No Romance หยุดหัวใจที่เธอ - บทที่ 4 (YURI)

 

โจ๊กข้าวหอมมะลิใส่ไข่หอมๆ ถูกจัดวางบนโต๊ะอาหาร พร้อมกับนมสดหนึ่งแก้ว ก่อนเวลาที่แขกสาวจะออกมา เจ้าของห้องเปิดเพลงคลาสสิคเบาๆ เพื่อไม่ให้เงียบเกินไป แล้วนั่งรอแขก

พอเห็นหล่อนในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์ม ร่มฉัตรก็เอ่ยขึ้น

“มาค่ะมาทานกัน กำลังร้อนๆ เลย”

“ค่ะ” นักร้องสาวนั่งเก้าอี้ตรงข้ามเธอที่มีชามโจ๊กวางอยู่ นัยน์ตาคู่สีฟ้าเป็นประกายไม่ต่างจากเด็กยามเห็นขนม “หอมน่าทานจัง”

“ชิมก่อนนะคะ ระวังร้อนด้วย ถ้าจืดไปเติมแม็กกี้กับพริกไทยป่นอีกเล็กน้อย รับรองว่าจะติดใจ” แม่ครัวหัวเห็ดบอก เลื่อนเครื่องปรุงมาตรงหน้า

หล่อนตักโจ๊กใส่ช้อนแล้วเป่าไล่ความร้อน พอชิมเสร็จหยิบขวดพริกไทยโรย แล้วก็เริ่มรับประทาน

“อร่อยค่ะ”

“ดีใจที่ชอบ” เจ้าของห้องยิ้ม ก่อนเริ่มรับประทานโดยเหยาะซอสแม๊กกี้นิดหน่อย เหลือบตามองแขกสาวที่ดูจะตั้งหน้าตั้งตาทาน โดยไม่พูดไม่จาอีก

สงสัยจะหิว?

พอคิดแบบนั้น เธอจึงไม่รบกวน ต่างคนต่างทานเงียบๆ จนสังเกตว่าอีกฝ่ายทานหมดชาม ยกแก้วนมขึ้นดื่ม จึงถามขึ้น

“อิ่มหรือเปล่าคะ?”

“อิ่มแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับอาหารอร่อยๆ” สาวลูกครึ่งบอกยิ้ม

“ฟังแล้วลอยๆ นะคะ”

“คะ?” หล่อนทำหน้าสับสนเหมือนไม่เข้าใจ

“พี่หมายความว่า น้องจีนชม ทำให้พี่ดีใจจนตัวลอยน่ะค่ะ” ร่างสูงอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้น

แม้จะฟังออก แต่ก็ใช่ว่าจะเข้าใจความหมาย...นั่นคือความลึกซึ้งของภาษาไทย

“อ๋อ” สาวหน้าใสยิ้มออกมา “พี่ฉัตรทำอร่อย เหมือนกับที่แม่เคยทำให้ทานเลย”

พี่ไม่ได้อยากเป็นแม่น้องจีนหรอกนะคะ

“เหรอคะ” ร่มฉัตรเดาได้ทันทีว่าหล่อนกำลังคิดถึงใคร “คุณแม่ใจดีมากสินะคะ?”

“ค่ะ” หล่อนเผยรอยยิ้มกว้างขึ้น นั่งคุยเป็นเพื่อนหลังเธอยังทานไม่เสร็จ

“น้องจีนชอบร้องเพลง?”

“ชอบมากค่ะ จีนหัดร้องเพลงตั้งแต่เรียนไฮสคูล แม่พาไปเรียนค่ะ”

มิน่าดูไม่ตื่นเวทีเลย

“ร้องได้เพราะมากค่ะ คุณมนงี้ชมเปาะ อยากให้น้องจีนทำงานที่ร้านนานๆ”

นักร้องสาวยิ้มกับคำชื่นชมนั้น

“คงอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน จีนขอวีซ่าไว้แค่นั้น”

น้อยจัง

“งั้นเหรอ” เธอพึมพำ อย่างไรเสียหล่อนก็ต้องกลับบ้าน ไม่ช้าก็เร็ว พอทานเสร็จวางช้อน แล้วยกนมขึ้นดื่ม

“จีนล้างจานให้ค่ะ” คนน้องรีบอาสา

“เดี๋ยวพี่ทำเองดีกว่า”

“พี่ฉัตรทำอาหารแล้ว จีนควรจะต้องล้างจานค่ะ จีนจะได้ไม่รู้สึกเกรงใจเกินไป”

สองคนสบตากันชั่วครู่ แล้วสาวร่างสูงก็ต้องยอมแพ้ หลังเห็นสายตามุ่งมั่นของลูกครึ่งสาว

“งั้นก็ได้”

จีนยิ้มแฉ่ง เก็บชามที่ทานเสร็จพร้อมแก้วนมไปยังอ่างล้างจาน ท่าทางคล่องแคล่ว

คนมองจึงอดยิ้มไม่ได้ ลุกไปยืนช่วยข้างๆ

“ส่งมาค่ะ พี่ช่วยเก็บ”

ลูกครึ่งสาวล้างเสร็จก็ส่งจานให้อย่างว่าง่าย งานจึงเสร็จในเวลาไม่กี่นาที

“ถ้ายังไม่ง่วงจะดูทีวีก็ได้ ตามสบายนะคะ พี่จะไปอาบน้ำก่อน เหนียวตัวจัง” เจ้าของบอกอย่างใจดี พร้อมกดรีโมทเปิดทีวีจอแบนยักษ์ที่ติดผนัง แล้ววางรีโมททิ้งไว้ ก่อนเดินเข้าห้องตัวเองไป

ลูกครึ่งสาวเดินไปยังโซฟา ทรุดนั่งแล้วกดหาช่องที่น่าสนใจ ก่อนหยุดอยู่ที่ช่องหนังซีรีย์เกาหลี Dr. Romantic 2 ดูเพลินจนไม่รู้ว่า อีกคนออกมาจากห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งได้กลิ่นหอมสะอาดโชยมา จึงหันไปมองเห็นร่มฉัตรอยู่ในชุดนอน ซึ่งมีเสื้อคลุมสีขาวทับหลวมๆ ดูแปลกตาไปจากสองชุดที่เห็นก่อนหน้า

“เรื่องนี้สนุกเหรอคะ?”

“ค่ะ” คนอายุน้อยกว่าตอบ “จีนเคยดูภาคหนึ่ง ไม่รู้ว่ามีภาคสองด้วย”

“พี่ไม่เคยดูเลย เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรเหรอ?” เจ้าของห้องถาม หลังนั่งไขว่ห้างบนโซฟายาวตัวเดียวกัน นั่งเว้นระยะห่างไว้ไม่ใกล้กันจนเกินไป

“เป็นเรื่องราวชีวิตของหมอค่ะ แต่ละคนจะมีปัญหาหลายแบบทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว”

“น่าสนใจ”

สาวลูกครึ่งชี้นิ้วไปยังหนึ่งในตัวละครชายอายุเยอะ ที่สวมแว่นตา

“อาจารย์คิมคนนี้เป็นตัวหลักตั้งแต่ภาคหนึ่งค่ะ เป็นพวกไม่ต้องการเข้าสังคม เข้ากับคนอื่นไม่ค่อยเก่ง เพราะพูดจาตรงเกิน แต่เก่งเรื่องการผ่าตัดมาก...”

ร่มฉัตรนั่งฟังคนน้องเล่าแจ้วเจื้อย มีภาษาอังกฤษทับศัพท์หลุดแทรกมาบ้างเป็นระยะ แต่เธอก็เข้าใจ หลายครั้งที่เหม่อมองใบหน้าสวยหวานนานเป็นนาที จนลืมสนใจเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมไปเลย

ช่างพูดเหมือนกันนะเนี่ย...แต่ก็น่ารักดี

เธอเลือกเป็นผู้ฟังที่ดี พยักหน้าเป็นระยะ ไม่ได้รู้สึกเบื่อหรือรำคาญแม้แต่น้อย ปล่อยให้อีกคนเล่าไปเรื่อยๆ

ผ่านไปหลายนาที จีนจึงนึกขึ้นได้ ใบหน้าสวยขึ้นสีเรื่อ เม้มเรียวปากน้อยๆ

“ขอโทษค่ะ จีนพูดมากไปแล้ว ทำให้พี่ฉัตรรำคาญหรือเปล่าคะ?” น้ำเสียงประหม่า

สาวร่างสูงหัวเราะเบาๆ แล้วส่ายหน้า

“ไม่หรอก ฟังน้องจีนเล่าแล้วสนุกดี ไว้พี่จะลองดูก็แล้วกัน”

“เออใช่” สาวลูกครึ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ รีบเปิดกระเป๋าสตางค์แล้วยื่นธนบัตรสีแดงสองใบให้เธอ “จีนคืนเงินที่ยืมวันนี้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ”

“ไม่ได้ค่ะ ไม่งั้นพรุ่งนี้จีนจะขอคุณมนไปพักที่อื่น...คือจีนเกรงใจ” หล่อนรีบอธิบายต่อ ไม่อยากให้ผู้มีพระคุณเข้าใจผิด

ร่มฉัตรมองใบหน้าสวยหวาน แล้วย้อนถาม

“ถ้าพี่รับคืน น้องจีนจะพักที่นี่ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะกลับบ้านได้รึเปล่าคะ?”

“แต่จีนคิดว่าจะทำงานเก็บเงินสักพัก แล้วจะไปเที่ยวต่างจังหวัดต่อค่ะ” หล่อนบอกแผนที่คิดไว้ในหัว ตั้งใจจะสะพายเป้เที่ยวให้ทั่ว ก่อนที่วีซ่าหมดอายุ

ร่มฉัตรพยักหน้าเข้าใจ ไม่คิดก้าวก่ายการตัดสินใจของเพื่อนใหม่ จึงเอ่ยเสียงเรียบ

“งั้นก็แล้วแต่น้องจีนแล้วกัน”

“พี่ฉัตรไม่รำคาญจีนเหรอคะ? จู่ๆ มีคนแปลกหน้ามาอยู่ในห้องด้วย” ลูกครึ่งสาวเลียบๆ เลียงๆ ถาม

“พี่แสดงอะไรแบบนั้นเหรอคะ?”

นักร้องสาวส่ายหน้าน้อยๆ

“ไม่ค่ะ”

“ถ้าไม่ก็แปลว่าพี่โอเคค่ะ” เจ้าของห้องยิ้มบาง “พี่ชอบอยู่เงียบๆ แต่บางทีมันก็เงียบเกินไป มีเพื่อนร่วมห้องก็คงเปลี่ยนบรรยากาศให้ดีขึ้นบ้าง”

สาวหน้าหวานจับได้ถึงน้ำเสียงที่แฝงความเศร้าปนมาด้วย จึงนิ่งคิดไปชั่วขณะ

“ถ้างั้นจีนฝากตัวด้วยนะคะ จะขอรบกวนพี่ฉัตรสักเดือนไม่ก็สองเดือนก็แล้วกัน”

เจ้าของห้องผุดรอยยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

“ไม่มีปัญหาค่ะ น้องจีนอยู่ได้เท่าที่อยากอยู่เลย หยิบทานทุกอย่างในตู้เย็นได้นะคะ แล้วถ้าอยากได้อะไรเพิ่มก็บอกพี่”

“เข้าใจแล้วค่ะ” หล่อนยื่นธนบัตรตรงหน้าเธอ “ตอนนี้จะรับเงินคืนได้รึยังคะ?”

“ขอบคุณค่ะ” ร่างสูงไม่ปฏิเสธอีก หลังจีนยอมอ่อนข้อให้ก่อน

ทั้งสองนั่งคุยกันจนกระทั่งหนังจบ จึงแยกย้ายไปนอนห้องใครห้องมัน

“ฝันดีค่ะน้องจีน”

“กู๊ดไนท์ค่ะพี่ฉัตร”

ร่มฉัตรนอนมองเพดานในความมืด ยิ้มกับตัวเอง ก่อนหลับตาลงช้าๆ หลังความง่วงมาเยือน หลับไปพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า

 

สาวร่างสูงตื่นสายกว่าปกติ พอก้าวออกจากห้องนอนได้กลิ่นหอมมาเตะจมูก เห็นร่างบางกำลังยุ่งอยู่ที่โซนครัว จึงเดินไปยืนข้างหลังอีกฝ่ายเพื่อชะโงกดูผ่านไหล่บาง

“หอมจังเลย”

“ตื่นแล้วเหรอคะ”

หล่อนเอียงหน้าไปมอง ก่อนชะงักเมื่อจมูกเกือบสัมผัสแก้มอีกฝ่าย จึงเม้มปากเล็กน้อย หลังเห็นใบหน้าสวยคมที่ดูอ่อนเยาว์ในระยะใกล้กว่าปกติ เรือนร่างนั้นมีกลิ่นหอมอบอวลอยู่รอบตัว ทำให้รู้สึกแปลกๆ

“ทำอะไรคะน้องจีน?” เธอถามอย่างสนใจ

“เอ่อ ซุปค่ะ เมื่อกี้จีนเปิดตู้เย็นเลยเอามาทำดูค่ะ เป็นอะไรง่ายๆ ที่จีนทำทานที่บ้าน แต่ไม่รู้ว่าจะถูกปากพี่ฉัตรหรือเปล่า?” คนน้องเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย

“น่าจะถูกปากค่ะ พี่เป็นพวกทานง่าย ปกติมื้อเช้าแค่กาแฟแก้วเดียวกับขนมปังหนึ่งแผ่นก็พอค่ะ”

“ทานน้อยจัง” จีนหันไปสนใจหม้อหลังซุปเดือดพล่าน จึงเบาไฟลง พร้อมขยับทัพพีคนเป็นระยะๆ ไม่ให้ติดก้นหม้อ ตักมาใส่ช้อนกลางเล็กน้อยเพื่อชิมรสชาติ

“อืม น่าจะพอดี”

เจ้าของห้องจ้องเรียวปากหยักสวยของอีกฝ่ายยามซดซุป พลันนึกอิจฉาเจ้าช้อนคันนั้นขึ้นมา

“พี่ขอชิมหน่อยสิคะ”

“ได้ค่ะ ขอหยิบช้อนใหม่ก่อน”

“ไม่ต้องหรอก คันนี้ก็ได้” เธอบอกอย่างเร็ว

แม่ครัวสาวจึงตักซุปใส่ช้อนกลางนั้นแล้วส่งให้ มองร่มฉัตรเป่าไล่ลมร้อน ก่อนชิมซุปช้อนเดียวกัน พลันรู้สึกร้อนวูบวาบที่สองแก้ม หลังคิดขึ้นมาได้

นี่มันจูบทางอ้อมรึเปล่า?

หล่อนคิดสับสน

“อร่อยค่ะพี่ชอบ”

“งั้นตักใส่ชามเลยนะคะ”

“ค่ะ พี่ขอชงกาแฟก่อน น้องจีนดื่มกาแฟไหมคะ?” เธอถาม จะได้ชงเผื่อเลยทีเดียว

“ไม่ดีกว่าค่ะ” จีนปฎิเสธ ไม่ชอบรสชาติขมฝาดของมัน ไม่รู้ว่าพวกผู้ใหญ่ชอบเข้าไปได้อย่างไร

“โกโก้ก็มีนะคะ”

“งั้นขอแก้วนึงแล้วกันค่ะ”

“สักครู่ค่ะ” ร่างสูงยิ้มบ้าง ก่อนพูดทีเล่นทีจริง “ถ้าน้องจีนไม่ชอบโกโก้อีก พี่กะจะให้ดื่มไวน์แทนแล้วนะคะ”

สาวลูกครึ่งหลุดหัวเราะ

“ดื่มไวน์แต่วัน เมาแย่พอดี”

เธอส่งยิ้มให้อีกฝ่าย ก่อนหันไปชงกาแฟกับโกโก้ แล้วมานั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน

หลังทานไปได้ไม่กี่คำ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ร่มฉัตรกับจีนขยับตัวพร้อมกัน แต่เจ้าของห้องรีบบอก

“ทานไปเถอะค่ะ น่าจะเป็นรักมาน่ะ”

หล่อนพยักหน้าเข้าใจ แล้วนั่งลงตามเดิม

เธอเดินไปเปิดประตู มองตาแมวเห็นเป็นจงรัก จึงเปิดให้เข้ามา

“ผลไม้ที่สั่งค่ะ” ลูกน้องสาวยื่นถุงที่เพิ่งซื้อมาจากตลาดใกล้คอนโด ที่อีกฝ่ายเขียนสั่งเมื่อสองชั่วโมงก่อน

“ขอบใจนะ”

สาวร่างสูงรับถุงนั้นมาเปิดดูมีเงาะ มะม่วงเขียวเสวย และทุเรียนแกะแล้วสองแพ็ค พอเดินไปเกือบถึงโต๊ะอาหารก็ถามหล่อน

“น้องจีนทานทุเรียนหมอนทองเป็นไหมคะ อร่อยนะคะ”

“ทานเป็นค่ะ มีเหรอคะ” จีนทำตาลุกวาวแสดงความสนใจแบบไม่ปิดบัง “ที่โน่นหาทานได้บ้าง แต่ไม่บ่อยค่ะ”

“ต้องขอบคุณรักที่หามาให้จนได้” ร่มฉัตรยกความดีความชอบให้ลูกน้องสาว

“ขอบคุณค่ะพี่รัก” สาวสวยพูดอย่างร่าเริง ดูแล้วน่ารักใสซื่อไม่ต่างจากเด็กน้อยนัก

เอ่อ นั่นไม่ใช่เงินฉันหรอกนะ

ท่าทางกระตือรือร้นนั้นชวนมอง ขนาดจงรักที่ไม่ค่อยชอบหน้าอีกคนในตอนแรกต้องการ์ดตก เผลอแสดงอาการเขินด้วยการลูบคอตัวเอง

“มะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

“มาทานด้วยกันนะรัก ซื้อมาตั้งเยอะทานไม่หมดแน่” ร่มฉัตรชวนแบบไม่ถือตัว วางถุงผลไม้บนโต๊ะ แล้วทรุดนั่งตามเดิม “ทานมื้อเช้ามารึยังล่ะ?”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” จงรักนั่งเก้าอี้ว่างข้างจีน แกะพลาสติกที่ห่อทุเรียนออกอย่างเบามือ หยิบมาหนึ่งพู “งั้นทานก่อนนะคะ”

“ตามสบาย” เจ้าของห้องพูดอนุญาต ก่อนปรายตาไปทางสาวลูกครึ่ง “ยังไงก็เหลือไว้ให้น้องจีนด้วยนะ ทานหมดก่อนรับรองมีคนร้องไห้แน่”

“โห! พี่ฉัตรคะ จีนไม่ขี้แยขนาดนั้นสักหน่อย หมดก็ซื้อใหม่ได้” นักร้องสาวเบ้ปากแบบงอนๆ แต่น่ารักชวนมองมากมาย

เธอหัวร่อเบาๆ ออกมา

“พี่ล้อเล่นค่ะ โอ๋ๆ”

“ไม่พูดด้วยแล้ว”

หล่อนค้อนน้อยๆ แบบไม่จริงจัง ก้มหน้าทานอาหารคาว เพื่อจะได้ทานผลไม้ต่อ

สาวร่างสูงคลี่ยิ้มกว้างกว่าเดิม

จงรักเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย กับบรรยากาศแปลกๆ บนโต๊ะอาหารที่เหมือนอบอวลไปด้วยสีชมพู จำไม่ได้ว่า ครั้งสุดท้ายเจ้านายของตนยิ้มหวานแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

รู้จักกันแค่วันเดียว สนิทขนาดนี้เชียว...หรือคุณฉัตรจะกินยาลืมเขย่าขวด?

OOOO

ความหวานเริ่มมาแล้ว พี่ฉัตรเนียนจูบอ้อมๆ น้องจีนไปแล้ว ส่วนของจริงต้องลุ้นกันต่อค่ะ

นาง ^^

OOOO




Create Date : 07 พฤษภาคม 2564
Last Update : 7 พฤษภาคม 2564 15:31:25 น.
Counter : 249 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
: เห็นและรู้สึกได้ : กะว่าก๋า
(27 ก.ค. 2564 06:12:50 น.)
Ach Lieb, ich muß nun scheiden Op 27 No 3 by Richard Strauss ปรศุราม
(24 ก.ค. 2564 12:14:31 น.)
: เทวี เทวา : กะว่าก๋า
(23 ก.ค. 2564 05:19:09 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ กม ที่ 282 "เพลงที่อยากร้องมากที่สุดในตอนนี้" จันทราน็อคเทิร์น
(23 ก.ค. 2564 12:04:40 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nuinang.BlogGang.com

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]

บทความทั้งหมด