอนดูหมอกจากห้องพัก บรรยากาศสุดๆ



มาชมภายในห้องกันบ้างครับ 



ห้องนอนที่กว้างสบาย เห็นวิวทะเลสาบและวิวภูเขาที่สวยมากๆ



ห้องนั่งเล่น บรรยากาศดี 



สามารถมานอนเล่น นั่งเล่นได้ทั้งวันเพราะเปิดแอร์ได้ตลอด



นอกจากนี้ยังมีห้องนอนใต้หลังคา 



วิวสวยๆจากห้องนอนใต้หลังคา บริเวณนี้ก็มีแอร์อีกตัวหนึ่ง 



ห้องน้ำในวิลลา สะอาด น่าใช้



มีฝักบัวฝนตกให้ด้วยครับ 



เป็นห้องพักที่สะดวกสบายไม่ต่างจากรีสอร์ทบนฝั่ง



ห้องนอนชั้นล่างที่น่านอน บรรยากาศดี



นอนเล่นชมวิวจากบนเตียงนอนได้เลยครับ



ที่ห้องนอนชั้นล่างยังมีห้องแต่งตัวและห้องน้ำอีกห้องหนึ่ง



ห้องน้ำสำหรับห้องนอนชั้นล่างที่เป็นส่วนตัว  มีโถชักโครกแบบญี่ปุ่นด้วยครับ



และที่สำคัญ มีอ่าง Jacuzzi ส่วนตัว 



แช่น้ำไป ชมวิวไป ฟินมากๆ



มุมที่ผมชอบมากที่สุด คือมุมนี้เลยครับ นอนเล่นที่เปลนี้ บรรยากาศดีสุดๆ



วิลลาแต่ละหลังจะมีเรือคายักให้พายเล่น



บรรยากาศช่วงกลางวัน น่าพักผ่อนมากๆ



มีชั้นลอยที่ต้องขึ้นบันไดวน ไปนอนเล่นพักผ่อน ชมวิว



ห้อง Honeymoon suite มีเพียงหลังเดียว และเป็นห้องชนิดเดียวที่มีอ่าง Jacuzzi 



มุมบนชั้นลอยได้เห็นวิวมุมสูง สวยมากๆ



ที่นั่งเล่นบริเวณระเบียงห้องพัก ชมวิวสวยๆ



เป็นห้องพักที่มีมุมน่าพักผ่อนหลายๆมุม อยู่ห้องนี้แล้วไม่อยากออกไปไหนเลยครับ



วิวสวยๆจากบนเปล ว่างเมื่อไหร่ก็ต้องมานอนเล่นที่นี่



ห้องนี้เป็นส่วนตัวมากๆ ไม่ติดกับวิลลาหลังอื่นๆ 



ราคาห้องพักห้องนี้จะสูง แต่ก็แลกกับความเป็นส่วนตัว ความสะดวกสบาย มุมน่าพักผ่อน และแอร์ที่เย็นตลอดทั้งวัน



เป็นห้องที่น่าอยู่มากๆ



บรรยากาศห้องนอนใต้หลังคาอีกซักภาพ



บรรยากาศสุดโรแมนติก แช่น้ำในอ่าง Jacuzzi ท่ามกลางผืนน้ำและสายหมอกตามยอดเขา  



ภาพมุมสูงของห้อง Honeymoon Suite เนื่องจากห้องนี้เป็นวิลลาแยกออกมาหลังเดี่ยว การเข้ามาที่วิลลาหลังนี้ต้องใช้แพที่เห็นในภาพ และต้องดึงเชือกไปมาครับ สะดวก ไม่ลำบาก 



มาชมบรรยากาศในรีสอร์ทกันต่อ



มุมพักผ่อนชมวิว บริเวณห้องอาหารของรีสอร์ท



ใครมาที่นี่ก็ต้องถ่ายรูปคู่กับ Mascot ของรีสอร์ท 



ใครที่ซื้อ แพ็คเก็ตรวมอาหาร อาหารที่นี่เป็นแบบบุฟเฟต์ อิ่มไม่อั้นทุกมื้อ อร่อยมากๆ



วิวจากห้องอาหาร



แดดร่มหน่อยก็ออกมาพายเรือออกกำลังกาย พร้อมกับชมวิวของทะเลสาบหน้ารีสอร์ท บรรยากาศดีมากๆ



ต่อไปผมจะพาไปชมห้องพักอีกแบบหนึ่งครับ 



เป็นห้องพักที่เรียกว่า Deluxe Suite



เป็นห้องพักที่มีห้องนั่งเล่นแยกออกมา มีสองห้องน้ำ ห้องนอนชั้นล่างและห้องนอนใต้หลังคา ภาพนี้เป็นห้องนอนชั้นล่าง



ภายในห้องนั่งเล่น



มีห้องน้ำข้างห้องนอนชั้นล่าง และห้องน้ำอีกห้องอยู่ด้านหลัง



ห้องน้ำที่สวย สะอาด น่าใช้



ห้องนอนใต้หลังคา มีเครื่องปรับอากาศให้ด้วย ห้องพักแบบนี้จะเปิดแอร์ได้เฉพาะตอนกลางคืน



เหมาะสำหรับมาป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน



มีที่นอนเล่น น่าเล่นหน้าห้องพักชมวิวสวยๆ 



วิวจากภายในห้องนอนช่วงเช้าๆ บรรยากาศดี



อยู่ในห้องเบื่อๆก็สามารถออกมาพายเรือเล่น ที่นี่พายเรือง่ายเพราะไม่มีคลื่น ไม่เหมือนในทะเล



ได้เจอทั้งฟ้าใสๆ ได้เจอทั้งสายหมอกตอนเช้าๆ บรรยากาศดีมากๆ



หมอกยามเช้าหน้ารีสอร์ท



ช่วงเช้าตรู่มีทริปล่องเรือไปชมสัตว์ป่า 



และสามารถเช่าเรือไปชมความสวยงามของทะเลสาบเชี่ยวหลานอีกครั้ง มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 



ตอนนั่งเรือจากท่าเรือมาที่รีสอร์ทก็ได้มาแวะที่นี่ครับ แต่ช่วงนั้นแขกเยอะ ไม่สามารถชมนานๆได้ เลยเช่าเรือมาแบบส่วนตัวอีกครั้ง



ขนาดช่วงที่ไปฟ้าครึ้ม ไม่เจอแดด แต่บรรยากาศก็ดีไปอีกแบบ ชอบมากๆ



ภาพมุมสูงของเขาสามเกลอ



กลับมาพักผ่อนที่รีสอร์ท เพราะเย็นนี้มีแผนล่องเรือไปชมชีวิตสัตว์ป่า



อยู่ในห้องพัก ฟินมากๆ อยากอยู่อีกซักสองสามคืน



ชมวิวหน้าห้องพักได้ไม่มีเบื่อ ช่วงบ่ายก็แอบไปงีบเอาแรงซักพัก เพราะห้องนี้เปิดแอร์ได้ทั้งวัน



ภาพมุมสูงของรีสอร์ท ธรรมชาติรอบๆยังสมบูรณ์



ใครที่ชอบถ่ายภาพ คงสนุก มีมุมให้ถ่ายภาพเยอะมากๆ



เรือคายักสีสันสดใส ใครได้ไปที่นี่ไม่ควรพลาดนะครับ ผมชอบออกไปพายเรือช่วงเช้าๆ อากาศดีสุดๆ



พอตกเย็นก็ได้เวลาออกไปชมชีวิตสัตว์ป่า 



การออกไปชมชีวิตสัตว์อาจจะต้องขึ้นกับช่วงฤดูและดวงพอสมควร เคยออกไปแบบนี้ในทริปก่อนหน้านี้เมื่อปีก่อนก็ไม่เจอสัตว์เลย แต่ทริปนี้เจอกระทิงตั้งแต่เริ่มเลยครับ



ช่วงที่ผมไปเป็นฤดูฝนมีหญ้าขึ้นตามริมน้ำ ทำให้สัตว์มักจะออกมาเล็มหญ้า 



ได้เจอนกเงือกด้วยซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่า ป่าบริเวณนี้ยังอุดมสมบูรณ์ (ขอบคุณภาพถ่ายจากโกสิตนะครับ)



พอกางปีกออกบิน นกเงือกเป็นนกที่สวยงามมากๆ และยังเป็นสัญลักษณ์ของรักเดียวใจเดียว



มีโอกาสได้เจอช้างป่าด้วยครับ ดีใจมากๆ



ฝูงหมูป่าที่ออกมาหาอาหาร (ขอบคุณภาพถ่ายจากโกสิตนะครับ)



กวางน้อยสองตัว เป็นทริปที่ได้เจอสัตว์เยอะมากๆ (ขอบคุณภาพถ่ายจากโกสิตนะครับ)



เหยี่ยวที่หาชมได้ไม่ยากที่ทะเลสาบเชี่ยวหลาน



กระทิงตัวนี้รู้สึกจะได้รับบาดเจ็บ เลยสามารถเข้าไปดูใกล้ๆ



การได้เห็นชีวิตสัตว์ตามธรรมชาติ ต่างจากการไปชมในสวนสัตว์มากๆครับ เป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งของการมาเที่ยวที่นี่ (ขอบคุณภาพถ่ายจากโกสิตนะครับ)



จากนั้นก็ได้เวลาเดินทางกลับไปที่รีสอร์ทเพื่อรับประทานอาหารเย็น



บรรยากาศที่พักช่วงใกล้ค่ำ สวยมากๆ



ไม่ว่าเวลาไหนๆ ก็ได้บรรยากาศ เสียดายช่วงที่ผมไป ฟ้าไม่เปิดตอนกลางคืน ไม่อย่างนั้นคงได้เห็นดาวเต็มฟ้า    



มาชมห้องพักแบบครอบครัวของแพ 500 ไร่กันต่อครับ 



ห้องพักแบบ Family เหมือนเป็นห้องพักสองห้องที่มีประตูเชื่อมต่อกัน มีระเบียงกว้าง



ห้องนอนชั้นล่างอีกห้องหนึ่ง 



มีห้องน้ำสองห้อง ฝั่งละห้องครับ



วิวสวยๆหน้าห้องพัก



ห้อง deluxe และห้อง family ของที่นี่จะไม่มีห้องนั่งเล่น เข้ามาก็เป็นห้องนอนเลย



มีห้องนอนชั้นบนใต้หลังคา ทำให้ห้องแบบ family สามารถเข้าพัก 8 คน



วิวสวยๆจากห้องนอนใต้หลังคา



สามาถชมวิวสวยๆจากบนเตียงนอนได้เลย



ใครที่มาพักที่นี่ ผมแนะนำให้ลองตื่นเช้าๆครับ บรรยากาศดีมากๆ



ชมสายหมอกตอนเช้าๆ ในบรรยากาศที่เงียบสงบ



ที่นั่งเล่นริมระเบียง เวลาลงไปเล่นน้ำหรือออกไปพายเรือ อย่าลืมใส่เสื้อชูชีพด้วยนะครับ เพื่อความปลอดภัย



ภาพมุมสูงที่ทำให้เห็นบรรยากาศโดยรอบของแพ 500 ไร่



ภาพ Topview ของห้องพัก ห้องอาหารและสระว่ายน้ำที่อยู่กลางทะเลสาบ


สระว่ายน้ำท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม



หมอกสวยๆยามเช้า  



ที่นี่ยังคำนึงถึงการกำจัดของเสียที่ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม 



บรรยากาศสุดฟินในรีสอร์ท อยากกลับไปพักผ่อนที่นี่อีก



นึกถึงบรรยากาศยามเช้าที่อากาศเย็นสบาย กับหมอกตามยอดเขา



ใครที่ชอบธรรมชาติ อยากพักผ่อนเงียบๆ ไม่ต้องใช้มือถือ ตัดขาดจากโลกภายนอกซักพัก ต้องมาลองที่นี่เลยครับ



สามารถมาเที่ยวที่นี่ได้ทุกฤดู เป็นอีกรีสอร์ทที่ผมอยากแนะนำ



จากนั้นก็ได้เวลาเดินทางกลับ 



เป็นทริปที่ได้เดินทางมาจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ประทับใจอีกครั้งหนึ่ง



เที่ยวบินของแอร์เอเชียลำนี้พากลับมายังดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ ตรงเวลา สามาถเลือกไฟล์ทได้หลายเวลาเลยครับ 



การได้ออกเดินทางไปยังสถานที่ที่เราประทับใจ ถึงจะกลับมาแล้ว แต่ภาพความประทับใจติดตาอยู่เสมอ (ขอบคุณภาพถ่ายจากโกสิตนะครับ)



ได้คิดถึงบรรยากาศช่วงเวลานั้นครั้งใด ก็มีความสุข (ขอบคุณภาพถ่ายจากโกสิตนะครับ)



มันคือเสน่ห์อย่างหนึ่งของการเดินทาง ปิดท้ายด้วยภาพนี้ครับ ภาพมุมสูงของแพ 500 ไร่


ทริปนี้เป็นทริปที่ประทับใจมากที่สุดอีกครั้งหนึ่งสำหรับการเดินทางของผม ได้พักผ่อนในรีสอร์ทที่สะดวกสบาย ได้ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ ได้ไปล่องเรือชมชีวิตสัตว์ป่าตามธรรมชาติที่หาดูได้ยาก ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้ทักทายสายหมอกตอนเช้า ได้พายเรือชมความงามของทะเลสาบเหนือเขื่อน ได้ทานอาหารอร่อยๆแบบไม่อั้น คงมีรีสอร์ทไม่กี่แห่งที่สามารถทำได้อย่างนี้ การเดินทางอาจจะใช้เวลานานและหลายต่อครับ แต่สิ่งที่ได้รับคุ้มค่ามากๆ ทำให้ยิ่งหลงรักเมืองไทยของเรา นอกจากนี้ทางรีสอร์ทยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวถ้ำ ไปจุดชมวิว ไปเที่ยวน้ำตก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม  แต่ถ้าใครไม่ชอบลุย แค่ได้อยู่ที่รีสอร์ทชมวิวสวยๆ ก็มีความสุขกับธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้า ภายในรีสอร์ทไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณอินเทอร์เน็ต ควรติดต่องานสำคัญตั้งแต่บริเวณท่าเรือครับ ลองมาดูสรุปจุดเด่นและจุดด้อยของที่นี่ในมุมมองของผม

จุดเด่น
- ห้องพักอยู่ท่ามกลางผืนน้ำแ ภูเขาและธรรมชาติที่สวยงาม เงียบสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ
- ช่วงเช้าๆมักจะเห็นหมอกตามยอดเขา สวยมากๆ บรรยากาศดี
- การเดินทางมายังรีสอร์ท ผ่านธรรมชาติที่สวยงามของทะเลสาบเชี่ยวหลาน
- มีห้อง Honeymoon Suite ที่กว้างสบาย มีอ่าง jacuzzi วิวทะเลสาบ และสามารถเปิดแอร์ได้ตลอดทั้งวัน
- เป็นรีสอร์ทเดียวในทะเลสาบเชี่ยวหลานที่มีสระว่ายน้ำส่วนกลาง เผื่อใครไม่ชอบลงเล่นน้ำในเขื่อน
- มีกิจกรรมหลายอย่างให้เลือกทำเช่นล่องเรือชมความงามของเขื่อน ชมชีวิตสัตว์ป่า เที่ยวถ้ำ เที่ยวน้ำตก ไปจุดชมวิว บางกิจกรรมออกจะลุยนิดๆครับ เหมาะกับคนที่ร่างกายแข็งแรง
- พนักงานมีใจบริการที่ดี ให้การบริการและดูแลช่วยเหลือเป็นอย่างดี 
- ภายในรีสอร์ทมีการบำบัดของเสีย และรักษาสิ่งแวดล้อม 

จุดด้อย
- ห้องพักของที่นี่จะเปิดเครื่องปรับอากาศได้เฉพาะช่วงกลางคืน กลางวันอาจจะร้อน (ยกเว้นห้อง Honeymoon Suite ที่เปิดแอร์ได้ 24 ชม) 
- ห้องพักบนแพจะอยู่ใกล้ๆกันทำให้ไม่ส่วนตัวมากนัก

ใครที่ชอบธรรมชาติในที่พักที่สะดวกสบาย แนะนำเลยครับที่นี่ เป็นอีกทริปหนึ่งที่ประทับใจมากๆขอบคุณพนักงานของรีสอร์ททุกๆคนที่ให้บริการเป็นอย่างดี มีโอกาสคงได้กลับไปอีก ไว้ติดตามชมนิตยสารฉบับต่อไปนะครับ
Create Date :22 ตุลาคม 2560 Last Update :22 ตุลาคม 2560 16:32:48 น. Counter : 16278 Pageviews. Comments :6