นิยาย " ม.ปลาย วุ่นวายรัก " - เหมชาติ ทอง / ตอนที่ 12 . (อวสาน)








































" ม.ปลาย วุ่นวายรัก "
.
เหมชาติ  ทอง
.....................................................
.
ตอนที่
.
12 .
.
.
.

.
.
อวสาน
.
.
.   บุษบันร่ำไห้  กับข้อความไลน์ที่เจี๊ยบส่งมา
.
. " เอียด ทำใจดีๆ นะ โยตายแล้ว
.        --  รถตู้ชนกับรถบรรทุกที่ลำปางเมื่อซักกำมาละ "
.
         แล้วเจี๊ยบก็วิดิโอคอลมา เล่าพลางสะอื้น
ว่าโยธากำลังเดินทางไปถ่ายโฆษณาตัวใหม่กับบริษัทที่สุโขทัย
.       แต่เกิดอุบัติเหตุ รถตู้คันที่นั่งไป ประสานงากับรถบรรทุกพ่วง
ที่ห้างฉัตร  เขตจังหวัดลำปาง
.
.    " เอียด ---
.        โยมัน -กะบะได้ทรมานอะหยังหนา 
มันไป ตั้งกะตอนรถชนกันแล้ว--
.       --  แม่ของโยบอก "
.
.    เจี๊ยบพยายามเล่า ไม่ให้เอียดต้องเสียใจมากไปกว่านั้น
 แต่พอได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของเอียด เจี๊ยบก็พลอยร้องไห้
ไปด้วยกัน
.
          " มันคงจะเสีย (เสีย= เผา) ตี้วัดแถวบ้าน 
ตั๋วจะขึ้นมาเชียงใหม่ได้ก่อเอียด? "
.
.      บุษบันตอบว่า อยากไป
 แต่ต้องขอคุยกับทางบ้านดูก่อน

.
                *  *  *  *  *  *  *  *  *  *   *
.
.     มีไลน์ของพงษ์   ของเดย์ และจากเพื่อนๆ อีกบางคน เข้าสายมาอีก
เอียดเปิดอ่าน แต่ไม่ไหวจะตอบไปตอนนี้
.
.         เธอโผซบหน้ากับหมอน สะอื้น น้ำตาไหลพรู
 สุดแสนเศร้า คิดถึงโยธาจับหัวใจ ---
                 โธ่เอ๋ย -- 
.     ทำไมต้องมาเป็นอย่างนี้ กับโยด้วย
.
.         *   *  *  *  *  *  *  *  *
.
.        คือตอนนี้  บุษบันต้องย้ายกลับมาเรียน ม.6 ที่บ้านเกิด
ที่ปัตตานีแล้ว
.       จบ ม.5 ปุ๊บ  ก็ต้องย้ายจากเชียงใหม่กลับมา ตามความเห็น
ของผู้เป็นบิดา

.
.           *   *    *    *    *    *    *    *    *
.
ตอนนั้น---
.      พอภาพยนตร์โฆษณาของโยธา ออกฉายทางโทรทัศน์
ก็เกิดกระแสความคลั่งไคล้ซูเปอร์สตาร์คนใหม่
    --  อย่างร้อนฉ่า
.         โย-  โยธา  หนุ่มน้อย ม. 5 ของโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำอำเภอ จังหวัด
เชียงใหม่ เป็นที่ถูกกล่าวขวัญจากมวลมหาชน
.       ได้แจ้งเกิดเต็มตัว ด้วยหน้าตา และบุคลิกที่โดนใจ
.
.         พูดได้เลย ว่าฮ็อตสุดๆ
.      เพราะสื่อหลายสื่อ แข่งกันรุมประโคมข่าวความนิยมของโลก
โซเชี่ยลที่มีต่อโยธา
.
.           ส่วนมิ้น ก็พลอยดังไปอีกคน
.   แต่ก็ไม่เท่ากระแสของโยธา ที่กำลังกลบรัศมีซูเปอร์สตาร์ดวงเดิมๆ
ได้หลายดวง
.
               *   *  *   *    *     *     *     *     *
.
.    " ดีใจด้วยนะโย --
.               --   ดังใหญ่แล้ว    "

.           
.         บุษบันมีโอกาสหนึ่ง ได้บอกกับโยธาอย่างนี้ 
เพราะพอเธอนั่งลงกับโต๊ะม้าหินที่ลานพักผ่อนของโรงเรียน
โยธาก็รีบปรี่เข้ามานั่งด้วย ทันที
.
      พงษ์กับเดย์ ที่เดินมาด้วยกันกับโยธา ชิ่งตัว แยกไปนั่งอีกโต๊ะ
อย่างนกรู้ 
.         ปล่อยให้สองคนนี้ได้นั่งกันตามลำพัง
.
.        เอียดบอก --
. ขณะเปิดสมุด จดอะไรไป ยุกๆ ยิกๆ
.
        " โยเหมือนเดิมนะเอียด  --
.                   ยังเป็นโยคนเดิม
.         ที่มีเอียดคนเดียว ที่โยคิดถึงทุกวินาที "
.
         โยธาบอกมาด้วยเสียงเบาๆ พอได้ยิน  
.              บุษบันให้หวั่นไหว กับคำบอกของเพื่อนหนุ่ม
มันช่วยไม่ได้เลย กับการที่จะพยายามไม่คิดอะไรกับคำหวานนี้
.
.          โยธามองหน้าแดงเรื่อของบุษบัน  รู้ว่าเอียดก็มีใจให้ตน
อยู่เหมือนกัน
.         แต่เอียดก็ช่างสงวนท่าที- อย่างเคย
.
.       "  โยบอกกับเอียดแบบนี้ เอียดอย่าซีเรียสนะ
รับฟังไว้ก่อนก็ได้
.        แล้ววันนึง โยจะพิสูจน์ให้เอียดเห็น ว่าโยพูดจริง "
.
             เด็กสาวก้มหน้า ทำเป็นอ่านหนังสือ
.
.       โยธาอมยิ้มอย่างสุขใจ ที่ได้บอกความในใจ
กับเอียดอีกครั้ง
.        การได้นั่งข้างๆ เอียดแบบนี้   เพียงสองต่อสอง
มันช่างมีความสุขมากมาย
.

.           *  *  *  *  *  *  *  *  *   *   *
.
.       วันปัจฉิมนิเทศ ของรุ่นน้อง ม.3 และรุ่นพี่ ม.6
เจี๊ยบยังเป็นโต้โผ ร่วมกับกรรมการสภานักเรียน ช่วยกันจัดสถานที่
.      เขียนป้ายผ้า ทำซุ้ม congratulations ซะสวยงาม
.
.    ได้พงษ์ เดย์ โยธา บุษบัน และเพื่อนๆ มาช่วยอย่างแข็งขัน
.          เด็กๆ ลงแรงกันเต็มที่ เพราะอยากให้คนที่จบไป
ได้ประทับใจกับบรรยากาศวันสุดท้าย
.      ที่โรงเรียนจัดมอบให้พวกเขา เป็นพิเศษสุด
.
.          *   *   *   *   *  *  *   *  *   *   *
.
.           กว่าจะจัดสถานที่เสร็จ  ก็เย็นมาก
.   5 โมงแก่ เกือบๆจะ 6 โมงเย็น   
.         โยธาตัดสินใจ ขอขี่มอเตอร์ไซคล์-motorcycle ซ้อนบุษบัน
ไปส่งเธอที่บ้าน
.
.      " ให้โยไปส่งเอียดนะ
.             -- โยอยากไปเที่ยวบ้านอานิดของเอียดด้วย "
.
.        "  อย่าเลยโย  --
.                      เรากลับเองดีกว่า "
.
.                 บุษบันก็ยังคือบุษบัน คนไว้ตัว 
.
.           " รถเดือนกะปิ๊กไปแล้ว --- " 
      เดย์ว่า  แล้วเปรยถึงรถประจำทาง ที่มักจะวิ่งบริการรับส่งแค่ถึงตอนเย็นๆ 
ไม่ถึงมืดค่ำ
.         " รถเหลือง-ก่าสีท่าจะเสี้ยงแระ  
.    บะเดียวนี้ มันกะจะค่ำมืดแระเน่อเอียด
.      รถแม่แต๋ง-ก่าบะแน่ใจ๋ ว่าจะยังมีอยู่เกาะ ?
.             --- หื้อไอ่โยไปส่ง เต๊อะหล่อน "  
.
           เจี๊ยบ กับพงษ์ก็เห็นด้วย
.
.       บุษบันไม่รู้จะว่าไงดี  จึงต้องยอมทำตามคำของเพื่อนๆ
.
              *   *   *   *    *    *    *    *     *    *    *
.
.         โยธาหน้าบาน  ระริกระรื่น
.       ขี่มอไซคล์ไป ยิ้มไป บางจังหวะก็เหลียวหน้า
มาพูด กับคนที่นั่งซ้อนด้านหลัง

.
.     " อยากให้เอียดนั่งรถโยแบบนี้ ทุกวันเลย "
.
.      " ไม่ต้องหันมา--
.                  ...  ฟังได้ยินอยู่
.               มองไปข้างหน้านู่น "

.          บุษบันติงเตือน ทำให้โยธายิ่งชอบใจ
.   หัวเราะล้อเธอ
.
.          " ครับผม -
.                  -  รับทราบครับ "
.
          ทันใดนั้น  ทั้งสองก็รู้สึกมีรถมอเตอร์ไซคล์อีกคันหนึ่ง
ขับตามหลังมาติดๆ
.
.         โยธามองทางกระจกส่องหลัง เห็นปั๊บ- รู้เลย
อ้ายหนึ่ง-สงคราม นั่นเอง
           ขับขี่ตามหลังมา ไม่มองสบตากัน เหมือนไม่รู้ไม่ชี้
แต่ก็ตามประกบ ไม่ทิ้งห่าง
.
        เด็กหนุ่มเจ้าเสน่ห์ขมวดคิ้ว นิ่วหน้าทันที
.          --อะไรเนี่ยะ ? อ้ายหนึ่ง ม.6 ทำท่ายังกะจะขี่ตามไป
บ้านเอียดด้วยกัน เลยนะเนี่ย
.
.          มาแบบนี้ -ไม่สวย  โยธาจึงไม่เอ่ยทักทาย
ขี่มอไซคล์ไปเรื่อยๆ
.
.     บุษบันก็ไม่พูดอะไรสักคำ  ทั้งที่ใจคอของเธอเริ่ม
ไม่ปกติ
.
        *   *   *   *   *   *   *   *    *    *    *
.
.         พอโยธาขี่เลี้ยวเข้าประตูใหญ่ของหมู่บ้านจัดสรร
สงครามก็ขี่เลี้ยวมอเตอร์ไซคล์ตามติดมา
.         ทำให้โยธาแน่ใจ ในเจตนาของรุ่นพี่
.
.      อันที่จริง ทั้งโยธา และสงคราม ต่างก็สืบมา จนรู้ว่าบ้าน
ของอาบุษบัน คือหลังไหน 
.       เพียงแต่แค่ขี่ผ่าน  ไม่เคยแวะเข้าไปเท่านั้น
.           แต่วันนี้  เหมือนจะเกิดใจกล้าตรงเวลากัน

            *   *   *   *   *   *   *   *    *   *
.
.      ในบ้านเริ่มเปิดไฟสว่าง บุษบันมองเข้าไป
ใจหายวูบ
.      นั่น พ่อ กับแม่ ---
.             แอบมาเยี่ยม ไม่บอกล่วงหน้า !!
.
.     โยธาจอดรถเครื่อง ได้ยินบุษบันบอก ขณะลงจาก
เบาะนั่ง
.
.     " พ่อ กับแม่เรา มาจากใต้ อะโย ..
.           -- มาเชียงใหม่  ไม่บอกให้รู้ก่อน "
.
.        จับน้ำเสียงได้ว่า เอียดกำลังกังวลกับบางอย่าง
.    โยธาจึงรีบปัดแต่งผมเผ้า ที่ถูกหมวกกันน็อคครอบมาตลอด
ให้เข้ารูปเข้ารอย
.       พร้อมเผชิญหน้ากับบิดา  และมารดาของบุษบัน
.
.       " อ่าว---เอี๊ยด
.                  --- พึงล็อบ -เหอ ?
.                        ( พึ่งกลับหรือ)  "
.
.       ผู้เป็นพ่อ ยืนทักที่ประตูบ้าน  กายสูงสง่าสมเป็นนายทหาร
มองมาที่ทั้งสองคน
.
.            " ผ่อ--วัดดี๋ค่ะ  "
.       
.         เอียดรีบโผเข้ากราบ สวัสดีบิดาที่อกท่าน
และกราบสวัสดีที่อกมารดา ที่เดินมากอดเธอด้วยความรัก
และคิดถึง
.
.        " แหม่--วัดดี๋ ค่ะ "
.
.        " เผื่อนเข๊หร็อดเขรื่อง หม่าส๊งโหลกค่ะ
.         ( เพื่อนขี่รถเครื่อง-มอเตอร์ไซคล์ มาส่งลูกค่ะ) "
.
.               บุษบันบอกกับพ่อ และแม่
.    โยธารีบพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม
.           --  พูดอะไรไม่ออก
.
.   " โหลกหว๊างฉ่วยแต๋งเว่ที่ วั่นปัจฉิ๊มใฮโร่งเรี่ยน -หมืดข่ำ
.          (ลูกมัวช่วยแต่งเวที วันปัจฉิมให้โรงเรียน -มืดค่ำ ) "
.
.                บุษบันรีบอธิบายเหตุผล ที่วันนี้ เธอกลับบ้าน
. มืดค่ำ
.
.      "  อ่าว--แล้วนั่นใครอีกคนล่ะ ? "
.                บิดาของบุษบันร้องถาม
.     เมื่อมองออกไป เห็นมอเตอร์ไซคล์ของสงครามขี่เข้ามา
จอดอีกคัน
.
.       " เข้ามา ๆ ไอ้หนุ่ม "
.
.        ท่านพูดเป็นภาษากลาง สำเนียงใต้ โผงผางและ
 ห้าวเข้ม ตามสไตล์
.   
.           สงครามตกใจมาก ---
.     ไม่คาดคิด ว่าจะต้องมาเจอพ่อ แม่ ของบุษบันที่บ้านแบบนี้
 ไหนใครว่า เอียดพักอยู่กับอาผู้หญิง
.      แต่ก็รีบปรับตัว รับกับสถานการณ์ใหม่ ฉุกละหุกนี้
.
.           " สวัสดีครับคุณพ่อ---
.                   สวัสดีครับคุณแม่ "
.
               *  *  *  *  *  *  *
.
.   สองเด็กหนุ่ม นั่งตัวลีบในห้องรับแขก 
.           ได้แต่ก้มๆ มองๆ สลับไปมา ตลอดเวลาถูกสนทนา
ออกแนวถูกซักถาม
.
        บิดาของบุษบันจ้องหน้าโยธาเขม็ง นึกอะไรนิดนึง แล้ว
ถามออกมา
.

.       " นี่เราคือโยธา รึเปล่า ?
.                ที่เอียดเล่าว่า มีเพื่อนที่ห้องเป็นดารา "
.
.     " ครับ-- ผมโยธาครับ
.            แต่ผมเป็นแค่นักแสดงเองครับ
.                    ไม่ได้เป็นดารานะครับ "
.
.          " อ้อออ--
.     เออ--- แม่เคยเห็นนะ  ในโฆษณาทีวี-- 
.                 ไม่นึกว่าจะได้มาเจอตัวจริง  "
.   
.      ท่าทางคุณแม่ก็ชื่นชอบโยธา เห็นท่านยิ้มให้
อย่างเอ็นดู
.
.        บุษบันเดินออกมา ย่อตัวลง ส่งน้ำเย็นให้พ่อ แม่
และแขกทั้งสอง
.
.       " แล้วหนุ่มนี้ล่ะ  แนะนำตัวหน่อยสิ "
.
.         บิดาของเอียดหันมาทางสงคราม
.
.   " ผมชื่อหนึ่งครับ  กำลังจะจบ ม.6  "

.      " เฮ่ย -- รุ่นพี่นี่นา "
     ท่านเลิกคิ้ว  ถามต่อเลย
         "  แล้วมานี่ด้วยกันรึ "
.
.    " เปล่าครับ---" สงครามเริ่มอึกอัก
.           " พอดี-- ผมจะจบแล้ว
.   ผมเลย--เอ่อ --  ผมตั้งใจ จะเอาของที่ระลึก
.        มาให้น้องเอียด อะครับ "
.
.      นายทหารนิ่ง   มองหน้าสงคราม
แล้วพยักหน้าหึ-หึ 
อย่างเข้าใจ
.        กล่าวสั้นๆ ว่า
.
.         " อ่อ --
.    ก็เอาสิ ---
.       เอามาให้เอียดตรงนี้เลย "
.
.         หนึ่งรีบเปิดกระเป๋าเป้ หยิบกล่องของขวัญ
ออกมา
.        ยื่นส่งให้เอียด
.     บุษบันลังเล จนเมื่อผู้เป็นบิดาพูดขึ้น
.
.      " เอียดรับไว้ ---
เพื่อนให้ เพราะเขามีความรู้สึกที่ดีต่อเรา
.           ขอบคุณพี่เขาด้วยล่ะ "
.
.   เธอจึงรับมันไว้ และบอกขอบคุณสงครามเบาๆ
.
         *    *    *    *   *   *    *   *   *
.
.     บิดาของบุษบันคุยกับสองหนุ่มอีกสักพัก
 ก็บอกว่า เผอิญ ท่านมีบางเรื่องที่จะต้องคุยกับ
บุษบัน

.
.       และให้สงครามกลับไปก่อน โดยท่านออกไปส่งเอง
ถึงรถมอเตอร์ไซคล์
.      ท่านตบไหล่หนึ่ง เปาะ-เปาะ
.
      " ขับกลับดีๆ ล่ะ-
  และลุงขอสั่งไว้เลย ว่าห้ามมีเรื่องกันเด็ดขาด-
.      ---  รับปากลุงนะ "
.
.             " ครับ "
.       สงครามพยักหน้าตอบ
.   ยกมือไหว้
.     แล้วสตาร์ทเครื่อง ขี่กลับออกไป
.

.        *  *  *  *  *  *  *  *  *  *

 .    สักครู่ต่อมา โยธาก็ได้ลากลับอีกคน
.        บุคลิกนอบน้อมของโยธาถูกจริตแม่ของเอียด
ยิ่งนัก
.       แต่ในความรู้สึกของผู้พันนั้น ให้ห่วงๆ และไม่สู้
ชอบใจกับการที่มีหนุ่มมาแอบส่งลูกสาวถึงบ้าน 
.        พร้อมกัน ถึงสองคนแบบนี้
.
.      พอคุยกับปณิศราผู้น้องสาว  ก็ขัดใจกันเล็กน้อย
แต่ในที่สุด ปณิศราต้องยอมให้พี่ชายผู้เข้มงวดเตรียมย้าย
บุษบัน กลับไปเรียนต่อ ม.6 ที่ปัตตานีอีกครั้ง

.
.      *    *   *   *    *    *   *    *    *
.
.

.
.
.       เดย์นั้น พอทราบในวันที่เอียดสอบเสร็จวันสุดท้าย 
ว่าที่บ้านจะให้เธอย้ายกลับไปเรียน ม.6 ที่ใต้อย่างเดิม
.  ก็ถึงกับร้องไห้
.
.            พงษ์เงียบอึ้ง 
.    เจี๊ยบก็หน้าถอดสี ถามเสียงแหบเครือ
.
.     " เอียดบอกไอ่โย -ยัง ? "
.
.        เอียดส่ายหน้า น้ำตาคลอ
.
.          " เรายังไม่บอกโยเลย ----
.  เจี๊ยบ พงษ์ เดย์  ช่วยบอกโย แทนเราด้วยนะ "
.
             เดย์บ่นออกมา
.
.     " พ่อเธอนี่- หยังมาเค่ง (=เคร่งครัด) จะอี้ ?
แค่มีบ่าว มารุงรังลูกสาว  2 คน
.        --  กะฟ่างย้ายลูก-ปิ๊กซะแระ  "
.
.            เจี๊ยบรีบว่า
.   " ฮาว่า 3 คน หนา --
.             คิงบะดีลืมอ้ายเก่ง-ประลองพล
แฮ๋มคน-หลอ  "
.
.   " โคะ-- !!"
.          เดย์อุทาน
ประมาณว่า พุทโธ่-ช่างไม่รู้อะไร
.
.      " อ้ายเก่ง-บะเกี่ยวเรื่องนี้
.              -- เปิ้นเป็นแฟนอ้ายแป๋ง
.   สูผ่อบะออก ก๋าเจี๊ยบ ? "
.
.      " อี้ ? " เจี๊ยบเหวอกิน
.
.       " เอ้อ !! "  เดย์พยักหน้ายืนยัน
  " ลองผ่อดีๆ --
 .         ซักกำ  ไผกะผ่อฮู้ กอยออก "
.
.        เอียดฟังเดย์บอกอย่างไร้ความรู้สึก
.  เพราะพรุ่งนี้ เธอจะต้องมาที่โรงเรียนกับอานิด
อย่างเงียบๆ  เพื่อทำเรื่องย้าย
 .     บรรยากาศที่โรงเรียนคงเหงาหงอย ...
มีแต่ครู ที่เดินไปมา
.       ส่วนนักเรียน สอบเสร็จแล้วคงไม่มีใครมาให้เห็น
สักคน

.
.             *  *  *  *  *  *  *  *   *
.
.     โยธามารู้ ตอนเอียดกำลังเดินทางกลับปัตตานี
เธออยู่ในรถ ที่พ่อกำลังขับบนถนนหลาง ใกล้ถึงชุมพร
.
.          เขาวิดิโอคอลหาเธอ
.
.    " เอียด  --ทำไมเอียดไม่บอกให้โยรู้ "
.
.         เสียงเครือ ที่คร่ำครวญปนสะอื้นของโยธา
ดังอยู่ทางไลน์ ในโทรศัพท์
.     พอได้ยินกันทั้งคันรถ
.          ทำให้ผู้เป็นแม่รีบเอื้อมมือมาบีบไหล่ลูกสาว
อย่างเห็นใจ
.    ผู้เป็นพ่อก็เห็นใจ แต่กำลังต้องขับรถอย่างระมัดระวัง
อยู่
.
.     " เราตั้งใจว่าจะบอกโย ตอนเราถึงปัตตานี "
.
.        " เอียดใจร้าย ---ไม่นึกถึงใจโย 
โยรักเอียด    เอียดก็รู้นี่ "
.
.       บุษบันน้ำตาร่วงเผาะ กลั้นสะอื้น
บอกไปว่า
.
.      " แล้วเดี๋ยวเราจะโทรกลับไปนะโย "
.
.     วางสายแล้ว เอียดก็แหงนตัว พิงพนักเก้าอี้ในรถ
มองเหม่อลอยไปข้างหน้า
          บิดาเอื้อมมือมาแตะแขนเธอเบาๆ
 เธอรีบบอกท่าน
.
     " โหลกไมเผรื่อ ค่ะผ่อ
.        ( ลูกไม่เป็นไร ค่ะพ่อ ) "
.
     *  *  *  *   *  *  *   *   *  *   *    *
.
.   บุษบันลงจากเครื่องบินที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่
รอรับกระเป๋าจากสายพาน
.
.   แล้วรีบออกมา
.        นั่นไง อานิดยืนรอเธออยู่
.
.     " ไปที่วัดกันเลยนะ  มาทันเผา "
.
        ปณิศราเห็นหลานสาวแต่งชุดดำมาพร้อมสรรพ ก็เบาใจ
ไม่ต้องย้อนไปบ้านก่อน
.
.          *  *  *  *  *  *   *  *   *   *   *   *
.
.       ที่วัด กำลังจะเคลื่อนขบวนศพ
.   ซึ่งมีปราสาทไม้ทรงยอดสูง บุด้วยกระดาษอลูมิเนียม หรือกระดาษ
อังกฤษ(กระดาษเงิน กระดาษทอง) เป็นลวดลายสวยงาม
.  สวมครอบทับโลงศพไว้
.
.     ไหว้บิดา มารดาของโยธาตามธรรมเนียม
 บุษบันก็มาจุดธูปหนึ่งดอก เคารพศพโยธา
.
.  " โย---
.           เอียดมาแล้วนะ "
.
.              เธอบอกโยธาในใจ
.
.       พอเห็นรูปในกรอบ ข้างโลงศพของโยธาแล้ว
น้ำตาของเอียดก็รินหลั่งออกมาทันที
.
.          รูปนี้สิ--
.      ที่โยธาเคยส่งให้เธอทางไลน์  และพิมพ์ข้อความ
แนบมาว่า
.
       " โยรักเอียดคนเดียวครับ"
.
.    เจี๊ยบ เดย์ พงษ์  และเพื่อนคนอื่นๆ กรูเข้ามาหาบุษบัน
พาไปหาอาจารย์ที่ปรึกษา
.
.         ท่านเดินมาหาเอียดอย่างเร็ว  โผกอดเธอ
 แล้วพากันร้องไห้ทั้งกลุ่ม

.             แล้วเจอพี่เก่ง ที่มาแทนพี่แป๋ง
.       ที่ตอนนี้ ก็ยังรักษาตัวที่โรงพยาบาล เพราะพี่แป๋ง
ไปรถตู้ด้วยกันกับโย  และได้รับบาดเจ็บสาหัส
.
.       ก้อยรีบไปจูงมือแอ้ม ที่นั่งร้องไห้ไม่เลิก พาเดิน
มาหาเอียด 
.         บุษบันกอดเกวลินไว้แน่น 
.      แล้วทั้งสองสาว ก็พากันร่ำไห้ เป็นที่น่าเวทนา
.
     *    *   *    *   *   *   *  *   *  *  *
.
.        ที่ป่าเฮ็ว หรือสุสาน หรือ ฌาปนสถาน
เขากำลังเปิดโลงศพ ให้คนข้างหลังได้พินิจผู้ตาย
.  เป็นครั้งสุดท้าย
.
.         มีเพื่อนๆ บางคน ชวนเอียดไปดูหน้าโยธา
เป็นการอำลา
.         บุษบันสะอื้นฮักๆ  ส่ายหน้าปฏิเสธ
.
.    จะขอจดจำโย ในภาพลักษณ์ที่ได้มีใจผูกพันต่อกัน
อย่างที่เป็นมาดีกว่า

.
.        *  *  *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.        มารดาของโยธาเดินตรงมาหาเธอ
ถามเธอว่า
.
         " หนูเอียด ใช่ไหมลูก ? "

.
 .        บุษบันยกมือไหว้ท่านอีกครั้ง
.
.         " ใช่ค่ะ คุณแม่---
.    เอียดค่ะ
 .           --- เป็นเพื่อนของโยค่ะ "
.
.       ท่านหน้าเบ้ สะอึกสะอื้น บอกว่า
.
.   " ขอคุณแม่กอดหนูเอียด
.             แทนโยได้ไหมคะ ? "
.
         เอียดน้ำตาไหล พยักหน้า แล้วรีบกอดตอบ
ท่านด้วย
.     ระหว่างกอดกัน ท่านพูดว่า
.
. " ลูกเอียดขา...
.          โยลูกของคุณแม่มีบุญน้อย
.    แต่เขาก็บอกคุณแม่ว่า
.           เขารักหนูเอียดมากที่สุด "
.
.           เอียดได้ฟัง ยิ่งร้องไห้หนัก
.
.          " โยเขาขออนุญาตคุณแม่
 เอาเงินค่าถ่ายโฆษณาบางส่วน  ทำของอย่างนึง
ให้หนู
.       หนูเอียดพอจะจำได้ไหม?
โยเขาเคยสัญญากับหนูว่า  ถ้าเขาพอมีสตังค์
.  เขาจะไปสั่งให้ช่างทอง ทำอะไรให้หนู
.       โยบอกคุณแม่ว่า สัญญานี้
จะรู้กันแค่สองคน
.      คือตัวหนูเอียด กับโยเท่านั้น "
.
.      บุษบันซบหน้ากับฝ่ามือ ปล่อยโฮ
ออกมา
.  
.   มารดาของโยธาถามเธอทั้งน้ำตา
.
.     " หนูเอียดตอบคุณแม่หน่อย นะคะ
ตอบให้เหมือน ที่โยเขาตั้งใจทำให้หนู "
.
.     " ตุ้มหู ค่ะคุณแม่ "
              เอียดตอบ พลางร้องไห้
.   " ตุ้มหูดอกปีบ---
.             ตุ้มหูดอกกาสะลองค่ะ  "
.
.         ท่านโผกอดบุษบันอีกครั้ง สะอื้นไห้
 คร่ำครวญ
.
.          "  ใช่แล้ว ---
.      หนูเอียดรับมันไปนะคะลูก .         
 เพราะโยเขารักหนู --- 
.        เขาตั้งใจทำมันให้หนูจริง
ค่ะ "
.
.      *  *  *  *  *  *  *  *  *  *
.
.        เสร็จงานศพ --
อีกวัน บุษบันก็นั่งเคริ่องบินจากเชียงใหม่
.   บินกลับปัตตานีทันที
เพราะไม่อยากลาโรงเรียนต่ออีก
.
.  โดยบินลงที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่
.      และที่นั่น จะมี พ่อ กับแม่ที่ขับรถมารอรับเธอ
กลับไปบ้าน

.

.     เที่ยวบินนี้ค่อนข้างว่าง  บุษบันจึงได้ที่นั่งเป็นเอกเทศ
ให้ได้ปล่อยอารมณ์ เลื่อนลอยไปกับอากาศธาตุ
.
.        พลัน---
.   คำพูดของใครคนหนึ่ง ที่เคยพูดใกล้ๆ ก็แว่วมา
ในภวังค์

.   "  ไว้ให้ โยทำงาน --  มีเงินเดือน  มีกะตังค์
โยจะไปให้ร้านทอง  ทำต่างหูเป็นรูปดอกปีบ
.           --  เอามาให้เอียดใส่  "

.

.          เอียดให้สะอึกก้อนสะอื้น
.   ที่จุกแน่นลำคอขึ้นมาอย่างทันใด
.       แอบเปิดซิปกระเป๋าถือ รื้อดูต่างหูทองคำทรงดอกปีบ
-กาสะลอง คู่นั้นอีกรอบ
.
.        มันสวย สุกปลั่ง น่ารัก น่าทะนุถนอม ช่างทำทองรูปพรรณก็มีฝีมือนัก
ทำมาซะเหมือนดอกปีบจริงๆ
.

.
( ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล)

.
.          คิดถึงคนให้ต่างหูขึ้นมา---
ใบหน้าหล่อเหลา แสนน่ารัก คอยอมยิ้ม ล้อเล่นใส่เธอ
.       ก็โผล่เด่นชัด ในมโนภาพ
.
.      แล้วเหตุการณ์  กับคำพูดต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเธอ
กับเขา ก็ประดังพรั่งพรู ตามมา
.

.       " เอียด- ขำไร  ? "

.           โยธาเคยถามเธอเคืองๆ
.      ตอนเธอหัวเราะขำเขา  เมื่อได้ยินคุณลุงคนนึง ที่เฝ้ายืนดูขบวน
พาเหรดของโรงเรียนแล้วพูดดังๆ ว่าโยธาในชุดถือธงโรงเรียน แลดูเหมือน
พระเอกเคน-ภูภูมิ ในละครนาคี
.
.       " เอ๋อ --- เอียด
                     -- จำไว้ " 

.
.       
วันนั้น โยธายืนถือธงโรงเรียน พูดงอนตุ๊บป่องแบบนี้ อยู่ด้านหลังเธอ 
และตอนนั้น เอียดเองก็ยังนึกในใจเลย
.           ว่าผู้ชายไร-อะ
.                 ช่างแสนงอน
.          ขี้ใจน้อยจัง----

 .           
พอนึกถึง ณ ตอนนี้ขึ้นมา
 .    ภาพโยธา ตอนสบตามองเธอ ด้วยสายตาเศร้าๆ และออดอ้อน
ก็ปรากฏ
.       เป็นเหมือนภาพนิ่ง
ที่ราวกับเป็นชีวิตจริง ---
ซึ่งโยธามักทำเสมอๆ 
.        และสะท้านใจบุษบันได้ทุกครั้ง

.
                  เอียดถึงกับกลั้นสะอื้นไม่อยู่
.    คิดถึงโยธาท่วมท้นหัวใจ
.
.     บุษบันหลับตาลง----
.          แล้วตั้งต้นร้องไห้อีก---
.
.           ปล่อยน้ำตาให้ร่วงริน 
ไหลอาบแก้มลงเป็นทาง
           สุดอาวรณ์ ---โหยหา
              คิดถึงโยธา
       เสียใจเหลือเกิน กับการจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับของ
เขา
.
.             ที่จริง ก่อนนี้ --
.        หัวใจของเอียด ก็อยากบอกคำนี้ แก่โยธาตรงๆ 
หลายต่อหลายครั้ง
.
.        แต่ความเป็นลูกผู้หญิง จะทำอย่างนั้นได้ ก็ต้องเป็นโอกาส
ที่สมควรเท่านั้น
.
.     โธ่เอ๋ย  --จะบอกตอนนี้ 
.               มันก็สายไปเสียแล้ว
.
.         "  โยจ๋า---
                            เอียดรักโย "

.
              ************************

                          -จบบริบูรณ์-
.

** เปียงดิน**
 1 มีนาคม 2560



.
.

ขอบคุณทุกท่าน ที่กรุณาแวะมาเยี่ยมเยือนบล็อก




Create Date : 22 มกราคม 2560
Last Update : 5 มีนาคม 2560 9:24:31 น.
Counter : 653 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

เปียงดิน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



ข้าราชการบำนาญ
มกราคม 2560

1
3
4
5
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog