bloggang.com mainmenu search
หลังจากห่างหายไปเกือบ 2 สัปดาห์ช่างก็กลับมาทำงานกันต่อ ไม่เข้าใจเหมือนกันเลยว่า ก็ไม่ได้กลับ ตจว.กัน แล้ว หายกันไปไหนเหลือช่างอยู่แค่ไม่กี่คน....หรือจะไปรวมกันแถวราชประสงค์เนี่ย...ฮึ่ม...

งั้นเราไม่รอดีกว่า ตัดแบ่งมาลงเท่าที่มีดีกว่าเด๋วไม่มีไรให้เพื่อนนั่งอ่านกัน...

มีติดปัญหาบ้างเพราะในการวางคานชั้น 2 มีการเล่นระดับอยู่บางส่วนทำให้นายช่าง มี งงๆ กับแบบที่สถาปนิควาดมาเพราะลงข้อมูลมาไม่ละเอียด ขาดๆเกินๆ (เท่าที่ดู มีแต่ขาด ไม่มีเกินเล้ย ) เดือดร้อนถึงเรา ต้องมาชี้ขาดให้ช่างกับหัวหน้าช่าง ส่วนผูรับเหมา(อาเฮีย)บอกว่า จัดการได้เลยตามใจชอบ....งั้นโอเช...อิอิ

เลยจัดการลงมือวาดแบบลง กูเก้งสเก็ตโปร (ยังดี๊ที่พอเล่นเป็นมั่ง) เพื่อเอาแบบให้ลงตัวในเรื่องตำแหน่งคานและระดับพื้นยต่างในชั้นที่ 2 เพื่อให้ช่างและเราเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน...



มุมมองจากหน้าบ้านเข้าไปผ่าน ระเบียง



ส่วนโค้งเว้าหาตำแหน่งทำขั้นบันไดลำบากซักหน่อยกว่าจะได้แบบลงตัว...



หลังจากได้สรุปกันเป็นที่เรียบร้อย ก็เริ่มงานกันเลย...

ช่างทำการต่อไม้ทำตุ๊กตาขาหยั่ง (ศัพท์ช่างเค้าว่างั้น ก็เรียกตาม ) ขั้นมาโดยรอบ


จากนั้นก็เอาไม้กระดานมาวางเพื่อใช้เป็นฐานในการกะระดับความสูงของคาน ซึ่งต้องเผื่อระยะเอาไว้ทำฝ้าของชั้นล่างเอาไว้ด้วย แล้วใช้ในการวางผูกเหล็กโครงคาน รวมทั้งตอกเป็นแบบ เลยเมื่อผูกเหล็กโครงคานเสร็จ

ทีนี้ก็มาดูกันกับจุดต้องสงสัยที่ทำเอาช่างและเราเวียนเฮดมาพักใหญ่ๆว่าจะทำยังงัยกับมันดี กับเสากลางบ้านด้านหน้า





และด้วยความซนของเราเอง อยากปีนขึ้นไปรับลมกับช่างเค้ามั่ง ก็ปีนขึ้นไปเก็บภาพการทำงานของบรรดาช่าง....แหม่ลมมานเย็น วู้ๆๆ ดีเจงๆ...เสียวเว้ยๆ





จากนั้นทนความสูงไม่ไหว ขอกลับลงมาข้างล่างดีกว่า เสียวไม้กระดานที่เดินอยู่มันกระดก แล้วร่วงลงมาคงจะเผ็ด (ไม่จืด)

มาดูเสาระเบียงหน้าบ้าน จะใช้วิธีเทหล่อเสารวมกันไปกับเทคานระเบียงชั้น2 ไปเลยให้เป็นเนื้อเดียว (อืมก็เข้าท่า แต่คงต้องตรวจสอบดีๆ เพราะระยะเวลาการแกะแบบ จะไม่เท่ากัน เสาจะใช้เวลาเยอะกว่าเพราะต้องบ่มอีกหลายวันอยู่)



ช่างได้ผูกเหล็กสำหรับทำเสาชั้น 2 รอไว้แล้วกะไว้ผูกรวมไปในคาน ก่อนจะเทไปเลยเพื่อความแข็งแรง



เด๋ววันพรุ่งนี้ก็คงไปนั่งดูแต่เช้า...บ่ายๆก็ไปรับรถที่อู่ (เอารถไปแปลงโฉมเปลี่ยนจากดรัมเบรคมาใส่เป็น Disc brake ซะหน่อย...ว่าจะไม่ทำแล้วเชียวแต่มันทนไม่ไหว ) ก่อนกลับมาเฝ้าดูการก่อสร้างใหม่...คาดว่าไม่น่าเกินวันอังคารก็คงได้เทปูนกันแล้ว


... <29/4/2010> มาอัพเดทความเป็นไปอีกเล็กน้อย ขี้เกียจขึ้นหัวข้อใหม่... เพิ่งไปแวะตรวจดูงานเมื่อเช้านี้ก่อนมาทำงาน ก็ยังไม่มีการเทปูน ช่างยังไม่ได้แก้ไขส่วนโค้งของระเบียงกลางบ้านหลังจากที่ หัวหน้าช่างมา check ว่าโค้งต้องยื่นออกมาอีก..เมื่อวานซืน
แล้วมีการประกอบแบบที่ใช้หล่อคานไปบางส่วนแล้ว ช่างบอกว่า วัสดุใช้ประกอบแบบคานยังขาดอยู่ รอวันนี้คงขนมาทำต่อไปได้จนเสร็จ...ตอนนี้แวะไปดูทุกเย็นเลย ถ้าไม่ติดไอ้พวกเสื้อแดงทำเรื่องเมื่อวาน รถติดนานกระดิกไปไหนไม่ได้ 2 ชม. แถวเพชรบุรีตัดใหม่....เซ็งฝูงเป็ด อย่าถามว่าทำไมต้องฝูงเป็ด.....เพราะมีแต่เป็ดโง่ๆ สีขาวๆนวลอยู่ดีๆ ดันวิ่งเข้าเล้าให้เค้าจับย้อมสีแดง แล้วส่งออกมาสร้างความรำคาญชาวบ้าน....อยากดูทหารเฉือดเป็ดโง่ๆพวกนี้จัง อยากกินลาบเป็ดว้อย............ขออำภัยครับคิดดังไปหน่อย...


... <6/5/2010> ล่วงเลยมาหลายวัน งานก็เดินไปอย่างหนอนกระดึ๊บๆครับ แต่ติดเรื่องอื่นๆที่สำคัญกว่าบ้านด้วย นั่นคือคุณพ่อของแฟนต้องไปผ่าตัดสมองภายหลังจากไปเที่ยวเมืองจีนแล้วเส้นเลือดในสมองแตกที่นู่น ไปนอนรักษาตัวอยู่ที่นู่น 1 อาทิตย์ แล้วบินกลับมารักษาต่อที่เมืองไทย ใจอยากเข้ารักษาตัวต่อที่ รพ.จุฬา มาก แต่ดันติดที่พวกเสื้อแดงมายึดสถานที่แถบนั้นทำให้ รพ.ต้องปิดไปพักนึง ซึ่งก็สายเกินกว่าที่จะมารอให้ทาง รพ.จุฬาเปิด จึงต้องเข้ารักษาตัวที่ รพ.เอกชนแถวบ้าน แล้วญาติก็ทำการติดต่อให้ไปรักษาตัวต่อได้ที่ รพ.ราชวิถี ซึ่งขณะนี้รอการผ่าตัดอยู่....
เพื่อหาข้อสรุปว่าเส้นเลือดในสมองที่แตกมาจากสาเหตุใด
1). จากมะเร็งที่ลุกลามจากตับแล้วมาที่ปอดแล้วจะขึ้นไปที่สมอง

2). เกิดจากการให้ยาละลายลิ่มเลือดเพราะพบว่ามีการอุดตันในเส้นเลือดในสมองบางจุด ซึ่งตรวจพบจาก รพ.จุฬา และพบก่อนการเดินทางไปเที่ยวจีนหลายเดือนซึ่งการเดินทางโดยเครื่องบินน่าจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาการนี้เพราะแรงกดอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป

3). เกิดจากการที่สมองเกิดการกระทบกระเทือนอย่างแรงเมื่อคราวอุบัติเหตุถูกมอเตอร์ไซด์ชนเข้าอย่างจัง แต่ในครั้งนั้นทำการ CT scan ดูก็ไม่พบว่าเส้นเลือดในสมองแตกแต่อย่างใด เรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนการเดินทางไปประเทศจีน 2 week .... จริงๆก็มีการห้ามกันแล้วว่าอย่างเพิ่งไปเลยเพิ่งจะฟื้นจากอุบัติเหตุแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะแกว่า ไม่เห็นเป็นไรเลยแข็งแรงดีหมด...

โดยทั้งหมดทั้งมวลของเรื่องก็คือพอแกเดินทางไปถึงที่จีนได้แค่ วันเดียวอาการก็ออกทันทีคือพูดเริ่มไม่ได้แต่ยังขยับแขนขาได้ตามปกติ เลยเข้า รพ.ที่จีน แล้วบอกว่าคนไข้มีประวัติมะเร็งที่ตับแล้วลามมาปอด ซึ่งหมอที่จีนวินิจฉัยว่าน่าจะเป็นเพราะมะเร็งที่ลุกลามไป เพราะดูจาก CT scan แล้วเห็นว่ามีจุดเป็นปมๆหลายจุดเกิดขึ้นในสมอง....พอทางลูกๆที่เมืองทยทราบข่าวก็พยายามหาทางพาแกกลับมารักษาที่เมืองไทยให้เร็วที่สุด แรกๆก็กังวลเรื่องการขนส่งเพราะมาทางเครื่องบินไม่ดีแน่ๆ ถ้ามาทางรถคนไข้คงช้ำกว่าถึงไทยเพราะระยะทางไกลมาก หรือมาทางเรือก็คงใช้แวลาหลายวันทีเดียว....จุดที่ทำให้เกิดการตัดสินใจ..มาจากหมอจีนบอกว่าควรพากลับไทยให้เร็วที่สุดเพราะมะเร็งลามขึ้นสมอง เลยตัดสินว่านำกลับมาโดยเครื่องบิน เพราะแค่ 3 ชม.เท่านั้น....
หลังจากกลับจากจีนก็เข้าพักใน รพ.เอกชน....อาการก็แย่ลงคือร่างกายซีกขวาหมดแรง พูดไม่ได้ เดินไม่ได้แต่ยังสามารถขยับแขนขาซีกซ้ายได้อยู่ยังบังคับการปัสสวะเองได้ ซึ่งทาง หมอที่รพ.เอกชนดังกล่าวแจ้งว่าน่าจะมาจากอาการเส้นเลือดในสมองตีบตันหรือไขมันอุดตันในเส้นเลือดแต่ไม่แนะนำให้ผ่าตัดสมอง เพราะการผ่าตัดเพียงเพื่อเปิดกะโหลกไม่ให้สมองบวมจนสมองรับไม่ไหว และทุเลาอาการให้ดีขึ้นไม่ให้เลือดไหลมาเยอะเกินจนไปกบทับแกนสมองจนอาจทำให้เสียชีวิตและไม่รู้ว่าเป็นมะเร็งที่ลุกลามขึ้นไปหรือเปล่าเพราะทำไปก็ไม่ได้ดีขึ้นจากเดิมมากนักและที่ปอดไม่รู้ลามหนักขนาดไหนจะอยู่ในนานซํกเท่าใด จะคุ้มไหมกับการลงทุนผ่าตัด

ซึ่งแรกๆพวกเราก็คล้อยตามคุณหมอ แต่พอมาคิดกันอีกที....ถ้าเป็นมะเร็งในสมองจริงทำไม ตอนเกิดอุบัติเหตุแล้วทำการ CT scan ไม่พบความผิดปกติดังกล่าว ซึ่งในช่วงระยะเวลาไม่ถึง 15 วัน ไม่น่าจะเกิดมะเร็งในหลายๆจุดขึ้นในสมอง..เลยเอาเหตุการณ์อุบัติเหตุเข้ามาร่วมด้วย เลยว่าน่าจะมาจากการกระทบกระเทือนอย่างแรงทำให้ สมองบอบช้ำแต่ไม่เพียงพอจะทำให้เส้นเลือดแตกได้แต่ก็คงช้ำพอดู พอเดินทางไปจีนโดยเครื่องบินในอีก 2 อาทิตย์ถัดมาทำให้เส้นเลือดในสมองตามจุดต่างๆเกิดการปริและซึมออกมาเพราะอาการเป็นลักษณะในการสะสมคือ ค่อยๆเป็นและไม่รุนแรงใน case ที่เส้นเลือดแตก...แต่พอขึ้นเครื่องเพื่อกลับไทยอีกรอบจึงทำให้เลือดออกมากกว่าเดิม....คิดได้ตามนี้ก็ลงความเห็นว่า ผ่าตัดดีกว่าเพราะอย่างน้อยก็ฟันธงไปเลยว่าใช่มะเร็งไหมและเอาชิ้นเนื้อมาตรวจได้ด้วย เพราะถ้าไม่ใช่มะเร็ง มันก็คือคุ้มค่ากับการผ่าตัดอีกทั้งร่างกายคนไข้ยังแข็งแรงดีไม่มีปัญหาแน่ๆในการผ่าตัด...ตอนนี้ขอแค่เพียงว่าเลือดที่ไหลออกมาจะหยุดไหลได้แล้วเพราะไม่อยากให้ต้องผ่าซ้ำเพื่อเอาเลือดที่คั่งออกอีก....ส่วนเรื่องมะเร็งก็พักเอาไว้ก่อนขอเอาตรงนี้ให้ดีขึ้นก่อน ทีแรก หมอรพ.เอกชนว่าอยู่ได้ไม่เกินเดือน ...แต่มาตอนนี้ถ้ามันเป็นแค่การแตกของเส้นเลือดตามปกติอย่างน้อยก็ยื้อไว้ได้อีกนานกว่านั้นแน่ๆเพราะ มะเร็งที่ปอดเพิ่งจะลุกลาม อย่างน้อยน่าจะอีกเป็นปี.....มันคงคุ้มค่าแน่นอน....ขอให้ปาฎิหารย์มีจริง....สาธุ

และเมื่อวานนี้เองที่รพ.ราชวิถี อาการเหมือนจะแย่ลงคือไม่สามารถบังคับการปัสสาวะได้ แต่อาการโดยรวมคือยังรับรู้เรื่องราวและเข้าใจที่เราพูดไปได้อย่างดี test โดย ถ้าเข้าใจ, เอาหรือไม่เอา ให้ ยกมือซ้ายขึ้นหรือไม่ต้องยกมือ...
.......ตอนนี้รอทำ MRI scan อีกรอบเพื่อหาตำแหน่งในการผ่าตัดสมอง
Create Date :24 เมษายน 2553 Last Update :6 พฤษภาคม 2553 15:53:57 น. Counter : Pageviews. Comments :14