เป็นมะเร็ง...ต้องทำยังไง ?







คำถามสุดฮิต...ตกลงเป็นมะเร็งรึเปล่า ?
คำถามท็อปไฟว์....ทำไมถึงเป็น ?


โรคมะเร็งคืออะไร

ร่างกายเราประกอบไปด้วยอวัยวะต่างๆ อวัยวะจะประกอบด้วยเซลล์
กลุ่มของเซลล์ที่มีรูปร่างและทำหน้าที่เหมือนกันรวมตัวกันจะเป็นอวัยวะ
หลายอวัยวะมาทำงานร่วมกันเป็นระบบ หลายๆระบบทำงานร่วมกัน
เป็นร่างกายของคนเรา เซลล์ต่างๆจะมีอายุเมื่อตายก็จะมีเซลล์ใหม่
เจริญทดแทนเซลล์เก่า เซลล์ที่สร้างใหม่ไม่หยุดเราเรียกเนื้องอก
ซึ่งแบ่งเป็น เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงหรือทางการแพทย์เรียก Benign tumor
ส่วนเนื้องอกที่แพร่กระจายไปอวัยวะอื่นๆเรียก....มะเร็ง
เมื่อเป็น มะเร็ง เราเลือกรักษาได้หลายวิธี คือ
ผ่าตัด เคมีบำบัด ฉายแสง สร้างภูมิต้านทาน(ธรรมชาติบำบัด)




การรักษามะเร็งในแง่ของธรรมชาติบำบัดมีหลักการดังนี้ คือ

1. ทำอย่างไรให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลง ซึ่งหากต้องการผ่าตัดเคมีบำบัด หรือการฉายรังสีก็ได้
หรือจะอาศัยการควบคุมอาหารเพื่อให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลงก็ย่อมกระทำได้
การควบคุมปริมาณโปรตีนให้เพียงพอแก่ความจำเป็นพื้นฐานของร่างกาย โดยให้กินวันละ
เพียง 28 - 33 กรัมต่อวัน และไขมันให้กินวันละเพียง 3 กรัม จะเพียงพอ ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่ดี
สามารถสร้างเอนไซด์ ฮอร์โมนและมีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ตามปกติ แต่ปริมาณโปรตีน
และไขมันเพียงเท่านี้จะไม่พอสำหรับทำให้ก้อนมะเร็งโตขึ้น มะเร็งที่ไม่โตขึ้นก็จะไม่สามารถ
ทำอันตรายเซลล์ร่างกายได้ โดยมีการจำกัดอาหารกลุ่มนี้เพียงระยะสั้น รอให้ร่างกายฟื้นสภาพ
ของภูมิต้านทานคืนมา

2.เพิ่มภูมิต้านทาน เพื่อทำให้เม็ดเลือดขาวมีประสิทธิภาพดีขึ้น โดยการใช้ผักสดและผลไม้สดปริมาณมาก
ส่วนหนึ่งกินแบบสด ๆ เป็นจาน ๆและอีกส่วนหนึ่งอาศัยการคั้นเอาแต่น้ำมาดื่มเพื่อทิ้งกาก
ซึ่งเป็นวิธีทำให้ร่างกายได้สารอาหาร นอกจากจะอาศัยผักสดและผลไม้สดปริมาณมากแล้ว
การเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายยังสามารถทำได้โดย

2.1 ใช้ความร้อนเพื่อกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวโดยการอาบแดด อบสมุนไพรซาวน่า
2.2 ออกกำลังแบบแอคโรบิคทุกวัน สม่ำเสมอ โดยใช้ความแรงที่ 60% ของความสามารถสูงสุดของหัวใจ
เป็นเวลานาน 20 - 30 นาที เช่น การเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิค แล้วแต่ความสามารถของผู้ป่วย
2.3 จิตใจ โดยการทำสมาธิแบบอานาปานสติ ฝึกโยคะ ชี่กง ฤาษีดัดตนซึ่งเป็นการออกกำลังกาย
แบบตะวันออกที่มีการเคลื่อนไหวประสานกับลมหายใจอาศัยลมหายใจเข้าออกทำให้ใจสงบลง
2.4 การสงบด้วยกาแฟ โดยอาศัยคาแฟอีในกาแฟไปกระตุ้นเซลล์ตับให้ขับสารพิษจากก้อนมะเร็งก็ดี
สารพิษที่เกิดจากเนื้อเยื่อถูกทำลายจากเคมีบำบัดหรือการฉายแสดงก็ดี ออกจากร่างกายโดยการนี้
สภาพร่างกายจะสะอาดขึ้น และสามารถฟื้นภูมิต้านทานได้ในที่สุด(หมายถึงการทำดีท็อกซ์)
2.5 การใช้วิตามินและอาหารเสริมกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว เช่นเบต้าแคโรทีนจากธรรมชาติ
วันละ 180 มก. เพื่อทำให้มีระดับเบต้แคโรทีนในเลือดสูง 30 มก./ดล วิตามินซีจากธรรมชาติวันละ 10 กรัม
วิตามินอี 400 หน่วยสากล เซเลเนียม 100 ไมโครกรัม
2.6 การใช้สมุนไพรในการกระตุ้นภูมิต้านทาน เช่น เห็ดหลินจือ หญ้าปักกิ่งหรือสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ดังกล่าว
ทั้งหมดนี้ต้องถือปฏิบัติไปพร้อม ๆ กัน จึงจะสามารถฟื้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้กลับมามีประสิทธิภาพดังเดิม

3. ป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็ง ส่วนหนึ่งโดยการใช้ผักสด และผลไม้สดปริมาณมาก
เพื่อรับเอาวิตามินซีสูง ๆ เข้าไปป้องกันการหลุดลอกตัวของเซลล์มะเร็งออกจากก้อน
เนื่องจากเอนไซม์ไฮยาลูโรดิเมล์จากก้อนมะเร็ง ที่ทำหน้าที่สลายเซลมะเร็งให้หลุดออกจากกัน
จะไม่ทำงานหากมีวิตามินซีปริมาณสูง การกินวิตามินซีปริมาณสูงเท่ากับเป็นการสกัดกั้น
การแพร่กระจายของก้อนมะเร็ง นอกจากนี้กระบวนการเพิ่มภูมิต้านทานเพื่อทำให้เม็ดเลือดขาว
มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็เป็นการป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งไปในตัว
หลักการทั้งสามประการนี้ กระบวนการเพิ่มภูมิต้านทานแก่ร่างกายเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดในการรักษา
เนื่องจากการป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งมีโอกาสโตขึ้นมากอีก หากผ่าตัดฉายรังสี
หรือรักษาด้วยเคมีบำบัดไปแล้วก็สมควรฟื้นภูมิต้านทานให้เม็ดเลือดขาวมาควบคุมเซลล์มะเร็งด้วยตัวของมันเอง
จึงจะได้ผลในการรักษาดีกว่า และเนื่องจากอาหารและวิถีชีวิตเป็นตัวกำหนดภูมิต้านทาน
การรักษามะเร็งจะได้ผลสมควรต้องมีการเปลี่ยนอาหาร การปรับชีวิตความเป็นอยู่เป็นสำคัญ

ข้อมูลจาก singburi.doae.







จะเห็นได้ว่าการรักษาด้วยธรรมชาติบำบัดโดยการรับประทานผักผลไม้
เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานนั้น ต้องรับประทานอย่างจริงจัง และต้องทานเป็น
จำนวนมากจริงๆในแต่ละวันจึงจะเกิดผล

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ป้าวีต้องไปพบสูตินรีแพทย์
ซึ่งแพทย์ที่รักษาต่อเนื่องกันอยู่คือ นพ.จอน ยังพิชิต
เมื่อคุณหมอทราบว่าป้าวีเพิ่งได้รับการผ่าตัดมะเร็งที่ปอด
คุณหมอได้กรุณาปริ้นท์ รายละเอียดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมตัวหนึ่งส่งให้
บอกว่า พื่ภรรยาของคุณหมอใช้ยาตัวนี้แล้วดีมากให้ลองไปศึกษาดู

ผ่านไปเป็นสัปดาห์ ป้าวีจึงมีอารมณ์พอที่จะ search ค้นอ่าน
พบว่า Lentin Plus 1000 เป็นผลิตภัณฑ์สร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายแบบเร่งด่วน
อย.ให้ตรารับรอง แต่โทร.สอบถามราคาที่บริษัทเอเย่นต์ค่อนข้างแพง
ราคาอยู่ที่ 18,500 บาท แต่ในเน็ตมีคนลงขาย 14,000 บาท
ใครที่มีญาติป่วยอยู่ ไม่เฉพาะมะเร็ง ลองศึกษาอ่านดู
หากศรัทธาก็ลองหามาให้ทานเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
หารเฉลี่ยวันละ 150 บาท น้ำผลไม้วันละ 10 แก้วแพงกว่า

ตัวป้าวีเอง หลังจากอ่านสรรพคุณของยาเกิดความศรัทธา 60%
แต่หลังจากที่มือบอน search ประวัติคุณหมอจอนดูแล้ว
ความเชื่อมั่นก็พุ่งกระฉูดทันที...แหะๆ..
http://www.miracele-medicine.com/about_us.php

ปล.ภรรยาคุณหมอ ชื่อ คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช...




บทความนี้ไม่ใช่บทความโฆษณา
แต่หวังบุญกุศลในการบอกต่อเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย
ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน


------------------> ขอบคุณแรงลมใต้ปีกทุกท่าน
Fly, fly, fly high against the sky,
so high I almost touch the sky.
Thank you, thank you,
thank God for you, the wind beneath my wings.








Create Date : 11 สิงหาคม 2551
Last Update : 26 มิถุนายน 2554 13:03:40 น. 9 comments
Counter : 1202 Pageviews.

 
.....พรุ่งนี้เป็นวันดี
ลูกลูกคอยให้กำลังใจ
โรคภัยมลายสิ้น.....


โดย: ปลาทูน่าสีชมพู วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:16:02:07 น.  

 
หวัดดีฮับอั๊นตี้วี

เมื่อวาน "วันแม่" แต่หนูไปเรียนพิเศษเกือบทั้งวัน
เพราะหนูกับเพื่อนได้เบี้ยวครูที่สอนพิเศษวันอาทิตย์มา 2 ครั้งแล้ว
แทนที่ครูเขาจะปล่อยเลยตามเลย
ท่านกลับนัดสอนตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงเที่ยง ชดเชยให้ฟรี
ทำไมครูสอนพิเศษถึงจริงจังขนาดนี้
โชคร้ายจริงๆที่มาเจอคุณครูจอมขยัน

อั๊นตี้คับ ผมขออวยพร
ให้สุขสันต์วันแม่ย้อนหลังด้วยนะคับ
ขอให้มีลูกๆ(สาว)น่ารักเยอะๆ และสวยๆนะคับ ฮิฮิ

พวกผมกับเพื่อนๆถามคุณครูว่า วันนี้ไม่ไปหาคุณแม่ของครูหรือ?
คุณครูบอกว่ามีเวลาเหลือตั้งครึ่งวันในช่วงบ่าย สบายมาก
ไม่เห็นจะต้องปล่อยเวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์
คุณครูบอกว่า เวลาของเรามีวันละเท่ากัน
แต่พวกเราใช้ประโยชน์หรือเห็นคุณค่าของเวลาไม่เท่ากัน
คนที่คิดว่าเวลามีค่ามากที่สุด มักจะเป็นคนที่มีเวลาเหลือน้อยกว่าคนอื่น
ฟังแล้วไม่เข้าใจฮับ
จะมีคนแบบไหนที่อยากได้เวลามากกว่าคนอื่นบ้าง?

อั๊นตี้จำได้ไหมว่า ผมได้บอกว่ามีคนไทยได้เหรียญทองโอลิมปิค 1 คนไปแล้ว
เมื่อวานผมดูข่าวในทีวี เห็นเธอร้องไห้ด้วยหละ
จำได้ว่าร้องไห้ตอนเพลงอุ่นๆอะไรนี่แหละ
ป๋าบอกว่ามีนักร้องน้องพลับพัดลมไม่ยอมส่ายหน้ามาร้องด้วย
แต่ผมมองไม่เห็นหรอกครับ สงสัยตัวเขาจะเตี้ยไปหน่อย

ตอนหลังพี่เก๋ ประภาวดี มายื่นให้นักข่าวถาม
เห็นพี่เก๋เขาเช็ดน้ำตาใหญ่เลย แต่ฟังที่เขาบอกทีวีแล้วก็งง
เขาบอกว่าวันนี้ยังไม่ได้โทรฯคุยหาคุณแม่ของเขาเลย
อั๊นตี้ครับ ที่เมืองจีนไม่มีโทรศัพท์สาธารณะหรือคับ
ผมจำได้ว่าตอนที่ไปเที่ยวเมื่อหลายปีก่อน ก็เห็นมีตั้งหลายตู้
แล้วคนที่เขาไปกับพี่เก๋ไม่มีใครมีโทรศัพท์มือถือเลยหรือคับ
ผมรู้ว่าพี่เก๋เขาไม่ได้เป็นคนรวย
ขนาดเรียนยังต้องขอทุนเรียนเลย
พี่เขาคงไม่มีตังค์ซื้อมือถือแพงๆหรอกคับ
อั๊นตี้ใจดี ช่วยส่งมือถือไปให้พี่เก๋เขาโทรหาแม่ทีซิครับ
ผมสงสารพี่เก๋มาก อุตส่าห์ทำชื่อเสียงให้ประเทศ
แต่ชีวิตเหมือน....อ๋อ เหมือนผู้ร้ายข้ามแดน

ได้ยินป๋าพูดคำนี้กับคุณลุงยามตอนบ่ายๆเมื่อวานนี้หมือนกัน
ผมก็ไม่ทราบว่าใคร ใครก็ไม่รู้หนีไปอยู่อังกฤษ แต่จะต้องโดนส่งตัวกลับมา
พี่เก๋ก็คงเหมือนแบบนั้น เหมือนนักโทษเลย
ถ้ากลับมาเมืองไทย คงมีคนคุมตัวไม่ให้เจอพ่อแม่ของพี่เขาแน่ๆเลย
ม่าม้าบอกว่าคนพวกนั้นต้องเอาตัวไปแห่ฉลองแล้วก็หาเงินกันก่อน
ผมก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าจะเอาพี่เขาไปแห่ทำอะไร
ทำไมไม่ปล่อยให้พี่เขาได้กลับไปกอดพ่อแม่
ได้นอนที่บ้านนครสวรรค์ ได้หนุนตักนุ่มๆของแม่ หอมแก้มป่องๆของแม่
ผมว่าชีวิตผม ถึงจะไม่เคยได้เหรียญอะไรที่ยิ่งใหญ่กับเขา
แต่ก็ไม่ต้องเศร้าอย่างพี่เก๋
มีแม่มีพ่ออยู่พร้อมหน้าทุกวัน


โดย: เด็กถูกมดกัด IP: 124.120.3.212 วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:5:57:04 น.  

 
......จะมาแจ้งข่าวป้าวีค่ะ......
ได้เอาสมุดไปให้เจ้าแห้วแล้ว
และได้คุยกับแม่ของแห้วซึ่งทราบข่าวป้าวีจากแห้วก็ตกใจและเป็นห่วงป้าวีมาก
อยากจะไปเยี่ยมป้าวี
พร้อมกับได้ฝากความห่วงใยอย่างยิ่งมากับป้าสุด้วย.....


โดย: ปลาทูน่าสีชมพู วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:11:21:45 น.  

 
...

แม้ไร้เธอเคียงข้าง
ฟากนภากว้างให้ค้นหา
ด้วยร้อยกำลังใจ

...

ฝนตกบ่อยค่ะ
ให้ตกนอกหน้าต่างดีกว่านะคะ

หายเร็วๆนะคะ



โดย: lastmoon วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:12:56:26 น.  

 
ตอนนี้พี่เก๋ของเด็กถูกมดกัดกลายเป็นดาราแล้วล่ะ
ต้องทำตามที่เจ้าของสังกัดบอก
เดี๋ยวคอยดูนะ....อาทิตย์แรกที่กลับมาถึงเมืองไทย
พี่เก๋จะต้องเหนื่อยมากและเซ็งมากกว่านี้
แต่ก็ต้องอดทนไว้น่ะแหละ...คนเขาเอาเงินมาให้
เค้าก็อยากใช้ประโยชน์จากพี่เก๋ด้วย
รอให้คนซา...ก็คงได้มีเวลาทำอะไรๆได้ดังฝัน



โอ...ป้าวีดีขึ้นเยอะแล้วค่ะป้าสุ
นี่เพิ่งกลับจากไปหาหมอผ่าตัดที่ รพ.กรุงเทพ
หมอบอกว่าแผลติดแล้ว...อีกอาทิตย์หนึ่งก็ขับรถได้แล้ว(ป้าวีพูดเอง..)
พรุ่งนี้จะเริ่มเดินออกกำลังแล้วค่ะ
ฝากขอบคุณแห้วกับแม่แห้วด้วยนะคะ
สารทจีนปีนี้...ป้าวีเลยไม่ได้ไปสั่งเป็ดเลย..



สวัสดีค่ะคุณlastmoon
หลังจากจุดเทียนถวายพระพรแล้วเมื่อคืนนี้ฝนก็ตกทั้งคืน
เมื่อเช้าป้าวีมองลงไปที่สนาม เห็นหญ้ามีหยดน้ำเกาะ
นึกสนุกเลยลงไปถอดรองเท้าเดินไปเดินมาในสนาม
มีแดดส่องมาถูกตัว...เชื่อมั๊ยคะ....ป้าวีคิดขึ้นมาได้ว่า
ป้าวีไม่ได้ถูกแดดเลยมา 2 เดือนแล้ว
เลยเดินตากแดดซะตัวดำเลย...เกือบหน้ามืด


โดย: AuntieV วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:16:54:30 น.  

 
ขอบคุณมากนะครับ เข้ามาเก็บความรู้เรื่องมะเร็งครับ


โดย: หนาว (inchaieur ) วันที่: 14 สิงหาคม 2551 เวลา:8:32:51 น.  

 
.....ได้ยินป้าวีพูดว่าอีกอาทิตย์นึง จะชับรถได้
ทำให้ป้าสุคิดถึงหัวหน้าคนเก่า
เค้าแกร่งเป็นหญิงเหล็กเลย
เค้าเป็นมะเร็งปอดค่ะ แต่เค้าไม่โชคดีเหมือนป้าวี
เนื่องจากเค้าไม่เคยที่จะยอมตรวจสุขภาพเลย
ทั้งๆ ที่มีหมอมาตรวจให้ถึงที่ทำงาน มีรถมา X-ray ด้วยนะ
เค้าจะเที่ยวบอกกะใครๆ ว่า พี่ไม่ต้องตรวจหรอก พี่แข็งแรง
แต่เวลาคุยกะป้าสุเค้าแอบกระซิบว่า "พี่ไม่อยากตรวจหรอก กลัวเจอว่าเป็นอะไร"
แล้วจู่ๆ ก็เกิดป่วย มาทำงานไม่ไหว เมื่อไปหาหมอ
ผลปรากฏว่าเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย
อยู่โรงพยาบาลได้แค่ 10 กว่าวัน
ก็จากไปก่อนจะเกษียณอายุราชการแค่ 2 เดือน

หมอบอกว่า เป็นประมาณ 2 ปีแล้ว
พี่เค้าเก่งจริงๆ ค่ะ อดทนมาก แทบไม่มีอาการให้เห็นเลย
เท่าที่รู้สึกว่าผิดปกติ ก็คือ พี่เค้าจะบ่นว่า ทำไมพี่ถึงเป็นไข้ทุกเย็น
และไอมากตอนกลางคืน
และที่ผิดสังเกตุ อีกอย่างก็คือ ระยะ 1 ปีก่อนที่พี่เค้าจะเสีย พี่เค้าบ่นว่า
ขึ้นบันไดที่ที่ทำงานไม่ค่อยไหว เหนื่อย (ที่ทำงาน 4 ชั้น ไม่มีลิฟท์ค่ะ)
ห้องทำงานอยู่ชั้น 2 นั่งทำงานอยู่ห้องเดียวกัน
แต่ป้าสุไม่เคยสังเกตุเห็นความผิดปกติของพี่เค้าเลย
ป้าสุยังรู้สึกผิดอยู่ทุกวันนี้ ว่าเอาใจใส่พี่เค้าน้อยเกินไป
ก็ได้แค่ทักว่าพี่เค้าผอมจัง อิจฉาเค้าด้วยซ้ำว่าหุ่นดี เราทำไมอ้วนจัง

บ้านพี่เค้าอยู่ซอยเดียวกับป้าสุ ก็เลยได้อาศัยรถพี่เค้าไป-กลับ ทุกวัน
รู้สึกเป็นบาปไงไม่รู้สิคะ ให้คนป่วยขับรถให้นั่ง ตั้ง 2 ปี

ป้าวีโชคดีมากๆ แล้วค่ะ ที่ได้รู้ก่อนและเอาชนะได้
แต่อย่าเพิ่งรีบร้อนขับรถเลยนะคะ
นั่งเป็นคุณนายไปก่อนดีกว่า.....

แล้วเจอกันนะคะ......ที่สวนรถไฟ

.......ป้าสุ.......


โดย: ปลาทูน่าสีชมพู วันที่: 14 สิงหาคม 2551 เวลา:8:35:04 น.  

 
สวัสดีเช้าวันพฤหัสคะป้าวี สองวันมานี่แม่มดตื่นเช้าคะ
ตื่นเก้าโมงแล้วมานั่งดูทีวีกับแม่ กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวมาทำงาน
ก็สิบเอ็ดโมง..เท่าเดิม...วันนี้แม่ก็กลับไปบ้านเค้าแล้ว

รู้สึกดีที่ได้นั่งดูทีวีกับแม่จังเลยคะ ความจริงก็ แค่นั่งดูทีวีนะคะ
คนอื่นอาจไม่เข้าใจ แต่สำหรับแม่มด เวลาที่อยู่กับแม่มีไม่ค่อยมาก
หรอกคะ เพราะส่วนใหญ่ต่างคนต่างอยู่...ช่วงนี้ป้าวีก็ถือซะว่าพักผ่อน
อยู่บ้าน พักร้อนนะคะ ได้มีเวลาสังเกตุต้นไม้ใบหญ้า ดอกไม้ในสวนมากขึ้น
ทำงานมาตลอดชีวิตพักสักนิดก็ดีเหมือนกันนะคะ...นั่งดูจิต นับลมหายใจเล่น ๆ ไปก่อน
พอชินก็ต่อไปหายแล้วไปทำงานก็เดินตรวจงานพร้อมนับลมหายใจได้ด้วย..ขั้นโปรเลยนะคะ 5555

....พ่อของแม่มดเสียเพราะมะเร็งหลอดอาหาร เร็วมากลูก ๆ ไม่ทันได้ดูแลเลยด้วยซ้ำ
แม่มดกับน้องเลยไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อตอนป่วย...รู้ข่าวอีกทีก็..นั่นแหละคะ รู้สึกแย่มาก
เป็นลูกแท้ ๆ ทำงานเกี่ยวกับคนไข้ ไม่มีปัญญาหาทางรักษาพ่อตัว....หมอเก่ง ๆ ก็รู้จัก
เพียงเพราะพ่อไม่ให้เรารู้ว่าป่วยหนัก เลยดูแลกันไม่ทัน ค้นคว้ากันไม่ทัน

แม่มดกับน้องคิดเสมอว่าเราสองคนมีโอกาสเป็นมะเร็ง ด้วยกรรมพันธุ์ และวิธีการดำรงค์ชีวิต
ของสองพี่น้องที่ไม่ต่างกันเลย นอนกลางวันตื่นทั้งคืน นอนอีกทีเกือบเช้า กินก็กินอาหารที่
ไม่ค่อยมีคุณภาพส่วนใหญ่ไม่ได้ทำเอง ซื้อกิน ..ตามสภาพคนโสดที่สนิทกับอาหารกล่อง
มีแนวโน้มเสี่ยงสูง

หลัง ๆ มาสองพี่น้องเริ่มกลัว เลยพยายามหาน้ำผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนสูง บีทรูทเอย แครอทเอยเห็นเค้าว่าช่วยได้ ไม่มีทางเลือกก็เชื่อเค้ากัน ดื่มนมถั่วเหลืองมากกว่านมสด ทานอาหารมันน้อย ๆ อันนี้คิดเอาเองว่าจะช่วยได้บ้าง ออกกำลังกายบ้าง ส่วน้องชายนี่แทบไม่ได้ออกกำลังกายเลยคะ ติดเกมส์

เห็นทีต้องศึกษาแบบจริง ๆ จัง ๆ ซะที อายุก็เริ่ม (เหลือ)น้อย expiry date ก็ใกล้เข้ามาทุกที อิอิ
รักษาสุขภาพนะคะ แม่มดจะแอบเข้ามาอ่านหาข้อมูลเพื่อต้านโรคนี้ด้วยคน
อนุโมทนาบุญสำหรับวิทยาทานนะคะ ขอให้กุศุลนี้ย้อนกลับไปหาป้าวี ให้หายขาดจากโรคภัยที่เป็นอยู่ทั้งหลาย โรคอื่นใดก็อย่าเข้ามากลายอีกนะคะ


โดย: แม่มด (GreenWitch ) วันที่: 14 สิงหาคม 2551 เวลา:12:00:44 น.  

 
อ่านเรื่องรุ่นพี่ของป้าสุแล้วก็คิดถึงตัวเองเหมือนกันค่ะ
เพราะตอนนี้ ป้าวีขึ้นบันไดบ้านที ก็หอบจมูกบานเหมือนกัน
ต้องหยุดเป่าปาก 8-9 ที ถึงโอเค.

หมู่นี้ทำไมเปิดทีวีช่องไหนก็เจอแต่คำว่า...มะเร็ง
ป้าวีคิดไปเองรึเปล่าก็ไม่ทราบ..ป้าวีก็ไม่ค่อยอยากดู
ใช้หรี่ๆตาดูค่ะ...




อ่านเรื่องของแม่มดแล้ว....น้ำตาซึม
งงมั๊ย...

แต่ป้าวีเข้าใจ เพราะป้าวีก็เป็นแบบแม่มด
เรื่องเขียนเรื่องบรรยายความรู้สึกนี่เป็นวรรคเป็นเวร
แต่ให้พูด ให้แสดงนี่ ทำไม่ได้
ป้าวีกับแม่ก็ไม่เคยบอกรัก ไม่เคยกอดกันเลย
แค่มองตากันแล้วก็พยักหน้า...ก็รู้ความรู้สึกของกันและกัน

เรื่องพันธุกรรม...เป็นเรื่องที่เราจะไม่ใส่ใจไม่ได้เลย
เราต้องดูแลตัวเองให้มากกว่าคนอื่นค่ะ
เราต้องทำร่างกายให้มีภูมิต้านทานอยู่เสมอ
น้ำผลไม้กล่องนี่...ใช้ไม่ได้เลยนะคะ




โดย: AuntieV วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:8:51:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

AuntieV
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Free Hit Counter
online counter
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
11 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add AuntieV's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.