No Romance หยุดหัวใจที่เธอ - บทที่ 5 (YURI)

 

หลังทานอาหารเช้าเสร็จสักพัก จีนบอกว่าจะออกไปเดินเที่ยวข้างนอก แล้วเย็นๆ จะเข้าไปที่ร้านเพื่อร้องเพลงเหมือนเมื่อวาน หล่อนอยากใช้เวลาให้มีประโยชน์ที่สุด และอีกอย่างคือเกรงใจไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของเจ้าของห้องมากจนอึดอัด

“น้องจีนอยากได้ไกด์ไหมคะ?” ร่มฉัตรถาม

ไกด์?

สาวลูกครึ่งเผยสีหน้าแปลกใจออกมา

“จะดีเหรอคะ จีนไม่อยากรบกวนเวลางานพี่ฉัตร”

ขี้เกรงใจจริงๆ เด็กคนนี้

เธอพอเดาได้ว่า อีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ จึงหันไปทางจงรัก

“รัก”

“คะ?” เจ้าของชื่อขานรับ

“วันนี้ฉันมีนัดตอนกลางวันไหม?”

“วันนี้ไม่มีนัดค่ะ เย็นก็ไม่มีงานเหมือนกัน” ลูกน้องคนสนิทตอบ หลังจำตารางงานรายวันของอีกฝ่ายไว้ในหัว และจดไว้ในสมุดบันทึกเพื่อกันผิดพลาด

งานส่วนใหญ่ของเจ้านายสาว มักจะนัดพบลูกค้าที่ผับ กับรับรายงานความคืบหน้าของงานจากสายที่ส่งไปทำงานในช่วงหัวค่ำ ช่วงกลางวันจึงค่อนข้างว่าง

“ตกลงน้องจีนอยากไปไหนคะ? มีแผนหรือยัง?” สาวร่างสูงถาม

เป็นคนใจดีมาก ฉันไม่ควรปฎิเสธสินะ

จีนคิดแบบนั้น จึงส่ายหน้า

“รู้แค่ว่ามีวัดจีนสวยๆ ที่คนจีนนิยมไปไหว้ขอพร พี่ฉัตรมีอะไรแนะนำบ้างคะ?” หล่อนปรึกษาเจ้าถิ่นที่ต้องรู้อะไรมากว่าตนแน่

“หมายถึงวัดเล่งเน่ยยี่?”

“น่าจะใช่ค่ะ”

“แถวนั้นมีที่น่าสนใจหลายแห่ง มีอาหารอร่อยๆ เพียบ วันนี้ไม่ใช่วันหยุด คนคงไม่เยอะเท่าไหร่”

“มีอะไรน่าสนใจอีกบ้างคะ?” สาวลูกครึ่งซัก ตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น

“ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยวหลอด บะหมี่ เกี๊ยว ติ๋มซำ ไอศกรีม” เธอเล่าถึงอาหารที่ตนเคยชิม พอเห็นหล่อนทำหน้าสนใจเลยบอกว่า “แป๊บนะคะ พี่เอาโน้ตบุ๊คก่อน”

ร่มฉัตรลุกไปหยิบอุปกรณ์ในห้องนอน แล้วเปิดเครื่องให้จีนดูว่าแถวที่จะไปมีอะไรบ้าง

“เราอยู่ตรงนี้นะคะ จากคอนโดไปแถวนั้น น่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงนิดๆ” สาวร่างสูงชี้ไปตามแผนที่ใน Google Map เพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจ และไม่หลงทาง “ไหว้พระชมวัดสักหน่อย จากนั้นออกมาทานอาหารแถวนี้ น้องจีนอยากทานอะไรก็เลือกได้”

“ค่ะ” คนฟังพยักหน้าหงึกๆ ขณะนั่งใกล้เธอจนขาของเราสัมผัสกันบ้างเป็นบางครั้ง แต่ที่จีนชอบมากเป็นพิเศษคือ กลิ่นหอมหวานที่โชยมาจากเรือนร่างอีกฝ่ายทุกครั้งที่อยู่ใกล้กัน “แล้วไปไหนต่อคะ?”

“ไปวัดไตรมิตรดีไหมคะ?” ร่มฉัตรชี้นิ้วไปยังหน้าจอโน้ตบุ๊ค “ที่นี่มีพระทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สวยมากๆ”

“เหรอคะ น่าสนใจ”

ทั้งคู่คุยกันกระหนุงกระหนิงที่โซฟาตัวยาว ลืมเสียสนิทว่า จงรักก็นั่งอยู่ในห้องด้วย

ฮัลโหล! คุณฉัตรคะ จีนคะ รักอยู่ตรงนี้นะคะ

ลูกน้องเธอทำหน้าเซ็ง ที่ไม่มีใครสนใจตน จึงหยิบมือถือมานั่งดูซีรีย์เกาหลีฆ่าเวลาไปพลางๆ ที่โซฟาเดี่ยว อันเป็นความสุขง่ายๆ ที่เสพได้ในเวลาว่าง

แต่แล้วก็มีข้อความเขียนเข้ามาจากใครคนหนึ่ง ที่เคยติดต่อเรื่องงาน จึงรีบเปิดออกอ่านด้วยเข้าใจว่าเป็นเรื่องสำคัญ แล้วต้องขมวดคิ้วเป็นปม

‘คุณฐานีย์ ขอพบคุณฉัตรคืนนี้ บอกว่ามีงานด่วน...สะดวกไหม?’

จงรักถอนใจยาวเหยียด ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะกล้ามาพบกับร่มฉัตรอีก หลังก่อปัญหาให้เจ้านายไม่น้อย โดยเฉพาะปัญหาหัวใจ ที่ทำให้สาวร่างสูงทำหน้าเหมือนหมดอาลัยตายอยากไปพักใหญ่ แม้เจ้าตัวไม่ปริปากออกมา แต่แอบเหม่อใจลอยบ่อยๆ รอยยิ้มแทบจะหายไปจากใบหน้าคม บ่งบอกว่าคงมีใจให้อีกคนไม่มากก็น้อย

ผ่านมาสองปีกว่า จงรักยังไม่แน่ใจว่า ร่มฉัตรลืมผู้หญิงคนนั้นได้จริงๆ

คนอะไรใจร้ายไม่พอ ยังหน้าหนายิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็ก

แม้จะเป็นลูกน้องคนสนิท แต่จงรักไม่คิดก้าวก่ายกับเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย

และยิ่งเป็นเรื่องงานด้วย ทำให้ไม่กล้าตัดสินใจแทน กลัวผิดพลาดจะรับผิดชอบไม่ไหว ที่สำคัญคือไม่อยากให้คนเป็นนายต้องขุ่นเคืองตนว่าทำเกินคำสั่ง

แม้จะไม่อยากทำให้เจ้านายเสียอารมณ์ แต่ติดตรงที่อีกฝ่ายรอคำตอบอยู่

เฮ้อ! ช่วยไม่ได้

“คุณฉัตรคะ”

เธอเงยหน้าจากโน้ตบุ๊ค มองไปทางคนเรียก

“ว่าไง?”

“’ คุณฐานีย์’ ขอพบค่ะ บอกว่ามีงานด่วน”

ร่มฉัตรหรี่ตาลงเล็กน้อย สีหน้าเรียบนิ่ง เมื่อได้ยินชื่อที่ไม่อยากได้ยินนัก คนละอารมณ์จากเมื่อกี้ที่มีรอยยิ้มเปื้อนหน้าอยู่

“ปฎิเสธ” เธอตอบเสียงแข็งๆ

หืม?

จงรักแปลกใจกับคำตอบ แต่ทันเห็นแววตาหวั่นไหวของเจ้านาย จึงถามย้ำเพื่อความมั่นใจ

“งั้นรักเขียนตอบเลยนะคะ”

“อือ” สาวร่างสูงส่งเสียงต่ำๆ ในลำคอ หันมองไปทางอื่น ไม่อยากสบตากับลูกน้องที่แสนรู้ไปหมด ก่อนกำชับต่อเสียงเย็นเยือก “ถ้าทางนั้นติดต่อมาอีก ก็ปฎิเสธไปเลย ไม่ต้องบอกฉัน”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

ลูกน้องสาวโล่งอกกับท่าทีของเธอที่ดูแล้วเข็มแข็งกว่าที่คิด รีบพิมพ์ตอบทันที กลัวเธอเปลี่ยนใจ

‘คุณฉัตรบอกปฎิเสธค่ะ’

รอไม่นานก็เห็นคำว่า ‘อ่านแล้ว’ แล้วอีกฝ่ายก็เขียนตอบกลับมา

‘รับทราบ’

จงรักรออยู่หลายนาที เมื่ออีกฝ่ายเงียบ ก็พูดกับเจ้านายว่า

“ทางโน้นรับทราบแล้วค่ะ”

“อืม” เธอพยักหน้า แล้วไม่พูดอะไรเลย

ทำไมพี่ฉัตรต้องทำหน้าเศร้าด้วย?

ลูกครึ่งสาวที่นั่งฟังอยู่ สังเกตได้ถึงบรรยากาศรอบตัวร่มฉัตรที่เปลี่ยนไป ดูอีกฝ่ายไม่มีความสุขเอาเสียเลย อดเป็นห่วงไม่ได้

“จีนทำให้พี่ฉัตรเสียงานรึเปล่าคะ? ถ้าอย่างงั้นให้จีนไปคนเดียวก็ได้นะคะ รับรองว่าจีนไม่หลงทางแน่” หล่อนพูดด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ ไม่อยากเป็นภาระให้อีกฝ่าย

คิดมากจริงๆ เด็กคนนี้

คนฟังมองอีกฝ่ายได้ไม่ยาก

“น้องจีนไม่ได้ทำให้พี่เสียงานหรอกค่ะ พี่แค่ไม่อยากร่วมงานกับเขา เลยปฎิเสธก็เท่านั้นเอง”

“เหรอคะ ค่อยยังชั่วหน่อย”

ร่มฉัตรมองนาฬิกาที่ติดผนังบอกเวลา 09.45 น.

“ไปแต่งตัวค่ะ ถ้าไปถึงช้าแดดตอนเที่ยงจะร้อนจัดมาก เดี๋ยวน้องจีนจะไม่สบายเอา”

สาวลูกครึ่งเบะปากแบบเด็กๆ แล้วเบ่งกล้ามที่มีน้อยนิดให้อีกฝ่ายดู

“จีนแข็งแรงค่ะ แดดแค่นี้ทำอะไรจีนไม่ได้อยู่แล้ว”

ตัวแค่นี้ทำเป็นเก่ง เด็กน้อยจริงๆ

สาวหน้าคมยิ้มขำ แต่ไม่ขัดคอ

“ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะค่ะ”

 

ทั้งสามออกไปโดยจงรักทำหน้าที่เป็นสารถี โดยใช้รถเก๋งญี่ปุ่นสี่ประตู เพื่อจะได้ไม่สะดุดสายตาคนมากเกินไป โชคดีที่เป็นวันธรรมดาจึงหาที่จอดรถได้ไม่ยากนัก

ร่มฉัตรนำร่มติดมือมาด้วยสองคัน ร่มคันเล็กส่งให้จงรัก ส่วนร่มคันใหญ่เธอกางกับจีน พร้อมเดินบรรยายสถานที่โดยรอบไปด้วย ซึ่งหล่อนตั้งใจฟังมาก และซักถามอย่างสนใจ

หลังจุดธูปเทียน ลูกครึ่งสาวหลับตาพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม แล้วอธิษฐานบางอย่างเงียบๆ โดยไม่รู้เลยว่าร่มฉัตรได้แอบจ้องตนแบบไม่วางตา

สวยจิตใจดี นุ่มนวล อ่อนหวาน น่าทะนุถนอม...ใครได้เป็นคนรักคงโชคดีมาก

เธอคิดชมสาวลูกครึ่งในใจ ก่อนพนมมือขึ้น แล้วขอพรบ้าง

จงรักที่เฝ้าดูอยู่ไม่ห่าง ปั้นหน้าขรึม มองสายตาของเจ้านายออกว่าเริ่มเอนเอียงไปหาสาวลูกครึ่งไม่น้อย จึงอดเป็นห่วงไม่ได้

ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ไปชอบเข้าเดี๋ยวก็ได้อกเดาะอีกรอบแน่

ลูกน้องสาวไม่อยากจะคิดถึงความยุ่งยากที่จะถาโถมมา ไม่ต่างจากสึนามิ ซึ่งได้บทเรียนจากเคส...ฐานีย์

“เฮ้อ!”

จงรักเผลอถอนหายใจแรงไปหน่อย ร่มฉัตรจึงเอียงหน้าไปมองลูกน้องคนสนิทอย่างสงสัย

“เป็นอะไรรึเปล่า?”

“มะ ไม่เป็นอะไรค่ะ...แค่ร้อนไปหน่อย”

“นั่นสิ” สาวร่างสูงเห็นด้วย หลังเห็นเหงื่อผุดบนหน้าจงรัก จึงหันไปทางสาวสวยที่นั่งข้างๆ ใบหน้าสวยหวานมีเม็ดเหงื่อออกมาไม่น้อย ดูอ่อนเพลียแต่ไม่กล้าบ่นออกมา จึงอดสงสารไม่ได้ “น้องจีนหิวหรือยังคะ?”

“นิดหน่อยค่ะ”

“งั้นปักธูปเทียนเสร็จ ออกไปหาอะไรทานกันดีกว่า เลือกนั่งร้านเย็นๆ”

“ดีค่ะ”

ทั้งสามจึงลุกไปปักธูปเทียน ก่อนจะเดินออกมาจากวัดแห่งนั้น ร่มฉัตรเรียกชื่อหล่อน ที่กำลังใช้หลังมือปาดเหงื่อตัวเอง

“น้องจีนคะ”

“คะ?”

“ซับหน้าหน่อยค่ะ เดี๋ยวเหงื่อเข้าตาจะแสบ” สาวหน้าคมบอก พลางยื่นทิชชู่หนึ่งห่อเล็กที่ยังไม่ได้เปิดใช้ให้

“อ๋อ! ขอบคุณค่ะ” จีนไม่ลังเลที่จะรับกระดาษหอมนั้นมาใช้ เสร็จแล้วดมกลิ่นหอมจากทิชชู่นั้น “หอมจัง”

“พี่ก็ว่างั้นค่ะ เลยชอบใช้ยี่ห้อนี้” เธอยิ้มบาง ส่งอีกห่อให้ลูกน้องบ้าง “เอาไหม?”

“นึกว่าจะไม่ให้ซะอีก” จงรักพูดแขวะลอดไรฟัน

“งอแงรึไง” แกล้งพูดแหย่

คนสนิทสาวค้อนเจ้านายทางสายตา ก่อนรับกระดาษห่อนั้นไปซับหน้าบ้าง

ร่มฉัตรจึงหยิบอีกห่อมาเช็ดเหงื่อเบาๆ

“เมืองไทยนี่ใกล้จะเป็นทะเลทรายเข้าไปทุกที น่าเที่ยวตรงไหนเนี่ย” ลูกน้องสาวบ่นกับตัวเอง

“อยากรู้ก็ลองถามน้องจีนสิ” สาวร่างสูงบุ้ยโบ้ยไปยังลูกครึ่งสาวที่อมยิ้มในหน้า “บอกพี่รักหน่อยสิคะว่า น้องจีนคิดว่าประเทศไทยเป็นอย่างไร?”

ตอบอย่างไรดีนะ?

หล่อนนิ่งคิด แล้วคลี่ยิ้มกว้างขึ้น

“สำหรับจีน สถานที่ท่องเที่ยวสวยแปลกตาก็ส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลหลักๆ น่าจะเป็นเพราะคนไทยอัธยาศัยดีด้วยมั้งคะ จีนเคยไปทางยุโรปหลายแห่งสวยแต่ไม่รู้สึกอบอุ่น เมืองไทยให้ความรู้สึกดีกว่า ไม่ต่างจากบ้านตัวเองเท่าไหร่” สาวสวยกล่าวสิ่งที่อยู่ในใจออกมา

จงรักทำหน้าประหลาดใจกับคำตอบนั้น ขณะที่ร่มฉัตรยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย

“แม้จะโชคร้ายที่กระเป๋าตังค์หาย แต่จีนก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันแย่มาก กลับกันจีนรู้สึกเหมือนตัวเองโชคดีมากกว่า...ที่ได้เจอพี่ฉัตร พี่รัก แล้วก็คุณมนด้วย” น้ำเสียงหวานเต็มไปด้วยความซาบซึ้งตื้นตัน เชื่อมารดาหมดหัวใจเลยว่าเมืองไทยน่าอยู่มากจริงๆ

และอีกเหตุผลที่มาเพราะ สาวสวยมีสายเลือดไทยอยู่ในตัวครึ่งหนึ่งด้วยก็ได้ จึงผูกพันกับที่นี่อย่างง่ายดาย

รู้งี้มาเที่ยวที่นี่ตั้งนานแล้ว...แต่ก็ช่างเถอะ มาเร็วเกินก็ใช่ว่าจะได้เจอพี่ฉัตรกับทุกคนซะที่ไหน

“เข้าใจรึยังว่าทำไมนักท่องเที่ยวถึงชอบประเทศไทย” สาวคนพี่โอบไหล่ของลูกน้องสาวหลวมๆ แบบเป็นกันเอง “ไปทานกลางวันกันดีกว่า พลังทุเรียนหมดแล้ว ชักหิวตาลาย”

“ค่ะ” หล่อนหัวเราะเบาๆ

“ไปสิคะคุณฉัตร แต่เลิกโอบไหล่ฉันสักทีค่ะ” จงรักปัดมืออีกคนออกเบาๆ

“โอบหน่อยก็ไม่ได้ เล่นตัวจัง” ร่มฉัตรพูดตัดพ้อ แกล้งทำหน้าเหมือนเสียใจออกมา

“ไม่ได้เล่นตัวค่ะ แต่รักตัวเหนียว แล้วก็...เหม็นด้วย” ประโยคหลังพูดเสียงเบา

“ไม่เห็นได้กลิ่นสักหน่อย คิดมากไปได้ ถ้าไม่มั่นใจเดี๋ยวเอาน้ำหอมราดทั้งขวดเลยดีไหม”

“หา!” ลูกน้องสาวทำหน้าแตกตื่น กับวิธีแก้ปัญหาของอีกคน “คิดได้ไง!”

“จะได้หอมๆ ไง” เธอยักคิ้วกวนๆ แล้วกางร่มเดินคู่ไปกับจีน “ไปค่ะน้องจีน”

“ค่ะ” หล่อนยิ้มกับบทสนทนาที่กวนๆ ของทั้งคู่ เห็นได้ถึงความสนิทสนมที่ไม่ใช่แค่เจ้านายลูกน้อง

“ขี้แกล้งจริง” จงรักส่ายหน้า ก่อนตามไปอย่างเร็ว

 

หลังมื้อกลางวัน เที่ยววัดอีกแห่ง ร่มฉัตรพาสมาชิกอีกสองคนไปทานมื้อเย็นเบาๆ ก่อนเข้าผับเพื่อทำงาน ทั้งที่วันนี้เธอไม่มีนัดกับใคร

...แต่รู้สึกอยากขยันกะทันหัน เหตุผลก็มาจากจีนนั่นแหละ

“ขอบคุณนะคะสำหรับวันนี้ จีนสนุกมาก”

“พี่ก็สนุกเหมือนกัน ไม่ได้ไปแถวนั้นหลายปีแล้ว”

สองสาวเดินเข้าไปด้านหลังซึ่งเป็นทางเข้าของพนักงาน มีการ์ดสองคนคอยเฝ้าประตู ตรวจตราเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต และเมื่อเห็นหน้าสวยคมปรากฎตัวก็กล่าวทักทายอย่างแข็งขันเหมือนทุกครั้ง

“เชิญครับคุณฉัตร” / “สวัสดีครับ” หนึ่งในนั้นรีบเปิดประตูให้อย่างนอบน้อม

“ขอบใจนะ”

พวกเขาเห็นตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่า ผู้หญิงที่อยู่ข้างกายเธอเป็นใคร จึงไม่มีใครคิดขวางทาง เชื่อสนิทว่าทั้งคู่มีอะไรพิเศษต่อกัน แม้นักร้องสาวจะสวยเตะตามาก แต่ไม่คิดจีบ แค่จ้องยังไม่กล้า

...กลัวตกงาน

“ท่าทางเขาจะกลัวพี่ฉัตรนะคะ”

“งั้นเหรอ ไม่ยักรู้” สาวร่างสูงยักไหล่ มือข้างหนึ่งถือถุงกระดาษที่ใส่ชุดเดรสที่จะใส่ในวันนี้ “เหลืออีกครึ่งชั่วโมงจะแสดง รีบไปเปลี่ยนชุดเถอะค่ะ”

“ค่ะ” หล่อนพยักหน้าอย่างรู้หน้าที่

“น้องจีนคะ” เธอเอ่ยรั้งหล่อนหลังก้าวไปได้สองสามก้าว

“พี่ฉัตรมีอะไรคะ?”

“พี่จะรอดูการแสดงของน้องจีนนะคะ แสดงให้เต็มที่เลยนะ” ยกนิ้วโป้งให้เป็นกำลังใจ

“เข้าใจแล้วค่ะ” ตอบรับด้วยน้ำเสียงร่าเริง

จีนหมุนตัวก้าวไปได้แค่สองก้าว เสียงหวานของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น ทำให้หล่อนชะงัก

“ฉัตรไม่เจอกันตั้งนาน สบายดีไหม” ผู้มาใหม่พูดเสียงอ่อนหวาน

ร่างบางหันขวับไปมองต้นเสียงทันที เห็นผู้หญิงสวยเซ็กซี่ในชุดเดรสสีดำผ่าหลังลึก กลิ่นหอมจัดโชยมาแตะจมูก ใบหน้าแต่งเข้มดูลึกลับชวนสนใจ เดาว่าอายุอานามน่าจะมากกว่าร่มฉัตรหลายปี

ใคร?

สาวลูกครึ่งอดสงสัยไม่ได้

เธอขมวดคิ้วกอดอก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาปรากฏตัวที่นี่

“มาทำไม?” น้ำเสียงเย็นเยือกไม่พอใจ

“ไม่ยักรู้ว่า ฉัตรทักทาย ‘แฟนเก่า’ ด้วยคำพูดแบบนี้” อีกฝ่ายคลี่ยิ้มสวยกวนประสาท

แฟนเก่าพี่ฉัตร!

หล่อนอึ้งหลังได้ยินชัดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร

OOOO

งานเข้าพี่ฉัตรแล้วค่ะ พี่ฉัตรจะรับมือปัญหากับแฟนเก่าอย่างไร แล้วน้องจีนจะงอนไหม?

...ตามต่อตอนหน้านะคะ

นาง ^^

OOOO




Create Date : 11 พฤษภาคม 2564
Last Update : 11 พฤษภาคม 2564 16:28:28 น.
Counter : 154 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
:: Way of Samurai ตอนที่ 5 :: กะว่าก๋า
(14 มิ.ย. 2564 05:46:49 น.)
บริษัทฯ/หัวหน้า ให้ลางานยาก wbj
(13 มิ.ย. 2564 13:31:03 น.)
No Romance หยุดหัวใจที่เธอ - บทที่ 14 (YURI) นิ้วนาง-เดียนา
(12 มิ.ย. 2564 20:13:57 น.)
:: Way of Samurai ตอนที่ 2 :: กะว่าก๋า
(11 มิ.ย. 2564 06:03:06 น.)
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nuinang.BlogGang.com

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]

บทความทั้งหมด