No Romance หยุดหัวใจที่เธอ - บทที่ 10 (YURI)

๑๐

 

“ลูกค้ามารอที่ห้อง VIP แล้วค่ะ” จงรักเดินมากระซิบกับร่มฉัตร ที่นั่งจิบค็อกเทล พลางชมนักร้องสาวเป็นอาหารตา

“โอเค” เธอพยักหน้า วางแก้วเครื่องดื่ม หันไปทางผู้จัดการร้าน “ไปหาหนุ่มๆ ก่อนนะ ฝากน้องจีนด้วยล่ะ”

“เจ้าค่ะ ขอให้ธุรกิจราบรื่น” คำอวยพรลอยมาเหมือนทุกครั้ง

เธอโบกมือให้เพื่อน

“แท๊งกิ้ว เดี๋ยวมา”

“อือ”

ชนมนมองตามแผ่นหลังของเพื่อนรักกับลูกน้องสาว ที่ก้าวฝ่าฝูงชนท่ามกลางแสงสลัวไปยังชั้นบน ด้วยความรู้สึกไม่สบายใจนัก นึกอยากให้ร่มฉัตรเลิกงานขายข่าว เพราะมันเป็นงานที่เสี่ยงตาย

...แต่รู้ว่าหากบอกห้ามออกไป ร่างสูงคงไม่ยอมฟังอยู่ดี และอาจจะกระทบกระเทือนกับความสัมพันธ์ได้

ฉัตรเก่งอยู่แล้ว ไม่น่าห่วงหรอก...มั้ง

ผู้จัดการร้านปลอบใจตัวเอง ก่อนหันไปมองนักร้องสาวบนเวที สลับกับกวาดตามองไปรอบๆ ผับ ที่มีลูกค้ามาใช้บริการหลายร้อยคน ยังไม่รวมผู้ที่ใช้บริการในห้องพิเศษ ในคืนวันธรรมดามักมีลูกค้าไม่ต่ำกว่าห้าร้อย ส่วนคืนวันศุกร์กับเสาร์มีเกือบพันคน

ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ แต่คนไทยชื่นชอบสถานที่อโคจรเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

...เป็นอะไรที่ย้อนแย้ง และตลกร้าย

จึงไม่แปลกใจที่ประเทศนี้ ธุรกิจสีเทาเจริญงอกงามเป็นดอกเห็ด ทั้งที่ผิดกฎหมายและผิดศีลธรรม

แม้หลายคนในครอบครัวไม่ชอบที่ชนมนเลือกทำธุรกิจแบบนี้ แต่หญิงสาวมองทุกอย่างเหมือนเหรียญสองด้านมีด้านดีและด้านไม่ดี ธุรกิจผับนี้ได้ช่วยเหลือผู้คนหลายร้อยชีวิตให้มีกินมีเงินใช้ทุกเดือน ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น บางคนดูแลครอบครัว หรือส่งเสียให้พ่อแม่ ซึ่งนับเป็นการสร้างบุญแบบหนึ่ง

...ทั้งยังดึงพวกอันธพาลที่กลับตัวกลับใจ ให้มาทำงานเป็นหลักแหล่ง ไม่สร้างปัญหาให้สังคมอีก ถือเป็นการช่วยสังคมทางอ้อม ซึ่งคนกลุ่มนี้จะดีตรงเรื่องความซื่อสัตย์ และรักพวกพ้องเป็นที่สุด

ข้อเสียก็มีคือ บางคนเตลิดหลงใหลในเงินตรา กลายเป็นเด็กขายบริการ หรือเด็กเสี่ย นั่นก็ขึ้นกับความสมัครใจของแต่ละคน ซึ่งชนมนก็ไม่ได้ไปวุ่นวายด้วยมาก แค่เตือนครั้งหรือสองครั้ง หากทำผิดกฎของผับหรือทำให้เสียชื่อ ก็จะไล่ออกไป

ทุกคนมีสิทธิ์กำหนดอนาคตของตัวเอง ขึ้นกับจิตใจจะใฝ่สูงหรือใฝ่ต่ำ หลังเลือกก็ต้องรับผิดชอบผลที่จะตามมาด้วย

...กล้าทำก็ต้องกล้ารับ

 

“ไม่ทราบว่าคุณชัชชาติมาพบฉัน มีอะไรเหรอคะ?” ร่มฉัตรถาม หลังพบกับลูกค้าหน้าใหม่ โดยนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ตรงข้ามกับเขา

ผู้หญิงคนนี้สวยโคตร...

“ผมได้ยินชื่อเสียงของคุณร่มฉัตรมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่ไม่คิดว่าคุณจะสวย และเซ็กซี่มากขนาดนี้” ผู้ชายตรงหน้าเกริ่น พลางส่งสายตากรุ้มกริ่ม “ดูแล้วคุณอายุน่าจะยังไม่มาก”

เธอหัวเราะเบาๆ โดยยกมือป้องปากด้วยท่าทางมีจริตจะก้าน แต่ไม่ได้รู้สึกใจสั่นแม้แต่น้อย มีภูมิต้านทานสูงมากกับเพศชาย

“ขอบคุณค่ะ ถือว่าเป็นคำชมนะคะ”

“หลังจากเราคุยธุระเสร็จ คุณร่มฉัตรจะให้เกียรติผม ไปทานอะไรต่อได้ไหมครับ?”

หืม?

ใบหน้าคมที่แต่งแต้มสวยจนน่าหลงใหล แสดงอาการประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนหัวเราะคิกคักอีกครั้ง

“มั่นใจมากเหรอคะว่า ฉันจะรับงานของคุณ?”

“จะพูดแบบนั้นก็ได้” เขากล่าวยิ้มอย่างมั่นใจ

“ปกติฉันไม่เดทกับลูกค้าค่ะ” เธอตอบตรงๆ แต่ก็ไม่เป็นความจริงทั้งหมด

...หากเป็นผู้หญิงสวยๆ จะพิจารณาเป็นพิเศษ แต่น่าเศร้าตรงที่ธุรกิจประเภทนี้มีลูกค้าเกือบ 99% คือผู้ชาย

“ไม่มีข้อยกเว้นเลยเหรอครับ?”

“คุณชัชชาติไม่อยู่ในข้อยกเว้นค่ะ” ร่างสูงตอบเสียงเรียบ

เสียดายชะมัด

ชายวัยสี่สิบทำหน้าเหมือนไปไม่เป็น ชัชชาติโลภมากอยากได้ทั้งสองอย่าง คือทั้งคนทั้งงาน

“แย่จัง” เขาพึมพำ

เป็นคนน่ารำคาญมาก

คิดต่อว่าในใจ แล้วรอดูว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนอีก ยามนี้สาวหน้าคมอยากลงไปนั่งฟังจีนร้องเพลงมากกว่า มานั่งฟังลูกค้าแจกขนมจีบชวนคลื่นไส้

หญิงสาวใส่หน้ากากนักธุรกิจไว้อย่างแนบเนียน ไม่เสียมารยาทกับลูกค้า...ถ้าไม่จำเป็น

“เรามาคุยเรื่องงานกันเลยดีไหมคะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงใสนุ่มนวล “ฉันไม่อยากให้คุณเสียเวลาอันมีค่าของคุณน่ะค่ะ”

“ผมไม่คิดมากขนาดนั้นหรอกครับ” อีกฝ่ายไม่รีบที่จะพูดเข้าเรื่องนัก อยากเถลไถลกับเธอนานๆ เผื่อว่าโชคดีจะเข้าข้างเขาบ้าง

หมอนี่อาจโดนแบล็กลิสต์

จงรักที่ยืนหลังเจ้านายคิดในใจ หลังลูกค้าแสดงความน่ารำคาญออกมามากเกินไป

ร่มฉัตรไม่ชอบลูกค้าจำพวกก้อร้อก้อติก หรือคิดว่ามีเงินฟาดหัวแล้วซื้อได้ทุกอย่าง ผู้หญิงคนนี้มีศักดิ์ศรีของตัวเองมากพอ ไม่แยแสด้วยซ้ำว่าใครคิดอย่างไรกับตน

...ทำเพราะอยากทำ ถ้าไม่ก็คือไม่

คิดจะจีบฉัน เสียเวลาเปล่าๆ ไปวุ่นวายกับคนอื่นเถอะ

“แต่ฉันรีบค่ะ ถ้าคุณชัชชาติพร้อมเมื่อไหร่ ค่อยนัดใหม่นะคะ” เจ้าของร่างสูงลุกยืนขึ้น โดยไม่คิดสนใจคู่สนทนาอีก

คิดจะจบการเจรจาง่ายๆ แบบนี้!

ชายวัยสี่สิบเศษคิดตกใจ

ในตอนแรก เขาประเมินว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นพวกหิวเงินและโลภมาก ด้วยค่าจ้างของแต่ละงานราคาสูงลิบ สูงกว่าแหล่งข่าวเจ้าอื่นเกือบเท่าตัว แต่อัตราความสำเร็จก็สูงมากเช่นกัน ถูกจัดอยู่ในลำดับต้นๆ ในสายงานประเภทนี้ ชัชชาติจึงแกล้งทำเป็นเล่นตัวโยกโย้ ที่ไหนได้อีกคนไม่เพียงไม่ง้อลูกค้า ยังทำท่าจะทิ้งการเจรจาดื้อๆ อีกต่างหาก

...เป็นอะไรที่เกินคาดหมายมากๆ

“ผมขอโทษ” คู่สนทนารีบเอ่ยอย่างสุภาพ ก่อนที่เธอจะก้าวจากไป ชัชชาติไม่มั่นใจว่า ร่มฉัตรจะให้โอกาสเขาอีก

“คุณชัชชาติพร้อมคุยแล้วเหรอคะ?” น้ำเสียงของสาวหน้าคมแสยะยิ้มเหมือนล้อเลียน ทว่านัยน์ตาไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อย

ลูกค้าชายรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ

“เอ่อ ครับ”

หญิงสาวจึงนั่งลง ไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ แต่น้ำเสียงยังคงจริงจัง

“งั้นก็พูดธุระของคุณมาค่ะ”

การสนทนาจบลงในเวลาไม่ถึงห้านาที และเป็นไปตามคาดคือ ร่มฉัตรปฎิเสธ แม้อีกฝ่ายจะเสนอค่าจ้างสูงอีกเป็นเท่าตัวก็ตาม

“ฉันไม่คิดว่างานนี้จะคุ้มหรอกนะคะ” หญิงสาวตอบเสียงเรียบเย็น หลังไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนในเวลาอันสั้น “ฉันขอบอกกับคุณตรงๆ ว่า ถึงจะได้ข้อมูลจากฉัน คุณก็คงรับมือกับพวกนั้นไม่ได้ อย่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงดีกว่าค่ะ ฉันขอเตือนคุณด้วยความหวังดี”

เขาเลิกคิ้วขึ้น

“แปลว่าคุณรู้อะไร?”

เธอเผยยิ้มบางเบา แต่ไม่ตอบคำถามนั้น ลุกยืนเต็มความสูง

“ขอตัวนะคะ”

“เดี๋ยวสิครับ” ชัชชาติยังคงไม่ยอมแพ้

ขี้ตื้อจริง!

ร่างสูงไม่อยากเสียมารยาทด้วย แต่ความอดทนของคนมีจำกัด จึงก้าวขายาวๆ อย่างสง่างามออกไป โดยมีจงรักที่ส่งยิ้มเหมือนเสียใจให้กับลูกค้าผู้นั้น แล้วตามเจ้านายไป

บ้าจริง!

ชัชชาติสบถอย่างผิดหวัง แต่ไม่กล้าทำอะไรร่มฉัตร ด้วยรู้ว่าการข่มขู่ไม่มีประโยชน์อันใด หากเธอไม่รับงาน ใครก็เปลี่ยนใจไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่เขารู้ก่อนมาคุยธุรกิจที่นี่

การเปิดธุรกิจสีเทาได้ต้องมีเงินบวกอิทธิพล และอีกหลายอย่างที่คนทั่วไปไม่มี และเขาไม่อยากเป็นศัตรูกับร่มฉัตร หากเป็นพันธมิตรได้จะดีที่สุด

ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา สมคำร่ำลือจริงๆ

ได้แต่นึกเสียดาย

 

จีนที่กำลังร้องเพลงแอบชำเลืองมองไปทางชนมนบ่อยๆ โดยหวังจะเห็นร่มฉัตร ที่หายไปไหนไม่รู้เกือบสิบนาที ทำเอาเสียสมาธิร้องเพลงผิดไปหลายคำ

จนกระทั่งเจ้าของร่างสูงในชุดเดรสสวยลงมาจากชั้นสอง สาวลูกครึ่งจึงเผลอยิ้มออกมาได้ อารมณ์ดีขึ้นเป็นกองเพียงแค่เห็นอีกฝ่ายมองมา ทำให้เสียงร้องหวานไพเราะขึ้นกว่าเดิม

มองจีนตาเยิ้มซะขนาดนั้น แล้วบอกไม่คิดอะไร ใครจะเชื่อ

ชนมนทำหน้าเซ็งหลังมองเพื่อน ชำเลืองไปที่บาร์เทนเดอร์หนุ่มซึ่งหัวเราะเบาๆ เดาว่าก็คงคิดไม่ต่างกัน แต่เมื่อเห็นเธอมีความรัก ได้แต่คิดยินดี อยากให้ร่มฉัตรมีความสุขไปนานๆ

หวังว่าแกจะเจอคนดีๆ สักทีนะไอ้คุณฉัตร

ผู้จัดการสาวเฉสายตามองไปยังกลุ่มคนหน้าเวที ที่คลั่งไคล้จีนไม่น้อย นักร้องสาวกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้าไปแล้ว ได้ค่าทิปจากหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่คืนนี้คงไม่ต่ำกว่าหมื่นบาท

เพียงมองตาก็เห็นทะลุไปถึงลำไส้ถึงพุง ว่าพวกบ้ากามนั้นไม่ได้หวังดีหรือมักน้อย แค่ต้องการฟังเสียงนักร้องแน่ ส่วนใหญ่จะหวังเคลมเรือนร่างด้วย ราวกับเห็นว่าผู้หญิงเป็นเครื่องสนองตัณหาทางเพศเท่านั้น

ชนมนคลุกคลีกับธุรกิจนี้มาหลายปี จึงรู้ว่า ทุกคนมาทำงานที่นี่เพราะต้องการเงินเยอะๆ แต่คนรักดีไม่ได้อยากขายตัวก็มีอยู่ บางคนอาจแค่ให้มอง ขยับอีกนิดคือลูบไล้ จะเหมารวมว่าทุกคนเลวชั่วหมดก็คงไม่ใช่ แต่อธิบายไปจนปากจะฉีกก็คงมีใครเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง จึงคร้านที่จะพูดให้เมื่อยปาก แค่รู้อยู่กับใจว่า ‘ทำอะไรอยู่ก็พอ’

“เป็นไง?” ชนมนถาม หลังร่มฉัตรมานั่งเก้าอี้ว่างข้างกาย

“น่ารำคาญ” สาวร่างสูงตอบเสียงเหนื่อยหน่าย

“หืม?” คนฟังทำหน้าเหลอหลา หันไปมองจงรักที่ส่ายหน้า จึงหัวเราะเบาๆ “ออกปากขนาดนี้ แสดงว่าไม่โอเคเลยสินะ”

“เฮอะ ค่าจ้างร้อยล้านก็ไม่ทำหรอก”

เฮ้ย! ไม่เสียดายหรือไง

ผู้จัดการสาวทำตาลุก ก่อนกลอกตาคิดหาเหตุผล แล้วเข้าใจได้ทันที

“งานยาก?”

“เออสิ” เธอยิ้มเย็นยากจะอ่านออก เอียงหน้ามากระซิบเบาๆ ให้เพื่อนได้ยินคนเดียว “หาเรื่องตายชัดๆ”

ขนาดนั้น!

ชนมนลำคอแห้งผาก ไม่คิดว่าจะร้ายแรงขนาดนั้น คันใจอยากรู้ว่าลูกค้าคนนั้นต้องการรู้อะไร แต่ถามไปร่มฉัตรก็คงไม่บอกอยู่ดี จึงเลือกที่จะเฉยเสีย

“ว่าแต่แกจะรีบกลับรึเปล่า?”

ร่มฉัตรยักไหล่น้อยๆ หลังคืนนี้ไม่มีงานแล้ว

“แล้วแต่น้องจีน ฉันยังไงก็ได้”

“โหย คบไม่ทันไรตามใจน้องมากนะเนี่ย” เพื่อนรักแกล้งแซว

“ก็นิดหน่อย”

ชนมนปรายตาเป็นเชิงถามจงรัก พออีกคนกลอกตาขึ้นบนแบบเซ็งๆ ก็ผุดยิ้มเข้าใจ

ถ้ารักทำหน้าแบบนี้ แปลว่าไม่หน่อยสินะ...อยากรู้จริง แกจะกล้าจีบจีนเมื่อไหร่?

 

หลังร้องเพลงเสร็จจีนลงจากเวทีรีบดิ่งไปที่ล็อคเกอร์ เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่อยากให้คนพี่ต้องรอนาน แม้ได้รับสายตาอิจฉาจากสาวดริ๊งก์หลายคน แต่หล่อนก็ไม่คิดสนใจ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ พอเรียบร้อยก็คว้าเป้ใบน้อย เดินไปหาร่มฉัตรที่นั่งเล่นอยู่แถวเคาน์เตอร์บาร์

สาวลูกครึ่งชะงักฝีเท้า หลังเห็นดาวดังของผับยืนเบียดแขนของเธออย่างชิดเชื้อ แถมใช้แขนคล้องคอร่มฉัตรกระซิบกระซาบใกล้หูเสียเหลือเกิน สองคนคุยไปยิ้มไปอย่างมีความสุข ดูแล้วไม่ต่างจากคู่รักที่น่าอิจฉา

...ดูอย่างไรก็ไม่ใช่เพื่อนธรรมดาแน่ๆ

ฉึก!

จีนเผลอกำหมัดข้างตัวแน่น ไม่ชอบภาพบาดตาที่เห็นตรงหน้า เหมือนมีอะไรกรีดที่หัวใจ ขาสองข้างรู้สึกหนักอึ้ง เหมือนมีหินถ่วงไว้ จึงหยุดอยู่กับที่ ไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะหวานซึ้งของทั้งสอง เกรงจะเป็นส่วนเกิน

แต่ก่อนที่จะหันหลังหนีไปจากตรงนั้น ก็มีใครบางคนเรียกชื่อขึ้น

“อ้าว! จีนทำไมไม่ไปหาฉัตรล่ะ ฉัตรรออยู่นะ” ชนมนที่เพิ่งเดินไปตรวจความเรียบร้อยรอบๆ ผับถาม

“คือว่า...” หล่อนหาคำพูดตัวเองไม่เจอ

“หืม?” อีกคนเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย ก่อนละสายตามองไปยังเธอที่คุยกระหนุงกระหนิงกับสาวดาวดังก็เข้าใจได้ทันที จึงคลี่ยิ้มบาง “ไม่มีอะไรหรอก เชื่อพี่”

“แต่ว่า-”

“มาค่ะ” ผู้จัดการเห็นลูกครึ่งสาวไม่ยอมเดินสักที จึงคว้ามืออีกฝ่าย แล้วลากไปหาร่มฉัตร

“เอ้า ฉันเอาเด็กมาส่งแล้ว”

ร่มฉัตรหันมองเพื่อนกับหล่อน แล้วขมวดคิ้ว หลังเห็นจีนทำหน้าหงิกงอกว่าปกติ เฉตามองไปทางอื่นไม่สบตาด้วย เหมือนไม่พอใจอะไรอยู่

“มีเรื่องอะไรรึเปล่า?”

“มี” / “ไม่มีค่ะ”

สองคนตอบพร้อมกัน แต่คนละทาง ยิ่งทำให้เธอหรี่ตาสงสัยยิ่งกว่าเดิม แต่ไม่ทันถามอะไร

“ยายฟ้า เลิกกอดคอเพื่อนพี่ได้แล้ว เธอกำลังทำให้พี่ฉัตรบ้านแตก รู้ตัวรึเปล่า” ชนมนเอ็ดดาวดังของร้าน

“โอ้!” ฟ้าใสอุทาน รีบปล่อยแขนจากคอร่มฉัตรทันที แล้วยกมือป้องปากหัวเราะร่วน “ฟ้าลืมค่ะพี่มน ขอโทษนะคะ”

ดาวดังปรายตามองยังสาวลูกครึ่งที่ทำหน้าตูม จึงนึกอยากรังแกขึ้นมา

น่ารักน่าเอ็นดู แต่ขี้น้อยใจสินะ

“ฟ้าคิดถึงพี่ฉัตรนะคะ ไว้ว่างๆ ค่อยคุยกัน” ฟ้าใสเอ่ยเสียงดังจงใจให้คนอื่นได้ยินด้วย

พูดจบ ดาวดังของผับก็หอมแก้มสาวร่างสูงหนึ่งฟอดทั้งปากทั้งจมูก จงใจฝากรอยลิปสติกไว้ที่แก้มเนียนของเธอ

เฮ้ย!

ร่มฉัตรเบิกตากว้างตกใจ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำแบบนี้

“ฟ้า! ทำอะไรเนี่ย” เธอโวยวายยกมือจับหน้าตัวเอง

“ไปนะคะที่รัก” ฟ้าใสแกล้งหยอด เหลือบมองไปทางนักร้องสาว หลังโยนระเบิดไว้อีกลูก แล้วหันหลังก้าวเข้าไปในฝูงชน เพื่อทำงานของตนต่อ

ขอโทษนะคะพี่ฉัตรขา

สาวดังของผับเผยรอยยิ้มขี้แกล้งออกมา

“เกิดเพี้ยนอะไรขึ้นมาล่ะเนี่ย?” ร่มฉัตรบ่นอย่างไม่เข้าใจ

จะบ้านแตกจริงๆ ก็คราวนี้แหละ เวร!

ชนมนบ่นในใจ ปรายตาไปทางจีนที่ยืนกัดกรามแน่น นัยน์ตาคู่สวยหวานดูดุดันกว่าปกติ ขณะที่ร่างสูงยังไม่รู้ตัว มัวแต่มองตามดาวดังของผับจนลับตา

ผู้จัดการสาวจึงรีบกระซิบบอกเพื่อน

“ไอ้คุณฉัตร ฉันว่าน้องจีนกำลังหึงแกล่ะ”

หึง?

เธอทำหน้างงเล็กน้อย แต่พอเห็นจีนยืนกอดอก ทำหน้าบอกบุญไม่รับ หน้ามุ่ยยิ่งกว่าทานแตนเข้าไปทั้งรัง ก็ปักใจเชื่อตามนั้น สมองคิดหาแผนรับมืออย่างเร่งด่วน

แผนได้ดี?

สาวหน้าคมรีบคว้าข้อมือของคนน้องเอาไว้ ก่อนที่อีกคนจะหันหลังจากไป

“เดี๋ยวค่ะน้องจีน พี่ขอคุยด้วยหน่อย”

จีนมองหน้าอีกฝ่าย เม้มปากแน่น เพื่อระงับโทสะ ก่อนพยักหน้าน้อยๆ

“ค่ะ”

“ยืมห้องทำงานก่อนนะ” เธอหันไปบอกผู้จัดการร้าน

“เออ ตามสบาย”

 

ร่มฉัตรล็อคประตูห้องผู้จัดการ ดันจีนให้ยืนพิงผนังใช้แขนกักร่างบอบบางไว้ อยู่ใกล้จนแทบไม่ต่างจากกอดกัน

“น้องจีนโกรธพี่รึคะ?” สาวในชุดเดรสถามเสียงอ่อนหวาน

“มะ ไม่ค่ะ” หล่อนดันไหล่เปลือยเปล่าของอีกคนไว้ หลังสาวร่างสูงเข้าใกล้มากเกินไป เผลอสูดดมกลิ่นกายหอมๆ ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีเรื่อ “พี่ฉัตรคะ ถอยออกไปหน่อยค่ะ จีนอึดอัด”

หน้าแดงเพราะเขินฉัน หรือโกรธ?

คนพี่ตั้งคำถามในใจ

“น้องจีนหึงพี่เหรอคะ?”

“หึง?” ร่างบางทำหน้างงไม่รู้จักภาษาไทยคำนี้ เงยหน้าขึ้นเหมือนจะถาม

“Are you jealous of me?” เธอพูดภาษาอังกฤษ พลางจ้องหน้าสวยเขม็งเหมือนค้นหาคำตอบ

ฉัน...

หล่อนคอแห้งเหมือนขาดน้ำ หลังโดนคำพูดแทงใจดำ

“No.” จีนตอบเสียงแผ่วเบา หลบสายตามองไปทางอื่น อายจนแทบอยากจะหายไปจากตรงนั้น

ใช่จริงๆ ด้วย

สาวร่างสูงเดาภาษากายของลูกครึ่งสาวออก จึงอมยิ้มในหน้า ดีใจที่เรารู้สึกไม่ต่างกัน จึงใช้ปลายนิ้วเชยคางมนให้หันมามองกัน

“I like you very much.” เธอเอ่ยความในใจออกมา

Like me!

จีนเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงรัว เลือดลมสูบฉีดทั่วร่างกาย ตื่นเต้นเสียยิ่งกว่าตอนขึ้นร้องเพลงครั้งแรกเสียอีก

“จะ จีน...” หล่อนนึกไม่ออกว่าควรพูดอะไร

กลืนลงท้องได้ไหม...น่ารักขนาดนี้

ร่มฉัตรเผยยิ้มมีเสน่ห์ออกมา จับจ้องใบหน้าสวยหวานไร้การเติมแต่งอย่างหลงใหล จับจ้องเรียวปากรูปกระจับที่เย้ายวนชวนจูบ เผลอโน้มหน้าเข้าไปใกล้หล่อน จนลมหายใจอุ่นปะทะใบหน้า ปลายจมูกโด่งสัมผัสกันเบาๆ

เธออดใจไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว หลังสาวสวยมีเสน่ห์ดึงดูดมากเกินไป การอยู่ใกล้ชิดกันหลายวัน ทำให้ความอดทนต่ำลงเรื่อยๆ เอียงใบหน้าของตนเล็กน้อย เพื่อขอเชยชิมเรียวปากตรงหน้า แต่ยังไม่วายจะขออนุญาต

“Can I…?”

หืม?

สาวสวยคิดตามไม่ทัน

คนพี่ประกบเรียวปากกับหล่อนอย่างนุ่มนวลเชื่องช้า

What!

จีนตาโตตกใจ แต่มือเรียวของเธอประคองสองแก้มนวลไว้ จึงขยับหนีไม่ได้ ไม่นานก็เคลิ้มตามเปิดทางปล่อยให้ร่างสูงเข้ามาแลกลิ้น พอหายใจเริ่มติดขัด จึงดันไหล่เปลือยเปล่าอีกฝ่าย

ร่มฉัตรยอมผละออกจากเรียวปากบางอย่างเสียดาย สวมกอดสาวลูกครึ่งเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ใบหน้ายังคงคลอเคลียที่ข้างแก้มใสไร้เครื่องสำอางอย่างหลงใหล

หอมหวานมากค่ะเด็กน้อย

แม้จะมีคนรักมาแล้วหลายคน แต่สาวหน้าคมไม่เคยรู้สึกชอบใครมากมายเพียงแค่จูบเดียวแบบนี้มาก่อน นึกอยากได้อีก จึงก้มหน้าลงเพื่อขอเชยชิมต่อ

“ยะ อย่าค่ะ”

สาวลูกครึ่งร้องห้าม เอียงหน้าหลบปลายจมูกที่ซุกไซ้ซอกคอตน ยังคงสับสนว้าวุ่นใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแบบคาดไม่ถึง

“ไม่ชอบเหรอคะ? หืม...” น้ำเสียงของคนพี่อ่อนหวานเย้ายวน ชำเลืองมองหล่อนผ่านหางตา รู้สึกชอบมากยามใกล้ชิดกันแบบนี้ เป็นความรู้สึกวิเศษที่ไม่เคยได้รับมาก่อน

น่ารักน่าฟัดมาก...พี่อยากได้อ่ะ

สาวร่างสูงคิดแบบนั้น

ใครจะกล้าบอกกัน...

หล่อนเขินอายจนไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย ดันไหล่เธอไว้ไม่ให้เข้าใกล้ตนมากเกินไป กลัวโดนฉวยโอกาสอีก

“พะ พอเถอะค่ะ”

“พี่ยังอยากกอด อยากจูบน้องจีนอีก ได้ไหมคะ?” ร่มฉัตรอ้อนขอ ยังคงติดใจเรียวปากตรงหน้าไม่รู้เบื่อ อยากตระกองกอดร่างนุ่มอีก จึงแกล้งหยอกโน้มหน้าเข้าไปหมายจะหอมอีกสักฟอด

“ไม่ค่ะ อย่ารังแกจีน...”

“ไม่รังแกก็ได้ค่ะ” นึกสงสารจึงยอมหยุด คลายวงแขนออก เป็นยกมือนิ่มขึ้นมาจูบเบาๆ “พี่ชอบน้องจีนนะคะ แล้วก็ไม่ต้องหึงพี่กับฟ้าใสหรอกนะ”

“เอ๊ะ! จีนไม่ได้หึง” สาวสวยเถียงเสียงแข็ง ถึงจะเป็นความจริง แต่ใครจะยอมรับกัน

...เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แค่คนรักปลอมๆ

แต่เธอไม่สนใจคำคนปากแข็ง รีบเคลียร์ตัวเองทันที

“พี่กับฟ้าใสสนิทกัน แต่ยังไงพี่ก็ชอบฟ้าใสไม่ได้ พี่พูดจริงๆ นะคะ”

“ทำไมคะ?” หล่อนไม่เข้าใจ

“ฟ้าใสไม่ใช่ผู้หญิงนี่คะ” เธออธิบายเสียงเรียบ “จริงๆ ฟ้าใสเป็นผู้ชายค่ะ”

“อะไรนะคะ!” ลูกครึ่งสาวทำหน้างงเป็นไก่ตาตื่น

คนพี่หัวเราะเบาๆ กับหน้าตาเหลอหลาของอีกฝ่าย

“เด็กดริ๊งก์สวยๆ ที่นี่เป็นผู้ชายเยอะค่ะ”

เขาสวยจนฉันอายเลยนะนั่น...เฮ้อ!

จีนกลอกตาไปมา รู้สึกสับสนกับการแยกแยะเพศขึ้นมาทันที

ร่มฉัตรหลุดหัวเราะร่วนกับสีหน้าอึกอัก ก่อนโดนหล่อนทุบไหล่เบาๆ ด้วยความเขิน

“อย่าหัวเราะเยาะกันสิคะ”

โอ๊ย! น่ารักไปแล้ว

คนพี่คิดครางในใจ สายตาจับจ้องอากัปกิริยาเขินอายชวนมองของจีนจนแทบลืมหายใจ

OOOO

ในที่สุด พี่ฉัตรสารภาพรักก่อน จูบแรกก็มา ต้องดูว่าน้องจีนจะโอเคไหม? ตอนแรกกะจะไปดราม่า แต่คิดไปคิดมาอย่าดีกว่า กลัวลากยาวไปตบจูบ 5555

มาลุ้นกันต่อว่า พี่ฉัตรกับน้องจีน ใครจะขี้อ้อนกว่ากัน นี่แค่เริ่มต้นค่ะ

นาง ^^

OOOO




Create Date : 28 พฤษภาคม 2564
Last Update : 28 พฤษภาคม 2564 17:18:41 น.
Counter : 315 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
♥♥ Internal System Activity ♥♥ ทูน่าค่ะ
(14 ต.ค. 2564 10:37:13 น.)
หนูรี่แหล่ะ คือ เทพเจ้า ตอนที่ 3 หน้า 2 unitan
(14 ต.ค. 2564 10:45:08 น.)
คนละฟากฟ้า - บทที่ 40 ดอยสะเก็ด
(11 ต.ค. 2564 11:36:18 น.)
สำนวนที่น่าสนใจในนวนิยาย (ตอนที่ 2 ) อาจารย์สุวิมล
(11 ต.ค. 2564 17:58:00 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nuinang.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]

บทความทั้งหมด