บล็อกนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมเรื่องราวและประสบการณ์ต่างๆ ของลิงแสบกั๊ตกั๊ตที่เคยลงกระทู้ไว้ในพันทิป เพื่อเป็นความทรงจำให้กับมามี้คนนี้ได้ย้อนคิดถึงทุกๆ ก้าวของชีวิตลิงแสบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวคนนี้.. กั๊ตกั๊ต ลูกลิงที่รัก
กั๊ตกั๊ตพาเที่ยวลอนดอน ตอนที่ 6: รัก (ของกั๊ตกั๊ต) บานฉ่ำ.. ที่ Notting Hill

ตอนที่ 6 มาแร้วฮ่า.. แถมจั่วหัวชื่อตอนไว้เป็นนางกวักเพื่อเรียกแฟนขับกันสุดฤทธิ์


หายตัวไปจากชานเรือนแบบไร้ร่องรอยอยู่เป็นอาทิตย์ เนื่องจากติดภารกิจฟิชโช่งานใหญ่อีกงานหนึ่งของปี พอผ่านพ้น Motor Expo ไป มีเวลาขึ้นมาอีกนิด เลยต้องรีบมาปั่นต้นฉบับอัพทู้ตอน 6 ส่งชานเรือนกันซักหน่อย ก่อนจะชีวิตจะวุ่นวายอีกรอบช่วงใกล้ปีใหม่


เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ



Notting Hill.. ใครไม่เคยดูหนังเรื่องนี้บ้าง ยกมือขึ้น!


แต่ขอให้แอบๆ ยกมือนะคะเพราะมันเป็นการบ่งบอกว่าคุณเชยมากๆ อิอิ ก็หนังเรื่องนี้น่ะ เค้าดังไปทั้งบ้าน ทั้งเมือง ทั้งโลก แถมหนังเรื่องนี้ยังติดอันดับต้นๆ ของหนังรักโรแมนติกตลอดกาลอีกต่างหาก



หุหุ แต่วันนี้กั๊ตกั๊ตจะไปทำอะไรที่ Notting Hill ไปดูกันดีกว่าค่ะ




Gutt Gutt in London: Day 5 – The Ritz Hotel & Green Park & Changing the Guard at Buckingham Palace & Notting Hill & Trafalgar Square & Harrods


หลังจากผ่านพ้นวันคืนอันแสนสาหัสไปเมื่อวานนี้ หลับเต็มอิ่มกันทั้งครอบครัวลิง ตื่นเช้ามาเจออากาศสดใส ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ไม่มัวหมองเหมือนเมื่อวาน แจ่มเลยค่ะทีนี้ ประหนึ่งว่าเมฆหมอกผ่านพ้นไป ท้องฟ้าสดใสก็เข้ามาแทน แหมชีวิตนี่ช่างเหมือนกับดินฟ้าอากาศซะจริงๆ


สำหรับการเดินทางในวันนี้เริ่มต้นเหมือนเคยค่ะ จัดแจงลิงแสบเสร็จก็ปล่อยให้ป๊าพาไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะหน้าโรงแรม ลิงแสบของเราก็ลั้นลา ลั้นลา รอมามี้ไปค่ะ

เริ่มสนุกกับการถอดถุงเท้าทีละข้างอีกแล้ว ดูหน้าลิงนะคะ มันส์เค้าจริงๆ เลยค่ะ - -‘




เอาอีกแล้วนะป๊านะ ถ่ายรูปไปฟ้องมามี้อีกแล้วสิเนี่ย




นั่น! แล้วก็หมด 2 ข้างจนได้




มาออกกำลังกายรอมามี้กันหน่อย ทำตามกั๊ตกั๊ตนะค้บ เอ้า ฮึบ ยกขาขึ้น 2 ข้างพร้อมๆ กัน นั่นแหละ ดีมากค้าบ




มาถึงตอนนี้มีเรื่องตลกร้ายมาเล่าให้ฟัง ฟังดูตลกดีแต่เกือบไม่ได้กลับเมืองไทยซะแล้ว


เรื่องมีอยู่ว่า..

อย่างที่เล่าให้ฟังกันไปแล้วว่าทุกเช้าป๊าจะพาลิงแสบมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะหน้าโรงแรมรอหนิงอาบน้ำแต่งตัว ซึ่งระหว่างรอป๊าก็จะถ่ายรูปเก็บบรรยากาศแก้เบื่อไปด้วย เป็นอย่างนี้ทุกวันจนวันนี้ก็วันที่ 5 เข้าไปแล้ว


(นึกภาพตามนะคะ) ระหว่างที่ป๊ากำลังนอนลงกับพื้นหญ้าแล้วส่องกล้องไปทางลิงแสบเพื่อหวังว่าจะได้มุมเก๋ๆ ทันใดนั้นเองก็มีตำรวจติดอาวุธครบมือ 2 นายเข้ามาประชิดตัวป๊า ทำเอาลุกแทบไม่ขึ้น

มาถึงก็ขอดูบัตร ขอดูพาสปอร์ต ถามว่าเป็นคนชาติอะไร มาทำอะไรแถวนี้ มากี่วัน ไปไหนมาบ้าง จะกลับเมื่อไหร่... ถามมาป๊าก็ตอบไปว่า พาลูกมาเดินเล่นรอภรรยา นู่นนี่นั่น...ถามมาตอบไป สุดท้ายตอบจนไม่รู้จะตอบอะไรจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว ตำรวจ 2 นายนั้นก็เฉลยว่ามีคนรายงานเข้าไปยังสถานทูตอเมริกา (สถานทูตอยู่ด้านข้างสวนสาธารณะอีกฝั่งนึงค่ะ) ว่า มีชายต่างชาติคนหนึ่งมากับเด็กคนหนึ่ง โดยมีกล้อง 1 ตัว มาถ่ายรูปสถานทูตหลายวันแล้ว ไม่รู้จุดประสงค์ เห็นว่าไม่น่าไว้วางใจ อาจจะเป็นผู้ก่อการร้ายซึ่งกำลังวางแผนการใดๆ อยู่ก็ได้ จึงให้รีบรุดมาดูและสอบถามถ้ามีอะไรน่าสงสัยให้จับกุมได้ในทันที โหะโหะ อย่างกับหนังฮอลลีวูดแหนะ

พอรู้ว่าไม่ใช่ก็ขอโทษขอโพยและแวะมาเล่นกับลิงแสบแป๊บนึงหนิงก็มาถึงพอดี ด้วยความตกใจที่เห็นตำรวจมีปืนมายืนใกล้ๆ ลูกเรา ก็รีบวิ่งไป ทางตำรวจหันมาเห็นว่าหนิงมาแล้วก็เลยเดินไปเลย ถามความจากป๊าแล้วนึกเสียดาย น่าจะถ่ายรูปตำรวจ 2 นายนี่ไว้มาเล่าให้ชานเรือนฟัง โถ โถ โถ ซามูไรพ่อลูกลิงของเรากลายเป็นผู้ก่อการร้ายซะงั้น เกือบไม่ได้กลับประเทศแล้วไหมล่า..


ไม่มีรูปตำรวจเอารูปต้นไม้ในสวนมาให้ดูแทนแล้วกันนะคะ




ว่าแล้วรีบไปดีกว่า เกิดตำรวจเปลี่ยนใจนึกขึ้นได้ว่ายังน่าสงสัยงานนี้คงได้เข้าไปเดินเล่นในสถานีตำรวจลอนดอนเป็นแน่

รีบเดินฉับๆ ออกมา สูดอากาศบริสุทธิ์ให้โล่งใจหน่อย เดินมาเรื่อยๆ หน้าโบสถ์เดิมที่โพสต์ท่าถ่ายรูปทุกวัน ป๊าบอกว่าวันนี้เปลี่ยนบ้างดีกว่า เลยหันกลับมาถ่ายหน้าโรงแรม Marriott แทน




ที่หมายต่อไป The Ritz Hotel โรงแรมที่พระเอกของเราตามไปส่งนางเอกและนางเอกส่งสายตาเชื้อเชิญขึ้นห้องก่อนที่พระเอกของเราจะแห้วนั่นแหละค่ะ


The Ritz Hotel เป็นโรงแรมห้าดาวลำดับต้นๆ ของลอนดอน และยังเป็นโรงแรมเก่าแก่ที่ราชวงศ์ชอบมาพักเลยค่ะ




มุมเดิมแบบมีนายแบบลิงแสบและมามี้หน่อยค่า




อีกซักรูปก่อนข้ามถนนค่ะ




ข้ามมาที่ฝั่งโรงแรมแล้วค่ะ ถ่ายอีกซักรูปแล้วกัน ไหนๆ ก็มาแล้ว อิอิ




จริงๆ แล้ว The Ritz นี่เป็นแค่ทางผ่านค่ะ จุดประสงค์ที่แท้จริงคือพระราชวังบัคคิงแฮม หรือ Buckingham Palace นั่นเอง วันนี้จะไปดูเค้าเปลี่ยนการ์ดกันค่ะ แต่ว่ายังไม่ถึงเวลา หาอะไรกินก่อนดีกว่า


Pret A Manger ร้านแซนด์วิชร้านเดิมแต่คนละสาขา แซนด์วิชเค้าอร่อยจริงๆ นะคะ กั๊ตกั๊ตยังชอบเลย


แต่ขอกั๊ตกั๊ตเน้นก่อนนะค้าบมามี๊

เน้นกันกลางร้านเลยทีเดียว




เน้นเสร็จปุ๊บลิงแสบของหนิงก็อาละวาดปั๊บ คงง่วงนั่นแหละค่ะ หนิงก็เลยต้องรีบกินรีบไปต่อ


เดินกลับทางเดิมค่ะ




ทางไปพระราชวังบัคคิงแฮม ต้องเดินผ่าน The Green Park ค่ะ


The Green Park เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะใหญ่กลางกรุงลอนดอน ครอบคลุมพื้นที่ 47 ไร่ ตั้งอยู่ระหว่าง Hyde Park และ St.Jame's Park และเชื่อมต่อกับ Kensington Gardens และสวนของ Buckingham Palace ซึ่งสวนทั้งหมดนี้เป็นสวนเปิดแนวยาวติดต่อกัน จาก Whitehall และ Victoria Tube Station ไปจนถึง Kensington และ Notting Hill




แล้วก็จริงดังคาด เดินไปไม่ทันถึงไหนลูกลิงแสบก็หลับไปแล้ว


วันนี้ผิดกับเมื่อวานลิบลับ เพราะแดดเปรี้ยงมากๆ ถ้าเดินกลางแดดไม่ต้องใส่เสื้อหนาวเลย แขนยาวตัวเดียวก็เอาอยู่ค่ะ แต่ถ้าไม่มีแดดก็แค่เสื้อแขนยาวตัวบางๆ ทับอีกชั้นก็สบายแล้วค่ะ

แดดจ้ามากก็ถ่ายรูปไม่ค่อยสวยค่ะ




เดินผ่าน The Green Park ไปก็จะไปเจอกับ Buckingham Palace พอดี




ด้านหน้า Buckingham Palace ค่ะ




อีกฟากของถนน คนเยอะจริงๆ ค่ะ ส่วนใหญ่ก็เป็นนักท่องเที่ยวทั้งนั้นเลย




เดี๋ยวขบวนทหารจะมาทางนี้ค่ะ




ขอกล่าวถึงประวัติของพระราชวังบัคคิงแฮมหน่อยดีกว่า Buckingham Palace เป็นพระราชวังที่เป็นที่ประทับเป็นทางการของราชวงศ์อังกฤษ ตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอนในสหราชอาณาจักรเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับการเลี้ยงรับรองของรัฐและยังเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวสำคัญที่หนึ่งของกรุงลอนดอน และยังเป็นที่รวมพลังใจทั้งในการฉลองและในยามคับขันของชาวอังกฤษ

พระราชวังบัคคิงแฮมแต่เดิมชื่อ “คฤหาสน์บัคคิงแฮม” (Buckingham House) สิ่งก่อสร้างเดิมเป็นคฤหาสน์ที่สร้างสำหรับจอห์น เชฟฟิลด์ ดยุคแห่งบัคคิงแฮมในปี ค.ศ. 1703 ในปี ค.ศ. 1761 สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 3 ทรงซื้อจากดยุคแห่งบัคคิงแฮมเพื่อเป็นพระราชฐานส่วนพระองค์ ที่รู้จักกันในชื่อ “วังพระราชินี” (The Queen's House) ระยะ 75 ปีต่อมาเป็นเวลาที่มีการขยายต่อเติมพระราชวังโดยสถาปนิกจอห์น แนช (John Nash) และ เอ็ดเวิร์ด บลอร์ (Edward Blore) เป็นสามปีรอบลานกลาง

พระราชวังบัคคิงแฮมกลายมาเป็นพระราชฐานที่ประทับอย่างเป็นทางการของราชวงศ์อังกฤษเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียขึ้นครองราชย์เมื่อปี ค.ศ. 1837 การต่อเติมครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายทำในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และ ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งรวมทั้งด้านหน้าที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน บางครั้งพระราชวังบัคคิงแฮมก็เรียกกันเล่นๆ ว่า “บัคเฮาส์”


อีกซักพักก็จะได้เวลาแล้ว คนก็เริ่มทยอยมาอยู่แถวๆ รั้วพระราชวังแล้วค่ะ




วันนี้ที่ตั้งใจมา Buckingham Palace เพราะว่าจะมาดูขบวนทหารเปลี่ยนเวรยามกันค่ะ


การเปลี่ยนเวรของทหาร (Changing the Guard) จะเริ่มแสดงเวลา 11.30 น. และจะใช้เวลาแสดงทั้งหมด 40 นาที แต่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ ในวันที่มีเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง หรือวันฝนตกหนักการผลัดเปลี่ยนเวรอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหรืองดได้ค่ะ


แต่คนที่มากมายมหาศาลจากทั่วทุกมุมโลก ทำให้ได้เห็นทหารชัดสุดแค่นี้เอง




หามุมดูอยู่นานก็ไม่ได้ซะที ต้องบอกป๊าว่าเอามือชูกล้องแล้วถ่ายมั่วๆ ไปแล้วกัน ได้เท่าที่ได้นั่นแหละ ก็คนมันเยอะจริงๆ นี่หน่า


สุดท้ายได้เห็นชัดๆ ก็ตอนทหารกลับค่ะ




ด้านหน้า Buckingham Palce อันนี้ขอยืมรูปมาจาก Wikipedia นะคะ ไม่สามารถถ่ายได้จริงๆ คนเยอะม้ากกกก




ส่วนลิงแสบของเรา หลับตลอดงานค่ะ ไม่ได้รู้เล้ยว่าการมาดูเปลี่ยนเวณยามนี่วุ่นวายขนาดไหน หึหึ

แต่ก็ยังดีที่ไม่จ๊ากแข่งกับเสียงของวงดุริยางค์เค้านะลิงนะ


ดูเสร็จก็เดินกลับไปทาง Green Park เหมือนเดิมค่ะ ลิงแสบกั๊ตกั๊ตตื่นแล้วก็อารมณ์ดีเชียว




ในสวนนี้อากาศดีสุดๆ เลยค่ะ ระหว่างทางเดินกลับก็จะเห็นกระรอกอยู่เป็นระยะ


ตาคนนี้เค้าเอาอัลมอนด์มาล่อกระรอกค่ะ




ถ่ายรูปครอบครัวกันหน่อย




เดินมาจนอีกฝั่งถนนก็มาเจอตำรวจม้า ดูแลความเรียบร้อย




เอาล่ะค่ะ จุดหมายต่อไป..


Notting Hill ค่า




ต้องเล่าให้ฟังก่อนค่ะว่าตอนแรกเนี่ย Notting Hill ไม่ได้อยู่ใน Itinerary ของป๊าเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งๆ ที่ใครต่อใครก็บอกไว้ว่าไปลอนดอนแล้วถ้าไม่ได้ไป Notting Hill เหมือนไปไม่ถึงนะ ไอ้เราก็กลับมาบิ้วป๊าใหญ่ กลับได้คำตอบมาว่า Notting Hill ก็แค่บ้านทาสีหลายๆ สี แค่นั้น ไม่มีอะไร ไม่ต้องไปหรอก เชื่อตั้มเถอะ อ้าว! เป็นงั้นไป แต่ก็ต้องเชื่อป๊าเพราะงานนี้ป๊านำ ป๊าจ่าย และป๊าก็เป็นลอนดอนเนอร์มาก่อน ไม่ไปก็ไม่ไป

สุดท้ายตอนเช้าก่อนออกเดินทางถามป๊าว่าไปไหนบ้างวันนี้ ป๊าตอบมาว่าไป Notting Hill โหย แค่ได้ยินก็ดีใจแทบตาย

ก็จะอะไรซะอีกล่ะค่ะ Notting Hill นี่หนังเรื่องโปรดของหนิงเลย แต่ถ้ามาถึงลอนดอนแล้วไม่ไป Notting Hill นี่กลับมาไม่กล้าบอกใครเลยนะคะเนี่ย


ทางไป Portobello Market ตลาดซึ่งเป็นฉากที่คุ้นตาในหนังเรื่อง Notting Hill ตลาดนี้มีของขายเกือบทุกชนิดนับตั้งแต่ของกระจุกกระจิกเล็กๆน้อยๆ เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ ไปจนถึงสินค้าแฟชั่น และอาหารอีกมากมาย

ตลาดนัดจำหน่ายของเก่าในวันอาทิตย์ของที่นี่จัดเป็นตลาดของเก่าที่ใหญ่ที่สุด แห่งหนึ่งของยุโรปและจอแจไปด้วยผู้คนจำนวนมาก มีพ่อค้าแม่ค้าถึงกว่า 1,500 ราย สินค้าส่วนใหญ่เป็นเครื่องประดับและเครื่องเงิน นอกจากนั้นยังมีภาพวาด ขวดน้ำหอม เครื่องเคลือบและโปสเตอร์และสินค้าอื่นๆอีกมากมาย

แต่เสียดายตรงที่ตอนไปไม่ตรงกับวันอาทิตย์ไม่งั้นคงสนุกและได้บรรยากาศกว่านี้อีกค่ะ




ไปตามทางกันเลยค่ะ


ร้านแรกที่เจอ ร้านขายเสื้อผ้าค่ะ กิ๊บเก๋น่ารักมากๆ เลย ราคาก็ไม่ได้แพงมากค่ะ




ระหว่างรอหนิงดูเสื้อผ้าในร้าน ลูกลิงแสบกัีตกั๊ตก็เริ่มออกอาการอยากจะออกจากรถเข็นค่ะ

ดูหน้าลิงสิคะ กำลังจะจ๊ากแล้ว




ไม่อยากจะบอกว่าโชคดีแค่ไหนที่วันนี้อากาศดี ฟ้าใส เพราะ Notting Hill นี่สวยจริงๆ ค่ะ มีอะไรหลายๆ อย่างทั้งสวยทั้งแปลกมารวมกัน

นี่ถ้าฟ้าหม่นแบบเมื่อวานคงเศร้าน่าดูเลย




ป้ายร้านกาแฟค่ะ




แผงนี้ขายสารพัดป้ายเลยค่ะ




สัญลักษณ์ของ Notting Hill ค่ะ บ้านทาสีลูกกวาดสลับสีกัน สวยสุดๆ เลย




ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อยค่ะ


ส่วนลิงแสบของเราเริ่มถึบขา อยากออกเต็มแก่ รอไปก่อนนะลิงแสบ ไม่จ๊ากสุดๆ ไม่มีเอาออกจากรถเข็นค่ะ




ร้านรวงของที่นี่ขายของเก๋ไก๋ไม่ซ้ำกันซักร้านเลยค่ะ


ร้านนี้ขายนาฬิกาค่ะ ทั้งเก่าทั้งใหม่มีหมด




ร้านนี้คงต้องเรียกว่าร้านโชว์ห่วยแห่ง Notting Hill ค่ะ


อยู่หัวมุมถนนโดดเด่นจริงๆ แถมมีที่ให้นั่งกินโอเลี้ยงด้วยนะคะ




ยังคงเดินตามทางไปเรื่อยๆ ค่ะ


ตาก็มองหาบ้านหลังสีน้ำเงินในหนัง ไม่รู้อยู่ไหนสิ




ข้ามไปเดินฝั่งนู้นบ้างดีกว่า




ถนนนี้เป็นถนนที่จะเดินไป Portobello Market ค่ะ มีร้านขายของเก๋ๆ ยาวไปตลอดถนนเลยค่ะ




พามาดูของแปลกหน่อยค่ะ

Maserati ที่ปิดฝาถังน้ำมันไม่ได้ คนที่นี่เค้าเลยใช้วิธีนี้ค่ะ หุหุ เสียชื่อรถสปอร์ตแพ้งแพงหมดเลย




นี่ก็เป็นร้านขายของที่ระลึกและเป็นโชว์ห่วยไปด้วยในตัวค่ะ




ร้านนี้เป็นฉากนึงในหนัง Notting Hill ค่ะ พระเอกของเราเดินผ่าน




ร้านขายรองเท้า ที่คนบ้ารองเท้าอย่างเราต้องเข้าไปดูซะหน่อย

แต่ไม่สวยเลยค่ะ




เจอแล้วบ้านพระเอก ซึ่งจริงๆ แล้วคงไม่ใช่หลังนี้หรอกค่ะ แต่หนิงเริ่มเมื่อยแล้ว เลยขอมั่วเอาว่าหลังนี้แล้วกันนะคะ อิอิ


ที่สำคัญยังมีที่หมายต่อไปที่ยังหาไม่เจอเลย

ไปต่อดีกว่า




หลังจากเดินหาอยู่หลายช่วงตึก

ในที่สุดก็เจอจนได้ ร้าน Travel Bookshop ที่ในหนังเป็นร้านของพระเอกน่ะค่ะ ฮิฮิ ดีใจจัง


ส่วนลิงแสบกั๊ตกั๊ตของเราก็ดีใจเหมือนกันที่ได้ออกจากรถเข็นค่ะ




ร้านนี้จริงๆ เป็นร้าน 2 คูหานะคะ แต่ในหนังเค้าทำเป็นร้านคูหาเดียวค่ะ


ให้ดูอีกทีว่าดีใจทั้งแม่ลิงลูกลิงจริงๆ




ออกมาได้ลิงก็ซนเลยค่ะ




ต่อด้วยท่าประจำของลิงแสบ เดี๋ยวหาว่ามาไม่ถึง




ลิงเริ่มซนมากดิ้นอยากจะออกจากกระเหรี่ยงให้ได้

งั้นออกไปเลยนะลิง เอาให้เต็มที่ หน้าร้านนี่แหละ ก่อนเค้าจะออกมาไล่ ฮิฮิ




ยังจะมามองอีกแหนะ




ถ่ายกับมามี้เป็นที่ระลึกหน่อยค้าบ




เข้าไปข้างในร้านบ้างดีกว่า ดูซิจะเหมือนในหนังที่เราดูกันมั้ย


หนิงว่าไม่เหมือนซะทีเดียว แต่ก็คล้ายๆ ค่ะ




พอปล่อยลิงลงพื้นเท่านั้นแหละค่ะ ไปเลยทันที สนุกเค้าล่ะ




เสร็จฝั่งซ้ายก็ย้ายมาฝั่งขวา ซนจริงๆ




ลิงแสบเริ่มรื้อๆ ค้นๆ ชั้นหนังสือของเค้า หนิงเห็นท่าไม่ดี กลัวไปทำหนังสือเค้าพังแล้วต้องจ่ายตังค์ ไปแงะลูกลิงแสบออกมาก่อนดีกว่า




ทางร้านมีแปะข่าวไว้ด้วยนะคะ มีเลียนแบบมุมเดียวกับจูเลีย โรเบิร์ตด้วย น่ารักจริงๆ


ส่วนด้านข้างที่เห็นลายๆ นั่น คือลิงเริ่มอาละวาดค่ะ เลยต้องหิ้วปีกก่อนจ๊ากลั่นร้านค่ะ




เอาออกมาสงบสติอารมณ์ข้างนอกดีกว่า ร้านหนังสือเค้าเงียบจะตาย ถ้าลิงจ๊ากขึ้นมาจริงๆ มีโดนไล่ตะเพิดแน่นอนงานนี้




พอออกมาได้ก็มาซนต่อที่เดิมเลย ดี๊ด๊าจริงๆ ลูกลิงแสบ




ขอรูปครอบคร้วหน่อยค่า




อ้าว หาอะไรเหรอจ๊ะลูกลิงแสบ




จาไปแล้ว

แต่ลิงแสบกั๊ตกั๊ตก็ไม่ค่อยอยากจะยอมให้อุ้มเลยค่ะ กำลังสนุกอยู่




ขอมามี้หอมเป็นที่ระลึกอีกซักที ก่อนไปจริงๆ แล้ว




เดินกลับมาอีกทาง ตรงนี้เป็นถนนใหญ่ ร้านค้าก็เยอะเหมือนกันค่ะ




ร้านขายของที่ระลึกค่ะ




รถมินิ 2 คันนี้เป็นรถที่เค้าเอาไว้วิ่งโปรโมทผับค่ะ แต่งสีซะแสบเชียว




นั่งรถเมล์กลับเข้าเมืองค่ะ ต้องไปหาข้าวกินก่อนเริ่มหมดแรงแล้ว


ส่วงลิงแสบกั๊ตกั๊ตเหรอคะ ก็เหน่นเน้นตามระเบียบ เน้นเสร็จก็หลับยาวเลยค่ะ




ระหว่างนั่งรถเมล์ไปกินข้าวที่โซโห รถติดสุดๆ เลยค่ะ ป๊าเลยตัดสินใจให้ลงเดินแทนเพราะคิดว่าต้องเร็วกว่าแน่นอน เลยลงกันที่ Regent Street ที่ตัดกับแยก Oxford Street ค่ะ

ไหนๆ ก็ลงตรงนี้แล้วเดินไปที่ห้างดัง Liberty หน่อยดีกว่าค่ะ ห้างนี้เก่าแก่มาก สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1925 เป็นอาคารไม้สักที่สวยงามสไตล์ Tudor ค่ะ


ด้านหลังนี่แหละค่ะ ห้าง Liberty




ดูใกล้ๆ ยิ่งสวยค่ะ




วันนี้แดดจัดมากค่ะ ลูกลิงแสบตาซะคิ้วขมวดเลย




ทางเชื่อมระหว่างตึก 2 ตึกของห้างค่ะ




เดินมาอีกนิดเจอผับใหญ่เก่าแก่ของลอนดอนแท้ๆ เลยค่ะ




แล้วก็มาถึงโซโห


ร้านอาหารจีนเจ้าประจำตั้งแต่สมัยป๊ายังเป็นลอนดอนเนอร์ค่ะ




ถูกและอร่อยค่ะร้านนี้ ครอบครัวลิงกินกันเกือบทุกวันเลยค่ะ


ที่ถืออยู่ในมือก็ของโปรดลิงแสบกั๊ตกั๊ตค่ะ คะน้าน้ำมันหอย




กินเสร็จแล้วก็ไปต่อกันดีกว่าค่ะ


เดินจากโซโหลัดเลาะไปเรื่อยๆ ก็ไปถึง Trafalgar Square ที่เห็นอยู่ข้างหน้านั่นแหละค่ะ




Trafalgar Square ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงม้า ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน เป็นศูนย์กลางของการชุมนุมและการจัดกิจกรรมรวมถึงงานเฉลิมฉลองต่างๆ


ด้านเหนือคือ National Gallery และโบสถ์ St.Martin-in-the-Fields ส่วนด้านตะวันตกเฉียงใต้เป็น Admiralty Arch ที่พาไปสู่ Buckingham Palace ค่ะ


เจอน้องนักศึกษาคนไทย เลยรีบให้ถ่ายรูปครอบครัวให้ค่ะ


ด้านหลังที่เห็นนั่นคือ National Gallery




The National Gallery แบบเต็มๆ ค่ะ




กลางจตุรัสมีเสาหินขนาดใหญ่ สูง 50 เมตร บนยอดเสามี รูปปั้นนายพลเรือ มีอนุสาวรีย์นายพล Lord Nelson วีรบุรูษแห่งกองทัพเรืออังกฤษ ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตในสงครามเรือกับกองทัพนโปเลียนของฝรั่งเศส ในสงคราม Trafalgar ปี ค.ศ. 1805 ซึ่งในขณะนั้น เป็นยุคที่นโปเลียนขึ้นมามีอำนาจในฝรั่งเศสและด้วยกองทัพฝรั่งเศสที่เข้มแข็งภายใต้การนำของนโปเลียน ที่ทำให้ฝรั่งเศสในยุคนั้นมีอำนาจเหนือประเทศอื่นๆ ในภาคพื้นทวีปยุโรป ในปีนั้นกองทัพของนโปเลียน นำกองเรือหลายร้อยลำเข้าบุกอังกฤษ หมายที่จะพิชิตเกาะอังกฤษ Lord Nelson ได้นำกระบวนเรือราชนาวีอังกฤษ ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่ามากเข้าต่อสู้กับทัพ นโปเลียนอย่างห้าวหาญ และคว้าชัยชนะมาได้ในที่สุด กัปตันเนลสันถูกยิงได้เสียชีวิตระหว่างยุทธนาวีครั้งนี้ รูปปั้นบนยอดเสาของ Lord Nelson นี้เเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกให้กับวีรกรรมของท่านที่ช่วยให้อังกฤษ ไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส


เสานี้แหละค่ะ แต่ป๊าถ่ายไม่เห็นท่าน Lord เลย




อ้า เจอแล้ว รูปนี้เห็นท่าน Lord ด้วยค่ะ




บริเวณนี้มีน้ำพุอยู่หลายจุดเลยค่ะ




นี่ก็น้ำพุใหญ่อีกจุดนึงค่ะ




แดดเริ่มตก ลมเริ่มโชย อากาศดีกว่าตอนกลางวันเยอะเลยค่ะ กลางวันๆ นี้ร้อนสุดๆ


อากาศดีลิงแสบก็อารมณ์ดีไปด้วยค่ะ




Trafalgar Square นี้จะมีสิงโตตัวใหญ่มากๆ 4 ตัว อยู่แต่ละด้านของอนุสาวรีย์ค่ะ นักท่องเที่ยวก็จะนิยมปีนขึ้นไปถ่ายรูปบนนั้น




เราก็เป็นนักท่องเที่ยวเหมือนกัน ก็เลยส่งป๊ากับลิงแสบกั๊ตกั๊ตขึ้นไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกค่ะ

แต่กว่าป๊าจะปีนขึ้นไปได้เล่นเอาเหงื่อตกกันเลย เพราะมันสูงมากค่ะ เฉพาะฐานน่าจะสูงซัก 2 เมตรได้ บ้านลิงยิ่งตัวเตี้ยๆ อยู่ อิอิ


ในที่สุดก็ขึ้นไปถึงจนได้




อีกซักรูปกับสิงโตเต็มๆ ตัวค่ะ




ถ่ายเก็บบรรยากาศจากมุมสิงโตมองค่ะ




ที่หมายสุดท้ายของการเดินทางในวันนี้คือห้าง Harrods ค่ะ ไม่ได้ไปช้อปปิ้งของตัวเองหรอกนะคะ แต่ไปซื้อของที่น้องสาวฝากซื้อน่ะค่ะ


แต่ก่อนอื่นใดเมื่อไปถึงต้องพาลิงแสบไปเหน่นเน้นก่อนค่ะ เพราะได้เวลาแล้ว ห้องให้นมของห้าง Harrods อยู่บนแผนกเด็กค่ะ

รถเข็นห้ามขึ้นบันไดเลื่อนค่ะ


แต่บันไดเลื่อนโซนนี้อลังการมากค่ะ ตกแต่งสไตล์อียิปต์ อดถ่ายรูปมาให้ชมไม่ได้




เพดานในส่วนของบันไดเลื่อนโซนอียิปต์ค่ะ อลังการไม่แพ้กันเลย Lighting สุดยอด




ถ่ายเสร็จก็เดินไปขึ้นลิฟท์ค่ะ อลังการไม่แพ้กัน




ภายในลิฟท์ค่ะ ถ่ายได้แค่นี้เอง เพราะลิฟท์เค้าเร็วจริงๆ หายใจยังไม่ทันถึง 2 เฮือกเลย ถึงแล้ว




ถึงแล้วค่ะห้องให้นม ถ่ายได้แต่ทางเข้าเพราะเค้าไม่ให้ถ่ายด้านในค่ะ ไม่งั้นจะถ่ายมาให้ดูซะหน่อยว่ามันเก่าและแคบแค่ไหน ดีที่ยังพอสะอาดอยู่่บ้าง

อ้อ ร้อนด้วยค่ะ




ระหว่างรอลิงแสบเหน่นเน้น ป๊าก็เดินไปเก็บภาพบรรยากาศของแผนกเด็กโดยรอบค่ะ


มีแต่แบรนด์เนมทั้งน้านนน.. เริ่มด้วยแบรนด์โปรด Burberry ค่ะ




ที่นี่มีแบรนด์เนมของเด็กเกือบทุกแบรนด์ให้เห็นค่ะ ทั้งของผู้หญิงและของผู้ชาย มากบ้างน้อยบ้าง แต่ที่แน่ๆ แพงโหดเลยล่ะค่ะ




อีกด้านนึงค่ะ




ป๊าถ่ายได้ไม่เท่าไหร่ ลิงแสบก็เน้นเสร็จแล้ว รีบลงไปซื้อของที่ต้องการดีกว่า ตอนนี้ยังอารมณ์ดีต้องรีบกอบโกยค่ะ


ที่ Harrods นี่ Window Display อลังการงานสร้างทุกแผนกเลยค่ะ


แผนกของที่ระลึก




ด้านในค่ะ

บรรยากาศมันดูเชื้อเชิญให้ซื้อของมากๆ เลย




มาถึงแล้วแผนกกระเป๋าที่น้องสาวฝากซื้อค่ะ




นี่ค่ะ กระเป๋า Harrods ที่วัยรุ่นไทยนิยมนักหนา กระเป๋าพลาสติกราคาแพง ถูกสุดๆ ต้องมี 8-900 บาท

แต่แบบใกล้เคียงกันเคยเห็นที่สำเพ็งขายใบละ 99 บาทค่ะ คนไทยนี่สุดยอดจริงๆ


ทาง Harrods เค้าจะจัดมุมกระเป๋าแบบนี้ แทรกไว้ตามแผนกต่างๆ ได้อย่างแยบยลเลยทีเดียว พูดง่ายๆ อยู่แผนกไหนก็มีโอกาสเสียตังค์ซื้อกระเป๋าของเค้าได้ไม่ยากเลย




มาดูมุมของที่ระลึกกันค่ะ


มุมใบชาอังกฤษค่ะ




มุมนี้เป็นของที่ระลึกสัญลักษณ์ของลอนดอนค่ะ

ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ 2 ชั้น ตู้ไปรษณีย์โบราณ ตู้โทรศัพท์สาธารณะสีแดง หรือแม้แต่ตุ๊กตาทหารองครักษ์ แบบที่เราไปดูกันเมื่อช่วงเช้าวันนี้ค่ะ




ขอท่าประจำกับมุมนี้ซักครั้งเถอะค่ะ แสงสีสดใสจริงๆ เลย




ซื้อรถซักคันดีมั้ยเนี่ย

พลิกไปเห็นราคาแล้ว กลับไปซื้อของเล่นที่บ้านเราดีกว่า




สุดท้ายก่อนกลับ

ขอถ่ายรูปฝาแฝดลิงหมีหน่อยค่ะ เหมือนใช้ได้เลยนะเนี่ย




ซื้อของเสร็จปุ๊บได้เวลาจ๊ากพอดี เผ่นแทบไม่ทัน


ออกมาเจอน้องๆ คนไทยกำลังจับกลุ่มนั่งคุยกันอยู่เลยขอให้ถ่ายรูปครอบครัวให้ซักหน่อยค่ะ ส่วนลิงแสบน่ะเหรอค่ะ จ๊ากๆ อยู่ในรถเข็นนั่นแหละค่ะ




ได้เวลากลับโรงแรมแล้วค่า


ใครที่เคยถามถึงว่าเวลาพาลิงแสบขึ้นลง Tube นั้นมันลำบากแค่ไหนให้ดูรูปนี้ค่ะ

นี่ยังโชคดีที่สถานีนี้มีบันไดเลื่อนนะคะ บางสถานีไม่มีบันไดเลื่อน ต้องหิ้วรถเข็นขึ้นๆ ลงๆ กัน 2 คน แถมบางสถานียังปิดซ่อมต้องให้เดินข้าม 2-3 สถานี้อีกนี่แสนสาหัสอย่างตอนที่แล้วเลยเชียว




ผ่านพ้นไปกับวันที่ 5 ของครอบครัวลิงแสบในลอนดอน วันนี้ถือว่าลูกลิงน่ารักมาก หลังจากแผลงฤทธิ์สุดๆ ไปเมื่อตอนที่แล้ว วันนี้เหมือนรู้ทางกันค่ะ ถ้ากินอิ่ม นอนหลับเพียงพอ ก็ยอมนั่งรถเข็นค่ะ นั่งนานๆ เบื่อก็อุ้มออกมาแบกกระเหรี่ยง แบกได้พักนึกเห็นว่าน่าจะพอใจแล้วก็ให้กลับลงรถเข็นใหม่ลิงแสบก็ยอมค่ะ

ทำมั้ยไม่รู้ใจกันซะตั้งแต่วันแรกน้อ จะได้สบายกว่านี้ อิอิ


พบกันใหม่ตอนที่ 7 ตอนหน้า ตอนจบแล้วค่า..


วันนี้ขอปิดท้ายด้วยความสูงของบันไดเลื่อนใน Tube นะคะ สูงแค่ไหนไปดูกันชัดๆ ค่ะ







Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2553 18:55:59 น. 7 comments
Counter : 1818 Pageviews.

 
พี่หนิงหุ่นดีจังเลยค่ะ....


โดย: บัวเวียดกง วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:09:51 น.  

 
รูปเยอะมากๆ ดูกันเพลินเลย
บรรยากาศสวย โรแมนติก
นางแบบเริ่ด
นายแบบน่ารัก

สรุปว่าอิจฉา อยากไปมั่งจัง


โดย: แม่น้องภู (Pibhu ) วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:14:11 น.  

 
รูปเยอะจริงๆ ค่ะ คุณแม่ยังสวยอยู่เลย


โดย: ying&yammy วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:24:01 น.  

 
ตามพี่หนิงมาจากชานเรือนค่ะ ..

ชอบรีวิวของพี่หนิงภาพสวยคมชัด

ถ่ายทอดเรื่องราวได้น่าติดตามมาก ๆค่ะ

และก็ชอบดู ลิงแสบกั้ต กั้ต กับท่าประจำด้วย







โดย: เขาพิงกัน วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:37:34 น.  

 
ตามมาดูหนุ่มน้อย กับคุณแม่คนสวยอีกที

เคยแอบไปดูในกระทู้คุณหนิงประจำเลยค่ะ ชอบดูลิงแสบของคุณหนิงทำท่าแปลกๆ น่ารักดีจัง


โดย: Miss_Coconut_Milk IP: 119.42.78.175 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:57:46 น.  

 
ติดตามแอบอ่านมาตลอดในชานเรือนแต่ไม่เคยเมนท์ค่ะ

คุณหนิงขยันรีวิวม๊ากกก นับถือสุดยอด

ขอแอดไว้ใน blog ด้วยนะคะ


โดย: JJH วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:27:30 น.  

 
มัดหมี่ขอสมัครเป็นเพื่อนลิงน้อยด้วยคนค่ะ


โดย: iamnerisa วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:19:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ninlaning
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




แม่ลูกอ่อนของลิงแสบ นาม..กั๊ตกั๊ต
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
9 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ninlaning's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.