มีนาคม 2556
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
28 มีนาคม 2556
 
 

11 วันในมณฑลเฉสวน

ต้นเดือน พ.ค. มีโอกาสได้ไปดูนกที่เฉสวนมาค่ะ มณฑล Sichuan อยู่ทางตอนกลางของจีน มีพื้นที่หลากหลาย ทั้งที่ราบจนถึงระดับความสูงสี่พันกว่าเมตร เราบินไปลงที่เฉิงตู ที่เฉิงตู Chengdu มีน้องนักดูนกคนไทยที่ไปทำงานอยู่เมืองจีน คอยประสานงานเรื่องไกด์และที่พักและแหล่งดูนกที่นั่นให้
เมื่องแรกที่ไปคือ Yaan วันแรกกว่าจะเดินทางไปถึง ก็เย็นแล้ว มีเวลาเดินเล่นๆ ดูนกรอบโรงแรมไปก่อน เจอนก รอบๆ แปลงผักของชาวบ้าน คนจีนจะขยันปลูกผักมาก ไม่ค่อยมีที่ว่างๆ เหลืออยู่ เดินไปทางใหนก็เจอแต่แปลงผักทั้งนั้น ผักสดๆ น่ากิน แต่ถ้าไม่จำเป็นอย่ากินผักสดๆ ควรนำมาปรุงให้สุขก่อน เพราะเค้านิยมใช้ปุ๋ยหมักจากขี้คน ขี้สัตว์เลี้ยง ราดลงต้นผัก ต้องระมัดระวังให้ดี กลัวท้องเสียแล้ว 10 กว่าวันที่เหลือนี่ ไม่สนุกเลยหล่ะ

วันรุ่งขึ้นไกด์ พาไปเดินดูนกในสวนสาธารณะใกล้ๆ เมือง เพราะบ่ายๆ เราต้องเดินทางกันต่อ เป็นสวนสาธารณะที่มีคนมาออกกำลังกายมาก แต่สวนที่นี่จะไม่ห้ามนำสัตว์เข้ามาเหมือนของบ้านเรา คนที่มาออกกำลังกายนิยมนำหมา(พันธุ์ตปท) มาเดินด้วย สงสัยจะเป็นที่นิยมเลี้ยง แต่ละตัวดูดีมีสกุลมากๆ อ้อ!! อีกอย่างคนชอบออกกำลังกายด้วยวิธีการตะโกน แปลกดีนะ สังสัยออกกำลังปอดsmiley ในสวนเราเจอนก 2-3 ชนิด แล้วเราก็ออกเดินทางกันต่อ ไปเมือง Rilong เริ่มไต่ระดับความสูงขึ้นกันเลย

ระหว่างทางเราผ่านเมืองย่อยๆ อื่นๆ ด้วย มีทั้งคนจีนที่เป็นชนเผ่า และจีนฮั่น ซึ่งเป็นคนจีนส่วนใหญ่ของประเทศ ร้านค้าส่วนใหญ่จะเป็นจีนฮั่นทั้งนั่น

วันนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในรถไม่ค่อยได้จอดรถลงดูนกข้างทางเพราะระยะทางกว่าจะไปถึงที่พักค่อนข้างไกล แถมหาที่จอดยากเพราะถนนจะแคบเล็ก กว่าจะได้จอดก็เกือบถึงปลายทางแล้วเลยมีโอกาสได้เดินดูบ้านเรือนของคนแถวนั้น ส่วนใหญ่ทำจากหินทั้งนั้นทั้งบ้าน ทั้งคอกสัตว์

กว่าจะเดินทางถึงที่พักก็เย็นมากแล้ว โรงแรมอยู่ในหุบเขา อากาศเริ่มต่ำกว่า 10 องศาแล้วหล่ะ เมืองรื้อหลงเป็นเมืองท่องเที่ยวเหมือนกันค่ะ คนจีนฮั่นิยมมาท่องเที่ยว เพราะใกล้บ้านเกิดของแพนด้า วันนั้นนอกจากกลุ่มของเรามาพักแล้วยังมีกลุ่มของนักท่องเที่ยวมาพักด้วย เย็นๆ มี Private party บาบีคิวกัน เลยลองไปดูใกล้ๆ เป็นแพะภูเขาย่าง ที่แรกคิดว่าเค้าเลาะเนื้อออกไปแล้วเอามาย่าง ที่ใหนได้ เนี่ยยังไม่ได้เลาะเนื้อออกเลย น้องเค้าบอกว่าแพะเพิ่งผ่านฤดูหนาวมา จะผอมแบบนี้แหละ คิดถึงงานเกษตรแฟร์บ้านเราเนอะ วัวตัวเบ้อเร้อ :P
โรงแรมในจีนส่วนใหญ่จะไม่มีลิฟท์นะคะ ต้องแบกของขึ้นกันเอง ระดับความสูงสามพันกว่าเมตร แค่เดินเฉยๆ ยังเหนื่อยเลยเนอะ นี่ต้องมาแบกของอีก T_T

ส่วนคณะเราได้ลองทานอาหารพื้นเมืองของเฉสวน ส่วนใหญ่จะเลี่ยนๆ มันๆ เผ็ดร้อนเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่ขึ้นชื่อของที่นี่ชื่อ "หมาร่า" คะ รสชาติเหมือนมะแขว่นทางเหนือ แต่เผ็ดกว่าเยอะ ถ้าเจอเต็มๆ นี่ ลิ้นจะไม่รับรสไปซักพักเลยหล่ะ ตอนหลังๆ เวลาคณะเราเดินเข้าร้านใหน จะสั่งไกด์เลยว่า ขอหมาร่าน้อยๆ พอบอกว่าไม่ใส่ พ่อครัวก็ไม่ยอม เอากับเค้าสิ!! พ่อครัวบอกมาถึงเฉสวนแล้วต้องกินมั๊ยงั้นไม่ถึงเฉสวน แต่บางมื้อก็ไม่ต้องการถึงนี่นะ 555+ อ้อ!! แล้วอีกอย่างที่ไม่ชอบคือ รายการอาหารแต่ละมื้อจะหลากหลายชนิดมาก เกิน 10 อย่าง ซ้อนๆ กันจนล้นโต๊ะ ของบางอย่างถ้าไม่ถูกปากก็จะเหลือเยอะๆ เหมือนเราคนไทยเป็นคนกินทิ้งกินขว้าง เลยรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ :(
อ้อ!! ขนาดสูงๆ หนาวๆ ยังมีมอธมาให้ดูถึงในห้องตั้ง 1 ตัว :)

วันนี้เราตื่นกันเช้ามากจะขึ้นไปเขา BalangShan เพราะมีจุดดูนกที่น่าสนใจหลายแห่ง ยอดเขานี้มีความสูง 4400 กว่าเมตร
ยังไม่ทันไปถึงใหนเราเจอกันพายุหิมะที่ตกลงมาก่อนคืนนั้น หิมะหนามาก ทางเลยปิดรถขึ้นไม่ได้ ต้องรอสายๆ หน่อยหิมะละลายรถก็พอจะวิ่งขึ้นได้คะ
แต่พวกเรามาไกล ขอเดินล่วงหน้าไปก่อน เผื่อเจอนกระหว่างทาง

ะหว่างทางยังอุตส่าห์มีนกมาให้ดูปลอบใจถึงแม้จะเป็นนกะรางโหลๆ ก็ยังดี 555+ เดินกันสักพักรู้สึกจะไปไม่ใหว เหนื่อย หนาว หนุดรอรถมารับดีกว่า แต่กว่าจะถึงยอดเขาจุดที่เราจะไปดูนกจริงๆ ต้องเข็นรถกันหลายรอบมากๆ เพราะรถหลายคันที่อยู่ก่อนหน้าเราติดหิมะ ไม่ช่วยเข็นก็ไม่ได้ไป เหนื่อยจริงๆ สมาชิกผู้ชายในคณะได้เป็นฮีโร่กันทุกคน เข็นรถบนยอดเขาความสูงขนาดนั่นนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย แถมมองลงไปด้านล่างเขานั่น ยังมีอีกหลายคันที่ไปต่อไม่ได้

ใหนๆ ก็ไปต่อไม่ได้พวกเราเลยหาดูนกที่ Pass นั่นซะเลย มีนกให้ดูหลายชนิด
บางชนิดกว่าจะส่องหาเจอ ต้องพากษ์กันหลายรอบ เพราะขาวไปหมด ไม่รู้จะชี้จุดกันไงให้เข้าใจ ตัวแรกเป็น Accentor เจอครั้งแรกบินไกลมากๆ ตัวเท่ามด พอสายๆ หิมะละลาย เดินลงมาหากินใกล้ทางเดินซะงั้น O_o

อีกชนิดที่พบบริเวณนั้น snow-partridge นับถือคนที่ส่องหาเจอเลย นกเนียนกับก้อนหินมาก พอสายๆ หิมะละลายจะเห็นตัวง่ายขึ้นมานิดหนึ่ง ความสูงของภูเขาระดับสี่พันกว่าเมตร เพื่อนร่วมทริปเป็นบางคนเป็นโรคแพ้ความสูง Altitude Sickness ปวดหัวต้องนอนในรถ คนใหนดูเสร็จก็ไปเรียกคนที่อยู่ในรถมาดู จะได้เห็นกันครบทุกๆ คน อุตส่าห์พากันมาถึงขนาดนี้ก็อยากให้เห็นนกทุกตัว เหมือนๆ กัน :)

ที่ยอด Pass มีพ่อค้าแม่ค้ามาขายเนื้อจามรีย่างด้วยนะ เลยลองซื้อชิมกันดู ไม่อร่อยคะ เนื้อจามรีมีกลิ่นแรง เค้าเลยต้องใส่เครื่องเทศเยอะๆ เส้นทางนี้มีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวเหมือนกัน(ถ้าอากาศดี)

หลังจากอากาศเปิด พวกเราทะยอยลงจากยอดเขา แต่ก็ลงได้แบบช้าๆ เพราะรถติดหิมะถล่ม ติดบนเขานั่นแหละ อยู่บนรถกันเป็นครึ่งวันเลย นั่งอยู่ในรถนานๆ นี่ไม่สนุกเลย พายุหิมะต้อนรับกะเหรี่ยงจากเมืองไทยซะอ่วมเลย T_T พอผ่านวิกฤติมาได้ ตอนจอดรถดูนกกันระหว่างทางแทบไม่มีใครลงจากรถกันเลย

แต่พอมีเวฟนกก็อดใจไม่ใหว ลงก็ลง พอระดับความสูงต่ำลงมาหน่อย นกเยอะค่อยหายเบื่อได้นิดหนึ่ง

คืนนี้เราพักที่เมอง Wolong เมื่อก่อนเมืองนี้จะเป็นศูนย์เพาะเลี้ยงแพนด้าที่ใหญ่ที่สุด แต่พอแผ่นดินไหว ศูนย์เพาะเลี้ยงต้องย้ายไปที่อื่น แต่ผลกระทบจากแผ่นดินไหวยังมีให้เห็น โรงแรมหลายแห่งปิด โรงแรมที่เราไปพัก เป็นไม่กี่แห่งที่เปิดให้บริการ ดูภายข้างนอกดีมาก แต่ด้านในขอบอกสยองอย่างแรง ห้องที่ตัวเองเจอเป็นห้องสวีต จัดใว้สำหรับคู่รักแบบเรา 2 คน อย่างแท้จริง 555+ น้ำหยดลงมาจากเพดานติ๋งๆ พอเปิดไฟ ไฟในห้องน้ำระเบิดเสียงดังตุ๊บ เครื่องทำน้ำอุ่นเปิดตอนแรกยังอุ่นดี พอสระผมเสร็จกำลังจะรดตัว อยู่ๆ เครื่องเจ๊ง คนอยู่ในห้องน้ำร้องเป็นหมูโดนน้ำร้อนลวกเลย เพราะน้ำเย็นจัด 55555 วันรุ่งขึ้นเอามาคุยทับกันอย่างสนุกเลยว่าห้องใหนเจอแจ็คพ็อตอะไรบ้าง

เรามีเวลาเดินดูนก ดูบ้าน ดูเมืองเค้า รอบๆ โรงแรมก่อนอาหารเย็น เมืองนี้ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวมาก เลยมีการก่อสร้างซ่อมแซมขนานใหญ่เลย
นกก็พอมีบ้าง

เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาขึ้นเขา Wuyipeng ภูเขาบ้าอะไรไม่รู้เดินขึ้นๆๆๆ แล้วก็ขึ้นอย่างเดียวเลย ไม่มีทางลาดให้พักเล้ย เหนื่อยม๊ากกกกกก :(

วันรุ่งขึ้น เรามีโปรแกรมขึ้นเขา Wuyipeng ไปดูนกชนิดหนึ่งที่มีรีพอร์ตว่าเจอบนยอดเขาแห่งนี้ แต่ช่วงเช้าตรู่ มีเวลาก่อนทานอาหารเช้า พวกเราไปดูนกที่หลังวัดลามะ เพราะมีรายงานว่าสามารถเจอ Golden Pheasant กับ Tragopan ได้ที่นี่
ตื่นตี 4 ไปรอไก่ตื่นนอนกันเลยทีเดียว :P พอฟ้าสาง ก็แยกย้ายกันไปเดินตามหาบางคนได้เห็น บางคนไม่ได้เห็น เพราะ ไก่ฟ้าสีทองเปรียวมาก ส่วนตัวได้เห็น 1 ฝูงมากันเป็นครอบครัวเลย น่ารักกว่าไปดูในสวนสัตว์เยอะเลยค่ะ

วัดลามะอยู่บนยอดเขาเหมือนกัน แต่รถสามารถขึ้นไปได้ ขาไปรถขึ้นไปส่ง ส่วนขากลับ พวกเราต้องเดินลงเขามาเอง เพราะจะได้ดูนกตามทางเดินด้วย อีกอย่างเขาด้านวัดลามะ ชันน้องๆ เขา Wuyipeng ให้พวกเราซ้อมเดินลงไว้ก่อน 555+
ระหว่างทางมีนกให้ดูบ้างคะ ขาลงเดินเจอแอ่งน้ำ เจอไข่เขียดอะไรก็ไม่ทราบ มาไข่เต็มแอ่งน้ำเลย

พอเดินลงเขาหลังวัดลามะ จะมาเจอหลังบ้านของชาวบ้าน ชาวบ้านที่นี่ ยังเป็นชนเผ่า ไม่ใช่จีนฮั่น ผู้คนยังนิยมใส่ชุดพื้นเมืองอยู่ แต่พกโทรศัพท์มือถือกันเกือบทุกคน เด็กๆ มี Ipod กันทั้งนั้น สัญญาณโทรศัพท์ มีตลอดทาง เจริญจริงๆ
พอกลับไปทานอาหารเช้าที่โรงแรม ไกด์ได้ติดต่อไกด์ท้องถิ่นให้นำทางพวกเราไปขึ้นเขา Wuyipeng วันนี้เราจะปีนเขาไปดูนกกันที่นี่ทั้งวัน ต้องเตรียมเสบียงส่วนตัวใส่เป้ไปด้วย

พอเตรียมเสบียงกันเสร็จ พวกเราสิบกว่าชีวิตพร้อมอาวุธครบมือ ลงจากรถเดินเข้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นทางผ่านไปขึ้นเขา ชาวบ้านร้านตลาดแตกตื่นกันใหญ่ จีนมุงไทยก็คราวนี้แหละ 555+ เรา 2 คนอาสาเดินปิดท้ายเพราะก่อนไปทริปจีน ไปดูนกที่ซับสะเดาก่อน เดินสะดุดหินทำให้ขาพลิกจนต้องเข้าเฝือก ถอดเฝือกออกก่อนไปไม่กี่วันเอง O_o ตอนแรกแบกขาพร้อมกล้องไปคนละตัว พอเห็นทางเดินขึ้น ตัวเองต้องเปลี่ยนใจ เอาขาตั้งกล้อง ซุกๆ ไว้ตรงปากเทรลนั่่นแหละ ดูแล้วไม่น่าจะแบกขึ้นไปใหว 555+

เขา Wuyipengเป็นจุดดูนกที่ดี่ที่สุดของเสฉวนก็ว่าได้ มีนกเทพระดับหายากหลายชนิด ถ้ามาแถวนี้แล้วไม่ปีนเขาเหมือนมาไม่ถึง ว่างั้นนะ แต่ทางปีนเขาเนี่ยสิ ทั้งชัน ทั้งแคบ ทำเอาเกือบถอดใจหลายครั้ง ระหว่างทางไม่ค่อยมีนกให้ดูเลยคะ นกจะเยอะก็ต่อเมื่อเดินขึ้นไปถึงยอดเขาแล้วเท่านั้น ที่ยอดเขาเป็นที่ตั้งสถานีวิจัยแพนด้า แต่พังตอนแผ่นดินใหว เลยมีแต่สถานีร้างไว้ดูต่างหน้า ระหว่างทางเดินมีดอกไม้ป่าสวยๆ ให้ถ่ายหลายชนิดค่ะ ถ่ายไปด้วย พักเหนื่อยไปด้วย :)

เริ่มขึ้นเขากันตั้งแต่สายๆ พอถึงตอนบ่ายเรา 2 คนเพิ่งจะเดินได้แค่ครึ่งเขาเอง ทางชันมาก ตอนขึ้นเขามามั่นใจสุดๆ ว่าเรา 2 คนรั้งท้ายแล้วหล่ะ พี่ๆ ขึ้นไปกันหมดแล้ว เลยจอดกินเที่ยงกันระหว่างทางระหว่างกินข้าวอยู่ ได้ยินเสียงหักกิ่งไม้ 2 คนหันมองหน้ากันเลิกลั่ก ป่าทึบ แล้วก็เขาสูงขนาดนี้คงมีสัตว์ป่าซักชนิดหล่ะ แล้วที่นี่เป็นสถานีวิจัยแพนด้าด้วย จะเป็นสัตว์อื่นไปไม่ได้เลยนอกจากแพนด้า!!! วางช้อนแล้วหันไปหยิบกล้อง พร้อมกันเลยค่ะ 555+ เล็งไว้ตรงทางเดินที่ได้ยินเสียงหักไม้นั่น โผล่มาเมื่อไหร่เสร็จแน่ๆๆ ซักพักมีคนโผล่มาจากข้างทาง เป็นพี่แก๋ง เพื่อนร่วมทริปนี่เอง O_o ต่างคนต่างขำ หัวเราะกันลั่นเขาเลย แกบอกว่าเหนื่อยมาก ทางชัน ไม่ได้เตรียมไม้เท้ามา เพราะไม่คิดว่าจะชันขนาดนี้ เลยมาหักกิ่งไม้ข้างทางเอา 555+

พอกินข้าวเที่ยงเสร็จ เดินไปอีกซักพัก ทางขึ้นก็ยังชันขึ้นเรื่อยๆ ดูนาฬิกาก็ ปาไป 3 โมงเย็นแล้ว เรา 3 คนเลยตัดสินใจไม่เดินต่อ นกเทพ อภิมหาเทพขนาดใหนก็มาสนแล้ว เหนื่อยมากๆๆๆ ขาลงลำบากกว่าขาขึ้นอีก ต้องพักถ่ายรูปดอกไม้ใบหญ้าเป็นระยะๆ ยังดีเจอเวฟนกฝูงหนึ่งมาปลอบใจ :) นกพื้นๆ แต่เวลานั้นสวยมากคะ ไม่งั้นวันนี้จะไม่ได้เห็นนกซักชนิดเลย นอกจากแพนด้าพี่แก๋ง 555+

เรา ลงมารอพี่ๆ อยู่แถวหมู่บ้าน มีแต่คนเดินมาคุยด้วย แหะๆ คุยกันไม่ค่อบรู้เรื่องหรอกคะ เราพูดไทย เค้าพูดจีน รอยยิ้มกับเสียงหัวเราะช่วยได้ :) น้องเค้าสอนไว้ 3 คำคือ "คั่นเหนี่ยว" (ดูนก) เค้าถามอะไรมา ก็ตอบคั่นเหนี่ยวอย่างเดียวเลย อีกคำ "ถิงๆ"(จอดๆๆ) คำนี้เอาไว้บอกคนขับรถ เวลาเจอนกข้างทาง ถิงๆๆ ได้ดูนกแน่ๆ อีกคำ "ไช่เหนี่ยว"(นกโหล) ถ้าเจอนกกะราง Elliots-Laughingthrush จะรีบบอกกันเลยไช่เหนี่ยว จะได้ไปดูนกอื่นแทน
กลับมาถึงโรงแรมขาแทบหลุด ไม่เคยเหนื่อยแบบนี้มาก่อน กลับมาถึงโรงแรมแม่ครัวเตรียมอาหารไว้แล้ว อร่อยทุกอย่างยกเว้น กุนเชียงจามรี กลิ่นแรงไปหน่อย ไม่ค่อยคุ้นเลยค่ะ







 

Create Date : 28 มีนาคม 2556
0 comments
Last Update : 28 มีนาคม 2556 0:19:19 น.
Counter : 4828 Pageviews.

 

จะไปลาสา
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




คำหล้า ผู้ซึ่งไม่เคยเศร้า หัวเราะได้กับทุกเรื่องในชีวิต ประกอบหลายอาชีพ อาชีพที่ไฝ่ฝันมากๆๆๆๆๆ อยากเป็นมาเฟียๆๆๆๆๆ ตอนนี้เลยซ้อมเป็นมาเฟียในบ้านก่อน
55555555
[Add จะไปลาสา's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com