"ควรเลือกที่จะมีชีวิตที่มีความสุข และดีที่สุดกับคนดีของเรา เพราะชีวิตที่ถูกใช้ ไม่ว่าจะใช้ไปอย่างมีความทุกข์หรือความสุข ก็ไม่อาจเรียกชีวิตคืนได้ทั้งสิ้น.." ท่าน ว.วชิรเมธี Free Image Hosting "ขอบคุณที่เคียงข้างไปกับคนที่มีโลกส่วนตัวสูงอย่างฉัน..ขอบคุณที่เรารักกัน" ... & thank you for pretty family all about of love .. ระวังในการใช้ชีวิต และรอบคอบในการใช้หัวใจมากขึ้น ^_^
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
19 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 

มาส่ง "รักไม่สมรส" บทที่4 ต่อด้วยบทที่5 ให้เพื่อนๆ อ่านจุใจเลยค่ะ ^^แทนคำขอบคุณที่คอยห่วงใยเสมอนะคะ

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ บล็อกแก็งทุกคน เพื่อนสนิท และเพื่อนๆ Fb ที่มาเยี่ยมในบล็อกนะคะ
หายไปทำหน้าที่ปฏิบัติภารกิจงานประจำที่หนักหน่วงนานเลย ..ขออภัยนะคะที่ทำให้เพื่อนๆ เป็นห่วง ..มารายงานตัวค่ะว่า ยังปลอดภัยดีนะคะ.. แล้วถือโอกาส ไถ่โทษที่หายไปนานๆ ด้วยการอัพบล็อก แม้ว่าไดอารี่ก็ไม่มีเวลาเขียน ทั้งอยากรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมค่ะ .. ก็เลยขอนำนวนิยายขนาดสั้น “รักไม่สมรส” ของบุณฑริกา ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2545 มาสู่โลกออนไลน์ ปรุงรสเพิ่มบ้างนิดๆ หน่อยๆ ให้เข้ายุคสมัยค่ะ... ค้างไว้ที่บทที่ 3 นานแล้ว เพื่อนๆ บ่นกันแย่เลย ..กลับมาครั้งนี้ จึงต้องเอาใจกันให้เต็มที่ ..ด้วยรักไม่สมรส บทที่ 4 ต่อด้วยบทที่ 5 ให้เพื่อนๆ อ่านกันจุใจเลยนะคะ...



รักไม่สมรส

บทที่ 4


“มิสา รู้สึกเหมือนพี่ไหมครับ ว่าเราคิดอะไรคล้ายๆ กัน มีอะไรเหมือนๆ กัน ทั้งๆ ที่เราเพิ่งจะรู้จักกัน จริงๆ นะมิสา พี่รู้สึกเหมือนกับว่า เรารู้จักกันมานานแล้ว มิสาเชื่อพี่นะครับ ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เท่าพรหมลิขิตหรอกมิสา..มิสาจำสิ่งที่พี่บอกไว้นะ”..
ตุลธร บอกกับตมิสาในช่วงแรกๆ ที่รู้จักกัน
เพียงไม่นานที่พบ เขาก็เข้ามาในชีวิต และบุกรุกเข้าไปถึงหัวใจของหล่อนเสียแล้ว
หัวใจที่เพิ่งจะตัดใครคนหนึ่งออกไปได้ไม่นาน รอยแผลจากครั้งก่อนที่สร้างแต่ความปวดร้าวให้หล่อนยังไม่ทันจางหาย.. ตุลธร..เขาจะเข้ามาเป็นผู้เยียวยารักษา หรือจะเป็นผู้สร้างบาดแผลแห่งความเจ็บร้าว รอยใหม่ให้กับหล่อนอีก ..ไม่มีใครล่วงรู้ได้

ตุลธร เป็นนักธุรกิจวัย 40 ต้นๆ คนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในสายงานบริหารกิจการของโรงแรมใหญ่ๆ ในเมืองท่องเที่ยวหลายจังหวัดในประเทศ การได้นั่งเก้าอี้กรรมการบริหารตำแหน่งเดียวกับหุ้นส่วนใหญ่หลายคน ที่มีชั่วโมงในการบริหารมามากกว่า ทำให้เขาได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและคนภายนอก และกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม
คนดังย่อมมาคู่กับกิจกรรมการกุศล บ่อยครั้งตุลธรจัดกิจกรรมให้กับเด็กที่ยากไร้ มอบทุนการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสจนได้รับการกล่าวขานในความเป็นนักธุรกิจใจบุญ ขวัญใจเด็กๆ ในแหล่งชุมชนแออัดและตามชนบทที่ห่างไกลความเจริญ
ตมิสาพบกับเขา ในวันที่หล่อนไปทำงานหน้าที่กองบรรณาธิการนิตยสารเด็ก หล่อนต้องเก็บภาพกิจกรรมต่างๆ และสัมภาษณ์นักธุรกิจผู้เลื่องชื่อในความมีจิตใจเมตตา ล้วงเข้าไปในหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักที่มีต่อเด็กๆ ของผู้ชายคนนี้
ตุลธรมักจะเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียว วันนั้นก็มีเพียงตมิสาที่ตามไปสัมภาษณ์เขาในพื้นที่ เพราะเป็นการเดินทางนอกแผนที่วางไว้เนื่องจากเขายังสนุกกับการบริจาคสิ่งของให้เด็กๆ ตมิสาจึงกลายเป็นผู้ช่วยของเขา ต้องช่วยมอบข้าวของต่างๆ ที่เขาขนมาตั้งใจมาให้เด็กๆ จำนวนมาก จนตุลธรคนเดียวหอบหิ้วไม่ไหวต้องพึ่งตมิสาที่เดินตามเขาเพื่อเก็บภาพและรอโอกาสที่จะได้สัมภาษณ์ตามหน้าที่
แม้จะวุ่นวายกับงานแค่ไหน แต่สายตาของคนสองคนก็ประสานกันอย่างลึกซึ้งอยู่บ่อยครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มและความรู้สึกวูบวาบเหมือนหัวใจกำลังพองโตอย่างไม่อาจหาคำอธิบายได้
ระหว่างสัมภาษณ์ ตุลธรชวนตมิสาคุยนอกเรื่องอยู่หลายครั้ง สนทนาถึงหนังสือที่ชอบ เพลงที่โปรดปราน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทัศนคติ และการใช้ชีวิตในแบบที่แต่ละคนคิดฝัน และที่กำลังดำเนินอยู่
ความละเอียดอ่อนและสายตาที่อ่อนโยนของตุลธรที่ส่งมาให้ จากคุยเรื่องงาน ก็ซึมซับความเป็นกันและกันได้ในทุกๆ เรื่อง
ในเมื่อตมิสาไม่ได้มีใครนั่งอยู่ในหัวใจแล้ว และหัวใจของเขาที่เปิดออกมาให้หล่อนร่วมรับรู้ ก็ยังว่างเปล่า ตมิสาจึงยอมรับว่าใจของหล่อนก็คิดเหมือนที่เขาพูดมา ไม่ต่างกันเลย
“เราคิดอะไรคล้ายๆ กัน มีอะไรเหมือนๆ กัน ทั้งๆ ที่เราเพิ่งจะรู้จักกัน จริงๆ นะมิสา พี่รู้สึกเหมือนกับว่า เรารู้จักกันมานานแล้ว...”

.. เหมือนว่าหล่อนและเขาได้รู้จักกันมาเนิ่นนานแล้ว จากวันนั้น การติดต่อกันของคนสองคนที่ชะตาต้องกัน แม้จะเพิ่งพบกันเพียงครั้งเดียวก็เริ่มขึ้น หัวใจอยากเรียนรู้ อยากพบ ปรารถนาที่จะได้พูดคุยกันมากขึ้นๆ
ไม่ใช่ความรู้สึกที่ผ่านเลย หากเป็นความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและยิ่งแนบแน่นขึ้น ด้วยสายใยแห่งความรักความผูกพัน และความเข้าใจในกันและกัน

เขาเดินทางเข้ามา
มานั่งอยู่ตรงนี้
ในหัวใจฉัน
มาหว่านคำหวาน
ในทุกคืนวัน
ให้ฉันเฝ้าฝัน
ในทุกวันคืน
*********

“กำลังทำอะไรอยู่ครับ คิดถึงพี่ไหม”
“คิดถึงที่สุดในโลกเลยค่ะ พี่ตั้นล่ะคะ คิดถึงมิสาหรือเปล่า”
“คิดถึงสิครับ คิดถึงมาก อยากไปหา พี่เหงามากเลยมิสา..”
“พี่ตั้นก็หาอะไรมาเลี้ยงสิคะ เลี้ยงลูกหมาตัวเล็กๆ หรือไม่ก็เลี้ยงปลาไงคะ”
“เลี้ยงสาวๆ ได้ไหม”
“พี่ตั้นอ่ะ...ไม่ได้นะคะ มิสาไม่ยอมจริงๆ ด้วย”
“มาห้ามพี่ได้ไง เราเป็นอะไรกันน้า..ยัยหมูอ้วน”
ตุลธรชอบเรียกตมิสาว่า หมูอ้วน และมักจะเย้าให้หล่อนได้หัวเราะ มีรอยยิ้มทุกวัน แต่บางครั้งก็มักจะดุหล่อน เหมือนหล่อนเป็นเด็กเล็กๆ ตมิสารู้ว่านั่นคือการแสดงความห่วงใยของเขา
“ขับรถดีๆ นะครับมิสา ..อย่าเถลไถลไปไหน ถึงบ้านรีบโทร.มาบอกพี่ อย่าให้พี่เป็นห่วงมากๆ รู้ไหมครับ ไม่อย่างนั้นพี่จะทำงานไม่รู้เรื่องเพราะต้องคอยเป็นห่วงเรานะ รู้ไหม”
“ห่วงมิสาทำไมคะ เราเป็นอะไรกันน้า..”
หล่อนแกล้งเย้าเขาบ้าง
“มิสาก็เป็นคนที่พี่เป็นห่วงมาก มากจนตัวพี่เองยังไม่รู้เลยว่าทำไมพี่ถึงต้องคอยเป็นห่วงเป็นใยผู้หญิงคนนี้ ขอเพียงให้ได้รู้ว่าปลอดภัย และมีความสุข พี่ก็ทำงานได้ แต่พี่จะทำงานไม่รู้เรื่องเลย ถ้าไม่รู้ว่าตมิสาคนนี้ ทำอะไรอยู่ที่ไหน ปลอดภัยและมีความสุขอยู่ไหม”
... “พี่ตั้น...”
“กลับถึงบ้านแล้วโทร.บอกพี่ด้วยนะครับ ตมิสาคนดี”


*********

ความเป็นผู้หญิง ก็ทำให้ตมิสาอดที่จะคิดทบทวนกับตนเองไม่ได้ว่า
หรือจะเป็นเพราะความเหงาของผู้ชายที่หัวใจว้าเหว่ แม้มีผู้คนห้อมล้อมให้ความสนใจ
คงเป็นเพราะความเหงาของเขา
หรือว่าเป็นเพราะพรหมลิขิตที่ได้ขีดเส้นไว้ ให้คนทั้งสองเดินทางมาพบกันพอดี อย่างที่เขาบอกว่า ‘ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เท่าพรหมลิขิต’
พรหมลิขิต.. ที่ทำให้ผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างหล่อนได้เป็นหญิงสาวที่มีค่า มีความหมาย เป็นคนสำคัญ เป็นคนที่ได้รับความห่วงใยอย่างมากมายจากตุลธร ผู้ชายที่อยู่ในอีกสังคม แต่กับหล่อนแล้ว เขาเป็นผู้ชายที่โรแมนติก เป็นสุภาพบุรุษ อบอุ่น อ่อนโยน จิตใจดี
ความรักและเอาใจใส่ที่เขาให้ ราวกับหล่อนเป็นเจ้าหญิงในเทพนิยาย และเขาก็คือเจ้าชายที่แสนดี..
ตมิสาเชื่อมั่นในตัวเขา หล่อนเชื่อว่าตุลธรเข้ามาเติมความอบอุ่นที่ขาดหายไปให้กับหล่อน เขาเป็นผู้ปกป้องหล่อน ไม่ใช่ผู้ที่เข้ามาทำร้าย อย่างที่หล่อนเคยถูกกระทำมา


“คิดถึง..”
คือคำแรก ที่ได้ยินจากเธอเสมอ
คำต่อมาคือคำว่า “รักเธอ”
และ “ห่วงใยเสมอ” ยามไกลกัน



คือ ความห่วงใย
คือ หัวใจที่รักมั่น
คือ ความผูกพัน
คือ ความฝัน ของสองเรา

รัก กันมั่นไว้
รัก ด้วยใจ สะอาดขาว
รัก เป็นเหมือนเงา
รัก ของเรา คือเข้าใจ

จาก สิ่งที่เห็น
จาก ที่เป็น ดั่งความหมาย
จาก รัก จากใจ
จาก หัวใจ ที่มั่นคง

ใจ จงเข้มแข็ง
ใจ หมดแรง อย่าได้ปลง
ใจ รักยืนยง
ใจ คล้องใจ สายสัมพันธ์


*************************************




รักไม่สมรส

บทที่ 5



โรงแรมใหญ่ๆ ในเมืองท่องเที่ยวหลายแห่งที่ตุลธรเป็นหุ้นส่วนเริ่มขยับขยาย ปัญหาของคนระดับผู้บริหารที่มาจากต่างขั้วกัน ก็เริ่มเห็นชัด แม้ว่าเขาจะเคร่งเครียดกับงานมากขึ้นตามการเติบโตของตำแหน่งหน้าที่ แต่ทั้งสองคนก็ยังคงได้พบกัน หรือไม่ก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์ทุกวัน เหมือนเดิม และไม่มีวี่แววสักนิดว่าจะมีอะไรมาเป็นตัวแปรให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
และบ่อยครั้งที่พนักงานในนิตยสารเด็กฉบับเล็กๆ อย่างตมิสา ได้เป็นเพื่อนคู่คิด เป็นที่ระบายความทุกข์ในใจให้นักธุรกิจคนดัง
“พี่เบื่อคนมากเลยมิสา มีแต่คนจ้องหาผลประโยชน์ใส่ตัวเองกับพวกพ้อง ไม่มีใครคิดทำเพื่อองค์กรจริงๆ สักคน ถ้าพี่แค่ทำงานตามหน้าที่ ไม่มุ่งมั่นที่จะแก้ไขระบบที่มันแย่ๆ อยู่ให้ดี พี่ก็คงไม่ต้องเหนื่อยอย่างนี้หรอก”
“มิสาเข้าใจพี่ตั้นค่ะ มิสาเชื่อว่าพี่ตั้นจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่ยังไงมิสาก็อยากให้พี่ตั้นได้ผ่อนคลายบ้าง มิสารู้ว่าพี่ซีเรียสกับงาน กับคน เพราะพี่ตั้นเป็นคนที่ทุ่มเทกับงานมาก พี่ตั้นเป็นคนดี แต่ชีวิตคนเราไม่ได้มีแค่งานอย่างเดียวที่เป็นลมหายใจนะคะ.. พักผ่อนบ้างนะคะ มิสาเป็นห่วงพี่ตั้น อย่าลืมนะคะว่าเมื่อไหรร่ที่พี่ตั้นละจากงานและเงยหน้าขึ้นมา พี่ตั้นจะเห็นมิสาอยู่ตรงนี้ อยู่ข้างๆ พี่ตั้นเสมอ..”
“มิสาครับ พี่คิดถึงมิสามาก พี่ดีใจที่พี่มีมิสา อยากไปหามิสาจัง..ถ้าพี่ไปหา มิสาจะให้พี่กอดไหม..”
“มีเด็กๆ ที่บ้านราชวิถีเขียนจดหมายฝากมาให้พ่อตั้นที่แสนจะใจดีตั้งหลายฉบับแน่ะค่ะ”
“อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องสิ แม่หมูอ้วน ยังไม่ตอบพี่เลยว่าจะให้พี่กอดไหม ..พี่รักมิสานะครับ คิดถึงมากๆ เลยคนดี คงจะดีนะถ้าพี่จะเรียกมิสาว่าแม่ แล้วมิสาเรียกพี่ว่าพ่อ ..พี่อยากหนีความวุ่นวายไปอยู่กับมิสาจังเลยครับ”
“มิสาก็รักพ่อตั้นมากๆ เลยค่ะ รักที่สุด อยากไปอยู่ข้างๆ พ่อตั้นนะ อยากไปเดี๋ยวนี้เลย..”

ตมิสารู้สึกว่าระหว่างหล่อนกับตุลธร
เวลา ไม่ใช่เงื่อนไขของความรัก หากแต่อยู่ที่คนสองคนที่มีหัวใจ..ตรงกัน
ระหว่างหล่อนกับเขา จึงสนิทสนมและผูกพันกันรวดเร็ว
“ราวกับแสงของดาวตก ... วาบเดียวเท่านั้น
แต่สว่างอยู่ในใจ ได้นับนาน..”




อาหารค่ำที่สองแม่ลูกตั้งใจทำไว้รอเจตน์เริ่มเย็นชืด ตมิสาเข้าใจว่าเขาคงอยู่กับเพื่อนที่นัดพบกันวันนี้ หล่อนนำอาหารไปอุ่น แล้วชวนลูกสาวกินข้าว แต่เด็กน้อยใช้ช้อนเขี่ยข้าวในจาน เงยหน้ามองที่ประตูตลอดเวลา
ผู้เป็นแม่จึงจับมือน้อยๆ ของลูก และบอกด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
“ลุงเจตน์คงมีนัดกับเพื่อนนะคะลูก หนูกินข้าวได้แล้ว พรุ่งนี้ถ้าลุงไม่มา เราก็ไปเที่ยวกันสองคน หรือว่าหนูไม่อยากไปเที่ยวกับคุณแม่แล้วคะ”
เด็กหญิงยกมือเล็ก อีกข้างของตัวเองมากุมมือของแม่ไว้
“น้องเอยอยากไปเที่ยวกับคุณแม่ทุกวันเลยค่ะ...ถ้าวันไหนลุงเจตน์ว่าง ค่อยชวนลุงเจตน์ก็ได้ค่ะ”
ยังไม่วายมีชื่อลุงเจตน์จนได้.. ตมิสาหัวเราะในความไร้เดียงสาของลูกสาว หล่อนมองลูกสาวที่กำลังตักอาหารเข้าปากและเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งที่เมื่อสักครู่ยังนั่งทำหน้าตาเศร้าสร้อย
เพราะหนูน้อยยังเยาว์วัย สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ซึ่งเป็นปัจจุบันเท่านั้น ที่จะตราตรึงความรู้สึกของเด็กน้อย
แต่สำหรับผู้ใหญ่ ไม่เพียงแต่เฝ้าฝันถึงอนาคตอันห่างไกล บางคนยังตอกย้ำตัวเองให้ยึดติดอยู่กับอดีตที่ปวดร้าว หมองหม่น เก็บความเศร้าโศกในใจ ราวกับจะฝังอยู่ในความทรงจำตลอดกาล..


รุ่งเช้า ตมิสาพาลูกมาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี
เสียงเจื้อยแจ้วของลูก ที่ถามโน่น ถามนี่ ราวกับเด็กช่างสงสัย ทำให้หล่อนอารมณ์ดี มีความสุข ... มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติ มาสูดอากาศยามเช้าอันบริสุทธิ์ที่นี่ไม่น้อย ต้นไม้ใบหญ้าก็เริ่มหยอกล้อกับสายลมรับอรุณ
ตมิสาเผลอคิด
“แล้วพี่ตั้นล่ะ ตอนนี้จะทำอะไรอยู่ อยู่ที่ไหน จะยังอยู่ที่กระบี่หรือเปล่า...”
แต่แล้วหล่อนก็รู้สึกขัดแย้งขึ้นในใจ
“จะคิดถึงพี่ตั้นทำไมนะ คนที่ควรนึกถึง น่าจะเป็นพี่เจตน์มากกว่า จะนึกถึงคนที่รักเราไม่ได้ คนที่ทำให้หัวใจปวดร้าวทำไม ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าเขารับไม่ได้ที่มิสามีลูก..”

เรื่องราวที่ตมิสาอยากจะลืม กลับมาวนเวียนอยู่ในห้วงแห่งความคิดอีกครั้ง ยิ่งอยากจะลืมเท่าไหร่ ยิ่งดูเหมือน จะจดจำรายละเอียดได้..ทั้งหมด..

(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ...)


Link to Copy Code of This Music
computer glitter music video game job movie




 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2554
10 comments
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2554 14:32:48 น.
Counter : 511 Pageviews.

 

สวัสดีครับ

แวะมาทักทายยามบ่ายครับ



 

โดย: กะว่าก๋า 19 กุมภาพันธ์ 2554 15:41:44 น.  

 

แวะมาทักทายค่ะ สบายดีนะคะ

 

โดย: หมีพูห์บลูเบอร์รี่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 22:46:25 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับ





 

โดย: กะว่าก๋า 20 กุมภาพันธ์ 2554 6:55:49 น.  

 

รักษาสุขภาพดูแลร่างกายดีๆนะครับ ^^


คุณขวัญกับผมเอาใจช่วยครับ ^^



สวัสดียามเที่ยงนะครับ ^^

 

โดย: พระจันทร์ของขวัญ (Great_opal ) 20 กุมภาพันธ์ 2554 11:20:06 น.  

 

สวัสดียามดึกครับ
ผมมาเยี่ยมดังเดิมครับ

 

โดย: panwat 21 กุมภาพันธ์ 2554 0:29:31 น.  

 

ขอบคุณพี่ก๋า
ขอบคุณคุณพระจันทร์และคุณขวัญ
ขอบคุณคุณหมีพูห์บลูเบอรี่
ขอบคุณคุณpanwat
ขอบคุณเพื่อนๆ บล็อกแก็งทุกคนนะคะที่มาเยี่ยมบ้านและขอบคุณสำหรับความห่วงใยที่ส่งให้เสมอค่ะ

... ...
จะหายตัวแวบสักพักนะคะ
ต้องพาร่างกายไปพักฟื้นเสียหน่อยล่ะคะ เพราะน็อคจากภารกิจรายงานข่าวภาคสนามต่อเนื่องค่ะ
.. พาร่างกายและหัวใจไปเที่ยวทะเลก่อนนะคะ
แล้วจะเก็บภาพสวยๆ และรอยยิ้มใสๆ กลับมาฝากเพื่อนๆ ทุกคนค่ะ ... สัญญาๆ ..

ฝากบ้านด้วยนะคร้า

 

โดย: boonpithak 21 กุมภาพันธ์ 2554 11:54:08 น.  

 



สวัสดีค่ะ พี่





 

โดย: พธู 23 กุมภาพันธ์ 2554 21:50:07 น.  

 

มีความสุขกับทริปนี้นะครับ.........เจ้าหญิงดาวประดับฟ้า....
เดินทางปลอดภัยครับ

 

โดย: name IP: 223.207.175.67 23 กุมภาพันธ์ 2554 22:38:54 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับ




 

โดย: กะว่าก๋า 25 กุมภาพันธ์ 2554 7:41:17 น.  

 


สวัสดีตอนเช้าของ เนเธอร์แลนด์ จ้า



* มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงนะจ้า *

แวะมาอ่านนิยายต่ออีกรอบน๊า

 

โดย: จอมแก่นแสนซน 27 กุมภาพันธ์ 2554 14:51:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


boonpithak
Location :
ขอนแก่น Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ฉันภูมิใจที่ได้เกิดใต้ร่มพระบารมี
เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์...และจะขอเป็นข้าพระบาททุกชาติไป

ร่วมตอบแทนแผ่นดิน
มิใช่อยากแต่ครอบครอง
(ติดตาม..นิยาย 'รักของข้าแผ่นดิน' นะคะ)
********



ยินดีต้อนรับผู้มาเยี่ยมบ้านหลังนี้ทุกๆ ท่านค่ะ
บ้านนี้ไม่มี vip friends เพราะ "ทุกคนที่มาเยือนคือคนสำคัญ"
บ้านชิงช้าคนช่างฝัน ของผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดมา เพื่อจะต้องเข้มแข็ง..ในทุกเรื่อง!!!!
มองเข้ามาในบ้านหลังนี้
จะเป็นอีกมุมที่อาจขาดความเข้ม เพราะตราบที่ยังหายใจย่อมมีหลายเรื่องที่ต้องเป็นไปตามความอ่อนไหว
อาจไม่แข็งแกร่งในทุกสิ่งที่เผชิญ เพราะมีบางเรื่องต้องใช้ความอ่อนโยนในการก้าวเดิน .. ขอบคุณที่มาทักทายนะคะ"





"ฉันก็เหมือนคนทุกคน ที่มีรัก ก็อยากดูแลให้ดีที่สุด
ขอบคุณที่รักกัน และจะรักกันตลอดไป
ขอบคุณที่เข้าใจในคนอารมณ์อ่อนไหว
คิดมาก ฝันเยอะ มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง
ดีใจที่ดีต่อกันและห่วงใยกันและกันเสมอ
'รัก'
ต้องพูด
ต้องบอก
และต้องแสดงออก

ก็เพราะคนเราไม่ได้อยู่ค้ำฟ้า
วันหนึ่งก็ต้องจากกัน..

ถ้าวันนึง ไม่มีฉันให้กอด แล้วเธอจะโทษใคร'


ทำทุกวินาทีที่ยังมีลมหายใจ ให้มีคุณค่าและมีความหมายที่สุด สำหรับคนที่เห็นคุณค่า และคนที่มีความหมาย..


.."บนภูเขา หรือ ทะเลไกล ชอบที่ไหน .. ชอบที่มีเธอ ในวงเล็บตอบ ฉันชอบที่มีเธอ"
ทะเลกลางสายฝน ..ใจอยู่กับทะเลแล้วค่ะ
Friends' blogs
[Add boonpithak's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.