,,,ต....
.....
Group Blog
 
All Blogs
 

เงาแห่งความรัก



โลกตรงหน้ากลับกลายเป็นโลกที่แปลกแยกแตกต่างไปเสียแล้ว
ข้างในฉันสะเทือน เพราะขาดความคุ้นชิน
ทั้งที่ ที่นี่คือความคุ้นเคยในก่อนเก่า
มัดหมี่เกสเฮ้าท์ ที่เคยมาพัก

หนาวหรือ
เงียบหรือ

คงไม่ใช่

แต่เป็นเพราะ เงาแห่งความรักที่ไล่หลังมาติดๆตลอดเวลา
คอยสะกิดให้หวนหา ไขว่คว้ารูปรอยที่เป็นจริง

ฉันคิดถึงบ้าน

ให้ตายเถอะ...ฉันกลับมาเป็นคนมีบ้านให้คิดถึงจริงๆหรือนี่
ฉันคิดถึงสิ่งที่รอคอยฉันอยู่ที่บ้าน

โอ...ชีวิตวัยบั้นปลายมาถึงแล้วจริงๆ
ปีกฉันอ่อนล้า ไร้แรงบิน
มันหนักหน่วง เพราะถูกถ่วงไว้ด้วยน้ำหนักของความรักที่หนักอึ้ง
ที่ฉันยินดีจะแบกรับ




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2550 11:33:13 น.
Counter : 187 Pageviews.  

ปาปารัสซี่...กับพระเอกแห่งบล็อกแกงค์...พ่อพเยีย




 

Create Date : 22 กันยายน 2550    
Last Update : 22 กันยายน 2550 18:23:48 น.
Counter : 173 Pageviews.  

ทางเดินสายน้ำค้าง

เรื่องย่อ...

เมื่อยี่สิบปีก่อน เขาทั้งคู่พบกันอย่างบังเอิญด้วยเหตุที่มีไฟป่า แต่คนมุสลิมคิดว่าเป็นไฟที่พระเจ้าบันดาล เขาไม่เชื่อจึงมาพิสูจน์และพบกับธอ ผู้หญิงที่มีเบื้องหลังซับซ้อน จากประวัติศาสตร์การต่อสู้ของขบวนการโจรจีนคอมมิวนิสต์ เพราะเธอคือทายาทของบุคคลสำคัญของกระบวนการ ที่เสียชีวิตไปแล้ว เธอมีคนชนเผ่าอัสลีคอยดูแล การเลือกที่จะอยู่ที่นั่นของเธอ คือความขัดแย้งของความผูกพันของคนทั้งสอง สำหรับเธอ การออกมาอยู่ข้างนอกคือการคุมขังตนเอง สำหรับเขาการอยู่ในป่าคือการหยุดนิ่งอยู่กับที่ เขาไม่สามารถละทิ้งหน้าที่การงานได้

ทั้งคู่ตัดสินใจแยกทางชีวิตทั้งที่ยังมีใจให้กัน สำหรับเธอ การเฝ้าภาวนาให้เขาปลอดภัย คือความสุขอันเป็นที่สุดแล้ว แต่สำหรับเขาการได้ดูแลเธออย่างใกล้ชิดคือนิยามของความรัก จึงพยายามจะช่วยด้วยการพาออกไป

ต่อมา พื้นที่ชายแดน เกิดความวุ่นวาย มีขบวนการแบ่งแยกดินแดน ทำให้เธอตัดสินใจกลับมาสู่สังคมเมืองอีกครั้ง ในฐานะคนไร้สัญชาติ และออกตามหาน้องชายคนเล็กของพ่อ ที่อยู่เมืองไทย ด้วยการช่วยเหลือของเขา แต่ความจริงที่พบคือ เขาเสียชีวิตแล้ว ด้วยข้อหาเป็นคอมมิวนิสต์เช่นกัน ด้วยความไร้เดียงสาต่อโลกภายนอก สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เธอทุกข์ทรมาน จนหาทางกลับเข้าป่าอีกครั้ง แต่ป่านั้นกลับไม่ใช่ของเธออีกต่อไป

เพราะผู้ที่เข้ามาสัมปทานป่าคือเพื่อนรักของพ่อ ที่ทรยศจนทำให้พ่อเธอต้องถูกประหารชีวิต เธอเผชิญหน้ากับศัตรูของผู้ให้กำเนิด ที่พยายามแสดงตัวว่าสำนึกผิดและต้องการไถ่โทษด้วยการดูแลเธอ เมื่อชีวิตไร้ทางออก...เธอจะตัดสินใจอย่างไร

.......

เพิ่งคิดเค้าโครงจบค่ะ
เป็นครั้งแรกที่อาจหาญอยากเขียนนิยาย ไม่เคยเขียนได้เกิน 10 หน้า ก็ทิ้งแล้ว
ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงค้นหาข้อเท็จเกี่ยวการขบวนการต่างๆ
สิ่งที่ต้องขอความกรุณาจากท่านผู้อ่านคือ การชี้แนะติติง
อย่างน้อย... ถึงจะเขียนได้ไม่ถึงที่สุด แต่ก็อยากทำค่ะ

(1)

น้ำค้างที่ตกต้องใบไม้บวกกับอากาศเย็นยามอรุณรุ่ง เธฮกระชับเสื้อกันหนาวตัวใหญ่สีน้ำตาลคล้ำแต่ซีดหมองตัวนั้นอย่างเผลอไผล กริยาที่กอดอกเหมือนกระชับอารมณ์ให้มั่นคงช่างเป็นอาการน้อยครั้งนักที่เธอจะทำ ไม่มีใครได้เห็นผู้หญิงคนนี้เหม่อลอย ครุ่นคิด หรือปล่อยอารมณ์ให้ไหลเลื่อนไปกับบรรยากาศสักเท่าไหร่นัก

เธอเป็นคนที่เก็บความรู้สึกเอาไว้ข้างในได้ได้อย่างมิดเม้มกระนั้นหรือ
เปล่าเลย เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันต่างหาก
แววตากล้าแกร่ง มีพลังลึกลับ เหมือนจะอ่านคนอื่นได้อย่างทะลุทะลวง คือเครื่องหมายที่ประกาศว่าคนอย่างเธอไม่ใช่คนที่ตกเป็นธาตุของห้วงอารมณ์ แต่เธอมีอารมณ์ เฉกเช่นคนอื่นๆ โดยเฉพาะยามนี้ ยามที่น้ำค้างทอประกายแวววาวบนเรียวหญ้า ราวมณีใสสะท้อนเล่นแสงไฟอยู่กระนั้น แม้นมิใช่สิ่งที่ชวนให้วูบไหวเสียทั้งหมด แต่เพราะอากาศที่เหน็บหนาว อากาศที่ชวนให้หวนหาใครสักคนมานั่งอยู่ข้างๆ มารับฟังเรื่องราวของชีวิตที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ของชุมชนที่นี่ ที่มีอะไรไม่ปกติเหมือนที่อื่นๆทั่วไป แต่ในความรู้สึกของเธอ ที่นี่กลับปกติยิ่งกว่า ปกติราวกับว่าโลกไม่ได้ผันแปรเปลี่ยน มานานนักหนาแล้ว

ก็ดูสิ น้ำค้างหยดนั้น บนไม้ใบนั้น แม้มิใช่หยดเดิม มิใช่ไม้ใบเดิม แต่เรื่องราวที่สะท้อนออกมาสู่หัวใจนี้ คือความอ่อนโยนเช่นเดิม มันเหมือนยิ้มรับทักทายเสียงก้าวเดินของเธอ ที่เดินผ่านไปทุกวัน.....เสียงทักทายซึ่งกันและกันของหลากหลายชีวิตที่นี่ ช่างซ้ำเดิม แต่มิเคยเบื่อหน่าย มิเคยรำคาญ กลับก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหัวใจใหม่ได้ทุกวัน

หมอกหนาลอยเรี่ยยอดไม้บนขุนเขา เป็นเหมือนที่เคยเป็น เพียงแต่เช้าวันนี้กลับหนาหนักกว่าทุกวัน เพราะอากาศชื้นจากหมอกเหมยห่อหุ้มโอบกอดยอดเขาเอาไว้ คล้ายไม่ยอมจากลา

วันนี้...ใครคนนั้นกำลังจะกลับมา

เธอก้มเก็บผักจากแปลง เลือกเด็ดใบผักสีเขียวอ่อนสดนั้น เฉพาะส่วนที่เป็นใบแก่ด้านนอก ปล่อยให้ยอดอ่อนเติบโตของมันต่อไป ตะกร้าไม้ไผ่ใบเก่ายังทำงานของมันตามหน้าที่ในทุกเช้าตรู่ ร่องรอยการถูกใช้งานมานานแสนนาน เป็นไปอย่างทนุถนอม

เพราะเธอคิดถึงมือแกร่งคู่นั้น ยามก้มหน้าจักสานถักทอ
ชีวิตของเธอที่ยากจะบอกเล่าแก่ใครให้เข้าใจได้ ว่าทำไมจึงได้ผูกพันกับที่นี่มากมายนัก และทำไมชีวิตจึงต้องลงเอยเช่นนี้

วันนี้...เขาคนนั้นกำลังจะกลับมาอีกหน อย่างที่เคยบอกกับเธอไว้

และแล้วเขาก็มา เธอเห็นเขาจากแนวป่าไกลๆ ด้วยก้าวย่างที่มั่นคง จนมาถึงตัวเธอในขณะที่กำลังเปิดประตูบ้านเพื่อจัดการกับอาหารมื้อเช้านี้

“นี่คุณ ผมว่าคุณน่ะควรจะย้ายออกไปจากที่นี่ได้แล้วนะ” ใบหน้าบึ้งตึงภายใต้หมวกแก้ปสีเขียวเข้ม ดวงตาสีสนิมยิ่งเข้มจัดยามจ้องมองมา ราวกับเธอเป็นเด็กน้อย
“ทำไมต้องไป ในเมื่อฉันต้องการอยู่ที่นี่ คุณมาเดือดร้อนอะไรด้วย” เธอลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าอย่างท้าทาย แม้ร่างกายจะดูบอบบางราวเด็กรุ่น แต่แววตาคู่นั้น กลับทำให้เขาชะงัก สบตาเธออย่างลังเล
“คุณนี่ดื้อจริงๆ ดื้อมหาวายรายเลย” เขาส่ายหน้าพึมพำกับตัวเอง คล้ายครั่นคล้าม แต่ไม่หรอก เขาแค่ไม่อยากเสียเวลากับการฉุดดึงหรือผลักไสใครให้ทำอะไรที่ไม่ต้องการ ทุกคนควรจะรู้ว่าอันตรายเป็นอย่างไร ยิ่งผู้หญิงอย่างเธอด้วยแล้ว การสูญเสียคนที่รักไปจนหมด จะมัวเสียเวลาเฝ้าทรัพย์สมบัติอยู่ทำไม และเหตุการณ์ต่างๆยิ่งเลวร้าย เขาเข้ามาเพื่อยื่นเงื่อนไขการย้ายออกไป ทำไมผู้หญิงคนนี้จึงดื้อรั้นหนักหนา

“อย่าให้ฉันต้องอธิบายอีกเลย ปล่อยฉันไว้ตามลำพังเถอะค่ะ ไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตฉัน ไปดูแลคนอื่นเถอะ”
“ผมรู้ว่าคุณคิดยังไง ขอบอกนะ มันไม่เข้าท่าเลย ในเวลาแบบนี้”
และแล้วร่างสูงผิวคล้ามแดด ค่อยๆลับหายไปจากสายตา เธอกระพริบตาถี่ๆไล่อารมณ์ขุ่นมัวออกไป อีกใจหวังอยากให้ร่างนั้นยังคงยืนอยู่ตรงหน้า บางทีเธออาจทำดีกับเขาสักนิด ให้เขาผ่อนคลายก่อนที่เรื่องเลวร้ายอื่นๆจะตามมา เธอรู้ดีว่ามันจะต้องเกิดขึ้นตามมา ทุกครั้งที่เขาปรากฏกายขึ้นที่นี่
(มีต่อ)




 

Create Date : 21 มิถุนายน 2550    
Last Update : 23 มิถุนายน 2550 11:48:22 น.
Counter : 144 Pageviews.  

เก็บตก...กวี

นานมาแล้ว....เคยเขียนแบบนี้ ไว้ในเว็บ"บ้านจอมยุทธ"
โชคดีที่เก็บต้นฉบับเอาไว้
สมัยนั้น...บรรยากาศทางการเมืองเริ่มอึดอัด.....


นกกับหนอน

สายตานก มองเห็นเช่นอย่างนก
ผู้วิตก...ได้เห็น เป็นดั่งหนอน
นกบอกว่า..เงินน่ะดี มีทุนรอน
หนอนบอกหนอน..กินแล้วขี้..เท่านี้พอ

เถียงให้ตายประเทศไทย ไม่สงบ
รบร้อยรบ อย่างไร ไม่พอหนอ
เดินตามทาง..สร้างค่า หาเงินรอ
หวังใช้ต่อชาติหน้า..หรืออย่างไร

รับใส่เกล้า..คำท่านสั่ง แล้วลืมหมด
ลืมสิ้นรส ข้าวหอม แล้วใช่ไหม
นับเม็ดเงิน..ยิ้มร่า..ข้าสร้างไทย
ลืมหรือไง ใครสร้างชาติ...ที่แท้จริง

แผ่นดินนี้ มีใครเล่าขุดถาง
อย่ามาอ้าง "โกลบอลไหล" ไปสุงสิง
แยกให้ออก...เศรษฐกิจ..ที่เป็นจริง
กับพึ่งพิง...เงินต่างชาติ...ขาด...แผ่นดิน



และนี่คืออีกบทหนึ่ง....ในวันฟ้าอึมครึม

เกียรติศักดิ์ของท่านกับจิตวิญาญาณของข้า
แลกกันนะ...เอาไป ข้ามอบให้
จิตวิญญาณคนบ้าบอ ขอรับใช้
มันซื่อสัตย์จนตัวตาย...หากนายดี

เพราะไม่มีสิ่งใดใดยากไปกว่า
การหาญกล้า ฆ่าใจ ไร้ศักดิ์ศรี
เราต่างคน ต่างอ้าง ต่างถือดี
เราต่างคนต่างมี...เส้นทางเดิน

ข้าจะเก็บใจไว้ ให้กายอุ่น
ยามขอนหนุน แข็งกระด้าง ต่างอ้อมแขน
ถึงวันนี้..สายสัมพันธ์ อาจคลอนแคลน
อยู่ต่างแดน...เหมือนต่างโลก จนต่างใจ

นิทานรักในวันเก่า..ขอเอาเก็บ
ยามหนาวเหน็บ มองฟ้ากว้าง หว่างภูผา
รู้ไว้เถิด หัวใจ ไม่ชินชา
มั่นพร่ำว่า..ขอความรัก จักนำทาง




 

Create Date : 18 มิถุนายน 2550    
Last Update : 18 มิถุนายน 2550 21:42:51 น.
Counter : 175 Pageviews.  

เพราะลานแล้งแห่งนี้มีความสุข

ลานโล่งที่หยั่งรากของไม้น้อย


ลานน้ำ ที่ชุมฉ่ำอยู่ใกล้ไร่


ลานไร่ ที่กลายเป็นเรือนไม้น้อย


นกกระยางสร้างรังอยู่ลิบลิบ
นกกระจิบคาบข่าวมาเล่าขาน
ทั้งนกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่าอยู่สำราญ
นกหัวขวานเคาะไม้ดังอยู่โกง..โกง




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2550    
Last Update : 2 มิถุนายน 2550 6:48:21 น.
Counter : 224 Pageviews.  

1  2  3  4  

shadow-of-art
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




............ เร่ร่อน...
............. ตามแรงสั่นสะเทือนของโลก
............. ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดได้
............. เพราะไฝที่เท้าเม็ดนั้น นั่นเทียว
Friends' blogs
[Add shadow-of-art's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.