บล็อกนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมเรื่องราวและประสบการณ์ต่างๆ ของลิงแสบกั๊ตกั๊ตที่เคยลงกระทู้ไว้ในพันทิป เพื่อเป็นความทรงจำให้กับมามี้คนนี้ได้ย้อนคิดถึงทุกๆ ก้าวของชีวิตลิงแสบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวคนนี้.. กั๊ตกั๊ต ลูกลิงที่รัก
กั๊ตกั๊ตพาเที่ยวลอนดอน ตอนที่ 4: สิ้นสุดกันที่เป็ดย่าง Four Seasons (จนได้นะป๊านะ)

ก่อนอื่นคงต้องขออภัยแฟนคลับที่จู่ๆ ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยทั้งในทู้พาเที่ยวและทู้แชทกับเหล่าครอบครัวลิง อันเนื่องจากมามี๊ลิงมัวแต่หัวหยิกฟูแถมเลือกรูปกันไม่จบไม่สิ้น (นี่คือข้อเสียของการถ่ายรูปเยอะเกินไปค่ะ) มาวันนี้ถือฤกษ์งามยามเหมาะ อีกนัยหนึ่งว่ากลัวแฟนคลับจะลี้หายตามไปด้วย เลยได้เวลาขออัพทู้พาเที่ยวลอนดอนของลิงแสบกั๊ตกั๊ตต่อซะหน่อย


พร้อมกันรึยังคะ ถ้าพร้อม.. ไปกันเล้ย!!!


Gutt Gutt in London: Day 3 – House of Parliament & Big Ben & Westminster Abbey & Soho & Covent Garden & เป็ดย่าง Four Seasons


เริ่มต้นวันใหม่ วันนี้ลิงแสบกั๊ตกั๊ตตื่นเช้ามืดเช่นเคย (ตี 5) ตื่นมาก็เล่นๆๆๆๆๆ แล้วก็ปลุกปาป๊ามามี๊มาเล่นด้วย เล่นๆๆๆๆๆ ไปได้ซักชั่วโมงกว่าๆ ก็ล้มตัวลงไปนอนต่อ ระหว่างนี้ปาป๊าก็วางแผนการท่องเที่ยวประจำวัน โดยป๊านำเหนอว่าวันนี้ฟ้าใส (อีกแล้ว) เราไปลอนดอนอายกันดีกว่าเนอะ ไอ้เราก็ไม่ได้รู้เรื่องกับเค้าบอกแต่เพียงว่า ไปไหนก็ไปกันค่ะ ว่าแล้วก็ให้ป๊าไปอาบน้ำแต่งตัวรอไว้ เผื่อลิงตื่นจะได้ไม่ต้องแย่งห้องน้ำกัน


พูดถึงการอาบน้ำ การไปเที่ยวแบบลุยๆ กับลูกเล็กกัน 3 คนแบบนี้ การบริหารลำดับการอาบน้ำแต่งตัวเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่างครอบครัวลิงของเรา หนิงจะเรียงลำดับแบบนี้ค่ะ คือ ป๊าอาบก่อนคนแรกระหว่างที่ลิงหลับหรือเล่นเพลินๆ อยู่ ถัดมาก็จะเป็นลิงแสบ ส่วนหนิงจะเป็นคนสุดท้าย สงสัยใช่มั้ยล่ะคะว่าทำไมหนิงถึงไม่อาบน้ำแต่งตัวก่อนลิงแสบหรือก่อนป๊า ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ตอนอาบน้ำลิงแสบ หนิงจะต้องเป็นคนอาบให้ซึ่งก็จะเปียกไปด้วย ดังนั้นเรื่องอาบก่อนลิงตัดทิ้งไปได้เลย


แล้วทำไมป๊าต้องอาบก่อนคนแรก ก็เพราะว่าพอลิงแสบอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ระหว่างรอหนิงลิงแสบก็จะเบื่อและเริ่มป่วน ป๊าจะได้พาลิงไปเดินเล่นข้างนอกก่อนได้ค่ะ อันนี้บ้านไหนมีกิจวัตรคล้ายๆ กันก็เอาไปใช้ได้นะคะ


ลิงหลับไปได้ซัก 40 นาทีพอดีกับที่ป๊าอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ หนิงก็จัดแจงทำธุระให้ลิงแสบเสร็จปุ๊บตามคาด ลิงก็เริ่มป่วนเพราะเบื่อห้องแล้ว อยากไปเที่ยว ก็ได้เวลาให้ป๊าพาลิงไปเดินเล่นก่อน ซึ่งโชคดีมากที่ตรงข้ามโรงแรมเป็นสวนสาธารณะ อย่างที่เคยเล่าให้ฟังไปเมื่อตอนต้นๆ เลยมีที่ให้ลิงได้ระบายความเบื่อชมนกชมไม้เพลินๆ ระหว่างรอหนิงอาบน้ำแต่งตัวค่ะ ก่อนไปป๊าหันมากำชับว่า อย่าช้านะ เดี๋ยวสายแดดร้อนถ่ายรูปไม่สวย (รู้แล้วค้าบ จะรีบด่วนที่สุดเลยจ้า..)


สวนสาธารณะยามเช้าค่ะ อากาศดีมากๆ แดดอ่อนๆ ลมเย็นๆ ลิงกินลมชมวิวเพลินไปเลย ลิงสามารถนั่งรถเข็นให้ป๊าเข็นชมสวนนี้ได้เกือบๆ ชั่วโมงเลยล่ะค่ะ ชอบมากๆ




บรรยากาศของสวนอีกมุมนึงค่ะ ร่มรื่น สวยงามจริงๆ




ช่วงที่หนิงไปนั้นเป็นช่วงปลายฤดูร้อนเริ่มเข้าฤดูใบไม้ร่วงค่ะ ใบไม้เปลี่ยนสีและเริ่มร่วงให้เห็นบนพื้นหญ้าสีเขียว สวยเชียวแหละค่ะ


หลังจากป๊าเข็นพาลิงเดินเล่นถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อยได้ซักพัก ป๊าก็หาของเล่นให้ลิงแสบเล่นแก้เบื่อ ไม่ใช่อะไรที่ไหน ใบเมเปิลที่ร่วงอยู่บนพื้นนั่นเอง




นี่มันอะไรน้า เยอะแยะเลย


บ้านเราไม่เห็นมีใบแบบนี้เลยนะคับ ปาป๊า




ป๊าหลอกล่อให้ลิงแสบเล่นใบไม้ไปได้พักใหญ่ๆ ลิงเริ่มออกอาการเบื่อ (อีกแล้ว)


ทิ้งใบไม้ทีละใบจนหมดหน้าตัก เหอะ เหอะ




เบื่อแล้วนะ เมื่อไหร่มามี๊จะมาซักที




เหมือนรู้กัน ลิงเริ่มจะแสดงอภินิหารหนิงก็เดินข้ามมาถึงพอดี๊ พาลิงออกเดินทางกันดีกว่า เดี๋ยวสวนสวยๆ เค้าจะป่วนกันเปล่าๆ


ระหว่างทางเดินไป Oxford Street เช้าๆ ลมเย็นใช้ได้เลยค่ะ




ดูหน้าลิงแสบนะคะ คงเบื่อเต็มทีแล้วล่ะค่ะ เพราะให้นั่งอยู่ในรถเข็นนี่เกือบๆ ชั่วโมงได้แล้ว




โบสถ์นี้ เดินผ่านกันทุกวันเลยค่ะ ตึกสวยเชียว แต่ดันลืมดูว่าชื่อโบสถ์อะไร (แหะแหะ ลืมไปได้ไงก็ไม่รู้)




เอาล่ะค่ะ ก่อนลง Tube ไปเที่ยวกัน ก็ต้องขอแวะเติมพลังกันซะหน่อย วันนี้อาหารเช้าของครอบครัวลิงเป็นแซนด์วิชค่ะ ที่ร้าน Pret A Manger อยู่ชั้นบนของ Bond Street Station แต่หาร้านนี้ได้ทั่วไปในลอนดอนเลยค่ะ อย่างกับร้าน Starbuck หรือ McDonald’s บ้านเรานี่เลยแหละค่ะ


ปัญหาของลิงแสบอีกอย่างนึงสำหรับทริปลอนดอนครั้งนี้คือ ลิงไม่ยอมกินอาหารขวดที่เตรียมไปเกือบ 20 ขวดเลยซักนิดเดียว ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยต้องให้ลิงกินอาหารที่เรากินไปด้วยกัน มากน้อยค่อยว่ากันอีกทีขอให้กินก็ยังดี


เอ้า! อ้ำแซนด์วิชนะลูกลิงแสบ




ผลคือว่าลิงชอบมากอ้ำแล้วเคี้ยวหงุบหงับ ขนมปังโฮลด์วีทกับเบคอนนุ่มๆ แถมด้วยผักกาดแก้วให้ลิงถือแกล้มไปด้วยค่ะ




ลิงกินไปมองคนเดินผ่านไปผ่านมาเพื่อลง Tube กันขวักไขว่ เพลินเค้าเลยล่ะค่ะ




ขอเก๊กหล่อหน่อยค้าบ


เมื่อกี๊ใครนินทากั๊ตกั๊ตน้าว่าไม่ยอมกินอาหารขวด ก็กั๊ตกั๊ตไม่ชอบนี่หน่า




พูดเดี๋ยวจะหาว่าคุย ลิงแสบกินแซนด์วิชอย่างเอร็ดอร่อย ไม่เว้นแม้แต่มะเขือเทศค่ะ


อ้ำ!




หงับ หงับ หงับ อร่อยจังเลยอ่ะมามี๊




กั๊ตกั๊ตเป็นเด็กสุขภาพดีเพราะกินผักนะค้าบบบ




ไม่เพียงแต่กินอาหารเหมือนผู้ใหญ่ แม้กระทั่งน้ำก็ไม่ยอมกินน้ำจากขวดของตัวเอง เห็นหนิงกับป๊ากินน้ำจากขวดนี้ก็จะเอาบ้าง ได้เล้ย อยากลองมามี๊ก็ให้ลอง


ผลคือ สำลักไปตามระเบียบ เพราะกั๊ตกั๊ตยังไม่ถนัดกับการดูดน้ำจากขวดหรือหลอดค่ะ




อิ่มแล้วถ่ายรูปคู่กันซะหน่อย ดูซิ หน้าเหมือนมามี๊บ้างมั้ย




....ม่ายเหมือนเลย....


โห่ อุตส่าห์เบ่งปุ๊ดออกมา เหมือนมามี๊หน่อยก็ไม่ได้ เชอะ ลิงนะลิง




นี่แหนะ ทำโทษซะเลย




เอาล่ะ อิ่มอร่อยกันแล้วก็ออกเดินทางได้ค่ะ


พวกเราลง Tube ที่ Bond Street Station ไปที่ Westminster Station ค่ะ


ถึงแล้วถ่ายรูปตามระเบียบ


ระหว่างนี้ลิงแสบกั๊ตกั๊ตของเราก็ยังยอมนั่งรถเข็นอยู่ แต่อาการบอกว่าอีกไม่นานอภินิหารอาจจะเกิดขึ้นอีก หึหึ รีบไปดีกว่า




ทางออกไป Westminster ค่ะ


ด้านนอกที่เห็นคือริมแม่น้ำเทมส์ค่ะ คนนั่งกันเต็มเลย




ออกมาก็จะเจอป้ายประมาณนี้ล่ะค่ะ ชี้ไปนู่นนี่เยอะไปหมด แต่เดี๋ยวเราก็จะไปเที่ยวกันค่ะ




ตาลุงคนนี้แต่งตัวแปลก


หนิงเดาเอาเองว่าสงสัยลุงจะทำงานโรงแรมเลยต้องแต่งชุดยูนิฟอร์มที่เป็นเอกลักษณ์ของอังกฤษเพื่อรับแขก เอ.. หรือว่าลุงจะทำงานที่รัฐสภาน้า??




เงยหน้าไปปุ๊บก็เจอนี่เลยค่ะ ลอนดอนอาย ฟ้าวันนี้ใสจริงๆ ค่ะ ฟ้าเป็นฟ้า สีสดสุดๆ ไปเลย


ตอนนี้ขออุบรายละเอียดของลอนดอนอายไว้ก่อน เดี๋ยวไปขึ้นกันจริงๆ แล้วค่อยเล่าให้ฟังค่ะ




ลิงแสบหน้าบูดค่ะ เลยต้องอุ้มขึ้นมาเอาใจกันซักหน่อย




อารมณ์ดีแล้วค่ะ ถ่ายรูปกันหน่อยค้าบบบบบ




ป๊าต้องสละกล้องชั่วคราว ยืมมือคนแถวนั้นถ่ายรูปนี้ให้ค่ะ


รูปครอบครัวกับลอนดอนอายค่ะ




อีกซักรูปนะคะ ฟ้าสวยเหลือเกิน อดไม่ได้จริงๆ




วิวเต็มๆ ของลอนดอนอายริมแม่น้ำเทมส์ค่ะ


วันฟ้าสวยแบบนี้ต้องรีบถ่ายเอาไว้ค่ะ เพราะฝนจะตกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้




กลับหลังหันมาอีกด้านนึงก็จะเจอกับ House of Parliament หรืออาคารรัฐสภาค่ะ


อาคารรัฐสภาแห่งนี้ เดิมคือพระราชวังเวสต์มินเตอร์ แต่ต่อมาในปีคศ. 1512 เกิดไฟไหม้ ทางการได้บูรณะแล้วใช้เป็นรัฐสภาของสภาล่างและสภาขุนนาง


ต่อมาในปีคศ. 1834 เกิดไฟไหม้ขึ้นอีกครั้ง เผาผลาญอาคารเสียหายเกือบทั้งหมด ยกเว้นบางส่วนของอาคารเท่านั้น ทางการจึงได้สร้างตัวอาคารขึ้นใหม่โดยใช้สถาปัตยกรรมโครงสร้างคลาสสิก แต่สลักแบบศิลปะโกธิค อาคารนี้ยาวถึง 280 เมตรและมีห้องกว่า 1,000 ห้อง ใช้เวลาในการสร้างถึง 36 ปี ปัจจุบันเป็นรัฐสภาของสมาชิกสภาผู้แทนของอังกฤษที่โด่งดัง และสวยงามที่สุดของโลก


ส่วนด้านข้างก็จะเป็นหอนาฬิกา Big Ben หอนาฬิกายักย์ เอกลักษณ์ของกรุงลอนดอน ถูกสร้างหลังจากรัฐสภาค่ะ


ช่วงที่หนิงไปจะมีการซ่อมแซมบางส่วนอยู่ค่ะ




เต็มๆ กับหอนาฬิกา Big Ben ค่ะ




ลิงแสบค้าบ มองกล้องหน่อยสิค้าบ




นี่แหละค่ะ ท่ามองกล้องของลิงแสบ


ท่าประจำ แต่ผิดแผนไปหน่อย หงายมาเจอแดดเต็มๆ หลับตาปี๋แทบไม่ทัน


ขำจริงๆ




เอ้า หลบแดดให้ลิงหน่อย


คราวนี้สวยสมใจลิงแสบกับท่าประจำตัวของกั๊ตกั๊ตเลยล่ะค่ะ




ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ลิงทำท่าจะหลับซะแล้ว เอาไงดีเนี่ย อุ้มจนเริ่มเมื่อยแล้วนะ นั่งรถเข็นก็ไม่ยอม


ปาป๊า ไปหาที่นั่งกันก่อนเถอะ


ระหว่างทางป๊าไม่วายถ่ายรูปสวยอีกมุมกับ Big Ben (ลิงหลับไปแล้วค่ะ)




เดินมาเรื่อยๆ ได้ที่นั่งข้างๆ ตึก (และข้างๆ ถังขยะ) แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีที่นั่ง เพราะมองไปในรัศมีไม่มีร้านอาหารหรือร้านกาแฟที่ให้นั่งได้เลยค่ะ




ระหว่างนั่งพักช่วงลิงหลับ ป๊าก็ยังคงถ่ายรูปต่อไป..


อีกซักครั้งนะ Big Ben




เอาไงต่อดีล่ะป๊า เราคงต้องหาที่นั่งแล้วล่ะ ลิงแสบตื่นคราวนี้คงต้องให้เน้น แล้วจะไปหาที่นั่งที่ไหนล่ะเนี่ย


เอ้า เดินต่อไปค่ะ ผ่าน Westminster Tube Station อีกทางออกนึงค่ะ




เดินไปเรื่อยๆ ยังไม่เจอร้านให้นั่งเลย เดินไปจนถึง Westminster Abbey อีกฟากหนึ่งของถนนเลยค่ะ


Westminster Abbey

อาร์คบิชอปแห่งเวสต์มินสเตอร์องค์แรกคือ อาร์คบิชอปคาร์ดินัล ไวส์แมน เป็นผู้ที่รวบรวมเงินมาก่อสร้างมหาวิหารแห่งนี้ เป็นมหาวิหารหลัก ของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในอังกฤษและเวลส์ และยังเป็นโบสถ์แห่งนครหลวง ตัวมหาวิหารเป็นอาคารเก่าแก่แบบโกธิกสมัยศตวรรษที่ 13 ภายในใช้ฝังพระศพกษัตริย์ และราชวงศ์หลายพระองค์ เช่น พระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1 ภายในมีพิพิธภัณฑ์แสดงคอลเล็กชั่นของพระราชวงศ์ หุ่นปั้นและอุปกรณ์เครื่องใช้ของกษัตริย์หลายพระองค์ค่ะ




ลิงแสบกั๊ตกั๊ตยังหลับอุตุอยู่เลยค่ะ




อีกมุมนึงค่ะ




ตรงนี้ทางเข้าค่ะ


แต่หนิงไม่ได้เข้าไปเพราะลิงแสบหลับค่ะ กลัวว่าเดี๋ยวถ้าเกิดตื่นขึ้นมาจะมาจ๊ากป่วนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เค้าจนคนกระเจิงหมดน่ะค่ะ ก็เลยได้แต่เดินอยู่รอบๆ




นี่แหนะ แสบดีนักนะลิง งาบหัวซะเลยดีมั้ยเนี่ย




ด้านข้างค่ะ




เดินไม่ไหวแล้ว ขอนั่งพักก่อนนะลิงนะ




นี่น่าจะเป็นด้านหน้าค่ะ


ลิงตื่นแล้วก็อ้อนป๊าเลยเชียว





อีกซักรูปกับป๊าลิง


นี่เดินมายังอีกฟากของถนนแล้วค่ะ




เดินถึงนี่แล้วป๊าเพิ่งนึกขึ้นได้ อ้าว เรายังไม่ได้ไปลอนดอนอายเลย เอาไงดี


เหอะๆ ให้เดินย้อนกลับไปขอตัวนะจ๊ะ แบกลิงมาเมื่อกี๊ตอนนี้หมดแรงแซนด์วิชแล้ว ขอหาอะไรอร่อยๆ หม่ำก่อนดีกว่า เกรงว่าจะหมดลมแถวนี้จะแย่น้า มามี๊หิว ลิงแสบก็คงหิวแล้วเหมือนกัน ไว้มาใหม่แล้วกันนะป๊าอยู่อีกตั้งหลายวัน


ว่าแล้วก็วางแผนไปหาอะไรคุ้นเคยกินแถวๆ โซโหดีกว่า


ไปขึ้นรถเมล์กันค่ะ




หลังจากได้หลับไปพักใหญ่ๆ ลิงแสบก็อารมณ์ดียอมนั่งรถเข็น


ระหว่างรอรถเมล์ คุณชายลิงเริ่มเซ็ง อภินิหารเริ่มก่อตัว เหอะ เหอะ ทำไมรถเมล์มันรอนานอย่างนี้หว่า




ป้ายรถเมล์เค้าจะเป็นแบบนี้ค่ะ


ไปแรกๆ ก็งงเหมือนกัน ป้ายรถเมล์บ้านเค้าไม่เหมือนบ้านเราเลย ความทันสมัยเราไม่พูดถึงเพราะคนละเรื่อง แต่เรื่องวิธีการตั้งป้ายและจอดรถเมล์ต่างหากเล่าที่มันดูครีเอทมาก


ป้ายรถเมล์ที่ลอนดอนเค้าจะมีป้ายแบบถี่ๆ เลยค่ะ อยู่ห่างกันบางทีไม่เกิน 2-300 เมตร แต่ละป้ายจะมีรถเมล์สายที่จอดไม่เหมือนกัน


เช่นในรูป ป้ายนี้จะจอดเฉพาะสายที่บอกไว้ในป้ายค่ะ สายอื่นที่ผ่านป้ายนี้แต่ไม่อยู่ในลิสต์เค้าก็ไม่จอด ไปจอดป้ายที่มีเบอร์เค้าอยู่เท่านั้น หนิงว่ามันเป็นการกระจายความหนาแน่นของคนรอรถเมล์ได้อย่างฉลาดทีเดียว




ถึงโซโหแล้วค่ะ ขออนุญาตข้ามขั้นตอนหม่ำไปเลยนะคะ เพราะลิงแสบป่วนซะพนักงานคาดโทษเตรียมเชิญออกแล้ว เลยรีบกินรีบเผ่น ไม่ได้ถ่ายรูปแสบๆ มาอวดกัน




วันนี้ขอรูปแบบไม่ต้องดราม่ามากบ้างดีกว่า




เอ้า หอมเอาใจมามี๊หน่อยจิ วันนี้แบกลิงมาตั้งไกลนะ




ช่วงนี้เหมือนแสดงโชว์ลิงแสบค่ะ คนเดินผ่านไปผ่านมาเยอะแยะ ลิงแสบโชว์ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น หอมแก้ม ตบมือ บ๊ายบาย ธุจ้า ฮ่อฮ่อ (ไหว้แบบจีนค่ะ)


กลัวคนเค้าไม่รู้ว่าโตป่านนี้แล้วทำอะไรได้บ้าง ปกติแล้วพูดแทบตายกว่าจะยอมทำอะไรซักอย่าง ทีงี้ โชว์แหลก




เตรียมพร้อมออกเดินทางต่อได้ค่ะ


ที่หมายต่อไป Covent Garden




Covent Garden


เป็นตลาดเก่าแก่อายุกว่า 300 ปีเริ่มตั้งแต่สมัยวิกตอเรีย ในสมัยนั้นเป็นตลาดขายผัก ผลไม้ และดอกไม้สด ต่อมาปีคศ. 1974 ได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยมีการย้ายผู้ค้าออกไป เนื่องจากต้องการลดความแออัด ตลาดได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นแหล่งขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และขายงานฝีมือแทน


ในส่วนกลางของตลาด Apple Market เป็นส่วนที่ขายงานฝีมือ ภาพเขียน และร้านอาหารเก๋ๆ ที่นี่เป็นที่รวมของนักแสดงเปิดหมวกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดนเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ คนจะแน่นมาก ที่นี้ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งเสื้อผ้าแบนด์ดัง เช่น ร้าน Paul Smith flagship ค่ะ ร้านใหญ่มากเลย




ระหว่างลิงอารมณ์ดี หนิงก็ถือโอกาสเดินช้อปปิ้งซะหน่อย เจอ Paul Smith นี่ไม่ได้เลย เข้าทางอย่างแรง ต้องมีโดนแน่งานนี้


รอไปก่อนนะจ๊ะลูกลิงที่รัก




ได้กระเป๋ามาใบนึงแล้ว ฮิฮิ ฝากเค้าไว้ก่อนเดี๋ยวกลับมาเอา ไปต่อดีกว่า




ร้าน Mulberry ค่ะ




มาถึงแล้ว ร้าน Paul Smith Flagship ใหญ่จริงๆ ค่ะ




ร้านเหมือนห้องแถวแบ่งเป็นส่วนๆ ตั้งแต่ ของผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก Accessories รองเท้า เลยค่ะ


นี่หน้าร้าน Paul Smith Men ค่ะ




ภายในร้านแต่งเก๋มากค่ะ


ที่สำคัญพนักงานชายหล่อลากเลยค่ะ หล่อจริงๆ แนวๆ ฝรั่งเข้มอิตาเลี่ยนอะไรเงี้ย โห..


แต่ไม่ใช่อีตา 2 คนข้างหลังนะคะ




ร้าน Paul Smith Women มีชั้นล่างด้วยนะคะ


ลงมาดูกันหน่อย


ช่วงนี้ลิงแสบเริ่มแสดงอภินิหารอีกแล้ว ก็เลยต้องเอามาใส่กะเหรี่ยงทุ่นแรงกันหน่อย




ถ่ายรูปหน้าร้านอีกซักทีก่อนไป


ร้านนี้ขอหลายรูปหน่อยนะคะ เพราะเป็นแบรนด์โปรดน่ะค่ะ




ไปต่อกันดีกว่า


หน้าลิงงี้อมยิ้มเชียวนะ จ๊ากให้มามี๊ขายหน้าประชาชีจนต้องเอามาอุ้มเนี่ย ลิงแสบจริงๆ ลูกใครก็ไม่รู้




มีร้านเก๋ๆ เยอะมากค่ะ ทั้งแบรนด์ดัง แบรนด์นิช แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายมาให้ดูเท่าไหร่ เพราะมัวแต่อุ้มลิงเดิน มันเริ่มล้าแล้วค่ะ


เดินไปเรื่อยๆ ใกล้ถึงตลาด 300 ปีของเค้าแล้ว ก็จะมีคนมายืนโชว์หุ่นให้ดูค่ะ


อันนี้เหมือนจะสื่อเกี่ยวกับเรื่องรีไซเคิล เพราะเค้าใช้วัสดุใช้แล้วที่เป็นพลาสติกมาทำเป็นเสื้อผ้าค่ะ




ส่วนคนนี้ก็ประมาณว่าอัศวินอะไรซักอย่างน่ะค่ะ


ให้ความร่วมมือดีมาก หันมาให้เราถ่ายรูปกับลิงแสบด้วยค่ะ




ถึงแล้วค่ะ ตลาด 300 ปี (เรียกให้คุ้นเหมือนบ้านเราเลย ฮิฮิ)




นี่เป็นร้านกาแฟเก๋ๆ ค่ะ คนอังกฤษส่วนใหญ่ก็ชอบมานั่งจิบกาแฟ คุยกัน ชิลล์ชิลล์ค่ะ




ส่วนนี้ค่ะที่เรียกว่า Apple Market จะมีศิลปินเอางานมาขาย ร้านขายของที่ระลึก แล้วก็จะมีร้านขายของ Hand Made อยู่รอบๆ ด้วยค่ะ




ภายใน Apple Market ค่ะ




มาที่เก๋ๆ ก็ต้องถ่ายรูปในมุมเก๋ๆ หน่อยนะคะ




ร้านขายผลไม้ค่ะ สังเกต! สตรอเบอรี่ถูกมั่กๆ กล่องละ 1 ปอนด์เท่านั้น


เสร็จป๊าเลย ของโปรดเค้าล่ะค่ะ




ซื้อของให้ป๊าเสร็จแล้วก็บ๊ายบายคนขายร่ำลากันหน่อยค้าบ




ด้านหลังที่เป็นลานกว้างนี่แหละค่ะ เป็นที่แสดงของนักแสดงเปิดหมวก เค้าจะเปิดแสดงที่นี่ เหมือนเป็นเวทีฟรีสำหรับพวกเค้าน่ะค่ะ


ป๊าบอกว่านี่วันธรรมดาคนเลยน้อย ถ้าเสาร์-อาทิตย์นะ ไม่มีที่ยืนเลยทีเดียวค่ะ




ไหนดูกันหน่อยสิ เค้าจะเริ่มแสดงแล้ว


แต่ลิงเริ่มบ่จอยแล้วค่ะ สงสัยได้เวลาเผ่นแล้ว


ลืมบอกไปอย่าง ตอนที่หนิงไปอากาศเย็นกำลังดีถ้าเช้าๆ ค่ำๆ หรือช่วงไม่มีแดดลมจะเย็นเจี๊ยบกันเลยค่ะ แต่ลูกลิงแสบของหนิง แมนค่ะ เหงื่อแตกซะงั้น ใส่อะไรให้มากหน่อยก็โวยวาย จ๊ากๆ ที่สำคัญถุงเท้านี่ดึงออกตลอดเวลาค่ะ บางทีเดินสวนฝรั่งเค้าเข็นลูกเค้ามามีผ้าห่ม ถุงนอนนุ่มๆ คลุมไม่ให้ลมเข้า คุณชายลิงของอิช้าน ทีนเปล่าเลยค่ะ ฝรั่งอึ้งไปเลย


เหอะๆ ก็คนมันแมนล่ะนะ


นี่ตัวอย่าง เท้าเปล่าๆ ของลิงค่ะ อวบอ้วนเชียว




ไปดีกว่า ลิงแสดงอภินิหารกลางลานแสดงแทนเค้าแล้วล่ะค่ะ เลยสลับให้ป๊าอุ้มบ้าง


เดินย้อนกลับไปทางเดิมไปเอาของที่ฝากไว้ แล้วถ่ายกับร้านโปรดอีกซักที ฮิฮิ อย่าว่ากันน้า




แล้วก็ไม่พ้นมาแสดงอภินิหารใน Tube จนได้ ก็นี่มันจะ 4 โมงเย็นของที่นู่นแล้วนี่หน่า


รีบกลับโรงแรมก่อนดีกว่า แล้วค่อยว่ากัน




พอลิงแสบถึงโรงแรมก็สลบในเวลาอันรวดเร็ว


ตอนแรกคุยกับป๊าว่าหนิงคงไม่ออกเพราะลิงนอนแล้วคงนอนยาว ป๊าไปหาอะไรกินแถวๆ นี้แล้วซื้อมาฝากด้วยนะ


ป๊าเงียบ แล้วล้มตัวลงนอน สรุป สลบเรียงเป็นปลาทูในเข่งเลยค่ะ


ตื่นมาป๊าบอกว่า มามี๊ อยากกินเป็ดย่าง Four Seasons ไปได้ป่าว (จริงๆ มันไม่ได้อยู่ในแพลนของวันนี้เลยค่ะ) หนิงก็หันไปมองลิง ยังหลับปุ๋ยเลยเอาไงดีล่ะ ถ้าจะไปก็ต้องอุ้มไปทั้งแบบนี้แหละค่ะ


ขอป๊าไปหน่อยนะ อยากกินมากเลยอ่ะ


เอ้า ไปก็ไป มองนาฬิกาก็ 2 ทุ่มแล้ว รีบไปดีกว่า ก็จัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วอุ้มลิงแสบออกเดินทาง แต่ลิงดันตื่นแล้วก็อารมณ์ดีซะงั้น สบายเราแล้ว


ถ่ายรูปหน้า Selfbridges ตอนกลางคืนกันหน่อย ไฟสวยเชียว




แล้วป๊าก็พาขึ้นรถเมล์ชมวิวลอนดอนยามค่ำคืน ไม่นานก็ถึง Bayswater แล้วก็เดินทะลุซอยมาเรื่อยๆ


มาถึงแล้วค่ะ ร้านเป็ดย่าง Four Seasons อันเลื่องชื่อของป๊า ส่วนตัวหนิงได้ยินมานานนมว่าอร่อยนักอร่อยหนา มันจะซักแค่ไหนกันเชียว


รู้แต่ว่าคิวยาวมากๆ ร้านคนแน่นสุดๆ อะไรมันจะขนาดนี้เนี่ย




ว่าแล้วป๊าก็รีบเดินไปแจ้งคิว ผู้ใหญ่ 2 เด็กเล็ก 1


แล้วก็เดินมาบอกอุบายของป๊าว่า มามี๊พากั๊ตกั๊ตเข้าไปนั่งรอในร้านเลยนะ เอาให้ดูแน่นๆ ให้เค้าเห็นว่าเรามีเด็กมาด้วย คิวจะได้เร็วๆ ไง


ว่าแล้วไม่รอช้ารีบเข้าไปนั่งรอตามป๊าว่าในทันที


กั๊ตกั๊ตมารอต่อคิวให้แล้วนะปาป๊า




ซักพักป๊าเริ่มหน้าตาตื่น ทำไมน่ะเหรอคะ ก็เป็ดมันหมดตู้ไปแล้วน่ะสิคะ เอาไงดี มาตั้งไกล อยากแสนอยากแทบจะลงแดง จะแห้วมั้ยเนี่ย


ไม่รอช้าป๊ารีบเดินเข้าไปถามว่าถ้าจะสั่งเป็ดย่าง 1 ตัว จะมีให้กินมั้ยเนี่ย


ได้คำตอบมาว่า มีแน่นอนไม่ต้องห่วง ป๊าก็โล่งใจ รอต่อไปสบายๆ


นี่ฝรั่งที่รอคิวหน้าร้านรุมมองตู้เป็ดอันว่างเปล่าค่ะ




ส่วนลิงแสบที่นั่งรอคิวอยู่ในร้านก็มองฝาหรั่งเหล่านั้นผ่านตู้เป็ดประหนึ่งว่าฝาหรั่งเป็นเป็ดซะเอง


ฮิฮิ ลิงแสบ คิดอะไรกันเนี่ย




แล้วแผนป๊าก็ได้ผล ไม่นานนักเราก็ได้โต๊ะกัน โต๊ะหน้าสุดของร้านเลย แบบว่าเข้าแล้วห้ามออก เพราะมันแคบ ดังนั้น รีบกินรีบไปก่อนลิงจะแสดงอภินิหารภาคเป็ดย่าง


มาแล้วเป็ดย่าง 1 ตัว คะน้าฮ่องกงน้ำมันหอย และข้าวผัดไข่ (ป๊าคุยว่าสูตรป๊าต้องสั่งแบบนี้)


แต่ว่า เป็ดย่าง 1 ตัว นี่เราจะกินกันหมดหรือนี่




แล้วก็ขอเปิดประเดิมเป็ดโปรดของป๊าชิ้นแรกด้วยลิงแสบกั๊ตกั๊ตค่ะ


เคี้ยวหนุบหนับ อร่อยเค้าล่ะ


ต่อมาตามามี๊บ้าง กินเข้าไปชิ้นแรก หืม มันอร่อยอย่างนี้เองคนเค้าถึงต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปกิน (ประสาคนรวย ไปเพื่อกินเป็ดอย่างเดียว หุหุ -- คนที่คุณก็รู้ว่าใคร)


แต่หนิงกินได้ไม่เยอะอย่างที่คิด เนื่องจากข้าวผัดไข่ที่อร่อยมากแต่มันทำให้เลี่ยนเร็วเชียว พอ 2 คนแม่ลูกลิงกินเสร็จก็หันไปมองป๊าว่าที่เหลือเกินครึ่งตัวเนี่ยจะทำยังไง ป๊าไม่พูดพล่ามทำเพลง กินต่อไปอย่างผู้หิวโหย


ไม่น่าเชื่อค่ะ ป๊าซัดเรียบ ถึงแม้ช่วงปลายจะแผ่ว แต่ป๊าก็กินหมดจนได้ 2 คนแม่ลูกต้องตบมือให้ค่ะ (ท่าทางจะอยากกินมากอย่างที่บอกตอนแรกจริงๆ นี่ถ้าหนิงไม่มาสงสัยป๊าจะนอนไม่หลับ)




หลังจากอิ่มหนำสำราญกันเป็นที่เรียบร้อยครอบครัวลิงแล้ว ก็เดินอย่างเอื่อยๆ (เพราะอิ่ม) ไปยังป้ายรถเมล์เพื่อขึ้นรถกลับโรงแรมค่ะ




อากาศช่วงดึกๆ ของลอนดอนเรียกได้ว่าหนาวเลยทีเดียว เดาว่าน่าจะประมาณ 12 องศาได้


แต่ลิงของเราอึดค่ะ หนาวๆ อย่างนี้ถอดถุงเท้าเองตลอด หนิงก็กลัวลิงหนาวเดี๋ยวจะไม่สบาย ต้องคอยทีเผลอใส่กลับเข้าไปให้ ลิงก็คอยถอดอยู่อย่างนั้น แม่อย่างเราก็ต้องพยายามต่อไป คาดว่าคงเป็นอย่างนี้ไปตลอดทริปเลยค่ะ


จริงๆ มีเรื่องเม้าท์ป๊าเรื่องเป็ดต่ออีกหน่อย (ขออนุญาตนะป๊านะ)

วันที่ 2 ที่ไปกินข้าวที่โซโห เดินไปเดินมาก็ไปป๊ะกับร้านอาหารจีนร้านนึงที่ชื่อว่า Four Seasons ป๊าถึงขั้นตาโต มันมีสาขาที่นี่แล้วหรือเนี่ย หน้าร้านมันก็ดิสเพลย์เหมือนกัน แถมมีป้าย refer ถึงร้านที่ Bayswater ด้วย ต้องใช่แน่ๆ เลยมามี๊ ดีจัง ถ้าอย่างนี้ก็ใกล้เลย บลา บลา บลา


แต่พอตอนค่ำที่เค้าชวนไปกินเป็ด หนิงก็บอกว่าไปกินร้านที่โซโหสิ ใกล้หน่อย ลูกลิงจะได้ไม่เหนื่อยมาก ป๊าบอกไม่ได้ต้องไปร้าน original เท่านั้น ร้านนั้นเป็นร้านปลอมรึเปล่าก็ไม่รู้


พอไปถึงร้าน ป๊าจัดแจงสอบถามพนักงานอย่างละเอียดว่าใช่ร้านเดียวกันมั้ย ได้คำตอบมาว่าร้านเดียวกัน ยังไปถามเค้าต่ออีกแหนะว่าอร่อยเหมือนกันมั้ย เลยโดนพนักงานสวนกลับมาปนอมยิ้มว่า ยังไม่เคยกินเหมือนกันเลยไม่รู้ว่าอร่อยเหมือนที่นี่รึเปล่า 55555555555555


เอาล่ะค่ะวันที่ 3 ของครอบครัวลิงที่ลอนดอนก็จบแต่เพียงเท่านี้แล้วนะคะ


วันนี้ผิดแผนไป 2-3 เรื่อง คือไม่ได้ไปลอนดอนอาย และวันอันแสนยาวนานของวันนี้ก็ไปจบลงที่เป็ดย่าง Four Seasons ตามความอยากของป๊านั่นเอง


วันนี้ลูกลิงน่ารักกว่าวันที่ 2 เยอะเลยค่ะ หนิงคิดว่าคงเป็นเพราะเริ่มรู้ใจกันมากขึ้นว่า พอร้องก็อุ้ม พอได้จังหวะก็วางบนรถเข็น แต่จะเหนื่อยหนิงตรงที่ต้องอุ้มแล้วเดินไกลๆ นี่แหละค่ะ เดี๋ยววันที่ 4 มาว่ากันอีกที


เดี๋ยวจะรีบไปปั่นต้นฉบับตอน 5 แล้วกลับมาอัพทู้อย่างเร็วเลยค่ะ สัญญา


ขอบคุณทุกๆ ท่านที่เข้ามาเยี่ยมครอบครัวลิงแสบๆ ของเราล่วงหน้านะคะ


พบกันตอนที่ 5 (แน่นอน) บ๊ายบายค่ะ


ปิดท้ายด้วยภาพถ่ายยามค่ำคืนบนถนน Oxford Street ด้วยสีหน้าแบบไม่บอกก็รู้ว่าหนักท้องแค่ไหน




Create Date : 07 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2552 12:06:22 น. 5 comments
Counter : 1419 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ คุณหนิง ตามมาเยี่ยมค่ะ หลังจากติดตามใน pantip มาสักพัก ชอบ baby sling ที่คุณหนิงใช้มากเลยค่ะ ไม่ทราบซื้อที่ไหนคะ เเล้วเริ่มใช้ได้ตอนน้องอายุเท่าไหร่คะ รบกวนคุณหมิงช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ (daaw292@hotmail.com)


โดย: ดาว IP: 125.27.106.208 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา:21:05:24 น.  

 
สนใจ baby sling เหมือนกันค่ะ คุณหนิงหลังไมค์มาแนะนำให้ได้ไหมคะ ลูก 8 เดือนใช้ได้ไหมคะ


โดย: craftholic วันที่: 3 ธันวาคม 2552 เวลา:15:01:46 น.  

 
ตามมาจากพันทิปค่า แอบเป็นแฟนคลับน้องกั๊ตกั๊ต (ตามมาแบบเงียบๆ...อิอิ) เคยเอารูปน้องกั๊ตกั๊ตให้แม่ดู แม่บอกลูกชายหน้าคล้ายๆน้องกั๊ตกั๊ตเลย รูปจากกระทู้จิงเกลเบลอะคะ


โดย: กุ๊กกู๋ (Tu es parti sans moi) (Tu es parti sans moi ) วันที่: 9 ธันวาคม 2552 เวลา:17:56:35 น.  

 
คุณหนิงเลี้ยงลูกได้ลุยดีจังเลยค่ะ ให้กินได้ทุกอย่างชอบๆค่ะ หนึ่งสนใจ baby sling ค่ะ พอดีจะคลอดลูกคนที่ 2 ประมาณกลางเดือนมกรา 53 ส่วนเจ้าคนโตเป็นลิงแสบซนสุดๆ ค่ะ คงต้องใช้เจ้า baby sling เป็นตัวช่วย รบกวนคุณหนิงช่วยแนะนำที่ซื้อด้วยนะคะ(wannapornb@gsb.or.th)ค่ะ


โดย: แม่น้องพฤกษ์ IP: 61.19.222.4 วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:12:33:24 น.  

 
สนใจ baby sling เหมือนกันค่ะ รบกวนคุณหนิงด้วยนะคะ
sunaza_san@yahoo.com


โดย: sunan IP: 68.226.230.178 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:50:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ninlaning
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




แม่ลูกอ่อนของลิงแสบ นาม..กั๊ตกั๊ต
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
7 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ninlaning's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.