นิยาย " จันทรากินรี" - เหมชาติ ทอง ( ตอนที่ 7 . - อวสาน - )
























































.
.
จันทรากินรี
.
เหมชาติ ทอง
.
.
๗ .   ( อวสาน )
.
.
.   เพียงบินลับเมฆไปได้อึดใจหนึ่ง
โพระดกก็ร้องขึ้นว่า
.
.      " คุณพระช่วย...
.     เราลืมพาตัวเจ้าชายอนันตราช
ไปหิมพานต์กับเราด้วย "
.
.    " พาไป ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
เขาไม่ได้รักหญิง "
.
.    " เจ้าชายอนันตราชทรงรักองค์หญิง
แน่นอน  พี่รับประกัน...
.       มาเถอะเพคะ ...
. เรารีบบินกลับปพาพระองค์ ไปหิมพานต์
กับเราเดี๋ยวนี้ "
.
.    โพระดกหกหัวทันที
หมุนบินกลับอย่างรวดเร็ว
.      ทำให้จันทรากินรีต้องรีบทำตาม
ทรงบินตามหลังนางพี่เลี้ยงไป
.  อย่างกระชั้นชิด
.
      *   *  *  *   *  *  *  *  *
.
.     อัปสราดาราราย
 ที่ยืนอยู่กลางลานประหาร
กุมลำคอตนเองไว้แน่น...
.
.     นางต่อสู้กับสิ่งที่แฝงอยู่ในตัวนาง
อย่างสุดกำลัง
.    บิดตัวไปมา ด้วยความเจ็บปวด
.      นางรู้ดี ว่ามันคือตัวอะไร
ที่กำลังจะดันตัวออกมาจากปาก
 เพราะหมอผีกรั๊วะเคยบอกไว้...
.
.   " วิญญาณผีวัวป่า 
 มันก็จะออกมาจากปากของแก
      ... ไล่ขวิดแกจนพุงแตก
.    ไส้ไหลทะลัก  ! "
.
.           ทันใด....
.    นางก็สุดจะต้านทานไหว...
.
.      ดารารายแหงนหน้าขึ้นฟ้า
อ้าปากกว้าง...
.       เปล่งเสียงร้องออกมา
ดังราวกับเสียงของสัตว์ป่า
.   ....ฟังน่ากลัว จนขนหัวลุก
.
.    " อ้ากส์ส์ส์ส์ส์ ..... "
.
.    ประชาชนได้ยิน และเห็นเช่นนั้น
ต่างส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว
.    ทุกคนแตกตื่น วิ่งหนีกันอลหม่าน
แล้วไปล้อมวงดูองค์มเหสีอยู่ห่างๆ   
.
.         นางปากคอบิดเบี้ยว
  ส่ายหน้าไปมา..
.     ล้มตัวลงนอนกับพื้นลานดิน
กุมลำคอ เกลือกกลิ้ง
.     ถีบเท้า ดิ้นเร่าๆ....
.
.       " เจ้าพี่....
  เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ "
.
.     องค์เขมรรัฐตกพระทัย ถลาแล่น
จากที่ประทับ
.     เข้ามาประคองพี่สาวไว้
.
        อนันตราชก็รีบวิ่งมาหา
แต่ก็ต้องชะงัก...
.
.      เพราะมีกลุ่มควันสีดำเข้ม ...
พวยพุ่งออกมาจากปากของดาราราย
 อย่างทะลักทลาย  ต่อเนื่องไม่ขาดสาย
.    แล้วกลุ่มควันก็ก่อตัวเป็นเงาดำทะมึน
 รวมตัวกันชัดเจนขึ้น เป็นปีศาจวัวป่า...
.
.        ฉับพลัน ...
.   มันก็กลายเป็นวัวป่าตัวใหญ่จริงๆ
ใหญ่จนน่าจะต้องเป็นตัวจ่าฝูง
.
.      โหนกของมันสูงและหนา
 เขาของมันทั้งคู่ ยาวโค้ง
.       ปลายเขาแหลมเปี๊ยบ
.  อะไรก็ไม่น่ากลัวเท่าดวงตา ที่ลุก
โพลง
  มีสีแดงจ้า ราวกับถ่านที่กำลัง
ติดไฟ
 .       ซ้ำปากของมันมีน้ำลายยืด
ติดปากเป็นฟองฟอด
.        มันคือ ผีวัวป่าบ้า....
.
.    ชาวบ้านหลายคนหวีดร้อง
ด้วยสยดสยองกับภาพที่เห็น
.      รีบอุ้มลูก ลากหลาน
 วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น
.
.      และแล้ว...
มันก็พุ่งเข้าหาดารารายกับเขมรัฐ 
    ที่นั่งประคองกันอยู่....
.
.       พอถึงร่างของมเหสี
มันก็ก้มหัวลง ใช้เขาดันขวิดขึ้นอย่างแรง
.
.    ร่างของดารารายลอยสูงขึ้นกลางอากาศ
นางกรีดร้องสุดเสียงด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
.       พอร่างนางตกลงมาถึงพื้น
ก็ถูกมันเข้าไล่ขวิด ตะบันปลายเขาใส่ซ้ำไม่นับ
ร่างของนางสะบัด กลิ้งไปมา
.     ท้องอัปสราดารารายฉีกขาดเป็นแผลกว้าง
จนลำไส้กระเด็นทะลักออกมา ..
.     กระจุยกระจายไปทั่วบริเวณ
.
.    ทุกคน ณ ที่นั้น ได้แต่ยืนตกตะลึง
มองสิ่งตรงหน้า ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
.    ทำอะไรไม่ถูก...
.
.     อย่างไม่มีใครทันคาดคิด...
ผีวัวป่าพุ่งเข้าชาร์จใส่เขมรัฐ
.
.      เจ้าชายร้องโอ๊ยยยยย--
.  ถูกมันใช้ขาคู่หน้าทั้งสอง
รัวโขกใส่องค์ อย่างนับไม่ทัน
.
.    เขมรัฐโผกายขึ้น หวังจะหนี
ก็โดนปีศาจวัวตะบันเขาแหลมๆ
ใส่ร่างอย่างบ้าคลั่ง
.
      เจ้าชายหนุ่มร้องโอยได้อีกครั้ง
.        --  ก็แน่นิ่ง
   วิญญาณหลุดลอยไปจากร่าง
.
.   เจ้าปีศาจหันไปมองอนันตราช
แล้วมันก็ถอยหลัง...
.      เตรียมชาร์จใส่อีกองค์
   ดูราวกับนักฟุตบอล ถอยไปตั้งหลัก
        เตรียมจะยิงลูกโทษ
.
.      "  อนันตราช !!"
มีเสียงเรียกเจ้าชายจากบนท้องฟ้า
.       "  ไปหิมพานต์กับพวกเรา.."
.
.         ทรงมองขึ้นไป
    ก็เห็นจันทรากินรี และโพระดก
กระพือปีกลอยตัวบิน
.      ในระดับที่ไม่สูงนัก
.
   " จันทรา...
              เจ้ากลับมารับข้าหรือ "
.
         ไม่มีคำตอบ...
     แต่พลัน- ก็ถูกสองกินรีบินโฉบวูบลงมา
 ช่วยกันช้อนวรกายของเจ้าชายอนันตราช
       พุ่งทยานขึ้นฟ้า...
.        เฉียดฉิว ก้บวินาทีที่เจ้าผีวัว
   พุ่งเข้าใส่ตำแหน่งที่อนันตราชยืนอยู่
    อย่างสุดแรง
.
      ร่างของมันที่พบกับอากาศว่างเปล่า
เสียหลัก กลิ้งคะโร่ ...
       ตีลังกา หมุนกลิ้ง---กุก กุก กุก กุก
  แปดตลบ..
ยิ่งกว่ายิมนาสติกฟลอร์เอ๊กเซอร์ไซส์
.
      ประชาชนรีบวิ่งหลบวัวเสียหลัก
กันอุตลุด
     พากันร้องลั่น ในตอนแรก
แล้วเปลี่ยนมาเป็นโห่-หัวเราะขำ 
ที่เห็นมันกลิ้งไม่เป็นท่า
    .. คว่ำหงาย คว่ำหงายให้ดู
.
.        ปีศาจวัวเขินหรือเปล่า-
 ไม่รู้นะ...
    แต่เห็นมันลุกขึ้น แล้วหยุดนิ่ง
คำรามก้อง
   ...กลบอาการหน้าแตกที่คุณหมอ
คลินิก โรงบาลไหนก็ไม่รับเย็บ
.
.         แล้วทันใด
     ร่างของมันก็สลายตัว
  กลายเป็นกลุ่มควันสีดำ
      แล้วจางหายไป...
.
     " องค์มาตาเพคะ...
    หม่อมฉันขอทูลลา
       จะพาเสด็จพี่อนันตราชไปด้วยเพคะ "
.
      จันทรากินรี ทูลลงมาจากบนฟ้า
.
.   อนันตราชที่กำลังทรงถูกหิ้วปีกพาบิน
 รีบบอกลาพระมารดา
.
  " เสด็จแม่....
           ลูกทูลลาไปหิมพานต์กับจันทรา
                  พระเจ้าข้า .. "
.
.    องค์มาตากรรแสงด้วยความตื้นตัน
ตอนนี้ ทรงเข้าใจในทุกอย่างที่เกิดขึ้น
           มันจริง ...
   ตามที่จันทรากินรีทูลชี้แจง
รีบทรงโบกพระหัตถ์ให้กับลูกชาย
 และสองกินรี   ที่กำลังบินลอยสูงขึ้น
สูงขึ้น.....
.
.       " ไปเถิด...
              ขอให้บุญรักษา
      พวกเจ้าทุกคน- น้า -- "
.
      *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.
.  "  ปล่อยให้ข้าลงเดินดินก็ได้
ข้าเป็นผู้ชาย... ตัวย่อมหนัก
     เจ้าทั้งสองเป็นผู้หญิง แรงย่อมน้อย
ต้องบิน และประคองข้าไปด้วยอย่างนี้
   คงเหนื่อยแสนสาหัส ...
               ข้าเกรงใจ "
.
     อนันตราชที่กางแขนกอดไหล่จันทรา
และไหล่โพระดกอยู่ตัดสินใจบอกนางกินรี
.      เมื่อบินห่างนครกัลปพฤกษ์มาได้
  ระยะหนึ่ง
.
     "  ข้าเข้าใจเจตนาที่ท่านพูด
หากแต่พวกเราไม่มีเวลาเหลือพอ
   ที่จะเปลี่ยนเป็นเดินทางด้วยวิธีอื่น
เราต้องรีบบินกลับหิมพานต์ให้ทัน
และให้เร็วที่สุด
    เหนื่อยอย่างไร ก็ต้องทน "
.
      จันทราตอบ
พลางชำเลืองดูแหวนของเจ้าย่า
ที่ตนสวมติดนิ้วไว้ ที่บัดนี้เป็นสีแดงสด
  เฉกเลือดนก
.
      " เป็นธุระร้อนสำคัญมากหรือ
 เจ้าทั้งสองจึงมุ่งมั่น
จะให้ถึงหิมพานต์ไวๆ เยี่ยงนั้น "
.
     " ใช่ ---
  ธุระของข้า เกี่ยวข้องกับความเป็นความตาย
ของคนที่ข้ารักที่สุด
      ทุกคนที่หิมพานต์กำลังรอข้า
  ว่าข้าจะทำมันได้สำเร็จ
            และทันเวลาหรือไม่ "
.
     " ข้าฟังไม่เข้าใจที่เจ้าพูด จันทรา
แต่อยากรู้ว่า
   นี่เจ้ามีคนรักที่หิมพานต์แล้วหรือไร "
.
       " ไว้ทรงทราบเองที่โน่น
ดีกว่าเพคะ... "
.
      พอจันทราตอบอย่างนี้
  อนันตราชก็หน้าจ๋อย
  จนโพระดกที่บินไปแอบอมยิ้มไป
      ...กลั้นหมั่นไส้เจ้าชาย
.
        *  *  *  *  *  *  *
.     บินผ่านนครไพรวัลย์
ก็เป็นเวลาตอนใกล้ค่ำแล้ว...
  .  เพราะทั้งสองต้องพ่วงอนันตราชมาด้วย
จึงบินได้ค่อนข้างช้ามาก
.
      " จวนถึงหิมพานต์หรือยัง "
      อนันตราชถาม เพราะรู้สึก
บินกันมานาน
.
     " ใกล้แล้วท่าน ...
  เห็นป่าทึบ ข้างหน้าโน้นไหม "
.
      อนันตราชมองตามไป
 ก้ร้องว่า
.   " ป่าแถวนี้ ไยคุ้นตาข้านัก 
   หรือคือป่า ที่ข้าได้เคยมา
 เมื่อไม่นานมานี้ "
.
    กินรีทั้งสองกระพือปีกช้า ๆ
พอเห็นผาน้ำตกข้างหน้า
     ก็เตรียมร่อนลงพื้นลานหิน
เบื้องล่าง
.
       " ข้านึกได้แล้ว ...
ใช่  - ป่านี้แหละ
    ที่ธนูของข้ากระเด็นจากท้องฟ้า
   แล้วพุ่งหายเข้าไปข้างใน "
.
      โพระดกฟังที่อนันตราชบอก
รีบมองพักตร์ขององค์หญิง
   เห็นทรงนิ่งเฉย จึงถอนใจโล่งอก
 ที่ทรงสะกดกลั้นอารมณ์ได้ดีขึ้น
.
        ครั้นร่อนลงมาถึงพื้นแล้ว...
 จันทรากินรีก็ยืนหันหลังให้ผาน้ำตก
      หันหน้าเข้าหาป่าทึบ
   รกชัฏ
.
     แล้วเริ่มร่ายเวทย์ ...
        เปิดประตูป่า  
.
"  อิสรา อัมโปรนี อันโตร เม ดรา....
      อิสรา อัมโปรนี อันโตร เม ดรา....
อิสรา อัมโปรนี
        .... อันโตร ----  เม ดรา   "
.
         บัดนั้น...
    ภาพป่าเบื้องหน้า ก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยน
เหล่าต้นไม้สูง ที่บดบังป่าเป็นแนวทึบ
   ก็ค่อยๆ เลือนหาย...
        หายไป อย่างประหลาด
.
    แล้วเบื้องหน้า ก็มีภูเขาใหญ่
  ปรากฏตระหง่านอยู่
        มองเห็นเด่นชัด
.
      " ประตูป่าหิมพานต์เปิดแล้ว..
ท่านจะไปหิมพานต์
     กับพวกเราแน่หรือ "
.
      " ที่ใดมีเจ้า--
            ข้าจะไปที่นั่น จันทรา "
.       อนันตราชรีบตอบนาง
.
     " องค์หญิงเพคะ ดูนั่น  ..."
  องค์เทพปักษา กับทหารกินรา
      กำลังบินมาหาเราเพคะ "
.
       โพระดกชี้ไปที่ท้องฟ้ายามสนธยา
ตรงหน้า ที่สาดแสงสีส้มเหลือง และสีต่างๆ
    ตามแนวเมฆ...
        ก็แลเห็นมีเหล่ากินราเจ็ดแปดตน
กำลังบินขยับปีกขึ้นลง ตรงมา
.
      เห็นได้ชัดว่า ตนหนึ่งสวมมงกุฎยอดสูง
ซึ่งจำได้ทันที
    ว่านั่นคือ ท้าวเทพปักษา
.
       พอทั้งหมดร่อนลงสู่พื้น ....
 จันทรารีบเข้าไปบังคมเสด็จพ่อ
          และโผกอด
    ร่ำไห้ด้วยความดีใจ
.
.      " ท่านพ่อทราบได้อย่างไร
   ว่าลูกจะกลับมาตอนนี้... "
.
     " พ่อเองไม่ทราบหรอก
.        แต่เจ้าย่าท่านบอก
ว่าวันนี้ จะครบกำหนด 15 ทิวาราตรี
     อย่างไรเสีย ...ลูกกับโพระดก
          ก็จะต้องพากันกลับมา "
.
           ทรงมองอนันตราช 
     ที่ถวายบังคมให้พระองค์
พร้อมกับจันทรา เมื่อกี้
.       ก็ถามจันทรากินรีทันที
.
 " แล้วนี่ใครหรือ ...
           ดูเหมือน จะเป็นมนุษย์ "
.
      " เพคะ..
    ท่านผู้นี้ คือ เจ้าชายอนันตราช
        แห่งนครกัลปพฤกษ์
       ลูกพาเขามา  เพื่อ..
            -- เอ้อ "
.
       ท้าวเทพปักษาเริ่มวรกายสั่น..
ทรงเดาความนัยนั้นได้...
.
  " เพื่อภารกิจของพวกเรา ใช่ไหม
              หือ ...
       ใช่ไหม จันทรา ? "
.
      เจ้าหญิงก้มหน้า สะอื้น
 ไม่ทรงตอบ
.
      ท้าวเทพปักษาจึงหันไปทาง
นางพี่เลี้ยงโพระดก
.
" โพระดก เจ้าจงบอกข้าตามตรง
           เจ้าชายผู้นี้..
    คือผู้ที่พวกเราติดตามล่าตัวมา
        ...ใช่หรือไม่ ? "
.
.     โพระดกพนมมือไหว้ ก้มหน้าตอบ
ด้วยความเกรงกลัว
.
           " เพคะ "
.
          อนันตราชงุนงง....
   เพราะไม่เคยรู้  หรือมีใครบอกเล่า
    เกี่ยวกับเหตุการณ์ความตาย
ที่เกิดขึ้นกับสุริยันกินรา
     ทำไมหรือ ?....จันทราจึงต้อง
ตามล่าตนด้วย..
.
.      " ผั๊วะ !!!! "
.
       อนันตราชหน้าหงายไม่รู้ตัว
 เมื่อโดนท้าวเทพปักษาตบหน้า
       ฉาดใหญ่เข้าอย่างจัง
.
.      " แกฆ่าลูกชายของข้า !"
.  
.         " ท่านเทพปักษา ...
     ตบหน้าข้าทำไม ?
.       ข้าไปฆ่าลูกชายของท่านเมื่อไรกัน ? "
.
.       จันทรากินรีทำท่าจะอธิบายให้
อนันตราชฟัง
     แต่ท้าวเทพปักษาทรงโบกหัตถ์ห้าม
.
.        " ทหาร --
     รีบพาตัวอนันตราชไปที่ถ้ำค้างคาวดำ
เดี๋ยวนี้ "
.
      ทรงชี้ไปที่เสนากินราสูงวัย
คนหนึ่ง
.
.       " ส่วนเจ้า ...
   -จงรีบไปใช้เวทย์ปิดประตูป่า "
.
        "  จันทรา... เจ้ารีบบินไปกับพ่อ
    เราไม่มีเวลามากแล้ว...
            เจ้าแม่ย่า และทุกคน
     กำลังรอเจ้าอยู่ที่ถ้ำ "
.
        กล่าวแล้ว ท้าวเทพปักษาก็กระพือปีก
บินออกไปทันที
    จันทรา และโพระดกจึงรีบบินตามไปติดๆ..
.
     ทหารกินราคนนั้น วิ่งออกไปร่ายเวทย์
ปิดป่า
        ส่วนอีกสี่นาย ตรงเข้าไปประกบตัว
อนันตราชไว้แน่นหนา
       แล้วโผบินขึ้นพร้อมกัน 
พาร่างของเจ้าชายผ่านอากาศยามใกล้ค่ำ
      ไปยังถ้ำค้างคาวดำ
            อย่างไม่รอช้า
.
    *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.     ทหารกินราร่อนลงหน้าถ้ำ
วางอนันตราชลงยืนกับพื้น
      แล้วผละออกห่าง
 ปล่อยให้เจ้าชายเป็นอิสระ...
.
.
.
( ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล )
.
        อนันตราชเหลียวมองไปรอบๆ
   ทรงตระหนักทันทีว่า  ตนกำลังตกเป็น
เป้าสายตาของหมู่มหาสมาคม
.
     เพราะฝูงกินรา กินรี จำนวนมากมาย
รายล้อมอยู่ในถ้ำ แน่นขนัด 
       บ้างยืน บ้างนั่ง ...
   บางตนนั่งชันเข่า ปีกลู่ เกาะโขดหิน
มองดูเหมือนเวตาล
     และมีกินรา และกินรีรุ่นเด็กๆ ซุกซน
หลายตัว ปีนไต่ กระโดดโลดเต้นไปมา
   ตามผนังถ้ำ
.
      พออนันตราชปรากฏองค์
     ทุกคนก็หันมา พุ่งสายตาจับจ้อง
ประหนึ่งกำลังมองดูนักโทษประหาร
ผู้น่าชัง...
      แม้สายตาของจันทรา และโพระดก
ก็มองมาเช่นกัน 
     อนันตราชยิ่งมึนงง  จนสับสน
ไปหมด ...
.
      *  *  *  *  *  *  *
.
     " จันทรากินรี ...
โปรดช่วยบอกข้าให้กระจ่าง
      ข้าได้ทำสิ่งใดผิด ?
ข้าได้ฆ่าลูกชายขององค์เทพปักษา
    ตามที่ท่านกล่าวหา
          จริงๆ หรือ ? "
.
   จันทรากินรีเดินออกมาที่ลานกว้าง
ของถ้ำ
       หยุดตรงหน้าอนันตราช
.
    " อนันตราช...
    ที่นี่คือถ้ำค้างคาวดำ
และนั่นคือ ท่านปู่ค้างคาวดำ
   ผู้เป็นที่นับถือของพวกเรา
    ...เหล่ากินรา และกินรี  "
.
     อนันตราชรีบถวายบังคม
ไหว้ค้างคาวดำที่เกาะเพดานถ้ำ
   ห้อยหัวมองลงมา
       ท่านมีร่างกายใหญ่โตมาก
  เฮฟวี่เวท พอๆกับลูกม้ารุ่นๆ
.
    " บังคมพระเจ้าค่ะ ...
   ท่านปู่ค้างคาวดำ "
.
.    "  ปันใหญ่ ปันสูง
 เจ้าชายอนันตราช
      มือตีนอ่อน-ดีมาก นิท่าน "
.
    " ส่วนองค์นี้
    คือเสด็จเจ้าแม่ย่าของข้า "
.
     อนันตราชรีบทรุดลงกราบบังคม
.
     " บังคมพระเจ้าค่ะ "
.
     กินรีราชนิกูลเฒ่า ทรงสบัดบ๊อบหงอก
เบือนพักตร์หนีไหว้อย่างสุดชัง
     ทำให้อนันตราชยิ่งไม่เข้าใจสาเหตุ
.
         จันทรากล่าวต่อทันที
 " ท่านจงตามข้ามาที่โลงแก้วนี้ "
.
      อนันตราชรีบดำเนินตามนาง
ไปที่โลงแก้ว
      ที่วางเด่นอยู่บนแท่น ไม่ไกล
    ทอดเนตรไปในโลง เห็นเป็นกินราหนุ่ม
นอนหงายอยู่
     ดูสภาพยังปกติ เหมือนคนที่กำลังนอนหลับ
 มากกว่าคนตาย
.
       " เขาเป็นใครหรือ ...
.
     " เขาคือ เจ้าชายสุริยันกินรา
พี่ชายของข้าเอง
         -ผู้เป็นสุดที่รักแห่งข้า "
.
   " เหตุใดต้องนำมาไว้ในโลงแก้วนี้ "
.
    จันทรากินรีตบมือดังๆ ขึ้นสามครั้ง
.
        แปะ-
              แปะ -
                    แปะ ...
.
      ทหารกินราคนหนึ่ง รีบเดินออกมา
อย่างฉับไว
    นำพานใส่ห่อผ้ายื่นถวายให้นาง
.
      จันทรากินรีแก้ห่อผ้าออก  แล้วหยิบ
ลูกศรแฝด -ธนูเงินธนูทอง
        ชูขึ้น ให้เจ้าชายดู
.
" อนันตราช ท่านจำสิ่งนี้
                ได้หรือไม่ ? "
.
    "  โอ--ธนูเงิน ธนูทอง
     เป็นธนูของข้าเอง จันทรา  .... "
.
       เจ้าชายรับเอาธนูมาเพ่งดู
แล้วตรัสว่า
.
  " พอดูนัมเบอร์ ...
     ที่สลักติดไว้ที่ก้านศร
ข้าขอยืนยัน ว่าเป็นธนูของข้าที่หายไป
   แล้วเรียกกลับคืนไม่ได้ 
       เพราะธนูรุ่นนี้ เป็นรุ่นลิมิตเต็ด
ข้าจำได้ ทุกนัมเบอร์  ...
.
  ข้าจะเล่าให้ทุกท่าน
         ณ ที่นี้ ทราบ 
    เมื่อสักสิบห้าวันมาแล้ว...
       ข้ามาประพาสป่า
แล้วอากาศร้อนมาก...
    อุณหภูมิแตะปรอท ที่กว่า 40 ...
     แสงแดดตรงหัว ส่องแรงจ้า
 จนกายข้าแสบ แทบลุกไหม้
.
       ข้าจึงใช้ธนูนี้
   เล็งยิงขึ้นไปที่พระอาทิตย์
เพื่อจะดับแสง พอให้หายคลายร้อนได้บ้าง
   ธนูของข้า ก็เกิดไปกระทบกับตัวถัง
 ของรถพระทินกร
          ธนูจึงกระเด็น ....
   เปลี่ยนทิศทาง พุ่งลง
    และหายเข้ามา ในป่า
แถบบริเวณผาน้ำตก... "
.
     จันรากินรีจึงบอกเจ้าชาย
.
  " ธนูของท่าน
     พุ่งมาปักอุระของเสด็จพี่สุริยันของข้า
ถึงแก่สิ้นชีพ ...
    พวกเราจึงนำร่างมาไว้ในโลงแก้ว
ในถ้ำนี้ "
.
     " โธ่เอ๋ย...
            เป็นดั่งนี้หรือ ? "
.
   อนันตราชทรงตกใจ และเสียใจสุดๆ
ทรุดองค์ลงที่หน้าโลงแก้ว
กราบกับพื้นแบ ๆ
       ตรัสขอโทษสุริยันกินรา
  " สุริยันกินรา...
           ข้าขอโทษท่าน
  ข้าไม่ได้จะเจตนายิงท่านแม้แต่น้อย
  แต่ข้าจะไม่ให้อภัยตัวเอง...
      ข้ายินดีรับโทษทัณฑ์
   ที่ข้าได้ก่อไว้ ทุกประการ  "
.
     เสด็จเจ้าย่าทรงเดินออกมา
  ทรงตรัสบ้างว่า
.
     " ลิขิตแห่งสวรรค์
ยังทรงมีเมตตาต่อสุริยัน
    หลานชายผู้เป็นที่รักของข้า
 จึงประทานวิธีเรียกวิญญาณ
ของสุริยันให้กลับคืนร่าง "
.
    ทรงไอโขลกๆ ตามสภาพกินรีสูงวัย
ที่แม้ประกันภัยสุขภาพ
    ยังเมินหนี ไม่รับทำ
.
  " โดยต้องใช้หัวใจของเจ้า-
อนันตราช....
     ซึ่งเราถือว่า เจ้าเป็นศัตรู
ของพวกเราทุกคน
    สวรรค์กำหนดให้ผ่าเอาหัวใจของเจ้า
มาเพียงครึ่งดวง
  แล้ววางบนอุระของสุริยัน
    วิญญาณของเขา ก็จะกลับเข้ามา
  ให้ฟื้นคืนชีพได้ "
.
    อนันตราชรีบทูลเสด็จย่าทันที
.
    " ข้ายินดีมอบหัวใจของข้า...
  เชิญท่านผ่าอุระข้าได้เลย
           ในบัดนี้ "
.
  โพระดกรีบแจ้งเงื่อนไขเพิ่มเติม
.                                                     
. "  หัวใจนั้น จะบังเกิดผลตามบัญชาแห่งสวรรค์
ก็ต่อเมื่อ ท่านมีความรักให้แก่องค์หญิง
จันทรากินรี
     และองค์หญิง ก็ต้องมีความรักให้แก่ท่านด้วย
เพคะ "
.
     " ข้ามีหัวใจที่รักมั่น ต่อจันทรากินรี  ... "
           อนันตราชตรัสยืนยัน
.
        ท้าวเทพปักษาได้ฟัง
 ก็หันไปทางจันทรากินรี
.
    " แล้วเจ้าเล่า....
            เจ้ารักอนันตราชหรือไม่ ? "
.
     " พระบิดา ....
            ลูกเกลียดชังเขา
      อนันตราชเกือบจะโองการ
   ให้เผาบูชายัญลูกทั้งเป็น 
      ลูกไม่มีวันที่จะรักพระองค์
             ฮือ ๆๆๆ ..."
.
       ทรงกรรแสงสะอื้นอย่างหนัก
.
       " จันทราเอ๋ย ...
   ข้าทำตัวเลว ต่ำช้ากับเจ้าเหลือเกิน
       เพราะถูกมนต์ดำที่อัปสราดาราราย
กระทำใส่ จนไร้สติสัมปชัญญะ
          อนิจจา --เจ้าคงเกลียดแค้น ชังข้า
ยิ่งกว่ากิ้งกือ ไส้เดือน เหล่ารากดิน สินะ  "
.
    อนันตราชคร่ำครวญอย่างเสียพระทัย
.
  ทุกคนในถ้ำ พากันถอนหายใจ
   " เฮ่ยยยยย... "อย่างผิดหวัง..
ดูหรือ...
  หนทางที่จะช่วยเรียกชีวิตองค์สุริยันกลับคืน
เหมือนกำลังจะนอนมาใสๆ
    กลับมาเอเร่อร์ ( error) เหมือนตอนสี่คูณร้อย
ส่งไม้สี่พลาด หน้าเส้นชัยเยี่ยงนี้
      มันสุดจะเสียดายโอกาสทองนั้น
 มากอะ...
.
      ท่านค้างคาวดำที่ห้อยหัวมาทั้งวัน
ขยับปีกสองสามยึก
      แก้มึนหัว และเมื่อยขบ
      แล้วกล่าวดังๆ  ด้วยเสียงที่ทั้งห้าว
ทั้งแหบ..
.
.      " เอ....
.      แล้วจะทำอย่างไรกันดี....
หัวใจศัตรูมีรักให้
.    แต่ฝั่งของเรา กลับไร้อารมณ์อินเลิฟ
ซะงั้น...
.      อีกอย่าง  -สวรรค์กำหนดให้มีเวลาช่วยสุริยัน
เพียง 15 ทิวาราตรี
.    แล้วนี่ ก็กำลังจะครบบริบูรณ์
  ในอีกแค่ 100 ห้วงลมหายใจเท่านั้น  "
.
.         ทันใดนั้น...
.     อนันตราชก็จับพระแสงมีดสั้น
ที่ติดองค์เองมาตลอด เงื้อชูขึ้น
.
.       ตรัสเสียงดัง ก้องถ้ำ
.
. " มาเอาหัวใจของข้าไปเถิด ! "
.
.      แล้วแทงมีดลง -
       ...  ปักฉึก
   ที่ใกล้อุระของตนเอง
.
.   " ว๊ายยย...
.           อนันตราช  "
.
.       จันทรากินรีร้อง รีบตรงเข้าฉวยมือ
ของอนันตราชที่กุมมีดที่ปักคาอก...
.         เห็นโลหิตสีแดงเข้ม
  ไหลทะลักออกมาพลั่กๆ
.
.       ทุกคนร้องฮือ กันอื้ออึง....
องค์อนันตราชทรงเด็ดเดี่ยว ได้ใจเหลือเกิน
.  ทรงใช้มีดสั้นแทงองค์ เพื่อสละหัวใจให้
.
.     "  อนันตราช
.              เจ้า... เจ้าแมนมาก
.    ข้า-เทพปักษา ขอประกาศให้อภัยเจ้า "
.
        ส่วนจันทราตัวสั่น กรรแสง
 และตัดพ้อ
.
" ทำไมท่านจึงเขลาอย่างนี้....
           ฮือๆๆๆ..
    ทำเช่นนี้ -
 หัวใจของท่าน ก็ใช่จะใช้รักษาพี่ข้าได้ "
.
   " เอาหัวใจข้าไปเถิด..จันทรา
ความรักที่ข้ามีต่อเจ้า มันมากมายนัก ...
.        อาจทดแทน ที่เจ้าไม่รักข้า
  ก็ได้ "
.
     " โธ่เอ๋ย...อนันตราช "
  เจ้าแม่ย่ารำพันด้วยความซาบซึ้ง
     " เจ้าช่างกล้าหาญ เสียสละ
  สมเป็นหน่อเนื้อ เชื้อราชวงศ์... "
.
.      ค้างคาวดำมีสติกว่าใคร
รีบกระพือปีก ส่งกลิ่นอับๆ อมตะ
      เตือนบอกเรื่องเวลา
ที่ตั้งหน้าตั้งตา...
      ติ๊ก ต็อก - ติ๊ก ต็อก
   แบบ-  กรูต้องแคร์ใคร -ปะ ?
.
" รีบผ่าดวงใจออกมา...
   เวลาที่สวรรค์กำหนด
          กำลังหด--
     ใกล้เข้ามาแล้ว ... "
.
       " จันทรา..."
     อนันตราชสั่งนาง
" เจ้าจงใช้มีด คว้านตรงอกข้า ให้กว้าง
 แล้วชำแหละหัวใจข้าออกมาให้ได้ครึ่งหนึ่ง
.     ...ข้าทำเองไม่ได้ "
.
        " โธ่... "
.     จันทราปล่อยโฮ !....
    สงสารอนันตราชที่เจ็บจนหน้า
เหยเก...
.
     " เร็วเข้าจันทรา ... "
         อนันตราชร้องเตือน
   " รีบทำเดี๋ยวนี้ ... เราต้องช่วย
สุริยันกินราให้ทันเวลา "
.
.      เจ้าหญิงจันทรากินรีกัดฟัน
    จับมีด กดแทงลงไปในอกเจ้าชาย
ให้ลึกกว่าเดิม
   โลหิตจึงยิ่งไหลทะลักออกมามาก
.       จนชุ่มโชกวรกายเจ้าชาย
.
.        อนันตราชสะดุ้งเฮือก 
   งอองค์ ด้วยความเจ็บปวดยิ่งนัก
       ...ทรงฝืนองค์ยืนใหม่
     พยักหน้า ให้จันทรากระทำต่อ
.
.     จันทราจึงดันมีดแรงๆ
  กระชากเปิดแผลให้กว้างออก
.      อนันตราชหลับตาปี๋ ...
ย่นหน้า กลั้นความเจ็บปวด
.    จนน้ำเนตรของชายชาตรี
 ไหลรินลงมาเป็นทาง
.
" อนันตราชจ๋า...."
      จันทราสะอื้นฮัก ๆ
  " ข้าสงสารท่านเหลือเกิน 
       ... ฮือๆๆ "
.
    " เห็นดวงใจของข้าไหม
.               โอย---
     รีบผ่าครึ่งมันเลย จันทรา "
.
      จันทราล้วงจับหัวใจของอนันตราชไว้
ทั้งน้ำตาพร่า
.    -- ถอนมีดออกมาจากอก
          กะประมาณให้ได้ครึ่ง...
  แล้วเชือดตัดหัวใจดวงนั้น อย่างบรรจง
.
.
.      ทุกคนในถ้ำ...
   ไม่เว้นแม่แต่เจ้าย่า
    หรือเหล่าทหารกินรา
ต่างร่ำไห้  สะอึกสะอื้น
.         สงสารเจ้าชายอนันตราช
ที่ยืนวรกายสั่นระริก...
.     ยึดจับไหล่ของจันทรากินรี
ผู้กำลังเฉือนหัวใจ- แบบไลฟ์ - live สดๆ
ต่อหน้าทุกคน
.        จวนจะสำเร็จ...
.
.   โพระดกยืนร้องไห้ น้ำตานองใบหน้า
นางเห็นใจองค์ชาย และองค์หญิง
    จนพร่ำเพ้อ....
.
.     " โถ---
   ใจเท่าเพียงกำปั้น...
.          แล้วยังจะห้ำ จะหั่น
    จะแบ่ง  จะปัน...เพียงครึ่งใจ..
             ฮือ ๆ ๆ... "
.
         *  *  *  *  *  *  *  *
.
.  ทันที-ที่จันทรากินรี
เฉือนครึ่งของหัวใจ ของอนันตราช
     ขาดหลุดออกมาจากอุระ...
.
.         เจ้าชายก็สิ้นลม
.   ทรุดองค์ ....
.         ร่วงล้มหงาย
.
.        จันทรายืนถือหัวใจ
   ที่ยังเต้นกระดุบ..กระดุบของอนันตราช
ร้องลั่น
.         " อนันตราช ! ...
.    ฮือ ๆๆ "
.
.        " ทหาร-- รีบเปิดฝาโลงแก้ว !  "
.       เทพปักษาทรงตะโกนสั่ง
.        "  จันทรา  รีบเอาหัวใจไปวางบนอุระ
ของสุริยัน -เร็ว ! "
.
.         จันทรายังหันรีหันขวาง
  ด้วยใจเป็นห่วงอนันตราชที่ล้มนอน
แน่นิ่งกับพื้น...
.
.     "  กำลังจะหมดเวลาแล้วนะ --จันทรา
.  รีบทำตามที่พ่อบอก--  เดี๋ยวนี้ ! "
.
.       เจ้าหญิงจึงรีบตรงไปที่โลงแก้ว
   ที่ทหารกินราเปิดฝารอไว้ให้
.       ทรงวางหัวใจของอนันตราช
 ลงบนอุระของสุริยันกินรา
.
.            พลัน ...
 .     ก็บังเกิดอัศจรรย์ที่โลงแก้ว
  มีหมอกควันจางๆ แผ่ซ่านออกมา
.
.         แล้วมีกลุ่มละอองดาว
 สีเหลือง และสีส้ม
.       ส่งประกายดาว วิบวับ
 ...  ระยิบ ระยับ
.      ลอยฟุ้งกระจาย ขึ้นมาจากโลงแก้ว
ไม่ขาดสาย....
.
        พอทุกอย่างจางหาย...
   สุริยันกินราก็เริ่มรู้สึกองค์
 ขยับร่าง  และกระแอมไอ
.
.
.     " เสด็จพี่ฟื้นแล้ว !! "
      จันทราอุทานอย่างดีใจ
.
      ทุกชีวิตในถ้ำ พากันปรบมือ
 โห่ร้องแสดงความยินดี ที่เจ้าชายของตน
  ได้ฟื้นชีพ คืนกลับมาอีกครั้ง
.
.     องค์เทพปักษาทรงกอดรับขวัญลูกชาย
อย่างปลาบปลื้ม
.
.       เจ้าแม่ย่ายิ้มอย่างโล่งใจ
ที่หลานชายแสนรักกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
.     ทรงแตะองค์จันทราอย่างเอ็นดู
  กล่าวว่า
.
     " จันทรา...
    ที่จริงแล้ว เจ้าก็รักอนันตราชนี่นา
รีบไปดูเจ้าชายก่อนเถิด ... 
.    ทางนี้ ย่าจะบอกให้สุริยัน
 เข้าใจทุกอย่างเอง "
.
     จันทรารีบกลับมาหาอนันตราช
ทรงคุกเข่า ช้อนประคองร่างของเจ้าชาย
    ขึ้นมา อย่างแสนห่วงใย
.
      " อนันตราช...
    ท่านได้ยินที่ข้าเรียกไหม ? "
.
       เงียบ...
.
   ทรงเรียกอีกครั้ง
     " อนันตราช...
    ท่านเป็นอย่างไรบ้าง "
.
       ไม่มีปฏิกริยาตอบสนอง...
   ศอของอนันตราชไร้การควบคุม
         อ่อนพับไปมา
  ทำให้จันทราตกใจสุดขีด
        ทรงร่ำไห้....
.
   " อย่าจากข้าไปนะ  อนันตราช
           ข้ารักท่าน ... "
.
     ทหารที่อยู่ใกล้ๆ ทูลบอก
.
     "  เจ้าชายสิ้นลมไป
ตั้งแต่ตอนหัวใจหลุดออกจากร่างแล้ว
         พระเจ้าค่ะ  "
.
จันทรากินรีน้ำตาไหลพรากๆ
   กอดร่างของอนันตราชไว้แนบอก
      เอาแต่สะอื้น...
  คร่ำครวญเรียกหาเจ้าชาย
    จนทุกคนต่างมารุมล้อมปลอบโยน
ด้วยความเวทนาสงสาร
.
     แล้วเจ้าหญิง...ก็สะอื้นจนตัวโยน
   พักตร์ซีดเผือด  ตาหลับนิ่ง
.
โพระดกรีบผวาเข้าหา
    ทันรับร่างของจันทรา
 ที่สิ้นเรี่ยวแรง ...
       เป็นลม หมดสติ
.
       *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
        ชาวนครเทพปักษา
ตัดสินใจเก็บรักษาร่างของเจ้าชายอนันตราช
     ไว้ในโลงแก้ว
ในสุสานที่หนาวจนเยือกแข็ง
    ณ ถ้ำค้างคาวดำ
.
     เป็นการให้เกียรติอย่างสูงแก่เจ้าชาย
แห่งเมืองมนุษย์
    ถือประหนึ่งว่า ทรงเป็นองค์ราชวงศ์
ของเหล่ากินรีกินรา พระองค์หนึ่ง
.
      หยาดน้ำตาของเจ้าหญิงจันทรากินรี
  หยดลงบนอุระของเจ้าชายอนันตราช
      ขณะทรงวางช่อดอกปีบทอง
หรือกาสะลองคำ เป็นการไว้อาลัย
      ครั้งสุดท้าย
.
       ทรงถอยห่างออกมา
   สะอื้นไห้ ในอ้ออมกอดของเจ้าแม่ย่า
.
       ทหารกินราปิดฝาโลงแก้ว
และผนึกขอบด้วยยางไม้
        อย่างแน่นหนา
.
      เพราะไม่มีวันใดอีกแล้ว
     ....ที่เจ้าชายอนันตราช
    เจ้าของพักตร์ที่ทรงเสน่ห์
           แสนงดงาม
      และหล่อเหลาปานเทพบุตรผู้นี้
จะมีโอกาสได้ฟื้นชีพกลับมาอีก
    เหมือนอย่างเจ้าชายสุริยันกินรา
.
.   ด้วยท่านค้างคาวดำ
    ได้เพ่งอ่านลิขิตของสวรรค์
กล่าวแก่จันทราว่า วิญญาณของ
เจ้าชาย
ได้ถูกสวรรค์เรียกคืนไปอยู่ที่นั่น
แล้ว
      อย่างถาวร...
.
   *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
       " จันทราเอ๋ย...
   หลานอยากไปถือศีลภาวนากับย่า
          ที่ถ้ำทางตะวันตกด้วยกันไหม
                    เจ้าจะได้สงบใจลงบ้าง " 
.
      " เพคะ เจ้าแม่ย่า..."
            จันทรากลั้นกรรแสง
       "โปรดชี้แนะแก่หลานด้วย
     หลานอยากลืมทุกๆ อย่างให้ได้
เสียเหลือเกิน "
.
          " โธ่เอ๋ย -หลานรักของย่า
             งั้นมาเถิด...
                        ไปกับย่า  "
.
.   สองกินรีสูงศักดิ์ยืนสงบนิ่งหน้าโลงแก้ว
      อำลาอนันตราช เจ้าชายหนุ่ม
ผู้งามทั้งรูปกายและจิตใจ
    ที่จากไปอย่างไม่วันหวนกลับ

ก่อนจะพากันบินช้าๆ
ออกจากถ้ำค้างคาวดำ
.      ฝ่าแสงสีทองของอาทิตย์ยามอัสดง
ร่อนฟ้า มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก
...ละทิ้งเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น
           ให้จางหายไปกับกาลเวลา
.
   *  *  *  *  *  *  *  *
.
          เหมือนใบกาสะลองคำแห้ง ใบหนึ่ง
      ที่ร่วงโรย ปลิวหล่นตกที่พื้น
              ...ก็มองเห็นได้ เช่นนั้น
.
  สักพักหนึ่ง
       มันก็ถูกลืมเลือน ไม่มีใครจดจำ
.
     เมื่อกาลเวลา พาใบแห้งอื่น
           ร่วงลงมาให้เห็นแทน....
.
           * * * * * * * * * *
.
.
               จบบริบูรณ์
.
.
ขอขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาให้เกียรติมาเยี่ยมเยือนบล็อก



Create Date : 21 ตุลาคม 2559
Last Update : 13 พฤษภาคม 2560 9:17:30 น.
Counter : 1123 Pageviews.

0 comments

เปียงดิน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



ข้าราชการบำนาญ
ตุลาคม 2559

 
 
 
 
 
 
1
2
3
6
8
10
11
13
14
15
16
17
18
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog