Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
2 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
วันพระที่ 4

เมื่อคืนก็ยังไม่ได้รับศีล excuse ตัวเองว่า 1 วัน 1 คืน

แต่ที่ปฏิบัติมาตลอด คือ 1 วัน 2 คืน ... ข้ออ้างอ่ะน้า ...

วันนี้จริง ๆ มีเรียนตอนเช้า ... แต่ด้วยความขี้เกียจ ก็ไม่ไป

นั่งพับดอกบัวเสร็จแล้วก็กะมาเขียน blog นี่ล่ะ

อึ้งเล็กน้อยกับอีเมล ของนักเรียน ที่เมลมาถามว่า จะให้เรียนวันไหน

วันเสาร์ หรือ วันอาทิตย์ ที่ไม่ได้มาเรียนเลย เพราะ แม่เสีย แล้วก็ ติดสอบ

เฮ้อ จำได้ว่า วันนั้นเรายังคุยกันถึงแม่ของนร.สองคนนี้อยู่เลยนี่นา

ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นการตอกย้ำมั๊ย ถ้าถามไถ่ถึงสาเหตุ

โอเค ครูขอแสดงความเสียใจด้วยแล้วกัน ... แต่ความตาย มันไม่ใช่จุดจบ

มันคือ จุดเริ่มต้นของการเดินทางต่อไปต่างหาก

ถ้าเป็นคนอื่น ๆ ก็อาจจะอวยพรว่า ... ขอให้แม่ นร. ไปสู่สุคติ

คือ สุคติ จริงรึป่าว ไม่รู้ แต่ขอให้ได้พูด อาจจะทำให้คนฟังสบายใจ

จริง ๆ แล้วก็อยู่ที่กรรมที่แม่เค้าทำมาแหละนะ ทำดีก็มีโอกาสไปดี

ทำไม่ดีก็มีโอกาสไปทุคติ เพราะเราอยู่ ภายใต้ กฎแห่งกรรม ที่หนีไม่ได้

นึกถึงภาพงานศพแล้ว จากที่เมื่อก่อน เคยกลัว เด๊วนี้กลับกลายเป็น เฉย ๆ

เฉย ๆ แทบกับทุกอย่าง ความสุขทุกวันนี้ ไม่ได้เกิดจาก การอยากมี

อยากเป็น มากแบบเมื่อก่อน แต่เป็นจาก การได้ทำอะไรดี ๆ เพื่อคนอื่นบ้าง

เช่น การหันกลับมาเอาใจใส่ เมตตา น้อง ๆ ทั้ง 3 คนในบ้าน

ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเคยอคติมากมาย ... หันมาปล่อยวางซะที

ไม่เอาใจไปยึดติดมากนัก ไม่ว่าน้องจะโตมา จะดี หรือ ไม่

มันคือ ตัวของน้อง เรามีหน้าที่แค่ชี้นำแนวทาง ส่วนเค้าจะเดินหรือไม่

เราไม่ใช่คนเดินเอง จะตอบอะไรได้ ...

----------------------------------------------------------------------------

อ่อ อิงจากบลอกที่แล้ว ที่ว่า

เจนเล่าถึงอานิสงส์ของการถืออุโบสถศีลเพียงคืนเดียว ของชายตัดฟืน

บ้านท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี ปวดท้อง ไม่สบาย

แต่ยอมตาย ไม่ยอมผิดศีล สุดท้าย ได้ไปเกิดเป็น เทวดาประจำต้นไทร

พี่คนนึง มาเม้น ว่า

"ถ้าขำแกจะด่าช้านไหม ...

ถือศีลคืนเดียวได้เป็นเทวดาประจำต้นไทร
ทรมานหิวตายแล้วยังต้องอยู่แปะติดกับต้นไม้ซิไม่ว่า น่าสงสารเจง ๆ"

แล้วพอเล่าให้แม่ฟัง แม่ยังบอกอีกว่า โง่ ไม่รักตัวเอง

ทำคนที่ถือศีลอยู่นี่ เกิดความลังเลสงสัยในบุญกุศล ขึ้นมาเลยนะ

สุดท้าย ได้คำตอบจากน้องหลิน ว่า ...

ถ้าชายคนนั้น ระหว่างถือศีลอยู่ ทรมานอยู่ แล้วเป็นทุกข์

เค้าจะไม่ได้ไปเกิดเป็นเทวดาประจำต้นไทรแน่ ... เค้าต้องลงทุคติ

แต่เพราะเหตุใดถึงได้ไปผุดไปเกิดเป็นเทวดา ... ก็เป็นเพราะทุกข์แต่กาย

แต่ใจไม่ได้ทุกข์ด้วยน่ะสิ ... จริงซะยิ่งกว่าจริง

มันใช่การไม่รักตัวเอง และ มันไม่ใช่การโง่

อุโบสถศีลนี่ ใครบัญญัติ ขึ้นมา ไม่ใช่ นาย ก. นาย ข.

แต่เป็น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งท่านบำเพ็ญบารมีมา

14 อสงไขย กับอีก แสน มหากัลป์ แล้วการเชื่อในพระพุทธเจ้า

จะเรียกว่า เป็นการไม่รักตัวเอง เป็นการโง่ ได้ไง

ความคิดนี้ก็เลยทำให้เลิกสงสัยในบุญกุศลอย่างเดิม

เชื่อว่า อย่างน้อย การเชื่อพระพุทธเจ้า โดยตรง ไม่ใช่ มิจฉาทิฎฐิ แน่นอน

----------------------------------------------------------------------------

ไปงานหนังสือมา ได้หนังสือมา 3 เล่ม (รอบนี้ได้น้อยกว่าทุกครั้ง)

เพราะว่า ที่ซื้อ ๆ มา ยังอ่านไม่หมดดีเลย 20 เล่มได้ คราวที่แล้ว

ตอนนี้กำลังอ่านเรื่อง กรรม อยู่ จริง ๆ แล้ว พอศึกษาทางนี้มาก ๆ

จะรู้สึกถึงว่า พวกนิยายรักวัยรุ่น ที่ขายดิบขายดี นั้น เพ้อฝัน

พวกหนังสือเล่าเรื่องผีต่าง ๆ ก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว

เรื่องการระลึกชาติ สัมผัสความตาย สัมผัสที่ 6 ต่าง ๆ ก็ไม่ได้น่าสนใจแล้ว

รวมทั้งเรื่องการศึกษาทางโลกอีกมากมาย ก็ดูน่าเบื่อไปหมด

(นี่บ่นเหมือนคนพร้อมจะบวช สละทางโลกแล้วมาก - -")

กลับมาเรื่องกรรมต่อ ... จริง ๆ ก็เบื่อแล้วเรื่องพวกนี้ เพราะว่า

ก็ซ้ำ ๆ กันเกือบทุกเล่ม ก็คือ ทำดีได้ดี ทำชั่ว ผลกรรมก็สะท้อนกลับ

ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว สะท้อนกลับแน่ วันนึง ตราบใดที่ยังวนอยู่ในวัฎฎะนี้

ที่ซื้อเพราะว่า หน้าปก เป็นรูปพระพุทธเจ้า แล้วก็ข้างใน

เป็นเรื่องราว บุพกรรม ของพระเถระในสมัยพุทธกาล

ซึ่งส่วนใหญ่ ยังไม่เคยรู้มาก่อน

อ่าน ๆ ไป ตอนนี้ยังไม่จบดี รู้สึกเลยว่า ... ขนาดว่า พระอรหันต์ต่าง ๆ

ในอดีตชาติยังเผลอทำกรรมชั่ว ทั้ง ๆ ที่ชาตินึง ท่านจะได้หยุดการเกิด

แล้วเราล่ะ ... ยังไม่ได้เป็นอะไรเลยด้วย แล้วก็ยังไม่ได้วาดเป้าหมาย

ด้วยว่าจะเป็น ... ให้เดินสาย พุทธภูมิ คงไม่ไหว ...

จริง ๆ แล้ว อยากออกจาก วัฎฎะ มันซะชาตินี้เลยด้วยซ้ำ

ตอนต้นของหนังสือ เขียนไว้ว่า ...

ถ้าอยากจะเดินทางในวัฎฎะต่อ ให้ทำความดี เตรียมเสบียง ไว้ภายหน้า

แต่ถ้าอยากจะออกจากวัฎฎะ ให้ ฝึกพระกรรมฐาน ทั้ง สมถะ และ วิปัสนา

การเกิดเป็นมนุษย์ เป็นหนทางเดียว เป็นช่องทางเดียวที่จะออกจากวัฎฎะได้

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แล้วเราจะหวัง สวรรค์ พรหม กันเพื่ออะไร ???

สุดท้ายก็ต้องลงมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่อยู่ดี ถ้าอยากจะออก

คิดสภาพว่า ต้องเกิดใหม่ ... ต้องเรียนใหม่ ... ต้องหัดใช้ชีวิตใหม่ ฯลฯ

ทุกอย่างที่เป็นอยู่ มีอยู่วันนี้ จะเริ่มจาก ศูนย์ ใหม่

เฮ้อ ... ยิ่งคิด ก็ ยิ่ง เหนื่อย ... นี่เราเกิดมากี่แสนกัปป์แล้วเนี่ย ...

กว่าจะมีวันนี้ ที่เป็นมนุษย์แบบสมบูรณ์ มีสติปัญญา และ ร่างกายครบ 32

แถมถ้าทำบุญเยอะนะ แล้วเกิดมาดีเกิน โดดเด่นเกิน จะเป็นไง

มีอะไรการันตีได้ว่า จะไม่เหลิง จะไม่เป็น มิจฉาทิฎฐิ ใช้เรือนร่าง

ใช้หน้าตา ใช้เสียง ทำมาหากิน ยั่วราคะ ผู้คนไปวัน ๆ โดยลืมกฏแห่งกรรม

ทุกวันนี้ ก็ยังชอบร้องเพลงอยู่ แต่ถ้าให้ไปร้องโชว์ ร้องออกงาน

เหมือนเมื่อก่อน คงไม่กล้าแล้ว เพราะฉันเองก็เซ็งเนื้อเพลงทุกวันนี้ด้วย - -"

วนไปวนมา พร่ำพรรณนา ถึงความรัก อะไรก็ไม่รู้ จบด้วยความทุกข์ทั้งนั้น

อ่อ อีกอย่างนึง เรื่องร้านอินเตอร์เนต ที่พี่สาวฉันเคยอยากให้ฉันดูแล

ในนาม เจ้าของ ... แล้วฉันปฏิเสธไป ... โดยแม่หาว่า โง่ ซ้ำอีก

แต่แม่ไม่เข้าใจเหตุผลว่า ร้านอินเตอร์เนต เนี่ย มันเป็นร้านเกมนะ

แล้วเกมทุกวันนี้ มันเป็นเกม สงคราม บ้าง เกมต่อสู้ บ้าง มันคืออะไร

ถ้าไม่ใช่ การฝึกฆ่าคน ... จะให้ฉันไปปลูกฝังเด็กให้ฝึกฆ่าคนทางอ้อมเหรอ

ได้เงินจริง แต่เงินแบบนั้น ฉันก็ไม่เอา โง่ก็โง่เถอะ ยอม

ตอนนี้ กลัวบาป และ กลัวการสะท้อนของกฏแห่งกรรม ขั้นรุนแรง

มันทำให้ฉันมีสติ กับทุกย่างก้าวของชีวิตมากขึ้น

-----------------------------------------------------------------------------

โดยรวมแล้วทุกอย่างเฉย ๆ ไปหมด เป็นอะไรนะ ... แต่การเฉย ๆ นี่

ทำให้พูดได้เต็มปากว่า ฉันสบายดี ... ไม่ได้ทุกข์ แล้วก็ ไม่ได้สุข

ฉันโอเค จะว่ามีความสุขไปเลยก็ไม่เชิง เพราะเฉย ๆ กับแทบทุกอย่าง

-----------------------------------------------------------------------------

แปลกที่ธรรมดาเวลาไปไหน ฉันมักจะชอบให้ไปคนไปด้วย

จริง ๆ ถ้าชวนไป ก็ดูเหมือนจะมีคนอยากไปงานหนังสือเป็นเพื่อนเยอะแยะ

แต่ไม่รู้ทำไม ตัดสินใจ อยากไปเดินคนเดียว ...

อาจจะเป็นเพราะว่า ฉันอยากมีโลกส่วนตัว อยากดูอะไรก็ดูล่ะมั้ง

แบบไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องพูดมาก เดินไปคุยไป ไม่ต้องอธิบายอะไร

ที่เกี่ยวกับตัวเองมาก เพราะถึงพูดไป ก็ยากนักที่จะหาคนเข้าใจจริง ๆ

อยากไปบวชมากกกก ... เรียนจบเมื่อไหร่ ขอลาโลกนาน ๆ ซะที ...

อยากใช้ชีวิตสมถะ อยากอยู่กับธรรมชาติ เบื่อเมืองแห่งการแข่งขันนี้แล้ว

-----------------------------------------------------------------------------



Create Date : 02 เมษายน 2552
Last Update : 2 เมษายน 2552 10:20:06 น. 3 comments
Counter : 202 Pageviews.

 
แวะมาเยี่ยม blog ค่ะ

อยากใช้ชีวิตสมถะ อยากอยู่กับธรรมชาติเหมือนกันค่ะ


โดย: Flowery วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:22:56:58 น.  

 
แวะมาเยี่ยมเยียนบ้าง ขอบคุณนะครับ


โดย: Prachies วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:23:07:21 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ

บ้านนี้เป็นบ้านธรรมะหรือค่ะ ดีจังเลยค่ะ


โดย: นู๋นิดหน่อย มหาศาล วันที่: 3 เมษายน 2552 เวลา:11:03:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jenniepoko
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้ อาจะไม่เห็นได้ด้วยตา ฉันได้ฝากเอาไว้อยู่บนพื้นดิน และ ท้องฟ้า
มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ...

Friends' blogs
[Add jenniepoko's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.