|
เกาะทะลุหลังมรสุมกระหน่ำชีวิต (30/3/2007)
และแล้วการเดินทางเล็กๆก็เริ่มขึ้นหลังจากเจองานกระหน่ำ เป็นการไปเที่ยวที่เตรียมตัวน้อยมาก ฝากพี่เค้าไปซื้อแพคเกจที่งานไทยเที่ยวไทยพอได้เวลาก็แพ็คกระเป๋าออกเดินทางกับพี่อุ้ม 2 คน ตอนแรกว่าจะเอารถไปตรวจสภาพก่อนแต่ก็ไม่มีเวลาก็เลยออกเดินทางทั้งๆอย่างนั้น เราออกเดินทางกันแต่ตี 4 เพื่อไปให้ทันเรือรอบ 9 โมงครึ่ง แต่กว่าจะได้ออกจริงๆก็เกือบตี 5 แต่เราก็ไปทันเวลา รีสอร์ทที่ไปชื่อบ้านมะพร้าวเกาะทะลุ เป็นรีสอร์ทเดียวที่มีบนเกาะ จริงๆจะว่าเป็นเกาะส่วนตัวก็น่าจะได้เพราะที่เกือบทั้งหมดเป็นของเจ้าของรีสอร์ทส่วนที่ไม่ใช่ก็เป็นเขาซื่งอยู่ไม่ได้

นั่งเรือสปีดโบทไป 15 นาที ก็ถึงหาดยาว ที่นี่มีที่พักอยู่ 2 หาด หาดยาวกับอ่าวลึก ทั้ง2หาดเป็นของเจ้าของเดียวกันแต่เราเลือกพักหาดยาวเพราะมีแอร์ ถ้าที่อ่าวลึกจะเงียบกว่าและไม่ค่อยมีสิ่งอำนวยความสะดวก
มาถึงที่เกาะก็จะมีลุงแก่ๆคนนึงออกมารับ ความรู้สึกแรกกับลุงคนนี้คือเฉยๆ แต่ทำไมลุงแกพูดเก่งจัง พูดภาษาอังกฤษเจื้อยแจ้วสุดฤทธิ์ พนักงานบนเกาะเรียกแกครูเล็ก แสดงว่าต้องเป็นที่นับถือของที่นี่ แกเป็นคนคอยดูแลความเรียบร้อยและรับรองแขก วันที่เราไปกันมีแต่ฝรั่ง เห็นมีคนไทยอยู่กลุ่มเดียวแต่เค้าเป็นพวกที่มาเช้าเย็นกลับ ก็แสดงว่าวันนี้มีเรากลุ่มเดียวที่เป็นคนไทย

มาถึงที่รีสอร์ทก็ 10 โมงกว่าๆ ครูเล็กนัดให้ออกไปสน็อกเกิลตอนบ่าย 3 ด้วยความที่เมื่อคืนไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะกว่าจะเลิกงานกลับถึงบ้านก็ห้าทุ่มกว่า กว่าจะจัดกระเป๋านั่งทำนั่นทำนี่ ดีที่ตอนขับรถไม่ง่วง ก็เลยได้เวลานอนเอาแรง
พอบ่ายสามพวกเราก็ออกไปสน็อกเกิลกัน มีไปสน็อคเกิล 2 จุด ถ้าถามว่าสวยมั๊ยก็เฉยๆนะ อาจเพราะเห็นมาเยอะแล้วมั๊ง แต่น้ำทะลสีสวยมาก มองไม่เบื่อเลย

พอเย็นๆเค้าก็พาเรากลับเข้าที่พัก สีน้ำทะเลตอนเย็นสีสวยมาก เราก็เดินเล่นนั่งดูน้ำทะเลแล้วก็เดินถ่ายรูป มีความสุขมาก ตกกลางคืนน้องโทรมาถามว่าวันนี้ทำอะไรบ้าง เราบอกไปว่าไม่ได้ทำอะไรเลย นอนกินนั่งดูทะเล เป็นวันที่เราไม่อยากทำอะไรเลยนอกจากนั่งซึมซับบรรยากาศ ยังพูดกับพี่อุ้มอยู่เลยว่าแปลกดีไม่ได้เห็นฟ้าตอนพระอาทิตย์ยังไม่ตกดินมานานแล้ว ทุกทีออกจากแบงค์ก็มืดตื๊ดตื๋อทุกที เหมือนกลายเป็นคนเก็บกด วันนั้นเลยนั่งดูพระอาทิตย์จนลับขอบฟ้าไป
วันที่ 2 วันนี้เค้าจะพาไปสน็อคเกิลตอนเช้าอีกแล้ว ด้วยความที่เค้าจะไปจุดเดิมก่อนและจะมีเพิ่มไปอีกจุดนึงพวกเราเลยไม่ไป แต่เลือกไปพายคายัคแทน น้ำทะเลนิ่งมาก สีน้ำตอนเช้าอมเขียวแต่พอบ่ายๆจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้า เพราะแสงพระอาทิตย์นั่นเอง

ตอนพายคายัค พี่อุ้มเป็นคนพายให้ ฮ่าๆสบ๊ายสบาย กว่าจะได้กลับเข้าฝั่งอิฉันหน้าไหม้ส่วนพี่อุ้มขาไหม้ แต่ก็สนุกดี พี่อุ้มพายไปให้ดูหอยมือเสือด้วย น้ำใสมากจนมองลงไปเห็น เจอกระเบนตัวเล็กๆด้วย ตอนแรกนึกว่าลูกกระเบนแต่พอไปเล่าให้ครูเล็กฟังแกบอกเป็นอีกพันธุ์นึงจำชื่อไม่ได้แล้ว
ตอนบ่ายครูเล็กก็พาขึ้นจุดชมวิว แต่เราสองคนก็ไม่ไปอีกตามเคย รู้สึกมาเที่ยวคุ้มมาก แต่ไม่อยากทรมานสังขารนี่หน่า สิ่งที่ทำก็คือเอาโน๊ตบุคออกมาทำงาน ทำไปได้นิดนึงก็เซ็งเลยเลิกทำ พอตอนบ่ายก็เดินไปนวดที่ชายหาด เฮ้อสบายโคตร

นอนนวดไปมองฝรั่งเล่นน้ำไป เพลินดี หาดที่นี่เงียบมากมีแต่แขกที่มาพักซึ่งก็มีแต่ฝรั่ง แถมทรายขาวเนียนละเอียด ได้ใจมากๆ

อ้ออีกอย่างที่คอยอยู่เป็นเพื่อนแขกก็คือไอ้ตัวข้างล่างนี้ บนเกาะมีอยู่หลายตัวเหมือนกัน มันมีความเป็นเจ้าบ้านที่ดีมาก ใครเดินไปไหนมันต้องคอยเดินตาม เหมือนกับจะเดินไปเป็นเพื่อนแขกอย่างนั้นแหละ ขนาดตอนเราไปเดินเล่นคนเดียวมันยังเดินตามมากันเป็นฝูงเลย

ที่นี่เค้ามีเรือให้แขกเล่นอยู่ 2 อย่างก็คือเรือใบกับคายัค ถ้าจะเล่นเรือใบต้องบอกครูเล็กแกจะพาออกไป ครูแกนี่เก่งจริงๆทำทุกอย่าง

เด็กฝรั่งข้างล่างนี้มากับคุณพ่อนักว่ายน้ำ พ่อแกชอบเล่นน้ำมากๆ เห็นพ่อแกที่ไหนก็ต้องเห็นเอาลูกเล่นน้ำด้วยทุกครั้ง เป็น 2 พ่อลูกนักว่ายน้ำจริงๆ

พอตอนเย็นครูเล็กก็พาอ้อมหลังอ่าวเทียนไปดูสุสานปะการัง แกบอกว่ามันเกิดจากพายุพัดเอาปะการังขึ้นมา น้องๆซึนามิเลยล่ะ แต่ที่เจ๋งมากคือตอนเดินมาถึงอ่าวเทียนจะเห็นพระอาทิตย์ดวงเบ้อเริ่มอยู่ตรงหน้าแต่พอเดินข้ามเขามาหลังอ่าวเทียนก็จะเห็นพระจันทร์กำลังขึ้นแทน (พระอาทิตย์ก็ยังไม่ตกดี) แล้ววันนั้นเป็นวันพระจันทร์เต็มดวงด้วย
เช้าวันสุดท้าย จะกลับบ้านแล้ว วันนี้มีพี่บ้านนึงเค้าออกไปเล่นเรือใบ ครูเล็กออกไปด้วย เราก็รีบตื่นไปถ่ายรูปเค้ากางเรือใบกัน ไม่เคยเห็น แต่มาช้าไปหน่อยมาถึงเค้ากางกันเสร็จแล้ว

เรือใบเวลามันแล่นบนน้ำนี่มันสวยจริงๆ

นี่เป็นรูปที่ถ่ายจากโต๊ะกินข้าว เราได้นั่งกันแถวหน้าสุดด้วย

นี่เป็นรูปโต๊กินข้าวที่เรานั่งกินทุกมื้อ จะเห็นว่าเป็นโต๊แรกที่ยื่นไปเยอะสุด วิวดีสุดๆ

เอาภาพตอนเดินไปดูสุสานปะการังให้ดู นี่เป็นภาพที่ถ่ายจากอ่าวเทียน พี่สองคนนั้นก็คือพี่ที่รู้จักกันตอนเดินไปด้วยกัน

แสงพระอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าอาบชายหาดอ่าวเทียน สวยจนอยากจะกรี๊ด ไม่อยากเชื่อว่าจะมี moment นี้ น้ำทะเลสีฟ้าใสนิ่งสนิท ชายหาดที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหายใจตัวเอง พระอาทิตย์สีเหลืองทองส่องอยู่ตรงหน้า

คงจะจำ moment นี้ไปอีกนาน

ความทรงจำที่สวยงาม ณ เกาะทะลุ

| Create Date : 08 เมษายน 2550 | | |
| Last Update : 8 เมษายน 2550 2:16:55 น. |
| Counter : 1182 Pageviews. |
| |
|
| |
|