รู้จักมะเร็ง จากผลการวิจัยของโรงพยาบาล JOHNS HOPKINS


.............


มีเพื่อนๆจำนวนหนึ่ง ส่ง FW mail มาให้ป้าวีอย่างสม่ำเสมอ ขอสารภาพว่า ป้าวีอ่านมั่งไม่อ่านมั่ง
เมื่อไม่นานมานี้ ได้รับ mail ฉบับหนึ่ง ป้าวีทราบได้ว่าเหมาะกับป้าวีจริงๆ
เป็นข้อมูลจาก JOHN HOPKINS HOSPITAL ซึ่งเป็นบทสรุปที่รวบรวมไว้ครบถ้วน
ตรงกันกับที่ป้าวีได้ศึกษาอ่านเจอ ขอขอบคุณสำหรับความปรารถนาดีของผู้ส่ง
แลtขออนุญาตเอาลงเพื่อให้ผู่อื่นได้อ่านด้วย...ดังนี้



AFTER YEARS OF TELLING PEOPLE CHEMOTHERAPY IS THE ONLY WAY TO TRY AND ELIMINATE CANCER, JOHNS HOPKINS IS FINALLY STARTING TO TELL YOU THERE IS AN ALTERNATIVE WAY.

หลังจากหลายปีที่พูดกันว่าการทำคีโมเป็นทางเลือกเดียวที่จะ ลอง และใช้ในการกำจัดโรคมะเร็ง ในที่สุดโรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินส์ก็เริ่มแนะนำถึงทางเลือกอื่นๆอีก

Cancer Update from Johns Hopkins
ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์

1. Every person has cancer cells in the body. These cancer cells do not show up in the standard tests until they have multiplied to a few billion. When doctors tell cancer patients that there are no more cancer cells in their bodies after treatment, it just means the tests are unable to detect the cancer cells because they have not reached the detectable size.

ทุกๆคนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลมะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐาน จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้ว มันหมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอ จนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น

2. Cancer cells occur between 6 to more than 10 times in a person's lifetime.

เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง 6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง

3. When the person's immune system is strong the cancer cells will be destroyed and prevented from multiplying and forming tumours.

เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลมะเร้งจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก

4. When a person has cancer it indicates the person has multiple nutritional deficiencies. These could be due to genetic, environmental, food and lifestyle factors.

เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็ง มันกำลังบอกว่าคนๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต

5. To overcome the multiple nutritional deficiencies, changing diet and including supplements will strengthen the immune system.

เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น

6. Chemotherapy involves poisoning the rapidly-growing cancer cells and also destroys rapidly-growing healthy cells in the bone marrow, gastro-intestinal tract etc, and can cause organ damage, like liver, kidneys, heart, lungs etc.

การทำคีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลมะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทำลายเซลที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูก ทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ

7. Radiation while destroying cancer cells also burns, scars and ! damages healthy cells, tissues and organs.
การฉายรังสีแม้ว่าจะเป็นการทำลายเซลมะเร็ง แต่ก็ทำให้เกิดอาการไหม้ เป็นแผลเป็น และทำลายเซลที่ดี เนื้อเยื่อ และอวัยวะ

8.. Initial treatment with chemotherapy and radiation will often reduce tumor size. However prolonged use of chemotherapy and radiation do not result in more tumor destruction.

การบำบัดโดยคีโม และการฉายรังสีมักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆ อย่างไรก็ตามถ้าทำไปนานๆพบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก

9. When the body has too much toxic burden from chemotherapy and radiation the immune system is either compromised or destroyed, hence the person can succumb to various kinds of infections and complications.

เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโมหรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันอาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

10. Chemotherapy and radiation can cause cancer cells to mutate and become resistant and difficult to destroy. Surgery can also cause cancer cells to spread to other sites.

การทำคีโมและการฉายรังสีอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ ดื้อยา และยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย

11. An effective way to battle cancer is to starve the cancer cells by not feeding it with the foods it needs to multiply.

วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็ง คือการไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว

WHAT CANCER CELLS FEED ON:
อะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง

a. Sugar is a cancer-feeder. By cutting off sugar it cuts off one important food supply to the cancer cells . Sugar substitutes like NutraSweet, Equal,Spoonful, etc are made with Aspartame and it is harmful. A better natural substitute would be Manuka honey or molasses but only in very small amounts. Table salt has a chemical added to make it white in colour. Better alternative is Bragg's aminos or sea salt.

น้ำตาลคืออาหารของมะเร็ง การตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลมะเร็ง สารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น ' นิวตร้าสวีต ' ' อีควล ' ' สปูนฟูล ' ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวาน ซึ่งเป็นอันตราย สารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่าคือน้ำผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อย แต่ในปริมาณน้อยๆเท่านั้น เกลือสำเร็จรูปก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้ ' แบรก อมิโน ' หรือเกลือทะเลแทน

b. Milk causes the body to produce mucus, especially in the gastro-intestinal tract. Cancer feeds on mucus. By cutting off milk and substituting with unsweetened soy milk, cancer cells are being starved .

นมเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็งจะไ้ด้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก การใช้นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้เซลมะเร็งไม่ได้รับอาหาร

c. Cancer cells thrive in an acid environment. A meat-based diet is acidic and it is best to eat fish, and a little chicken rather than beef or pork. Meat also contains livestock antibiotics, growth hormones and parasites, which are all harmful, especially to people with cancer.

เซลมะเร็งเติบโตได้ดี ในภาวะแงดล้อมที่เป็นกรด อาหารจำพวกเนื้อจะสร้างสภาวะกรดขึ้น ดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุด รองลงไปคือรับประทานไก่แทนเนื้อและหมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อ ฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์ และเชื้อปรสิตบางประเภทตกค้างอยู่ ซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง

d. A diet made of 80% fresh vegetables and juice, whole grains, seeds, nuts and a little fruits help put the body into an alkaline environment. About 20% can be from cooked food including beans. Fresh vegetable juices provide live enzymes that are easily absorbed and reach down to cellular levels within 15 minutes to nourish and enhance growth of healthy cells. To obtain live enzymes for building healthy cells try and drink fresh vegetable juice (most vegetables including bean sprouts) and eat some raw vegetables 2 or 3 times a day. Enzymes are destroyed at
temperatures of 104 degrees F (40 degrees C).

อาหารที่ประกอบด้วยผักสด 80% และน้ำผลไม้ พืชจำพวกหัว เมล็ด ถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้จำนวนเล็กน้อย จะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง อาหารอีก 20% อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่ว น้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมทราบสู่ระดับเซลภายใน 15 นาที เพื่อบำรุงร่างกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดี เพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลที่ดี ให้พยายามดื่มน้ำผักสด ( ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่วที่มีหน่อหรือต้นอ่อน) และรับประทานผักสดดิบ 2-3 ครั้งต่อวัน เอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ 140 องศา F ( ประมาณ 40 องศา C)

e. Avoid coffee, tea, and chocolate, which have high caffeine. Green tea is a better alternative and has cancer-fighting properties. Water-best to drink purified water, or filtered, to avoid known toxins and heavy metals in tap water. Distilled wate! r is acidic, avoid it.

ให้หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช๊อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง น้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรด ให้หลีกเลี่ยง

12. Meat protein is difficult to digest and requires a lot of digestive enzymes. Undigested meat remaining in the intestines become putrified and leads to more toxic buildup.

โปรตีนจากเนื้อจะย่อยยาก และต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อย เนื้อสัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารจะเกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้น

13. Cancer cell walls have a tough protein covering. By refraining from or eating less meat it frees more enzymes to attack the protein walls of cancer cells and allows the body's killer cells to destroy the cancer cells.

ผนังของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้ การงดหรือการรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็ง และช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น

14. Some supplements build up the immune system (IP6, Flor-essence, Essiac, anti-oxidants, vitamins, minerals, EFAs etc.) to enable the body's own killer cells to destroy cancer cells. Other supplements like vitamin E are known to cause apoptosis, or programmed cell death, the body's normal method of disposing of damaged, unwanted, or unneeded cells.

สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ( สาร IP6 [inositol hexaphosphate หรือ phytic acid], สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์ , วิตามิน , เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น สารอาหารอื่นๆเช่น วิตามินอี เป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตายลงของเซล หรือกำหนดระยะเวลาการตายของเซล ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเซลที่ถูกทำลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป

15. Cancer is a disease of the mind, body, and spirit. A proactive and positive spirit will help the cancer warrior be a survivor.. Anger, unforgiveness and bitterness put the body into a stressful and acidic environment. Learn to have a loving and forgiving spirit. Learn to relax and enjoy life.

มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การป้องกันเชิงรุกและการคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็ง... ความโกรธ การไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจ จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้น ให้เรียนรู้ที่จะมีความรักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัย เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต

16. Cancer cells cannot thrive in an oxygenated environment. Exercising da ily , and deep breathing help to get more oxygen down to the cellular level. Oxygen therapy is another means employed to destroy cancer cells.

เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจำนวนมาก การออกกำลังกายทุกวัน และการหายใจลึกๆจะช่วยให้่ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับเซล การบำบัดด้วยอ๊อกซิเจนถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง

(PLEASE FORWARD IT TO PEOPLE YOU CARE ABOUT)
( กรุณาช่วย Forward ไปยังบุคคลที่คุณรักและห่วงใย)

This is an article that should be sent to anyone important in your life.
นี่คือเรื่องที่คุณควรส่งออกไปให้คนที่มีความสำคัญกับชีวิตคุณได้รับรู้รับทราบ













Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 8 สิงหาคม 2555 11:33:08 น. 28 comments
Counter : 2670 Pageviews.

 


นู๋ดาวมีเพื่อนที่ป่วยด้วยมะเร็งจนต้องตัดหน้าอกออกไปทีละข้าง..แต่เธอก็ทนและสู้มาตลอดหลายปี
แม้ว่าจะลำบากและทรมานแค่ไหน..เธอก็สู้เพื่อลูกสาวตัวเล็กๆน่ะค่ะ...

นู๋ดาวทราบแต่ว่า ปัจจัยหลักที่เป็นเหตุทำให้เป็นโรคนี้คือ 3 อ.
คืออาหาร อากาศ อารมณ์ ...
ทุกอย่างต้องเป็นบวกต่อร่างกายเสมอ...แต่พอหลักปฏิบัติจริงๆ...ทำได้ยากเหลือเกินนะคะ

พอมาอ่านบทความวันนี้เลยให้หวนคิดการใช้ชีวิตของเราจังค่ะ

สุดท้าย..นู๋ดาวก็ขอให้ป้าวีมีสุขภาพแข็งแรงตลอดไปนะคะ..

ด้วยรักจากใจ.....


โดย: นู๋ดาว คนซนค่ะ (satineesh ) วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:52:22 น.  

 
ปัจจุบัน โรคมะเร็งเป็นกันมากเหลือเกินทั้งชายและหญิง

ทำให้รู้สึกว่าโรคนี้อยู่ใกล้เรานิดเดียวเองนะคะ เฮ้อออ

สาธุ ความไม่ดรค เป็นลาภอันประเสริฐสุดจริงๆ

ขอให้ป้าวีมีความสุขมากๆนะคะ


โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:05:29 น.  

 
เมล อันนี้ก็ได้เหมือนกัน ดีแล้วคะที่มีคนเวิร์ดให้เพราะตุ๊กก็นึกถึงว่าป้าวีจะได้มันมั๊ย
เพราะไม่รู้แอดเดรสป้าวี แต่คาดว่าคงน่าจะได้จากเพื่อน ๆ หลาย ๆ คน

ดีคะ ต่อไปนี้ขอให้หมดเคราะห์ หมดโรคนะคะ


โดย: แม่มด (GreenWitch ) วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:35:07 น.  

 
หยุด 3 วันพักผ่อนให้มีความสุขนะครับป้าวี



โดย: ลุงแอ๊ด วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:24:20 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่วี

มะเร็ง กับคนป่วยนี่ รู้จักกันมาตลอดชีวิต บ้านก็เป็นซินแซขายยา ทำงานบริษัทฯ ก็เคยทำบริษัทยา มาทำกิจการตัวเองก็ไม่พ้นยา เหอะ ๆ สงสัยดวงจะสมพงค์ ^_^

รักษาสุขภาพด้วยนะคะพี่วี


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (Beee_bu ) วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:50:15 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ลุงแอ๊ด วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:59:04 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่วี

สุขสันต์วันสีชมพู

Happy Valentine's Day ค่ะ


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (Beee_bu ) วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:49:17 น.  

 
Photobucket


ขอบคุณค่ะป้าวี มีคนใกล้ตัวป่วยด้วยโรคนี้เหมือนกันค่ะ ข้อมูลวันนี้มีประโยชน์มากจริงๆ ค่ะ

ขอให้ป้าวีมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขสดชื่นมากๆ ค่ะ


โดย: เนระพูสี วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:18:22:41 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ค่ะป้าวีขา....


โดย: satineesh วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:7:25:05 น.  

 
อั๊นตี้วีคับ
ผมไม่เคยได้รับเมล์แบบนี้เลยครับ
คงเป็นเพราะผมยังมีสุขภาพดีหรือไม่ก็พวกเพื่อนๆของผมเค้าไม่ชอบเรื่องโรคภัยไข้เจ็บกัน
ผมว่า เรื่องมะเร็ง เป็นเรื่องที่คนที่ไม่ได้อยู่ให้เหตุการณ์หรือคนที่ไม่ได้เป็นเสียเองคงจะไม่สนใจมากนัก
ถ้าทุกคนหัดอ่านและเก็บข้อมูลสำคัญๆเอาไว้บ้าง อย่างน้อยก็ช่วยให้รู้ว่ามะเร็งมีที่มาอย่างไร
อาจจะเอาไว้ป้องกันตัวเองเมื่ออยู่ในวัยที่อาจจะได้รับแจ็คพอทอันนี้
หรืออาจจะเอามาปรับกับเรื่องอาหารการกินของตัวเองและคนในครอบครัว
แต่...แหะ...แหะ....ผมเองยังอ่านเมล์นี้แค่สามสี่บรรทัดเองคับ อ่านแล้วน่าเบื่อคับ
เหมือนให้อ่านวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งผมได้ไม่เคยเกินเกรด 2 มาตั้งแต่เกิด หนะคับ
ผมเองไม่ค่อยมีญาติที่เป็นหรือเสียชีวิตเพราะมะเร็ง
ดังนั้นทั้งผม ป่าป๊า และม่าม้า ต่างก็ทานอาหารกันอย่างสนุกปากสนุกท้องกันอยู่
ถ้าจะให้ผมหันมาทานผักแทนข้าวมันไก่ หรือข้าวขาหมู ผมขออดอาหารให้ตัวเหลือแต่กระดูกเสียดีกว่า

วันนี้ผมไปสอบโอเน็ทมา ข้อสอบไม่ค่อยยาก แต่ผมไม่ยอมอ่านหนังสือให้หมด
เลยทำไม่ค่อยได้ อั๊นตี้คิดดูซิคับ จะให้ผมเอาหนังสือตั้งแต่ ป4 ป6 และม1-ม6 มาอ่านให้หมด
ไม่ทราบว่าพวกผู้ใหญ่คิดกันได้ยังไง แค่สอบแต่ละเทอม เขาออกแค่ 3 บท ผมยังทำได้ไม่ถึงครึ่งเลย
แถมอ่านได้แค่รอบเดียวด้วยซ้ำ ซึ่งก็คือการอ่านก่อนสอบเพียง 1 วัน
ป่าป๊าชมว่าผมเก่งมาก คนอื่นเขาเรียน 45 วัน ผมเรียนแค่ 1 คืนก็ไปสอบได้ แต่ได้กี่คะแนนก็อีกเรื่อง ฮะฮะ
ที่ห้องเรียนผมเป็นห้องแอร์ แต่ห้องสอบวันนี้เป็นของโรงเรียนรัฐบาล ไม่มีแอร์
แถมผมสอบชั้น 4 อากาศร้อนมาก กว่าจะลากไขมันของผมขึ้นไปบนชั้นบนสุดของตึก
เหงื่อออกไปสามกะละมังเลยคับ ร้านอาหารของโรงเรียนนี้ราคาไม่แพงก็จริง
แต่เขาไม่เอาใจผมเหมือนที่โรงเรียน เพราะที่โรงเรียนผมสามารถสั่งไม่เอากระเทียม ไม่เอาผัก ได้ตามนั้น
แถมหน้าตาก็ไม่ค่อยยิ้มแย้มเหมือนคนขายของที่โรงเรียนผมเลย
ที่แย่ก็คือพวกโรงเรียนรัฐบาลจะมีโรงอาหารเล็กมาก
วันนี้มีโรงเรียนในกลุ่มเครื่อข่ายไปสอบกันตั้ง 6 โรงเรียน ยังกับไปดูคอนเสิร์ทRain เลยคับ
พรุ่งนี้ต้องไปสอบอีกวัน เหลืออีก 3 วิชา บอกตามตรงไม่ได้อ่านอีกวิชา เพราะไม่ชอบ
อั๊นตี้วีอย่าเอาไปบอกม่าม้านะคับ
ผมว่าผมไม่เอาหรอกคะแนนโอเน็ทหรือเอเน็ทที่จะต้องสอบอาทิตย์หน้า
มหาวิทยาลัยเอกชนเปิดรับตั้งหลายแห่ง ทำไมคนเราต้องแก่งแย่งชิงดีกันด้วย
เรียนอะไร หรือเรียนที่ไหน ก็ทำงานได้ไม่ใช่หรือคับ
น้าของผมเขาเรียนจบนิเทศศาสตร์เขายังมาขายประกันชีวิตเลย
ส่วนสามีของน้าก็เรียนจบโทมาจากเมืองนอกก็ยังมาเปิดร้านขายเสื้อผ้า
ผมว่าทางที่ดี ไม่น่าจะต้องเรียนให้เสียเวลาน่าจะดี
เพราะผมเชื่อว่าต้องมีคนที่เรียนจบแล้วตกงานเพิ่มขึ้นมากขึ้นทุกๆปี
ผมไม่อยากให้ใครมาว่าผมว่า เรียนมหาลัยแทบตาย หางานทำไม่ได้
ผมว่าผมยอมทนๆอีกแค่สัปดาห์เดียวก็ได้อยู่บ้านเล่นคอมฯไปเป็นปีๆแล้วหละคับ
นี่ม่าม้าก็เอาผมไปสอบพวกมหาลัยที่รับแบบหลักสูตรอินเตอร์
ผมก็ขี้เกียจบอกว่าภาษาอังกฤษของผมหนะ ขนาดดูหนังฝรั่งผมยังต้องดูพูดไทยเลย
ตอนนี้ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะบอกม่าม้ายังไงเพื่อให้ได้คอมฯเครื่องใหม่
เอาแบบเล่นเกมออนไลน์ไม่ติดๆหยุดๆ จอ LCD 19 นิ้ว อยากได้มานานแล้ว ขอแค่นี้ก็พอ
ป่าป้าเคยบอกว่าอั๊นตี้วีไหว้เจ้าจนปวดไหล่-ปวดแขน ตอนนี้หายหรือยังคับ
คนบ้านอั๊นตี้นี่ขยันไปหาหมอจังเลย
สงสัยบ้านนี้จะได้มีคนเรียนหมอในอนาคตแน่ๆ ฮะฮะ


โดย: เด็กถูกมดกัด IP: 124.120.14.245 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:34:23 น.  

 
การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ นะคะ
แต่ส่วนใหญ่คนมักจะอ้างว่าไม่มีเวลา



โดย: อันติกา วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:53:23 น.  

 
ครบ 3 เดือนแล้ว
อั๊นตี้วี เตรียมตัวไปหาหมอหรือยัง
ขอเป็นกำลังให้นะครับ

วันที่ไม่อยากไป
ไยไพต้องให้หมอดูใจ
ข้างในยังสดใส


โดย: เด็กถูกมดกัด IP: 124.120.6.93 วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:8:46:47 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่วี แวะมาทักทายค่ะ


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (Beee_bu ) วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:13:39:25 น.  

 
แวะมาเรื่อยๆเหมือนเคยครับ..



โดย: granun IP: 115.67.9.197 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:5:15:28 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่วี แวะมาทักทายค่ะ ^_^


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (Beee_bu ) วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:14:59:08 น.  

 
เหมือนมองกล้วยไม้ป่าสวยงามท่ามกลางสายหมอก
เห็นก้านดอกโดยลมแรงกระโชกโยกไปโยกมา
บางวันท้องฟ้าก็มีพายุพัดโหมกระหน่ำ สงสารจับใจเลยป้าจ๋า
ทรุดกายนั่งสวดมนต์ภาวนา ขอป่าและป้าผ่านวันที่โหดร้ายไปให้ได้

กลีบดอกที่ร่วงลงพื้นแต่ละกลีบ มองแล้วต้องกลั้นน้ำตาให้หยุดริน
ไม่อยากได้ยิน ไม่อยากรับรู้ ไม่อยากให้มันมากันอีก ไม่อยากให้มีวันใหม่
กลัวไปหมด กลัวกล้วยไม้จะไร้ดอก กลัวจะเฉาทั้งรากทั้งใบ
ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร ไม่รู้ว่าต้องไปอยู่ตรงไหน ไม่รู้จะไปพึ่งใคร หมดปัญญา

เคยคิดว่าเพราะผมอยู่ตรงนี้ เหล่าเทวดาเก่าๆท่านถึงทิ้งต้นไม้ต้นนี้ไป
ถ้าไม่มีฝุ่นไม่ผงไม่มีผม พวกเขาคงจะรีเทิร์นเข้ามา
อยากให้ท่านเหล่านั้นมาเยี่ยมเยียนห่วงใยป้ากันอีก ขอความเมตตา
นะป้าจ๋า อยากให้ป่ามีดอกไม้ และให้ป้าได้ทานบลูเบอรี่พายอีกถาด





โดย: zoomzero วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:12:11:14 น.  

 
สวัสดีวันศุกร์ค่ะพี่วี แวะมาทักทายค่ะ

นู๋สับสนชีวิตมากค่ะ เพราะพี่วีมี 2 บ้าน ก้อเลยม่ายรุ๊จะเม้นท์บ้านไหนดี เม้นมัน 2 บ้านเลยนะก๊ะ งิงิ


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (Beee_bu ) วันที่: 3 เมษายน 2552 เวลา:14:29:50 น.  

 
สวัสดีค่ะป้าวี

เหมี่ยวมาเยี่ยมค่ะ

ป้าวีสบายดีนะคะ


มีของมาฝากป้าวีด้วยจ้ะ

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=violette&month=04-04-2009&group=17&gblog=19
~* ทำความสะอาด เตรียมปาร์ตี้ด้วยของในบ้านที่ดีเกินคาด *~

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=violette&month=01-04-2009&group=17&gblog=17
ของในบ้าน.. มีประโยชน์มากกว่าที่เคยเป็น

THINKING OF YOU Pictures, Images and Photos


โดย: fleuri วันที่: 4 เมษายน 2552 เวลา:23:03:31 น.  

 
สุขสดชื่นรื่นรมย์ใจ
ในเทศการณ์สงกรานต์นะครับป้าวี



โดย: ลุงแอ๊ด วันที่: 10 เมษายน 2552 เวลา:21:47:12 น.  

 
เฮ้อ...อยากเขียนเยอะๆๆๆแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนเอาเป็นว่า
เพลงเพราะจังค่ะ


โดย: ป้าซ่าส์ วันที่: 15 เมษายน 2552 เวลา:18:21:50 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่วี

ถึงไม่สบายกาย แต่ขอให้สบายใจ นะคะ

สุขสันต์เทศกาลสงกรานต์ค่ะ ^_^


โดย: นู๋ Beee เองค่ะ (Beee_bu ) วันที่: 16 เมษายน 2552 เวลา:22:45:23 น.  

 
ร้อยวันพันปีจะมีไข้หวัดของคน ที่รุนแรงมาเยือนเมืองไทยเสียที
มาก็จังหวะดีเลยนะครับ
มาตอนที่อั๊นตี้วีป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับปอดเลยเน๊อะ
อย่างไรก็ขอให้ระวังไว้ให้ดีนะครับ
แต่เขาว่าถ้าลูกป่วย
แม่ก็ไม่กล้าทิ้งลูกไว้กับคนอื่น ต้องดูแลด้วยตัวเอง ใช่หรือเปล่า?
หาหน้ากากอนามัยมาไว้ก็ดีนะครับ
เออ....ดีจัง ที่ไม่ได้เกิดมาเป็นปู้หยิง
ขอให้คนในครอบครัวป้าวี มีแต่ความแข็งแรงนะครับ


โดย: เด็กถูำกมดกัด IP: 124.120.2.209 วันที่: 13 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:39:48 น.  

 
ขอโทษค่ะเอิงเพิ่งเข้าบล็อคตัวเองเพิ่งเจอเม้นป้าวีค่ะป้าวีรักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: Madam_Hatyai วันที่: 20 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:15:15 น.  

 
ป้าวีจ๋า อาการเป็นยังไงบ้างคะ ดีขึ้นบ้างหรือยังคะ ป้าวีรักษาสุขภาพนะคะ คนดีๆอย่างป้าวี พระคุ้มครองค่ะ รักป้าวีนะคะ


โดย: Madam_Hatyai วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:02:11 น.  

 
ป้าจ๋า อาการเป็นอย่างไรบ้างคะ ป้ารักษาสุขภาพนะคะ...


โดย: Madam_Hatyai วันที่: 14 สิงหาคม 2552 เวลา:10:56:58 น.  

 

ขอให้ป้าวีมีสุขภาพแข็งแรง
ขอให้ป้าวีพบแต่เรื่องดีๆ
ขอเป็นกำลังใจให้ป้าวี


โดย: zoomzero วันที่: 20 สิงหาคม 2552 เวลา:10:40:20 น.  

 

Happy New Year 2010

ปีใหม่ 2553
ขอให้ป้าวีมีความสุข
สุขกาย
สุขใจ
สุขภายนอก
สุขภายใน
สุขกับคนรอบกาย
สุขกับคนที่อยู่ในใจ
ไม่มีโรค
ไม่มีเคราะห์
ไม่มีศัตรู
รักตัวเองให้มากๆ ดูแลตัวเอง
หายใจลึกๆ บอกตัวเองบ่อยๆว่า ต้องหายใจยาวๆ
ออกซิเจนจะได้เข้าไปวิ่งเล่นในหัวใจเยอะๆ

รักและเคารพเสมอนะขอรับ


โดย: zoomzero วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:22:10:35 น.  

 
ผ่านสงกรานต์เมษา จน พฤษภา

เพิ่งจะมีสมองแวะมาส่งความคิดถึง รักษาสุขภาพนะครับ


โดย: granun วันที่: 12 มิถุนายน 2553 เวลา:3:45:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

AuntieV
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Free Hit Counter
online counter
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
4 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add AuntieV's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.